@I am_novice

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ราชาฮาเร็ม ตอนที่ 19

ชื่อตอน : ราชาฮาเร็ม ตอนที่ 19

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 949

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ต.ค. 2562 02:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ราชาฮาเร็ม ตอนที่ 19
แบบอักษร

ราชาฮาเร็ม ตอนที่ 19 คดีฆาตกรรมที่งานเทศกาล ตอนที่ 2 

ณ ภายในสำนักตำรวจรรวจ 

"500ล้าน!?.." 

ชินอิจิสบถด้วยความตกใจเมื่อได้ยินว่าผู้ตายทำประกันชีวิตที่500ล้านเยน ถึงความจริงเขาจะแกล้งทำเป็นตกใจตามเนื้อเรื่องก็แค่นั้นเอง แต่จะมีใครดูออกบ้างว่าเขากำลังแกล้งทำเป็นตกใจ 

"แต่ว่ามันก็แปลกไปหน่อยรึครับ!?...ที่เงินประกันจำนวนมหาศาลยังงั้น ทำไมผู้รับถึงได้เป็นแค่เพื่อนอย่างคุณนี่ล่ะ?"นักสืบหนุ่มได้แต่ถามคำถามที่มันแปลกสักหน่อยให้กับเพื่อนของผู้เสียชีวิต 

ชินอิจิยังมองชายผู้เป็นเพื่อนของผู้ตายด้วยแววตาอยากรู้อยากเห็น ก่อนที่ถามคำถามที่ต้องการให้ตอบ 

"คุณอาเบะ ยูกาตะ แล้วคุณยังเป็นคนที่จ้างผมให้สะกดรอบตามผู้ตายด้วย แล้วทำไมคุณถึงได้เงินประกันนั่น!?" 

คุณอาเบะ ยูกาตะ เป็นผู้ตายได้นึ่งเงียบและหัวเราะเบาๆ ราวกับผู้ชนะในการเล่นเกมส์พนันอะไรแบบนั้น 

"หึ..มันเป็นเกมน่ะ..." 

อาเบะก็เล่าความต่อท่ามกลางสายตาที่กำลังจ้องจับผิดจากนักสืบหนุ่มที่มรจมูกรับกลิ่นฆาตกรได้เป็นอย่างดี 

"ผมกับเค้าเราเป็นเพื่อนกันมา20ปีแล้ว ตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย แล้ววันหนึ่งตอนที่เราดื่มเหล้ากัน พ่อนั้นคิดอะไรขึ้นมาก็ไม่รู้เห็นผมเล่นพนันกันว่าใครจะตายก่อนกัน ถ้าคนใดตายก่อนก็ให้อีกคนหนึ่งรับเงินประกันชีวิตไปได้เลย และยังมาบังคับให้ลงเล่นพนันคนละ500ล้านเยนอีกต่างหาก" 

อาเบะถอดถอนหายเล็กน้อยก่อนที่พูดต่ออีกครั้ง 

"แต่นึกไม่ถึงเลยว่าผมจะชนะเพียงแค่ 3 เดือนเท่านั้น..." 

สาวัตรเมงูเระพอได้ฟังจากของเพื่อนผู้ตายที่อธิบายข้างต้นก็เลยถามคำถามต่อไป 

"แล้วทำไมถึงต้องจ้างคุโด้คุงสะกดรอยตามเค้าด้วย?..." 

อาเบะ ได้แต่ทำหน้าตาเศร้าสร้อย 

"เหตุผลก็ไม่มีอะไรมากหรอกครับ...วันก่อนเค้ามาปรึกษากับผม บอกว่า"กำลังถูกใครบางคนไล่ล่าอยู่อีกไม่นานต้องตายแน่นอน"" 

สารวัตรเมงูเระก็กล่าวแทรกเสียงดังราวกับโกรธใครมาก่อนแล้วหัวร้อน 

"ถูกฆ่าตายเรอะ!?..." 

"ครับ...ตอนแรกผมนึกว่าแค่ล้อเล่น แต่ท่าทางเค้าไม่ธรรมดาเลย ผมก็เลยว่าจ้างคุโด้คุงให้ช่วยสะกดรอยตามเค้า3วัน เค้าจากไปผมเสียแล้วน่าเศร้าใจยิ่งนัก" 

สารวัตรเมงูเระได้แต่นิ่งเงียบ 

"..." 

ส่วนทางนักสืบหนุ่มเค้าได้รับรู้เรื่องราวทั้งหมดอยู่แล้ว ก็ได้แต่แสร้งทำเป็นจับจ้องเพื่อนผู้ตายว่าจะมีพิรุษออกมาจากทางไหนบ้าง 

"สารวัตรเมงูเระ เดี๋ยวขอใช้ห้องทำงานของสารวัตรสักครู่นะครับ พอดีว่าผมมีเรื่องจะปรึกษากับผู้หมวดซาโต้เกี่ยวกับยัยรันน่ะครับ?" 

สารวัตรเมงูเระก็คิดได้ขึ้นมาว่าคงเป็นเรื่องของลูกน้องเก่าก็เลยปล่อยผ่านไป 

 

หลังจากให้การสอบปากคำเสร็จไปที่เรียบร้อย 

นักสืบหนุ่มก็ได้นั่งที่โต๊ะทำงานของสารวัตรเมงูเระ พร้อมกับเรียบความคิดเพื่อที่ใช้ในไขคดีใรครั้งนี้ต่อไปจนกระทั้่งผู้หมวดซาโต้เดินเข้ามาในห้องทำงานของสารวัตรเมงูเระพร้อมกับโมริ รันแฟนสาวที่แอบกันของเขา 

"ชินอิจิเรียกเรามาที่ห้องทำงานของสารวัตรเมงูเระทำไมกัน?" 

รันถามคำถามขึ้นมาด้วยความแปลกใจ เพราะห้องทำงานของตำรวจเป็นสถานที่ที่ไม่ควรให้คนนอกเข้ายังภายในได้ 

"ก็ไม่มีอะไรมาก...." 

ชินอิจิก็ได้บอกเรื่องราวทั้งหมดราวกับกระซิบให้2สาวแสนสวยได้รับฟังกัน 

พอ2สาวได้รับรู้เรื่องราวทั้งหมดก็ได้แต่อมยิ้มที่มุมปากขึ้นมา แล้วพากันเดินออกจากสำนักงานตำรวจเดินทางกลับไปยังสำนักงานนักสืบซึ่งเป็นบ้านพักชั่วคราวของยอดนักสืบหนุ่มชั่วคราว และบางครั้งมันก็เป็นรังรักของเขาเสียด้วย 

ในขณะการเเดินทางกลับบ้านภายในรถยนต์ที่เช่ามาใช่ชั่วคราว ชินอิจิไปนั่งด้านหลังคนขับและให้รันนั่งคู่กับคนรถหรือก็ผู้หมวดซาโต้นั้นเอง 

ชินอิจิได้นั่งทำท่าทางครุ่นคิดอย่างจริงจังมันอดที่จะทำให้2สาวใจเต้นแรงไม่ได้ 

'มันน่าสงสัยจริง!!' 

'หมอนั่นต้องเป็นฆาตกรแน่ๆ..' 

'5แสนเชียวนะ...' 

'แค่ค้าจ้างให้สะกดรอย3วันจ่ายตั้ง5แสน?...' 

'ยังไงมันก็แพงไปอยู่ดี!!??...' 

รันที่มองกระจกหลังได้แต่แฟนหนุ่มนั่งหน้าเครียดก็รู้ได้ทันทีว่าเขากำลังคิดถึงคดีที่เกิดขึ้น และเสียหน้าของยังบ่งบอกถึงว่าเขาได้ปล่อยให้ตัวคนร้ายหลุดรอดออกไปเสียแล้ว 

รันเห็นว่าตอนนี้รถกำลังติดไฟแดงอยู่ก็ลงจากรถไปเปิดประตูหลังและไปนั่งข้างๆแฟนหนุ่มของเธอด้วยความเป็นห่วงอย่างชัดเจน ผู้หมวดซาโต้รู้สึกอิจฉาไม่ได้ ทำไมเธอไม่ได้มีดวงผู้ชายดีๆแบบเขาบ้าง 

"คุโด้..กำลังคิดว่าคนที่ว่าจ้างเธอผู้ต้องสงสัยคดีฆาตกรรมคราวนี้ใช่มั้ย?" 

ผู้หมวดซาโต้สมแล้วกับที่เป็นขวัญใจของกรมตำรวจจริงๆ  

"ใช่แล้วครับ..แล้วแถมคราวนี้เค้าก็มีพยานคนสำคัญอย่างผมอีกต่างหาก" 

ชินอิจิทำได้แต่ทำใจยอมรับความแพ้ของตัวเอง พร้อมทั้งกล่าวข้อสันนิฐานของตัวเองขึ้นมาอีกต่างหากจนทำให้ผู้หมวดทึ่งกับความสามารถคิดวิเคราะห์เกินเด็กม.ปลายทั่วไป ราวกับพวกตำรวจรุ่นเก๋าเกมที่ผ่านศึกมานับครั้งไม่ถ้วน 

"พบศพผู้ตายคืนวันพฤหัสฯ ที่มีเทศกาลบูชาไฟ แล้วผมก็สะกดรอยตามเขาจนถึงค่ำวันพุธ เพราะฉะนั้นฆาตกร ก็ต้องลงมือภายในคืนวันพุธถึงเย็นวันพฤหัสฯ แล้วคนที่น่าสงสัยที่สุดอย่างคุณอาเบะ ที่จ้างผมทำงานคราวนี้เดินไปทางไปเที่ยวตั้งแต่เช้าวันพุธแล้วก็เดินทางกลับมาในวันศุกร์ และแน่นอนแล้วว่าคุณอาเบะไม่ใช่ฆาตกรแน่นอนถ้าวัดจากหลักฐานที่ให้เขาให้กับพวกเรามา" 

ผู้หมวดซาโต่ก็คิดแบบนั้นในขณะขับรถยนต์ก็อดที่ถามขึ้นมาอย่างไม่ได้ 

"อะไรที่ทำให้เธอคิดว่าคุณอาเบะเพื่อนของผู้ตายเป็นฆาตกรเสียเอง เพื่ออะไรงั้นหรอ?...หรือไม่ก็เพราะค่าเงินประกัน500ล้านเยน ฉันคิดว่าแบบนี้มันจะเหมาะสมกว่ากันเธอคิดแบบนี้ใช่มั้ย?...แต่หลักฐานที่เธอกล่าวมามันอ่อนก่อนไป เอาไว้กลับไปถึงที่สำนักงานแล้วค่อยช่วยกันคิดอีกทีว่าช่องโหว่ตรงไหนบ้าง เธอคิดเห็นเป็นยังไงบ้าง?.." 

เธอร่ายคำถามมาไม่หยุดจนเหมือนเธอเดาความคิดของเด็กหนุ่มได้จนเหมือนกับความคิดของเขาเปี๊ยบเลย 

ชินอิจิได้แต่ยอมรับว่าเขาก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน 

"ถูกต้องแล้วครับ..ผมก็คิดแบบเดียวกันกับที่ผู้หมวดซาโต้คิดนั้นหล่ะ แต่มันต้องมีจุดบอดตรงไหนสักจุดที่เรามองพลาดไป" 

'ผู้หมวดซาโต้...ปกติแล้วเขาไม่เรียกเราแบบนี้นา' 

'ตามหลักแล้ว..เขาต้องเรียกเราว่าคุณสาวถึงจะถูกต้อง 

'นี้เราคิดบ้าอะไรอยู่เนี้ย...' 

ผู้หมวดซาโต้ใบหน้าแดงกล่ำ หัวใจเต้นรั่วราวกับกลอง แต่มันก็ไม่สามารถเล็ดลอดสายตาของนักสืบหนุ่มได้ 

 

ในอีกด้านหนึ่ง ณ สถานที่ลับที่มีการรวมตัวกันพวกคนชุดดำ 

ยินที่เดินขาถาง มาพร้อมกับวอดก้าที่ถูกผ้าพันแผลเอาไว้ราวกับเป็นมัมมี้ แต่กับไม่มีใครกล้าหัวเราะเยาะพวกเขา เพราะพวกเขาไม่มีความกล้าพอที่จะต่อกรกับยิน ที่สามารถฆ่าคนได้โดยไม่ต้องคิดเหมือนเป็นยมฑูต 

วอดก้าในสภาพมัมมี้เดินเข้ามาหาหญิงสาวแสนสวยสองคนที่คนหนึ่งมีความสำคัญกับองค์กร ส่วนอีกคนเป็นลูกกระจ๊อกชั้นปลายแถว ไม่ได้มีอะไรสำคัญมากมาย ตายไปได้เสียก็ดีตามคิดของยิน 

จนกระทั่งเมื่อมีเอสแมน พวกเขาได้แต่ปวดหัวเพราะไม่มีทางรู้ว่าไอ้เวรนั้นจะโผล่หัวออกมาตอนไหน 

มิยาโนะ อาเคมิพูดขึ้นไม่อย่างไว้หน้ายิน 

"ส่งฉันไปทำภารกิจไม่กลัวว่าเอสแมน จะล้างแค้นแกหรอ?..จำไม่ได้หรือไงว่าเอสแมนสั่งพวกแกว่าห้ามออกค่ำสั่งพวกฉัน พวกแกไม่ไม่สิทธิ์ที่มาใช่งานพวกฉัน คนที่สั่งการฉันได้มีแต่เอสแมนเท่านั้น" 

ยินที่ได้ยินก็โกรธเกรี้ยวขึ้นมาและหยิบปืนพกประจำกายของตัวเองขึ้นก็ไม่ได้เพราะว่าตอนนี้เขาถางเหมือนโดนอัดถั่วดำมายังไงยังงั้น ทำให้ยืนตั้งหลักไม่ได้ ได้แต่เก็บความโกรธแค้นเอาไว้ในใจ 

"พี่คะ..มาทางนี้หน่อยคะ"เสียงเรียกของนักวิทยาศาสตร์แสนสวยร้องทักพี่สาวของเธอ 

อาเคมิได้ตามเสียงร้องเรียกของน้องสาวจนไม่ทันได้สังเกตุเสียหน้าพวกของยินและวอดก้าที่ตอนนี้พวกเหมือนแมลงสาปที่ตายยากตายเย็น และเก็บความเจ็บแค้นต่อไป 

วอดก้าที่ความอดทนต่ำถามลูกพี่ที่ยืนอยู่ข้างตัว 

"ลูกพี่..พวกเราต้องโดนสองพี่น้องดีหยามพวกเรางั้นหรอ?...ครับ" 

ยินผู้ยืนขาถางที่ตอนนี้ได้จิตสังหารออกมาจนทำให้ลูกน้องใกล้ตัวถึงกับยืนตัวสั่นราวกับเจ้าเข้า 

"อีกไม่นานหรอก..พองานคราวนี้เสร็จเมื่อไหร่ พวกเราจะจัดการพวกเธอทันที ส่วนเรื่องท่านผู้นั้นไม่ต้องเป็นกังวลไป ฉันเตรียมแผนการับมือเอาไว้แล้ว ไม่ต้องเป็นห่วง แต่ที่เป็นห่วงจริงๆ คือเจ้าบ้าเอสแมนคนนั้นต่างหาก ฉันกลัวว่ามันจะมาหยุดแผนการของพวกเราคราวนี้อีก" 

วอดก้าที่ได้ฟังแบบนั้นก็รู้เบาใจแต่กับเป็นยินที่ภายนอกนั้นกล้าหาญแต่ภายในในตอนนี้แม่ไฟแค้นพร้อมที่จะลงมือสังหารเอสแมนอยู่ตลอดเวลา เพราะเป็นต้นเหตุให้เขาต้องการเป็นขันทีไปตลอดกาล ถึงแม้ทางองค์กรจะมีพอมียาที่ช่วยรักษาโรคนกเขาไม่ขัน แต่กับการเป็นขันทีแบบนี้คงจะยากไปเสียหน่อย 

'รอก่อนเถอะเอสแมนหนี้แค้นคราวนี้ต้องรับการชำระแค้น!!..' 

มิยาโนะ ชิโฮะ ที่เรียกพี่สาวของเธอไปคุยด้วยก็กำลังบอกถึงแผนการของเอสแมนที่เตรียมการเอาไว้ช่วยพวกเธอเอาไว้แล้ว รอวันที่เริ่มปฏิบัติการพวกเธอทั้งคู่ให้เป็นอิสระและได้รับตัวต้นใหม่ แต่ตอนช่วยพวกเธอออกมาทีละคน ถึงแม้ทั้งคู่อยากออกมาพร้อมกันก็ยังไม่ได้ในตอนนี้ 

"พี่คะ...ตอนพี่ไปเอสแมนตัวจริง ฝากบอกถึงเขาด้วยนะคะว่า...ขอบคุณมาก" 

ชิโฮะ เธอรับรู้ถึงตัวของเอสแมนอยู่ตลอดเวลาและยังรู้ด้วยตัวจริงของเป็นใครกันตามความคิดเห็นของเธอ 

อาเคมิตอบรับคำพูดของน้องสาวที่ใช้ให้ไปบอกเอสแมนผู้มีพระคุณของพวกเธอ 

"ได้พี่จะบอกให้...แต่ตอนนี้พี่ต้องไปทำตามแผนการยินตามคำสั่งเฮงซวยขององค์กรก่อน และอีกไม่นานพวกเราค่อยมาพบกันหใหม่น้องรัก" 

อาเคมิเข้าไปกอดกับชิโฮะ ก่อนที่ชิโฮะจะกลับไปกับพวกชายชุดดำลูกน้องยินคนที่เหลือแล้วจากไปหายไปความมืด 

ยินและวอดก้าค่อยๆเดินมาอาเคมิด้วยเสียหน้าประหลาดใจและพยามยามคิดว่าเมื่อสักครู่สองพี่สองนั้นคุยอะไรเห็นยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ผิดจากปกติ เพราะปกติเวลาที่พวกเขาทั้งสองพี่น้องมาพบกันก็มักจะยิ้มน้อยกว่าคราวนี้มากพอสมควร บางครั้งก็มีแต่เสียหน้าเคร่งเคลียดซึ่งมันจากคราวนี้มากพอสมควร 

อาเคมิรู้ตัวว่าเธอกับน้องสาวทำการดีใจมากจนผิดวิสัยและเริ่มเป็นกังวลเล็กๆว่าแผนการของเอสแมนอาจจะเสียหายได้  

"ชิโฮะ..บอกว่าพวกนายทั้งสองคนนั้นสัญญาว่าหลังงานคราวนี้จะมีพวกเราไปเที่ยวทะเล ชิโฮะกับฉันก็เลยพูดกันเรื่องชุดว่ายน้ำก็เลยอารมณ์ดีมากเกินไปหน่อย เพราะชิโฮะเคยบอกฉัน "ยินไม่เคยผิดสัญญามาก่อน" แล้วก็อย่าลืมสัญญาหล่ะเดี๋ยวนายจะได้อดดูชุดว่ายน้ำของชิโฮะไปเสียก่อน" 

พอเธอพูดเธอก็เดินจากไปและทำการพร้อมชื่อเป็นพนักงานธนาคารธรรมดาที่มีความสวยเกินค่ามาตรฐาน 

วอดก้าได้แต่จินตนาการถึงฉากสาวๆในชุดบีกินนีจนำให้น้องชายของเริ่มแข็งตัวขึ้นมาที่ละน้อย ผิดกับยินที่มันไม่มีความรู้สึก 

"ลูกพี่..ลูกเคยไปสัญญากับเชอร์รี่แบบนั้นจริงๆนั้นรึ?.." 

วอดก้าถามลูกพี่ของเขาที่ชอบแอบมองว่าชิโฮะทำงานอยู่เสมอๆ 

"ใช่..ฉันสัญญากับหล่อนไว้ว่าจะพาเธอและพี่สาวของเธอมาเจอกันแล้วไปเที่ยวทะเล แต่ดูเหมือนว่าคราวนี้ฉันจะผิดสัญญาไปเสียแล้วไม่ว่ายังไง ฉันจะต้องฆ่าปิดปากยัยพี่สาวนั้นก่อน" 

ยินกล่าวเสียงเหี้นมเกี้ยม 

"รับทราบครับลูกพี่...แต่ก็เสียดายที่อดไปดูสาวๆในชุดว่ายน้ำไม่ได้" 

 

 

จบแล้วครับ 

ขอบคุณที่ติดตามนะครับ 

ปล.ตัวละครที่ปรากฏเพิ่มในบท 

นายอาเบะ ยูทากะ ผู้จ้างชินอิจิสะกดรอยตามตัวผู้ตาย 

ความคิดเห็น