เจ้าชิบะ

ฝากสนับสนุนนิยายด้วยนะคะ

รักร้ายๆ ของผู้ชายอันตราย# 38 END

ชื่อตอน : รักร้ายๆ ของผู้ชายอันตราย# 38 END

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 30.7k

ความคิดเห็น : 78

ปรับปรุงล่าสุด : 12 พ.ย. 2562 02:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รักร้ายๆ ของผู้ชายอันตราย# 38 END
แบบอักษร

 

38 

 

 

 

“เสร็จแล้วใช่มั้ย จะได้ไปกันเลย" นายถามขึ้นเมื่อเห็นว่าเพลิงเดินสะพายกระเป๋าลงมาแล้ว  

"อืม เรียบร้อยและ"  

วันนี้ก็เป็นอีกวันที่พีคยังไม่กลับมา เอาจริงๆตั้งแต่หลังคุยกันในที่ร้านปิ้งย่างในวันนั้น พีคก็ไม่ได้โทรติดต่อเขากลับมาอีกเลย เพลิงเองก็ไม่ได้ติดต่อกลับ มีเพียงแค่ส่งข้อความหากันสั้นๆเท่านั้น เพราะต่างคนต่างก็ติดงานของตัวเอง จนกระทั่งวันที่เพลิงต้องออกไปส่งงานที่มหาลัย คนกำลังถูกนายพาไปส่งที่มหาลัยนั่งทอดมองวิวนอกหน้าต่างเรื่อยเปื่อยราวกับคนเหงา เพลงที่เปิดฟังในรถไม่ได้ทำให้รู้สึกดีขึ้นเท่าไรนัก แต่อย่างน้อยมันก็ช่วยบรรเทาความเงียบไว้ได้ระดับนึง นายเหลือบมองเพลิงขณะขับรถอยู่ พลางคิดว่าตลอดเวลาที่พีคไม่อยู่หลายวันมันจะทำให้เพลิงดูหงอยๆขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งนาน เหมือนอาการยิ่งแสดงออกชัด แต่อย่างเขาก็ทำอะไรมากไม่ได้หรอก เพราะไอ้คนที่กำลังหลงคิดถึง มันต้องแก้ด้วยคนที่กำลังคิดถึงเท่านั้น นายยกยิ้มขึ้นขำมาหน่อยๆ เพราะเพลิงคงไม่ได้สังเกตอะไรจากรถที่เขาขับมาเลยนักนิด 

นายใช้เวลาขับรถมาสักพัก ก่อนจะขับรถเข้ามาจอดไว้ในลานจอดรถในมหาลัยที่อยู่ไม่ไกลจากตึกคณะของเพลิงเท่าไร เพลิงหยิบกระเป๋าเป้ขึ้นมาสะพาย แต่ก็ไม่ลืมที่จะหันไปถามคนข้างๆที่นั่งหันมามองเขาเหมือนกัน 

"มึงแน่ใจนะว่าจะรอกูที่มอ?" เพลิงทวนคำถามให้แน่ใจอีกที ซึ่งนายก็ยิ้มตอบอย่างมั่นใจ 

"อ่าฮะ แน่ดิ" 

"แล้วแต่มึงนะ กูไปก่อน" ว่าจบ เพลิงรีบลงจากรถทันที ก่อนจะเร่งฝีเท้าข้ามถนนเดินเข้าตึกคณะที่อยู่ฝั่งตรงข้ามไป วันนี้เพลิงมีนัดส่งรายงานอาจารย์ที่มอพร้อมด้วยต้องพรีงานอธิบายผลการฝึกงานให้ฟัง ซึ่งในข้อนี้เพลิงก็ไม่เข้าใจว่าทำไมจะต้องให้ทำสไลด์ส่งด้วย ลองถามเพื่อนในสาขาต่างก็บ่นเป็นเสียงเดียวกัน แต่สุดท้ายก็ต้องทำมาอย่างช่วยไม่ได้ เพราะคนกรอกคะแนนจริงๆคืออาจารย์ และคะแนนอาจารย์ก็ขึ้นอยู่กับผลประเมินของคนดูแล ซึ่งไอ้ผลประเมินที่พีคเขียนทิ้งไว้ในสมุดบันทึกแอบทำให้เพลิงยิ้ม เพราะดูเหมือนในช่องคำแนะนำพีคดันเขียนอะไรประหลาดๆเอาไว้ ถ้าอาจารย์ไม่ได้เจาะลึกข้อความนั้น ก็คงเป็นแค่การชมเด็กฝึกงานทั่วไป 

"ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ขนาดนี้ ในสมุดบันทึกฝึกงานถูกเขียนอะไรไว้น้าาา" เสียงล้อเลียนของเอกดังขึ้นข้างหูพร้อมใบหน้าที่วางเกยไว้กับหัวไหล่เพื่อก้มดูเนื้อความในสมุด การมากระทันหันของเพื่อนทำเอาเพลิงสะดุ้งรีบปิดสมุดในมืออย่างรวดเร็ว จนคนอยากรู้สงสัยมากกว่าเดิมอีก  

"เฮ้ย คิดปิดบังเพื่อนหรอวะ" เอกแกล้งโวยพร้อมขยับหน้าออกห่าง 

"ปิดบังอะไรล่ะ นี่มันสมุดกู มึงนั้นแหละที่เสือก" เพลิงสวนกลับไม่จริงจังพลางทำหน้าบึ้งส่งกลับไปให้นิดๆ 

"แหมมม ก็อยากรู้นี่หว่าว่าแฟนมึงเค้าเขียนอะไรไว้ให้ ถึงสุดท้ายไอ้สมุดห่านี่จะไปอยู่กับอาจารย์แทนก็เถอะ" เอกพูดหยอก กะว่าจะแย่งดูซะหน่อย แต่เพื่อนบ้าดันรีบยัดเก็บใส่ซองเอกสารเสียก่อนนี่สิ 

"กูถึงเอามาอ่านก่อนนี่ไงล่ะ ว่าแต่ นี่ถึงคนที่เท่าไรแล้ววะ มึงคิวที่เท่าไรนะ?" เพลิงย่นคิ้วถาม เพราะเอาแต่สนใจข้อความในสมุดบวกกับคุยเล่นกับเพื่อนก่อนหน้านี้ทำให้ไม่ได้โฟกัสเลยว่าคนที่ออกไปพรีงานหน้าห้องถึงคนที่เท่าไรแล้ว 

"อีกสี่คิวถึงมึง ส่วนกูกับไอ้ฟิวส์อยู่หลังมึงอีกสองกับสี่คิว" เอกตอบ 

"งั้นหรอ" 

"รีบกลับหรือไงวะ มึงเสร็จยังไม่เที่ยงเลยมั้ง อยู่แวะกินข้าวกับพวกกูก่อนดิ" ฟิวส์หันมาพูดเสริม เพลิงนั่งคิดอยู่แปปนึงก่อนพยักหน้าตกลง แค่แวะกินข้าวหน่อยคงไม่ทำให้นายรอนานมากหรอก 

"ก็ได้ ไม่ได้กินข้าวโรงอาหารนานแล้ว"  

ใช้เวลานานพอตัวกว่าเพลิงกับเพื่อนจะบรรยายงานของตัวเองเสร็จ จากที่ดูเวลาก็เที่ยงพอดีก่อนที่ทั้งสามคนจะลงลิฟต์เพื่อไปหาข้าวกินที่โรงอาหารที่อยู่เยื้องข้างหน้าตึกอีกฝั่ง การเดินออกจากตึกข้ามถนนกลับมาอีกฝั่ง ไม่ได้ทำให้เพลิงสังเกตเลยว่ากำลังมีใครรออยู่ที่ลานจอดรถ เพราะเอาแต่เดินคุยกับเพื่อน ทำให้เพลิงเดินผ่านอีกฝ่ายที่เดินลงจากรถเตรียมมาหาหน้าตาเฉย อีกฝ่ายที่หยุดชะงักกลางทางกอดอกมองเพลิงนิ่ง แอบหงุดหงิดเล็กๆที่ถูกเมิน ก่อนที่เขาจะเป็นฝ่ายเริ่มเรียกเพลิงก่อนด้วยน้ำเสียงเข้มๆ 

"กล้าเมินกันขนาดนี้ สงสัยลืมกันแล้วมั้ง ไอ้น้องเพลิง" 

 

กึก! 

 

ใช่ เสียงเข้มๆดุๆคุ้นหูที่ตะโกนเรียกมาทำให้เพลิงหยุดเท้าตัวเองไว้พลางตาโตนิดๆ เอกกับฟิวส์ที่ก้าวเลยเพลิงไปนิดหน่อยรีบหันมามองเพลิงอย่างสงสัย สีหน้าท่าทางเพื่อนเหมือนคนกำลังตกใจอยู่หน่อยพลางครุนคิดอะไรบางอย่าง แต่ยังไม่ทันได้ถาม ร่างสูงของใครบางคนจากด้านหลังก็ก้าวฉับมาใกล้ตัว อยู่ห่างๆนิดๆ แต่ทำให้คนที่หันมามองหลังอย่างพวกเขาก็ถึงบางอ้อทันทีว่าทำไมอยู่ดีๆเพลิงหยุดเดิน ทั้งสองมองหน้าอีกฝ่ายพร้อมยิ้มแห้งใส่ ก่อนจะรีบหันหลังขอตัวไปก่อนอย่างรวดเร็ว เพลิงขมวดคิ้วงงเมื่อเห็นว่าเพื่อนเดินหนีไปเฉย กะตั้งใจเดินตาม แต่ทว่าน้ำเสียงคุ้นหูกลับเรียกเขาอีกครั้ง 

"ยังกล้าคิดจะเดินหนีกูอีกหรือไง กูมาหามึงถึงขนาดนี้แล้วนะ" ไม่ต้องคิดให้เสียเวลาแล้ว ใกล้และชัดขนาดนี้เพียงแค่เพลิงหันหลังกลับไปก็จะได้เจอกับคนคนนั้น เพลิงหันควับไปมองคนข้างหลัง ใบหน้ากวนกับกลิ่นอายที่แสนคุ้นเคยที่ยืนล้วงกระเป๋าอยู่นั้น ยามที่อีกฝ่ายได้เห็นหน้าชัดๆของเพลิง รอยยิ้มที่จากนิดๆกลับฉีกกว้างขึ้นมองคนทำหน้าช็อคราวกับเจอผี แม้ความจริงคือเพลิงเองกำลังดีใจที่ได้กลับมาเจอพีคอีกครั้ง แต่ความตกใจมันมีมากกว่าเลยแสดงสีหน้าอีกอย่างออกมา 

"กูคนไม่ใช่ผี เลิกทำหน้าช็อคได้แล้ว"  

"อะ.อะ..ไอ้พีค!" ไม่ช็อคได้ยังไง ก็คนที่ไม่เจอหน้ามาหลายวันอย่างพีคอยู่ดีๆก็โผล่หน้ามาเจอเขาที่มหาลัยเลย แถมยังมาอยู่ด้านหลังเขาอีก จากตอนแรกที่ได้ยินก็คิดว่าหูฝาด แต่พอเจอจริงๆก็รู้แล้วว่าคนตรงหน้าคือพีค "มึงมาได้ไง? แล้ว.." 

"เพื่อนมาส่ง ส่วนไอ้นายกูไล่มันกลับกับเพื่อนกูไปแล้ว" พีคตอบเสียงเรียบ  

"หา? แล้วคือ..ยังไง ไม่ๆๆ คือกูงง กู.." เพลิงเริ่มพูดเสียงตะกุกตะกัก เหมือนกับว่าสมองประมวลผลที่เกิดขึ้นไม่ทัน พีคยิ้มขำกับรีแอคของคนตรงหน้า ก็คิดไว้อยู่แล้วว่าถ้าเจอกันเพลิงคงไม่วิ่งมากระโดดกอดเขาเหมือนในหนังในละครแน่ๆ  

"งงอะไรของมึง กูมาอยู่ที่นี่แสดงว่ากูมาหามึงแล้วไง ส่วนไอ้นายมันก็รู้ตั้งแต่เมื่อคืนแล้วว่ากูจะมา ไม่งั้นกูไม่ให้มันขับรถกูมาส่งมึงที่นี่หรอก" พีครีบพูดอธิบายก่อนเพลิงจะงงไปมากกว่านี้ เพลิงย่นคิ้วยืนฟังพีคพลางค่อยๆพยักหน้า 

"งั้นแสดงว่าเรื่องที่สน.เสร็จแล้วใช่มั้ย มึงถึงกลับมาที่นี่ได้" เพลิงถาม 

"ใกล้แล้วแหละ แต่กูคิดถึงมึง กูเลยกลับมาก่อน" พีคพูดบอกพลางสบตาคนตัวเล็กกว่า เพลิงที่ได้ยินถึงกับใจเต้นสั่น ก่อนจะเผยรอยยิ้มเขินออกมา ไม่ใช่แค่เขาที่คิดถึง พีคเองก็คิดถึงไม่ต่างกัน ทั้งคู่ยืนมองหน้าอยู่อย่างนี้สักพัก ก่อนที่พีคจะเป็นฝ่ายยื่นมือมาจับมือเพลิง 

"ไหนๆวันนี้กูก็ว่างแล้ว ไปเที่ยวกัน" พีคบอกอีกที ก่อนดึงมือเพลิงให้เดินตามไปที่รถ เพลิงขึ้นมานั่งบนรถแล้วหันไปมองพีคอย่างงงๆ ตอนแรกคิดว่าพีคคงจะกลับบ้านไปพักผ่อน แต่ไม่นึกว่าพีคจะมาชวนไปเที่ยว แถมตอนนี้เพลิงก็อยู่ในชุดนักศึกษาเต็มยศอีก 

"มึงจะพากูไปไหน?" เพลิงถาม แต่พีคกลับยกยิ้มส่งมาให้ 

"ไม่ต้องกลัวหรอกว่ากูจะพามึงไปปล่อยป่า กูแค่อยากพามึงไปรีแลคกับเจอใครบางคนเท่านั้น และกูมั่นใจว่ามึงจะต้องชอบแน่ๆ" พีคตอบแค่นั้น คำว่าชอบของพีคยิ่งทำให้เพลิงงงขึ้นไปอีก  

"ชอบ? มึงรู้หรอไงว่ากูชอบไปที่ไหน" เพลิงแกล้งถาม  

"ไม่รู้หรอก แต่ที่รู้ๆมึงชอบแดกแล้วก็ชอบดูพลุ ถ้าให้เดาคงจะเป็นที่ไหนก็ได้ที่มีของกิน ถูกมั้ย?" พีคตอบขณะขับรถออกไปจากมหาลัย เพลิงเลิกคิ้วข้างนึงพลางพยักหน้าน้อยๆ เพราะที่พีคพูดมามันก็ถูก ปกติช่วงเลิกเรียนเพลิงชอบแวะตลาดกลางคืนซะส่วนใหญ่ แต่ไอ้พลุนี่มัน.. 

"ดูพลุใครๆเค้าก็ชอบกันมั้ยวะ" เพลิงบอกกลั้วขำนิดๆ 

"งั้นพลุที่ทะเล กูว่าอันนี้มึงน่าจะชอบสุด เพราะเป็นครั้งแรกที่มึงยิ้มแล้วดูมีความสุขมาก" พีคตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่สายตาที่เหลือบมองมามันช่างดูละมุน เพลิงที่มองกลับแอบเขินอยู่นิดๆ แล้วก็ตะลึงอยู่แปปนึงเพราะไม่คิดว่าพีคจะสังเกต 

"จำได้ด้วยหรอวะ ไม่ยักจะรู้ตัว" เพลิงยิ้มแกล้งพูดพลางทำเป็นส่ายหน้าไม่รู้ พีคยิ้มขำกลับให้เพลิงก่อนยื่นมือใช้นิ้วชี้กดเข้าที่มุมปากของเพลิง จนมันดูเหมือนว่าเพลิงกำลังยกยิ้มมุมปากให้เขาข้างนึง 

"ทุกอย่างที่เป็นมึง กูจำได้หมดนั่นแหละ" น้ำเสียงอ่อนโยนแต่จริงจังนั้น เรียกให้เพลิงหน้าขึ้นสีขึ้นไปอีก แถมใจยังเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ ..คนคนนี้ ตั้งแต่คบกันทำไมถึงได้พูดอะไรชวนเลี่ยนได้ตลอดเลย แล้วมันดันทำให้เขาเขินทำตัวไม่ถูกอีก  

"ไอ้พีค ทำไมมึงเลี่ยนแบบนี้วะเนี่ย" เพลิงพูดกลบเกลื่อนความเขินของตัวเอง ก่อนจะจับมือพีคที่จิ้มหน้าเขาอยู่ให้ออก พีคหัวเราะขำอย่างสนุก ก่อนจะเป็นฝ่ายเปลี่ยนมือที่ถูกจับย้ายมาเป็นฝ่ายกุมมือเพลิงแทน 

"หึหึหึ เออ กูก็งงตัวเองอยู่ว่าทำไมกูถึงพูดอะไรเลี่ยนๆแบบนี้ออกมาได้ หรือว่าไง เพราะเป็นมึง สมองกูเลยประมวลให้มันพูดออกมาแบบนั้น" พีคส่งสายตากรุ่มกริ่มติดเล่นนิดๆมองขณะขับรถ แถมมือยังกุมมือเพลิงไม่ยอมปล่อย  

"พอเลยเลิกพูด ยิ่งพูดกูยิ่งเขิน" คำสารภาพที่กำลังยิ้มขำมองตรงไปข้างหน้า เพลิงจะรู้ตัวมั้ยว่ามันช่างดูหน้ามองสำหรับพีคขนาดไหน พีคยิ้มไปขับรถไปอย่างอารมณ์ดี พลางปล่อยมือที่กุมไปเปิดเพลิงวิทยุในรถฟังก่อนจะกลับมาจับมือเพลิงต่อ เพลิงหันมองคลื่นวิทยุกับพีคนิดๆ ก่อนจะกลับไปมองทางข้างหน้าต่อ เพราะรู้สึกว่าเพลงที่ฟังรอบนี้ช่างสบายหูกว่าที่ผ่านมาเป็นล้านเท่า  

ทั้งคู่นั่งฟังเพลงและขับรถตามถนนมาสักพัก มีแกล้งกันเล่นบ้างตามนิสัยพีค แต่อยู่ได้แค่ครึ่งทางเพลิงก็หลับหนีพีคไปดื้อๆ พีคเหลือบมองเพลิงอยู่เป็นพักๆและก็ไม่ลืมหยิบเสื้อคลุมที่ติดรถมาเอามาห่มให้เพลิง พีคขับรถยิงยาวออกไปจากตัวเมืองหลักอย่างกรุงเทพ เพื่อมุ่งหน้าไปจังหวัดจๆนึง พีคใช้เวลาขับรถมาไม่นานราวสองสามชั่วโมงก็มาถึงตัวเมืองหลักอย่างราชบุรีก่อนจะขับเลยถนนใหญ่เข้าอำเภอๆนึง ซึ่งเป็นอำเภอที่คนข้างๆช่างคุ้นเคยเป็นอย่างดี  

ในวัด.. พีคขับรถเข้าวัดมา ก่อนจะขับจอดเข้าลานกว้างใต้ต้นไม้ใหญ่ที่ตอนนี้บรรยากาศค่อนข้างเงียบสงบ พีคปลดเข็มขัดฯออกก่อนขยับตัวหันไปหาคนนอนไม่รู้เรื่องอยู่ข้างๆ พีคเห็นว่าขนาดดับรถแล้วเพลิงไม่ยอมตื่นสักทีเลยยื่นมือเข้าไปหาก่อนจะกดนิ้วชี้จิ้มแก้มลงไป และไม่ใช่แค่จิ้มแก้มอย่างเดียว พีคยังทำอย่างอื่นเช่นเขี่ยปลายจมูกเพลิง สะกิดปลายหู ก่อนจะจบด้วยบีบจมูกจนเพลิงขมวดคิ้วหันหน้าหนีทันที พีคยิ้มขำกับท่าทางขี้เซาของเพลิง แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้คิดจะเล่นกับเพลิงมากเท่าไรก่อนขยับมือปลุกเพลิงให้ตื่นจริงๆ คนพึ่งตื่นสะลึมสะลือยันตัวเองลุกขึ้นนั่งดี พลางขมวดคิ้วหรี่ตามองไปหาพีค  

"ถึงแล้วหรอ?" เพลิงเริ่มถาม 

"ถึงแล้ว ไปมึง ลงจากรถ" พีคบอกแค่นั้นก่อนจะหันกลับไปเปิดประตูลงจากรถ เพลิงลูบหน้าตัวเองไล่ความง่วงออกไปก่อนจะรีบออกจากรถตามพีคไป แต่ทว่าเมื่อเดินออกมาบรรยากาศทุกอย่างรอบๆวัดทำให้เพลิงชะงัก ความเงียบกับลมที่พัดผ่านจนเส้นผมปลิวเรียกให้ชวนคิดถึงอะไรบางอย่าง  

"นี่มึง.." เพลิงหันไปหาพีค เหมือนจะถามอะไรบางอย่างก่อนเงียบไป ซึ่งพีคก็พอรู้ว่าเพลิงจะพูดอะไรกับเขา 

"กูบอกแล้วไงว่าที่กูพามา มึงจะต้องชอบแน่ๆ" พีคยิ้มบอกพลางมองคนนิ่งอึ้งที่ตอนนี้กำลังสับสนตัวเองว่าจะแสดงสีหน้าอะไรออกมา เพราะดูเหมือนว่าจะยิ้มดีใจ แต่อีกครึ่งเหมือนจะร้องไห้เพราะสถานทีแห่งนี้เป็นที่ที่แม่เพลิงอยู่ 

"เอาๆ จะร้องหรือจะดีใจเอาสักอย่าง" พีคแกล้งพูดอีกรอบเมื่อเห็นว่าเพลิงเงียบไป เพลิงย่นคิ้วเม้มปากส่งมาให้ ก่อนจะเดินอ้อมรถเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าพีค 

"นึกยังไงถึงพากูมาที่นี่" เพลิงถามขึ้นพลางเงยหน้ามอง 

"ถามอย่างกับไม่ชอบที่กูพามาไหว้แม่อย่างนั้นแหละ" พีคว่ากลับ 

"เปล่า ชอบ..และก็ดีใจมาก แต่แค่ไม่เข้าใจว่าทำไมมึงถึงยอมพากูมา" 

"จำเป็นต้องมีเหตุผลด้วยหรอ อยากพามาก็คืออยาก แค่นั้น แล้วอีกอย่างคือลูกอย่างมึงคงคิดถึงแม่เป็นธรรมดา การที่กูจะทำหน้าที่ของกูคือการพามึงมานี่ มันก็ไม่ใช่เรื่องที่จำเป็นต้องมีเหตุผล เพราะถ้าทำ กูทำเพราะมึง" คำอธิบายรัวๆทำให้เพลิงนิ่งอึ้ง เหตุผลที่ไม่มีเหตุผล ทำเอาเพลิงถึงกับผุดยิ้มขึ้นมา 

"ขอบคุณนะ" เพลิงตอบเสียงอ่อนพร้อมยิ้มตอบให้ 

"งั้นไปไหว้พระกันก่อน แล้วค่อยเลยไปไหว้แม่มึง" เพลิงพยักหน้าตอบพีค ก่อนที่พีคจะเดินจูกมือพาเดินเข้าโบสถ์ไปไหว้พระด้านใน ถือว่าเป็นครั้งแรกตั้งแต่รู้จักกันมาที่เพลิงกับพีคได้ไหว้พระด้วยกัน ทั้งคู่ใช้เวลาอยู่ในโบสสักพัก หลังจากเสร็จด้านใน เพลิงเดินนำพีคออกมาแล้วพาเดินตรงไปยังที่เก็บกระดูกที่ถูกรวมเก็บไว้ด้านข้างของโบสถ์ พีคเดินตามเพลิงพลางมองรูปที่ติดไว้บนที่เก็บกระดูกอย่างเรื่อยเปื่อย 

เดินมาได้สักระยะก็ต้องหยุดลงเมื่อเพลิงเดินมาหยุดอยู่หน้าที่เก็บกระดูกของแม่ ที่ตอนนี้บนแผ่นแสดงรูปถูกแปะไปด้วยรูปชายหญิงคู่นึง ที่ทางฝั่งชายพีคจำได้ว่าเป็นตาของเพลิง แต่อีกคน..พีคไม่เคยเห็นมาก่อน เพราะวันที่ย้ายอัฐิแม่ทางครอบครัวเพลิงไม่ได้เอารูปมา พีคนั่งคุกเข่าตามเพลิงที่ลงไปนั่งก่อน พลางมองรูปตรงหน้าสลับกับเพลิงที่กำลังหลับตาไหว้แม่กับตาของตัวเอง แม่เพลิงเป็นคนน่ารัก และหน้าของเพลิงก็แทบจะถอดแบบมาจากแม่เกือบทั้งหมด อาจจะมีบางส่วนที่คล้ายกับพ่ออยู่ แต่มันก็แค่นิดเดียว 

"ผมหายไปนานเลย อยู่ที่นี่ไม่เหงาใช่มั้ย ยายคงมาหาแม่กับตาบ่อยล่ะสิ เห็นดอกไม้ยังสดอยู่เลย ..ต่อไปนี้แม่ไม่ต้องห่วงเพลิงนะ เหลืออีกปีเดียวเพลิงจะเรียนจบแล้ว หลังจากนี้เพลิงคงดูแลตัวเองได้โดยไม่ต้องพึ่งใครอีก..." พีคมองเพลิงที่คุยกับแม่ไปเรื่อยๆ เพลิงดูเหมือนเด็กยามคุยกับแม่ และมันก็อบอุ่นยามยิ้มมองไปยังรูปของแม่ตัวเอง พีคมองอยู่อย่างนั้นรอให้เพลิงคุยจบ ก่อนที่ตัวเองจะเป็นฝ่ายยกมือไหว้ต่อ 

"มึงทำอะไรน่ะ?" เพลิงหันมาถามหลังคุยจบและเห็นพีคพนมมือ 

"ไหว้แม่ยาย"  

"หา?" เพลิงตาโตเมื่อได้ยิน แต่คงพูดอะไรมากไม่ได้เพราะพีคดูจะสนใจรูปตรงหน้าเป็นจริงเป็นจังมาก จนตัวเองต้องนั่งเงียบๆมองพีคที่กำลังไหว้แม่ของเขา 

"แม่ครับ ผมชื่อพีค นายพชร ศิริสวัสดิ์ วันนี้ผมมาไหว้แม่ครั้งแรก และผมอยากบอกแม่ว่าผมรักลูกชายแม่มากครับ" 

"ห๊า?" คำสารภาพรักอย่างไม่ทันคาดคิดเรียกให้เพลิงเบิกตากว้างตกใจหนักกว่าเดิม 

"ครั้งนึงผมยอมรับและก็ขอโทษแม่ด้วยที่เคยทำร้ายลูกชายแม่ มันอาจดูไม่น่าให้อภัย แต่นับตั้งแต่ที่ผมเริ่มรู้จักเพลิง บางอย่างของมันทำให้ผมเริ่มชอบลูกชายแม่ และมันก็หนักข้อขึ้นเรื่อยๆจนผมคิดว่าคนนี้แหละคือคนที่ผมอยากรัก อยากอยู่ด้วยมากที่สุด ยิ่งตอนที่จะเสียมันไป มันก็ยิ่งกระตุ้นบางอย่างได้ชัดเจนแล้วว่าผมรักมัน เพราะงั้น..ผมขอลูกชายแม่ได้มั้ยครับ"  

"อะ..ไอ้พีค.."  

"ผมอาจจะไม่ใช่ผู้ชายที่ดีเหมือนคนอื่น แต่ที่ผมมั่นใจเลยก็คือ..หลังจากนี้ผมจะไม่มีทางทิ้งมันไปไหนแน่ๆ แม่เชื่อผมเถอะ" ไม่คิดไม่ฝันว่าตัวเองจะได้มาขออะไรแบบนี้กับคนตาย แต่เพราะเพลิงเทิดทูนคนคนนี้มากๆ การที่พีคกล้ามาพูดขอแบบนี้เพื่อยืนยันสิ่งที่ตัวเองได้ตัดสินใจไปแล้ว แม้ว่าคนในรูปจะไม่ได้ยิน แต่คำพูดขอลูกชายจากเขา มันก็ส่งผลเรียกความมั่นใจให้ลูกชายที่นั่งอยู่ข้างๆได้อย่างแน่วแน่ ..ว่าคนอย่างเขาตั้งใจพูดและทำจริงขนาดไหน เพลิงนั่งหน้าแดงทำตัวไม่ถูก เขินก็เขิน อายก็อาย เหมือนกำลังถูกสู่ขอทามกลางป่าช้าของวัด เพลิงย่นคิ้วอมยิ้มเขินมองหน้าพีคที่เจ้าตัวก็หันมายิ้มให้เหมือนกัน 

"แล้วมึงล่ะ เชื่อใจกูมั้ย" พีคถามกลับเขา เพลิงกระพริมตาปริบๆพยายามปรับลมหายใจเข้าออก ที่ตอนนี้มันไม่เป็นจังหวะแข่งกับหัวใจที่เต้นรัวราวกับจะทะลุออกมา พีคนั่งรอคำตอบอย่างไม่รีบร้อน ก่อนจะยิ้มกว้างขึ้นเพราะคำตอบที่ได้ยิน 

"ถ้าไม่เชื่อใจ แล้วกูจะมาอยู่ข้างมึงตรงนี้หรอไง" 

****************************************** 

 

19.00 น. 

 

พีคอยู่พาเพลิงแวะไปหายายกับพาเที่ยวพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งที่อยู่ใกล้ๆวัดได้สักพัก ก่อนจะพากันกลับกรุงเทพต่อ ระยะเวลาสองสามชั่วโมงตามเดิมทำให้เพลิงแอบหนีหลับไปก่อนอีกแล้ว แต่รอบนี้ไม่ได้หลับนานเหมือนขาไป เพราะเมื่อเข้ากรุงเทพมา เพลิงกับลืมตาตื่นชวนพีคคุยเล่นอยู่บนรถตลอดทาง และก็แอบสังเกตเห็นทางที่พีคไปราวกับไม่ใช่ทางไปบ้านพีคอย่างนั้น ก่อนที่รถจะเข้าซอยแล้วตรงเข้ามาจอดข้างในบ้านไม้สีขาวสองชั้นที่มีขนาดเล็กกว่าบ้านพีคมาก ที่ตอนนี้ถูกฉาบไปด้วยแสงสีส้มขาวจากหลอดไฟ 

"บ้านหลังนี้เหมือนกูเคยมา" เพลิงพูดพึมพำพลางมองตัวบ้านผ่านกระจกรถ 

"ถ้าเคยพาแก้มมาส่ง แสดงว่ามึงก็เคยมานั่นแหละ" พีคพูดแค่นั้น ก่อนเปิดประตูลงจากรถ ตามด้วยเพลิงที่ลงจากรถด้วยสีหน้าตื่นๆ 

"เฮ้ยๆๆๆ เดี๋ยวดิ มึงคิดอะไรอยู่เนี่ย พากูมาที่นี่ทำไม" เพลิงรีบเดินมายื้อแขนพีคเอาไว้ พลางขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ 

"คิดว่ากูจะโกรธมึงเรื่องน้องกูอีกหรือไง" พีคถาม 

"ก็..ไม่เชิง อีกอย่างกูยังสู้หน้าแก้มไม่ติดด้วย เจอหน้าด้วยแล้วอึดอัด" เพลิงว่าเสียงอ้อมแอ้ม 

"แล้วคิดจะหลบหน้าไปตลอดหรือไง กูลากมึงมานี่เพราะต้องการให้มึงสนิทกับครอบครัวกูมากกว่านี้"  

"แต่..." 

"ปล่อยคนแก่รอนานๆไม่ดีนะมึง เข้าไปได้แล้ว" ว่าจบ พีครีบลากเพลิงให้เดินเข้าบ้านไปในทันที เพลิงเดินตามพีคมาอย่างว่าง่ายพลางงงเรื่องที่พีคพูดนิดหน่อย แต่ทุกอย่างก็กระจ่างขึ้นเมื่อพีคพาเพลิงเดินมาหยุดอยู่กลางบ้าน ร่างของชายสูงวัยอายุราวๆเกือบห้าสิบกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่โซฟาข้างหน้า ซึ่งดูแล้วราวกับถอดแบบพีคออกมาเหมือนกันเด๊ะ เพียงแต่บรรยากาศรอบตัวของเขามันดูอบอุ่นเหมือนแก้มไม่มีผิด 

"พ่อ ผมพามันมาแล้วนะ" พีคเรียก ก่อนที่คนมีอายุจะผละจากหนังสือแล้วขยับแว่นที่สวมอยู่หันมามองพวกเขา เพลิงยืนเกร็งทันทีเมื่อรู้แล้วว่าชายตรงหน้าเป็นพ่อของพีคกับแก้ม ..มิน่า ทุกอย่างดูเหมือนทั้งคู่เปี๊ยบ 

"มากันแล้วหรอ น้องมันทำกับข้าวรออยู่หลังครัวน่ะ ...เพลิงใช่มั้ยลูก ได้เจอตัวสักทีนะ" พ่อพีคหันมายิ้มคุยกับเขา ซึ่งคำพูดดูนุ่มนวลเหมือนลูกสาวมากกว่าลูกชายมาก 

"สวัสดีครับ" เพลิงยกมือไหว้คนอายุเยอะกว่าอย่างสุภาพ 

"มานั่งก่อนมา กว่ายัยแก้มจะทำข้าวเสร็จ ชอบทำอาหารช้านะเด็กคนนี้" พ่อพีคบ่นแก้มอย่างไม่จริงจัง พลางยิ้มส่ายหน้าเมื่อพูดถึงลูกสาว บางมุมเพลิงคิดว่าพ่อพีคก็ชอบแสดงท่าทางคล้ายพีคอยู่พอสมควร  

"อ่าว แล้วป้าไปไหนล่ะพ่อ" พีคถามขึ้น 

"ไปหาเพื่อนข้างนอกน่ะ ดึกๆคงกลับ" พ่อตอบ 

"งั้นหรอ งั้นเดี๋ยวให้ไอ้เพลิงไปช่วยแก้มที่ครัวก็ได้ เห็นหน้าอย่างนี้ทำอาหารอร่อยนะพ่อ" เพลิงหันควับไปหาพีคอย่างรวดเร็ว ตอนแรกก็บอกอยู่ว่ายังมองหน้าไม่ติด แต่พีคก็ยังทำให้เขาไปเจอแก้มอีก พ่อพีคเองก็มองเขาอย่างให้ความสนใจ 

"งั้นหรอ ดีเลย พ่ออยากลองกินฝีมือแฟนพีคดูสักครั้งก่อนที่พ่อจะกลับญี่ปุ่น ทำได้มั้ยลูก" เพลิงยิ้มแห้ง เอาจริงก็เขอะเขินอยู่ที่พ่อพีคดันรู้ว่าเขากับพีคคบกัน แต่ถึงอย่างนั้นเรื่องที่จะให้เขาไปช่วยแก้มในครัวมันก็.. 

"ไปดิ แสดงผลจากการฝึกงานให้ดูหน่อย" พีคยกยิ้มกวนพร้อมดันเพลิงไปเดินไปหลังบ้าน เพลิงมองหน้าพีคพลางด่าทางสายตา แต่สุดท้ายก็โดนพีคดันให้ไปที่ครัวอยู่ดี โดยที่ตัวเองไปนั่งเมาส์กับพ่ออยู่ข้างนอก  

เพลิงยืนเม้มปากลังเลอยู่สักพัก กล้าๆกลัวๆที่จะเจอหน้าแก้มในสถานการณ์สองต่อสอง แม้ว่าเมื่อก่อนจะเคยสนิทกันมาก แต่มาในสถานการณ์ปัจจุบันที่ต่างคนต่างเจอ ทุกอย่างมันกลับดูไม่สนิทเหมือนเดิม เพลิงสูดหายใจเข้าลึกๆก่อนถอนหายใจทิ้งแล้วเดินตรงเข้าไป แก้มที่กำลังงงงวยกับสูตรบางอย่างหยุดทำกับข้าวอยู่พักนึง ก่อนหันมาเห็นเพลิงยืนอยู่ตรงประตูครัว แก้มสะดุ้งโหยงตกใจที่จู่ๆเพลิงก็โผล่เข้ามาไม่ให้สุ่มให้เสียง 

"เพลิง.." แก้มเรียกเสียงแผ่ว 

"พ่อแกกับไอ้พีค.ให้..เรามาช่วยน่ะ" เพลิงตอบไม่เต็มเสียงนัก พลางหลบตาไปทางอื่นเหมือนไม่กล้ามองแก้มโดยตรง แก้มยืนกระพริบตาอยู่สองสามทีก่อนจะฉีกยิ้มขึ้นแล้วเดินเข้าไปคุยกับเพลิงด้วยท่าทีเหมือนตอนที่คบกัน เพียงแต่สรรพนามและน้ำเสียงที่คุยด้วยมันแปรเปลี่ยนแสดงถึงความเป็นเพื่อนเท่านั้น 

"ดีเลย ได้เพลิงมาช่วยเราว่าอาหารคงอร่อยกว่าที่เราทำแน่ๆ มาเถอะ มาช่วยกัน" น้ำเสียงร่าเริงทำให้เพลิงหันกลับมามองอย่างช่วยไม่ได้ รอยยิ้มที่แต่งแต้มไปด้วยความสดใสทำให้เพลิงคลายความเกร็งลงหน่อย ก่อนจะถอนหายใจเดินเข้าไปช่วยแก้มทำอาหารต่อ ระหว่างที่ช่วยกันทำกับบรรยากาศที่อึดอัดสำหรับเพลิง ทำให้ต่างคนต่างเงียบใส่กัน เพลิงสนใจเนื้อที่หันอยู่ตรงหน้า ส่วนแก้มก็ค่อยดูแกงในหม้อ แต่ความเงียบก็หายไปเมื่อแก้มทักขึ้น 

"ยังโกรธเราอีกหรอ" แก้มถาม เพลิงชะงักไปนิดนึง แต่ก็ยังสนใจเนื้อบนเขียงต่อ 

"ไม่รู้ดิ" เพลิงตอบ 

"เราขอโทษนะ ตอนนั้นถ้าเราไม่ไปแอบคบพี่กราฟในขณะที่คบกับแกอยู่ วันนั้นแกคงไม่ทำแบบนั้น" แก้มพูดเสียงแผ่วพลางรู้สึกผิดกับสิ่งที่ตัวเองทำ 

"ไม่หรอก ต่อให้แกเลิกเราก่อนที่จะคบกราฟ บางทีเราอาจจะทำแบบเดิมเพื่อยื้อแกไว้ก็ได้ แล้วเราก็ผิดด้วยที่เป็นคนทำให้แกต้องเข้าโรงพยาบาล" เพลิงตอบกลับเสียงเรียบและก็แอบรู้สึกผิดไม่ต่างกัน 

"ไม่หรอก ถ้าตอนนั้นแกไม่ช่วยเรา ปานนี้เราคงถูกรถชนตายไปแล้ว เรารู้ตัวนะว่าตอนนั้นหัวเราลงไปฟาดกับหินเอง มันไม่ใช่ฝีมือแกเลย แกล้มก่อนเราด้วยซ้ำ และก็เพราะแกอีกที่พาเราไปโรงพยาบาลและเฝ้าเราจนพี่กราฟมาถึงที่นั่น..." คราวนี้เพลิงหยุดหันเนื้อสัตว์ตรงหน้า ก่อนเงยหน้าขมวดคิ้วนิดๆหันไปหาแก้มที่ยืนทำหน้ากึ่งเศร้าอยู่ข้างๆ "และก็เพราะเรา ที่ทำให้แกเจอกับเรื่องที่ไม่ดีจากพี่พีค ..เพลิง เราขอโทษจริงๆนะ ขอโทษจริงๆ ถ้าไม่ใช่เพราะเรา วันนี้แกคง.." 

"แกไม่ต้องโทษตัวเองหรอก ยังไงเราก็ผิดด้วย แต่ว่านะ เรื่องที่แกคิดน่ะ..มันแค่เรื่องเมื่อก่อน เพราะวันนี้เรามีความสุขดี ดีมากๆด้วยซ้ำ ก็เพราะว่าแกนั่นแหละ ที่ทำให้เราได้เจอกับมัน"  

"แล้วแกก็รักเค้าด้วย ใช่มั้ย" แก้มยิ้มถามกลับ บางอย่างที่แก้มเคยคุ้นเคยกับเพลิง ตอนนี้มันไม่ได้แสดงออกมาเพราะแก้มอีกแล้ว แต่เป็นเพราะพีคที่ทำให้เพลิงเริ่มพูดถึงเขาด้วยความรู้สึกจากใจจริงๆ 

"ไม่งั้นเราไม่มาคบกับพี่แกหรอก" เพลิงตอบ 

"คิก.. งั้นแสดงว่าตอนนี้แกได้เปิดใจให้กับพี่พีคแล้วสินะ ฮืออ ดีใจจัง เราเชื่อเลยแหละว่าแกโชคดีแล้วที่ได้พี่พีคมาเป็นแฟน เพราะพี่พีคดูแลคนเก่ง แล้วแกจะได้เลิกเป็นฝ่ายให้คนเดียวซะที" แก้มยิ้มหัวเราะดีใจ ตอนนี้แก้มมีความสุขมากกว่าเดิมด้วยซ้ำจากเรื่องที่รับรู้มา เพลิงมองหน้าแก้มนิ่งพลางยกยิ้มนิดๆ บรรยากาศอึดอัดเริ่มจางลง มันก็ถือว่าเป็นการกลับมาคุยกันได้ดีกว่าที่คิด อคติของเพลิงลดลงหลังจากทิ้งระยะห่างจากแก้มมาพอตัว 

"แก้ม เราขอถามอะไรหน่อยดิ"  

"มีอะไรหรอ?" แก้มถามกลับ 

"รู้มั้ยว่าทำไมไอ้พีคถึงยอมให้เรามาเจอแกได้โดยไม่มีอคติเหมือนเมื่อก่อน ตอนแรกเรานึกว่าพอคบกับมันมันคงจะแยกไม่ให้เราเจอกับแก" เพลิงบอก 

"จะไม่ให้มีได้ไง ก็ตอนที่เพลิงอยู่โรงพยาบาล แก้มโทรบอกพี่พีคเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นหมดเลย เอาจริงเราควรจะบอกพี่เค้าในวันที่เราตื่นด้วยซ้ำ แต่พี่พีคดูไม่ฟังอะไรเลย ตอนรู้ว่าแกเข้าโรงพยาบาลนี่แหละ เค้าถึงลดอคติลงได้แล้วยอมทิ้งงานไปเฝ้าแกที่โรงพยาบาล ตอนนั้นเราถูกพี่พีคให้อยู่กับพี่กราฟด้วยปัญหาที่เกิดขึ้นของเค้า ทำให้ตอนนั้นเราทำได้เพียงแค่โทรบอกน่ะ แต่เอาจริงๆนะ เพราะพี่พีครักเพลิงนั่นแหละ เค้าถึงได้ลดอคติลง" คำพูดบอกรัวๆจากปากแก้ม ทำให้เพลิงสะอึกนิ่งอึ้งไป ไม่คิดว่าแก้มจะยอมบอกเรื่องทั้งหมดให้พีคฟัง แต่ถึงอย่างนั้นมันก็กลายเป็นเรื่องดีขึ้นในทันที แถมแก้มก็ดูสบายดีเหมือนไม่ได้ถูกพีคว่าอะไรเลยด้วย 

"ก็ว่าอยู่ว่าทำไมไอ้พีคถึงพยายามอยากให้เราเข้ามาเจอแก" เพลิงพูดบ่น 

"เรากับพ่อขอเองแหละ เพราะเรายังเคลียร์กับเพลิงไปจบเลยแต่เพลิงก็ถูกยิงไปซะก่อน เมื่อวานพี่พีคเค้าให้เพื่อนขับรถแวะไปรับพ่อที่สนามบินน่ะ พอกลับบ้านมาเค้าก็เล่านู่นเล่านี่ให้พ่อฟัง เราเลยเสนอให้พี่พีคพาแกมา แล้วพ่อก็อยากเจอด้วย วันนี้แกเลยมาที่นี่ไง" เพลิงยืนฟังที่แก้มบอกพลางพยักหน้าตอบกลับ แก้มยิ้มมองอย่างอารมณ์ดีรอเพลิงคุยกับแก้มต่อ แต่ทว่ายังไม่ทันได้คุยกัน เสียงเดือดปุดๆจากหม้อข้างหลัง ทำให้เพลิงกับแก้มหันไปสนใจ ก่อนจะเบิกตากว้างขึ้นเมื่อเห็นแกงในหม้อทะลักเดือนกระจายออกมา 

"ว๊าย! คุยเพลินลืมดูไปเลยว่าต้มแกงไว้อยู่" แก้มร้องโวยรีบวิ่งไปปิดแก๊ส แต่ทว่าน้ำมันเดือดจนกระเด็น ทำเอาคนสองคนหลบแทบไม่ทัน ก่อนที่เพลิงจะรีบหยิบฝาวิ่งฝ่าดงน้ำแกงเข้าไป ความวุ่นวายอลมานอยู่ในครัวสักพัก ทั้งแก้มทั้งเพลิงวุ่นกับหม้อแกงกันก่อนที่ทุกอย่างจะหยุดลงได้ ทั้งคู่ยืนข้างกันพลางปาดเหงื่อที่หน้าด้วยหน้าตื่นๆ แต่เมื่อหันมามองหน้ากัน สภาพหน้าแต่ละคนทำให้ต่างคนต่างหลุดขำกันออกมา  

"ฮ่าๆๆ หน้าอย่างตลกอ่ะเพลิง"  

"แกก็ไม่ต่างกันหรอก หึหึ พอๆ อย่ามาชวนคุยแบบนี้อีกนะเว้ย หม้อกระเด็นมาบรรลัยแน่"  

"บันเทิงน่ะสิ คงจะวิ่งวุ่นกันทั้งบ้านอ่ะถ้าแบบนั้น ฮาๆๆ" 

"ผีโพลเตอร์ไกสท์แน่ๆ ทำบุญด่วน"  

ทั้งคู่ต่างหัวเราะคิกคักกันดังลั่นจนคนที่นั่งอยู่ด้านนอกได้ยิน พีคหันมามองพ่อแต่พ่อกลับไหวไหล่ยกยิ้มอ่านหนังสือในมือเหมือนไม่ได้ใส่ใจ พลางยิ้มขำนิดๆกับความเฮฮาของหนุ่มสาวบวกกับเสียงที่โวยวายกันก่อนหน้านี้ในครัว และก็ไม่นานนักกว่าจะทำกับข้าวเสร็จ แก้มเดินถือจานมาวางไว้บนโต๊ะ ตามด้วยเพลิงที่เดินเข้าเดินออกเอาจานกับข้าวมาวางสมทบด้วยเช่นกัน ผู้ใหญ่สองคนเดินเข้ามาที่โต๊ะก่อนจะนั่งลงรอให้แก้มตักข้าวใส่จานเสร็จ เพลิงลงมานั่งข้างพีคพลางยิ้มนิดๆเพราะบรรยากาศบนโต๊ะอาหารรูปร่างทรงกลมไม่ใหญ่กลับดูอบอุ่นเป็นพิเศษ ต่างจากที่บ้านของเขาอย่างสิ้นเชิง 

"นั่งกันครบแล้วเนอะ กินกันเลยลูก ดึกกว่านี้เดี๋ยวมีคนบ่นว่าอ้วน" พ่อของพีคพูดบอกให้ทุกคนกินข้าวได้ แต่ก็ไม่วายแซวลูกสาวซึ่งแก้มหันมาตีหน้างอใส่ก่อนจะยิ้มให้อย่างตลก ตอนนี้ต่างคนต่างกินข้าวบนโต๊ะพร้อมด้วยคุยกันอย่างรื่นเริง เพราะมีพ่อกับแก้มเนี่ยแหละเป็นตัวคุย ส่วนพีคก็มีคุยบ้างเป็นครั้งเป็นคราว 

"อันนี้เพลิงทำคนเดียวหมดเลยหรอลูก" พ่อพีคถามขึ้น เพลิงหยุดกินแล้วหันมาคุยด้วย 

"ครับ"  

"อร่อยมาก ถูกปากพ่อซะแล้วสิ"  

"ขอบคุณครับ" เพลิงยิ้มตอบอย่างดีใจ  

"พีคนี่โชคดีนะ ได้แฟนเหมือนแม่เลย เพราะแม่เค้าเป็นคนชอบทำอาหารเหมือนกัน เนี่ยน้า ตอนมันมานั่งเล่าให้พ่อฟังว่าได้คนทำอาหารอร่อยเหมือนแม่ น้ำเสียงมันดูดีใจมากๆเลยแหละลูก" คำพูดของพ่อทำให้เพลิงหันไปมองคนข้างๆที่กำลังส่งสายตาคาดโทษไปที่พ่อตัวเองอยูู่ ก่อนที่พีคจะหันมามองเพลิงกลับเมื่อรู้ตัวว่าถูกมอง 

"ผิดหรือไงที่ชอบคนเหมือนแม่" พีคหันมาตีหน้านิ่งใส่ เพลิงยิ้มขำเพราะคาดไม่ถึงว่าพีคจะชอบคนทำอาหารเป็น..เหมือนแม่ 

"ก็ไม่ได้ว่าอะไรหนิ" เพลิงยิ้มตอบ 

"ฮ่าๆ เอาจริงพ่อมีเรื่องเผาพีคอีกเยอะเลยนะเพลิง เห็นขี้เก๊กๆอย่างนี้ สมัยก่อนมันโก๊ะมากเลยนะ แถมยังเป็นเด็กเต้นงานโรงเรียนอนุบาลอีก อะไรนะๆ ..เรื่องมันช่างน่าอาย น่าอ๊ายย ยั๊ยอิยัย.." (น่าอาย-รอยัลสไปรท์) 

"พ่อ! พอเลย กินข้าว ไม่ใช่เวลามาเผาลูก" พีครีบพูดห้ามพ่อ แก้มหัวเราะขำก๊ากขึ้นมาเมื่อนึกถึงรูปพีคแต่งหญิงเต้นในอัลบั้ม ก่อนจะแวปไปเอารูปที่ว่าในห้องของตัวเอง เพลิงนั่งฟังสองพ่อลูกเถียงกันอย่างขำๆที่อีกคนสนุก อีกคนโครตอาย ไม่นานแก้มก็เดินย่องมาหาเพลิงพร้อมโชว์รูปที่ว่าให้ดู เพลิงนั่งดูเด็กตุ๊ดหัวโปกตรงหน้าที่กำลังแต่งหญิงยืนเต้นอยู่บนเวที เพลิงหันไปถามแก้มทางสายตาซึ่งแก้มก็พยักหน้าตอบก่อนที่เพลิงจะหลุดขำก๊ากตามแก้ม เพราะไม่คิดว่าวันนี้จะได้เห็นเรื่องน่าอายที่สุดของพีค 

"เฮ้ย! แก้มเอาอะไรให้มันดู" พีคหันไปถามอย่างรวดเร็ว แต่แก้มไม่ตอบก่อนซ่อนรูปแล้ววิ่งหนีพีคไปจากโต๊ะ คนพี่รีบวิ่งตามไปเอารูปที่คาดว่าคงจะเป็นรูปเพลงที่พ่อร้อง เพลิงหัวเราะขำอย่างตลก ก่อนจะหยุดลงเมื่อพ่อหันมามอง 

"พ่อดีใจนะที่เรามาคบกับพีคน่ะ" พ่อเริ่มพูด 

"คุณอาไม่ว่าหรอครับ เรื่องที่พีคมีแฟนเป็นผู้ชาย" เพลิงถาม 

"เรียกพ่อก็ได้ คนกันเองเนอะ ..พ่อไม่คิดอะไรหรอกลูก อยู่ญี่ปุ่นนักเรียนที่พ่อสอนก็คบเพศเดียวกันกันเยอะแยะ อีกอย่าง พีคมันไม่รักคนอื่นหรอกนอกจากครอบครัว แต่พอพ่อรู้ว่าพีคมีแฟนพ่อนี่ดีใจเหมือนยกภูเขาออกจากอกเลยแหละ เพราะพ่อคิดว่าพีคคงไม่คบใครแล้วซะอีก แต่เมื่อมีแล้ว จะเป็นใครพ่อไม่ว่าหรอกขอแค่เป็นคนดีก็พอ" น้ำเสียงนุ่มนวลทำให้เพลิงผุดยิ้มอีกครั้ง ครอบครัวพีคถึงจะเป็นครอบครัวเล็กๆไม่ได้อยู่ด้วยกันตลอด แต่เพลิงกลับรู้สึกว่ามันช่างอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก 

"ขอบคุณนะครับที่ยอมรับผม" เพลิงพูดบอกเสียงอ่อน 

"คบกับพีคมันแล้วก็ดูแลกันให้ดีล่ะ ถึงมันจะบ้าบิ่น ขี้โมโห กวนประสาทไปบ้าง แต่ลูกพ่อคนนี้ดูแลคนเก่งนะ ดูอย่างแก้มสิ พีคเลี้ยงขึ้นมาเองกับมือเลย" ไม่ต้องบอกเพลิงก็พอจะรู้ว่าพีคเป็นแบบไหน เพลิงคุยกับพ่อพีคอยู่สักพักอย่างเป็นกันเอง ก่อนที่อีกสองคนที่วิ่งไล่กันอยู่กลับมากินข้าวต่อ บรรยากาศรอบโต๊ะกับมาเฮฮาตามเดิม ทั้งสี่คนอยู่คุยจนกินข้าวเสร็จ เพลิงกับแก้มเข้าไปช่วยกันเก็บจานไปล้าง ส่วนพ่อก็กลับไปอ่านหนังสือต่อที่เดิม ไม่นานแก้มก็แยกตัวขึ้นบ้านไปทิ้งให้เพลิงอยู่ข้างล่างกับพ่อ เพลิงถามหาพีคจากพ่อก่อนจะเดินออกไปสนามเล็กหน้าบ้าน เพราะพ่อบอกว่าพีคมาเอาของที่รถ เพลิงลงมายืนรอก่อนจะเห็นว่าพีคกำลังเดินซ่อนอะไรไว้ด้านหลังมาหาเขา เพลิงชะเง้อมองอย่างสงสัย แต่ดูเหมือนว่าพีคจะหลบไม่ให้ดู ก่อนจะถูกพีคพานั่งที่โต๊ะม้านั่งหน้าบ้าน 

"ซ่อนอะไรไว้" เพลิงถาม  

"เดี๋ยวก็รู้ แต่ตอนนี้ยังไม่ให้ดู" พีคบอกปฎิเสธพลางวางของสิ่งนั้นไว้ด้านหลัง 

"อะไรของมึง แล้วนี่จะอยู่ค้างที่นี่หรอวะ" เพลิงถามอีกรอบ 

"อยู่อะไรล่ะ ห้องนอนกูยกให้ป้าไปแล้ว ก็กลับคืนนี้นั้นแหละแค่พามึงมานั่งเล่นเจอพ่อกูก่อน เป็นไง ใจดีใช่มั้ย" พีคยกยิ้มเมื่อถามกลับถึงเรื่องพ่อตัวเอง 

"ใจดีจนแอบคิดว่าตกลงนั้นพ่อมึงจริงๆหรือเปล่าวะ" เพลิงแกล้งเลิกคิ้วสงสัย ก่อนจะถูกนิ้วหนาๆกดจิ้มเข้าระหว่างหัวคิ้ว 

"ตาถั่วขนาดไหนมองแวบเดียวก็รู้แล้วมั้ยว่าพ่อลูกกัน หน้าคล้ายกันขนาดนั้นน่ะ" พีคว่าอย่างไม่จริงจัง ก่อนจะยิ้มเอนหลังพิงขอบโต๊ะเอาไว้ 

"ฮ่าๆ หยอกเล่นหรอก แล้วเรื่องคดีว่าไงบ้าง มึงโอเคอยู่นะ?" เพลิงกลับมาถามเรื่องที่ยังค้างคาอย่างเป็นห่วง พีคเหลือบมองก่อนขยับตัวนั่งหลังตรงหันไปหา 

"รอศาลเรียกน่ะ ส่วนโอเคหรือไม่ ถ้ามึงกอดกูมันจะทำให้กูรู้สึกดีมาก" พีคยิ้มกริ่มติดทะเล้นนิดๆ จนเพลิงถึงกับหรี่ตามองเหมือนเตือนทางสายตา 

"นี่บ้านพ่อมึง" เพลิงว่า 

"แค่กอด ไม่ได้จับมึงกดซะหน่อย เร็วดิ กูอยากโดนมึงกอดแล้วเนี่ย" พีคพูดพร้อมอ้าแขนรอรับกอดจากเพลิง แต่ดูเหมือนว่ารอบนี้จะถูกอีกฝ่ายตอบรับเร็วกว่าทุกที เพราะเพลิงขยับพรวดเข้ามากอดพีคอย่างไม่ลังเลพลางซุกหน้าลงกับบ่าอย่างคิดถึง พีคโอบกระชับอ้อมกอดแน่นด้วยความรู้สึกไม่แพ้กัน "ไม่ได้กอดกันนานแล้วน้า คิดถึงกลิ่นมึงจัง" 

"เป็นหมาหรือไง" เพลิงว่าเสียงอู้อี้ 

"มั้ง ได้กลิ่นมึงอยากกดมึงชะมัด"  

"ไอ้พีค" 

"ไม่ได้หรือไง" พีคถามเสียงอ้อน เพลิงเงียบชะงักพร้อมใจเต้นแรงจนพีครู้สึกได้ พีคยิ้มกริ่มเพราะพอจะเดาได้แล้วว่าคำตอบคือะไร "ไม่ตอบแสดงว่าตกลง?" 

"แล้วจำเป็นต้องปฏิเสธด้วยหรือไง" ไม่ใช่แค่พีคแล้วที่หวั่นไหวกับคำพูดของอีกฝ่าย เพราะเพลิงเองก็ทำให้พีคใจเต้นไม่ต่างกัน พีคจับเพลิงดันออกห่างจากตัวพลางสบตาของอีกฝ่าย เพลิงนั่งนิ่งแอบคิดว่าพีคจะทำอะไรต่อ  

"มึงหลับตาก่อน กูมีอะไรจะให้" พีคบอกแค่นั้น เพลิงย่นคิ้วงงมองพีคอย่างไม่เข้าใจ 

"ทำไมกูต้องหลับตาด้วย" เพลิงถาม 

"กูสั่งให้หลับตา ถ้าลืมตอนที่กูยังไม่บอกกูจิ้มตาแตกนะเว้ย" พีคสั่งเสียงดุจนเพลิงต้องรีบหลับตาตามที่พีคบอก เพลิงไม่รู้ว่าพีคตั้งใจทำอะไรหรือว่าคิดแกล้งอะไร มีเพียงแค่เสียงเหมือนห่อพลาสติกยุกยิกๆอยู่ข้างๆบวกกับเสียงเหมือนจุดไฟแช็ค เพลิงขมมวดคิ้วสงสัยหนักกว่าเดิม แต่ก็ไม่ได้ลืมตาขึ้นตามที่พีคบอก ก่อนที่สักพักจะได้ยินเสียงซ่าๆใกล้ๆ ความสงสัยยิ่งหนักกว่าเดิม  

"ลืมตาได้แล้ว" เสียงของพีคพูดบอกก่อนที่เพลิงจะค่อยๆลืมตาขึ้นมา จังหวะที่ลืมตาขึ้นเป็นจังหวะที่พีคยื่นอะไรบางอย่างมาให้พอดี "แฮปปี้เบิร์ดเดย์ น้องเพลิง" 

เพลิงนิ่งอึ้งมองแสงสีขาวในมือของพีค ก่อนที่จะกลับมาหน้ามองพีคที่เผยรอยยิ้มแสนอบอุ่นมาให้ ไฟเย็น..มันคือไฟเย็นที่ถูกจุดโดยพีค แสงสีขาวเป็นประกายตรงหน้าสลับกับใบหน้าที่ชวนมองทำให้เพลิงผุดยิ้มตามอย่างช่วยไม่ได้ ไม่คิดเลยว่าพีคจะกลับมาแฮปปี้เบิร์ดเดย์เขาย้อนหลัง 

"เอา เป่าสิ เดี๋ยวมันดับก่อนนะ" พีคแกล้งพูดจนเพลิงถึงกับย่นยิ้มกลั้วขำทันที 

"มันเป่าได้ที่ไหนล่ะ บ้าป่าว" เพลิงว่า 

"งั้นเป่าปากกูก็ได้" พีคแกล้งพูดอีกรอบจนเพลิงขยับมือไปตีแขนที่ถือไฟอยู่เบาๆ 

"ขยันลากกูเข้าเรื่องนี้เหลือเกินนะ ไอ้พีค" 

"หึหึ ถึงไม่ลากแต่กลับไปเดี๋ยวมึงก็ได้กับกูอยู่ดี" พีคพูดขำ ก่อนจะปรับน้ำเสียงอ่อนลง "โทษนะ คือกูซื้อเค้กให้มึงไม่ทัน กูเลยซื้อไฟเย็นแก้ขัดไปก่อน เอาจริงมันก็สวยนะ จุดแทนพลุได้เลย พลุมินิ" 

"ไม่ซื้อเค้กน่ะดีแล้ว กูชอบแบบนี้มากกว่า พิเศษดี" เพลิงตอบอย่างอารมณ์ดีพร้อมสายตาที่มองไฟเย็นที่ดับไปแล้วอย่างอ่อนโยน  

"พิเศษงั้นหรอ ทำไมมันถึงพิเศษทั้งๆที่มันก็แค่ไฟเย็น" พีคแกล้งถาม เพลิงกลับมาสบตาพีคต่อเหมือนเดิมก่อนจะฉีกยิ้มกว้างจนตาหยี่ 

"ก็เพราะมึงเป็นคนแรกที่หามาให้กูดูในวันเกิดไง มันถึงพิเศษที่สุด แม้มันจะเป็นเพียงแค่ไฟเย็น" คำพูดที่ออกมาจากความรู้สึกข้างใน ทำให้พีคยิ้มกลับอย่างดีใจ 

"งั้นมึงที่เป็นแค่น้องเพลิง ก็พิเศษสำหรับกูเหมือนกันน่ะสิ จริงมั้ย" พีคเอื้อมมือขึ้นมาวางหัวพลางลูบเส้นผมเพลิงเบาๆอย่างอ่อนโยน เขาไม่เคยคิดเลยว่าวันนี้ตัวเองจะมาตกหลุมรักคนคนนี้ได้ เพลิงลดยิ้มที่กว้างลงแล้วกลับมายิ้มธรรมดาให้ ก่อนจะยกมือเอื้อมไปวางบนเส้นผมของพีคเหมือนกัน พีคเลิกคิ้วมองเพราะเป็นครั้งแรกที่เพลิงกล้าเอามือมาวางไปแบบนี้ แต่ถึงอย่างนั้น พีคก็เข้าใจดีเลยว่ามันรู้สึกดีขนาดไหน 

"มึงอาจจะไม่เคยได้ยินกูพูดกับมึงตรงๆนะ เพราะงั้น..ขอบคุณมึงมากที่วันนี้มึงยอมเลือกกูเป็นคนของมึง ขอบคุณนะ..ที่ยอมเป็นน้ำคอยหยดลงหินที่ครั้งนึงเคยไม่รู้ตัวมาก่อน ขอบคุณนะที่คอยดูแลกูอยู่ตลอก แม้มึงมันจะร้ายก็ตาม..." พีครอลุ้นมองเพลิงที่เงียบไปสักพัก แม้ว่าตัวจะนิ่ง แต่ความรอลุ้นกับสิ่งที่จะได้ยินแทบทำให้พีคเกือบหยุดหายใจ ความคาดหวังจากคำตอบ 

"กูรักมึงนะ นายพชร" คำสารภาพที่ได้ทำพีคหลุดยิ้มขำอย่างดีใจและไม่คิดว่าเพลิงจะจำชื่อเขาได้ด้วย ก่อนจะฉีกยิ้มกว้างกว่าทุกทีพร้อมเขยิบหน้าเข้าไปใกล้พร้อมย้ายมือจับแก้มข้างนึงของเพลิงเอาไว้ 

"หึหึ กูก็รักมึงครับ น้องพระเพลิง" 

* 

* 

"เออ ไอ้พีค ..กูลืมนัดตัดไหมวันนี้ว่ะ" 

 

[THE END] 

**************************************************** 

 

จบแล้วเจ้าค่ะ มันจบแล้ววววว  

กราบขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านด้วยนะคะ  

ส่วนนิยายเรื่องนี้ไรท์ได้จับเอาไปทำหนังสือนิยายธีสิสโปรเจคจบ 

อาจจะปีหน้าที่ได้ออกรูปเล่มเลย ตอนนี้ปั่นปกกับภาพประกอบอยู่นะคะ 

** นิยายเรื่องที่สองกับตอนพิเศษมาก่อนสิ้นเดือนแน่นอนค่ะ ฝากติดตามด้วยนะคะ** 

**ส่วนแพลนแต่งอิพี่แทน กำลังคิดอยู่ค่ะว่าแต่งดีมั้ย** 

#เจ้าชิบะ 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น