ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

P.special [ฟิวส์ & ข้าวปั้น] Part 1

ชื่อตอน : P.special [ฟิวส์ & ข้าวปั้น] Part 1

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 526

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ส.ค. 2563 02:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
P.special [ฟิวส์ & ข้าวปั้น] Part 1
แบบอักษร

 [ฟิวส์ & ข้าวปั้น]

-เหตุการณ์ P.6-7-

“ไอ้คนเฮงซวยเอ้ย!!” ตะคอกใส่โทรศัพท์อย่างดังด้วยความโมโห ก่อนจะโยนทิ้งลงเตียง แม่งงง พึ่งสอบเสร็จแท้ๆ แทนที่จะได้คลายเครียดดันต้องมาเครียดเรื่องไม่เป็นเรื่องเพิ่มอีก

อ่อ ผมชื่อข้าวปั้นครับ เรียนทันตะ ปี1 เป็นเพื่อนโอโซน แล้วไอ้ที่ตะโกนด่าเมื่อกี้อะ แฟนผมเองครับ เขาชื่อฟิวส์เรียนวิทย์กีฬาปี 3

เราทะเลาะกันนิดหน่อยครับ ..จริงๆก็ไม่นิดอะ ก็ไอ้พี่ฟิวส์อะดิ มันโกหกผมอะ โกหกคำโตเลยด้วย! คิดว่าผมโง่หรือไงวะ ผมกินข้าวนะ ไม่ได้กินหญ้า! เออ!! เอาแต่บ่นเนี่ย คนอ่านไม่รู้เรื่องกันพอดี เดี๋ยวผมจะเล่าความตอแหลของมันให้ฟังนะ

คืองี้...

 

4 วันก่อน

“ฮัลโหลพี่ฟิวส์ พี่เลิกเวลาเดิมปะ ปั้นอยากไปกินขนมอะ พาไปหน่อยยยยยยยย” ผมว่าหลังจากพี่พึ่งต่อสายถึงแฟนสุดที่รักกกก

(อ่า...เย็นนี้มีเรียนที่ยิมน่ะ เลิกดึกหน่อย กลับก่อนเลย)

ยิ้มบนใบหน้าหุบลงทันทีเมื่อทุกอย่างไม่เป็นดังใจ...งุ้ย อะไรว้า

“หรอ...แล้วพี่ว่างวันไหนอ่า” ผมว่าออกไป ยังไงผมก็ยังอยากไปกินขนมกับเขาอยู่ดีนี่ รอก็ได้

(พรุ่งนี้ มั้ง เดี๋ยวดูก่อน แค่นี้ก่อนนะ อาจารย์เข้าแล้ว)

“ตะ..”

ตู้ด ตู้ด

วางไปแล้ว...จะรีบอะไรขนาดนั้นวะ ผมยังไม่ทันได้บอกให้ตั้งใจเรียนเลย โธ่ คนบ้า!

 

3 วันก่อน

ผมกำลังนั่งรอพี่ฟิวส์อยู่หน้าคณะวิทย์กีฬา นี่ผมอุตส่าห์ลงทุนวิ่งมาจากคณะทันตะเลยนะเว้ยย (ถึงมันจะไม่ไกลกันมากก็เถอะ)

กะมาเซอร์ไพร์สเลยนะเนี่ย ก็เลยไม่ได้ไลน์บอก...จริงๆไลน์ไปแล้วล่ะ แต่เขาไม่อ่านก็เลยยกเลิกข้อความ..

..ความรักของผมอาจจะดูไม่หวานนะครับ..ก็ไม่หวานจริงๆนะแหละ แต่เรารักกันดีนะ! พี่ฟิวส์มันก็เป็นคนอย่างนี้แหละครับ ไม่ค่อยจะพูด ไม่ค่อยจะแสดงออกต่อหน้าคนอื่นสักเท่าไร

จริงๆผมกับพี่ฟิวส์เราเป็นแฟนกันมาตั้งแต่สมัยมัธยมแล้วครับ อิพี่มันก็นิสัยอย่างนี้ไม่เคยจะเปลี่ยนแปลงหรอก..อ่อ อาจจะเปลี่ยนนิดนึงตรงที่ใจดีกับผมมากกว่าเมื่อก่อน

เมื่อไรจะมาน้า

ผมนั่งมองนู่นมองนี่ไปเรื่อยเปื่อย เพื่อรอเขาแต่แล้วสายตาเจ้ากรรมก็ดันไปเห็นอะไรบางอย่างเข้า

ถึงกับต้องเบิกตากว้างกับสิ่งที่เห็น ก่อนจะรีบมุดหลบใต้โต๊ะเมื่อสายตาของคนที่ผมกำลังมองอยู่หันมา..อะไรน่ะ พี่ฟิวส์? กับผู้หญิงเนี่ยนะ!!

...เดี๋ยวนะ แล้วผมจะหลบทำไมวะ

สองคนนั้นคุยอะไรกันสักอย่าง..แล้วทำไมถึงต้องดูกระหนุ๋งกระหนิ๋งขนาดนั้นด้วยเล่า!! ยัยลูกครึ่งนั่นเป็นใครกันนะ อย่าให้ผมรู้นะ ว่าพี่นอกใจผมอะ พ่อจะฟาดให้

ไหนไลน์ไปถามดิ๊ ว่าทำไรอยู่ ดูซิจะโกหกผมว่าอะไร

ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วไลน์ไปหาพี่ฟิวส์ ซึ่งพอคนตรงหน้ารับรู้ถึงการสั่นของโทรศัพท์ เขาก็ยกมันขึ้นมาดู...แล้วก็เก็บ...เดี๋ยวนะ..เดี๋ยว! พี่ควรจะตอบสิวะ ไม่ใช่เก็บ แม่งๆๆ ก็รู้อยู่หรอกนะว่าปกติก็ตอบไลน์ช้า แต่ไม่คิดเลยว่าการตอบไลน์ช้าของเขาคือการเห็นแล้วแต่ไม่ตอบอะ!

.

.

ผมกลับมาที่ห้องด้วยความหงุดหงิด ขนมก็ไม่ได้กินแล้วยังต้องไปเห็นบ้าเห็นบออะไรอีกไม่รู้! ถ้าคืนนี้เขาไม่โทรมาอธิบายล่ะก็ ผมไม่ยอมจริงๆด้วย!!

“เป็นอะไร ดูเครียดๆ” เสียงของโอโซนดังขึ้น ทำให้ผมที่กำลังนอนหมดอาลัยตายอยากอยู่บนเตียงต้องพลิกตัวขึ้นมา

“ฉันเห็นพี่ฟิวส์เดินกับผู้หญิง!” ผมว่าออกไป

“แล้ว?” โอโซนก็ตอบกลับมาอย่างงงๆ อึนๆ ตามสไตล์มันน่ะแหละ ..แล้วก็อะไร ก็แค่นี้อะแหละ

“ฉันว่า เขาต้องนอกใจฉันแน่เลย”

“บ้าหรอ แค่เดินกับผู้หญิงเองคิดมากไปได้”

....คำพูดโอโซนทำผมฉุกคิด นั่นสิ หรือผมคิดมากไปวะ

(เสียงโทรศัพท์)

เมื่อผมเห็นชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอก็ขอตัวจากโอโซนแล้วเดินออกมาที่ระเบียงเพื่อกดรับสาย

ก็เป็นคนที่ผมคาดโทษไว้น่ะแหละ!

(โทษที ตอนเย็นยุ่งๆ) เปิดฉากมาพร้อมกับคำแก้ตัว ยุ่งกับผีอะดิ! เดินอยู่กับผู้หญิงสบายใจเฉิบแท้ๆ

“ครับ” บอกเลย ข้าวปั้นงอนมาก งอนมากๆ จะไม่คุยด้วยแล้ว!...2 นาที..นานกว่านั้นทนไม่ไหว TT

(เป็นอะไร โกรธฉันหรือไง) เขาว่าอย่างคาดเดา แน่นอนสิปกติผมกับเขาโทรคุยกันทุกวัน แล้วผมก็พูดเยอะจะตาย อเลิร์ทที่สุดอะ การตอบคำเดียวแบบนี้จะไม่มีทางเกิดขึ้นถ้าผมไม่โดนผีสิงหรือน้อยใจอะ

“ไม่ได้โกรธ แล้วตอนเย็นทำอะไรล่ะครับ ถึงได้ยุ่งน่ะ” น้ำเสียงผมนี่ประชดประชันที่สุดในสามโลกแล้ว บอกเลย

(หึ โกรธอยู่ไม่ใช่หรือไง ก็ไม่ได้ทำอะไรเป็นพิเศษหรอก เคลียร์งานน่ะ) ...กล้าเคลียร์งาน?? แหมมมมมมม เดินอยู่หน้าคณะทนโธ่ขนาดนั้น กล้าเคลียร์งาน??

“อ้อ...หรอครับ ถ้าพี่ไม่มีอะไรจะบอก งั้นแค่นี้นะครับ วันนี้ง่วงมาก ต้องการพักผ่อน” ผมว่าด้วยน้ำเสียงประชดประชันเหมือนเดิม แม้ใจจริงจะไม่อยากวางเลยก็เถอะ รั้งสิ! รั้งผมไว้เส้!!

(เดี๋ยว เป็นอะไรของนายข้าวปั้น มีอะไรก็พูด) อยู่ๆ ปลายสายก็เข้าโหมดจริงจัง...แงง เหมือนเขาจะโกรธเลย..เดี๋ยว? แล้วทำไมผมจะต้องไปกังวลว่าเขาจะโกรธด้วยวะ ผมไม่ใช่หรอที่ควรโกรธ??

“ป่าวครับ แค่ง่วง” ผมว่า ง่วงอะไรล่ะ ตาสว่างสุดเลยตอนนี้อะ พี่น่ะแหละ มีอะไรก็พูดด ต้องการฟังความจริงเว้ยยย ความจริงอะ เล่ามาเดี๋ยวนี้ มีอะไรจะสารภาพก็พูดมา!

(งั้นหรอ งั้นพรุ่งนี้มานอนห้องฉันนะ)

ไม่แปลกหรอกที่เขาจะชวน ปกติผมก็สิงห้องเขาเป็นชีวิตประจำวันอยู่แล้ว ยกเว้นช่วงที่สอบ เพราะถ้าอยู่ล่ะก็ไม่ได้อ่านหนังสือกันพอดี

“มีสอบครับ แค่นี้นะ ฝันดี” พูดจบผมก็วางสายทันที เรื่องสอบไม่ได้ตอแหลครับมีจริงๆ แต่อีก 3 วันข้างหน้าอะนะ แล้วที่ไม่ไปห้องเขาเพราะผมงอน งอนมากด้วย แม่ง!

ถ้าเขาแค่เดินกับผู้หญิงอะ ผมจะไม่คิดมากเลย แต่นี้ถ้าบริสุทธิ์ใจจริง เขาจะโกหกผมทำไมวะ!

 

2 วันก่อน

ผมมาทำอะไรที่คณะวิทย์กีฬาวะ..แม่งๆๆๆ ก็เรื่องพี่ฟิวส์มันคาใจผมอะ ผมต้องรู้ให้ได้เลยว่าผู้หญิงคนนั้นมันเป็นใคร!

“อ้าวว น้องข้าวปั้น ทำไมมาอยู่นี่อะ” เสียงทักทายของใครสักคนดังขึ้น พอผมหันไปมองก็พบกับผู้ชายหัวแดงที่คาดว่าน่าจะเป็นเพื่อนสักคนของพี่ฟิวส์น่ะแหละ สารภาพเลยว่าผมจำชื่อเขาไม่ได้…แทน..ทิว ..โทน ...หรือ ทายวะ สักอันอะะ ท. ทหารเนี่ยแหละ

“อ่า..ผมมาหาพี่ฟิวส์น่ะครับ” จริงๆมาแอบดูอะนะ

“ไอ้ฟิวส์อะนะ เห็นมันรีบร้อนออกไปตั้งนานแล้วนะ ตั้งแต่เลิกอะ มันไม่ได้ไปหาน้องข้าวปั้นหรอ..เอ.สงสัยจะมีธุระมั้ง” !! ออกไปตั้งนานแล้ว? เดี๋ยวนะ นี่เขาไปไหน ..ไม่ได้ไปหาผมแน่ๆอะ ไม่งั้นเขาก็ต้องโทรมาแล้วสิ

“เออ..พี่..”

“กาย” ท.ทหารไหมล่ะ ไหนคือความใกล้เคียงวะ ผมขอโทษนะที่จำชื่อพี่ไม่ได้ TT

“อ่า พี่กาย คือ ช่วงนี้..มีผู้หญิงเข้ามาติดพี่ฟิวส์หรือเปล่าครับ” ล้วงความลับจากเพื่อนเนี่ยแหละดีที่สุดแล้ว ยังไงเรียนคณะเดียวกัน เซคเดียวกันก็ต้องรู้อะไรบ้างแหละ

“อืม..มันก็มีเป็นปกติอยู่แล้วอะ น้องก็รู้ว่าแฟนน้องมันทั้งหล่อทั้งเท่ แถมเป็นนักกีฬามหาลัยอีก” ก็พอจะรู้อะนะว่าเขาฮอต..

“อ่า...ผมหมายถึงที่พี่ฟิวส์เขา..เล่นด้วยน่ะครับ”

“!? นี่น้องคิดว่ามันนอกใจน้องหรอ ฮ่าๆๆ อย่างไอ้ฟิวส์อะนะ ไม่มีหรอก มันรักน้องจะตาย คิดดูนะ แค่พวกพี่ชมน้องว่าน่ารักอะมันยังทำหน้าเหมือนจะต่อยพวกพี่เลย อีกอย่างน้องก็รู้ว่ามันสนใจใครง่ายๆที่ไหน”

อ่านะ..เรื่องนี้ผมน่ะ รู้ดีที่สุดเลย ว่าเขาสนใจคนโคตรยาก โลกส่วนตัวก็โคตรพ่อโคตรแม่จะสูง แต่ใจคนเรามันก็เปลี่ยนกันได้ปะวะ...แล้วถ้าเขาไม่ได้นอกใจผมแล้ว..ผู้หญิงคนนั้นเป็นใครกันเล่า

.

กลับหอมาอย่างคอตก เรื่องพี่ฟิวส์แม่งกวนใจจนไม่เป็นอันจะทำอะไรแล้วเนี่ย หรือผมควรถามให้รู้แล้วรู้รอดกันไปเลยวะ..รอเขาโทรมาแล้วกัน..

.

(เสียงโทรศัพท์)

“ฮัลโหล” ผมกดรับสายแล้วกอกเสียงลงไป

(เป็นอะไรอีก เสียงแปลกๆ) ..เขาเป็นคนฉลาด เรื่องนี้ผมรู้ดี แต่ทำไมถึงดูไม่ออกวะว่าผมต้องการอะไร!!

“พี่ฟิวส์...มีอะไรจะบอกปั้นไหม” ไม่รู้ว่าตัวเองดึงดราม่าหรือเปล่า แต่รู้ว่าเสียงผมนี่โคตรหดหู่อะ

(…อยากรู้อะไรล่ะ)

“...ไม่มีอะไรหรอก นี่..ถามอะไรหน่อยสิ” ถ้าเขาไม่คิดว่ามันสำคัญที่จะต้องบอกผม...มันก็คงไม่ใช่เรื่องสำคัญล่ะนะ

(…)

“พี่รักปั้นมั้ย” บางทีคำบอกรักจากเขาอาจจะทำให้ผมร่าเริงขึ้น

(ถามอะไรโง่ๆ นายก็รู้คำตอบดีอยู่แล้ว) ...แต่ผมไม่แน่ใจนี่ พี่ทำตัวแปลกๆ

“แต่ปั้นอยากได้ยินจากปากพี่..บอกปั้นสิ”

(เป็นอะไรของนายเนี่ย ข้าวปั้น)

“บอกปั้นสิ นะ นะ แค่พูดเอง” เพราะถ้าเขาไม่พูดผมจะร้องไห้จริงๆนะ TT

(....เออๆ ฉันรักนาย พอใจหรือยัง)

คำพูดของเขาทำให้ใบหน้าที่หม่นมองมาสองวันของผมสดใสขึ้นมาในพริบตา โอเค! ผมเชื่อเขา! ผู้หญิงคนนั้นน่าจะแค่เพื่อนล่ะน่า

 

เมื่อวาน

(ฮัลโหล ข้าวปั้น ขอโทษทีพอดีฉันติดธุระนิดหน่อย คงไปรับไม่ได้แล้วนะ)

“อ่า..ครับ ไม่เป็นไร”

ผมพึ่งกดวางสายจากผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแฟนผมไปเมื่อกี้.. น้ำตาแทบไหล บ้าบอ! ถึงเขาจะปฏิเสธผมบ่อยครั้ง แต่นี้เป็นครั้งแรกเลยนะที่เขาปฏิเสธผมหลังจากที่เราคบกันอะ แม่งๆ ธุระอะไรวะ มันจะสำคัญกว่าผมเลยหรอ #ใจเย็นนะลูก..

ยอมรักก็ได้ว่าตัวเองงี่เง่า แต่ช่วงนี้พี่ฟิววส์ทำตัวแปลกๆจริงๆนี่ ทั้งเรื่องผู้หญิงคนนั้น แล้วก็ที่ชอบโกหกด้วย ทั้งๆที่ปกติเขาไม่เคยโกหกด้วยซ้ำ...

ถึงเมื่อวานเขาจะบอกรักยืนยันแล้วก็เถอะ...แต่ผมหยุดคิดไม่ได้ โว้ยยย ถ้าวันนี้เขามารับผมตามสัญญานะ สติผมก็คงจะไม่เตลิดเปิดเปิงขนาดนี้หรอก!

“ปั้น มึงเลิกกับพี่ฟิวส์หรอ” พีท เพื่อนในเซคถามขึ้น เป็นคำถามที่อัปมงคลมาก ตบปากเดี๋ยวนี้!!

“มึงแช่งกูหรอ? ยังเว้ย แค่เขาไม่ได้มารับกู 1 อาทิตย์เอง..” พูดแล้วเศร้าว่ะ.. ก็เขาอ้างว่ายุ่งนี่ครับ ผมจะทำอะไรได้ล่ะ!

“เห้ยป่าวๆ กูไม่รู้ว่าควรบอกมึงไหม แต่เมื่อวานกูเห็นเขากินข้าวอยู่กับผู้หญิงว่ะ” !? ใจผมกระตุกวูบเลย..ไม่จริงอะ ..บ้า ข้าวปั้นมึงใจเย็นอย่าพึ่งคิดมาก...คามดาวน์

“มึงพูดจริงปะเนี่ย” ถามย้ำอีกรอบเผื่อตัวเองได้ยินอะไรผิดพลาด

“เออดิ กูจะหลอกมึงทำไม คือกูก็ไม่ได้อยากให้มึงทะเลาะกับพี่เขาหรอกนะ แต่กูก็ไม่ได้อยากให้มึงโดนเขาหลอก อะนี่รูป” ....ถ้าผมจะโดนเขาหลอก ค่าโง่ผมก็ 2 ปีครึ่งอะครับ

แต่ไม่มีทางอะ ..เขาไม่ใช่คนแบบนั้นสักหน่อย..

ยัยลูกครึ่งนี้อีกแล้ว...

ผมจ้องมองรูปในมือถือ มันเป็นรูปของพี่ฟิวส์จริงๆครับ..แถมเขายังอยู่ในร้านอาหารญี่ปุ่นกับยัยลูกครึ่งคนเดิม เพิ่มเติมคือฉากที่ถ่ายแม่งบาดใจผม กรีดลึกมากด้วย มันคือฉากคีบซูชิให้อะครับ...ฉากคุ้นๆเนอะ...เหมือนตอนผมไปกินกับเขาเลย

“...” สมองประมวลผลช้าลง 90 เปอร์เซ็นต์ ผมไม่รู้ว่าควรรู้สึกยังไงหรือทำอะไรต่อ...หรือที่วันนี้เขาเบี้ยวนัดผมเพราะยัยนี้

“เชี่ย ปั้นมึงใจเย็น อย่าพึ่งสติหลุด บางทีอาจจะเป็นเพื่อน” ขอบใจสำหรับคำปลอบใจ...แต่ผมไม่ได้โง่

“เพื่อนพ่อมึงเขาไปกินข้าวกันสองคนหรอ!!”

.

.

รู้สึกผิดถึงขนาดต้องไลน์ไปขอโทษไอ้พีท เพราะเมื่อเย็นผมหยาบคายใส่มันเสร็จก็เดินออกมาเลย ...ขอโทษนะเพื่อนพีทอารมณ์มันพาไป โชคดีที่มันไม่ได้ถือสาอะไร

 

วันนี้

โทรศัพท์ผมยังอยู่ดีใช่ไหม?

เปิดเครื่องมากับความสงสัยและเป็นห่วง.....64 มิสคอล?? พี่เขาดูมีความพยายามในการโทรหาผมเนอะ..แต่มันน้อยกว่าสมัย ม.ปลายอะ ....

ผมจ้องมองมิสคอลที่เห็นบนหน้าจอโทรศัพท์ด้วยความรู้สึกปนกันหลายๆอย่าง แน่นอนครับว่ามันต้องเยอะอยู่แล้วเพราะเมื่อวานผมไม่รับโทรศัพท์เขาไงเล่า ปล่อยให้โทรไปอย่างนั้นแหละ ปิดเสียง ปิดเครื่อง แล้วนอน ไม่อยากจะคุยด้วย!

อยู่ๆโฟกัสผมก็เปลี่ยนไปที่ล็อกสกีนที่เป็นรูปคู่ผมกับเขา..ที่ถ่ายที่ร้านขนม..แล้วสมองก็พลันนึกถึงรูปของยัยลูกครึ่งนั่น...แม่งๆๆๆ

โอ้โห..ไลน์ก็ไม่น้อยหน้าแฮะ ..แต่ผมยังไม่อยากคุยด้วยนี่ ถ้าไม่มาง้อผมถึงคณะล่ะก็ อย่าหวัง!

.

..

2 ชั่วโมงที่แล้ว

ไม่ได้นั่งรอเขานะ แต่แบบชูคอหาเลยล่ะ รอมาตั้งเช้า พักเที่ยง จนตอนนี้เลิกเรียนแล้วนะ ทำไมอะ ทำไมพี่เขายังไม่มาอีก หรือเรื่องของผมมันไม่สำคัญ

ตึ้งตึง

โอ๊ะ เขาไลน์มาหรือเปล่านะ

Oil: ไอ้ปั้นนน นี่แฟนมึงปะ กูมาห้างแล้วเจอ

ออย เพื่อนในกลุ่มผมไลน์มา ผมก็อ่านข้อความมันงงๆ แต่ความกระจ่างก็ตามมาเมื่อข้อความถัดมาคือรูปของคนที่ผมคุ้นเคย

..รูปของพี่ฟิวส์กับยัยลูกครึ่งคนเดิม...อีกแล้วหรอ แถมในมือพี่ฟิวส์ยังมีถุงจากร้านเสื้อผ้าอีกเกือบ 10 ใบ..แม่ง ผมยังไม่เคยให้เขาถือของให้เลยนะเว้ย...หรืออาจจะเคย..แต่ไม่เยอะขนาดนี้แน่ๆอะ

แล้วหน้าพี่ฟิวส์แม่งจำเป็นต้องยิ้มขนาดนั้นไหมอะ ปกติเขาเป็นคนยิ้มยากจะตาย แต่ทำไมกับยัยลูกครึ่งนี่ยิ้มให้ง่ายจังล่ะ..

แม่ง นี่ขนาดเมื่อวานผมไม่รับโทรศัพท์เขา วันนี้เขาก็ยังจะ...

เหมือนออยมันไม่สะใจอะครับ แม่งส่งรูปมาประมาณ 10 รูป แถมหลายมุมยังกะตั้งกล้องถ่ายละคร บวกคลิปวิดีโออีก 1 คลิปถ้วน

 

KAOPUNN: พออ เออ แฟนกูเองแหละ แล้วไง ช่างหัวมันดิ

ใจแข็งพิมพ์กลับไปอย่างนั้นแต่ใจผมนี้โคตรจะวูบไหว..พี่ฟิวส์..นอกใจผมจริงหรอ..

ไม่อยากจะเชื่อเลย..

ผมยกโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรหาเขา...ผมอยากรู้ว่าเขาอยู่ไหน เขาจะตอบผมว่าอะไร เขาจะโกหกผมอีกไหม.. ถ้าครั้งนี้เขาพูดความจริงล่ะก็..ผมอาจจะ..

 

(ฮัลโหล เมื่อวานทำไมไม่รับสายฉัน)

“พี่อยู่ไหนครับ” รับรู้เลยว่าเสียงตัวเองลอยแค่ไหน แม่ง..ทำไมถึงรู้สึกอยากร้องไห้ไว้ ฮึบสิ ฮึบๆ

(.. นายยังไม่ได้ตอบคำถะ.)

“พี่อยู่ไหน” พี่ฟิวส์กำลังจะถามกลับแต่ผมก็แทรกขึ้นก่อน ผมรู้นะว่าผมงี่เง่า..แต่..ขอร้องเถอะ..พูดความจริงกับผม

(คณะ)

หึ...คณะ..หรอ..

ไปหลอกควายนะครับ!

“ไอ้คนเฮงซวยเอ้ย!!”

จบสตอรี่

กลับมาปัจจุบัน

โมเม้นผมตอนนี้อย่างกับหนังโรแมนติกดราม่า อยู่ๆภาพความทรงจำของผมกับพี่เขาก็พรั่งพรูเขามาในหัว..แม่งๆ หยุดคิดสักที!

มองโทรศัพท์ที่ยังมีสายเรียกเข้าอย่างไม่หยุดหย่อนด้วยสายตาว่างเปล่า

ทำไมผมจะต้องเศร้าด้วยวะ ไร้สาระชิบหาย ก็แค่ผู้ชายคนหนึ่ง..ที่ผมรักมาก...ที่ผมตามจีบ..ที่ผมเชื่อใจ..ฮึก..

 

ตึ้งตึง

@ไลน์

Oil: มึงโอเคปะวะ

เสียงไลน์จากเพื่อนคนเดิม..ไม่โอเคแล้วทำอะไรได้ล่ะ..

KAOPUNN: อืม

ไม่มีอารมณ์จะตอบยาวให้หรอก ชีวิตตอนนี้มันเศร้าเกินเยียวยาแล้วจริงๆ

Oil: ไอ้ปั้นน มึงจะเศร้าทำไมเนี่ยยยย ก็แค่ผู้ชายคนเดียว หาผัวใหม่โลดดด

...พูดง่ายเนอะ..หาผัวใหม่เนี่ยนะ...

.

.

ก็น่าสนใจดี

--------------------------------------------------------

เดี๋ยว! ข้าวปั้น หนูใจเย็นก่อนนะลูกกกกกก

5555 ถามว่ามีใครเรียกร้องไหม ตอบเลยไม่มีจ้าา อยากแต่งเอง อันเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดสตอรี่ของทั้งคู่ช่วง P.6-P.7 นะคะ ก็มาขยายเรื่อนี้หน่อยย

ก็ เดี๋ยว part 2 จะตามมาน้าา ถ้าอัพครบ 2 part แล้วอยากให้ทำเรื่องนี้ก็ฝากเม้นไว้ด้วยน้า ถ้าว่างจะมาแต่งค่ะ 5555

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว