Punmile09

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะคะ

ชื่อตอน : CHAPTER S E V E N

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.5k

ความคิดเห็น : 24

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ต.ค. 2562 19:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
CHAPTER S E V E N
แบบอักษร

 

 

_________________________________ 

 

“สรุปแล้วโปรเจกต์น้ำหอมคอลเลคชั่นใหม่ที่คุณอาร์เธอร์เคยวางแพลนเอาไว้ต้นปีหน้า จะถูกเลื่อนมาเป็นช่วงปลายปีนี้นะครับ”

คนที่นั่งอยู่บริเวณหัวโต๊ะเอ่ยขึ้นมาในที่ประชุมหลังจากที่จบหัวข้องานก่อนหน้าทำเอาทุกฝ่ายหันมามองด้วยความแปลกใจ เพราะตอนนี้ทั้งงานอีเว้นท์และแฟชั่นโชว์ก็ล้นมือจนต่างฝ่ายต่างหัวหมุนไปตามกัน ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมานี้เรียกได้ว่าทางโมเดลลิ่งแทบไม่ได้หยุดพักหายใจกันเลยทีเดียว

“แต่เรายังหาคนที่จะมาเป็นพรีเซนเตอร์น้ำหอมตัวสุดท้ายไม่ได้เลยนะคะบอส”

เบต้าสาวที่ดำรงตำแหน่งฝ่ายจัดการโมเดลลิ่งแย้งขึ้นมา เพราะไม่ว่าจะส่งโปรไฟล์ของนายแบบกี่คนต่อกี่คนไปเสนอให้คุณแกเรนเลือกก็ไม่มีใครเข้าตาพอที่จะร่วมโปรเจกต์ใหญ่ชิ้นนี้ เพราะนายแบบอีกสองคนที่เป็นตัวตั้งตัวตีอยู่ตอนนี้เรียกได้ว่ามีคาแรคเตอร์ที่ไม่ซ้ำใครซ้ำยังเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงแถวหน้าของทางSMA การที่จะคัดเลือกนายแบบในสังกัดให้เข้ามาร่วมในโปรเจกต์เดียวกันนั้นจึงถือว่าเป็นงานหินพอสมควรเพราะไม่ใช่ใครก็ได้ที่จะสามารถเข้ามามีส่วนร่วม

ถึงแม้จะมีหน้าตาและรูปร่างที่ผ่านเกณฑ์ไร้ที่ติ แต่สุดท้ายก็มีคาแรคเตอร์ที่ไม่ตรงตามกับกลิ่นน้ำหอมตัวสุดท้ายเสียที ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาทุกฝ่ายก็ต่างผลักดันเด็กของตัวเองให้ได้เข้ามาร่วมในโปรเจกต์นี้แต่กลับไม่มีใครถูกเลือกไปแม้แต่รายเดียว

ทุกคนต่างรู้ดีว่าหากใครได้เข้าร่วมในโปรเจกต์พิเศษนี้จะมีโอกาสเติบโตในหน้าที่การงานสูงเพราะครั้งนี้มีนายทุนใหญ่อย่าง คุณอาร์เธอร์ จาง เป็นหัวเรือใหญ่ เรียกได้ว่างานนี้เป็นที่จับตามองของทั้งวงการเลยก็ว่าได้

“บอสเคยบอกเอาไว้ว่าจะให้อเล็กซ์เป็นพรีเซนเตอร์ตัวน้ำหอมBlue Oceanไม่ใช่เหรอครับ” เฮนรีย์ หวัง หัวหน้าทีมคอสตูมอีกทีมแย้งขึ้นมา ส่วนตัวเขาเองก็นึกเชียร์อเล็กซ์อยู่ไม่น้อย เพราะช่วงนี้ชื่อเสียงของฝ่ายนั้นโด่งดังและเป็นที่รู้จักมากขึ้นในวงการ ถ้าหากได้เข้าร่วมเป็นพรีเซนเตอร์ในโปรเจกต์นี้อีกละก็รับรองว่ามีโอกาสเป็นดาวค้างฟ้าไปอีกนาน

“ผมพิจารณาดูอีกรอบแล้ว อเล็กซ์คงยังไม่เหมาะสักเท่าไหร่” แกเรนยิ้มตอบอย่างสุภาพเพราะรู้ดีว่าฝ่ายนั้นพยายามดันอเล็กซ์มากแค่ไหน เขามองเลยไปยังคนที่เอาแต่ก้มหน้านั่งอ่านแฟ้มรายละเอียดข้อมูลโดยไม่มีปากเสียงทั้งที่ก่อนหน้านั้นเจ้าตัวเคยมาขอให้เขาช่วยผลักดันอเล็กซ์ให้เข้าร่วมเองกับมือ

...นี่คงเป็นการบอกทางอ้อมว่าฮานะไม่ขอรับรู้ความเป็นไปของฝ่ายนั้นอีกแล้ว...

“หมายความว่ายังไงครับ” โอเมก้าหนุ่มถามกลับ สีหน้าแสดงถึงความไม่พอใจชัดเจน เขามองไปยังอดีตผู้จัดการของอเล็กซ์ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามแต่ฝ่ายนั้นกลับปรายตามองมาเพียงครู่ก่อนจะหันไปทางอื่นราวกับว่าเขาเป็นธาตุอากาศ

“ก็ตามที่ผมได้พูดไป คุณเฮนรีย์” แกเรนย้ำคำเดิมด้วยน้ำเสียงที่กดต่ำลงเล็กน้อย “เอาไว้ผมจะพิจารณาทบทวนอีกที เพราะยังไงก็ต้องสรุปให้ได้ก่อนสิ้นเดือนนี้” รอยยิ้มแสนสุภาพถูกส่งกลับไปอีกครั้งแต่นั่นก็เป็นสัญญาณเตือนที่ชัดเจนแล้วว่าไม่ควรที่จะเซ้าซี้ไปมากกว่านี้

“ครับบอส” ชายหนุ่มยอมล่าถอย เพราะรู้ดีว่าเจ้านายเป็นคนอย่างไร

“มีใครมีข้อสงสัยเพิ่มเติมไหมครับ หรือถ้าอยากเสนออะไรก็ตามสะดวก” แกเรนเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายได้แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมหลังจากที่เข้าประชุมกันมาครึ่งค่อนวัน

“ไม่ค่ะบอส/ไม่ครับบอส”

“ถ้าอย่างนั้นวันนี้ก็พอแค่นี้แยกย้ายไปทำงานต่อได้ ส่วนรายละเอียดที่ผมขอเพิ่มส่งมาทางเมลล์ก็แล้วกันนะครับ ขอบคุณทุกคนมาก”

แกเรนลุกขึ้นตามมารยาทเมื่อทุกคนเริ่มทยอยเดินออกไปจากห้องประชุม จะเหลือก็เพียงแต่ใครอีกคนที่กำลังง่วนอยู่กับการเก็บแผ่นเอกสารที่เผลอปัดตกลงไปบนพื้น ร่างสูงระหงเดินเข้าไปใกล้ก่อนจะพิงสะโพกเข้ากับขอบโต๊ะด้วยท่าทีที่ผ่อนคลายผิดกับเมื่อครู่นี้ลิบลับ เอกสารแผ่นสุดท้ายถูกเขาก้มลงเก็บและส่งยื่นไปให้อีกฝ่าย

“เป็นยังไงบ้าง” แกเรนเลิกคิ้วถามอย่างนึกเป็นห่วง “เห็นเกรซบอกว่าช่วงนี้คุณหัวหมุนน่าดู”

ฮานะยิ้มรับพร้อมกับเก็บแผ่นเอกสารเข้าไปในกระเป๋า “ครับ...ก็นิดหน่อย แค่นี้สบายมาก”

“คุณดูมีความสุขขึ้นนะ” ไม่รู้ว่ารู้สึกไปเองฝ่ายเดียวไหม แต่หลังจากที่ฮานะได้เปลี่ยนมาดูแลเด็กเทรนด์คนใหม่เจ้าตัวก็เริ่มกลับมามีชีวิตชีวา เลขาของเขาคอยรายงานอยู่ประจำว่าฮานะยิ้มบ่อยขึ้น “มีเรื่องอะไรดีๆ หรือเปล่า” น้ำเสียงเอ่ยแซวแฝงเร้นความนัยจนทำให้ใบหน้าสวยต้องขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างนึกสงสัย

“คุณแกเรน...หมายถึงอะไรเหรอครับ” ฮานะถามย้ำ แต่พอเห็นแววตาหยอกล้อจากเจ้านายก็เป็นอันเข้าใจได้ทันที

“ก็อย่างเช่น...พีท อาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้สไตล์ลิสต์คนเก่งของผมดูยิ้มแย้มมากกว่าปกติหรือเปล่านะ” นัยน์ตาสวยเปล่งประกายอย่างนึกสนุกเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายหลบสายตาอย่างมีพิรุธ

“พอเลยครับ” ฮานะโบกมือปัดไปมาทั้งที่เริ่มร้อนผ่าวบริเวณใบหน้าเมื่อนึกถึงใครอีกคน “คุณก็รู้ว่าผมไม่ชอบเด็-”

“พีทไม่เด็กแล้ว” แกเรนยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ เขายืนล้วงกระเป๋ากางเกงด้วยท่าทางที่ผ่อนคลายก่อนจะจ้องกลับไปยังคนปากแข็ง “อีกอย่าง...เจนนี่บอกผมว่าเขาเชื่อฟังคุณอย่างกับอะไร เคย์ก็บอกว่าเจ้าพีทมองตามคุณตลอด แล้วก็ยัง...”

ก่อนที่ทุกอย่างจะเลยเถิดไปมากกว่านี้ก็ถูกอีกฝ่ายยกมือขึ้นห้ามเอาไว้ก่อน ฮานะส่ายหน้าไปมาแต่ก็ไม่สามารถกลั้นรอยยิ้มที่ข้างมุมปากเอาไว้ได้

ช่างเก็บความรู้สึกได้ไม่เนียนเอาเสียเลย

นี่ก็เข้าสู่ช่วงสัปดาห์ที่สามที่พีทได้เข้ามาเป็นเด็กเทรนด์ในโมเดลลิ่ง ในขณะนี้เรียกได้ว่าเด็กหนุ่มกำลังเป็นที่จับตามองของทุกฝ่ายในบริษัทเลยก็ว่าได้ ถึงขนาดที่ว่าเจนนี่เป็นคนออกปากชมเองก็นับว่าไม่ธรรมดา เพราะโดยปกติแล้วเด็กเทรนด์ในสังกัดจะต้องเข้าฝึกอย่างน้อยเป็นเวลาเดือนกว่าถึงจะผ่านแบบประเมินจากเทรนเนอร์ แต่พัฒนาการของพีทนั้นก้าวกระโดดไปไกลในเวลาเพียงแค่สามสัปดาห์ ทั้งบุคลิกร่างกายที่ดูดีขึ้นรวมไปถึงลุคที่ถูกปรับแต่งให้เข้ากับลักษณะคาแรคเตอร์ของเจ้าตัว

เรียกได้ว่าเป็นเด็กใหม่ที่ไฟแรงในรอบหลายปีที่ผ่านมานี้...แม้แต่อเล็กซ์เองก็ยังเทียบไม่ได้

รอดูวันที่ได้โชว์ตัวก่อนเถอะ...รับรองว่าฮานะได้จัดตารางงานจนหัวหมุนแน่นอน

“ยิ้มอะไรน่ะครับ” ฮานะมองมาอย่างไม่ไว้ใจ

“เปล่า...ผมแค่กำลังคิดว่าบางที...พีทอาจจะเหมาะกับการเป็นหนุ่มแห่งท้องทะเลหรือเปล่านะ” ปลายนิ้วเรียวสวยที่สวมแหวนแต่งงานลูบเข้าที่ปลายคางอย่างใช้ความคิด

Blue Ocean 

น้ำหอมตัวสุดท้ายของโปรเจกต์นี้..

“ผมว่าอย่าดีกว่าครับ...เขายังไม่มีประสบการณ์มากพอ”

พรีเซนเตอร์น้ำหอมนั้นเรียกได้ว่าเป็นงานหินอีกงานในวงการเลยก็ว่าได้ เพราะนอกจากคาแรคเตอร์ภายนอกจะต้องดูโดดเด่นและกลมกลืนไปกับตัวโปรดักแล้ว ประสบการณ์ในการพรีเซนต์บอกเล่าเรื่องราวผ่านทางสายตานั่นก็นับว่าเป็นสิ่งสำคัญ

ทำอย่างไรจะให้ลูกค้ารู้สึกได้ถึงตัวตนของน้ำหอมกลิ่นนั้นผ่านการนำเสนอในรูปแบบที่น้อยแต่ทรงพลัง

...นั่นน่ะ นายแบบนางแบบมืออาชีพหลายคนยังตกม้าตายมานักต่อนัก

เพียงแค่สื่อสารผิดจากของราคาแพงก็อาจดูไม่มีค่าเพียงชั่วพริบตา เพราะฉะนั้นการที่จะให้พีทผู้ซึ่งไม่เคยมีประสบการณ์ในวงการมาเข้าร่วมมันจึงเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้

“แล้วคุณคิดว่าใครเหมาะกับBlue ocean...อเล็กซ์เหรอ?” แกเรนถามย้ำ

“เปล่าครับ...ผมแค่..”

ฮานะสูดหายใจเข้าลึกเมื่อได้ยินชื่อของอดีตที่เขาไม่อยากจะนึกถึง ช่วงที่ผ่านมาเขากับฝ่ายนั้นไม่ได้ติดต่อกันมาสักพักใหญ่ เพราะหลังจากที่อเล็กซ์กลับมาจากทางใต้ก็บินไปร่วมงานเปิดตัวเครื่องสำอางสำหรับผู้ชายที่เจ้าตัวเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์อยู่ที่ไต้หวันเป็นเวลาหลายสัปดาห์

ซึ่งนั่นก็นับว่าเป็นเรื่องดี...

“ฮานะ ทุกอย่างมันย่อมมีจุดเริ่มต้นนะ ถ้าไม่ลองให้โอกาสเขาได้ลองเราจะรู้ความสามารถของเด็กคนนั้นได้ยังไง”

“…”

“ส่วนเรื่องอเล็กซ์...ผมลองเสนอไปแล้ว...แต่บอกตามตรงว่าเฟิงหลงยังไม่คลิกกับคาแรคเตอร์เขาสักเท่าไหร่”

อันที่จริงแล้วที่โปรเจกต์นี้ก่อตั้งขึ้นมาได้ก็เพราะฝ่ายนั้นอยากจะลองขยับขยายธุรกิจน้ำหอมระดับไฮเอนด์ที่เจาะเฉพาะกลุ่มเป้าหมายเลยมาขอความร่วมมือจากทางโมเดลลิ่งเพื่อที่จะทำการโปรโมตโปรดักทั้งหมดให้ออกมาในงานกึ่งแฟชั่นโชว์ไปในตัว

จาง เฟิงหลง หรือเป็นที่รู้จักกันในนามอาร์เธอร์ จาง นักธุรกิจหนุ่มจากตระกูลอัลฟ่าชั้นสูงที่บริหารธุรกิจในเครือนับร้อย และแน่นอนว่ารวมไปถึงโมเดลลิ่งแห่งนี้ด้วย แม้แกเรนจะรับหน้าที่เป็นซีอีโอใหญ่แต่เบื้องหลังของการเจริญเติบโตที่ก้าวกระโดดของโมเดลลิ่งนั้นมีเฟิงหลงคอยยื่นมือช่วยเหลืออยู่ตลอด เพราะฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ทุกคนอยากจะให้เด็กที่ตัวเองปั้นได้เข้าร่วมโปรเจกต์นี้เมื่อได้รู้ว่าเฟิงหลงเป็นคนสำคัญที่ก่อตั้งมันขึ้นมา

“ผม...เคารพการตัดสินใจของคุณครับ” ฮานะพยักหน้ารับอย่างเข้าใจโดยไม่คิดที่จะเซ้าซี้ให้มากความ

ถ้าเป็นเมื่อก่อนนี้เขาอาจจะลองอ้อนวอนคุณแกเรนอีกสักหน่อยเพื่อให้อเล็กซ์ได้งานตามที่เจ้าตัวหวัง แต่ตอนนี้คงต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฝ่ายบริหารและจัดการทำแทน เพราะมันไม่ใช่หน้าที่ของเขาอีกแล้วที่จะต้องวิ่งเต้นช่วยเหลือคอยป้อนงานให้คนพรรคนั้น...พอกันที

“ฮานะไม่โกรธผมใช่ไหม” แม้ว่าแกเรนจะยึดมั่นในความคิดของตัวเองแต่กับฮานะที่นับว่าเป็นคนสนิทมานานเขาก็ไม่อยากที่จะละเลยความรู้สึกของอีกฝ่าย

“ทำไมต้องโกรธล่ะครับ” ฝ่ายนั้นยิ้มจาง “ไม่ว่าจะยังไงสิ่งที่ผมอยากเห็นมากที่สุดคือโปรเจกต์นี้ประสบความสำเร็จ ต่อให้คุณจะเลือกใครเข้ามาผมก็เคารพทุกการตัดสินใจอยู่แล้ว”

“’ งั้นก็หมายความว่า...ถ้าผมเลือกพีท...” แกเรนยิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดี เขายังอยากแหย่ให้ฮานะคิ้วขมวดมากกว่านี้อีกสักหน่อย

“เอาไว้รอให้เขามีผลงานก่อน ค่อยนำมาพิจารณาอีกทีดีไหมครับ” ฝ่ายนั้นยังคงรักษาท่าทีใจเย็นอยู่ ไม่ยอมหลงกลกันง่ายๆ

“โอเคๆ ผมไม่แตะต้องคนของฮานะแล้ว” แกเรนยกมือสองข้างขึ้นอย่างยอมแพ้ แล้วก็เป็นอย่างที่คิดเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังคิ้วขมวดกับคำว่า ‘คนของฮานะ’

“คุณนี่...จริงๆ เลยนะครับ” ใบหน้าสวยอมยิ้มก่อนจะส่ายศีรษะไปมา

“แล้วนี่จะไปไหนต่อ แผนกคอสตูมเหรอ” แกเรนเปลี่ยนเรื่องเมื่อถูกมองค้อนวงโต

“ไปหาพีทครับ ช่วงบ่ายเขามีโปรแกรมฝึกเดินแบบ”

“เยี่ยมเลย” แกเรนดีดนิ้วด้วยท่าทางที่กระตือรือร้น “บ่ายนี้ผมว่าง...ถ้ายังไงขอไปดูพัฒนาของเด็กเทรนด์สักหน่อยก็แล้วกัน เห็นเจนนี่คุยโม้เอาไว้เยอะแยะ” ชายหนุ่มขยิบตาอย่างอารมณ์ดีก่อนจะออกเดินนำหน้าไปทางห้องสตูดิโอ

“ไม่ธรรมดาเลยนะ” เสียงพึมพำของเจ้านายที่ยืนกอดอกอยู่ข้างกันทำให้ฮานะต้องหันไปมองอย่างแปลกใจ...เพราะปกติแล้วนับครั้งได้เลยที่คุณแกเรนจะออกปากชม

 

 

บานกระจกใสที่กั้นไว้ระหว่างห้องสตูดิโอนั้นทำให้เห็นกิจกรรมภายในได้อย่างชัดเจน แกเรนมองเด็กเทรนด์หน้าใหม่ที่กำลังฝึกเดินแบบอยู่ด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งแปลกใจและชื่นชมจนอดไม่ได้ที่จะยืนดูอยู่อย่างนั้น

ร่างสูงใหญ่สง่าผ่าเผยตกเป็นเป้าสายตาได้อย่างไม่ยากเย็น ทั้งลาดไหล่กว้าง ช่วงขาเรียวยาวได้สัดส่วนยิ่งเสริมให้ฝ่ายนั้นดูโดดเด่นขึ้นอีกเป็นเท่าตัว โดยเฉพาะดวงตาคมดุที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเชื้อสายทางตะวันตกยิ่งเสริมให้พีทน่าดึงดูดขึ้นไปอีก เส้นผมสีน้ำตาลเข้มหยักศกเล็กน้อยสื่อถึงความมีชีวิตชีวาของวัยหนุ่มจนคนมองชักจะตาพร่าขึ้นมา

...นี่มันม้ามืดชัดๆ เลย..

“เจนนี่บอกว่าเขาเรียนรู้เร็วมาก สอนไปแค่รอบเดียวก็ทำออกมาได้ดี” แกเรนหันไปมองคนข้างกาย ใบหน้าสวยกำลังอมยิ้มเบาบาง นัยน์ตาเปล่งประกายความภาคภูมิใจเอาไว้จนปิดไม่มิด

“เขาเป็นเด็กดีนะ” บอสใหญ่ยืนมองคนที่ก้มหัวขอบคุณเทรนเนอร์ยกใหญ่หลังจากที่โปรแกรมการฝึกซ้อมจบลง

“ครับ...คุณเคย์ก็บอกแบบนั้น” ตลอดหลายวันที่ผ่านมากระแสที่เกี่ยวกับตัวพีทในโมเดลลิ่งนั้นค่อนข้างเป็นไปในทางที่ดี เพราะเจ้าตัวเป็นคนสุภาพอ่อนน้อมถ่อมตน ใครเห็นก็นึกเอ็นดู ฮานะได้รับคำชมไม่ขาดปากจากคนรอบข้างเกี่ยวกับพีททั้งที่เจ้าตัวเองก็ยังไม่รู้เสียด้วยซ้ำไปว่ากำลังเป็นที่จับตามองมากแค่ไหน

“แล้ว...ฮานะล่ะ” แกเรนยิงคำถามใส่โดยไม่ให้อีกฝ่ายได้ตั้งตัว “คิดว่าเขาเป็นยังไง”

คราวนี้เจ้าตัวไม่แสดงท่าทีแบบเดิมออกมาให้เห็น นัยน์ตาสวยจดจ้องไปยังคนที่หันมามองทางนี้พร้อมกับยิ้มบางเบาไปให้ พีทดูแปลกใจเล็กน้อยแต่พอเห็นว่าเขายืนอยู่ข้างกันฝ่ายนั้นก็ก้มหัวให้เล็กน้อยเป็นการทักทาย

“หมายถึงอะไรเหรอครับ” ฮานะทวนคำถาม

“ก็...ในสายตาฮานะ พีทดูเป็นยังไง”

“เขา...” ริมฝีปากเผลอขบเม้มเข้าหากันเมื่อได้สบเข้ากับนัยน์ตาที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา “…เหมือนหมาโกลเดนท์ตัวใหญ่”

ได้ยินเพียงเท่านั้นแกเรนก็หลุดขำออกมาจนไม่สามารถหักห้ามตัวเองเอาไว้ได้ ยิ่งเห็นว่าพีททำหน้างุนงงเล็กน้อยก็ยิ่งตอกย้ำว่าอีกฝ่ายเหมือนเจ้าหมาขนทองตัวโตมากแค่ไหน

...ช่างเข้าใจเปรียบเทียบจริงนะ

แต่ก็เหมือนจริงๆ แฮะ...ยิ่งตอนที่พีทมองมาทางนี้น่ะ ถ้ามีหูกระดิกพร้อมตีหางนี่ใช่เลย

“ฮานะ” เด็กหนุ่มตัวสูงเดินเข้ามาหาผู้จัดการส่วนตัวของตนด้วยสภาพใบหน้าที่ชุ่มเหงื่อ

“เป็นยังไงบ้าง เหนื่อยหรือเปล่า” ฮานะเงยหน้าขึ้นมองเจ้าเด็กตัวโตที่สูงเกือบแตะสองเมตร ก่อนจะส่งยื่นผ้าเช็ดหน้าไปให้

“นิดหน่อยครับ”

“เด็กหนุ่มๆ เนี่ยมีพลังขับเคลื่อนเยอะจังน้า น่าอิจฉาจัง” บุคคลที่สามที่รู้สึกว่าตนเองเป็นคนนอกกะทันหันอดที่จะเอ่ยปากแซวไม่ได้เมื่อเห็นว่าคุณผู้จัดการเอาใจใส่เด็กใหม่เป็นอย่างดี

“ยังไม่แก่เสียหน่อยครับคุณน่ะ” ฮานะหรี่ตามองเจ้านายที่มากล้นไปด้วยเสน่ห์แม้อายุจะอยู่กลางเลขสามแล้วก็ตาม...นี่ถ้าคุณแกเรนยังรับงานอยู่ในวงการละก็บอกได้เลยว่าใครก็เทียบไม่ติด

“มันก็จริงน่ะนะ แต่คงสู้วัยหนุ่มไม่ได้หรอก...เธอว่างั้นไหมพีท” เมื่อเห็นว่าแหย่อีกฝ่ายไม่ได้ผลแกเรนจึงเปลี่ยนไปเล่นงานเป้าหมายใหม่

“พอเลยครับ” ฮานะโบกปัดอากาศไปมาเพื่อยุติการละเล่นปั่นหัวของเจ้านายซึ่งทางคุณแกเรนเองก็ดูจะมีความสุขเสียเหลือเกิน

“แตะนิดแตะหน่อยไม่ได้เลยนะ ขี้หวงจริงเชียว” ใบหน้าสวยเผยรอยยิ้มกรุ้มกริ่มออกมาอย่างไม่น่าไว้ใจ ยิ่งเห็นแววตามองค้อนของอีกฝ่ายก็ยิ่งสนุกไปใหญ่ ก่อนจะรีบยกมือยอมแพ้เพราะกลัวว่าฮานะจะงอนเขาเข้าจริงๆ “โอเค ถ้าอย่างนั้นผมไม่กวนแล้ว ขอตัวไปดูงานต่อก่อนก็แล้วกันนะ”

“ไหนบอกช่วงบ่ายว่างครับ” ฮานะอดที่จะเป็นห่วงไม่ได้เพราะได้ฟังมาจากเลขาของอีกฝ่ายว่าช่วงนี้คุณแกเรนโหมงานหนักจนแทบจะไม่ได้พักผ่อนเพราะต้องวิ่งวุ่นเตรียมงานสำหรับโปรเจกต์ใหญ่ปลายปีนี้

“แค่แวะไปดูความคืบหน้าน่ะ” แกเรนยิ้ม แต่ก่อนจะเดินจากไปก็ยังมิวายที่จะหยุดพูดกับเด็กเทรนด์คนใหม่ “พีท”

“ครับ คุณแกเรน” เด็กหนุ่มรีบขานรับ

“ต่อไปนี้คงเหนื่อยไม่น้อยเลย ขอบคุณที่พยายามอย่างหนักนะ” มือข้างหนึ่งยกขึ้นวางบนไหล่หนาก่อนจะตบเบาๆ สองสามทีเพื่อให้กำลังใจ ประโยคสุดท้ายถูกลดเสียงลงให้ได้ยินกันเพียงแค่สองคน “…ฝากดูแลฮานะด้วย” เสี้ยววินาทีที่สายตาสบประสานความหมายบางอย่างที่ผู้พูดต้องการจะสื่อถึงทำให้คนฟังพยักหน้ารับอย่างเข้าใจโดยบุคคลที่ถูกเอ่ยถึงยังคงไม่รู้ตัว

“คุยอะไรกันน่ะ” ฮานะเลิกคิ้วถามอย่างนึกสงสัยเพราะคิดว่าคุณแกเรนก็คงไม่พ้นแหย่เล่นไปตามนิสัย แต่พอเห็นสีหน้าที่จริงจังของอีกฝ่ายก็อดห่วงขึ้นมาไม่ได้ “เป็นอะไร คิ้วขมวดเชียว”

...คงไม่ถูกคุณแกเรนพูดอะไรแปลกๆ ให้ฟังใช่ไหมเนี่ย...

“เปล่าครับ” เด็กหนุ่มส่ายหน้าปฏิเสธพร้อมยิ้มบางเบาออกมาอย่างผ่อนคลาย

“มีพิรุธนะ” ฮานะหรี่ตามองจับผิด...ยิ่งยืนอยู่ใกล้ก็ยิ่งทำให้ต้องเงยหน้าขึ้นคุยกันจนคอแทบจะเคล็ด “พีท”

“ครับ”

“ก้มลงมาทีสิ” นัยน์ตาสวยที่จับจ้องกวาดมองไปรอบข้าง เมื่อพบว่าตอนนี้ทั้งสตูดิโอเหลือเพียงพวกเขาจึงเอ่ยเร่งให้คนตัวสูงกว่าทำตามคำสั่ง “เร็วๆ”

“มีอะไรเหรอครั-”

ประโยคคำถามถูกกลืนหายลงไปเมื่อลำคอถูกอีกฝ่ายโอบคล้องก่อนจะออกแรงกดจนใบหน้าของทั้งคู่แนบชิด ริมฝีปากอุ่นนุ่มที่ยังคงมีรสขมของนิโคลตินเจือจางประทับลงข้างมุมปากแผ่วเบาก่อนจะขบเม้มกันอย่างอ้อยอิ่ง รู้ตัวอีกทีฮานะก็เคลื่อนใบหน้าออกห่าง ริมฝีปากสีสดที่อยู่ในระดับสายตาถูกเจ้าตัวเม้มเอาไว้จนขาวซีด

“วันนี้เธอเก่งมาก” ใบหน้าสวยยิ้มบางเบาในแววตาคู่นั้นดูภูมิใจในตัวเขาเป็นอย่างมาก แต่ถ้าหากตาไม่ฝาดและนึกเข้าข้างตัวเองจนเกินไปเขารู้สึกว่าฮานะกำลังหน้าแดง...

“นี่...ถือว่าเป็นรางวัลหรือเปล่าครับ” เสียงทุ้มเอ่ยถามในระยะประชิดพร้อมกับยกมือขึ้นประคองช่วงสะโพกเล็กให้เข้ามาใกล้จนสัมผัสได้ถึงไอร้อนที่แผ่ออกมาจากร่างกายของกันและกัน

“อา...ไม่รู้สิ” ฮานะเงยหน้าขึ้นมองตาสีเข้มคู่นั้นที่กำลังวูบไหว “ไม่รู้ว่ามันพอจะเป็นรางวัลให้เธอได้หรือเปล่าน่ะนะ”

เด็กหนุ่มรู้สึกร้อบวูบไปทั่วร่างเมื่อระยะห่างระหว่างกันเหลือเพียงศูนย์ ฮานะยกมือขึ้นมาจับบริเวณท่อนแขนของเขาเพื่อเป็นหลักยึด แววตาคู่สวยไร้ท่าทีเขินอายหรือตกประหม่าในตอนที่ช้อนขึ้นมอง

“มากกว่านี้…ได้ไหมครับ” เสียงทุ้มพร่าต่ำเว้าวอนพร้อมโอบกระชับรอบเอวเล็ก ใบหน้าคมเข้มเคลื่อนลงต่ำก่อนจะอ้อนขอรางวัลตามที่ต้องการ แต่กลับถูกอีกฝ่ายดันแผ่นอกเอาไว้

“ไม่ได้” ฮานะยิ้มขำเมื่อเห็นว่าเจ้าเด็กตัวโตหูลู่หางตกเมื่อไม่ได้ตามที่ต้องการ แต่พีทก็ไม่ดื้อดึงแววตาคู่นั้นไม่แม้นแต่จะแสดงความไม่พอใจออกมาให้ได้เห็น เจ้าตัวเพียงแค่พยักหน้ารับอย่างเข้าใจก่อนจะยืดตัวกลับไปยืนเต็มความสูงดังเดิม เห็นอย่างนั้นจึงทำให้อดที่จะเอ็นดูขึ้นมาไม่ได้ “มานี่สิ”

ว่าไว้เพียงเท่านั้นก็ออกแรงดึงมืออีกฝ่ายให้เดินตามเข้าไปในห้องล็อกเกอร์ของสตูดิโอ โชคดีที่ข้างในนั้นปลอดคนจึงไม่ต้องกังวลกับสายตาของใคร เสียงกดล็อกกลอนประตูดังขึ้นก่อนช่วงตัวสูงใหญ่จะถูกดันแผ่นหลังเข้าหาผนัง ฮานะยกแขนขึ้นโอบรอบต้นคอแกร่งพร้อมกับดึงใบหน้าของอีกฝ่ายลงมาใกล้

“ข้างนอกน่ะไม่ได้...แต่ถ้าในนี้…” รอยยิ้มกดลึกอยู่ข้างมุมปากตอนที่ถูกประกบจูบลงมาอย่างรวดเร็ว

ช่วงตัวถูกโอบกอดไว้แน่นจนแทบจมหายลงไปในแผ่นอกกว้าง สัมผัสนุ่มหยุ่นที่ขบเม้มอยู่บนกลีบปากทำให้ต้องหลับตาลงเพื่อรอรับเรียวลิ้นที่พยายามสอดแทรกเข้ามาข้างใน

ท่าทีเก้กังไม่ประสาทำให้หลุดยิ้มออกมาอย่างนึกเอ็นดูทันทีที่เห็นว่าเจ้าเด็กตัวโตเริ่มคุมจังหวะการหายใจเอาไว้ไม่อยู่เมื่อต้องมาเป็นฝ่ายไล่ต้อน ความชื้นแฉะที่เลียอยู่บริเวณรอบปากทำให้สมองนึกไปถึงลูกสุนัขโกลเดนท์รีทีฟเวอร์ตัวใหญ่กำลังออดอ้อนเจ้าของ

อา...ให้ตายสิ...น่าเอ็นดูชะมัดเลย..

“พีท” ฮานะพยายามประคองเสียงให้เป็นปกติเมื่อถูกฝ่ายนั้นซุกลงข้างซอกคอ ยิ่งถูกลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดก็ยากที่จะควบคุมสติ “พีท อื้ม ใจเย็นก่อน” ใบหน้าคมเข้มถูกประคองเอาไว้ เด็กหนุ่มหอบหายใจหนักด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ จังหวะชีพจรเต้นรัวจนรู้สึกปวดแปลบ

“ฮานะ..”

“ชู่ว...ฉันเข้าใจ” ปลายนิ้วลูบอยู่ข้างกรอบหน้าได้รูป นัยน์ตาสวยช้อนขึ้นมองอย่างปลอบประโลม ยิ่งได้เห็นแววตาที่สั่นไหวรอยยิ้มบางเบาก็ปรากฏขึ้นอย่างนึกเอ็นดู “ไม่รู้สึกแย่ใช่ไหม” ฮานะลูบหน้าผากที่ชื้นเหงื่อแผ่วเบาหวังเพียงให้อีกฝ่ายผ่อนคลายลง

เขารู้ว่าเด็กหนุ่มคงกำลังรู้สึกไม่ดีที่ไม่สามารถสร้างความวาบหวามให้เกิดขึ้นได้ดังใจนึก...เพราะพีทยังไม่เคยมีประสบการณ์ ก็ไม่แปลกที่จะตกประหม่าจนสติหลุดแบบนี้ ยอมรับว่ารสจูบที่ผ่านมาไม่ได้ทำให้รู้สึกลอยล่องเหมือนอย่างที่เคยได้ลิ้มรสมา แต่มันกลับแฝงไปด้วยความไร้เดียงสาและมุทะลุ ซื่อตรงต่อความรู้สึกจนยากที่จะปฏิเสธว่ารู้สึกดีไม่น้อย

ไม่ได้หวือหวาชวนให้ใจสั่นไหวอย่างบ้าคลั่ง...แต่กลับนุ่มนวลอ่อนโยนในแบบที่ไม่เคยได้พบเจอมาก่อน...

“...ขอโทษครับ” ฝ่ามือเล็กถูกกอบกุมไว้ข้างแก้มอย่างต้องการหาที่พึ่งเมื่อรู้สึกว่าตนไม่สามารถสร้างความพึงพอใจให้อีกฝ่ายได้

“ไม่เป็นไร” ฮานะยิ้มอย่างเข้าอกเข้าใจพร้อมกับเอื้อมมือไปคลึงหลังท้ายทอยเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังคงคิ้วขมวดปมแน่น “ไม่ต้องรีบร้อน…ฉันเข้าใจ”

“อีกครั้ง...ได้ไหมครับ” แต่แทนที่จะยอมล่าถอยเด็กหนุ่มกลับร้องขออย่างไม่ยอมแพ้

“นี่ หมกมุ่นเกินไปแล้ว” ฮานะบีบแก้มอีกฝ่ายจนใบหน้ายู่ก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างเอ็นดูในความมุทะลุดื้อดึง...เด็กๆ นี่พลังล้นเหลืออย่างที่คุณแกเรนว่าจริงด้วยแฮะ

“นะครับ...ฮานะ” เสียงทุ้มต่ำออดอ้อน มือที่ประคองอยู่บริเวณสะโพกก็กระชับแน่นขึ้น ไอร้อนที่แผ่ออกมาจากช่วงตัวสูงใหญ่ทำให้จังหวะชีพจรเริ่มเต้นผิดจังหวะขึ้นเรื่อยๆ จนต้องยอมคล้อยตามในที่สุด

“ครั้งสุดท้ายแล้วนะ” ฮานะต่อรอง เมื่อเห็นฝ่ายนั้นพยักหน้ารับก็สูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปมอง “ใจเย็นๆ ไม่ต้องรีบร้อน คิดซะว่ากำลังกินอาหารที่ชอบจะได้ไม่ตื่นเต้น” คำปลอบใจแสนแปลกทำลายบรรยากาศที่ชวนประหม่าไปจนหมดสิ้น แต่ก็นับว่าได้ผลดีไม่น้อยเพราะฝ่ายนั้นเองก็ดูผ่อนคลายลงไปมาก

“ขออนุญาตนะครับ” เสียงทุ้มนุ่มกระซิบแผ่วเบาในตอนที่ใบหน้าเคลื่อนต่ำลงมาใกล้ ปลายจมูกโด่งกดลงที่ข้างแก้มแผ่วเบาก่อนจะเอียงปรับองศาจนได้ที่ ฮานะมองตามริมฝีปากที่เคลื่อนตัวมาประชิดก่อนจะย้ายขึ้นไปสบประสานกับนัยน์ตาสีเข้ม สัมผัสอุ่นชื้นที่ค่อยๆ กดลงน้ำหนักให้ความรู้สึกวาบหวามมากกว่าครั้งแรก บริเวณริมฝีปากล่างถูกขบเม้มอย่างอ้อยอิ่งและค่อยเป็นค่อยไป เสียงชื้นแฉะดังคลอในตอนที่ฝ่ายนั้นปรับเปลี่ยนองศาหน้าและกดน้ำหนักลงมามากขึ้น

“อือ” ฮานะเผลอหลุดร้องในลำคอตอนที่ถูกประคองเอวเอาไว้แนบชิดและเพราะฝ่ายนั้นตัวสูงกว่าจึงทำให้ต้องเงยหน้าขึ้นรับจนรู้สึกตึงที่บริเวณต้นคอ รู้ตัวอีกทีก็ถูกดันตัวเปลี่ยนตำแหน่งจนแผ่นหลังแนบลงกับผนังเย็นชืดของห้องล็อกเกอร์ ไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศไม่มีผลเมื่อถูกไอร้อนจากเรือนกายสูงใหญ่โอบล้อมเอาไว้ก่อนจะต้องสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อรู้สึกได้ถึงสัมผัสของฝ่ามือที่สอดเข้ามาใต้เสื้อ

ปลายนิ้วที่ลูบอยู่บริเวณสะโพกคล้ายกับมีประกายไฟส่งผ่านเข้ามา ฮานะหอบหายใจหนักเมื่อรู้สึกเจ็บแปลบบริเวณปลายนิ้วก่อนจังหวะการหายใจจะผิดเพี้ยนเมื่อถูกป้อนจูบอย่างต่อเนื่อง ครั้งนี้ท่าทีเก้กังก่อนหน้าได้หายไปแล้ว...มีเพียงความค่อยเป็นค่อยไปแต่กลับทำให้รู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเองโดยที่เขาเองก็ไม่ทันได้สังเกต

ฝ่ายนั้นไม่ได้รุกล้ำอย่างตะกละตะกลามแต่กลับทำให้วาบหวามจนรู้สึกร้อนไปทั่วไปหน้า ฮานะวางมือลงบนแผ่นอกตึงแน่นที่แผ่ไอร้อนจัดออกมาก่อนจะยกแขนขึ้นโอบรอบบ่ากว้างพร้อมกับตอบรับสัมผัสไปอย่างไม่ยอมแพ้ เรียวลิ้นที่สอดแทรกเข้ามาในโพรงปากถูกดูดและขบกัดจนเกิดเสียงคลอแผ่วเบา เมื่อตอบกลับจนเป็นที่น่าพอใจก็ตั้งท่าจะถอนใบหน้าออกมาเพื่อพักหายใจแต่กลับถูกอีกฝ่ายล็อกต้นคอเอาไว้พร้อมกับบดจูบหนักหน่วงลงมาแนบแน่น

“พ..อื้ม พอก่อน” ฮานะพยายามประท้วงแต่กลับไม่เป็นผล เพราะยิ่งห้ามก็ยิ่งถูกขบกัดริมฝีปากแรงมากยิ่งขึ้น “พีท อื้อ” ดูเหมือนฝ่ายนั้นจะหลุดการควบคุมไปแล้วเป็นที่เรียบร้อยเพราะนอกจากจะไม่รับฟังอะไรแล้วยังตระโบมจูบหนักหน่วงจนเขาเริ่มที่จะตั้งรับเอาไว้ไม่อยู่

เอาล่ะ...ขอถอนคำพูดไร้เดียงสาก่อนหน้า เพราะตอนนี้จากเจ้าโกลเดนท์ตัวโตกลายเป็นสัตว์ป่าดุร้ายไปแล้วเป็นที่เรียบร้อย

รู้ตัวอีกทีก็ถูกอุ้มตัวลอยไปวางลงบนเคาน์เตอร์หินอ่อนหน้ากระจกบานใหญ่ที่อยู่อีกฝั่งของห้อง ฮานะหอบหายใจหนักพร้อมกับสูดออกซิเจนเข้าปอดยกใหญ่เมื่อได้จังหวะ แต่เพียงไม่นานก็ถูกช่วงตัวสูงใหญ่แทรกเข้ามาประชิด รอบเอวถูกโอบกอดเอาไว้แน่นคล้ายกับกรงขัง ก่อนที่ฝ่ายนั้นจะก้มลงมาจูบอีกครั้งแล้วเลื่อนลงไปซุกลงข้างซอกคอแทน

“จ...จะทำอะไร” ฮานะเอ่ยถามเสียงสั่นเมื่อรู้สึกว่าปลอกคอที่สวมใส่ไว้ถูกกัดและดึงแผ่วเบา ก่อนเรียวลิ้นอุ่นชื้นจะแลบเลียลงบนผิวเนื้ออ่อน “พีท...อย่า”

“...ฮานะ” เสียงทุ้มต่ำสั่นพร่าราวกับคนที่กำลังตกอยู่ในภวังค์

ยิ่งได้กลิ่นหอมประจำตัวของร่างในอ้อมกอดสติที่มีอยู่ก็เริ่มเลือนรางหายไปทีละนิด ฮานะตัวสั่นเล็กน้อยตอนที่ถูกเขาป้วนเปี้ยนอยู่บริเวณซอกคอ เด็กหนุ่มกดจูบลงบนลาดไหล่เล็กก่อนจะยอมล่าถอยออกมายืนเต็มความสูง แต่สายตากลับจดจ้องไปที่ไหล่กลมกลึงภายใต้เสื้อเชิ้ตขาวตัวใหญ่ที่ร่นเปิดโชว์กระดูกไหปลาร้าได้รูป แผ่นอกที่ขยับขึ้นลงตามจังหวะการหายใจเรียกความร้อนขึ้นมาโจมตีที่ใบหน้าจนต้องเคลื่อนสายตาหลบหนีเมื่อรู้สึกว่าตัวเองเริ่มเสียมารยาท

“ห้าม...ตรงนี้” ฮานะชี้ตรงปลอกคอที่เพิ่งถูกเขาลงไปวุ่นวาย ก่อนจะกระแอมแก้เก้อด้วยใบหน้าที่มีเลือดฝาดเจือจางอยู่ข้างแก้ม “เข้าใจไหม”

“…” เพียงเท่านั้นใบหน้าคมเข้มก็ขมวดคิ้วยุ่งขึ้นมาเล็กน้อยจนสามารถเรียกรอยยิ้มจากคนที่อายุมากกว่า

“ที่ปากได้...แต่ตรงนี้ ห้าม เด็ด ขาด” ฮานะยื่นคำขาด ในเมื่อมันเลยเถิดมาถึงขั้นนี้ก็ต้องมีข้อจำกัดเอาไว้บ้าง ถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะไม่ได้มีท่าทีคุกคามจนน่าอันตรายแต่กันเอาไว้ก่อนจะดีกว่า “พีท”

“ครับ” เด็กหนุ่มถอนหายใจออกมาพร้อมพยักหน้าเข้าใจอย่างว่าง่ายก่อนจะสอดแขนเข้ามาโอบรอบเอวเอาไว้อย่างออดอ้อน

“นี่เป็นเด็กติดการสกินชิพหรือไงน่ะเรา” ฮานะหลุดขำออกมาเมื่อถูกเจ้าเด็กตัวโตป้วนเปี้ยนไม่ห่าง

ฝ่ายนั้นไม่ตอบอะไรกลับมาทำเพียงแค่วางคางไว้บนลาดไหล่ก่อนจะทิ้งน้ำหนักตัวลงมาจนเขาต้องเอนหลังพิงกับกระจกเพื่อเป็นเบาะรองให้เจ้าเด็กตัวโตได้ซบ เสียงของเครื่องปรับอากาศดังคลอในบรรยากาศที่เงียบสงบก่อนคำสารภาพจากความรู้สึกจะหลุดออกมาจนทำให้คนฟังต้องหยุดหายใจไปกะทันหัน

ผมชอบฮานะ

“...”

“...ชอบตั้งแต่วันแรกที่เจอกัน” วงแขนแกร่งโอบกระชับแนบแน่นคล้ายกับเด็กหลงทางที่ต้องการที่พักพิง “และดูเหมือนจะชอบมากขึ้นเรื่อยๆ ...”

“พีท...” ฮานะยังคงจับต้นชนปลายไม่ถูก ยอมรับว่าไม่ได้ตื่นตกใจ เพียงแต่ยังตั้งรับไม่ทันก็เท่านั้น...เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาเป็นฝ่ายที่คอยวิ่งไล่ตามเสมอ ตอนนี้จึงทำตัวไม่ถูกสักเท่าไหร่

“ขอโทษที่ทำให้คุณรู้สึกแย่” เสียงทุ้มดังแผ่วอยู่ข้างหูพร้อมกับแรงกอดกระชับที่แน่นขึ้น “ผม...แค่อยากให้คุณได้รับรู้”

“ไม่หรอกน่า...ไม่เป็นไร” ฮานะยกมือขึ้นลูบแผ่นหลังกว้างอย่างปลอบประโลม ทั้งที่ตอนนี้เขาเองก็ยังไม่สามารถรับมือกับเหตุการณ์นี้ได้

อา...ให้ตายสิ

เล่นมาสารภาพความรู้สึกต่อหน้าขนาดนี้ถ้าปฏิเสธออกไปก็คงจะใจร้ายเกินทน...ในเมื่อตั้งใจเอาไว้ว่าจะเริ่มต้นใหม่

หลังจากนี้จะเป็นยังไงก็ช่างมันแล้ว...

_______________________________

เอาภาพสปอยบางส่วนของ Blue Ocean มาให้ได้ชมค่าา > <

รอยสักฮานะสวยมากกก เอวเล็กติ๊ดเดียวแล้วดูตัวเจ้าพีท5555

 

เปลี่ยนทีมมาเซฟฮานะตอนนี้ยังทันค่าาาา /ดึงหูเจ้าเด้น

ฮานะเริ่มมูฟออนได้แล้วน้าา อยากให้ทุกคนช่วยอยู่เป็นกำลังใจให้พีทกับฮานะจนสุดทางด้วยนะคะ > <

ขอบคุณสำหรับคอมเม้นท์และฟีดแบ็กที่น่ารักมากๆๆๆเลยค่ะมีกำลังใจขึ้นเยอะ

ฝากเป็นกำลังใจให้เจ้าเด้นได้ที่แท็ก #ดอกไม้ของพีท หรือจะคอมเม้นท์ก็ได้ค้าบบ พีทพีทรออ่านน้า~

 

ความคิดเห็น