คณานางค์

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 12: ฉุดกระชาก [1]

ชื่อตอน : บทที่ 12: ฉุดกระชาก [1]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 8k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ต.ค. 2562 16:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 12: ฉุดกระชาก [1]
แบบอักษร

 

‘ภพ เมชอบภพ เรามาเป็น Friend with benifit กันไหม’ 

คำพูดจากสาววัยมัธยมปลายเขาจำแทบไม่ได้หรอกแต่แค่เห็นหน้าทุกอย่างก็เหมือนเพิ่งเกิดเมื่อวาน เขาโตมาจากโรงเรียนประจำมอต้นที่นิวซีแลนด์เคยมีเรื่องแบบนี้มาบ้าง แต่ต้องไม่ใช่กับเพื่อนผู้หญิงในห้องที่แอบชอบแล้วตามติดเขาเหมือนโรคจิต หล่อนอาการหนักถึงขั้นเคยสร้างเฟซบุ๊กปลอมมาขึ้นสถานะคบกับเขา โคตรละเมิดสิทธิ์ เขาไม่ค่อยชอบจึงเลิกเล่นเฟซบุ๊ก 

เขาเรียนปริญญาตรีหล่อนก็มาเรียนมหาลัยเดียวกัน ขอเจอเขาบ่อยๆ ขอมานอนด้วย ทำเนียนมาจีบเพื่อนเขาเพื่อจะได้อยู่ใกล้ๆ ทำให้เขาทะเลาะกับเพื่อนหลายคน จนเขาเริ่มคิดได้ว่าเมรีญาเริ่มจะอาการหนักแล้ว มีมาพีคช่วงหลังที่หล่อนทำงานบริษัทของเขาแล้วตามตบอาทิตยาตามด่าคู่ควงของเขา บ้าหรือเปล่า เขาโกรธมากไล่ออกทันที จากนั้นหล่อนก็ได้ข่าวว่าย้ายงานได้ทุนบริษัทใหม่ไปเรียนต่อปริญญาเอกเมืองนอก 

แต่เหมือนหล่อนยังไม่ดีขึ้น รู้ได้ยังไงน่ะเหรอ? ก็ดูจากรอยลิปติกรูปปากบนกระจกหน้ารถเขาตอนนี้สิ! รณภพขยะแขยงฉีดน้ำขึ้นใช้ที่ปัดน้ำฝนล้างทำความสะอาดแต่ไม่สามารถลบได้ กับเมรีญาเขาขอซื้อกินตลอดชีวิตยังสบายใจกว่า เพราะหล่อนไม่ใช่ผู้หญิงใสๆ แต่เป็นผู้หญิงร้ายกาจและโรคจิต! 

หงุดหงิดเรื่องเมรีญาแล้วเขายังต้องมาหงุดหงิดเรื่องเฟื่องลดาอีก ป่วยทำไมไม่กินยานอนพักผ่อนอยู่บ้านจะออกมาตะลอนข้างนอกทำไม รณภพหงุดหงิดขับรถไล่ตามแท็กซี่หลังเห็นหล่อนเดินออกมายืนโบกแท็กซี่หน้าปากซอยเรียกหลายคันมากกว่าจะมีคนรับ เขาขี้เกียจถาม อยากรู้เหมือนกันว่าไปไหนค่ำๆ มืดๆ จึงแอบสะกดรอยตาม แต่ก่อนเขาไม่ได้สนใจหล่อน ก็เลยไม่รู้ว่าออกมาเที่ยวกลางคืนแบบนี้หรือเปล่าหรือเพิ่งจะครั้งแรก 

สายตาคู่คมเพ่งมองท้ายรถแท็กซี่คันนั้นจอดเทียบหน้าคอนโดย่านรัชดาไม่ได้เลี้ยวตามเข้าไป แอบสอดส่องสายตามองจากด้านนอกเห็นเฟื่องลดารีบลงจากรถวิ่งเข้าไป พับผ่าเถอะ หล่อนขึ้นคอนโดใครตอนสองทุ่มวะ! เห็นเงียบๆ ใสๆ แต่ลับหลังพ่อแม่ไม่อยู่บ้านก็ออกอาการเลยเหรอ 

รณภพวางเพลิงตัวเองในใจ เขาตอนนี้กำลังโกรธแต่ไม่เสี่ยงเข้าไปให้ถูกพนักงานรักษาความปลอดภัยจับโยนออกมา เขาอดทนรออย่างตั้งใจแม้มันจะผ่านมาร่วมครึ่งชั่วโมงแล้ว หากเข้าไปทำอะไรอย่างนั้นเขาว่าเวลาเท่านี้คงเสร็จไปยกสองยกแล้วมั้ง 

เวร! ทำไมเขาต้องโมโหขนาดนี้ด้วยวะ หมัดหนักทุบลงพวงมาลัยรถยนต์อย่างแรง กดโทรศัพท์โทรออกหาย้ำๆ ซ้ำๆ เหมือนคนคลั่ง ทว่าหล่อนปิดเครื่องไม่รับการติดต่อจากใคร 

  

“ไม่ต้องเปิดเครื่อง ถอดซิมออกมาเจ้จะหักทิ้งเดี๋ยวนี้เลย พรุ่งนี้เฟื่องก็ซื้อซิมใหม่ใช้ เก็บตัวเงียบ อย่าให้มันรู้ที่อยู่” 

“เฟื่องไม่รู้ว่าเฟื่องคิดมากหรือกลัวไปเองหรือเปล่า แต่เท่าที่ได้ข่าวมัน มันไปเรียนเมืองนอก ลงทุนชุบตัวเองขนาดนั้นยังจะมาวอแวกับเฟื่องทำไม ทั้งที่เฟื่องก็ไม่ได้มีอะไรเลย” 

“ไม่เป็นไร ใจเย็นๆ ดีแล้วที่มาหาเจ้” จอยดึงตัวเพื่อนรุ่นน้องเข้ามากอดรับฟังปัญหาอย่างตั้งใจเพราะปกติไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่น้องคนนี้จะยอมปริปากเล่าอะไรให้คนอื่นฟังถ้าไม่หนักหนาจริง 

น้องเฟื่องร้องไห้ ยกมือปิดหน้าปิดตากลัวจะถูกคนรู้จักที่ค้ายาเสพติดกลับเข้ามาในชีวิต สมัยเรียนเฟื่องลดาเคยถูกหลอกฝากของไว้แต่ความจริงมันคือยาเสพติด โชคดีที่รอดเพราะมีพยานและภาพจากกล้องวงจรปิดเป็นหลักฐานว่าเฟื่องลดาไม่รู้ตัว 

น้องกลัวมาก เพราะไอ้คนนั้นเป็นคนหมู่บ้านเดียวกัน เห็นกันมาแต่เด็ก เวลามีปัญหา มีเรื่องอะไรมันมักจะมาหาน้องเสมอ แล้วดูน้องหล่อนสิ ตัวแค่นี้ คนปกป้องก็ไม่มี จะสู้กับมันหรือดูแลตัวเองให้รอดพ้นจากมันได้ยังไง ตัวหล่อนเองยังกลัว 

“เฟื่องกลัวถูกมันยัดยา หรือหลอกให้ทำอะไรเลวๆ อีก แล้วถ้ามันรู้ว่าเฟื่องมีลูกมันจะมารังแกเฟื่องกับลูกหรือเปล่า” 

“เจ้ว่าเฟื่องควรเล่าเรื่องนี้ให้คุณภพเขารับรู้นะ เกิดอะไรขึ้นจะได้ช่วยเหลือกัน ไอ้วัดมันไม่น่าไว้ใจ เจ้เป็นห่วง” 

“เพื่อนพี่เป็นตำรวจ พี่จะลองถามมันให้นะน้องเฟื่อง เผื่อมันจะแนะนำอะไรเราได้ ถ้าไอ้หมอนั่นมันข่มขู่ก็รวบรวมหลักฐานแล้วแจ้งความเลย” แฟนของเจ้จอยเข้ามาช่วยกันปลอบน้อง สงสาร นึกว่าหมดเวรหมดกรรมกับมันแล้วแต่ก็ยังหนีไม่พ้น 

ไอ้หมอนั่นมีนายทุนหนุนหลังบางครั้งส่งยาไม่ทันก็อาศัยยัดคนอื่น วงการนี้เข้าแล้วใช่ว่าจะออกได้ ต้องตายเท่านั้น มันไปอยู่ต่างประเทศคิดจะชุบตัวเองแต่พอกลับมาถึงไทยสุดท้ายก็ต้องวนเวียนใช้ชีวิตเหมือนเดิมคือหนีไม่พ้นจากวงการค้ายาเสพติด 

เป็นผู้ชายซะเปล่าแต่แม่งชอบรังแกผู้หญิง 

“แต่พี่ก็เห็นด้วยกับจอยว่าน้องเฟื่องควรบอกสามี” 

“นั่นสิ พรุ่งนี้เขาว่างหรือเปล่าเจ้จะเข้าไปช่วยพูดช่วยอธิบาย เขารวย มีอิทธิพล อาจจะช่วยปกป้องเฟื่องได้นะ อย่างน้อยก็กันไอ้วัดไม่ให้เข้ามายุ่งวุ่นวายกับเฟื่องอีก” 

จะดีเหรอ สายตาเฟื่องลดายังกังวลเพราะเกรงใจรณภพ 

“เอาโทรศัพท์มานี่” จอยแบมือขอ ได้มาแล้วก็จิ้มดึงซิมการ์ดออกมาทำลายทิ้ง เรายังไม่รู้หรอกว่ามันตั้งใจจะมาดีหรือมาร้าย แต่แค่เห็นเบอร์มันติดต่อมาเฟื่องก็กระวนกระวายใจคิดมากจนเครียด แต่ก็น่าเครียดอยู่หรอก เกือบซวยเพราะมันตั้งหลายครั้ง 

“ตอนนี้เฟื่องต้องใจเย็นอย่าเพิ่งคิดมาก กลับบ้านไปบอกคุณภพแล้วพรุ่งนี้แวะไปซื้อซิมเบอร์ใหม่เซเว่นแถวที่ทำงานก็ได้ ไม่ต้องบอกเบอร์ใคร ยกเว้นเจ้ ยัยเอย แล้วก็ครอบครัวของสามี” 

“ค่ะ” เช็ดน้ำตาทำใจเข้มแข็งขึ้น ตัวหล่อนหายสั่นแล้วจากแรกเริ่มที่สั่นแรงมากจนคนขับแท็กซี่บอกจะไปส่งโรงพยาบาล 

 

 

 

 

ถ้าหากใครชอบขอฝากติดตามต่อในเนื้อหาฉบับเต็มด้วยนะคะ 

อีบุ๊ค แสนกว่าคำ ราคา 199 บาทถ้วนค่ะ ^//^ 

 

ปล. เริ่มอัปเรื่องของคุณรันแล้วนะคะ พ่ายรักภรรยาตีทะเบียน  

(อัปวันเว้นวันหรือช้าสุด 2 วันครั้งค่ะ) 

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น