หลินหลิน / ศศิภา

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 5 แ ม ว ใ น จ ว น อ๋ อ ง (2)

ชื่อตอน : บทที่ 5 แ ม ว ใ น จ ว น อ๋ อ ง (2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 295

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ต.ค. 2562 16:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 5 แ ม ว ใ น จ ว น อ๋ อ ง (2)
แบบอักษร

หัวหน้าหมู่บ้านรีบรุดออกมาต้อนรับ เขาวิ่งกระหืดกระหอบมาตามทางด้วยขาสั้นๆ ทำให้เกือบสะดุดขาตัวเองล้ม เสื้อผ้าที่สวมเป็นผ้าฝ้ายสีน้ำตาลมีรอยขาดเป็นหย่อมๆ ช่วงเอวผูกด้วยผ้าเก่าๆ ซีดๆ มีขวานเหน็บอยู่ หลี่จิวฮวาสังเกตเห็นว่าบุรุษที่นี่ล้วนมีขวานเป็นของตนเอง คงถือเป็นอาวุธประจำกายไปแล้ว

              “นายท่าน” เขาประสานมือ พูดด้วยน้ำเสียงเคารพผสานเสียงหายใจหอบดังฟืดฟาด เหงื่อไหลโชก เปียกไปทั้งใบหน้าและลำคอ

              ท่าทางของหัวหน้าหมู่บ้านกับยามเฝ้าประตูทำให้หลี่จิวฮวานึกสงสัย หลิวอิงกระทำการอันใดไว้จึงทำให้พวกเขาหวาดกลัวลนลานเช่นนี้ เป็นการกระทำอันโหดร้ายทารุณหรือไม่ หรือมังกรดำจากรอยสาปอาละวาดข่มเหงผู้คน

              เจ้าเหมียวเหลือบมองแขนข้างนั้นของหลิวอิง ความน่ากลัวของมังกรดำในวันนั้นนางยังจำได้ดี เพียงแค่นึกถึงก็ขนลุกขนชันไปทั้งตัว นางยังโชคร้ายถูกคนผู้นี้จับตัวไว้อีก เขาทำท่าจะรับเลี้ยงนางเสียด้วย หากเป็นเช่นนั้นจริง นางมิต้องเผชิญกับอสูรมังกรดำทุกวี่วันหรือ วันดีคืนดีมันคิดเขมือบนางขึ้นมาจะทำเช่นไร

              ยิ่งคิด นางยิ่งมั่นใจว่าอยู่ไม่ได้ รอให้นางหายดี พลังฟื้นคืน ไม่ว่าจะคืนร่างมนุษย์หรือไม่ นางต้องหาช่องทางหนีไปให้ได้

              “หัวหน้าสวี่ ไม่พบกันนาน สบายดีหรือไม่”

              “ขะ...ข้าน้อยสบายดี” ยิ่งพูด ตัวยิ่งก้มต่ำลง “ข้าน้อย...ดะ...ได้ยินว่านายท่านต้องการ...ผ่านทาง”

              “ถูกต้อง...” หลิวอิงหันไปพยักหน้าให้กับผู้ติดตาม หลังจากนั้นถุงเงินถุงหนึ่งก็ถูกโยนให้หัวหน้าสวี่ “นั่นถือเป็นค่าผ่านทาง”

              “ขะ...ขอบคุณนายท่าน” หัวหน้าสวี่ก้มตัวคารวะ แล้วเดินหลบไปยืนอยู่ข้างทาง ผายมือไปยังทางเดินระหว่างหมู่บ้าน “ข้าจะให้ฮั่นเหิงนำทางท่าน”

              ฮั่นเหิงรู้หน้าที่ของตนเองดี รีบก้าวมาข้างหน้าประสานมือ

              “เชิญนายท่าน”

              จากนั้นเขาก็เดินนำ ประมาณหนึ่งถ้วยชาจึงเลี้ยวขวา เดินไปเป็นระยะทางครึ่งลี้จึงเลี้ยวซ้ายแล้วก็เลี้ยวขวาอีกสองครั้ง หลิวอิงและผู้ติดตามเดินตามไปเงียบๆ ไม่มีใครพูดคุยกัน ต่างคนต่างมองข้างทาง อย่างรอบคอบระแวดระวัง ดาบสะพายหลังพร้อมจะถูกชักออกมาทุกเมื่อหากเกิดเหตุร้ายใดๆ ขึ้น

              หนทางคดเคี้ยวยิ่ง เดิมทีนางอยู่อาศัยบนเขาสูง ทั้งยังเคยขี่ม้าบนเส้นทางคดเคี้ยวยิ่งกว่านี้ ทว่ายามนี้กลับรู้สึกวิงเวียนขึ้นมาเล็กน้อย อาจเป็นเพราะนางบาดเจ็บจึงทำให้อ่อนแอกว่าปกติ

              อา...หลี่จิวฮวาทอดถอนใจ ค่อยๆ ปิดเปลือกตาลงเมื่อดวงตาทั้งสองเริ่มเห็นภาพซ้อน นางใช้ขาหน้าเกาะหลิวอิง กระนั้นตัวของนางก็ยังเอนไปเอนมา อะไรบางอย่างขย้อนมาอยู่ที่ลำคอ นางกล้ำกลืนมันลงไปอย่างยากลำบาก ถ้าไม่เพราะเสื้อผ้าที่หลิวอิงสวมดูมีราคา นางอาจจะอาเจียนออกมาจนหมดไส้หมดพุงแล้ว

              พอผ่านพ้นครึ่งถ้วยชา จากหนทางคดเคี้ยวเปลี่ยนเป็นเส้นตรง หลี่จิวฮวาจึงหายใจหายคอคล่องขึ้น อาการวิงเวียนแม้ยังไม่หายไปแต่นับว่าดีขึ้นมาก นางสามารถเหลียวซ้ายมองขวาได้อย่างไม่พะอืดพะอม ฮั่นเหิงมาส่งถึงจุดหนึ่งก็ประสานมือจากไป หลิวอิงส่งสัญญาณให้บุรุษผู้หนึ่งเป็นผู้นำทางต่อ เส้นทางต่อไปค่อนข้างแคบ กว้างพอให้ม้าตัวหนึ่งเดินผ่านเท่านั้น สองข้างทางเป็นป่าทึบ ไม่มีบ้านเรือนผู้คน ไม่มีร้านรวงใดๆ หลี่จิวฮวาอดสงสัยไม่ได้ว่าเขากำลังจะพานางไปที่ใด

              ความจริงอิงแอบซบเขามานาน รับรู้ได้ว่าหลิวอิงนั่งตัวแข็งประหนึ่งหินก้อนหนึ่ง อาจเพราะกลัวนางร่วงหล่นลงพื้น อาจกลัวนางบาดเจ็บ หรือกำลังเพ่งสมาธิกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากเกินไป

              หลี่จิวฮวาเพียงสงสัยแต่ไม่คิดหาคำตอบ เพราะไม่ว่าจะด้วยเหตุใด ไม่เกินยามเหม่า (05.00-06.59 น.) วันพรุ่งนี้ นางคงจากเขาไปไกลแล้ว นางหันมาสนใจสภาพพื้นที่ตรงหน้า ยิ่งเดินหน้า ต้นไม้ยิ่งหนาทึบ ถนนยิ่งแคบลง วันนี้ฟ้ามืดครึ้ม เมฆสีหม่นบดบังดวงตะวัน แม้เป็นยามบ่ายแต่กลับเหมือนยามค่ำ ให้ความรู้สึกวังเวงไม่น้อย

              เดินทางอีกสักพักใหญ่ๆ ชายผู้นำทางจึงกระตุกบังเหียน ส่งเสียงเป็นสัญญาณให้ม้าหยุด กระโดดลงจากหลังม้า ดึงดาบออกจากฝัก หันมามองด้านหลัง พยักหน้าครั้งหนึ่ง ผู้ติดตามอีกสามคนจึงรีบรุดเข้ามาพร้อมดาบในมือ ฝีเท้าแผ่วเบาจนไม่ได้ยิน ยามขยับเคลื่อนไหวว่องไวราวกับได้รับการฝึกมาอย่างดี

              บุรุษเหล่านั้นฝีมือไม่ธรรมดาเลย คนมีฝีมือเช่นนี้นี้ติดตามรับใช้ผู้ใด คนผู้นั้นย่อมไม่ธรรมดา

              หลิวอิงผู้นี้เป็นใครกันนะ...หลี่จิวฮวาเงยหน้า มองหลิวอิงด้วยดวงตาสดใสของแมวตัวหนึ่ง

              เขาก้มมอง ตาสบตา คิ้วเข้มเลิกขึ้น มุมปากขยับ หากยังไม่ทันมีเสียงใดเล็ดลอดออกมา บุรุษชุดดำต่างพากันออกมาพลางประสานมือ

              “เชิญท่านอ๋อง!”

              ท่านอ๋อง! หูนางไม่ฝาด สติของนางแจ่มชัด นางได้ยินชัดเจน ข้อสงสัยในตัวเขาทั้งหมดคลี่คลายแล้ว ที่แท้หลิวอิงเป็นถึงอ๋อง ทว่า...ยังมีบางสิ่งที่นางไม่เข้าใจ

              ยามหลิวอิงพาเจ้าม้าตัวเขื่องมาหยุดอยู่หน้าประตูจวนอ๋อง

              นางกระจ่างแก่ใจแล้วว่าเขาเป็นถึงท่านอ๋อง

              ตำแหน่งอ๋องสูงศักดิ์เพียงใดนางย่อมรู้

              จวนอ๋องที่นางเคยเห็นใหญ่โตโอ่อ่าสมศักดิ์ฐานะเพียงใดนางเคยเห็นกับตา

              ทว่าจวนอ๋องของหลิวอิง เท่าที่เห็นตอนนี้นับว่าแปลกตามากทีเดียว

              ประตูทางเข้าเล็กๆ ป้ายไม้เก่าๆ กำแพงแม้สูงลิบลิ่วทว่ากลับมีเถาวัลย์เลื้อยปกคลุมราวกับเป็นจวนร้าง

              หลี่จิวฮวาได้แต่ถามตัวเอง...นี่ใช่จวนอ๋องจริงหรือ?!

ความคิดเห็น