กรกากี

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

chapter 24 นักล่าหน้าหยก

ชื่อตอน : chapter 24 นักล่าหน้าหยก

คำค้น : สืบสวนสอบสวน

หมวดหมู่ : นิยาย ลึกลับ,สืบสวน สอบสวน

คนเข้าชมทั้งหมด : 160

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ต.ค. 2562 12:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
chapter 24 นักล่าหน้าหยก
แบบอักษร

24...    นักล่าหน้าหยก 

          กลับมาที่คลินิก บนถนนเรนโบว์บูลวาร์ด ย่านสปริงวัลเลย์

    “ วีนัส..วีนัส..อย่าเป็นอะไรนะ..พูดกับผมสิครับ วีนัส..วีนัส..คุณเป็นไงบ้าง.. ”

             คำพูดที่พร่ำร้องเรียกซ้ำๆซากๆอยู่ข้างหู ปลุกวิชุดาให้ฟื้นคืนสติขึ้นมา

             วิชุดาจำเสียงจอห์นได้ แต่ความมึนงงจากการถูกทำร้าย ทำให้หนังตามันหนักจนลืมไม่ขึ้น หล่อนจึงนอนหลับตานิ่งเฉย ปล่อยให้คนเรียกต้องกระวนกระวายต่อไป

         อาการนิ่งไม่หือไม่อือของวิชุดา เพิ่มความกระวนกระวายให้จอห์นเป็นทวีคูณ เขากลัวเธอจะเป็นอะไรไป จึงตัดสินใจจะปฐมพยาบาลด้วยการปั๊มหัวใจ

        จอห์นก้มลงจะกดฝ่ามือลงไปที่แผ่นอกคนเจ็บ แล้วชักมือกลับแทบไม่ทัน เมื่อเจอเต้าโตปานภูเขาเลากาของหล่อนตั้งตระหง่านขวางมืออยู่ 

        จอห์นกลัวถูกกล่าวหาว่าแอบหื่นฉวยโอกาสลวนลาม เลยลังเลไม่กล้าทำอะไร ได้แต่เขย่าตัวร้องเรียกหล่อนซ้ำๆซากๆต่อไป                                

  “ วีนัส..วีนัส..โธ่..เป็นไงบ้างก็ไม่รู้..นอนนิ่งเป็นศพเลย..ทำไงดีวะกู..อ้อ..นึกออกแล้ว..ต้องเม้าทูเม้า สมองจะได้ไม่ขาดอ็อกซิเจน..” เขาวิตกจริตกลัวหญิงสาวจะกลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา

               จอห์นก้มลงจะทำอย่างที่กล่าว แต่ก่อนที่ริมฝีปากหนาจะสัมผัสกับริมฝีปากบาง คนเจ็บก็ลืมตาขึ้นมาทันที

        “ คุณจะทำอะไร ? คิดจะลวนลามลักหลับฉันรึไง ??? ” หล่อนตำหนิเสียงดุๆ

           จอห์นทั้งตกใจทั้งดีใจ ยิ้มแหยๆกลัวอีกฝ่ายเข้าใจผิด  

      “ ผมเปล่านะ..ผมพยายามจะช่วยต่างหาก ผมไม่แน่ใจว่าคุณยังหายใจอยู่รึเปล่า ก็เลยจะช่วยเป่าปากผายปอดให้ ” ชายหนุ่มแก้ตัวเป็นพัลวัน 

                     วิชุดาค้อนขวับ นิ่วหน้าไม่พอใจการกระทำค่อนข้างจาบจ้วงของเขา

                     จอห์นไม่ได้ทำผิดคิดร้าย แต่ท่าทีปั้นปึ่งของวิชุดา ทำให้เขาวางหน้าไม่สนิท เขาประคองหญิงสาวขึ้นมานั่งบนเก้าอี้แล้วบ่นพึมพำ

   “ โชคดีจริงๆ ที่คุณไม่เป็นอะไรมาก ใจผมหายหมดเลย นึกว่าเสียคุณไปแล้ว ”

                   วิชุดายิ้มออกมาได้

   “ ฉันก็นึกว่าไม่รอดเหมือนกัน จอห์น ไอ้โม่งมันโผล่มาได้ไงไม่รู้ ? มันฆ่าพี่หมอ แล้วตีฉันสลบไป ” หล่อนเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

                       จอห์นมองศพหมอ แล้วทำตาปะหลับปะเหลือก

    ” มันกำลังจะฆ่าคุณด้วย ถ้าผมไม่ได้ยินเสียงร้องคุณ ป่านนี้คุณเป็นศพไปแล้ว คุณลงมาข้างล่างทำไม ? พอเห็นผมหลับเลยแอบมาจู๋จี๋กับพี่หมอใช่มั้ย ? ” เขาต่อว่าต่อขาน

        “ จู๋จี๋บ้าอะไรล่ะ ฉันลงมาตามพี่หมอไปดูอาการคุณต่างหาก คุณจับไข้ทั้งเพ้อทั้งอาละวาด ไม่รู้ตัวรึไง ? ” วิชุดาเถียงคอเป็นเอ็น

                         จอห์นหน้าเจื่อน

     “ เหรอ ผมหลับไม่รู้เรื่องอะไรเลย แล้วมันตีคุณตรงไหน เจ็บรึเปล่า ? ” เขาแก้เก้อ                         

      “ เจ็บสิ บวมเลยเห็นมั้ย ” วิชุดาบอกพลางเอียงต้นคอที่บวมแดงให้เขาดู และย้อนถาม

       “ตอนฉันสลบไป เกิดอะไรขึ้นบ้าง มันทำร้ายคุณรึเปล่า ? ”

                          จอห์นสั่นศีรษะ

 “ เปล่า มันกำลังเงื้อมีดจะแทงคุณ พอเห็นผมวิ่งลงมา มันก็เผ่นหนี ผมเห็นคุณบาดเจ็บ ก็เลยไม่ติดตาม ”

                                  *****

          สถานีตำรวจลาสเวกัส (LVMPD)  

           เช้าวันรุ่งขึ้น… 

           ภายในห้องทำงานส่วนตัวของร้อยตำรวจเอกหญิงแพตตี้มอนโร

           ผู้กองมอนโร นั่งทำงานง่วนอยู่ที่โต๊ะทำงานตนตามลำพัง บนศีรษะที่มีผ้าพันแผลพันรอบ ยังมีเลือดไหลซึมออกมาเล็กน้อย  

       หลังจากได้รับการรักษาพยาบาลจากแพทย์ พอรุ่งสางผู้กองก็เผ่นออกจากโรงบาลกลับโรงพักทันที โดยไม่ฟังคำทัดทานของคุณหมอหรือใครหน้าไหนทั้งสิ้น

     ชายแปลกหน้าคนนั้น สร้างความค้างคาใจระคนขุ่นเคืองให้ผู้กองเหลือประมาณ

      เขาปิดบังตัวตนทำไม แล้วกล้าดียังไงถึงมาทำเจ้าชู้ใส่ทอมบอยอย่างหล่อน คิดแล้วมันน่าโมโหจริงๆ

         สิ่งแรกที่ผู้กองมอนโรทำเมื่อมาถึงห้องทำงาน คือค้นหาความจริงให้ได้ว่าผู้ชายคนนั้นคือใคร ?

       หล่อนใช้โปรแกรมจำลองหน้าคนร้ายในคอมฯ สร้างภาพใบหน้าแบบสามมิติ ตามความทรงจำหล่อนขึ้นมา จนได้ใบหน้าชายลึกลับที่เหมือนมาก แล้วนำไปสแกนค้นหาในแฟ้มประวัติของตำรวจสากล          

        ผู้กองมอนโร นั่งเอนหลังพิงพนักจิบกาแฟรอผลการสแกน ในหัวคิดถึงฆาตกรคนสวยที่ดวงแข็งหนีหลุดมือหล่อนไปได้

        รสสวาทบนเตียงคนไข้ในโรงบาลวันนั้น ยังตราตรึงอยู่ในใจผู้กองตลอดมา ไม่เคยมีสาวดี้คนไหน สามารถทำให้หล่อนประทับใจจนลืมไม่ลงได้ขนาดนี้มาก่อน

         ผู้กองมอนโรรู้ดีว่าตัวเองตกหลุมรักฆาตกรสาวอกโตนางนี้เข้าให้แล้วอย่างเต็มเปา

      ใจจริงผู้กองก็อยากช่วยคนที่ตนรักพลิกคดีอยู่เหมือนกัน แต่พยานหลักฐานมันมัดตัวแน่นหนาเหลือเกิน ผู้บังคับบัญชาก็เพ่งเล็ง เพราะฝ่ายเจ้าทุกข์เป็นนักธุรกิจใหญ่ มีอิทธิพลล้นเหลือ ผู้กองก็เลยจนปัญญาต้องฝืนใจทำไปตามหน้าที่     

      “ ปี๊บๆๆๆๆ ” เสียงสัญญาณแจ้งผลการสแกนจากคอมพิวเตอร์ ปลุกผู้กองตื่นขึ้นจากภวังค์

      ผลที่ได้คือล้มเหลว ใบหน้าชายเอเชียคนนี้ ไม่มีในแฟ้มประวัติอาชญากรสากล

                  ผู้กอง แยกเขี้ยวมองจอแล้วตบโต๊ะปังอย่างหงุดหงิด

  “ เขาเป็นใครกันแน่ หรือจะเป็นนักท่องเที่ยวจริงๆ??? ไม่ เป็นไปไม่ได้ ทุกอย่างมันประจวบเหมาะเกินไป ”          

              ในขณะที่สมองผู้กองมอนโรกำลังว้าวุ่น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น

       “ ก๊อก ๆ ๆ ”

                  ผู้กองเงยหน้ามอง และเอ่ยคำอนุญาต

                 ชายผิวหมึกร่างใหญ่ใส่สูทสีเทาเก่าๆคนหนึ่งเปิดประตูเข้ามา เขาคือ จ่าโคลมือปราบเฒ่าที่เมื่อคืนนี้เพิ่งพลาดท่าเสียที ปล่อยให้ไอ้โม่งโรคจิตหนีหลุดมือไปได้

    “ ผู้กอง ผมได้ยินว่าคุณถูกรถชน บาดเจ็บตรงไหนบ้างครับ ? ” จ่าเข้าไปไต่ถามที่โต๊ะแสดงความห่วงใย

       “ ไม่เป็นไรจ่า แค่หัวแตกกับถลอกปอกเปิกนิดหน่อย ” ผู้กองกล่าวยิ้มๆ ยกข้อศอกที่หมอทายาแดงไว้ให้ดู 

                      จ่าโคลถอนใจโล่งอก ยิ้มออกมาได้

   “ ผมจะไปเยี่ยมที่โรงบาล พอมาถึงนี่ร้อยเวรบอกว่าผู้กองกลับมาแล้ว ผู้กองพักร้อนอยู่ ทำไมไม่นอนพักฟื้นอีกสักสองสามวันละครับ รีบออกมาทำไม ? ”

               ผู้กองมอนโรหัวเราะแทนคำตอบ แล้วย้อนถาม

    “ ได้ยินว่า เมื่อคืนคู่หูจ่าถูกฆ่าไปอีกคนแล้ว เสียใจด้วยนะ ”

                จ่าโคลหน้าสลด ขบกรามนูนเป็นสัน

     “ ครับ มันฆ่าคู่หูผมไปสองคนแล้ว ผมต้องวิสามัญมันให้ได้ ม่ายงั้นไม่หายแค้น ” เขากล่าวอย่างมุ่งมั่น

     “ จ่าต้องระวังตัวหน่อย อีกไม่กี่ปีก็เกษียณแล้ว สังขารจ่าไม่ได้เหมือนสิบปีก่อน ” ผู้กองมอนโรอดห่วงไม่ได้

                      จ่าโคลยิ้มเศร้าๆ

     “ ขอบคุณที่เป็นห่วงครับ เอ้อ..จ่าหน้าห้องบอกผู้กองง่วนอยู่หน้าคอมฯมาครึ่งค่อนชั่วโมงแล้ว ค้นประวัติใครอยู่หรือครับ ? ”

     “ ผู้ต้องสงสัยคนนึงเป็นชาวต่างชาติ เขาเป็นคนขับรถพาฉันไปส่งโรงบาล ” ผู้กองบอกตามตรง

                       จ่าโคลกระพริบตาถี่เร็ว

     “ ผู้กองสงสัยเขา ??? ”

                   ผู้กองมอนโรพยักหน้า

     “ ใช่ เขาบอกเป็นนักท่องเที่ยว แต่จุดเกิดเหตุมันลึกลับ เกินนักท่องเที่ยวจะเข้าไปได้ ”

      “ ก็น่าสงสัยอยู่ แล้วค้นเจอมั้ยครับ ? ” จ่าโคลชักสนใจ

                             ผู้กองส่ายหน้าแทนคำตอบ

      “ หน้าตาเขาเป็นไงครับ ผมจะส่งลูกน้องไปตามประกบให้ ” จ่าโคลคิดหาทางช่วย

       “ ก็ดีเหมือนกัน ฉันต้องรู้ให้ได้ว่าเขาเป็นใคร ” ผู้กองเห็นด้วย รีบหันจอคอมฯมาให้จ่าดูหน้าชายต้องสงสัย

                      จ่าโคลตกตะลึงลืมตาโพลง

  “ นักล่าหน้าหยก ! ” เขาอุทานออกมา

  “ จ่ารู้จักเขาเหรอ ? ” ผู้กองมอนโรถามเร็วปรื๋อ

                          จ่าโคลผงกศีรษะ

 “ ครับ เขาเป็นนักล่าเงินรางวัลข้ามชาติ ”

 “ นักล่าเงินรางวัล ” ผู้กองมอนโรพึมพำ

                          จ่าโคลพยักหน้าคอนเฟิร์ม

  “ ใช่ครับ เขาเป็นคนไทย ชื่อ ภาสกร นามสกุลผมจำไม่ได้ ”

 “ จ่ารู้จักเขาได้ไง ? ” ผู้กองมอนโรใจจดใจจ่อ

 “ ก่อนผู้กองจะย้ายมาที่นี่ เขาเคยลากคอพวกอาชญากรที่หนีลอยนวลออกนอกประเทศ กลับมาส่งแลกเงินรางวัลที่นี่หลายครั้ง ตำรวจโรงพักเรารุ่นเก่าๆ รู้จักเขาเกือบทุกคน ” จ่าโคลเท้าความให้ฟัง

    “ ตอนนี้คนร้ายสำคัญๆมีแค่สองคน เป็นไปได้มั้ยว่าเป้าหมายนายภาสกรคือไอ้โม่งดำ เพราะรางวัลค่าหัวของมัน ที่ทางการและเอกชนตั้งไว้ รวมเบ็ดเสร็จก็ทะลุล้านเหรียญไปแล้ว ” ผู้กองหารือหยั่งเสียงผู้อาวุโสในวงการ

                              จ่าโคลส่ายหน้าไม่เห็นด้วย

     “ ค่าหัวมิส.เจ็นเซ่นก็ไม่เบานะผู้กอง เป้าหมายของเขาอาจเป็นหล่อนก็ได้ ” เขาแสดงความคิดเห็น

                       ผู้กองมอนโรหัวเราะหึๆ เห็นเป็นเรื่องชวนหัว

      “ แค่ห้าหมื่นเหรียญเนี่ยนะ มันจะคุ้มค่าเครื่องบินเหรอ ? ”

                       จ่าโคลทำหน้าตาขึงขัง

      “ ผู้กองลาพักร้อนไปเลยไม่รู้อะไร คุณนายลินน์ภรรยาผู้ตายโกรธมากที่ฆาตกรหนีไปได้ เมื่อวานส่งทนายเอาเช็คมาให้ผู้กำกับตั้งเป็นรางวัลค่าหัวคนร้ายเพิ่มอีกหนึ่งล้านเหรียญ รวมกับที่ทางเราตั้งไว้ ก็เท่ากับหนึ่งล้านห้าหมื่นเหรียญ สูสีกับไอ้โม่งดำเลยครับ ”

                ผู้กองมอนโรอี้งไปชั่วขณะ ไม่ทันว่าอะไร เสียงเคาะประตูก็ดังรัวขึ้นมา

        “ ก็อกๆๆๆ ”

         “ เข้ามาได้ ” ผู้กองร้องบอกคนเคาะ       

                         ตำรวจยศนายสิบคนหนึ่ง เปิดประตูพรวดพราดเข้ามาแจ้งเรื่องสำคัญอย่างร้อนรน

      “ ผู้กองครับ มีพลเมืองดีโทรแจ้งว่า มิส.เจ็นเซ่น คนร้ายที่เรากำลังตามล่า กบดานอยู่ที่อาคารพานิชย์เลขที่ 113 /118 ถนนเรนโบว์บูลวาร์ด แถวๆย่านสปริงวัลเลย์ ”

               ผู้กองมอนโรผลุดลุกขึ้นยืนสั่งการทันที

    “ จ่า!พาลูกน้องไปกับฉันเดี๋ยวนี้ ”  

               จ่าโคลเห็นสภาพเยินๆของผู้กองแล้ว อดเอ่ยปากท้วงติงไม่ได้

    “ ผู้กองยังบาดเจ็บ อย่าออกไปตรากตรำเลยครับ ผมกับลูกน้องจะไปลากคอหล่อนมาเอง ”

                  ผู้กองไม่ฟังเสียง ว้ากลั่นห้อง

   “ ไม่ได้! คดีฉัน ฉันต้องไปเอง ไม่ต้องพูดมาก รีบออกไปจัดทีมคัดมือดีๆหน่อย แล้ววอ.ให้รถสายตรวจที่อยู่แถวนั้น ล่วงหน้าไปปิดกั้นสถานที่ล้อมอาคารเป้าหมายไว้ ให้รอจนกว่าพวกเราจะไปถึงก่อน ค่อยลงมือพร้อมกัน เข้าใจมั้ย ? ” หล่อนกำชับทิ้งท้าย

     “ ครับผม ” จ่าโคลชิดเท้าตรงขานรับคำสั่ง แล้วพาลูกน้องออกจากห้องไป

       ผู้กองมอนโร ดึงลิ้นชักโต๊ะหยิบตรากับปืนพกออกมา แล้วจ้ำพรวดๆตามไปติดๆ..

            

                           *****

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น