เพียงน้ำหยดแรก
email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

18 : พันธกาล อีส แบค

ชื่อตอน : 18 : พันธกาล อีส แบค

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ต.ค. 2562 20:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
18 : พันธกาล อีส แบค
แบบอักษร

 

 

 

[21:55]         

 

เสียงน้ำที่ไหลตกลงมากระทบพื้นอย่างต่อเนื่อง ดังออกมาจากภายในห้องน้ำกว้าง โดยที่มีเจ้าของร่างบอบบางที่กำลังอาบน้ำชำระล้างคราบเหงื่อไคลไล่ความเมื่อยล้าที่สะสมมาทั้งวันจากการทำงาน

แกร๊ก!

เสียงลั่นกลอนเปิดประตู ทำให้เจ้าแมวตัวกลมตาฟ้าพันธุ์ แร็กดอลล์ ที่แอบย่องออกมาจากห้องของตนมานอนกลิ้งแอ้งแม้งอยู่ที่ห้องของผู้เป็นเจ้าของนั้น ผงกหัวขึ้น หูตั้งทันที ก่อนที่มันจะยอมลุกขึ้นช้าๆอย่างเกียจคร้าน แล้วกระโดดลงจากเตียงกว้างแสนนุ่มนิ่มลงมายืนบนพื้นห้อง และย่างก้าวขาเดินนวยนาดไปทางร่างบางของเจ้านายคนสวยอย่างเหมือนฝัน ที่พึ่งเดินออกมาจากห้องน้ำโดยที่สภาพทั้งตัวมีเพียงแค่ผ้าขนหนูผืนเล็กปกปิดร่างเปลือยเปล่าเอาไว้เท่านั้น

"ไงคุณปั้น แอบเข้าห้องหม่ามี๊ทำไมหื๊มมม...."

เหมือนฝันลากเสียงยาวบ่นอย่างไม่จริงจังนักก้มตัวลงไปช้อนตัวเจ้าลูกแมวตัวกลมที่เดินวนไปวนมาใช้ลำตัวกลมๆที่ถูกปกคลุมไว้ด้วยขนนุ่มนิ่มคลอเคลียกับขาของเธอบนพื้น ขึ้นมาอุ้มไว้แนบอก ก่อนจะเดินไปนั่งลงบนเตียงกว้าง แล้ววางคุณปั้นลงบนตักนุ่มยกมือขึ้นลูบหัวลูบตัวของเจ้าแมวตาฟ้าอย่างรักใคร่เอ็นดู

 

"เมี๊ยววว!"

 

เจ้าแมวก็เหมือนจะรู้ตัวว่าถูกบ่น มันจึงร้องเมี๊ยวออกมาเบาๆ แล้วใช้หัวที่ถูกปกคลุมไปด้วยขนนุ่มเพราะถูกดูแลอย่างดีจากเหมือนฝันนั้นถูไถไปมากับฝ่ามืออบอุ่นของเธออย่างออดอ้อนเอาใจ

"อะไรห๊ะ...อ้อนแบบนี้นี่จะมาเอาใจ หรือมาขอขนมกินหืม...."

เธอลากเสียงถาม พร้อมกันใช้ฝ่ามือนั่นขยี้ลงไปบนหัวน้อยๆของเจ้าแมวอย่างหมั่นเขี้ยว

"ม๊าววว~~~"

เมื่อได้ยินคำว่าขนมหลุดออกมาจากริมฝีปากบาง คุณปั้นก็ยิ่งร้องออกมาเสียงอ้อนกว่าเดิม ทั้งยังยิ่งเพิ่มสกิลการไถหัวไปกับฝ่ามือของเธออีกเสียหลายครั้ง

"ชักจะกินเก่งขึ้นทุกวันแล้วนะ...เดี๋ยวก็ตัวแตกหรอก"

เหมือนฝันแสร้งพูดขึ้นเสียงดุ แต่ถึงกระนั้นร่างระหงเพรียวบาง กลับผลุดลุกจากเตียงนุ่มขึ้นมายืน ก่อนจะเดินหายผ่านเข้าไปในประตูทางเชื่อมไปยังอีกห้องหนึ่งที่เธอตั้งใจสร้างมันขึ้นมา เพื่อยกให้เป็นห้องส่วนตัวของคุณปั้น โดยไม่ลืมที่จะปล่อยเจ้าตัวกลมในอ้อมแขนนี้ไว้บนเตียงเช่นเดิม

สักพักก็เดินกลับออกมา แล้วนั่งลงบนเตียงนุ่มเช่นเดิม โดยไม่ลืมที่จะถือขนมแมวเลียแบบซองรสโปรดของคุณปั้นติดมือกลับมาด้วย ก่อนจะค่อยฉีกซองนั่นออกมาเบาๆ

"ม๊าววว~~~"

เจ้าแมวตัวกลมจากที่นอนผึ่งพุงอยู่ถึงกลับผลุดตัวลุกขึ้นมาอย่างรวดเร็วทันทีที่ได้กลิ่นขนมแมวรสโปรดของตน

คุณปั้นรีบกระโจนเข้าไปใกล้กับมือขาวบางของเหมือนฝันที่กำลังจะยื่นเจ้าซองที่มีกลิ่นหอมหวนยั่วน้ำลายโชยมาแตะจมูก ก่อนจะใช้อุ้งเท้านุ่มนิ่มตะปบเข้าที่ซองมันอย่างรวดเร็ว จนคนที่เฝ้ามองอาการของแมวตัวเองอยู่อย่างเหมือนฝัน ถึงกับต้องคลี่ยิ้มออกมาอย่างเอ็นดู

"แมวตะกละ"

ถึงปากจะว่า แต่ริมฝีปากสวยกลับไม่สามารถหุบยิ้มกว้างที่ฉาบไว้บนใบหน้าได้เลย ฝ่ามือเรียวอีกข้างที่ยังว่าง จึงถูกยกขึ้นแล้วเลื่อนไปวางแหมะเอาไว้บนหัวกลมๆของแมวอ้วนที่ว่า ก่อนจะออกแรงลูบไปมาเบาๆอย่างอดเสียมิได้

'มองคุณปั้นแล้วก็อดที่จะคิดถึงเขาไม่ได้เลยแหะ'

ร่างบางพลันนึกไปถึงเรื่องวุ่นวายเมื่อตอนช่วงเช้าของวันนี้

"หายไปไหนของนายกันนะ รู้รึเปล่าคนอื่นเขาเป็นห่วงกันจนวุ่นวายไปหมด"

ดูเหมือนเธอจะคิดดังไปหน่อย จนมันหลุดออกมาเป็นคำพูดเสียได้ หากแต่เจ้าของเสียงกลับยังคงลูบหัวลูบหางกับแมวตัวอ้วนของตนต่อไป คล้ายกับว่าไม่รู้ตัว ว่าตนเองได้เผลอไผล ไปคิดถึงแล้วก็หลุดพูดถึงเขาออกไปเสียแล้ว....

 

ปี๊น! ปี๊น!

 

เพราะตอนนี้มันดึกแล้ว ภายในมหาลัยแห่งนี้จึงเงียบเชียบไร้ผู้คนและเสียงอื่นๆมารบกวน จึงทำให้เสียงแตรรถเมื่อสักครู่นี้ดังลั่นไปทั่วบริเวณ และมันก็ดังมากพอที่จะทำให้ร่างบางที่ยังคงมีเพียงแค่ผ้าขนหนูผืนเดียวปิดกาย ที่กำลังนั่งเหม่อคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ถึงกับสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ

 

"อะไรเนี้ย! ยามปล่อยให้เข้ามาได้ไง"

ฉันอดจะบ่นออกมาไม่ได้ เพราะความหงุดหงิด ก็ดูเอาสิทุกคน ดึกดื่นป่านนี้ยังจะมีใครก็ไม่รู้ขับรถเข้ามาบีบแตรเล่นอีก ไม่รู้ว่าคุณลุงยามที่ทำหน้าที่เฝ้าประตูรั่วอยู่ปล่อยให้เข้ามาได้ยังไง นี่มันมหาลัยนะไม่ใช่สนามแข่งรถ แถมยังเป็นตอนกลางคืนอีกนะ ฮัลโหล....สติดีอยู่รึเปล่าห๊ะคนขับ

ปี๊น! ปี๊น! ปี๊น!

 

"เอ๊ะ!!"

ฉันเอะใจและเริ่มใจคอไม่ดีขึ้นมาแล้ว เมื่อคนข้างนอกนั่นยังบีบแตรไม่หยุด แถมฉันยังรู้สึกได้ด้วย ว่าเสียงนี้มันอยู่ใกล้มากๆ ใกล้เหมือนกับอยู่หน้าร้านฉันอย่างนั้นเลยล่ะ

 

เมื่อเริ่มใจคอไม่ดี เหมือนฝันจึงรีบผลุดลุกขึ้นจากเตียง แล้วเดินตรงดิ่งไปที่ตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ ก่อนจะคว้าเอาเสื้อผ้าสักชิ้นในนั้นมาใส่อย่างเร่งร้อน

 

ปิ๊น ปิ๊น ปิ๊น ปี๊นนนนน!!!

และดูเหมือนว่าคนข้างล่างจะหมดความอดทนแล้วเหมือนกันถึงได้ลากกดเสียงแตรได้เกรี้ยวกราดขนาดนั้น

ฉันขมวดคิ้มมุ่นอย่างชั่งใจ ว่าจะลงไปดูดีหรือไม่ว่าใครกันที่มารบกวนคนอื่นเขาในเวลาแบบนี้มีธุระอะไรหรือเปล่า แต่อีกใจหนึ่งก็เกิดหวาดกลัวขึ้นมาเหมือนกัน ว่าถ้าหากคนข้างล่างไม่ใช่คนที่รู้จัก หรือว่าเป็นโจรขึ้นมาจะทำยังไง...

"แต่ถ้าไม่ยอมลงไป จะบีบแตรเสียงดังรบกวนกันไปทั้งคืนเลยหรือเปล่านะ"

ถึงจะพูดแบบนั้น แต่ว่าขาเรียวกลับก้าวออกไปข้างหน้าเดินไปที่ประตูห้อง มือที่จับลูกบิดได้หมุนมันเปิดประตูออกไปแล้วเรียบร้อย

"หาเรื่องใส่ตัวแท้ๆเลยยัยฝัน"

ฉันบ่นออกมาเบาๆกับนิสัยของตัวเอง ขณะที่กำลังเดินย่องเบาๆบนบันไดเหมือนกับว่ากำลังจะแอบย่องมาขโมยของในร้านตัวเองเสียอย่างนั้น

เมื่อค่อยๆย่องจากชั้นบนลงมาข้างล่างได้เรียบร้อย ฉันจึงเลือกที่จะเดินคลำๆทางไปยังประตูหลังร้านท่ามกลางความมืดสลัวแทน เพราะมันคงเป็นความคิดที่ไม่ค่อยจะฉลาดนัก ที่จะเดินโทงๆ ออกไปเปิดประตูเพื่อจะดูว่าคนแปลกหน้าข้างนอกนั่นเป็นใคร ส่วนในใจก็แอบภาวะนาไปตลอดทาง ว่าขออย่าให้ซวยไปเดินชนกับอะไรเข้าให้เจ็บตัวไปเสียก่อน

แกร๊ก!

ฉันพยายามที่จะเปิดประตูให้เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนจะเดินไปข้างหน้าอย่างเงียบเชียบที่สุด อ้อมไปยังทางหน้าร้าน กะว่าจะไปแอบยืนดูราดราวเงียบๆ

รถ Porsche 911 carrera s สีขาวที่จอดอยู่ใกล้ๆกับหน้าร้านของฉัน ทำให้อึ้งไปไม่น้อย ไม่ใช่ว่าตกใจรถคันหรูที่จอดอยู่ แต่ว่าฉันตกใจเจ้าของมันมากกว่า เขามาที่นี่ทำไม...โซ่ เขามาบีบแตรเสียงดังที่หน้าร้านฉันในเวลานี้ทำไมกัน

 

สองชั่วโมงแล้ว เป็นสองชั่วโมงที่แสนอึดอัดมากระหว่างเรา เพราะตั้งแต่ที่ฉันพาเขาเข้ามานั่งในร้าน เขาก็เอาแต่จ้องหน้าฉันไม่วางตา แต่กลับไม่เอ่ยอะไรออกมาแม้แต่น้อย ซึ่งฉันที่นั่งอยู่ตรงข้ามกับเขา แม้จะโคตรอึดอัด แต่ก็จ้องเขากลับอย่างไม่ยอมแพ้เช่นกัน

"เป็นไงบ้าง"

และก็เป็นเขาที่เป็นฝ่ายทนสถานการณ์แบบนี้ไม่ได้เสียเอง จึงต้องเป็นฝ่ายทำลายความเงียบระหว่างเราลง ยอมเอ่ยทักฉันก่อน

"เล่นอะไรของเธอ หายไปไหนมา ติดต่อก็ไม่ได้ รู้หรือเปล่าคนอื่นเขาเป็นห่วงกันไปหมด"

ฉันไม่ตอบ แต่กลับยิงคำถามใส่เขาแทน ยิ่งนึกถึงเรื่องวันนี้ก็ยิ่งทำให้อารมณ์หงุดหงิดมันเพิ่มขึ้น ความรู้สึกมันปะปนตีกันไปหมดอยู่ในหัว ทั้งสงสัย เป็นห่วง แล้วก็กลัว

"....." แต่เขากลับนิ่งไปเสียเฉยๆ ไม่ตอบคำถาม แถมยังเบนสายตาหนีไปมองที่อื่นอีก และนั่นยิ่งทำให้ฉันอารมณ์เสีย

"โซ่!! พี่ไม่รู้หรอกนะว่าเธอรักเธอชอบผู้หญิงคนนั้นขนาดไหน จะไปอยู่ไหนจะไปทำอะไรด้วยกันกับน้ำหวานคนนั้นก็ได้ ตามใจเธอเลย แต่ว่านะ ช่วยรับสาย ช่วยตอบข้อความเพื่อนๆของเธอเสียบ้าง พวกนั้นมันเป็นห่วงเธอกันจนแทบจะบ้ากันไปหมดแล้ว"

ฉันอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถึงผู้หญิงคนนั้น ถึงจะรู้ว่าไม่ควรพูดถึงเธอในทางที่ชวนให้คิดไปให้เสียหาย แต่ว่าภาพที่จีนเอามาให้ดู มันทำให้ฉันอดคิดไม่ได้จริงๆว่าพวกเขาอาจจะหายไปอยู่ด้วยกันมา ยอมรับแบบแมนๆเลยว่าฉันทั้งโกรธทั้งหงุดหงิด ที่เขามีผู้หญิงคนใหม่ได้เร็วขนาดนี้ แต่ว่าลึกๆแล้วฉันเป็นห่วงเขาเสียมากกว่า แค่อยากหวังดีและตักเตือนเขาในฐานะพี่น้องก็เท่านั้นเอง...ได้เท่านั้น ก็ดีมากแล้วจริงๆ

"หึ....น้ำหวานหรอ"

เขาทำเพียงแค่ร้องหึออกมาเบาๆ ก่อนที่จะเอนหลังไปพิงไว้กับพนักเก้าอี้ แล้วพ่นลมหายใจออกมาแรงๆหนึ่งทีทั้งๆที่ยังไม่หันกลับมามองหน้าฉันเลยด้วยซ้ำ

ท่าทางเอนหลังนั่งพิงพนักเก้าอี้ คล้ายคนหมดอาลัยตายอยากของเขาทำให้ฉันรู้สึกแปลกใจ เขาควรมีความสุขสิ ก็ได้ไปอยู่ด้วยกันกับคนรักมาไม่ใช่รึไง?

"...."

"...."

เป็นอีกครั้งที่ระหว่างเรานั้นมีแต่ความเงียบเข้ามาปกคลุม ฉันมองไล่สำรวจเขาที่ยังคงนั่งทำหน้าเซ็งเบื่อโลกอยู่ตรงหน้า ก่อนที่สายตาจะไปสะดุดเข้าที่ใบหน้าคมของเขาที่มันดูขาวซีดลงเล็กน้อยจากครั้งล่าสุดที่ได้พบกัน ใบหน้าคมได้รูปแบบที่ใครๆต่างก็ชอบนักชอบหนา ตอนนี้มันกลับซูบตอบลงไปเล็กน้อย หรือว่าที่เขาหายไปจะเป็นเพราะว่าไม่สบายจริงๆกันแน่นะ อา...แล้วตอนที่ป่วยอยู่ใครดูแลเขากัน จะรู้หรือเปล่าว่าตอนโซ่ป่วยเขาจะขี้หงุดหงิดมากเลย ให้ตายสิ หยุดสนใจคนตรงหน้าไม่ได้เสียแล้วเหมือนฝัน

ควับ

ร่างบางสะดุ้งเล็กน้อย เมื่อถูกเจ้าของร่างสูงที่เธอกำลังไล่สายตามองจับจ้องเขาอยู่อย่างไม่วางตา ได้หันควับกลับมาจ้องเธอเช่นเดียวกัน จนเหมือนฝันต้องยืดตัวขึ้นตรงเล็กน้อยเพื่อวางท่า พร้อมกับกระแอมกระไอออกมาสองสามครั้งแก้เก้อ เมื่อถูกเขาจับได้เข้าให้เสียแล้ว

"...เอ่อ...เอ้อ!! ว่าแต่เธอมาหาพี่เสียดึกดื่นขนาดนี้มีธุระด่วนอะไรหรือเปล่า"

ร่างบางแสร้งเปลี่ยนเรื่อง ถามเขาออกไปอย่างร้อนรน

พันธกาลจากที่ทำหน้าเซ็งเบื่อโลกอยู่แล้ว คิ้วเข้มก็ขมวดเข้าหากันแน่นทันที ที่ได้ยินคำถามจากอีกฝ่าย

"ทำไม ถ้าไม่มีธุระมาหาไม่ได้หรอ"

"โซ่...."

ฉันอึ้งกับคำตอบ ที่ไม่เหมือนคำตอบของเขา ได้แต่มองเขาที่ยังคงนั่งทำหน้ามึน

"...."

"....เธอก็รู้ว่าเพราะอะไรเราถึงไม่ควรมาเจอกัน อย่าให้พี่ต้องพูดถึงมันเลย"

นานกว่าที่ฉันจะหาเสียงของตัวเองเจอ ก่อนจะเปล่งเสียงตอบเขาไปอย่างเบาหวิวเพราะเริ่มรู้สึกเหนื่อยล้าและอ่อนใจกับคนตรงหน้านี้เต็มที ทำไมเรื่องของพวกเรามันถึงไม่จบไม่สิ้นลงสักที ทั้งๆที่เราตกลงว่าจะเลิกกันแล้วแท้ๆ มันก็ควรที่จะต้องเลิกติดต่อ เลิกเจอหน้ากันถ้าไม่จำเป็นไม่ใช่หรอ? แล้วทำไม ทำไมเขาถึงยังทำแบบนี้อีก ทำไมต้องเข้ามาวนเวียนอยู่ในชีวิตของฉันไม่จบไม่สิ้นกันเสียที ทำแบบนี้แล้วฉันตัดเขาออกไปจากชีวิตได้จริงๆเมื่อไหร่กัน ฉันจะต้องพยายามหลอกตัวเองว่าเลิกคิดถึงเขา เลิกรักเขาแล้วไปได้อีกนานแค่ไหน...

"...แมว โซ่คิดถึงไอ้แมวอ้วน ก็เลยมาหามัน"

เมื่อเห็นสีหน้า อาการของหญิงสาวตรงข้ามเริ่มดูไม่ดี เขาจึงรีบหยิบยกไอ้แมวนั่นขึ้นมาอ้างทันที ตอนนี้คุณปั้นคงจะเป็นข้ออ้างที่ดีที่สุดสำหรับเขาแล้วล่ะนะ

"ห๊ะ! คิดถึง...ก็เลยมาหาตอนนี้อ่ะนะ?"

ฉันขมวดคิ้ว ตะโกนถามเขาเสียงสูง ก็ดูเหตุผลข้างๆคูๆของเขาสิ มันฟังไม่ขึ้นเอาเสียเลย คิดถึงคุณปั้นเนี้ยนะ...เกิดพิศวาทอะไรแมวของเธอขึ้นมาล่ะ ปกติเห็นแทบจะโยนมันออกไปแทบจะทันทีที่คุณปั้นเดินเข้าไปคลอเคลียนัวเนียเขามากเกิน

"อะ อืม...ฝันไปอุ้มมันลงมาหน่อยสิ โซ่อยากเล่นกับมัน"

โซ่พยักหน้า ก่อนจะพูดออกมาด้วยสีหน้านิ่งๆมึนๆเหมือนเดิมตามสไตล์เขา

ฉันลังเลเล็กน้อย ไม่รู้ว่าควรจะขึ้นไปพาคุณปั้นลงมาหาเขาดีหรือเปล่า แต่ว่าถ้ายังต้องทนนั่งจ้องหน้าเขาอยู่แบบนี้ โดยไม่รู้ว่าเขาจะกลับไปเมื่อไหร่ การที่ได้หลบขึ้นไปหาคุณปั้นก็ดูเป็นตัวเลือกที่ดีไม่ใช่น้อยเลยแห๊ะ ถึงจะแค่เวลาไม่นานก็เถอะ

เมื่อตกลงกับตัวเองหาทางเลือกที่ดีที่สุดได้เสร็จสรรพ ร่างบางก็ผลุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ แล้วยืนขึ้นเต็มความสูงทันที ก่อนที่จะหันหลังเตรียมก้าวขาไปยังทางขึ้นของชั้นสองที่มีเจ้าแมวตัวกลมนอนเล่นอยู่ข้างบน หากแต่ว่าเสียงทุ้มๆกลับเอ่ยขัดเอาไว้เสียก่อน

"เดี๋ยว!..."

ฉันชะงัก ก่อนจะหันหลังกลับไป เริกคิ้วมองไปที่คนตัวสูงที่ตอนนี้ผลุดลุกขึ้นยืนแล้วเหมือนกัน เขาท้าวแขนแกร่งทั้งสองข้างเอาไว้บนโต๊ะ

"หืม...มีอะไรอีกหรอ" ฉันถามเขาไปอย่างสงสัย

"คือ โซ่อยากดื่มโกโก้ร้อนด้วย ฝันทำให้หน่อยสิ เดี๋ยวโซ่ขึ้นไปอุ้มคุณปั้นลงมาเองก็ได้"

ฉันขมวดคิ้ว ยิ่งสงสัยเขาหนักขึ้นไปอีก ไม่รู้สิ โซ่ดูมีพิรุธแปลกๆยังไงไม่รู้ ไม่ค่อยน่าไว้ใจเลยอ่ะ

"นะ...นะครับ"

เมื่อเห็นร่างบางตรงหน้ายังยืนจ้องเขาคล้ายกับจับผิด เขาจึงปรับเสียงให้อ่อนลงเล็กน้อย แล้วพูดเพราะขึ้นอีกหน่อย คล้ายกับว่ากำลังอ้อนอยู่ จนเหมือนฝันที่จ้องเขาอยู่ทุกท่วงท่า ต้องเบ่หน้า ทำหน้าปุเลี่ยนส่งให้เขาทันที ก่อนจะยอมพยักหน้าตกลงในที่สุด แล้วเดินหายเงียบเข้าไปในห้องครัวทันที

 

"ฮ่าๆๆ!! ไอ้อ้วนเอ้ย คิดถึงกันล่ะสิ"

เสียงหัวเราะดังลั่น จนเข้ามาถึงในห้องครัวที่ฉันกำลังยืนรอให้น้ำในกาไฟฟ้านี่ร้อนได้ที่อยู่ ต้องขมวดคิ้วอีกไม่รู้เป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วของวันนี้ ก็ดูพ่อตัวดีข้างนอกนั่นสิ มีอย่างที่ไหนบุกมาที่บ้านคนอื่นเขาดึกๆดื่น แล้วยังมีหน้ามาหัวร่อต่อกระซิกกับแมวของเขาอย่างอารมณ์ดีอีก มันน่าไหมล่ะ

"หึ"

ฉันพ่นลมหายใจออกมาทางจมูกอย่างหงุดหงิด กับความไม่รู้ร้อนรู้หนาวของคนข้างนอก แต่เหนือกว่าหงุดหงิดเขา ก็คือรำคาญตัวเองนี่แหละ ที่ยังจะกล้าเปิดประตูยินดีต้อนรับเขาเข้ามาอีก

"น่าตีนักนะ ยัยเหมือนฝัน"

ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันโมโหตัวเองได้สักพัก เสียงแจ้งเตือนจากกาไฟฟ้าก็ดังขึ้น ฉันจึงเอื้อมมือไปหยิบแก้วสีดำที่มีผงโกโก้แบบชงร้อนสำเร็จรูปอยู่ในนั้นขึ้นมาถือไว้ ก่อนจะเทน้ำร้อนลงไปจนกลิ่นหอมตะหลบอบอวลไปทั่วห้องครัว จัดการถอดปลั๊กปิดสวิตซ์ทุกอย่างจนแน่ใจแล้ว ก็เอื้อมไปหยิบจานคุกกี้เล็กๆมาถือไว้อีกข้าง แล้วเดินออกไปจากที่นี่ทันที

"เมี๊ยวว!!"

"ฮ่าๆๆๆ!!"

ฉันมองเขาที่ย้ายตัวจากโต๊ะกลางร้าน ไปนอนเล่นบนโซฟาสีเบบี้พิ้งค์ ที่บิ้วอินติดกับผนังใกล้ๆกับเคาน์เตอร์แทน โดยที่ในมือมีก้อนกลมตัวขนอย่างคุณปั้นอยู่ เขาแกล้งชูเจ้าแมวขึ้นสุดแขน ทำให้มันดิ้นดุ๊กดิ๊กๆอยู่กลางอากาศอย่างต้องการจะหาทางรอด ส่วนเขาก็นอนหัวเราะอย่างสนุกสนานที่ได้แกล้งแมวของคนอื่นให้ตกใจเล่นได้สำเร็จ

"โซ่!!!"

ฉันอดไม่ได้ที่จะเรียกเขาเสียงดังอย่างดุๆ ทำให้เจ้าตัวเขาหันมามองฉันทันที

"ว้า~~~ แม่แกมาเห็นซะแล้ว หมดสนุกเลย"

เขาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงยียวน โดนที่ยังไม่ละสายตา ไปจากฉันเลยด้วยซ้ำ ก่อนที่จะกลับมาทำหน้าเซ็งอีกครั้ง ยอมลดแขนที่ยกคุณปั้นขึ้นสูงนั้นลง แล้วพามันนั้นลงมากอดซุกอยู่บนอกแกร่งอย่างไม่ยี่หระ

ส่วนเจ้าแมวที่โดนแกล้งกี่ทีก็ยังไม่เคยจำ ก็ใจง่ายยอมกลับไปซุกตัวลงกับแผงอกอุ่นของเขาอย่างเงียบเชียบเรียบร้อย หึ น่าหมั่นไส้จริงๆ

"อ่ะนี่ รีบกินแล้วก็รีบกลับไปได้แล้ว"

ฉันเดินเข้าไปใกล้กับเขามากขึ้น ก่อนจะวางแก้วโกโก้กับจานคุกกี้ลงที่ข้างๆเขาอย่างเบามือ ส่วนตัวเองก็หมุนตัวไปคว้าเก้าอี้ใกล้ๆ มานั่งลงตรงข้างเขาอีกที

"หอมจัง"

โซ่ที่เคยนอนอยู่ ก็ยอมลุกขึ้นมานั่งดีๆ แล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นแถมยังยิ้มกว้างจนตาปิด คล้ายกันอาการเด็กดีใจที่ได้กินขนม ดู๊!....ดูสิทุกคน เขาแปลกไปจริงๆด้วย

ฉันไม่พูดอะไร เพียงแค่ยื่นมือออกไปรับคุณปั้น ที่เขาส่งคืนมาให้ ก่อนจะจ้องมองเขากินขนมและโกโก้ร้อนไปอย่างเงียบๆ พร้อมกับยกมือขึ้นลูบหัวลูบหางตัวนุ่มนิ่มในมือไปเพลินๆ

 

"อิ่มจัง"

เขาพูดออกมา พร้อมกับลูบหน้าท้องไปมาเบาๆ เมื่อจัดการกินโกโก้และคุกกี้เสียหมดเกลี้ยง

"ถ้าอิ่มแล้ว เธอก็ควรกลับไปได้แล้วนะ" ร่างบางพูดเสียงนิ่ง

"ดึกแล้ว..." เขาหันไปจ้องนาฬิกาบนผนังร้าน ก่อนจะพูดออกมาเบาๆ

"แล้ว..." เหมือนฝันก็ยังพูดเหมือนไม่ใส่ใจ

"อันตรายนะ...ขับรถกลับกลางดึกน่ะ"

ฉันมองโซ่ที่พูดออกมาหน้าตาย แล้วยังไงพูดออกมาแบบนี้จะขอนอนค้างที่ร้านฉันหรือไง?

"..."

"ขอค้างที่นี่นะ...นะครับ"

เมื่อเห็นร่างบางยังไม่ยอมเสนอในสิ่งที่เขาต้องการเสียที เขาก็เลยจัดการเสนอตัวเองขอนอนค้างที่นี่มันเองเสียเลย แต่ว่าดูเหมือนเธอจะไม่เล่นด้วยกับเขาเท่าไหร่ เพราะว่า

" ไม่"

เธอปฏิเสธออกมาโดยไม่ต้องเสียเวลาคิดเลยด้วยซ้ำ

"โถ่...มันอันตรายจริงนะ นี่มันก็ดึกมากแล้ว แล้วโซ่ก็ง่วงมากๆแล้วด้วย"

"..." เงียบสงบ ไม่ตอบอะไรไปแม้เพียงครึ่งคำ

"ไม่สงสารกันหรอ ถ้าเกิดอยู่ๆขับรถไปแล้วหลับใน แหกโค้งตา..."

เปรี๊ยะ!!!

"โอ๊ยยย!!"

ยังไม่ทันที่จะพูดคำที่เหมือนจะแช่งตัวจนจบ มือเรียวก็ยื่นมาฟาดปากของเขาแรงๆที่หนึ่ง จนเขาเผลอร้องออกไปเสียงดังด้วยความเจ็บ ก่อนจะยกมือสากๆของตัวเองขึ้นมาลูบๆคลำ ๆไปตรงที่โดนตีไปเมื่อกี้

"นะนะ ขอนอนนี่เถอะ นอนตรงโซฟานี้ก็ได้เอ้า"

เขายังไม่ละความพยายาม แต่ก็ต้องหน้าเสียไปเมื่ออยู่ๆ เหมือนฝันก็ลุกพรวดขึ้นยืนแล้วเดินหายขึ้นไปชั้นบนเอาเสียเฉยๆ คล้ายกับว่าไม่ใส่ใจเขาเลยด้วยซ้ำ

แต่ก็ต้องคลี่ยิ้มออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ เมื่อผู้หญิงคนเดิมกับคนที่หนีเขาขึ้นข้างบนไป เดินลงมา พร้อมกับหมอนและผ้าห่มอย่างละชิ้น ก่อนที่เธอจะเดินหน้าตึงเข้ามาหาตรงที่เขานั่งอยู่ แล้วก็จัดการโยนของในมือลงมาบนที่ใกล้ๆกับเขาแล้วเดินหายเงียบขึ้นไปข้างบนอีกครั้งทันที

 

.............................................................................

มาแล้วจ้า สำหรับตอนนี้ ถ้าเราแต่งงงๆ หรือกาวๆยังไงก็ขออภัยด้วยนะจ้ะ เพราะว่าตอนนี้อิไรท์โดนหวัดรับประทานเข้าให้เสียแล้ว สมงสมองก็เลยเบลอๆ5555

ปล.ขอบคุณทุกคนที่ติดตาม ขอบคุณทุกคอมเม้นท์ การกดไลค์ การกดติดตาม แล้วก็การให้ดาวเค้าน้า เป็นกำลังใจที่ดีมากๆเลย

ปล2.ขอโทษที่มาอัพให้ทุกคนไม่ได้ทุกวันน้า แต่ก็จะพยายามมาอัพบ่อยๆ เพื่อทุกคน รักจ้า จ๊วบบบบบ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น