up_2_me

นิยายแทนคำขอบคุณ ถ้าชอบกดถูกใจ กดดาว ให้ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ^^

I A U # Special EP -20 ภาคต้น

ชื่อตอน : I A U # Special EP -20 ภาคต้น

คำค้น : Bl,ชายรักชาย,NC,โรแมนติก,อิโรติก,น่ารัก

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.4k

ความคิดเห็น : 22

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ต.ค. 2562 10:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
I A U # Special EP -20 ภาคต้น
แบบอักษร

@คอนโดเต้ตี๋

 

หลังจากความสัมพันธ์ลึกซึ้งแสนร้อนแรงเมื่อวานตี๋ก็ถูกคนรักพาไปให้หมอตรวจอย่างละเอียด

จนคุณหมอย้ำแล้วย้ำอีกว่าตี๋ไม่เป็นไรนั้นแหล่ะ คุณแด๊ดดี้จึงได้ยอมพาคนรักกลับบ้าน

แต่ก็วิงวอนเสียงละมุนว่าขอให้ตี๋พักผ่อนอยู่บ้านซักวันให้เขาวางใจก่อน แล้วค่อยไปทำงานต่อ

ซึ่งตี๋ก็อยากจะแย้งหนัก ด้วยคิดว่าพึ่งไปทำงานวันแรกก็หยุดอีกแล้วมันคงดูไม่เหมาะสม

แต่พอเห็นแววตาอ้อนวอนที่เต็มไปด้วยความห่วงใยจากพี่เต้แล้ว  ตี๋ก็ได้แต่บอกตัวเอง

ว่าหยุดอยู่บ้านเล่นกับลูกซักวันก็ไม่ได้เสียหายอะไรนัก ทั้งยังออดอ้อนให้พี่เต้อยู่เป็นเพื่อนเสียด้วย

โดยที่อีกฝ่ายก็ไม่อิดออดที่จะทำให้

 

แต่   

 

แทนที่ตี๋จะได้พักผ่อนอย่างที่เต้ต้องการ  กลับมีความวุ่นวายที่ทำให้ต้องปวดหัวตั้งแต่เช้า

ความวุ่นวายตัวโตๆ  ไม่สิ ต้องบอกว่า สองตัวโตๆ ที่ชื่อว่า ซัน กับ แวนเนส

 

“อย่ามาแตะ”

 

ซันสะบัดแขนของตนจนหลุดจากแวนเนส แล้วทิ้งตัวลงนั่งที่โซฟาในห้องนั่งเล่น

ใบหน้าที่มีขอบตาคล้ำบึ้งตึงมันบอกได้ชัดเจนถึงความหัวเสียที่อัดแน่นอยู่ในอก 

 

 

“ซันครับ ผมแค่อยากจะคุยกับคุณ”

 

ในขณะที่แวนเนสที่ยืนอยู่ใกล้ๆกับโซฟาตัวเล็กด้านตรงข้ามซันก็มองอย่างเว้าวอนพร้อมเอ่ยเสียงอ่อนที่โอดครวญ

 

หลังจากเรื่องเมื่อวาน  เขาก็รีบตามซันไปที่คอนโด แต่เพื่อนรักที่แวนเนสหวังอยากให้มาเป็นคู่ชีวิต

ก็เหมือนจะรู้ทันแล้วหนีไปนอนบ้านกับพ่อแม่   ทำให้แวนเนสไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่าม

เขาจึงขอให้พ่อและแม่ของตน ชักชวนครอบครัวซันไปทำธุระด้วยการทำบุญไหว้พระเก้าวัดไหว้ศาลเก้าแห่ง

ที่คงใช้เวลาเป็นวันกว่าจะกลับมากันได้ 

ทำให้แวนเนสมีเวลาจะเข้าไปเจรจากับซัน  แต่อีกฝ่ายก็เหมือนนกรู้เลยแอบหลบออกมาเสียก่อน

เล่นเอาแวนเนสต้องใช้เส้นสายหลายแหล่งข่าวออกตามหา จนรู้ว่าซันมาอยู่ที่คอนโดของเดฟ

 

 

“ไม่คุย ไอ้คนมักง่าย ทำอะไรแบบมักง่าย   ”

 

 

“โธ่ซัน ”

 

 

“บอกว่าอย่าเข้ามาไง หยุดเท้าคุณไว้ตรงนั้น ไอ้คุณแวนเนส”

 

แต่ก็น่าขำนักที่แม้จะหงุดหงิดแค่ไหน ซันก็ไม่หลุดคำไม่สุภาพออกมาซักนิดด้วยรู้ว่าในห้องนี้มีคนสำคัญอยู่

 

 

“ผมต้องทำยังไงคุณถึงจะเชื่อว่าผมอยากคบคุณจริงๆ”

 

 

 

เอ่อ???............

 

ทั้งแด็ดดี้เต้ พ่อตี๋ และน้องติณณ์ ที่นั่งอยู่ที่โซฟาตัวใหญ่หันซ้ายที ขวาที สลับไปมา

สายตาหกคู่ของบ้านตัวตอก็มองคนสองโต้เถียงกันแบบไม่มีใครยอมลดลาวาศอกให้อีกฝ่าย

 

นานเข้าๆ น้องติณณ์ที่นั่งอยู่บนตักของตี๋ก็เริ่มส่งเสียงอ้อแอ้ตามเหมือนเลียนแบบลุงซันและลุงแวนเนส

ดวงตากลมๆ จ้องเขม็ง แก้มยุ้ยๆนั้นก็ขยับเบาๆยามปากเล็กระบายเสียงร้องไม่เป็นคำออกมา

 

“แง๊... ง๊า   ปู้ๆๆๆ ”

 

ท่าทางของเจ้าลูกชายตัวกลมที่เรียกสายตาของเต้และตี๋ให้ก้มลงมอง   ก่อนจะวาดร้อยยิ้มด้วยความเอ็นดู  

หากแต่ว่า  

 

“ไม่เอาครับน้องติณ ไม่เลียนแบบนะครับ”

 

จะให้ลูกรักเลียนแบบการทะเลาะกันของผู้ใหญ่แบบนี้ ตี๋ยอมไม่ได้หรอก

พ่อตี๋จึงว่าเสียงเข้มดวงตาสกาวก็ส่องประกายไม่สบายใจแจ่มชัดยามบอกลูกชายของตน

แต่น้องติณณ์บนตักที่กลับมามองหน้าพ่อตี๋กลับหัวเราะร่าดั่งกำลังสนุก ก่อนจะมองไปทางลุงทั้งสองแล้วเริ่มทำตามอีกครั้ง

 

 

เรียกเสียงถอนหายใจด้วยความกังวลออกมาจากจมูกรั้นของตี๋ที่หันไปมองการทะเลาะเบาะแว้งของแขกไม่ได้รับเชิญทั้งสอง

 

 

“ถ้างั้นก็แต่งงานกันนะซัน ถ้าคุณไม่เชื่อว่าผมจริงจัง งั้นเราแต่งงานกันนะครับ”

 

การขอแต่งงานที่มักง่ายสำหรับซัน มันไม่ต่างจากน้ำมันเชื้อเพลิงที่ถูกโถมเข้ากองไฟ

 

“ไอ้... ไม่รู้จะด่าว่ายังไงจริงว่ะ”

 

“ซันครับ”

 

 

“หยุดพูดได้มั้ย น่าเบื่อว่ะ ”

 

“ไม่ว่ายังไงคุณก็ต้องแต่งงานกับผม ”

 

 

“ไม่”

 

 

“ซัน!!”

 

 

“ทำไม!!!”

 

 

 

“หยุด!!!”

 

!!!.......!!!

 

เสียงดังสนั่นดังขึ้นกลางเสียงการโต้แย้ง   ทำให้ซันและแวนเนสสะดุ้งโหย่งแล้วหันไปมองเจ้าของเสียง

 

ตี๋

 

ย้อนไปไม่กี่นาทีก่อนนี้ ตี๋มองดูเจ้าลูกชายที่กำลังส่งเสียงเลียนแบบท่าทางของพี่ชายและแวนเนสอย่างอ่อนใจ

ก่อนจะมองไปยังความวุ่นวายที่ดูไม่มีทางจบลงด้วยดีเสียที

 

ลมหายใจร้อนที่พ่นออกมาจากปลายจมูกของตี๋เริ่มดังขึ้นตามอารมณ์ที่เริ่มลุกโชนของคนเป็นพ่อที่กำลังห่วงลูกรัก

 

ในที่สุดเมื่อเห็นว่าซันกับแวนเนสเสียงดังมากขึ้นๆ  ตี๋ก็ตัดสินใจใช้สองมือปิดหูลูกชายตาแป๋วไว้เสียแน่น

 

สูดหายใจเข้าลึก แล้วตวาดเต็มเสียง      ให้ทุกคนสะดุ้งโหย่งแล้วหันไปมองทันที

 

ส่วนไทม์ที่ยืนประจำอยู่หน้าห้อง ก็รีบเข้ามาดูเจ้านายด้วยความเป็นห่วง ก่อนจะยืนนิ่งเพื่อรอดูสถานการณ์เงียบๆ

 

ตี๋ที่ยังคงปิดหูเจ้าตัวเล็กไว้แน่นด้วยสองมือ  ตวัดดวงตาสกาวใสที่ตอนนี้เต็มไปด้วยความดุดันมองไปที่ซันที แวนเนสที

ท่าทางที่เต้มองดูแล้วก็พอจะรู้เลยว่าคนรักกำลังโกรธ เขาจึงใช้มือที่กอดเอวตี๋มาตั้งแต่ตนกระชับอ้อมกอดเบาๆ

ราวจะปลอบให้คนรักใจเย็นลง   ตี๋รับรู้แบบนั้นก็หันไปสบตาพี่เต้ครู่หนึ่งแล้วยกยิ้มที่เต้ไม่คุ้นเคย

ไม่ใช่ว่ามันไม่น่ามอง แต่มันให้ความรู้สึกหวั่นใจยังไงแปลกๆ    

 

ก่อนตี๋จะหันกลับมามองหน้าแวนเนสที่ยืนอยู่หน้าโซฟาตัวเล็กด้านซ้าย

 

 

“พี่แวนเนสครับ  ในเมื่อพี่ชายผมบอกว่าไม่ พี่ก็ควรจะเคารพความต้องการนี้นะครับ”

 

เสียงหวานที่มักสุภาพเสมอยามพูดจากับใครก็ตามของตี๋ 

ตอนนี้มันเย็นชาเสียจนเต้แปลกใจ แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไรแล้วมองดูเงียบๆ

รอดูความต้องการของคนรักของตนที่จะแสดงออกมา

 

 

“แต่พี่จริงจังกับเรื่องนี้นะตี๋”

 

แวนเนสหันไปวิงวอนตี๋ให้เข้าใจ  เขาอยากจะแต่งงานกับซันจริงๆ แต่กลับไม่มีใครเข้าใจ

ทั้งพ่อแม่ที่บอกว่าเขาใจร้อนไป ทันซันที่กล่าวหาว่าตนทำเหมือนเรื่องนี้เป็นเรื่องล้อเล่น 

แล้วนี่จะยังไม่น้องตี๋อีกคน  ทำไมการที่เขาจะจริงจังกับใครซักคนมันถึงได้ยากแบบนี้

 

 

ตี๋ถอนหายใจเบาๆ  พร้อมส่ายหัวน้อยๆ ราวจะบอกว่าเหนื่อยหน่าย ก่อนจะเปลี่ยนท่าจากปิดหูน้องติณณ์

เป็นอุ้มเจ้าตัวเล็กพาดบ่าไว้แทน ท่าทีที่น้องติณณ์ชอบเพราะจะได้กลิ่นหอมของพ่อตี๋ชัดเจนกว่าท่าไหนๆ

ยกเว้นตอนหม่ำๆนมอร่อยๆจากอกพ่อตี๋น่ะนะ 

 

จากนั้นตี๋ก็เอ่ยต่อด้วยท่าทีเดิมต่อแวนเนส

 

“แต่พี่ชายผมไม่ต้องการ พี่จะฝืนทำไม พอเถอะครับอย่าให้ผมต้องรู้สึกสมเพชพี่ไปมากกว่านี้เลย

หยุดเถอะ ไม่ว่ายังไงพี่ซันก็ไม่มีวันแต่งงานกับพี่หรอก

ใช่มั้ยพี่ซัน”

 

ก่อนประโยคสุดท้ายจะตวัดสายตาไปจ้องพี่ชายของตน ที่นั่งนิ่งตาค้างมาหลายนาที

 

 

 

“ใช่”

 

ซันที่ตะลึกกับท่าทางหงุดหงิดของน้องชาย  ตอบรับคำสั้นๆ  โดยความรู้สึกในใจตอนนี้ที่มันกำลังหวั่นๆยังไงชอบกล

 

 

ตี๋ได้ยินคำตอบของพี่ชายก็ตวัดสายตาเย็นชากลับไปหาซันอีกหน แล้วเอ่ยออกมาชัดถ้อยชัดคำ

 

“ต่อให้พี่ตาย พี่ซันก็ไม่ยอม  จริงมั้ยพี่ซัน”

 

อีกครั้งที่คุณพ่อตี๋หันไปหาพี่ชายของตนเอง

 

 

 

ตาย!! เลยเหรอวะ

 

ซึ่งพี่ชายนั้นก็เบิกตากว้างเมื่อได้ยินคำพูดที่ทำให้หัวใจรู้สึกกลัวจากปากของน้องชาย

 

 

“พี่ซัน ”

 

ตี๋เรียกเสียงดุดันแต่ไม่ได้ตวาดให้น้องติณณ์ตกใจ หากแต่เจ้าของชื่อที่ถูกเอ่ยกลับสะดุ้งโหย่ง

 

ก่อนเจ้าตัวจะกลบเกลื่อนเป็นเรื่องอื่นแทน

 

 

“ห๊ะ!?   ว่าไงนะตี๋  เมื่อกี้พี่มัวแต่มองน้องติณน่ะ”

 

 

“ผมบอกว่าต่อให้พี่แวนเนสพยายามจนตายพี่ก็ไม่แต่งด้วย จริงมั้ย”

 

 

“ก็ เอ่อ น่ะสิ  ไม่แต่งหรอก คนมักง่าย มักมาก ไม่แต่งๆๆๆ”

 

คำพูดดั่งการสะกดจิตดังตอบ    ให้ตี๋ยกยิ้มหวานแต่ช่างเป็นรอยยิ้มที่ทำให้คนมองเย็นกระดูสันหลังไม่น้อย

ก่อนคนที่อุ้มน้องติณณ์อยู่นั้นจะว่าต่อ  เมื่อหันไปสบตากับแวนเนส

 

 

“ชัดเจนแล้วนะครับ เพราะงั้น เชิญกลับไปซักที รวบกวนพี่ชายผมมามากแล้ว

น้องติณเองก็จะได้พักผ่อนด้วย ”

 

 

“แต่ว่าพี่ ”

 

แวนเนสอยากจะขอโอกาสได้คุยกับซันและอธิบายให้ตี๋เข้าใจว่าตนจริงจังแค่ไหน  

แต่ตี๋กลับไม่สน

 

 

 

“คุณไทม์ครับ รบกวนไปส่งพี่แวนเนสที่บ้านที  ดูแลอย่าให้เค้ามากวนพี่ซันที่นี่อีกนะครับ”

 

เพราะได้หันไปหาไทม์แล้วสั่งเสียงเฉียบขาด  ที่ไทม์นั้นก็เข้ามายืนรับฟัง แล้วขานรับอย่างนอบน้อมทันที

 

“ครับคุณตี๋”

 

 

 

“เดฟ”

 

แวนเนสจึงหันไปทางเพื่อนสนิทหวังให้ช่วยจัดการตี๋ให้หน่อย แต่สิ่งที่ได้นั้นกลับทำให้เขาพูดไม่ออก

 

 

“จัดการตามที่คุณตี๋สั่ง บอกคนของเราให้พร้อม ถ้าจำเป็น  ก็จัดการตามที่สมควรได้เลย

อย่าให้แวนเนสเข้าใกล้ซันอีกจนกว่าจะมีคำสั่งอื่น”

 

เพราะไอ้เพื่อนสนิทที่ว่ากลับเอ่ยเสียงเด็ดขาดกว่าน้องตี๋เสียอีก  โดยเฉพาะประโยคสุดท้าย

 

 

“ครับบอส

เชิญครับคุณแวนเนส”

 

ไม่นานนัก แวนเนสที่คิดอะไรไม่ออกในเวลานี้ก็ถูกไทม์ดึงตัวออกไป

 

 

เมื่อทุกอย่างดูจะสงบลง ตี๋จึงถอนหายใจออกมาราวโล่งใจ

 

 

“ไปซักที  

ต่อไปพี่ก็ไม่ต้องลำบากใจแล้วนะครับ”

 

 

“อืม ดีแล้วหล่ะ”

 

ซันตอบน้องชายพร้อมรอยยิ้ม   ที่ในใจนั้นไม่ได้รู้สึกยิ้มด้วยซักนิด   ดวงตาเองก็สลดลงชัดเจน

แต่ดูเหมือนน้องชายจะไม่ได้สนใจมอง เพราะเมื่อพี่ชายว่าจบตี๋ก็ลุกขึ้นทันที

 

 

“ถ้างั้น ผมพาน้องติณไปนอนก่อนนะ   พี่เต้ไปช่วยผมหน่อยได้มั้ยครับ”

 

จากนั้นพ่อตี๋ก็พาน้องติณณ์ออกไปจากห้องนั่งเล่น   

 

 

“ได้ครับ”

 

เต้ขานรับคำขอคนรักอย่างไม่ลังเล   เจ้าของห้องลุกขึ้นเต็มความสูงเพื่อเดินตามภรรยาและลูกชาย

 

แต่ก่อนที่จะไปนั้น เขาได้มองไปยังเพื่อนสนิทอีกคนที่ยังคงนั่งนิ่งราวไร้สติอยู่ที่เดิม

 

 

 

“ไม่ต้องห่วงซัน กูรับปากเลยว่าจนกว่าแวนเนสมันจะตัดใจเรื่องมึงได้

มึง   จะไม่ต้องเห็นหน้ามันอีก”

 

 

คำพูดแสนจริงจังของเพื่อนรักที่ซันต้องกลืนก้อนแข็งๆที่จู่ๆก็มาจุกที่คออยากลำบาก 

แล้วพยายามเอ่ยคำพูดที่เหมือนจะยากเหลือเกินออกมา

 

 

“ขอบใจมากเพื่อน”

 

 

เขาควรดีใจที่เดฟยื่นมือเข้าช่วยเหลือ เพราะรู้ดีว่าหากเกิดการงัดข้อกันในกลุ่มของพวกตนไม่มีใครสู้เดฟได้แน่นอน

เขาควรสบายใจ    

ซันได้แต่บอกตัวเองแบบนั้นซ้ำๆ  ด้วยสีหน้าที่ไม่ได้มีความสบายใจอยู่ซักนิด

 

 

 

 

 

 

 

.....

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น