เหล่าปราชญ์พเนจร
email-icon

(◕ㅁ◕✿)ขอขอบคุณทุกกำลังใจนะเจ้าคะ

ตอนที่ 78 คราดาราโดนเกลียด

ชื่อตอน : ตอนที่ 78 คราดาราโดนเกลียด

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 38

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ต.ค. 2562 23:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 78 คราดาราโดนเกลียด
แบบอักษร

ตอนที่ 78 คราดาราโดนเกลียด 

“ความทรงจำเลือนรางในวัยเด็กคือจุดเริ่มต้นของการเดินทางอันยิ่งใหญ่เพื่อบอกเล่าเรื่องราวอันน่าอัศจรรย์ให้รู้ว่าโลกนั้นยังมีความเป็นไปได้อีกมากมายเฝ้ารอเราอยู่ ณ ดินแดนแห่งรูปภาพมายามีเจ้าหญิงน้อยเฝ้ารอคอยเด็กน้อยกลับมาหา แม้นความหวังนั้นแลส่องแสงริบหรี่ดั่งแสงดวงดาว กระนั้นวันหนึ่งมันจะเป็นจริงอย่างแน่นอน” 

“เธอชื่ออะไรหรอ ผมชื่อซาน” 

  

         ห้องนอนพวกเมรัยยามดึก ด้านข้างหน้าต่างห้องแม่นกฮูกกำลังตกใจลูกฮูกหนีออกจากรัง 

         ส่วนบรรยากาศในห้องนอนเรียกว่าทะมึน เงียบกริบปานโดนสั่งห้ามอ่านหนังสือออกเสียง “อาเร๊ะ” เรไรจักโวยวายใส่เมรัยเรื่องต้มปักษาน้อย กระนั้นเรไรต้องยกมือปิดปาก และหดตัวเท่าลูกหนูเมื่อรับรู้กลิ่นไอความโกรธาชนิดรุนแรงที่มิเคยสัมผัสมาก่อน นารีโกรธเมรัยยังพอเข้าใจ แต่ทำไมเมรัยโกรธนารีด้วยง่ะ อาเร๊ะ เกิดอะไรขึ้นระหว่างข้าหนีหรือ อาเร๊ะ อาเร๊ะ!!!

         “..”เมรัยปีนขึ้นเตียงนอนเงียบๆแล้วล้มตัวลงนอนตะแคงหันหลังให้เรไร นารี

         “..”เรไรอยากถามนารีมีเรื่องอะไร แต่เห็นหน้าสบตาดวงดาวน้อยแล้วปักษาน้อยกลืนคำถามลงท้อง ยอมสวมชุดหมีแล้วปีนขึ้นมานอนกั้นกลางระหว่างหมอผีน้อย และดวงดาวน้อย

         “..”นารีสีหน้าราบเรียบไร้อารมณ์ราวนางมาร ดวงตาแน่นิ่งเปี่ยมด้วยแรงกดดันอันเงียบสงัด ไม่ต้องเสียเวลาเดาก็รู้นางโมโห ห้ามถาม

         นารีโกรธเรื่องเมรัยพยายามปิดบังหรือเปล่า? ไม่น่าจะกระมัง หรือใช่? ปักษาน้อยเพิ่งเคยเห็นสองสาวน้อยโกรธกันเดือดดาลปานนี้ แม้นปกติเมรัยอารมณ์ร้อน ปัญญานิ่ม บ้าบอ ขี้หงุดหงิด ปากร้ายก็เถอะ แต่คนที่โดนตวาดใส่มีแค่นารี และเรไร คนที่โมโหเมรัยปกติต้องเป็นปักษาน้อยสิ นารีเคยสวนหรือเถียงเมรัยซะทีไหน ไม่สิ จะว่าสองคนนี้ชอบเถียง เหวี่ยงกันตลอดมิใช่หรือ กระนั้นไม่มีครั้งไหนแลรุนแรงเท่าครั้งนี้ แย่แล้วสิ

         เรไรวางตัวไม่ถูก ทำอย่างไรดีเมื่อดวงดาวน้อยกับหมอผีน้อยเมินกัน ปกตินารีเป็นคนดื้อเงียบ ชอบใช้ความสงบเข้าสู้ เมรัยพอโกรธหนักก็เงียบเป็นคนปากหายเหมือนกัน แถมสีหน้ายังทะมึนพอๆกับนารีด้วย  

         หรือบางทีพวกนางอาจแค่งอนหรือเปล่า อาจเป็นไปได้ว่าพรุ่งนี้ทั้งคู่ก็คุยกันเหมือนเดิมแล้ว? เรไรแหกตานอนไม่หลับ ปกติหากนางนอนไม่หลับ นารีจะช่วยตีก้น เมรัยจะช่วยนวดพุง แต่คราวนี้ไม่มีใครช่วยกล่อมปักษาน้อย กระซิกๆ นางรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนกลางที่ไม่ว่าจักทำอะไรก็มีสิทธิ์ผิดซะหมด อยู่ในฐานะลำบากเหลือเกิน ต้องคิดว่าจะเข้าข้างนารีดีหรือเข้าข้างเมรัยดี จะว่ากรณีนี้เรไรยังไม่เข้าใจเลยนะว่าเกิดอะไรขึ้น!!

         แต่ว่าไม่อยากเห็นทั้งสองคนทะเลาะกันเลย ปักษาน้อยเศร้าสลด เอาเข้าจริงตัวนางจักพูดอะไรได้เนี่ย ปกติเป็นฝ่ายโดนคนอื่นลูบๆเคลิ้มๆตลอด หากนางเป็นพี่ใหญ่สุดคงกำราบพวกน้องสาวอยู่หมัด แต่พอดีนางอายุน้อยสุดน่ะ เวลาพี่สาวทั้งสองจะตีกัน น้องเล็กอย่างนางจะห้ามไหวหรือ? ไม่มีทาง

         ไฟในห้องยังเปิดสว่างด้วย เปิดไฟเช่นนี้เมรัย นารี เรไรนอนไม่หลับนะ

         อึก

         “นารี..”

         พรึบ

         ดวงดาวน้อยยื่นมือทุบโคมไฟพัง เอ้ย ใช้มือกดปุ่มไฟโคมไฟดับสนิท ปักษาน้อยน้ำตาจะไหล แค่ฟังเสียงฝ่ามือเรียวยาวฝ่ากระแทงปุ่มดังปัก!!ใจเรไรสั่นจะเด้งจากอกแล้วค่ะ ข ขอบคุณ

         ความมืดสลัวพลันคืบคลานสู่ห้องนอนหมอผีน้อยอย่างปีศาจแอบเข้าห้องหนูน้อยเพื่อกินตับ เรไรอยากขยับตัวแต่กลัวข้อศอกหรือเข่ากระแทงสะกิดหลังสองสาวฝั่งซ้าย และฝั่งขวา ปักษาน้อยรับรู้ความน่ากลัว และความลำบากของคนนอนตรงกลางก็วันนี้แหละ ถ้าหากคนสองข้างๆอารมณ์ดีดั่งฟ้าแจ่มใสก็เหมือนนอนกอดคนรักอบอุ่น แต่หากคนสองข้างอารมณ์บูดละก็

         วางท่าลำบากแท้ เรไรนอนตัวตรงพยายามไม่ดิ้น ไม่กระดิก

         “..”

         ปักษาน้อยเป็นคนหลับเร็ว นางกังวลมินานก็พลอยหลับ เสียงลมหายใจสูด และปล่อยอย่างแผ่วเบาคือหลักฐานชิ้นดี กระนั้นยังมีสองสาวน้อยมิหลับนิทรา “ปิดเบาๆไม่เป็นหรือไง” เมรัยบ่นลอยๆ นารียิน แต่เงียบไม่ตอบ

         ครอบครัวใหม่ของเมรัยเป็นเหมือนครอบครัวแม่เสือ เมรัย และนารีล้วนเป็นแม่เสือทั้งคู่ซึ่งพวกนางคิดว่าตัวเองใหญ่สุดในครอบครัวเป็นเสาหลัก คนหนึ่งดูแลเรื่องสำคัญอย่างเรื่องการตัดสินปัญหาในครอบครัว อีกคนดูแลเรื่องเงิน และค่าใช้จ่าย ทั้งสองไม่ใช่คนยอมใครง่ายๆ และหวงอำนาจตัวเองมาก หากอยู่กันสองคนคงกัดกันตายไปข้าง แต่เพราะในครอบครัวมีลูกนกน้อยอย่างเรไรคอยสงบศึก เป็นดั่งนางฟ้าที่ยอมรับแรงกดดัน แรงผลักดัน รับทุกอย่างของสองแม่เสือตลอด สองแม่เสือเลยยอมลงไม้ลงมือเบาๆเพื่อให้เกียรติ และทำให้เรไรสบายใจ

         พูดง่ายๆคือหากไม่มีเรไรนอนตรงนี้

         เมรัยยกเท้าถีบนารีตกเตียงไปนานแล้ว

         ส่วนนารีก็คงไล่เมรัยไปนอนห้องน้ำก่อนที่หมอผีน้อยจะหน้าด้านปีนขึ้นเตียงด้วยซ้ำ

         -- 

         รุ่งเช้าวันใหม่ช่างสดใสชื่นบาน เรไรจำไม่ได้เลยตัวเองนอนหลับเมื่อไหร่ กระนั้นนางตื่นเช้ามาออกกำลังกับนารี แรกๆคิดว่าหลังออกกำลังกายเสร็จแล้วดวงดาวน้อยจะไปปลุกหมอผีน้อยเหมือนอย่างวันก่อนๆ แต่ปักษาน้อยคิดผิด และนางประเมินความโกรธนารีต่ำเกินจริง “ช่างหัวมัน” “…” เรไรตกกะใจหน้าซีดเผือก ประหนึ่งฟ้าผ่ากลางศีรษะ นารีบอก ช่างหัวเมรัย!!

         “แต่เมรัยต้องกินยานะนารี”

         “..หืม”

         “น นางคงกินเองได้กระมัง ใช่ๆ”

         นารีหรี่ตาต่ำมองเรไรอย่างเมื่อครู่เจ้าว่าอะไรนะ? ปักษาน้อยเหงื่อแตกรีบยกมือยอมแพ้ ในหัวสมองน้อยๆของเรไรครุ่นคิดแผนการทำให้สองสาวคืนดีกัน “ทำไมนารีโกรธเมรัยหรือ..เรื่องเมื่อวาน..น่าโมโหอยู่นะ” ถ้าเมรัยบอกความจริงกับพวกนารี เรไรคงไม่โกรธเท่านี้ แต่เอาจริงปักษาน้อยไม่คิดโกรธเมรัยหรอก เพราะรู้ว่าสักวันเมรัยคงเล่าเรื่องฐานะจอมอาคมให้พวกนางฟัง มันเรื่องตลกนี่นา หมอผีน้อยชอบขี้โม้ด้วย

         “ทำเหมือนเรื่องสำคัญเป็นเรื่องเล็กๆทุกที..”

         เรไรบ่นงึมงำ

         ..

         “ข้าดูเหมือนโกรธรึ”

         นารีหูกระดิกพลันสะบัดหน้าเขม่นเรไร สายตาทมิฬสุดยอดไปเลยค่ะ

         “…………………..”

         สายตาคุณแม่ไม่โกรธเลยค่ะ!!! เรไรอยากกรีดร้องโหยหวน ใครก็ได้ช่วยนางที

         ดวงดาวน้อยเห็นปักษาน้อยสั่นกลัวแล้ว นางเม้นปากเบือนหน้าหนีดื้อๆ หากเป็นคนอื่นนะ นารีเอาพัดแทงตาตายแล้ว บอกนางกำลังโกรธเนี่ย หา

         “อย่าทำข้านะ..ปล่อยข้าไปเถอะ” เรไรทรุดเข่าร้องขอชีวิตอย่างน่าสงสาร ทุกครั้งนารีมักเป็นฝ่ายเกลี้ยงกล่อมเมรัยให้ใจเย็น ทุกคนอยู่ร่วมกันดี รักใคร่สามัคคี จะมีคราวนี้แหละที่ทุกฝ่ายแตกแยก!! เรไรไม่เคยกล่อมนารีด้วย

         “..เฮ้อ”

         นารีถึงขั้นถอนหายใจ เรไรหน้าแข็ง และกลายเป็นหินพลันหินสลาย..เป็นผุยผง

         “ข้าไม่ได้โกรธ

         นารียอมรับว่าโมโหเมรัยนิดหน่อย แค่นิดหน่อย นิดๆหน่อยๆ ไม่มาก ไม่มากเท่าไหร่ อือ เอาจริงๆนางโกรธมากเลยแหละ ถึงคนที่เริ่มเป็นฝ่ายดวงดาวน้อยก็เถอะ รู้ว่าไม่ควรกล่าวร้ายใส่เมรัย และทำตัวเหมือนรู้ทุกเรื่องของหมอผีน้อย ทว่านารียอมรับว่าเสียใจมาก ไม่ใช่เรื่องที่เมรัยพยายามปิดบัง แต่เพราะประโยคนั้นเมื่อคืนของเมรัยที่หมอผีน้อยบอกว่านางเกลียดชังพวกชาวดารา แม้นนารียังไม่รู้ว่าเพราะอะไร แต่ประโยคนั้นเมรัยไม่ได้โกหก

         นางเกลียดพวกนารีจริงๆ

         “..”

         ดวงดาวน้อยนอนคิดทั้งคืนว่าทำไม เมรัยรู้อะไร หรือว่าหมอผีน้อยคิดว่าทุกเรื่องราวที่เกิดขึ้นเป็นเพราะพรวิเศษของดวงดาวตกใช่หรือไม่ ต้องใช่แน่ และนั่นคือเรื่องจริงที่แม้นแต่ตัวนารียังแอบนึกเสียใจมิน้อย เป็นเพราะพรวิเศษของดวงดาวตก และชาวดาราทำให้หลายๆสิ่งมีความหวัง และความหวังนั้นอาจนำมาซึ่งผลร้ายอย่างกรณีของคราซาดร้า

         และที่สำคัญคงหนีไม่พ้นตัวปัญหาอย่างนารี

         “นารี?”

         เรไรเงยหน้ามองนารี ดวงดาวน้อยกำหมัดสีหน้าเฉยเมย ทว่าด้านในแววตานั่นมีความเจ็บปวดแวบพาดผ่าน

         ความเจ็บปวดของ..ผู้ปกครองจักรวาล

“ขอ..”

         ขณะกำลังจะเอ่ยขอโทษปักษาน้อย หมอผีน้อยที่ต้องคลานลงจากเตียงเองด้วยความยากลำบากก็เดินออกจากห้องมาเห็นเรไรกำลังกอดขานารี ภาพเช่นนี้เหมือนว่าดวงดาวน้อยกำลังรังแกปักษาน้อย เมรัยเห็นแล้วโกรธมาก นางเดินสะดุดก้อนหินหัวทิ่มดินแล้วรีบตั้งตัวใหม่ ครั้นย่างสามขุมมาหาทั้งสอง “เมรัย?” เรไรสงสัยเมรัยจะทำอะไร เหตุใดทำหน้าหน้ากลัวปานฆาตกร และไม่นานปักษาน้อยก็กรีดร้อง

         “อย่าโมโหเรไรนะ”

         เมรัยกอดเอวนารีแล้วจับดวงดาวน้อยยก ครั้นทุ่มใส่พื้น!!!

         ตุบ—

         “เรไร!!”

         “!!”

         ปักษาน้อยไม่ยอมให้หมอผีน้อยจับดวงดาวน้อยทุ่มใส่พื้นเด็ดขาด มันเจ็บนะเวลาร่างกายกระแทงพื้นหญ้าน่ะ เรไรโดนเมรัยจับทุ่มใส่เตียงบ่อยเลยรู้ดี และเพราะรู้ดีนางจึงรีบโผเข้ารับร่างดวงดาวน้อย เปลี่ยนตัวเองเป็นเบาะนุ่มๆรับแรงกระแทง “โอ๊ย เจ็บๆ” ปักษาน้อยนึกว่าน้ำหนักดวงดาวน้อยจะเบาเสียอีก ที่ไหนได้

         หนักไม่น้อยเลยนะ

         “เป็นอะไรไหมเรไร บาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า”

         นารีลนลานรีบลุก และก้มดูอาการเรไร เมรัยเหวอ จากที่กำลังโมโหอกจะแตก อารมณ์พลันสลับสับเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว

         “ทำอะไรของเจ้าเนี่ย งืมมม”

         หมอผีน้อยย่อเข่ารีบตรวจดูร่างกายปักษาน้อยด้วยความห่วงใยละมุนละม่อม สถานการณ์ตอนนี้เหมือนสองคุณแม่กำลังมุงดูลูกสาวหกล้ม นารี และเมรัยเป็นห่วงเรไรได้รับบาดเจ็บ เฮ้อ เมรัยโมโหตัวเองยิ่ง มิคิดเรไรจะเข้าช่วยนารี หมอผีน้อยรู้ว่าหากตนจับดวงดาวน้อยทุ่มจริง นารีคงพลิกร่าง แล้วกระโดดเอาเท้าถีบหน้าเมรัยได้ง่ายๆ แต่เรไรไม่รู้เรื่องน่ะสิ “คราวหลังห้ามทำอะไรน่ากลัวเช่นนี้นะเมรัย” นารีอุสาหายโกรธเมรัยแล้ว อย่าบังอาจจุดใจโทสะนางอีก หากเรไรบาดเจ็บละกัน เมรัยโดนกองทัพพัดกระดาษรุมกระทืบแน่ ฝ่ายเมรัยโดนดุก็เม้นปาก “อือ”

         ส่งเสียงตอบหนักๆ รอลับหลังเรไรก่อนเถอะ!! ข้าขว้างไม้เท้าอัดหัวเจ้าแน่  

         ทั้งหมอผีน้อย และดวงดาวน้อยแอบซุ่มซ่อนความคิดจัดการอีกฝ่ายลับๆ

“อย่าทะเลาะกันนะ”

         เรไรเห็นนารียังแอบเคืองเมรัย หมอผีน้อยก็แอบๆหมั้นไส้ดวงดาวน้อย เรไรไม่อยากเห็นทั้งสองหลบหน้ากันเช่นนี้ เอาจริงๆก็ไม่อยากให้ทั้งคู่ไปแอบตีกันลับหลังนางด้วย

         “พวกเรารักกันมิใช่หรือ”

         “…”

         ปักษาน้อยรักหมอผีน้อย และดวงดาวน้อย ดังนั้นนางมิอยากเห็นทั้งคู่ปฏิเสธ และเมินหน้ากันนานๆ เรไรไม่รู้ต้องทำอย่างไรให้ทั้งสองคืนดีกัน แต่ว่านางกลัวว่าเรื่องทะเลาะเล็กๆน้อยๆในวันนี้อาจกลายเป็นจุดเริ่มที่ทำให้พวกนางแยกจากกันได้ หากต้องลงเอยเช่นนั้น เรไร…

         “อย่าร้องสิ โอ๋ๆ”

         เมรัยอุ้งมือสั่น.. พลางนางกำหมัด และแบมือลูบศีรษะเรไรอย่างปลอมประโลม สัมผัสอุ้งมืออันแผ่วเบาเปี่ยมด้วยความรักอุ่นร้อน “โอ๋ๆ” หมอผีน้อยดึงปักษาน้อยมากอดแนบอก นารีนั่งมองข้างๆ เมื่อครู่นางจับสังเกตอุ้งมือเมรัยเงียบๆพลางปิดตาลง และขยับตัวกางแขนโอบกอดเมรัย และเรไร “ไม่กลัวๆพวกเราไม่ได้ทะเลาะซะหน่อย”

         นี่หล่อน…

         เมรัยฟังแล้วคิ้วกระตุก ช่วยทำตัวแบบยอมรับความจริงหน่อยได้รึเปล่า..

         “เราไม่ได้ทะเลาะกันซะหน่อยใช่ไหม”

         “เอ่อ หล่อนช่วยแหกตาแล้วยืดอกยอมรับความจริงได้ไหม”

         เมรัยค้อนให้นารีหนึ่งที ดวงดาวน้อยเม้นปากแก้มป่อง นารีมีด้านน่าหมั้นไส้มากๆคือเวลานางโกรธ นางจะบอกไม่โกรธ แล้วยิ่งเวลานางเผาบ้าน นางยังหน้าด้านบอกว่า “ข้าไม่ได้เผา”

         “เฮ้อ…ข้าขอโทษ เมื่อคืนข้า..ลืมตัว”

         เมื่อคืนเมรัยไม่ได้อารมณ์เสีย แต่เพราะอยากเอาคืนนารีเลยเผลอพลาดพูดจาโหดร้ายกับดวงดาวน้อย แม้เมรัยแอบชังพวกชาวดารา แต่สำหรับนารีแล้วหมอผีน้อยรู้สึกดีด้วยมากนะ เมรัยรักนารี และหมอผีน้อยควรพูดจาดีๆให้มากกว่านี้ การใช้คำพูดทำร้ายจิตใจคนอื่นเนี่ย เมรัยไม่ชอบเลยคนแบบนั้น แล้วดูสินางเผลอทำตัวเหมือนคนพวกนั้นซะแล้ว แย่ชะมัด

         นารีต้องเสียใจมากแน่ๆ

         “..อือ”

         นารีตบหลังๆเรไร นางส่งเสียงตอบในลำคอ “ข้าก็..ขอโทษ” “นารีไม่ต้องขอโทษหรอก….” เมรัยหลุบตา และยกนิ้วดึงแก้มนุ่มๆดวงดาวน้อย “ปัญหาของเจ้าก็เป็นปัญหาของข้าด้วย พวกเราเป็นครอบครัวกันแล้วมิใช่หรือ มีอะไรย่อมช่วยกันดูแล และคิดด้วยกัน” “เมรัย..” “ทำเช่นนั้น..ทุกคนจะได้สบายใจ” หมอผีน้อยเอ่ยเบาๆให้เรไร และนารีตั้งใจฟัง ความรักคราวนี้เมรัยไม่อย่าให้มันหายไปอีกแล้ว..

ความรักเราจะคงอยู่ตลอดไป

         เสมือนคำสารภาพรัก

         “..”

         ไม่รู้ทำไมจู่ๆเรไรอยากร้องไห้ นางกลั้นน้ำตาไม่ไหว นารีฟังแล้วนิ่งชะงัก กว่านางจะรวบรวมความกล้า และเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นมากกว่าวาจากษัตริย์

         “อือ ความรักเราจะคงอยู่ตลอดไป

         ไม่ว่าจะผ่านไปนานเท่าไหร่ ไม่จะต้องเจอกับอะไร อย่างน้อยขอให้เรื่องราวความรักของพวกเราสวยงามดั่งเทวานิยาย..สมหวังดั่งในนิทาน

         สามสาวน้อยกอดกุมกันเป็นวงล้อมในสวนข้างคฤหาสน์อีธาน เมรัยหายโกรธนารีตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว แถมนางยังรู้สึกผิดมากด้วย แต่อย่างว่านิสัยแม่เสือของเมรัย ต่อให้ด้านในใจยอมสงบศึก และสำนึกผิดแล้ว แต่ด้านนอกยังต้องวาดมาดดุดันเหมือน “ข้ายังโกรธ” ปั้นหน้าบูดเหมือนแม่หมีรำคาญลูกหมีวิ่งซน ทว่านารีชอบนะเวลาเมรัยแสร้งทำหน้าบูดเนี่ย “โคตรขี้เหร่” “หา” “ฮึๆ” ดวงดาวน้อยยอมถอยก้าวหนึ่ง หมอผีน้อยยอมถอยก้าว ปักษาน้อยยิ้มดีใจพลางกอดแขนทั้งสองสาว หนับ “ฮาๆ”

         นารียิ้มอ่อน เมรัยเบ้ปากบึ้ง

         เหตุผลที่นารี และเมรัยยอมถอยละก้าวนั้น บางที..ปล่อยไว้เป็นความทรงจำแห่งล้ำค่า ณ เมืองแห่งความลับให้ในวันหน้าค่อยถามถึงดีกว่ากระมัง

         -- 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น