ไปอ่านต่อในแอป ได้อารมณ์มากกว่า แถมยังรับ กุญแจฟรี ได้อีก

tunwalai logo
ธัญวลัย rating 100,000+ ratings

ยูโร...เด็กหัวขาว

=_= มันคืออะไรบอกที ทำไมกดลบตอนนิยายที่ลงซ้ำไม่ด๊ายยยย!! ={}=!!! พลาดไปแล้วววววว
Sugar Boy ผมกลายเป็นเมียพี่รอง ภาค 2 [Boy's love/Yaoi18+]

ชื่อตอน : ผมกลายเป็นเมียพี่รอง ภาค 2 : ตอนที่ 1 แผนร้ายของหญิงผู้เป็นแม่

คำค้น : ผมกลายเป็นเมียพี่รองภาค 2,นทีเลย์,boy's love,Platinunx

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.5k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ธ.ค. 2558 06:16 น.

ผมกลายเป็นเมียพี่รอง ภาค 2 : ตอนที่ 1 แผนร้ายของหญิงผู้เป็นแม่

แบบอักษร

Sugar Boy SS2 : Chapter 1

 

 

 

 

 

"ห้ะ ว่ายังไงนะ คุณบอกเรื่องตัวจริงของเขาไปแล้วหรอ!?" เสียงทุ้มของชายร่างสูงใหญ่กดเสียงเหี้ยมใส่หญิงผู้เป็นภรรยาอย่างโกรธจัดกับสิ่งที่เธอทำลงไปในวันนี้โดยไม่ปรึกษาเขาเสียก่อน

 

 

 

"ใช่ บอกไปแล้ว" พิมพ์มณีหรือเจ้าของชื่อเล่น เมย์ หญิงอายุราวๆสามสิบปลายๆซึ่งยังคงความสาวไว้ได้ดีราวกับยังยี่สิบปลายๆอยู่เลย เธอเป็นผู้หญิงรูปร่างสูงยาว หุ่นดี เซ็กซี่ในแบบสาวรุ่นใหญ่ที่มีความเฉลียวฉลาดเป็นเลิศ เจ้าของเรือนผมที่โกรกให้เป็นสีทองแซมน้ำตาลอ่อนๆดัดลอนยาวถึงกลางหลัง รับกับผิวสีน้ำผึ้งและแววตาในแบบสาวมั่น

 

 

 

ปึก!

 

กำปั้นหนักทุบลงบนโต๊ะทำงานแรงจนเมย์เองก็สะดุ้งตกใจไปนิด

 

 

 

"นี่คุณจะบ้าหรอ! คุณไปบอกเกี่ยวกับตัวตนของเด็กคนนั้นทำไม!! ห้ะ!" ชายผู้เป็นสามีตวาดลั่นอย่างไม่เกรงอกเกรงใจภรรยาที่อาวุโสกว่าเลย

 

 

 

"ไม่เป็นไรหรอกน่า ฉันเชื่อว่าเจ้าทีไม่สืบสาวเรื่องของพ่อแม่เขาต่อจนรู้อะไรที่เราไม่อยากให้รู้แน่นอน" เมย์เชิดหน้าชูคออย่างมั่นอกมั่นใจ

 

 

 

"คุณไปเอาความมั่นใจแบบนั้นมาจากไหน" อาทิตย์พยายามกดน้ำเสียงลงแล้วทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทำงานอย่างหมดอะไรตายอยาก แววตาคมที่แฝงไปด้วยอารมณ์เกรี้ยวกราดมองหญิงผู้เป็นภรรยาเหี้ยมๆ

 

 

 

"เพราะรู้ยังไงล่ะ ว่าพ่อแม่ตัวเองเป็นใคร" เมย์พูดไม่ค่อยกระจ่าง อาทิตย์ขมวดคิ้วมุ่นหนักกว่าเดิม

"เด็กคนนั้นน่ะ จะกลัวที่ต้องเปิดเผยตัวตนของพ่อแม่ตัวเองต่อเจ้าเลย์และเลือกที่จะปิดผนึกมัน เขาจะปิดบังมันไว้และไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับมันอีก ไม่แม้แต่จะอยากรู้อยากเห็นอะไรเกี่ยวกับมันเลยด้วยซ้ำ เพราะงั้นวางใจเรื่องที่เขาจะสืบสาวได้เลย เพราะไม่แน่นอน" เมย์พูดข้อสันนิษที่ไม่มีอะไรมายืนยันได้ เธอใช้เพียงจิตวิทยาเล็กๆน้อยเดาใจลูกชายบุญธรรมคนนี้เท่านั้น

 

 

 

"คุณทำแบบนั้นไปเพื่ออะไร การที่เอาตัวเองเข้าไปเสี่ยงแบบนี้มีจุดประสงค์อะไรกันแน่" อาทิตย์ถามเสียงเครียด

 

 

 

"เพื่อให้เลย์รู้ความจริงที่เจ้าทีปิดบังไว้เข้าซักวัน" เมย์บอก อาทิตย์ขมวดคิ้วมองเป็นเชิงถาม

"ถ้าเขารู้ว่าความจริงว่าเจ้าทีเป็นใครและรู้ว่าเจ้าทีปิดบังเรื่องนี้กับเขามาตลอด แน่นอน เจ้าเลย์ต้องหมดความเชื่อมั่นในความรักที่มีต่อเจ้าทีจนสุดท้ายก็ต้องได้เลิกกัน"

 

 

 

"นี่คุณ...เรื่องนี้เราให้โอกาสพวกเขาไปแล้วไม่ใช่หรอ"

 

 

 

"แล้วไง ถ้ารักกันมันก็ต้องมีอุปสรรคบ้างเป็นเรื่องธรรมดา และฉันนี่แหละจะเป็นอุปสรรคของเจ้าพวกนั้น ถ้ารักกันจริงอย่างที่ว่าเรื่องแค่นี้ไม่เห็นจะต้องห่วงเลยว่าม่ะ คุณเองก็เถอะ จะไปสนใจทำไม ขอแค่หาเงินได้คุณก็พอใจแล้วไม่ใช่รึไง" เมย์เถียงกลับอย่างไม่ยอมแพ้ ถึงปากเธอจะบอกว่าปล่อยทั้งคู่ไป แต่ใจจริงเธอก็ยังรับไม่ค่อยได้อยู่ดี

 

 

 

"..." อาทิตย์เลือกที่จะเงียบเกี่ยวกับเรื่องของเวย์ที่ภรรยาตนยังไม่รู้ เธอคิดอยู่ตลอดว่าเจ้าลูกชายคนนี้ไว้ใจได้และเหมาะแก่การเป็นผู้ช่วยของเขา แต่ก็ต้องคิดผิดเมื่อเวย์ดันเลือกที่จะช่วยพ่อแท้ๆของตัวเอง เขาแอบรวบรวมและสืบค้นหลักฐานการค้าผิดกฏหมายต่างๆของพ่อเลี้ยงตัวเองไว้จนหมดและพร้อมที่จะทำอะไรกับมันก็ได้ เขาใช้ทั้งหลักฐานที่มาของเงินสกปรกพวกนี้และพ่อของตัวเองมาขู่เพื่อปกป้องน้องชายทั้งสองคน จึงทำให้อาทิตย์ไม่ค่อยอยากจะหาเรื่องใส่ตัวนัก

 

 

 

"เหอะ คุณนี่ก็ดูสมเป็นพ่อคนขึ้นมาเยอะเลยนะตั้งแต่ได้เจอลูกสาวตัวเองน่ะ แต่ช่างเถอะ ฉันสนใจซะที่ไหน" เมย์พูดอย่างไม่ใส่ใจแล้วลุกขึ้นทำท่าจะเดินออกไปจากห้องทำงาน

 

 

 

"นั่นคุณจะไปไหน" อาทิตย์ถาม

 

 

 

"ก็ไปหา..." เธอชะงักเท้าหยุดแล้วเดินเข้ามาหาชายผู้เป็นสามี

"แฟนของฉันไงล่ะ" เมย์เอ่ย

 

 

 

"คุณมันร่าน" อาทิตย์ว่าน้ำเสียงเรียบนิ่งและแววตาเย็นชาทำเอาเมย์ผวาไปชั่วขณะ

 

 

 

"ช่วยไม่ได้ สามีไม่ทำหน้าที่ ฉันก็ต้องไปหาเล็กหาน้อยบ้างแหละ" เมย์ยักไหล่ทำเป็นไม่ยี่หระ

"เอ๊ะ...หรือว่าที่คุณไม่ทำหน้าที่เพราะคุณเปลี่ยนแนวไปสนหนุ่มๆแทนซะแล้วล่ะ หือ" เมย์สันนิษฐานเล่นๆไม่ได้คิดจริงจัง แต่มันกลับแทงใจดำอาทิตย์อย่างสุดๆ แต่คนตัวโตก็เก็บทุกอาการเอาไว้ได้เป็นอย่างดี ใช่ เขาเบื่อผู้หญิงคนนี้แล้ว และเคยไปหาผู้หญิงอื่นนอนด้วย แต่กลับไม่ช่วยแก้ความเบื่อพวกนี้ลงได้เลย ในทางกลับกัน เขากลับสนใจเด็กผู้ชายคนหนึ่งเข้าซะอย่างนั้น

 

 

 

"เหอะ" อาทิตย์หัวเราะเยาะ เมย์ไล้ปลายนิ้วไปตามโครงหน้าหล่อต่ำลงไปเรื่อยๆจนถึงกระดุมเสื้อที่ยังติดกันอยู่ เธอค่อยๆปลดมันออกทีละเม็ดแล้วส่งสายตายั่วยวนให้ชายผู้เป็นสามีที่มองเธอนิ่งๆ แววตาคมจ้องมองหญิงตรงหน้าอย่างพินิจพิจารณา

 

 

 

"แต่ถ้าคุณจะกลับมาทำหน้าที่เหมือนอย่างเดิม ฉันจะเลิกกับผู้ชายพวกนั้นก็ได้นะคะ" ว่าแล้วเมย์ก็ค่อยๆเลื่อนใบหน้าสวยเข้าไปใกล้ชายผู้เป็นสามีเรื่อยๆหวังจะได้ประกบจูบกับริมฝีปากของคนรักที่เขาไม่ได้สัมผัสมันมานานเพราะอาทิตย์ไม่แตะต้องเขามานานมากแล้ว

 

 

 

แกร๊ก

 

 

"เฮ้ย ไอ้แฟ้มเอกสารพวกนี้มันคืออะไรกันห้ะไอ้พ่อเลี้ยงจอมขี้เกียจ..." ไม่ทันที่ทั้งคู่จะได้จูบกันเวย์ก็ดันเปิดประตูเดินเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน เมย์ชะงักไปนิดก่อนจะผละออกจากสามีแล้วเดินผ่านหน้าเวย์ออกไปจากห้อง เวย์เกาหัวหยิกๆมองตามแม่ตนเองไปเล็กน้อยก่อนจะหันกลับมา

"ขอโทษทีแล้วกันที่มาขัด แต่ช่วยจัดการเอกสารชุดนี้ให้มันเสร็จหน่อยได้มั้ยครับ ผมบอกไปแล้วนะว่าต้องใช้วันนี้ แต่ทำไมยังเซ็นไม่เสร็จล่ะ" เวย์ทำเป็นไม่ใส่ใจแล้วเข้าเรื่องงานทันที มือหนาฟาดแฟ้มเอกสารสามชุดลงบนโต๊ะทำงานอย่างแรงจนเอกสารอื่นปลิวออกไปตามลม

 

 

 

"อืม รอเดี๋ยวแล้วกัน" อาทิตย์พูดบอกก่อนจะเริ่มลงมือเซ็นเอกสารทั้งสามชุดไปทั้งๆที่ยังไม่ติดกระดุมเสื้อที่ถูกเมย์ปลดออกเมื่อกี้ เวย์ยืนเอียงตัวอิงขอบโต๊ะกึ่งนั่งกึ่งยืนมองพ่อเลี้ยงแววตาเรียบเฉย โฟกัสไปที่กล้ามเนื้อหน้าท้องที่แน่นฟิตนั้นอย่างสนใจ

"มองอะไรของแก" พ่อเลี้ยงเงยหน้าขึ้นถามเมื่อรู้สึกเหมือนถูกมองมาได้ซักพัก

 

 

 

"กล้ามเนื้อหน้าท้องสวยดีนะครับ" เวย์เชยชมด้วยสีหน้าที่เรียบเฉยอย่างไม่มีอาย

 

 

 

"ถ้าฉันเดาไม่ผิดแกเป็นพวกชอบเล่นกล้ามสินะ" อาทิตย์พูดไปทำงานไป เขาสังเกตเด็กคนนี้มาตลอด เวย์มักจะไปออกกำลังกาย เข้าฟิตเนสและเล่นกีฬาอยู่เป็นประจำแม้จะงานยุ่งหรือเรียนหนักแค่ไหนเขาก็ไม่เคยทิ้งเรื่องพวกนี้ และยังเคยแอบเห็นเวย์ชอบนั่งดูพวกนิตสารนักเพาะกายอยู่บ่อยๆ เรื่องอาหารเขาก็ใส่ใจมันเป็นพิเศษ เพราะอาทิตย์เองก็ชอบเล่นเวทจึงทำให้เขาพอจะรู้ว่าอาหารที่เวย์ใส่ใจกินทุกวันเป็นการจัดตารางอาหารสำหรับนักเพราะกาย

 

 

 

"อืม ก็ชอบครับ กำลังอัพของตัวเองอยู่" เวย์พูดไปยกไม้ยกมือออกมายืดเส้นยืดเส้นไปด้วย

"แต่จะว่าไป ทำไงถึงจะได้กล้ามสวยๆแบบนั้นครับ แนะนำผมบ้างสิ" เวย์ถามสีหน้าจริงจังกว่าทุกทีจนอาทิตย์ยังแปลกใจ แต่อาทิตย์ก็ไม่ได้ตอบอะไรกลับไปเพราะมัวแต่สนใจงานจนเวย์เงียบนิ่งไปได้ซักพัก

"ขอผมดูกล้ามที่แขนหน่อยได้มั้ย" เวย์ฉุกถาม

 

 

 

"ฉันทำงานอยู่" อาทิตย์เตือนเมื่อเห็นว่าเด็กหนุ่มสนแต่เรื่องกล้ามจนลืมงานไปแล้ว

 

 

 

"งั้นเสร็จถอดเสื้อให้ผมดูด้วย" เวย์บอกแล้วปลีกตัวไปนั่งรออยู่โซฟาหนังใกล้ๆ คำขอของเวย์เมื่อกี้ทำอาทิตย์ชะงักไปนิดแต่ก็พยายามไม่สนใจแล้วมุ่งทำงานต่อจนเสร็จ

"ถอดเสื้อเลย" เวย์ชี้นิ้วสั่งเมื่อเห็นว่าพ่อเลี้ยงทำงานเสร็จแล้ว

 

 

 

"อะไรของแก อย่ามาสั่งฉันจะได้มั้ย" อาทิตย์ว่าอย่างไม่ค่อยชอบใจนัก ร่างใหญ่ทิ้งตัวนั่งเอนหลังพิงกับพนักเก้าอี้กอดอกมองเวย์แววตาดุๆ แต่ชายหนุ่มสนใจที่ไหน ตอนนี้เขาสนใจอยากเห็นกล้ามของพ่อเลี้ยงตรงหน้านี้มากกว่า

 

 

 

"ฮู๊ แก่แล้วยังจะเล่นตัวอีก" เวย์เดินบ่นๆเข้ามาหาอาทิตย์แล้วใช้มือหนาข้างหนึ่งกดไหล่แกร่งลงไปติดชิดกับเก้าอี้ด้วยแรงมหาศาลจนขยับไม่ได้ ก่อนจะคุมถอดเสื้อเชิ้ตสีดำที่อีกฝ่ายสวมอยู่ออก พอได้ถอดเสื้อของพ่อเลี้ยงออกแล้วเวย์ก็ปล่อยอีกฝ่ายให้นั่งสบายอยู่บนเก้าอี้แล้วขึ้นไปนั่งมองพ่อเลี้ยงอยู่บนโต๊ะทำงานโดยใช้เท้าเปล่าทั้งสองข้างที่เพิ่งถอดสลิปเปอร์ออกหนีบข้างตัวอีกฝ่ายเอาไว้ไม่ให้หนีไปไหนได้

"จับหน่อยนะครับ" เวย์บอกก่อนใช้เท้าดึงเก้าอี้ที่พ่อเลี้ยงนั่งอยู่ให้เลื่อนเข้ามาใกล้อีกแล้วเอื้อมมือลงไปกดๆคลำๆที่ก้อนบนหน้าท้องเลื่อนสูงขึ้นมาตามกล้ามเนื้อหน้าอก กล้ามเนื้อแน่นไล่ไปแถวๆวีเชฟจนทั่วอย่างสนอกสนใจ อาทิตย์เงยหน้ามองเด็กหนุ่มที่นั่งสูงกว่าแววตานิ่งงัน นี่เป็นครั้งแรกเลยจริงๆที่เขาได้มองใบหน้าที่จริงจังแบบนี้ของเวย์ใกล้ชิดขนาดนี้

"จิ๊ ก็น่าจะพอๆกันหนิ" เวย์พึมพำแล้วเลิกเสื้อยืดตัวเองขึ้นกดๆดูกล้ามเนื้อหน้าท้องตัวเองบ้าง

"ทำไมรู้สึกของคุณมันสวยกว่านะ" เวย์ทำหน้าครุ่นคิด ต่างจากพ่อเลี้ยงที่ตบะแทบแตกเพราะถูกเด็กหนุ่มจับถอดเสื้อแล้วมานั่งกางขาอยู่ในระดับสายตาของเขาพร้อมลูบๆคลำๆหน้าท้องเขาอยู่แบบนี้ แถมยิ่งเห็นเวย์เลิกเสื้อขึ้นอย่างเมื่อกี้จนเห็นผิวขาวผ่องชัดเจนเขาก็แทบคลั่ง

 

 

 

"เล่นบ้าอะไรของแก" พ่อเลี้ยงถีบที่ขาโต๊ะทำให้เก้าอี้เลื่อนห่างออกไปจากตัวเวย์ คนที่วางเท้าอยู่ข้างตัวอาทิตย์จนเมื่อกี้ผงะเกือบหน้าคว่ำเมื่ออีกฝ่ายถอยเก้าอี้หนีแต่ก็ตั้งตัวได้พอดี ก่อนที่อาทิตย์จะลุกขึ้นหยิบเสื้อตัวเองขึ้นมาสวมไว้เหมือนเดิม

"ลงจากโต๊ะทำงานฉันด้วย" อาทิตย์ว่าดุๆ เวย์จิ๊ปากขัดใจที่โดนขัดก่อนจะลุกสวมสลิปเปอร์เดินหยิบแฟ้มเอกสารที่ต้องการออกไปจากห้อง พอเห็นว่าเด็กหนุ่มไปแล้วอาทิตย์ก็ถึงกับถอนหายใจออกมาหนักๆ ในสายตาของเขาเวย์จะมีอยู่สองด้าน ด้านหนึ่งจะดูเจ้าวางแผน จอมบงการ ร้ายและทำตัวน่าหมั่นไส้ ส่วนอีกด้านก็คือด้านที่จริงจังเกินไปจนไม่สนอะไรอย่างอื่น อย่างเช่นเมื่อกี้ เขาเอาแต่สนใจเรื่องกล้ามที่ตัวเองชื่นชอบจนลืมเรื่องการวางตัวต่อผู้ใหญ่ไปแถมยังทำอะไรที่เป็นการยั่วยวนอาทิตย์ทางอ้อมโดยที่เจ้าตัวเองก็คงไม่รู้สึกตัวแน่ๆ แต่คิดว่า...หลังจากผ่านไปซักสองสามชั่วโมงเดี๋ยวเขาก็รู้ตัวเองแหละว่าเมื่อกี้ตัวเองทำอะไรลงไป

.

.

.

.

.

 

 

 

หลังเลิกเรียน ผมไปหาพี่ทีถึงห้องชมรมแต่ก็ไม่เห็นเงาของเขาอยู่เลย มีเพียงพี่เซย์คนเดียวที่นอนกลางวันอยู่ในห้อง พอถามก็บอกพี่ทีฝากบอกว่าขอกลับบ้านก่อนเพราะปวดหัวผมจึงเช็คโทรศัพท์ดูและเห็นว่ามีข้อความจากแชทพี่ทีเข้ามาด้วยแต่ไม่ได้เปิดอ่านเพราะผมคิดว่าเป็นข้อความจากคนอื่นจึงไม่ได้สนใจ คนอื่นที่ว่าน่ะก็คือไอ้'วี'ที่ยังตามหยอดผมไม่เลิกนั่นแหละ

 

 

 

ครืนนนน

 

เสียงรถสปอร์ตหรูขับเคลื่อนเข้ามาในตัวบ้านก่อนที่ผมจะลงจากรถแล้ววิ่งขึ้นห้องทันทีด้วยความที่เป็นห่วงพี่ชาย ไปห้องตัวเองแต่ก็ไม่เจอพี่ทีจึงเข้าไปดูในห้องของพี่ทีและพบกับร่างสูงโปร่งที่นอนแน่นั่งอยู่บนเตียงด้วยสีหน้าอิดโรยสุดๆ ผมวางกระเป๋าลงแล้วเดินเข้าไปนั่งลงข้างๆคนบนเตียง มือบางสะกิดเรียกอยู่หลายทีแต่พี่ทีก็ไม่ยอมตื่นจึงลองแตะๆดูที่ซอกคอและหน้าผากเพื่อดูว่าอีกฝ่ายมีไข้ด้วยมั้ย

 

 

 

"ห่า ตัวร้อนจี๋เลย มันจะตายมั้ยเนี่ย" ผมบ่นๆอย่างร้อนใจเพราะไม่รู้ว่าควรต้องทำยังไงดี พี่ทีปกติแล้วเป็นคนที่ร่างกายแข็งแรงมากจนแทบไม่เคยเจ็บไข้ได้ป่วยเลย มีบ้างนานๆทีจนแทบนับครั้งได้ แถมพอเป็นทีไรก็จะคอยดูแลตัวเองและหายเองในเร็ววันเสียทุกครั้งผมจึงไม่เคยได้ทำอะไรเพื่อพี่ทีเวลาป่วยมาก่อนเลย

"ป้าอิ่ม ป้าอิ่มครับ!" ผมร้องเรียกป้าอิ่มเสียงดัง ไม่นานหญิงสูงวัยก็วิ่งหน้าตาตื่นขึ้นมาพร้อมกับโดนัทที่ยังคาบขนมอยู่ในปากและยังสวมชุดนักเรียนอยู่เลย

 

 

 

"มีอะไรคะคุณหนูเลย์" ป้าอิ่มถามเมื่อเข้ามาในห้องแล้วเพราะผมไม่ได้ปิดประตูไว้

 

 

 

"ไอ้พี่ทีมันตัวร้อนมากเลยครับป้า ผมควรทำไงดี" ผมร้อนใจถาม ป้าอิ่มจึงเข้ามาช่วยดูอาการ เธอจับดูอุณหภูมิร่างกายของพี่ทีตามหน้าผากกว้างและลำคอก่อนจะหันไปหาหลานสาวตัวเอง

 

 

 

"ไปเอายาลดไข้แล้วก็เตรียมน้ำอุ่นๆใส่ชามมาเร็วยัยนัท" ป้าอิ่มหันไปสั่ง โดนัทพยักหน้าแล้วรีบวิ่งลงไปจากห้องทันที

 

 

 

"เห็นมันบอกว่าปวดหัวด้วยอ่ะครับ ไม่ต้องเอายาแก้ปวดด้วยหรอ" ผมท้วงขึ้นด้วยความไม่รู้

 

 

 

"เป็นยาแก้ปวดและลดไข้ค่ะ มีฤทธิ์เป็นทั้งยาแก้ปวดและลดไข้น่ะค่ะ" ป้าอิ่มบอก ผมพยักหน้าหรอหราอายๆ

"ป้าว่าจับคุณทีให้นอนดีๆก่อนเถอะค่ะ" ป้าอิ่มแนะ ผมจึงจัดการจับพลิกตัวพี่ทีที่นอนขวางเตียงอยู่ให้ไปนอนดีๆด้วยความยากลำบากเพราะอีกฝ่ายตัวหนากว่าผมมากแต่เพราะได้แรงจากป้าอิ่มที่ดูเหมือนจะมีมากกว่าผมซะอีกช่วยจึงจัดให้พี่ทีนอนดีๆได้ ไม่นานโดนัทก็กลับขึ้นมาพร้อมกับถ้วยเกี๊ยวอุ่นๆและยา

 

 

 

"นี่เป็นเกี๊ยวที่โดนัทเพิ่งซื้อมาพอดีค่ะ ป้าอิ่มบอกให้เอามาให้พี่ทีทานก่อนจะได้ทานยา พอทานได้มั้ยคะ" โดนัทถาม ผมพยักหน้าก่อนรับถ้วยเกี๊ยวร้อนมาวางไว้ที่โต๊ะหัวเตียง

 

 

 

"เลย์...พี่ขอโทษ..." พี่ทีละเมอออกมาโดยไม่รู้ตัวขณะที่ผมกำลังปลุกให้เขาลุกมาทานข้าวทานยา

 

 

 

"พี่ที พี่...พี่ทีครับ ได้ยินผมมั้ย พี่..." ผมเรียกคนตัวโตอยู่นานกว่าอีกฝ่ายจะค่อยๆลืมตาขึ้นมา ใบหน้าหล่อคมเต็มไปด้วยเหงื่อเม็ดโตโดยเฉพาะใต้เสื้อผ้าจนผมแทบอยากจับถอดชุดเขาออกเสียให้หมด

 

 

 

"เลย์...อึก" อีกฝ่ายลืมตาขึ้นมาแล้วพยายามจะลุกขึ้นนั่ง

 

 

 

"ระวังนะพี่ กินเกี๊ยวนี่ก่อนสิ ผมจะได้เอายาให้กิน" ผมบอก พี่ทีทำหน้างงๆมองผมสลับกับโดนัทที่ยืนอยู่ข้างหลัง

 

 

 

"มีอะไรกัน" อีกฝ่ายถามอย่างไม่รู้เรื่อง

 

 

 

"ก็พี่ไม่สบาย ตัวร้อนมากเลยนะ" พอผมบอกพี่ทีก็เลิกคิ้วขึ้นนิด ก่อนจะลูบๆคลำๆตามตัวดูอุณหภูมิร่างกายตัวเอง ผมหยิบถ้วยเกี๊ยวขึ้นมาก่อนยื่นมันให้คนตัวโต พี่ทีมองถ้วยในมือผมสลับกับมองหน้าผมไปมา

 

 

 

"ป้อนหน่อย" พี่ทีหน้าด้านอ้อนออกมา ผมผงะหน้าร้อนผ่าวขึ้นอายๆ

"กูป่วยหนิ ใช่ม่ะ ให้คนป่วยกินเองมันไม่ดีมั้ง" พี่ทีเสริมเมื่อเห็นว่าผมมีท่าทีอึกอักใจ

 

 

 

"เอ่อ...นัทวางยาไว้ตรงนี้แล้วกันนะคะ ขอตัวล่ะค่ะ" นัทรับทราบหน้าที่ตัวเองจากสายตาของพี่ทีก่อนจะวางยาให้แล้วรีบวิ่งแจ้นออกไปจากห้องทันที ทิ้งให้เราอยู่ด้วยกันแค่สองคน ดีหน่อยก็ที่ประตูไม่ได้ปิดไว้เพราะจะได้เรียกป้าอิ่มได้สะดวก แต่ก็ไม่รู้ว่าดีหรือไม่ดีนะที่เปิดประตูทิ้งไว้อย่างนั้นเมื่อเห็นสายตาหวานๆที่พี่ทีมองมาที่ผม

 

เห้ยย!...ทำไมพี่แม่งป่วยแล้วตาหวานจังวะ  -////-

 

 

 

"จะป้อนได้ยัง" พี่ทีทักท้วง ผมจึงเริ่มตักเกี้ยวในถ้วยขึ้นมาเป่าๆไล่ความร้อนให้

 

 

 

"อ่ะ อ้าปากสิ" ผมบอกพร้อมยื่นช้อนเข้าไปหาอีกฝ่าย พี่ทีอ้าปากรับกินเกี๊ยวที่ผมป้อนให้ แววตาหวานเยิ้มยังคงมองผมไม่วางตา ผมทนกับสายตาที่ดูมีเสน่ห์ในอีกแบบของคนรักแล้วป้อนเกี๊ยวในถ้วยให้พี่ทีมาเรื่อยๆจนหมด อ่า เขากินเก่งชะมัดเวลาป่วย

"เดี๋ยวกินยาต่อเลย...อื้อ" ทันทีที่ผมวางถ้วยเกี๊ยวที่ว่างเปล่าลง ไม่ทันจะได้หยิบยาก็ถูกพี่ทีดึงให้เข้าไปหาแล้วประกบจูบร้อนลงมาทันที คนตัวโตดุนดันลิ้นรุกหาผมหนักหน่วงอย่างไม่ยอมอ่อนข้อให้เลย ลมหายใจของเขาร้อนผ่าว สัมผัสจากลิ้นก็ร้อนกว่าปกติมาก มือหนากระชับที่ต้นคอผมไว้มั่นแล้วกดให้ผมยืนหน้าเข้าไปใกล้ชิดกว่าเดิมจนรู้สึกได้ถึงไอร้อนจากตัวอีกฝ่าย

"อืม อือ...อื้อ ฮ่า ไอ้บ้า ป่วยแล้วยังจะหื่นอีกนะ" ผมว่าหลังจากดันคนตัวโตให้ถอนริมฝีปากออกไปได้แล้วก่อนจะยกหลังมือขึ้นเช็ดกลีบปากอิ่มที่เปื้อนน้ำลายอยู่เล็กน้อยด้วยอาการเขินอายแบบสุดๆ

 

 

 

"หึ" อยู่ๆพี่ทีก็กระตุกยิ้มขำขึ้นมา

 

 

 

"ขำอะไร" ผมมุ่ยหน้าถาม

 

 

 

"ว่าแล้ว ว่ากูรักมึงมาก" อยู่ๆอีกฝ่ายก็พูดอะไรหวานๆออกจนผมอดจะรู้สึกร้อนหน้าตามไปด้วยไม่ได้ มันแปลกจริงๆนั่นแหละ...พี่ทีที่มองผมด้วยสายตาหวานเยิ้มแบบนี้ พี่ทีที่หัวเราะขำแบบเมื่อกี้ และพี่ทีที่อยู่ๆก็บอกรักออกมาง่ายๆ แต่ผมก็พยายามคิดว่าคงเป็นเพราะพิษไข้เขาจึงแปลกๆไปแบบนี้

 

 

 

"เพ้อเหี้ยไรมึง ป่วยแล้วเพ้อหรอ เหอะ แดกยาแล้วรีบๆนอนไปเลย กูจะลงไปเอาชามน้ำอุ่นมาเช็ดตัวให้" ผมหยิบยากับแก้วน้ำยัดใส่มือให้พี่ทีก่อนจะลุกเดินฟึดฟัดออกไปจากห้องเพื่อไปเอาผ้าชุบน้ำอุ่นมาเช็ดตัวให้พี่ที แต่ไม่ทันที่ผมจะได้ออกไปไหนก็ต้องชะงักเท้าอยู่ที่หน้าห้องเมื่อออกมาเห็นโดนัทยื่นแอบอยู่ข้างผนังนอกห้อง ในมือถือชามนำอุ่นกับผ้าเช็ดตัวผืนเล็กอยู่

"อะ..โดนัท มาตั้งแต่เมื่อไหร่...หรอ" ผมอึกอักถามหน้าซีดเป็นไก่ต้มเมื่อคิดว่าเด็กสาวอาจเห็นที่เราจูบกันเมื่อกี้เข้าก็ได้

 

 

 

"ซักพักแล้วล่ะค่ะ แฮ่ะๆ" โดนัทตอบเกรงๆก่อนจะยื่นชามน้ำอุ่นมาให้ ผมรับมันมาด้วยใบหน้าที่ร้อนผ่าวด้วยความเขินอายเมื่อคิดว่าเด็กสาวคงเห็นมันแน่ๆ ไม่งั้นเธอคงไม่หน้าแดงแล้วมองผมอายๆหรอก ผมผงกหัวขอบใจเด็กสาวเล็กน้อยก่อนเดินเป็นซากซอมบี้กลับเข้ามาในห้อง พี่ทีที่เพิ่งกินยาเสร็จวางแก้วในมือลงก่อนหันมาหัวเราะเยาะผมอีกครั้ง

 

 

 

"หัวเราะหาพ่อง!" ผมว่าใส่ เมื่อกำลังอารมณ์บูดก็ไม่มีกะจิตกะใจจะพูดเพราะด้วยแล้ว

 

 

 

"อายทำไม ก็แค่จูบ มากกว่านี้สิถึงต้องอาย"

 

 

 

"อย่ามาทะลึ่งใส่กูนะไอ้พี่บ้า" ผมว่าปรามอีกฝ่าย ก่อนจะวางชามน้ำอุ่นลงแล้วเดินไปปิดประตูห้องเอาไว้แล้วเดินกลับมาเพื่อเช็ดตัวให้พี่ที ก่อนอื่นก็เริ่มจากการถอดเสื้อแล้วเช็ดท่อนบนให้จนเสร็จแล้วตามด้วยท่อนล่างที่ผมต้องฝืนพยายามเช็ดให้เพราะพี่ทีมันเอาแต่แกล้งไม่ยอมทำเอง เอาแต่อ้างว่าป่วยอยู่ แถมเช็ดให้แล้วส่วนนั้นมันเกิดตื่นขึ้นมาอีก โชคดีหน่อยที่เจ้าตัวบอกไม่อยากทำให้ผมป่วยไปด้วยจึงเลือกปล่อยมันไปแล้วนอนพักหลังจากผมหาเสื้อผ้าตัวใหม่มาให้สวมแล้ว

 

 

 

โดนดูแลมาตลอด...เพิ่งมารู้วันนี้แหละว่าการดูแลคนป่วยมันโคตรลำบากเลย

โดยเฉพาะคนป่วยแบบพี่ที...

.

.

.

.

.

 

 

 

 

หลายวันต่อมา

 

พี่ทีหายจากอาการป่วยที่แสนสาหัสนั้นได้ภายในหนึ่งวันครึ่ง เป็นเรื่องที่น่าทึ่งมากเพราะถ้าเป็นผมคงปาไปสามวันเต็มๆแน่ๆ แต่เห็นพี่ทีหายดีแบบนี้แล้วก็ค่อยโล่งใจหน่อย ถึงจะไม่ค่อยชอบใจนักที่หลังจากนั้น...ผมจะโดนศึกหนักไปก็เถอะ

 

 

 

 

---- To be continued ----

 

 

เปิดมาพี่เวย์ก็เล่นนั่งอ้าขาอยู่ต่อหน้าพ่อเลี้ยงเลยคับแหม =.,= ไม่ค่อยจะยั่วเลย สาบานได้ว่าพี่เวย์ไม่รู้ตัวจริงๆว่าทำอะไรลงไป เพราะมัวแต่สนใจเรื่องกล้าม 555+ #ไอ้บ้ากล้าม ตอนนี้คุณพ่อเลี้ยงกินกระดาษไปเกินกว่าครึ่งหน้า เห็นภาคแรกได้ออกมาแค่ไม่กี่ตอนภาคสองเลยขอจองตั๋วใบแรกไว้เลย ;-; ถถถถถ

ชื่อ
ความคิดเห็น