Punmile09

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะคะ

ชื่อตอน : CHAPTER S I X

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.3k

ความคิดเห็น : 25

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ต.ค. 2562 22:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
CHAPTER S I X
แบบอักษร

 

_________________________________ 

 

“ห้องรกนิดหน่อยนะครับ” เด็กหนุ่มทำหน้าที่เปิดประตูให้แขกผู้มาเยือนก่อนจะเดินตามหลังฝ่ายนั้นเข้าไปในห้อง 

แสงจากหลอดไฟนีออนทำให้บริเวณโดยรอบสว่างขึ้นมา ฮานะกวาดมองสำรวจไปทั่วห้องก่อนจะหยุดสายตากับรูปถ่ายวันรับปริญญาที่วางอยู่บนโต๊ะคอมพ์ ด้านข้างมีหนังสือเพลงมากมายจัดวางเอาไว้อย่างเป็นระเบียบ ผนังห้องสีขาวดูหม่นลงเล็กน้อยตามอายุการใช้งานแต่ก็ไม่ได้ทำให้ภายในห้องดูรกครึ้มอย่างที่เจ้าตัวว่า 

กลับกัน...มันดูสะอาดสะอ้านเสียด้วยซ้ำไป 

เตียงไม้ตรงกลางห้องถูกปูด้วยผ้าคลุมสีเทาดูอบอุ่นสบายตา เรียกได้ว่าพีทเป็นคนที่มีเซนท์ในการแมทโทนสีได้ดีทีเดียวเพราะในห้องนั้นถูกคุมโทนได้อย่างสมบูรณ์แบบ นับว่าเป็นคนที่ใส่ใจในรายละเอียดเล็กน้อยได้เป็นอย่างดี 

แต่ที่ดูสะดุดตาสุดก็คงเป็นถาดทรงกลมสองสามถาดที่วางอยู่บนโต๊ะข้างหัวเตียง ในนั้นมีซักคิวเลนต์หรือที่นิยมเรียกกันว่าไม้อวบน้ำอยู่หลายชนิด สีสันสวยงามและผิวที่ตึงแน่นเต่งน้ำแสดงให้เห็นว่าพวกมันนั้นได้รับการดูแลเป็นอย่างดี ฮานะเลิกคิ้วมองอย่างนึกแปลกใจ ไม่คิดเลยว่าคนที่ภายนอกดูมือหนักอย่างพีทจะสนใจเรื่องต้นไม้ด้วย 

ยิ่งได้รู้จักก็มีแต่สิ่งที่ชวนให้ต้องแปลกใจอยู่เรื่อย... 

“เธอเลี้ยงต้นไม้ด้วยเหรอ” ฮานะถามขณะที่กำลังใช้ปลายนิ้วไล้ใบสีม่วงไล่เฉดกับเขียว...เจ้าต้นนี้มีชื่อไทยว่าต้นลูกชุบ เมื่อปลายปีที่แล้วเขาเคยทดลองเลี้ยงแต่ผลสรุปก็คือล้มไม่เป็นท่า 

“ครับ” เด็กหนุ่มพยักหน้ารับ 

“ชอบหรือไง” 

พีทนิ่งไปเพียงครู่ก่อนจะยิ้มแล้วส่ายหน้าไปมาเบาๆ “เมื่อก่อนก็ไม่ได้สนใจสักเท่าไร แต่ช่วงที่คบกันกับแฟนเก่าเธอชอบชวนไปเลือกบ่อยๆ ผมเลยได้ติดไม้ติดมือมาบ้าง” 

“อ้อ” ฮานะพยักหน้ารับพร้อมกับดึงมือกลับมาเก็บไว้กับตัวเมื่อรู้สึกว่าตนเองนั้นเสียมารยาท “ปลูกกับแฟนสินะ” เอ่ยปากแซวกลบเกลื่อนความรู้สึกแปลกประหลาดที่พุ่งเข้ามารบกวนสมาธิ 

“ก็ไม่เชิง...มีแค่กระถางนั้นที่ผมได้ดูแลต่อ ส่วนที่เหลือผมปลูกเอง” พีทยิ้มกว้างในแววตาไม่ได้ฉายแววถึงอดีตที่ล่วงเลยผ่าน เพราะถึงอย่างไรรักครั้งเก่าก็จากกันด้วยดีไม่ได้มีอะไรติดค้าง เขาและเธอยังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันมาถึงทุกวันนี้ “นี่ลูกรักผมเลย” เด็กหนุ่มยิ้มกว้างจนเห็นปลายเขี้ยว ก่อนจะชี้ไปที่กระถางดินเผาสีเข้มที่มีพืชหน้าตาประหลาดอยู่หลายต้น บริเวณหน้าดินถูกปกคลุมด้วยหินโรยสีขาว 

“มันเหมือนสมองจัง” ฮานะก้มลงไปดูเจ้าพวกไลทอปหลากสีอย่างสนอกสนใจ 

ด้วยลักษณะรูปทรงที่คล้ายกับว่ามันมีชีวิตจึงทำให้เขามองข้ามที่จะเลี้ยงพวกมันไป เพราะปกติที่ห้องส่วนใหญ่จะเลี้ยงแคคตัสอยู่เพียงไม่กี่ต้นที่เหลือก็เป็นพืชพันธุ์ไม้ทั่วไปที่เน้นให้ความร่มรื่นเสียมากกว่า 

“ตอนแรกผมมองว่ามันเหมือนสมองซอมบี้” พีทสารภาพออกมา เสียงหัวเราะทุ้มต่ำดูมีชีวิตชีวาเมื่อได้เข้ามาอยู่ในพื้นที่ของตัวเอง “ฮานะชอบไหมครับ” 

คนอายุมากกว่าชะงักไปนิดก่อนจะพยักหน้ารับ “มันก็น่ารักดีน่ะนะ...แต่ฉันคงเลี้ยงไม่ได้แน่” ขนาดต้นมะพร้าวทะลทรายที่ว่าอึดถึกทนเขายังเลี้ยงให้ใบแห้งกรอบจนร่วงหมด ดูท่าแล้วคงไม่ถูกกับพืชประเภทนี้จริงๆ 

“ทำไมล่ะครับ” 

“เคยทำกุหลาบหินรากเน่าหมดยกแผง” จมูกรั้นย่นขึ้นคล้ายกับเด็กเวลาถูกขัดใจ “หลังจากนั้นเลยเข็ดยาว” 

พีทมองคนที่หน้ายู่ก่อนจะระบายยิ้มออกมาอย่างนึกเอ็นดู 

“คงให้น้ำเยอะเกินไปหรือไม่ก็ได้รับแสงไม่เพียงพอน่ะครับ” เด็กหนุ่มนั่งลงข้างเตียง ตาช้อนขึ้นมองคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าสลับกับกระถางต้นไม้ 

“เอาใจยากชะมัดเลย” ฮานะส่ายหน้าไปมา 

“อยากลองเลี้ยงดูไหมครับ...เดี๋ยวคราวนี้ผมช่วยดูให้อีกแรง” 

“จริงเหรอ” เจ้าตัวถามกลับ นัยน์ตาสวยทอประกายตื่นเต้นอย่างปิดไม่มิด “เอาไว้ว่างๆ จะมาขอความช่วยเหลือก็แล้วกัน...แต่คงต้องอีกสักพัก เพราะช่วงนี้งานยุ่งน่าดู” 

“ยินดีมากครับ” เขารับปาก 

ร่างสูงใหญ่ลุกเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวผืนใหม่ที่เพิ่งซักออกมาจากตู้เสื้อผ้า แต่ก็ต้องชะงักไปเมื่อนึกขึ้นได้ว่าอีกฝ่ายยังไม่มีชุดนอนสำหรับค่ำคืนนี้ และฮานะเองก็เหมือนจะรู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่เจ้าตัวจึงเดินเข้ามาใกล้ก่อนจะเอ่ยปากขอ 

“ถ้าไม่รบกวนเกินไป ขอยืมชุดนอนด้วยได้ไหม” นัยน์ตาสีสวยวูบไหว และถ้าตาไม่ฝาดเขาสังเกตเห็นว่าบนแก้มขาวมีริ้วแดงเจือจางพาดผ่านเล็กน้อย 

“นี่น่าจะเป็นไซส์เล็กสุดที่คุณใส่ได้” เสื้อยืดแขนยาวสีขาวถูกยื่นมาพร้อมกับผ้าขนหนู ฮานะคลี่พับผ้าออกก่อนจะลองเอาทาบกับตัวเองดู ชายเสื้อตัวใหญ่ที่ยาวจนปิดหมดหน้าขายิ่งตอกย้ำว่าขนาดตัวของพวกเขาต่างกันมากแค่ไหน ทั้งที่ฝ่ายนั้นเพิ่งจะยี่สิบต้นๆ แต่กลับตัวสูงใหญ่จนคนอายุสามสิบอายกับส่วนสูงตัวเอง 

“นี่เล็กแล้วใช่ไหม” ฮานะยิ้มขำ จนอีกฝ่ายต้องยกมือขึ้นมาเกาแก้มอย่างใช้ความคิด “ไม่ต้องคิดมากน่า...ฉันใส่ได้” 

“แล้วกางเกง...” พีทถามย้ำ แต่คำตอบที่ได้รับกลับทำให้ใบหน้าของเด็กหนุ่มเห่อร้อนขึ้นมา 

“ไม่จำเป็น” ฝ่ายนั้นยักไหล่ “ปกติตอนนอนฉันก็ไม่ได้ใส่อยู่แล้ว...อีกอย่างเสื้อเธอตัวใหญ่ขนาดนี้กางเกงคงไม่จำเป็นแล้วล่ะ” ทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก็เดินหายเข้าไปหลังบานประตูไม้ 

เสียงของกลอนล็อกจากด้านในไม่สามารถทำให้คนที่มองตามแผ่นหลังของใครอีกคนรู้สึกตัว พีทยืนมองบานไม้สีขาวที่คุ้นตาอยู่นานทั้งที่ปกติแล้วไม่ได้คิดจะสนใจมันเป็นพิเศษ เสียงของสายน้ำจากฝักบัวที่ตกกระทบลงบนพื้นทำให้สติค่อยๆ กลับมา เด็กหนุ่มถอนหายใจหนักก่อนจะเดินเลี่ยงออกไปเก็บข้าวของเพื่อดับความคิดฟุ้งซ่านที่เกิดขึ้น 

สายน้ำเย็นที่ไหลผ่านผิวเนื้อเรียกความสดชื่นให้กลับมาหลังจากที่เหนื่อยล้ามาทั้งวัน ฮานะถือวิสาสะใช้แชมพูและสบู่ของฝ่ายนั้นด้วยความจำเป็น กลิ่นหอมเย็นของพวกมันช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายจนต้องหลับตาพริ้ม แต่จู่ๆ สมาธิที่ล่องลอยก็ผุดภาพของใครบางคนขึ้นมาจนต้องยกมือขึ้นทาบบริเวณอกข้างซ้าย 

เพียงแค่นึกว่าบนผิวเนื้อของฝ่ายนั้นมีกลิ่นแชมพูและสบู่กลิ่นเดียวกันชีพจรก็เต้นรัวจนรู้สึกร้อนผ่าวทั่วใบหน้า 

“ฮานะครับ” เสียงทุ้มต่ำที่เรียกอยู่หน้าประตูทำให้รู้สึกตัวขึ้นมา ฮานะหมุนปิดฝักบัวพอดีกับที่ล้างคราบฟองสบู่ออกไปจนหมด ร่างขาวนวลก้าวเดินไปที่บานประตูอย่างระมัดระวังก่อนจะเปิดแล้วชะโงกหน้าออกไปเพียงครึ่ง 

“ผมเอาแปรงสีฟันมาให้” พีทยื่นแปรงกล่องใหม่มาให้ เด็กหนุ่มลดสายตามองใบหน้าได้รูปที่ยังมีหยดน้ำเกาะพราว เส้นผมสีอ่อนเปียกลู่ลงข้างแก้ม “ผ้าขนหนูผืนเล็กที่พาดอยู่ตรงราว ใช้ได้ตามสบายเลยนะครับ” 

“อื้ม...ขอบใจนะ” ฮานะพยักหน้ารับก่อนจะปิดประตูลงเพื่อกลับไปจัดการธุระส่วนตัวให้เสร็จเรียบร้อย 

เสื้อยืดสีขาวตัวใหญ่ถูกสวมลงบนช่วงตัว ความยาวของมันยาวจนปิดต้นขาเอาไว้ได้จนหมด กลิ่นของน้ำยาปรับผ้านุ่มที่อบร่ำอยู่บริเวณเนื้อผ้าทำให้เผลอยกขึ้นมาแตะจมูกโดยไม่รู้ตัว ฮานะมองสำรวจตัวเองในกระจกอีกครั้ง ริมฝีปากเม้มเข้าหากันแน่นเมื่อรู้สึกประหม่าขึ้นมาเล็กน้อยตอนที่ได้ยินเสียงกีตาร์ดังคลอมาจากด้านนอก 

ถึงแม้ว่าเสื้อของพีทจะยาวปิดคลุมจนเกือบถึงเข่า แต่มันก็อดที่จะรู้สึกแปลกๆ ไม่ได้อยู่ดีที่จะต้องปล่อยท่อนล่างให้โล่งเปลือย 

ฮานะเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยสภาพที่เส้นผมเปียกชื้น ผ้าขนหนูผืนเล็กถูกหยิบมาพาดไว้ที่หลังคอเพื่อกันไม่ให้หยดน้ำเปียกเสื้อ นัยน์ตาสีสวยมองไปยังร่างสูงใหญ่ที่กำลังนั่งดีดกีตาร์อยู่บริเวณพื้นปลายเตียง พีทสวมไว้เพียงแค่กางเกงยีนตัวเดิมส่วนท่อนบนนั้นเปลือยเปล่า แผ่นหลังกว้างแกร่งให้ความรู้สึกปลอดภัยได้อย่างน่าประหลาด 

“เสร็จแล้วเหรอครับ” ฝ่ายนั้นหันมาถามก่อนจะกวักมือเรียก 

“เล่นเพลงอะไรอยู่เหรอ” ฮานะลงไปนั่งขัดสมาธิข้างกันก่อนจะค่อยๆ ใช้ผ้าขนหนูซับน้ำบนเส้นผมจนหมาด ห้องของพีทไม่มีเครื่องปรับอากาศ จะมีก็เพียงแต่พัดลมตั้งพื้นตัวเดียวที่วางอยู่ปลายเตียง อากาศเย็นชื้นจากฝนที่กระหน่ำอยู่ด้านนอกทำให้อุณหภูมิภายในห้องนั้นเย็นสบาย 

“Flightless Bird, American Mouth ของ Iron and Wine ครับ” 

ใบหน้าคมเข้มยิ้มบางเบาใบขณะที่ปลายนิ้วค่อยๆ เกาสายกีตาร์จนเกิดเป็นทำนองหวานหู 

“ร้องให้ฟังหน่อยได้หรือเปล่า” ฮานะหันไปมองอย่างสนอกสนใจ...เพราะเวลาที่อีกฝ่ายอยู่กับเครื่องดนตรีนั้นมีเสน่ห์ขึ้นอีกเป็นเท่าตัว พีทดูนิ่งสงบแต่กลับแฝงเร้นไปด้วยพลังบางอย่างที่ขับเคลื่อนอยู่ภายในจนยากที่จะละถอนสายตาออกไปได้ 

“จะทนฟังได้เหรอครับ” เด็กหนุ่มยิ้มขำเพราะปกติเขาไม่ใช่คนที่ร้องเพลงบ่อยนัก แม้ว่ามันจะไม่ได้แย่แต่การที่ถูกใครอีกคนจ้องอย่างมีความหวังแบบนี้มันเลยอดที่จะประหม่าไม่ได้ 

“ฉันรู้สึกได้ว่าเธอต้องร้องเพลงเพราะ” ฮานะหรี่ตาอย่างจับผิด แต่สิ่งที่ได้กลับมามีเพียงรอยยิ้มบางเบาจากอีกฝ่ายเท่านั้น เสียงเกากีตาร์ดังคลอขึ้นมาเป็นจังหวะต่อเนื่องผสานกับเสียงของฝนที่ค่อยๆ ลดแรงกำลังลง เสียงทุ้มนุ่มที่ต่างไปจากเดิมสะกดสายตาให้จดจ้องอยู่บริเวณริมฝีปากได้รูป ท่วงทำนองอ่อนหวานผิดกับเนื้อหาของเพลงเรียกความสนใจจนเรียวคิ้วได้รูปขมวดปมขึ้นมาเล็กน้อย 

“…I was a quick wet boy 

Diving too deep for coins 

All of your straight blind eyes 

Wide on my plastic toys...” 

หยดน้ำจากปลายผมที่เปียกชื้นกระทบเข้ากับหน้าขาเปลือยจนเจ้าตัวต้องดึงชายเสื้อมาปิดคลุมเอาไว้ 

“Then when the cops closed the fair 

I cut my long baby hair 

Stole me a dog eared map 

And called for you everywhere…” 

นัยน์ตาคมเข้มทอประกายวูบไหวเมื่อเงยหน้าขึ้นมองผู้รับชมเพียงหนึ่งเดียวที่มี ฮานะตั้งใจฟังทุกถ้อยคำที่เขาร้อง 

ออกมา 

เรียวคิ้วได้รูปที่ขมวดมุ่นตอนแรกถูกคลายลงเมื่อถูกทำนองหวานหูขับกล่อม 

“Have I found you… 

Flightless bird, jealous, weeping 

Or lost you… 

American mouth 

Big bill looming...” 

ฮานะเอนหลังพิงที่ปลายเตียง ตายังคงจับจ้องเสี้ยวหน้าของใครอีกคนด้วยใจที่สงบลง 

ความว้าวุ่นและโดดเดี่ยวที่เคยมีก่อนหน้านั้นถูกปัดเป่าให้จางหายไปในอากาศ 

“..Now I'm a fat house cat 

Cursing my sore blunt tongue 

Watching the warm poison rats 

Curl through the wide white fence cracks…” 

คอร์ดกีต้าร์ตัวสุดท้ายค่อยๆ ลดระดับเสียงลงไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบที่ปกคลุมห้องพัก ตาสองคู่สอดประสานเนิ่นนานไร้ซึ่งบทสนทนาระหว่างกัน เส้นผมบางส่วนที่ยังคงไม่แห้งดีตกระอยู่ข้างผิวแก้มเย็น เด็กหนุ่มจดจ้องอยู่ที่จุดเล็กๆ ใต้ตาขวาของอีกฝ่ายก่อนจะเอื้อมมือออกไปทัดเก็บปอยผมไว้ให้ที่หลังใบหูขาวโดยที่ไม่ทันได้ตั้งตัว 

ฮานะเม้มปากแน่นเมื่อรู้สึกร้อนวูบบนผิวแก้ม พอเงยหน้าขึ้นมองก็เห็นว่าฝ่ายนั้นเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้จนระยะห่างระหว่างกันนั้นลดลงไปมาก...โชคดีที่ยังมีกีตาร์คั่นกลางเอาไว้ 

“ร้องเพราะดีนี่” ใบหน้าสวยยิ้มจนเห็นเขี้ยว ไร้ท่าทีตกประหม่า มีเพียงแค่อีกฝ่ายเท่านั้นที่ชะงักเพราะเผลอพลั้ง “แต่ความหมายนี่ขัดแย้งกับทำนองเพลงชะมัด” 

“ถ้าแปลเป็นเพลงรักก็หวานใช้ได้เลยครับ” 

พีทยิ้ม...เพลงนี้เป็นหนึ่งในเพลงโปรดของเขาเพราะท่วงทำนองและความหมายที่ลึกซึ้งแฝงเร้นอยู่ในบทกลอนของความรัก 

อิสรเสรีภาพและความงดงามในวัยเด็กยังคงสวยงาม...จนกระทั่งเราเติบโตขึ้นมาเพื่อพบว่าโลกแห่งความเป็นจริงนั้นไม่ได้สวยงามเหมือนดั่งภาพฝันในวัยเยาว์ 

ฮานะไม่ได้พูดอะไรอีกทำเพียงแค่นั่งเงียบและปล่อยให้ลมจากใบพัดได้เป่าความชื้นออกไปจากเส้นผม ตอนที่ช่วงขาขยับไล่ความเมื่อยขบเด็กหนุ่มก็สังเกตเห็นร่องรอยเจือจางอยู่บนบผิวเนื้อขาวนวล...รอยนิ้วมือและรอยฟันที่ยังคงหลงเหลือเอาไว้เป็นหลักฐานแสดงให้เห็นถึงความรุนแรงที่ผิดปกติ 

ท่าทีหวาดกลัวที่อีกฝ่ายเผลอแสดงออกมาในคืนนั้นยังคงติดอยู่ในใจเขาตลอดเวลา 

แต่ยังไม่ทันที่จะได้นึกไตร่ตรองฝ่ายนั้นก็เลื่อนชายเสื้อลงมาปิดเอาไว้ราวกับว่าไม่ต้องการให้เขาลุกล้ำเกินขอบเขตเรื่องส่วนตัว 

“แล้ว...ทำไมคืนนี้ถึงอยากมานอนค้างกับผมล่ะครับ” พีทเปลี่ยนเรื่องเพื่อทำลายบรรยากาศกระอักกระอ่วนให้เจือจางลง 

“ก็แค่รู้สึกเหงาน่ะ” ฝ่ายนั้นยิ้มจาง แววตาที่เคยสดใสดูหม่นหมองลงเล็กน้อย “ฉันแค่รู้สึกว่า...อยู่กับเธอแล้วมันดีกว่าอยู่คนเดียว” 

“ไม่กลัวเขาโกรธเหรอครับ” พีทวางกีตาร์ลงบนเตียงก่อนจะเอนหลังพิงปลายเตียงอย่างผ่อนคลาย 

“เธอหมายถึงใคร?” ฮานะไม่ค่อยจะเข้าใจความหมายนัก 

“ก็...คนรักของคุณ” เด็กหนุ่มกระแอมแก้เก้อเมื่อเผลอหลุดความในใจออกไป “คนที่ให้สัมภาษณ์กับสื่อ...เมื่อเช้านี้” 

เขายังคงจำแววตาของฮานะได้ดี...ความรู้สึกที่มากล้นถูกปิดทับเอาไว้ด้วยความเจ็บปวด 

“เธอหมายถึง...อเล็กซ์น่ะเหรอ?” ฝ่ายนั้นขมวดคิ้วถามแต่พอเห็นว่าเขาพยักหน้ารับก็หลุดขำออกมาก่อนจะส่ายหน้าปฏิเสธ “เข้าใจผิดแล้ว...เขาไม่ใช่คนรักของฉันหรอก” ไม่ใช่...และไม่มีวัน 

สีหน้าที่เต็มไปด้วยความไม่เข้าใจของเจ้าเด็กตัวโตทำเอารู้สึกเอ็นดูขึ้นมาไม่น้อย ฮานะถอนหายใจออกมายาวเหยียดก่อนจะเอนศีรษะให้ราบไปกับพื้นเตียง ดวงตาที่มองขึ้นไปบนฝ้าเพดานนั้นเลื่อนลอยไม่มีจุดหมาย 

“พวกเราเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่สมัยเรียน...จริงๆ แล้วระหว่างเรามันเป็นความสัมพันธ์ที่ค่อนข้างจะซับซ้อนนิดหน่อย” ฮานะเอียงหน้าไปหาใครอีกคนที่กำลังตั้งใจฟัง 

“ซับซ้อน?” 

“ฉันหมายถึง...เพื่อนที่มีเซ็กส์กันได้น่ะ” หลุดยิ้มขำเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายขมวดคิ้วมองจนยุ่งไปหมด “ตกใจสินะ” 

ฮานะยิ้มจางนัยน์ตาสวยดูเศร้าโศกอย่างเห็นได้ชัด

“เปล่าครับ” เด็กหนุ่มส่ายหน้าปฏิเสธเมื่อได้รู้ว่าความคิดทั้งหมดที่มีก่อนหน้านั้นมันผิดไป “ผมแค่นึกว่าพวกคุณเป็นคนรักกันไม่ก็คู่...”

“คู่แห่งโชคชะตาน่ะ...” เสียงแค่นหัวเราะแผ่วเบาดังอยู่ในลำคอ “…มันก็เป็นแค่เรื่องไร้สาระ...นิทานหลอกเด็ก” ใบหน้ายิ้มแย้มสะท้อนร่องรอยของบาดแผลในจิตใจที่เหวอะหวะจนไม่สามารถกลบมันเอาไว้ได้มิดชิด

“แต่คุณก็รักเขา...ใช่ไหมครับ” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามขึ้น พีทมองเสี้ยวหน้าได้รูปที่แหงนเงยมองเพดาน ความคิดมากมายผุดซ้อนขึ้นมาจนยากที่จะต้านทานเอาไว้ได้เมื่อเห็นว่านัยน์ตาสวยดูอ่อนไหว...เปราะบางกว่าที่คิด

“…อืม” ยอมรับอย่างไม่คิดที่จะปฏิเสธ “ก็...เคยรักมากเลยล่ะ” …เคยรักมากที่สุด

“แล้วทำไมคุณยัง...ผมหมายถึง…” พีทมองปลอกคอหนังที่ถูกสวมเอาไว้บนลำคอขาว...มันเป็นตัวแสดงถึงหลักประกันอิสรภาพที่โอเมก้าพึงมี

“ทำไมฉันยังไม่ถูกอเล็กซ์กัดน่ะเหรอ” ฮานะหลุดหัวเราะเมื่อเห็นแววตาสงสัยจากเจ้าเด็กตัวโต “ก็แค่รู้สึกว่ายังไม่อยากถูกพรากอิสระไป...ฉันรักเขาก็จริง แต่มันก็แค่รักข้างเดียวน่ะนะ เธอเข้าใจใช่ไหม”

เด็กหนุ่มมองตอบกลับไปก่อนจะพยักหน้ารับอย่างเข้าใจโดยที่อีกฝ่ายไม่ต้องอธิบายอะไรเพิ่มเติม ความรู้สึกหนักเหมือนดังก้อนหินที่ถ่วงอยู่ในใจมาหลายวันทำให้เขาต้องเอ่ยถามออกไป

ใบหน้าคมเข้มก้มลงมองอีกฝ่าย นัยน์ตาที่เคยนิ่งสงบเริ่มเคลื่อนไหวแปรเปลี่ยนแฝงเร้นความรู้สึกบางอย่างที่รุนแรงคล้ายคลื่นใต้ทะเลที่กำลังคลั่งเดือด ทำให้ฮานะต้องเบือนหลบสายตาอีกฝ่ายเมื่อเริ่มรู้สึกต้านทานไม่ไหว

“มีอีกเรื่องที่ผมอยากถาม” เด็กหนุ่มยืดตัวขึ้นมานั่งหลังตรงด้วยท่าทางจริงจังก่อนจะถือวิสาสะเอื้อมมือไปจับข้อมือของอีกฝ่ายเอาไว้ เสื้อแขนยาวถูกร่นขึ้นไปจนเห็นรอยนิ้วมือเจือจาง “...รอยพวกนี้...เขาเป็นคนทำใช่ไหมครับ”

“เธอ...รู้?” ฮานะดูตกใจไม่น้อย พอจะดึงแขนกลับก็ถูกอีกฝ่ายยึดเอาไว้มั่น “…มันไม่มีอะไรทั้งนั้น”

“ผมจะเชื่อคุณแน่...ถ้าหากว่าไม่เห็นรอยอื่นบนตัวคุณด้วย” เด็กหนุ่มกดเสียงต่ำ ยิ่งเห็นว่าคนตรงหน้าปฏิเสธเขาก็ยิ่งไม่สบอารมณ์ขึ้นมาเอาเสียดื้อๆ

“เธอเห็นมันได้ยังไง” ฮานะขมวดคิ้วแน่นทั้งพยายามยื้อแขนกลับแต่เพราะอีกฝ่ายแรงเยอะกว่ามากทุกอย่างมันเลยไม่เป็นใจเท่าไรนัก “พีท...ปล่อย”

“ตอบผมสิครับว่าทั้งหมดมันเป็นสิ่งที่คุณต้องการ...ไม่ใช่เพราะถูกเขาทำร้ายร่างกาย” แรงอารมณ์ที่ถูกสั่งสมมาหลายวันถูกระบายออกมา เด็กหนุ่มจดจ้องคนที่เอาแต่หลบตา ฮานะพยายามแกะมือเขาออกราวกับต้องการหลบหนีความจริง

...หรือไม่ก็พยายามบ่ายเบี่ยงเพื่อปกป้องเขาคนนั้น..

“เปล่า” อีกฝ่ายยังคงปฏิเสธ

“ฮานะ”

“…มันไม่เกี่ยวอะไรกับเธอ พีท” ข้อมือถูกดึงกลับมาได้สำเร็จ ฮานะลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็วก่อนจะเดินไปเก็บของส่วนตัวลงกระเป๋าเมื่อรู้สึกว่าบาดแผลในจิตใจที่กำลังจะหายถูกเปิดขึ้นมาอีกครั้ง...สุดท้ายแล้วการอยู่คนเดียวคงเป็นคำตอบที่ดีที่สุดในเวลานี้ “ขอโทษที่มารบกวน” 

“ฮานะ” ร่างสูงใหญ่เดินเข้ามาประชิดแต่กลับถูกอีกฝ่ายเบี่ยงตัวหลบ

“ช่วยถอยด้วย ฉันจะไปแต่งตัว”

“ฟังผมก่อน”

“พีท” ฮานะเงยหน้าขึ้นมองอย่างไม่สบอารมณ์นักเมื่อถูกไล่ต้อนเข้าไปที่มุมผนัง...ความทรงจำเลวร้ายก่อนหน้าทำให้เผลอกำมือแน่นเพื่อระบายความรู้สึกกดดันทั้งหมดที่มี พอตั้งท่าจะเดินหนีกลับถูกเรี่ยวแรงมหาศาลรวบตัวเข้าไปกอดเอาไว้จนแผ่นหลังสัมผัสได้ถึงไออุ่นที่แผ่ออกมาจากอกกว้าง ฮานะขืนกายหนีแต่วงแขนแกร่งกลับโอบกระชับให้แน่นขึ้นจนไม่สามารถขยับตัวได้ “ทำอะไรของเธอ...ปล่อย”

“ฮานะ” เสียงทุ้มต่ำที่ดูเคร่งเครียดก่อนหน้าหายไปแล้ว เหลือเพียงแค่ความทุ้มนุ่มที่คุ้นเคย แรงกอดช่วงเอวคลายลงแต่ก็ยังไม่ยอมปล่อยให้เขาเป็นอิสระ ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดลงข้างใบหูทำต้องยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น

“…”

“อย่าไปเลยนะครับ” ถ้อยคำเว้าวอนร้องขอ “...ได้โปรด”

“…”

“ผมขอโทษ” ใบหน้าคมเข้มซบลงบนลาดไหล่เล็กก่อนจะพึมพำเสียงเบา “…ไม่ได้ตั้งใจที่จะทำให้คุณต้องรู้สึกแย่”

“…”

ท่าทีสำนึกผิดทำให้คนอายุมากกว่าต้องถอนหายใจออกมา ฮานะแตะมือลงบนท่อนแขนที่โอบอยู่รอบเอวแผ่วเบา “ช่างมันเถอะ” เขาไม่ได้นึกโกรธ เพราะเข้าใจว่าอีกฝ่ายคงเป็นห่วง...ที่ไม่อยากให้พีทรับรู้ก็เพราะรู้สึกอับอายในความผิดพลาดของตนเองก็เท่านั้น

“ผม...เป็นห่วงคุณ” เด็กหนุ่มหมุนตัวร่างที่เล็กกว่าให้กลับมาเผชิญหน้ากัน ใบหน้าคมเข้มทอแววกังวลจนคิ้วขมวดเป็นปม...ความรู้สึกที่มากล้นมันอัดแน่นอยู่ภายในอก

“ฉันรู้” ฮานะยิ้มรับพร้อมกับเอื้อมมือไปวางทาบไว้บนแผ่นอกเปลือยเปล่าที่แผ่ไอร้อนระอุ “…วางใจเถอะ ฉันไม่ได้โกรธเธอ...แค่...ยังไม่อยากพูดถึงมันก็เท่านั้น”

“...ขอโทษครับ” เด็กหนุ่มย้ำคำเดิมอยู่อย่างนั้นจนคนฟังใจอ่อน

“ไม่เป็นไร”

อ้อมแขนแข็งแรงโอบกระชับเอวเล็กแนบแน่นทำให้ระยะห่างระหว่างกันลดลง ผิวเนื้อมีเพียงเสื้อยืดขวางกั้นจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากช่วงตัวสูงใหญ่ ใบหน้าคมเข้มที่โน้มต่ำลงมาใกล้ทำให้จังหวะชีพจรเต้นรัวจนรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งตัว ผิวเนื้อร้อนระอุให้ความรู้สึกมั่นคงและปลอดภัยได้อย่างน่าประหลาด

แต่ก่อนที่ทุกอย่างจะเลยเถิดฝ่ามือเล็กก็ออกแรงดันทำให้ฝ่ายนั้นหยุดชะงัก

“ไปอาบน้ำเลย” ฮานะกระแอมแก้เก้อพยายามไม่แสดงท่าทางแปลกๆ ออกไป

“ฮานะ” น้ำเสียงทุ้มต่ำเรียบเฉยแต่ทว่าถ้ามองลึกลงไปแล้วติดจะออดอ้อนไม่เบา “ไม่ไปได้ไหมครับ”

“…”

“อยู่ที่นี่เถอะ...นะครับ” พีทมองอย่างเว้าวอน...นึกแปลกใจที่ตัวเองรู้สึกรุนแรงมากถึงขนาดนี้

“อืม...รู้แล้ว ปล่อยสิ” มือเรียวสวยแตะลงบนท่อนแขนอีกครั้งเป็นเชิงบอกให้อีกฝ่ายปล่อยตัวเขาได้แล้ว แต่เจ้าเด็กตัวโตกลับยังดื้อแพ่งกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นไปอีก...นี่จะเรียกว่าเป็นการฉวยโอกาสได้หรือเปล่า

คงไม่...เพราะอีกฝ่ายไม่ได้ทำให้เขารู้สึกว่าถูกคุกคามเหมือนที่อเล็กซ์เคยทำ บรรยากาศของผู้ที่อยู่เหนือกว่าไม่ได้กดให้รู้สึกว่าตัวเองนั้นต่ำลง มันเป็นความสบายใจที่ไม่เคยได้รับมาก่อนและไม่คิดว่าจะได้รับจากผู้ที่มีชนชั้นสูงกว่าอย่างอัลฟ่า

…แต่พีทกลับให้ความรู้สึกเหมือนโกลเดนท์รีทีฟเวอร์ตัวโตไม่มีผิดเพี้ยน…

เพียงไม่นานร่างสูงใหญ่ก็ก้าวเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยสภาพที่เส้นผมเปียกโชก เด็กหนุ่มสะบัดศีรษะไปมาจนหยดน้ำกระจายอยู่รอบตัว ก่อนจะได้ยินเสียงหัวเราะของคนที่นั่งอยู่บนปลายเตียง ฮานะมองมาทางเขาพร้อมกับอมยิ้มขำจนต้องขมวดคิ้วสงสัย

“เธอเหมือนลูกหมาตอนที่เพิ่งขึ้นมาจากน้ำเลย” ฝ่ายนั้นว่าอย่างอารมณ์ดี แม้ว่าจะรู้สึกตะขิดตะขวงใจอยู่นิดหน่อยแต่พอเห็นว่าฮานะยิ้มได้ก็รู้สึกดีตามไปด้วย “มานี่สิ” ฮานะกวักมือเรียก ในมืออีกข้างมีผ้าขนหนูผืนเล็กเตรียมเอาไว้

พีทเดินเข้าไปหาอย่างว่าง่าย พอก้มลงมองฝ่ายนั้นก็ชี้นิ้วเชิงสั่งให้ลงไปนั่งบนเตียง

“จะทำอะไรครับ” เด็กหนุ่มเลิกคิ้วถามอย่างสงสัย

“เช็ดผมให้...เร็วสิ” เอ่ยเร่งอีกรอบจนเจ้าเด็กตัวโตยอมทำตามว่าง่าย

เมื่อพีทนั่งลงระดับศีรษะก็อยู่ต่ำกว่าเขาเล็กน้อย ผ้าขนหนูผืนนุ่มถูกวางทับลงไปบนเส้นผมสีเข้มก่อนมือเล็กจะค่อยๆ ซับน้ำออกให้จนมันหมาด ช่วงตัวเพรียวบางที่มีเพียงเสื้อยืดของเขาสวมทับดูน่ามองจนไม่สามารถละสายตาออกไปไหนได้ กลิ่นของแชมพูและสบู่กลิ่นเดียวกันเมื่ออยู่บนผิวเนื้อของอีกฝ่ายนั้นกลับหอมเป็นพิเศษ

รู้ตัวอีกทีก็โอบแขนเข้าไปประคองรอบเอวเล็กเอาไว้อย่างถือวิสาสะ ฮานะชะงักมือไปเล็กน้อยแต่ก็เช็ดผมให้ต่อโดยไม่ได้ว่าอะไร น้ำหนักมือนุ่มนวลและสัมผัสจากปลายนิ้วทำให้รู้สึกสบายจนต้องหลับตาลงอย่างผ่อนคลาย

“สบายมากขนาดนั้นเลยเหรอ” ฮานะก้มลงมองเจ้าเด็กตัวโตที่หลับตาพริ้มแล้วก็นึกเอ็นดูขึ้นมาจนต้องบีบเข้าที่ใบหูอย่างนึกมันเขี้ยว...เหมือนลูกหมาตัวโตจริงๆ ด้วยแฮะ

“ยิ้มอะไรครับ” พีทลืมตาขึ้นมองคนที่ยิ้มกว้างอยู่เบื้องหน้า เด็กหนุ่มกระชับอ้อมแขนแน่นขึ้นจนช่วงตัวของอีกฝ่ายขยับเข้ามาใกล้...ใกล้เสียจนลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดลงไปบนผิวเนื้อของอีกฝ่าย ใบหน้าคมเข้มแหงนเงยขึ้นมองอย่างนึกสงสัย...ตั้งแต่ที่เขาออกมาจากห้องน้ำฮานะก็ดูอารมณ์ดีจนผิดสังเกต

“เปล่า” มือเล็กวกกลับไปซับเส้นผมเปียกชื้นต่อ “แค่คิดว่า...เธอเหมือนหมาโกลเดนท์จังเลย” สารภาพไปขำไปก่อนจะเอื้อมมือมาเกาคางจนเจ้าเด็กตัวโตขมวดคิ้วยุ่ง

“ฮานะ” เสียงทุ้มต่ำเรียบเฉยแต่ทว่าแฝงเร้นความรู้สึกมากมาเอาไว้

“ล้อเล่นน่า” ฮานะบีบเข้าที่สันกรามได้รูปก่อนจะส่ายไปมาอย่างนึกเอ็นดู แต่แล้วกลับถูกฝ่ามือใหญ่ยกขึ้นมากอบกุมแนบแน่น ฝ่ายนั้นช้อนตาขึ้นมองจนเขาเริ่มทำตัวไม่ถูก สัมผัสร้อนจัดที่ส่งผ่านมาที่ปลายนิ้วทำให้จังหวะชีพจรเต้นรัวเร็วมากขึ้น

ปลายนิ้วใหญ่เคลื่อนต่ำลงมาที่ข้อมือก่อนจะลูบผ่านรอยช้ำบนผิวเนื้อขาวแผ่วเบาราวกับว่าต้องการที่จะดูดซับความเจ็บปวดทั้งหมดเอาไว้เอง ถ้อยคำมากมายถูกกลืนหายเมื่อได้สบเข้ากับนัยน์ตาสีสวย

“พีท” ปลายนิ้วเล็กไล้อยู่ข้างกรอบหน้า ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ริมฝีปากร้อนผ่าว

“ครับ”

“…ขอบใจนะ” ฮานะยิ้มจางพร้อมกับคล้องแขนเข้าไปโอบรอบลำคอของอีกฝ่าย

เด็กหนุ่มยิ้มรับก่อนจะกระชับวงแขนโอบกอดคนตรงหน้าไว้แน่น แต่แล้วกลับถูกฝ่ามือเล็กดันคางให้ขึ้นไปสบตากันเนิ่นนานก่อนที่ใบหน้าของอีกฝ่ายจะก้มต่ำลงมาจนรับรู้ได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดลงบนผิวแก้ม ผ้าขนหนูที่วางอยู่บนศีรษะถูกดึงลงมาปิดตาเอาไว้จนมองไม่เห็นสิ่งรอบกาย...ก่อนที่สัมผัสอุ่นจะประทับลงมาบนริมฝีปาก

นุ่มนวลราวกับปุยนุ่นที่ล่องลอยอยู่ในอากาศ

กลีบปากล่างถูกขบเม้มดุนดันแผ่วเบาก่อนที่จะรู้สึกถึงความนุ่มหยุ่นของเรียวลิ้นที่เลียอยู่โดยรอบ เด็กหนุ่มนั่งตัวแข็งทื่อเมื่อรู้สึกว่าทั้งตัวเย็นเฉียบราวกับถูกสาดซัดด้วยน้ำเย็นจัด จังหวะชีพจรที่เต้นรัวเร็วเร่งเร้าให้อุณหภูมิในร่างกายสูงขึ้นจนแทบหลอมละลาย

เรียวปากอุ่นนุ่มกดแช่ค้างไว้อยู่อย่างนั้นไม่ได้รุกล้ำเข้าไปเกินกว่าที่เป็นอยู่ ฮานะถอนใบหน้าออกมาพอดีกับที่ผ้าขนหนูถูกดึงออกจนเผยให้เห็นใบหน้าคมเข้มที่กำลังขึ้นสีแดงจัด เด็กหนุ่มพยายามควบคุมจังหวะการหายใจให้เป็นปกติเมื่อยังสัมผัสได้ถึงร่องรอยอุ่นเจือจางบนผิวเนื้อ

“รู้สึกไม่ดีหรือเปล่า...”

ฮานะถามพร้อมกับลูบกรอบหน้าแผ่วเบาอย่างนึกกังวล เมื่อเห็นว่าพีทส่ายหน้าปฏิเสธก็คลายยิ้มออกมา แต่ยังไม่ทันที่จะได้ตั้งหลักดีกลับถูกอีกฝ่ายยืดตัวขึ้นมาประกบจูบแนบแน่น ช่วงตัวสูงใหญ่กระชับอ้อมกอดจนตัวแทบกลืนหายเข้าไปในแผ่นอกกว้าง และเพียงไม่นานใบหน้าคมเข้มก็ถอนออกก่อนจะเคลื่อนลงไปซบอยู่กับแผ่นอกของเขา

“พีท”

“…”

ฮานะก้มลงมองเจ้าเด็กตัวโตที่ตอนนี้ใบหูขึ้นสีแดงจัดก่อนจะสอดปลายนิ้วเข้าไปในกลุ่มผมสีเข้มแผ่วเบา

รอยยิ้มเจือจางปรากฏขึ้นอย่างนึกเอ็นดูอยู่ไม่น้อยในตอนที่เห็นว่าพีทเอาแต่ซุกหน้าอยู่อย่างนั้นและกอดเขาแน่นขึ้น

…น่ารักจัง... 

___________________________________ 

 

Flightless Bird,American mounth - Iron&Wine 

https://www.youtube.com/watch?v=xwZNGaMrwcE 

เพลงที่เจ้าพีทร้องค่ะ เป็นเพลงโปรดของเราเลย ถ้ายังไงลองไปฟังกันได้นะคะ 

 

ฝากคอมเม้นหรือติดแท็ก #ดอกไม้ของพีท เป็นกำลังให้เจ้าลูกหมากันด้วยนะค้าบบ (♡´౪`♡) 

ความคิดเห็น