กรกากี

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

chapter 23 คลินิกสยอง

ชื่อตอน : chapter 23 คลินิกสยอง

คำค้น : เขย่าขวัญ

หมวดหมู่ : นิยาย ลึกลับ,สืบสวน สอบสวน

คนเข้าชมทั้งหมด : 185

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ต.ค. 2562 14:28 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
chapter 23 คลินิกสยอง
แบบอักษร

23...        คลินิกสยอง        

             อาคารพานิชย์เลขที่ 113 /118 ถนนเรนโบว์บูลวาร์ด ย่านสปริงวัลเลย์ ชานกรุงลาสเวกัส 

              ในคืนวันเดียวกัน 

             รถจี๊ปเชอโรกีคันหนึ่ง แล่นฝ่าความมืดตรงเข้ามาจอดริมถนนบริเวณหน้าอาคาร 

         หนุ่มหล่อสาวสวยที่ลงจากรถเดินดุ่มๆมาหยุดยืนกระมิดกระเมียนอยู่หน้าประตูทางเข้า ก็คือจอห์นกับวิชุดานั่นเอง  

                วิชุดายกมือกดกริ่ง แล้วทำตาล่อกแล่กหันรีหันขวาง กลัวใครจะมาพบเห็น 

        ทั้งสองคนสอดส่ายสายตาหวาดระแวงไปทั่ว ยิ่งรอนานยิ่งออกอาการคล้ายวัวสันหลังหวะ งุ่นง่านกระวนกระวายอย่างเห็นได้ชัด 

               ผ่านไปร่วมห้านาที ข้างในก็ยังเงียบกริบ ไม่มีวี่แววการตอบสนอง พวกเขาเริ่มถกเถียงกันเองเบาๆแสดงถึงความหงุดหงิด  

            วิชุดาหมดความอดทน เธอขมวดคิ้วนิ่วหน้ากระหน่ำนิ้วกดกริ่งหน้าประตู ซอยยิกยาวเหยียด แบบไม่ได้ยินก็หูแตกกันไปเลย 

           “ กริ๊งๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ” 

            คราวนี้ได้ผลเกินคาด มีเสียงขลุกขลักโครมครามข้างในเล็กน้อย แล้วมีเสียงคนงัวเงียร้องถามออกมา             

           “ กดกริ่งทำไม  มาหาใคร..มีธุระอะไร ? ” 

            “ เรามาหาหมอ ” วิชุดาร้องตอบ 

            “ หาหมอก็ไปโรงบาลสิ! เขาเปิด 24 ช.ม.ลาก่อน..กู๊ดไนท์ ” คนข้างในคงง่วงจัดตัดบทดื้อๆ 

                            วิชุดาทุบประตูโครมคราม 

          “ ไม่ใช่!เรามาหาหมอทำแท้งเถื่อนต่างหาก ได้ข่าวว่าที่นี่เจ๋งสุด แต่ถ้าไม่ต้อนรับเรา เราไปคลินิกอื่นก็ได้ ไม่อยากได้เงินก็ตามใจ ” เธอใช้จิตวิทยากล่อมคนข้างใน 

                        พอรู้จุดประสงค์ของผู้มาเยือน บานประตูก็ถูกเปิดออกทันใด  

        ชายสวมแว่นรูปร่างสมส่วน สวมเสื้อกาวแขนสั้นสีขาวคล้ายเสื้อหมอตามโรงบาล ปรากฏตัวขึ้น 

         ผมเฝ้าหน้าตาเขายับยู่ยี่แสดงว่าเพิ่งตื่นนอนมาหมาดๆ แต่พอเห็นหน้าวิชุดาเขาก็หายง่วงเป็นปลิดทิ้ง  

        “ วีนัส ? ? ” เขาอุทาน 

        “ ใช่ฉันเองพี่หมอ เพื่อนฉันถูกยิง ฉันต้องการความช่วยเหลือ เปิดประตูกว้างๆสิ ” วิชุดาบอกคร่าวๆ และถือวิสาสะประคองจอห์นเข้าไปข้างในโดยไม่รอคำเชื้อเชิญ  

           คุณหมอทำตาปริบๆรีบก้าวยาวๆตามไปอย่างงงๆ โดยไม่ทันสังเกตว่าการกระทำของพวกเขาทั้งสาม ตกเป็นเป้าสายตาของใครบางคน.. 

                         ***** 

             จากนั้นอีกไม่นาน คุณหมอก็พาตัวคนเจ็บที่ได้รับการรักษาพยาบาลเรียบร้อยแล้ว ขึ้นไปนอนพักฟื้นบนห้องพักคนไข้ชั้นสอง วิชุดาตามมานั่งเฝ้าอยู่ข้างๆเตียงไม่ยอมห่าง  

      ยาแก้ปวดผสมมอร์ฟีนที่คุณหมอฉีดให้ ทำให้จอห์นเคลิ้มเหมือนคนครึ่งหลับครึ่งตื่น แต่แทนที่เขาจะผ่อนคลาย สมองเขากลับทำงานหนัก ทันทีที่หมอกลับลงไปข้างล่าง เขาก็เอ่ยปากสงสัยขึ้นมา 

    “ รู้สึกว่า พี่หมอคนนี้จะเชื่อฟังคุณมากเลยนะ ทั้งๆที่รู้ว่าการช่วยเราอาจจะทำให้เขาเดือดร้อน เขาก็ไม่ปฏิเสธ วีนัส ผมขอถามคุณตรงๆได้มั้ย ? ”  

   “ ถามอะไร ? ” วิชุดาเลิกคิ้ว 

                           จอห์นจ้องหน้าตาเขม็ง 

   “ เขาเป็นกิ๊กของคุณใช่มั้ย ? บอกมาซะดีๆ ผมจะได้ทำใจซะแต่เนิ่นๆ ” น้ำเสียงเขาเคร่งเครียดจริงจัง 

                          วิชุดาทำตาโต 

  “ ทำใจอะไรคะ ฟังเหมือนคุณกำลังหึงฉันยังไงไม่รู้ มาตู่ว่าคนอื่นเขาแอบเป็นกิ๊กกัน คุณเองนั่นแหละแอบคิดอะไรอยู่ ” 

    “ ใช่ ผมคิด บอกตรงๆว่าผมชอบคุณ ถ้าคุณไม่มีใคร ผมก็จะจีบคุณ ” จอห์นยอมรับอย่างลูกผู้ชาย 

                  วิชุดาหัวเราะงอหาย เห็นเป็นเรื่องชวนหัว 

     “ คุณจะจีบนางโชว์อย่างฉันเนี่ยนะ ฮ่าๆ คุณเพ้อเพราะฤทธิ์ยารึไง ? ”  

     “ ผมไม่ได้เพ้อ ผมชอบคุณจริงๆ คุณจะมีความเป็นมายังไงผมไม่สน สำหรับผมคุณคือนางฟ้าที่คู่ควรเอามาประดับใจ ” จอห์น จับมือเรียวมากุมไว้ และทำตาซึ้ง 

                         วิชุดา ทำหน้าวิงเวียน  

     “ อย่าเวอร์ ฉันฟังแล้วเลี่ยนจะอ้วก ผู้ชายก็ปากหวานอย่างนี้ทุกคนแหละ ฉันฟังจนเบื่อแล้ว ” เธอเหน็บแนมและพยายามจะดึงมือกลับ แต่อีกฝ่ายยื้อไว้แน่นไม่ยอมปล่อย 

                          จอห์นทำหน้าตาขึงขัง 

     “ ผมพูดจากใจ ถ้าไม่เชื่อ ให้ผมสาบานก็ได้ ” เขายกมืออีกข้างจะทำอย่างที่กล่าว 

                               วิชุดาร้องห้ามเสียงหลง 

   “ พอๆไม่ต้องๆ ฉันเชื่อแล้ว แต่ปล่อยมือฉันเถอะ ระหว่างเราคงเป็นไปไม่ได้หรอก ” เธอกล่าวอย่างลำบากใจ 

                         จอห์นยอมปล่อยมือ แต่ไม่ปล่อยวาง 

     “ ทำไมไม่ได้ หรือคุณกับพี่หมอเป็นกิ๊กกันจริงๆ ? ” น้ำเสียงเขาแฝงความขุ่นข้องหมองใจ 

     “ ไม่ใช่ เขาไม่ใช่สเป็คฉัน ถึงเขาชอบฉันและพยายามจะจีบฉัน แต่ฉันไม่ได้ชอบเขา ” วิชุดาปฏิเสธเป็นพัลวัน 

      “ ถ้างั้นเป็นเพราะอะไร หรือคุณมีคนอื่นในใจอยู่แล้ว ” จอห์นจะเอาคำตอบให้ได้ 

      “ ในใจฉันว่างเปล่าไม่มีใครทั้งนั้น..แต่ว่า.. ” วิชุดาเริ่มรู้สึกอึดอัด 

       “ แต่ว่าอะไร ? หรือผมบกพร่องตรงไหน ? บอกผมสิ ผมจะได้ปรับปรุง ” จอห์นไม่ยอมลดละความตั้งใจ 

                      วิชุดาก้มหลบสายตาเขา  

       “ คุณไม่มีอะไรบกพร่อง คุณทั้งหล่อทั้งนิสัยดี ใครได้คุณเป็นสามีถือว่าโชคดี แต่น่าเสียดายที่คุณไม่ใช่สเป็คฉัน ” เธอบอกตามตรง 

                                จอห์นรู้สึกหน้าแตกทำตาปะหลับปะเหลือก 

       “ หมอก็ไม่ชอบ นักสืบก็ไม่เอา ถามจริง สเป็คคุณเป็นยังไง บอกผมหน่อยได้มั้ย ? ” น้ำเสียงเขาประชดประชัน 

       “ สเป็คฉันต้องแปดหลักขึ้นไป อาชีพกับรูปร่างหน้าตาไม่สำคัญ ” วิชุดาจำต้องบอกความจริง เขากับเธอจะได้ไม่ถลำลึกไปกว่านี้   

        “ แปดหลักอะไรของคุณ ? ” จอห์นเกาหัวแกรกๆ 

        “ ก็หลักยอดเงินในบัญชีธนาคารไง ซื่อบื้อจริงๆ ” วิชุดาชักรำคาญพาลหงุดหงิดใส่ 

                  จอห์นค้อนขวับ พลิกตัวหันหลังให้ทันที นึกในใจว่าต้องเอาชนะใจผู้หญิงที่บูชาเงินเป็นพระเจ้าคนนี้ให้จงได้ 

                             ***** 

         เสียงคนต่อสู้กันดังตึงตังขึ้นมาจากชั้นล่าง ปลุกวิชุดาให้ตื่นขึ้นหลังจากเผลอม่อยหลับไป  

         หญิงสาวลุกขึ้นเดินงัวเงียออกจากห้องจะลงบันไดไปดู แต่ต้องชะงักเท้าตกใจ เมื่อเห็นชายแปลกหน้าหลายคน กำลังวิ่งหนีออกจากบ้านไปด้วยท่าทีร้อนรนผิดสังเกตุ  

          วิชุดามองไปที่ห้องครัว ซึ่งเป็นจุดที่คนเหล่านั้นวิ่งออกมา แล้วรีบลงบันไดตรงเข้าไปดูในนั้น 

       วิชุดาตกใจแทบช๊อก เมื่อพบศพชายคนนึงถูกจับแขวนคอห้อยต่องแต่งอยู่กลางห้อง 

         ถึงใบหน้าศพจะบิดเบี้ยวเขียวคล้ำตาเหลือกถลนลิ้นจุกปาก แต่วิชุดาก็จำได้ว่าเขาคือบิดาของเธอเอง  

          วิชุดากรีดร้องออกมาสุดเสียง แล้วช็อกหมดสติล้มฟาดพื้นสลบไป 

               วิชุดาผวาตื่นจากฝันร้ายที่เฝ้าหลอกหลอนเธอมาตลอด เธอสะอื้นเบาๆ ยกมือเช็ดน้ำตาที่ไหลซึมออกมาด้วยความอาลัยบิดาบังเกิดเกล้า  

           แม่ทิ้งเธอไปตั้งแต่เล็กๆ พ่อเป็นคนฟูมฟักเลี้ยงดูเธอมา เธอจึงรักและผูกพันกับพ่อมาก  

         ทุกวันนี้การตายของพ่อเธอยังเป็นปมปริศนา ถึงตำรวจจะปิดคดีไปแล้วว่าเป็นการฆ่าตัวตาย แต่เธอกับเพื่อนบ้านอีกหลายคนต่างเชื่อว่าเป็นการฆาตกรรมอำพราง        

        ขณะที่ วิชุดานั่งเหม่อลอยถึงเรื่องพ่ออยู่ จอห์นก็ดิ้นโครมคราม ส่งเสียงร้องโวยวายฟังไม่ได้ศัพท์ 

         หญิงสาวรีบเข้าไปดู และพบว่าจอห์นไข้ขึ้นสูงตัวร้อนยังกะไฟ เขากำลังเพ้อเพราะพิษไข้จากการอักเสบของบาดแผล  

           วิชุดาเขย่าตัวร้องเรียกอยู่พักใหญ่ จอห์นก็ไม่ได้สติ สร้างความกระวนกระวายใจให้หญิงสาวเหลือกำลัง เธอหันรีหันขวาง แล้วตัดสินใจวิ่งไปตามหมอมาดูอาการ  

             วิชุดาเห็นพี่หมอนั่งห่มผ้าคลุมโปงอยู่บนเก้าอี้รับแขกในห้องโถงชั้นล่าง  

   “ พี่หมอๆ คนเจ็บเป็นไรไม่รู้ เพ้อใหญ่เลย ช่วยไปดูหน่อย ” เธอร้องเรียกมาแต่ไกล 

            แต่พี่หมอนั่งนิ่งเฉยทำเป็นทองไม่รู้ร้อน วิชุดาเห็นขวดเหล้าตั้งอยู่บนโต๊ะข้างๆ คิดว่าเขาคงเมาฟิวส์ขาดหลับเป็นตาย ไม่ได้ยินที่เธอเรียก 

       วิชุดาเข้าไปเรียกใกล้ๆ พี่หมอก็ยังไม่หือไม่อือ จนเธอชักเดือดลงมือกระชากผ้าห่มที่คลุมหัวเขาอยู่ออกเต็มแรง   

        วิชุดาตาเหลือกลานหัวใจแทบหยุดเต้น เมื่อพบว่าพี่หมอกลายเป็นศพตัวแข็งทื่อไปแล้ว 

      หัวเขาถูกครอบด้วยถุงพลาสติกใสอย่างหนา ปากถุงตรงลำคอถูกรัดจนกิ่วด้วยเชือกไนล่อนเส้นเขื่อง  

       สภาพใบหน้าพี่หมอที่ขาดใจตายด้วยความทุกข์ทรมานในถุงใบนั้น เป็นภาพที่ชวนสยดสยองและน่าสะพรึงกลัวสุดๆ  

             วิชุดาช๊อกไปแป๊บนึง แล้วกรีดร้องออกมาสุดเสียง  

         เสียงกรีดร้องยังไม่ทันจางหาย วิชุดาก็ถูกของแข็งฟาดเข้าที่ท้ายทอยเต็มเหนี่ยว 

  “ พล็อก ! ”  

               หลังจากล้มฟาดลงบนพื้น วิชุดาก็หมดสติไม่รับรู้อะไรอีกเลย.. 

               ภาพสุดท้ายที่เธอเห็นก่อนสลบไป คือภาพคนร้ายที่ฆ่าพี่หมอและทำร้ายเธอ  

                 มันคือไอ้ฆาตกรโรคจิต ที่กำลังอาละวาดฆ่าคนไปทั่วเมือง ใครๆก็ครั่นคร้าม และขนานนามมันว่า.. 

     “ ไอ้โม่งดำ !!! ”    . 

                          ***** 

16.25 น.ตามเวลาประเทศไทย 

            งานพระราชทานเพลิงศพ ณ.พระเมรุมาศ วัดโสมนัสราชวรวิหาร กรุงเทพมหานคร   

            ท้องฟ้ามืดครึ้ม ฝนตกพรำๆ ผู้คนในชุดไว้ทุกข์มากมายหลายระลอก ทยอยเข้าไปชุมนุมกันในเต้นท์ขนาดใหญ่รอบลานหน้าพระเมรุ จนทุกเต้นท์แน่นขนัดแทบไม่มีที่ว่าง 

            แขกที่มาร่วมงานล้วนเป็นนายทหารยศใหญ่ๆโตๆแต่งเครื่องแบบมากันเต็มยศ เพื่อให้เกียรติผู้ตายที่เป็นถึงอดีตผบ.สูงสุด และเคยดำรงตำแหน่งรมต.กลาโหมในรัฐบาลที่มาจากการปฏิวัติก่อนยุคประชาธิปไตยเบ่งบาน 

     บรรยากาศภายในงานหม่นหมองวังเวง เต็มไปด้วยความโศกเศร้า ลูกน้องเก่าๆที่เคยร่วมเป็นร่วมตายกันมายุคปฏิวัติเฟื่องฟู ต่างรู้สึกสะเทือนใจนั่งน้ำตาคลอไปตามๆกัน                     

            ลูกสาวคนเดียวของผู้ตายคือเจ้าภาพงานนี้ หล่อนเพิ่งเป็นหม้ายหมาดๆ เพราะบิดากับสามีต้องเสียชีวิตในคราเดียวกัน จากอุบัติเหตุเครื่องบินตก 

         ศพสามีซึ่งเป็นนายทหารชั้นนายพลเช่นกัน เพิ่งฌาปนกิจไปเมื่อเย็นวาน หล่อนไม่มีลูกเต้าให้แบ่งเบา จึงตัองแบกภาระแม่งานทั้งหมดไว้คนเดียว เสร็จสองงานนี้ถ้าไม่ล้มป่วยก็คงนอนเพลียลุกไม่ขึ้นไปหลายวัน 

     วันนี้หล่อนใส่ชุดเดรสไว้ทุกข์สีดำ แวนตาดำที่สวม ปิดบังไม่ให้ใครรู้ว่าหล่อนโศกเศร้าแค่ไหน ถึงใบหน้าจะอิดโรยแต่ก็ยังมีเค้าความงดงาม วัยสี่สิบลดทอนความสาวหล่อนลงไปแทบไม่ได้เลย  

  “ คุณหญิงเจ้าคะ แขกผู้ใหญ่ได้รับดอกไม้จันทน์ครบทุกคนแล้วค่ะ ” สาวใช้คนสนิทเดินต้วมเตี้ยมเข้ามารายงานนายหญิง 

   “ ดีมาก ใกล้เวลาพระราชทานเพลิงศพแล้ว แกไปดูแลทุกอย่างให้ดี อย่าให้มีอะไรขาดตกบกพร่อง ” คุณหญิงชมแล้วกำชับ 

    “ เจ้าค่ะ ” สาวใช้รับคำ แล้วรีบไปทำตามคำสั่ง 

                คุณหญิงขยับจะลุกขึ้นไปต้อนรับแขกผู้ใหญ่กลุ่มหนึ่งที่เพิ่งเข้ามาในงาน แต่เสียงกริ่งโทรศัพท์ในกระเป๋าถือ ดังรัวขึ้นมาขัดจังหวะ 

              คุณหญิงหยิบมือถือมาดูแล้วทำตาโต รีบกดรับสายทันที 

     “ อะไรนะ เป็นอย่างงี้ได้ยังไง ? ” คงเป็นข่าวร้าย เพราะหล่อนหน้าตาตื่น ถามเร็วปรื๋อ 

              คุณหญิงนิ่งฟังคำตอบแป๊บนึง แล้วตัดบทสรุป 

      “ ได้ๆ เสร็จงานทางนี้เมื่อไหร่ ฉันจะบินไปทันที ” 

            คุณหญิงเก็บมือถือ แล้วปั้นหน้าออกไปรับแขกที่ยังคงทยอยมาร่วมไว้อาลัยไม่ขาดสาย.. 

                             

                      ****** 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น