เหล่าปราชญ์พเนจร
email-icon

(◕ㅁ◕✿)ขอขอบคุณทุกกำลังใจนะเจ้าคะ

ตอนที่ 77 คราดาราเผยฐานะจอมอาคมผู้ยิ่งใหญ่

ชื่อตอน : ตอนที่ 77 คราดาราเผยฐานะจอมอาคมผู้ยิ่งใหญ่

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 61

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ต.ค. 2562 23:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 77 คราดาราเผยฐานะจอมอาคมผู้ยิ่งใหญ่
แบบอักษร

ตอนที่ 77 คราดาราเผยฐานะจอมอาคมผู้ยิ่งใหญ่ 

         โดดเดี่ยว.. เหงา.. อ้างว้าง.. และเหน็บหนาว

         เพียงหลับตา และมองเห็นความมืดไร้สิ่งใดนั้น เมรัยรู้สึกเหมือนนางเดินย้อนกลับยังโลกหลังความตายอีกครั้ง โลกที่ไม่มีอะไรเลยนอกจากสีดำสลัว ช่างว่างเปล่าเหลือเกิน

         “..แต่ว่า”

         นางยามนี้ค้นพบแสงสว่าง แสงแห่งความหวังที่นางพยายามไขว้คว้าสุดกำลัง เพื่อมีอะไร ตอนนี้นางตอบได้อย่างเต็มปากแล้วว่าเพราะนางอยากมีชีวิตเพื่อเผชิญหน้าความสิ้นหวังอีกครั้ง เพื่อรักษา และเคียงข้างครอบครัวใหม่ เมรัยอยากทำเช่นนั้น และไม่มีใครห้ามนางได้ หมอผีน้อยเผยยิ้มอ่อนล้า ทว่าดูดีกว่ารอยยิ้มยามนางแสร้งปั้นยิ้มหลายเท่า นางในตอนนี้ยิ้มไม่เก่งเลยนะ ฮาๆ

         “เงียบนะ”

         ยามวิกาลมีดวงดาวฉายแสงละลานทั่วผืนผ้าท้องฟ้าสีน้ำเงิน ดวงเดือนกลมโตลอยเด่นประจักษ์ตา เหนือนภาสูงมีปักษาโบยบินตัดผ่าหมู่เมฆาขาวโพลน ลำแสงจันทร์สาดส่องตกกระทบหอนาฬิกา หอสมุด และหอนางโลม จิ้งจอกสาวนั่งสูบยาสมุนไพรริมหน้าต่างกรอบไม้ นักเชิดหุ่นน้อยเหม่อมองนอกหน้าต่างด้วยใจคิดถึงพี่สาว ณ ฟากฝั่งหนึ่งของดินแดนแห่งความแตกต่าง นักปราชญ์อ้วนอมยิ้มมองรูปวาดครอบครัว แม่มดอ้วนนั่งโปรยยิ้มล่อลวงบุรุษวัยลุง แม่วัวอ้วนกล่อมเด็กน้อยนอนหลับ และสิ่งที่ยากมีคนสังเกตคือร่องรอยไม้เท้า และขนปีกนกอีกาสีดำที่ร่วงหล่นใกล้ๆดินแดนเขตหวงห้าม

         เสียงเปียโนดังจางๆเจือด้วยความโศกเศร้าระทมทุกข์ และ ณ จุดหนึ่งของเมืองไมเดนมีสัตว์ประหลาดหลายตนกำลังแอบซุ่มนั่งดื่มกาแฟ

         ปีกมังกรสีดำกางสยายพลางเฝ้ามองลูกสาวของสาวที่แอบชอบ หนึ่งรอยยิ้มจริงใจ ทว่าแลดำมืดปานก้นสมุทรยังคงเผยพร้อมเสียงหัวเราะทมิฬดั่งเสียงขำปีศาจจากขุมนรก

         แต่ที่สำคัญคือความเคลื่อนไหวของกองทัพทหารรับจ้างที่กำลังเดินทัพมุ่งสู่..

         หอคอยของเจ้าหญิง

         กาลเวลาปัจจุบัน ณ คฤหาสน์ตระกูลอีธาน เมรัยนั่งเล่นในสวนข้างบ้าน สวนหญ้ามีศาลา และม้านั่งเก้าอี้โยก 

         แปรงดอกแพงพวยสีสันแดง ชมพู ม่วง ขาว ข้างๆมีดอกลิลลี่ และพุ่มดอกไฮเดรนเยียปลูกสลับพุ่มดอกเข็ม กลิ่นหอมเนยลอยอบอวลขับกล่อมใจหมอผีน้อยให้หลับเถิด หลับนอกบ้านเลย เพราะโดนนารีไล่ออกจากห้องนอน “ผิดตรงไหนเนี่ย” หมอผีน้อยเอนหลังพลิกเก้าอี้โยกพลางแกว่งเก้าอี้เบาๆอย่างเอ้อระเหย คนที่ขอเมรัยให้จุดๆคือนารีแท้ๆ แต่พอเสร็จจุดๆแล้วดวงดาวน้อยกลับโมโหแล้วลงโทษนางซะงั้น

         รู้เช่นนี้มิน่ายอมจุดๆเลย ทำเสร็จแล้วเมรัยอุสาจ่ายค่าเสียหายกับซื้อของให้อีกเยอะแท้ๆ

         “ฮึ ใครสน”

         นอนตรงนี้ก็ได้!!

         เมรัยเม้นปากงอนพลางเล่นเก้าอี้โยกแก้เบื่อ ครุ่นคิดสามสี่รอบ “นี่ข้าต้องนอนข้างนอกจริงหรือ”

         หมอผีน้อยน้ำตาคลอเบ้า ไปง้อนารีดีกว่ากระมัง

         นึกนั่งเล่นในสวนอีกสักพักให้อารมณ์ดวงดาวน้อยเย็นลง หมอผีน้อยหลับตาคล้ายคนแอบงีบหลับระหว่างพักเที่ยง นางเปิดตาสีเพลิง คิ้วหงส์พลิ้วยกสูง ด้านในนัยน์ตาพลันปรากฏภาพดวงดาวตกพุ่งลงจากท้องฟ้า “?” เมรัยคิดว่าดาวตกลงมาบนโลกหมดแล้วเสียอีก ไม่นึกเลยยังมีชาวดาราน้อยตื่นสายด้วย ฮาๆ หมอผีน้อยวางอุ้มมือจับเก้าอี้แล้วโยกๆปานเป้ทารก

         โยกไปโยกมาก็สนุกดีนะ

         “ท่านเมรัย”

         ขณะเมรัยวางแผนลักเก้าอี้โยกบ้านอีธาน ให้มีเสียงใสหนึ่งดังขัดความคิดจอมโจรมือใหม่ รองโรน่าเดินเข้ามาใกล้ๆใบหน้ามีอมยิ้มบางๆประดับประดา ข้างๆหญิงสาวสวยมีจอมอาคมน้อยเคียงข้างบ่า เหมือนพวกนางมาด้วยกัน เมรัยแหงนหน้าพลางยกมือเกี่ยวปอยผมลอนไว้หลังหู ยืดหลังตรง ส่งสายตาปริบๆ“รองโรน่าหรือ” หมอผีน้อยขยับก้นอวบเปิดพื้นที่เก้าอี้โยกยาวให้พวกรองโรน่านั่ง

         หญิงสาวเขินรับยิ้มหมอผีน้อย แล้วกล่าวอนุญาตพลางนั่งลงข้างๆเมรัย

         แคทเธอรีนกลัวมากที่ต้องนั่งใกล้เมรัย เคราะห์ดีที่รองโรน่าช่วยนั่งแทน

         จอมอาคมน้อยสีหน้าราบเรียบเหมือนกลัวเหยียบกับดัก แววตาแอบระแวง ใจหนึ่งนึกห่วงรองโรน่า

         “รู้ไหม รองโรน่า..” เมรัยลดโทนเสียง และดักเสียงให้หล่อระดับหนึ่ง นางยังพูดไม่ทันขาดคำ แคทเธอรีนรีบดึงรองโรน่าหนีห่างหมอผีน้อย

         “ข้ายังไม่ทันพูดอะไรเลย!!”

         “อย่าฟังท่านเมรัยพูด”

         “..”

         เมรัยหน้าดำเป็นก้นหม้อ เฮ้ย นี่มันหมายความว่ากระไร!!! ข้าเปล่าคิดไม่ซื่อนะ

         “ไม่เชื่อค่ะ”

         ปกติเมรัยพูดเสียงกวนเท้าจะตาย ดูแววตานางยามนี้ก็รู้วางแผนเขมือบรองโรน่าแล้ว เหยื่อชั้นยอด แถมยังมีจุดน่าทานต้องแอบปลื้มเมรัยด้วย ว้าว หมอผีน้อยขอแค่มีสาวน้อยปลื้ม นางก็พร้อมกดอีกฝ่าย ประเดี๋ยวนะ หมอผีน้อยตกใจความคิดตัวเอง นี้ข้าหมกมุ่นเกินไปหรือเปล่า เมรัยกุมขมับ

         “ฮึๆ”

         รองโรน่าขำตลก เมรัยเบ้ปาก แคทเธอรีนมองเมรัยขึ้นๆลงๆ หากจู่ๆหมอผีน้อยกลายร่างเป็นเสือสมิง จอมอาคมมีแตงกวานะขอบอก

         “ทำไมพวกเจ้าโหดรายกับข้าจัง”

         เห็นนางอ่อนแอ แต่อ้วนแล้วแบบนี้จะรังแกเมรัยไม่ได้นะ เมรัยกัดกับแคทเธอรีนครู่หนึ่งพลันจอมอาคมน้อยนึกถึงเหตุผลที่ต้องพบเมรัยออก “อ อือ ขอโทษ” แคทเธอรีนก้มหน้างุด สำนึกผิด ตอนแรกรู้เมรัยป่วยหลังศึกหนัก แคทเธอรีนปวดใจนะไม่อยากกดดันหรือเถียงหมอผีน้อย แต่พอยินข่าวเรื่องที่เมรัยทำตอนบ่ายเท่าแหละ

         “เสียแรงที่ข้าห่วงท่าน!!”

         แคทเธอรีนเสียใจ งอนด้วย อาเร๊ะ ข ข้างอนทำไมเนี่ย

         จอมอาคมยกมือตบแก้มแปะๆเรียกสติพลางเรียกเจ้าแมวเหมียวสีนวลมาเล่นบนตักแก้เขิน รองโรน่ามองเจ้าสีนวลพลางตัดสินเอ่ยพูดกับเมรัย ดวงตากลมโตงดงามจับจ้องดวงดาวราวนักปราชญ์ เมรัยสบตารองโรน่า บรรยากาศร่มเย็นมีสายลมพัดผ่าน “อยากรู้เรื่องอะไรหรือ” เมรัยเบือนหน้ามองหมู่หิ้งห้อย ท่ามกลางดินแดนแห่งแสงดวงไฟสีเหลืองนวล รองโรน่าคุยกับแคทเธอรีนแล้ว กระนั้นจอมอาคมมิอาจให้คำตอบแก่นาง บางคำถาม บางข้อสงสัยนั้นแม้นแต่ตัวจอมอาคมน้อยอยากรู้เช่นกันว่าคำตอบคืออะไร ฉะนั้นย่อมหนีไม่พ้นต้องถามเมรัย

         หมอผีน้อยรู้เยอะ

         คำถามที่ค้างคาใจรองโรน่าตั้งแต่ตอนจบของเรื่องราว

         “เกิดอะไรขึ้นกับท่านคราซาดร้าหรือ

         หญิงสาวอยากรู้ หมอผีน้อยฟังแล้วรอยยิ้มสลาย พลางไม่นานนางยิ้มอีกครั้ง

         “สลายหมดแล้วทั้งวิญญาณ..ไม่เหลือสิ่งใด”

         “!!!”

         แคทเธอรีนั่งฟังคำตอบเมรัยข้างๆรองโรน่า จอมอาคมน้อยเห็นภาพนั้นแล้วแต่ยังไม่ปักใจเชื่อ ก็เพราะ.. “นางไม่ไปสู่สุคติหรือท่านเมรัย”

         “…”

         จอมอาคมน้อยถามเสียงสั่นด้วยความหวาดกลัวห้าส่วน กฎแห่งกรรม ทุกชีวิตในจักรวาลนี้มีดวงวิญญาณ และดวงวิญญาณทุกดวงต้องได้รับการตัดสินว่าหลังจากตายแล้วจะขึ้นสวรรค์หรือลงนรก แล้วๆมางานกำจัดวิญญาณร้าย วิญญาณร้ายส่วนมากหากถูกชำระล้างเรียบร้อยจะต้องเข้าการตัดสินทันที แต่หากวิญญาณร้ายใดถูกปิดผนึก แล้วผนึกคลาย วิญญาณร้ายที่เคยชั่วร้ายจะถูกชำระล้างให้ไม่เหลือมลทิน กลายเป็นดวงวิญญาณบริสุทธิ์ กระนั้นต้องเข้ารับการตัดสินเช่นกัน

         ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม วิญญาณทุกดวงจักมีที่ไป และส่วนมากคือมุ่งสู่สวรรค์หรือเกิดใหม่

         ใช่หรือที่เรียกว่า สู่สุคติ ดินแดนแห่งความสุข

         ตั้งแต่เกิดจอมอาคมน้อยไม่เคยเห็นว่ามีดวงวิญญาณดวงใดรอดพ้นการตัดสิน

         ทว่าในตำราโบราณมีบันทึกไว้เช่นกัน..

         “ท่านทำอะไร”

         แคทเธอรีนอยากรู้เมรัยทำอะไรยามนั้น สิ่งที่หมอผีน้อยทำไม่ใช่การชำระล้าง ไม่ใช่การผนึกวิญญาณร้าย ส สิ่งนั้น

         “ท่านทำลายใช่หรือไม่”

         รองโรน่าเอ่ยขึ้น แคทเธอรีนสะอึก “ท่านเมรัยรู้หรือไม่ ในประวัติศาสตร์มีเพียงมนุษย์ คนคนเดียวเท่านั้นที่มีพลังอำนาจมากพอทำลายล้างดวงวิญญาณ..”

         หมอผีน้อยก้มศีรษะปิดซ่อนดวงตาด้วยเรือนผมลอน ท่าทางไม่อยากพูด แคทเธอรีนคัดค้าน “จอมอาคม..แค่จอมอาคมคนเดียว

         แม้นรูปร่างภายนอกดูเหมือนสาวน้อยวัยสิบหกอวบๆ ทว่าออร่าสูงส่ง แววตาทีบางครายากคาดเดาความคิด น้ำเสียงลี้ลับชวนคนสงสัย หลายสิ่งที่เมรัยแสดงให้หลายคนเห็นคือกลิ่นไอที่ไม่อาจลบหรือกลบอย่างมิดชิด ความรู้เรื่องไสยศาสตร์ ศาสตร์ลับวิญญาณ และรอยมือไก่เขี่ย สิ่งที่แคทเธอรีนสัมผัส และรับรู้มาตลอดว่าเมรัยนั้นแปลกประหลาดกว่าคนอื่น นางพยายามปิดบังคนอื่น ซุกซ่อนความสามารถ และพรสวรรค์

         แต่.. นั้นคือสิ่งที่จอมอาคมน้อยคาดเดา เพราะนางไม่รู้จริงๆเมรัยคือใครกันแน่ ใช่จอมอาคมจริงหรือไม่ กระนั้นหากใช่แล้วทำไม..วิญญาณนาง

         รองโรน่านิ่งเงียบ แคทเธอรีนลุกขึ้นอยากฟังคำตอบที่ไร้ซึ่งคำโกหก เมรัยถอดหายใจฟู่พลางเหลียวมองพุ่มไม้ข้างหลังไกลๆที่ขยับๆ หมอผีน้อยปิดตา “เอาเถอะ”

         นางสูดหายใจเข้าปอดแล้วเงยหน้ามองแคทเธอรีน “ใช่ ข้าคือจอมอาคม”

         “!!!”

         แคทเธอรีนตกใจสุดขีด แต่นางต้องตกใจหนักกว่าเดิมเพราะ “แล้วก็ข้าลาออกแล้ว เพราะงั้นต้องเรียกว่าอดีตจอมอาคม”

         “#@$@#$#@”

         ล ลาออก หา!!!!!!!!!!!!!!!

         “เจ้าบีบเค้นข้าทำไมเนี่ย ข้าลำบากใจนะ”

         เมรัยแบมือ สีหน้าปานปลาตาย เลิกคุยเรื่องนี้เสียที หมอผีน้อยยกมือโวยวายเป็นเด็กเอาแต่ใจ “ท่านลาออกได้อย่างไร” ให้ตายเถอะ มันลาออกได้ด้วยหรือ ร้อยวันพันปีแคทเธอรีนไม่เห็นเคยยินเรื่องเช่นนี้ เมรัยปากบ่นอุบ แต่ยอมอธิบาย “ทำไมลาออกไม่ได้ ข้าขี้เกียจทำงานนินา แถมหาเงินยากอีกต่างหาก” เมรัยทำหน้ารังเกียจอาชีพนี้ นางฝึกวิชาจนแกร่งกล้าเป็นจอมอาคมได้ แต่หางานในเมืองลักกี้ไม่ได้เลย เนื่องจากนางเรียกเก็บค่าจ้างไล่ผีแพง

         “ภาระเยอะด้วย ข้าเลยเป็นหมอผีแทน”

         “..”

         แคทเธอรีนหน้าเลิ่กลั่ก คิ้วกระตุก คนอย่างเมรัย!!! จอมอาคมน้อยกำหมัดอยากต่อย แต่ งืมมมมมมมมม

         “ข้าไม่สนท่านแล้ว!!”

         จอมอาคมน้อยโกรธแก้มป่องพลางม้วนหางวิ่งหนีกลับห้อง เมรัยถอนหายใจระอา เด็กหนอ

         “ปล่อยนางเถอะ”

         เมรัยแอบเนียนลูบฝ่ามือรองโรน่า หญิงสาวส่ายหน้าเบาๆ เรื่องเมรัยเป็นจอมอาคมหรือหมอผีไม่มีส่วนรบกวนใจรองโรน่า เพราะไม่ว่าอย่างไรคนที่ช่วยนางให้รอดพ้นจากฝันร้ายคือเมรัย หมอผีน้อยทำมันไม่ใช่เพราะมันคือหน้าที่ แต่นางทำด้วยใจ และทุ่มสุดตัวอย่างไม่ยอมแพ้หรือล้มเลิกกลางทาง สิ่งสำคัญสำหรับเมรัยไม่ว่านางอยู่ตำแหน่งไหนก็ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง นั้นคือหัวใจอันอ่อนโยน และความรู้สึกแรงกล้าที่พร้อมยื่นมือช่วยเหลือผู้ที่กำลังลำบาก..

         สาวน้อยคนนี้มีหัวใจที่เข้มแข็ง และเพราะเมรัยยิ้มอย่างเข้มแข็ง

         รองโรน่าไหนเลยจะหักห้ามใจไม่ให้หลงใหลรอยยิ้ม..เมรัย

         “////”

         หญิงสาวสวยก้มหน้าขวยเขิน เมรัยยิ้มอ่อน มือลูบหน้าท้อง นี่ละนะเหตุผลที่นางเศร้ากับความหล่อที่แม่ให้มา เฮ้อ

         หมอผีน้อยเสยผมวางมาด นี่ถ้าไม่มีเมียแอบฟังแอบดูนะ เมรัยกระโดดกัดรองโรน่าไปแล้ว

         “อยากขอบคุณท่านเมรัย”

         เหตุการณ์เลวร้ายสำหรับรองโรน่ามันเริ่มต้นในคืนนั้นเมื่อสองเดือนก่อน ทว่า.. “สำหรับนาง..มันนานเหลือเกิน” คราซาดร้าเกิดในยุคก่อนประวัติศาสตร์เมืองแห่งความลับ นางมีชีวิตในยุคที่เมืองซีเคร็ทออฟวอร์ยังมิสร้าง ยุคที่เลวร้ายมากๆ ยุคสมัยที่เด็กสมัยนี้หรือผู้ใหญ่สมัยนี้ไม่เคยเห็น “นางแบกรับความแค้น ข้ารู้เพราะข้าเห็น..” ตลอดเวลาที่รองโรน่าโดนคราซาดร้าสิงสู่ หญิงสาวเหมือนกำลังหลับใหล และฝันถึงเรื่องราวเดิมๆที่ไม่ใช่เรื่องราวในอดีตของนาง แต่คืออดีตของวิญญาณสาวน้อย สาวน้อยขี้กลัว และหวาดหวั่นกับชีวิตที่ไม่มีใครยอมรับ..

         วันเวลาที่เดินท่ามกลางโลกที่ผู้คนไม่เชื่อใจซึ่งกันและกัน ช่วงเวลาความสุขที่ไม่นานกลายเป็นช่วงเวลาเลวร้าย ชีวิตที่มิเคยคิดว่ามีจริง ทว่ากลับกำลังแสดงให้รองโรน่าเห็นผ่านมุมมองของหญิงสาวที่เป็นเหมือนวิญญาณล่องลอยไปในความทรงจำคราซาดร้า ทุกวันๆ ทุกคืนๆ รองโรน่าสงสัยว่าเหตุใดคนคนหนึ่งถึงกลายเป็นวิญญาณร้าย อะไรคือสิ่งที่ผลักดันสาวน้อยอ่อนโยน และใจดีเช่นนี้ตกสู่หนทางที่ไม่อาจเดินกลับ

         ปลายทางที่ไม่มีใครเฝ้ารอ..

         ว่างเปล่า

         เดี่ยวดาย

         และอ้างว้าง ว้าเหว่เหลือเกิน

         “อยากขอบคุณ..ท่าน”

         รองโรน่าขยุ้มกระโปรง น้ำตารินไหล หยดลงเป็นรอยเปียก รองโรน่าไม่เคยเกลียดชังใครโดยไม่มีเหตุผล เพราะนางเข้าใจมันต้องมีสาเหตุที่ทำให้คนนั้นเป็นแบบนั้น ครั้นพอนางรับรู้ และเข้าใจเรื่องราวทั้งหมด นางกลับไม่รู้สึกเกลียดชังคราซาดร้า แม้นวิญญาณร้ายสังหารคนมากมาย กระนั้นวิถีชีวิตชาวเมืองแห่งความลับก็ไม่เคยมีคำว่าสันติสุขที่แท้จริง คนตายเป็นเรื่องธรรมดา นั้นเพราะเขาไม่อาจรักษาชีวิตตัวเอง ฟังดูเย็นชาเหลือเกิน ทว่านั้นคือความจริงของโลกสมัยนี้ โลกที่มีเพียงผู้แข็งแกร่งเท่านั้นจักอยู่รอด ฉะนั้นหากอยากรอดย่อมต้องสู้ และเข้มแข็งขึ้น

         เหมือนวิญญาณสาวน้อย..

         “เพราะนางรู้ตัวเองอ่อนแอมาทั้งชีวิต..ปกป้องลูกไม่ได้ ช่วยใครไม่ได้ ยามนางตายแล้ว..จึงอยากแข็งแกร่งกว่าใคร”

         เมรัยเอ่ยเสียงเวทนา ถามว่านางเจ็บปวดไหมที่ต้องใช้ชีวิตโดยสังหารคนอื่น นางเจ็บปวดนะ เจ็บเหมือนชีวิตแตกเป็นเสี่ยง ทรมานจนอยากตาย ทว่านางไม่อาจตายตาหลับ “วิญญาณร้ายเป็นเช่นนี้หรือท่านเมรัย..” รองโรน่าอยากรู้ว่าจริงๆแล้ววิญญาณร้ายคืออะไร ใช่สิ่งที่ต้องกำจัดทิ้งหรือไม่ หากว่านั้นคือคำตอบแล้วละก็ รองโรน่าไม่อยากยอมรับเลยนะ

         “ใช่ วิญญาณร้ายคือวิญญาณที่ไม่ยอมไปผุดเกิดใหม่ เพราะมีความปรารถนาค้างคา และเพราะไม่ยอมทำตามกฎ พวกนางเลยต้องหวังพึ่งพลังแห่งความมืดในจิตใจ ความบ้าคลั่ง ความแค้น ความโกรธ วิญญาณร้ายแต่ละดวงมีชีวิตได้เพราะความปรารถนาอันแรงกล้า ทว่าวิญญาณร้ายไม่ใช่มนุษย์ การที่วิญญาณร้ายจะมีพลังจำเป็นต้องกินวิญญาณดวงอื่น ดูดพลังชีวิตคนเป็น และหาร่างสิงสู่ ต้องยอมกลายร่างเป็นสัตว์ประหลาดเพื่อให้รักษาสติ และปัญญา”

         เมรัยตอบความจริง เรื่องคราซาดร้า รองโรน่าคงเห็นแล้วในความทรงจำของนางหลังจากที่นางตาย นางทำอะไรลงไปบ้าง… ดูดกลื่นชีวิตผู้ถือครองมณี กลายร่างแล้วยังทำสัญญากับปีศาจ กระทั่งกลายเป็นบัญญัติแห่งตราบาป ช่วงนั้นสตินาง..แทบไม่เหลือแล้ว นางจดจำได้เพียงความแค้นเท่านั้น สมัยก่อนนางอาละวาดทำลายเมืองแห่งวิญญาณ หลังจากนั้นนางโดนเพื่อนหักหลัง บัญญัติแห่งตราบาปคนปัจจุบันเป็นคนกำราบ และจัดการทำลายดวงวิญญาณของนาง..

         ทำลายดวงวิญญาณ..

         เมรัยไม่เอ่ยถึงส่วนนี้เพราะมันมีอะไรบ้างอย่างสะกิดใจหมอผีน้อย

         “หึหึ ตัวซวยจริงๆน้า”

         “?”

         รองโรน่าสงสัยคำพูดเมรัย หมอผีน้อยไม่ตอบเพียงแค่เงยหน้ามองดวงดาวบนฟ้า..

         “สำหรับข้า วิญญาณร้ายเหมือนเด็กหลงทางมากกว่า เหมือนวิญญาณเร่ร่อนนั้นแหละ แค่พวกวิญญาณร้ายดุกว่านิดหน่อย”

         วิญญาณเร่ร่อนเหมือนสเวนน่ะ เป็นคนซื่อๆไม่เคยมีความคิดด้านมืด เขาเลยไม่กลายเป็นวิญญาณร้าย แต่วิญญาณคราซาดร้าน่ะตายแบบทารุณ เจ็บปวดรวดร้าว นางย่อมเคียดแค้นอยากล้างแค้นฝ่ายชาย เรื่องราวที่แท้จริงของนางจบลงตั้งนานแล้ว “รองโรน่ารู้ใช่หรือไม่” “ค่ะ..มันจบตั้งนาน”

         เหมือนกรณีของสเวน กาลเวลาที่เล่นตลก

         คราซาดร้ากลายเป็นวิญญาณร้ายเพื่อแก้แค้นชายรัก ทว่าฝ่ายชายรัก..ตายก่อน

         กว่าวิญญาณสาวน้อยจักได้รับพลังเพื่อนำไปชำระแค้น เวลาก็ผ่านไปเนิ่นนานหลายร้อยปี ชายรักที่นางแค้นมีหรืออายุยืนปานนั้น

         เมื่อสิ้นเป้าหมายแล้ว คราซาดร้าจักเหลือจุดหมายใดในชีวิตนี้ นางยอมแพ้ และโดนกำจัดทิ้งด้วยเพื่อนปลอมๆ

         นางตายไม่มีสิทธิ์เกิดใหม่ กระนั้นความแค้นนางยังหลงเหลืออยู่ในต้นกำเนิดพลังของนาง ยังคงหลับใหลในก้อนมณีสีเขียวมรกต

         “เช่นนี้..ดีแล้วใช่หรือไม่”

         ในที่สุดแล้วคราซาดร้าโดนปลดปล่อยอย่างแท้จริง นับจากนี้จะไม่มีวิญญาณร้าย ไม่มีอดีตบัญญัติแห่งตราบาป ไม่มีสาวน้อยน่าสงสาร.. ที่หลงเหลืออยู่คือความทรงจำในใจสองสาวน้อย เมรัย และรองโรน่า เรื่องราวที่พวกนางสัญญาจะไม่มีวันลืม…

         “ท่านเมรัย..”

         หนึ่งหมอผี หนึ่งสาวสวยนั่งเงียบมองดาว ครั้นรองโรน่าถามเสียงแผ่วเบา “ข้าอยากให้อภัยนาง..”

         แม้นตอนนี้นางไม่อยู่ที่ใดแล้ว..

         “อ่อนโยนจังนะ..”

         ได้พบ และสิงสาวน้อยที่อ่อนโยนในวาระสุดท้าย.. เจ้ามีเรื่องดีในชีวิตอีกเรื่องแล้วนะ..คราซาดร้า

         “เอาละ ดึกแล้วนอนๆ”

         เมรัยโดดเด้งจากเก้าอี้โยก รองโรน่าลุกตามพลางลอบมองเมรัยแล้วแอบเบือนหน้าหนี แก้มร้อนผ่าว หมอผีน้อยเห็นแล้วอยากลูบแต่ต้องกดความใคร่ลงพุง ยิ้มบอกลาพลางหญิงสาวเดินจากลากลับห้องนอนไดอาเรีย “อะแฮ่ม” เมรัยบิดเอวเดินไปแหวกพุ่มไม้ใกล้ๆเก้าอี้โยก ครั้นเปิดเผยที่ซ่อนพวกตัวแสบ “อยากนอนข้างนอกเป็นเพื่อนข้าหรือไร” “..” “..” นารีกับเรไรอดห่วงเมรัยไม่ได้เลยต้องแอบนั่งดักฟังพวกเมรัย แคทเธอรีน รองโรน่าคุยกัน คนที่เสนอแผนแอบฟังคือนารีนะ เรไรแค่โดนลากมาเฉยๆ

         “จ เจ้าไหนบอกไม่รู้จักจอมอาคม”

         เรไรแก้เขินเปิดประเด็นเถียงเมรัย หมอผีน้อยหน้าชาแวบหนึ่ง อยากขอโทษที่หลอกเรไร และนารี

         “ข้า..”

         “มั่วแล้วเรไร อย่างเมรัยเนี่ยนะเป็นจอมอาคม ข้าไม่เชื่อ”

         “อ้าว”

         เดี๋ยวนะหล่อน พูดงี้หมายความว่าไง

         นารีลุกยืน กดตามองเมรัยอย่างกดดัน “เลิกโม้เถอะ พี่บาเบลร่าเล่าให้ข้าฟังหมด”

         “แหงะ”

         เมรัยโดนฟ้าผ่ากลางหัว เรไรงงสิ “เรื่องอะไรหรือ”

         “เรื่องคนบ้าที่ละเมอบอกตัวเองเป็นจอมอาคมแล้วไปหลอกเอาเงินพวกขุนนางน่ะสิ ฮึ หวังต้มตุ๋นคนรวย รู้ไหมจบเช่นไร”

         “เช่นไรหรือ”

         “โดนจับขังกรงทาสสิเรไร เฮ้อ..”

         นารีถอนหายใจประชดเมรัย หมอผีน้อยหน้าแดงเถือก โดนแฉความลับ!

         “ข้าเคยเป็นจอมอาคมจริงนะ ถึงแค่สองวันก็เถอะ”

         ที่จริงหมอผีน้อยเคยสวมบทบาทจอมอาคมยุคนางด้วยนะ ออกทวีแล้วก็โดนกล่าวหาว่าเป็นนักต้มตุ๋น

“………………………………..”

         เรไรพูดไม่ออกบอกไม่ถูก ใครก็ได้เอาเมรัยไปเก็บที

         “จ จ เจ้า” ปักษาน้อยตัวสั่นเทิ้ม โกรธเพราะโดนหลอกแล้วโดนหลอกอีก “เจ้ามัน!! แง!!” ทำเรไรมีความหวังเรื่องรักษาน้องสาว แล้วทำลายความหวังแบบนี้ ปักษาน้อยร้องไห้น้ำตาแตกพลางสะบัดก้นวิ่งหนีกลับห้องนอน เมรัยอ้าปากค้าง นารีพรูลมหายใจเอือมระอาเมรัย “เพราะเจ้าอีกแล้ว!!ใส่ร้ายข้า” เมรัยชี้นิ้วจิ้มนมนารี ดวงดาวน้อยปัดมือซนหมอผีน้อย สีหน้าทะมึน “ฮึ อย่าหลอกข้าเลยเมรัย” ดวงดาวน้อยก้าวประชิดหมอผีน้อย ยกเนินอกดันนมเมรัย “ข้านี่แหละรู้เรื่องเจ้าดีที่สุด

         “…”

         แววตาทรงอำนาจสบปะทะแววตาทรงปัญญา ดวงตานารีแผดแรงกดดันเมรัย ทว่าหมอผีน้อยมีหรือยอมโดนข่มง่ายๆ “งั้นหรือ” เมรัยพ่นลมหายร้อนใส่หน้านารีอย่างแม่เสือใหญ่ “รู้อะไรไหมนารี” หมอผีน้อยสะบัดชายเสื้อสยาย หันหลังแผ่นองอาจให้ดวงดาวน้อย “ข้าน่ะ….เกลียดพวกดวงดาวอย่างพวกเจ้าที่สุด

          -- 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น