mirror on! on!

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Older Brother ตอนที่.......03

ชื่อตอน : Older Brother ตอนที่.......03

คำค้น : Yaoi, Boy's Love, Y,โชตะคอน, Shotacon,Boy Love, ชายรักชาย, วาย, Romance, NC18+, Thai Yaoi, Boy love boy, Sexy,ขี้หึง, โหด, หื่น วายร้าย

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 91.2k

ความคิดเห็น : 124

ปรับปรุงล่าสุด : 10 มี.ค. 2558 18:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Older Brother ตอนที่.......03
แบบอักษร

 

 

 

Older Brother...03

 

 

 

Tru……………  Tru………….

 

อือออ......  ผมลืมตาขึ้นช้าๆ รับแสงแดดที่กำลังสาดส่องผ่านผ้าม่านในยามเช้า  และเสียงโทรศัพท์ที่ดังอยู่ตรงหัวเตียงมันทำให้ผมตื่นเต็มตาอย่างน่ารำคาญ

 

เฮ้อออออ โทรมาแต่เช้าเลยนะ เอมี่ครับ เราไม่ได้คุยกันหลายวันแล้วตั้งแต่วันนั้นแหละก็เธอไม่ให้ผม(เอา) เล่นตัวมากไปมันก็มีเบื่อเป็นธรรมดา และผมก็ไม่อยากรับสายเธอด้วย

 

“เฮ้ย!!!!!” ยังไม่ทันได้รับผมก็ต้องรีบว่างโทรศัพท์ลง เมื่อหันไปเห็นกุมารทองปะแป้งตัวขาวผ่องข้าวใกล้ๆ

 

“โอ๊ะ!!!.................” ลีวายส์ใส่กางเกงในตัวเดียวเดินออกมาจากห้องน้ำ เมื่อเห็นผมตกใจมันกลับตกใจตามรีบวิ่งกระโดดขึ้นมากอดผมบนตียงกว้าง

 

“เหี้ย!.........ลงไปเลยไป    เฮ้ออออ” ผมผลักร่างเล็กออก แต่มันก็ยังกอดแขนผมไว้แน่นไม่ยอมปล่อย “ไม่มีอะไร....มึงนั่นแหละทำให้กูตกใจ” ลีวายส์เงยหน้าขึ้นมอง ก่อนจะทำปากยื่นน่าจุ๊บ และยอมลงไปนั่งข้างๆแทน

 

แล้วนี่ก็ยังไม่ใสเสื้อผ้าอีก แล้วไอ้สบู่ที่ทาเนี่ยของกูไม่ใช่หรอทำไมกูทาแล้วมันไม่หอมฟุ้งเหมือนมันทาวะ กูบ้าไปแล้วหรอเนี่ย ผมนั่งทึ่มตัวเองแรงๆสองสามที

 

“เจ็บหรอฮะ.... O.o” ร่างเล็กมองผมตาโต ก่อนจะเอ่ยถาม อีโธ่เว้ย!!! 

 

ผมลุกขึ้นไปอาบน้ำ วันนี้มีเรียนช่วงบ่าย เลยคิดว่าจะทำยังไงกับมันดี จะฝากใครดูก็ไม่มีสักคน คงต้องพาไปด้วย แล้วกูจะพาไปยังไงวะ ยุ่งจริง เฮ้อออออ

 

“ไปเอากระเป๋ามาดูดิ  ว่าข้างในมีอะไรบ้าง” ผมบอกหลังจากทานข้าวเช้าที่สั่งมากิน เพราะถ้าทำคงเละเหมือนเดิม

 

“นี่ฮะ........” ร่างเล็กส่งกระเป๋าเป้ของตัวเองมาให้ และเดินไปลากกระเป๋าเสื้อผ้าอีกใบมา ตัวแค่นี้แม่งลากไหวว่ะ

 

“สมุดนี่อะไร  สองสามเล่ม สมุดธนาคารนี่น่ะ” ผมถามเมื่อเทของในกระเป๋าเป้ออกมากองบนโต๊ะกลางหน้าโซฟาจนหมด

 

“นี่คือสมุดธนาคารของแด๊ดดี้ อันนี้แด๊ดดี้บอกว่า.....ถอนได้หลังจากแด๊ดดี้เสีย ตอนลีวายอายุสิบแปดพอดีฮะ” ผมมองร่างเล็กที่พูดบอกอย่างเฉลียวฉลาดและไม่คิดว่าเด็กตัวแค่นี้จะรู้และจำมันได้ดี

 

“รู้ได้ไง........พ่อบอกงั้นหรอ?”

 

“ฮะ แด๊ดดี้บอก ส่วนเล่มนี้ แด๊ดดี้บอกว่า เงินเข้าจากที่แด๊ดดี้เคยเป็นหุ้นส่วนบริษัท ทุกๆสามเดือน มีบัตรกดให้เงินออกมา” อ๋อ ที่แท้ก็เตรียมการไว้ให้ลูกแล้วสินะ

 

“แล้วรหัสล่ะ” ผมไม่ได้อยากจะได้เงินของเด็กหรอกแต่ถามเพื่อความแน่ใจว่ามันรู้จริงหรือป่าว

 

“......................” ร่างเล็กมองผมนิ่งๆ เม้มปากเข้าหากัน เด็กเหี้ย!

 

“กูไม่เอาของมึงหรอ  เหอะ เวรจริง กูมีตังเว้ย!” ผมบอกก่อนจะจิ้มๆ หน้าผากมันสองสามที

 

“ลีวายส์รู้ฮะ แต่......แด๊ดดี้บอกว่าห้ามบอกคัยฮะ” ร่างเล็กบอกเสียงแผ่ว เหมือนจะกลัวๆโกรธยังไงยังงั้น

 

“เออ ไม่รู้ก็ได้ แล้วก็อย่าเสือกไปบอกคนอื่นว่ารู้ล่ะ.....อ๋อ  นี่มึงคงไม่ได้บอกแม่เลี้ยงมึงด้วยใช่มั้ยถึงได้คิดจะทิ้งมึงเนี่ย” ร่างเล็กพยักหน้ารับน้อยๆ

 

“แล้วอันนี้ล่ะ....”  ผมชี้ไปยังสมุดที่แปลกไปจากสองเล่มนั้น

 

“อันนี้ เป็นสมุดเงินประกันชีวิตของแด๊ดดี้ฮะ  เงินเข้าทุกๆเดือนฮะ ถอดได้ตอนลีวายส์อายุสิบปีฮะ”

 

“โอเค ตกลงมึงรวย(หรือเปล่าวะ)   และพี่กูก็โง่มาก  แล้วเรื่องอะไรของกูวะเนี่ย” ผมพูดบ่นไปงั้นแหละ จากนั้นผมก็ให้ลีวายส์เอาเสื้อผ้าของตัวเองไปเก็บเข้าที่ โดยให้เอาของไว้ในตู้เสื้อผ้าผม ตรงลิ้นชักด้านล่างเพื่อสะดวกจะได้ตอนหยิบใช้ แต่ผมก็ไม่ได้สนใจว่ามีมามากเท่าไหร่

 

ผมดูเอกสารที่ติดตัวลีวาย์มาจากเป้อีกหน่อยและพบว่ามีครบทั้งสำเนาประวัติต่างๆ  ลีวายส์เคยเรียนที่นี่ในโรงเรียนนานาชาติแห่งหนึ่ง ผมเลยคิดว่าถ้าลีวายส์ได้เข้าเรียนมันจะทำให้ผมสะดวกมาขึ้น ผมจะได้ไม่ต้องพามันมาเรียนด้วยเหมือนวันนี้!!!

 

 

“อ่า....มาหาพี่กายมาเด็กดี” นั่นไง ลีวายส์คงจะไม่กลัวไอ้กายแล้วถึงได้กระโดดไปหามันทันทีเมื่อมันเรียกแต่ก็ไม่วายหันมาสบตากับผม มันกลัวผมด่าด้วยล่ะ

 

“ไงมึง ตกลงติดต่อพี่น้ำได้มั้ยวะ” ไอ้แมนถาม

 

“หึ กูว่ายาก เหี้ยไรก็ไม่รู้  มึงตามไอ้พวกเจ้าหนี้นั่นก่อนแล้วกัน กูจะจัดการเรื่องนี้ก่อน” ใช่ผมต้องแน่ใจก่อนว่าไอ้พวกนั้นมันจะไม่มายุ่งกับลีวายส์อีก ในเมื่อผมตกลงว่าจะเลี้ยงมัน ผมก็ไม่อยากมีปัญหาตามมาทีหลัง

 

“ธารคะ....................” ขณะ ที่ผมกำลังสนใจร่างเล็กที่โดนไอ้กายฟัดแก้มใสอยู่ เสียงหนึ่งก็ดังขึ้น พร้อมกับร่างบางเดินมาหยุดอยู่ด้านหลังผม

 

“มีอะไร  มาถึงนี่ได้” ผมกรอกตาไปมา ก่อนจะหันกลับไปคุยกับเอมี่ ที่มาพร้อมกับเพื่อนเธออีกคน ขอบอกผมเซ็งสุดๆ

 

“มี่โทรไปทำไมไม่รับคะ แล้วเนี่ย มี่ว่าจะให้ไปรับที่คอนโด ดูสิมี่มาสายเลยอ่ะ” เธอต่อว่าผม ด้วยสีหน้าไม่พอใจ

 

“แล้วแทนที่จะไปเรียนกลับมาโว้ย แว๊ดๆ ใสกันเนี่ยนะ” ผมตอกกลับไป เพราะผมไม่ชอบใจนักหรอกที่มีผู้หญิงมายืนด่าอยู่หน้าคณะตัวเอง

 

“ก็แล้วทำไม.........”

 

“โอ๊ะ.......ขอโทษฮะ.....ขะ.....ขอโทษฮะ”  ลีวายส์กินปีโป้อีท่าไหนไม่รู้  จู่ๆมันก็กระเด็นโดนเสื้อเอมี่เป็นรอยเปื้อน  ร่างเล็กเลยลงจากตักไอ้กายมาแขย่งเท้าเช็ดเสื้อให้ยกใหญ่

 

“ไอ้เด็กบ้า....เสื้อเลอะหมดอ่ะ  ธาร!” แล้วเกี่ยวไรกับกูล่ะ เสื้อกูป่ะ ก็ไม่ใช่

 

ผลั่ก!!!!  อ้าวเฮ้ย  เอมี่ผลักลีวายส์จนสะดุดล้มลงพื้น  ผมที่อยู่ใกล้ๆก็ก้าวขาไปรับแต่ไม่ทัน

 

“ฮึก...อื๊อออออ.....อึกๆ...อืออออออ” เอาแล้วไงเรื่องชวนปวดหัวมาแล้ว ไอ้กายมันรีบลุกมาพยุงลีวายส์ขึ้นอุ้มทันที  แต่ร่างเล็กกลับส่งมือมาหาผม

 

“อีเหี้ย ทำไรอ่ะ แม่งเด็กร้องเห็นมั้ยห๊ะ”  ไอ้กายโว้ยวายใส่เอมี่ที่ตอนนี้ไม่ได้สนใจจะฟัง เอาแต่เช็ดเสื้อของตัวเอง

 

“ก็ดูมันทำเสื้อเอมี่เลอะอ่ะ ดูสิเดี๋ยวเอมี่ต้องไปเรียนอีกนะ”

 

“กลับไปเรียนได้แล้ว กูรำคาญมากเลยเนี่ย ลีวายส์เงียบ  หยุดร้อง!” ผมรำคาญเลยบอกออกไปตรงๆ เอมี่อ้าปากค้าง หน้าเหวอ รวมทั้งเพื่อนของเธอที่มาด้วยกัน   ก่อนจะหันไปสั่งลีวายส์ให้หยุดร้องแต่ก็ยังไม่ยอมหยุด

 

“ทำไมพูดแบบนี้อ่ะธาร  เดี๋ยวนะ แล้วนี่ลูกใครน่ะ”

 

“ลูกไอ้ธาร  พอใจยัง อีห่า” ไอ้กายก็ยังไม่หยุด แถมยังสร้างงานให้กูอีก ได้ลือกันทั้งมหาลัยสิมึง ผมเลยหันไปชี้หน้าคาดโทษไอ้กายแต่มันทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้

 

“อึกๆ...อื๊อออออ....อื๊อออออออออออ”

 

“ลีวายส์ หยุดร้อง!!!!!

 

“จริงหรอธาร  นี่มันอะไรกันน่ะ  แล้วไอ้เด็กนั้นมาจากไหน” ยังไม่หยุด ได้ งั้นก็เอางี้ล่ะกัน

 

“มานี่มา....” ผมส่งมือไปรับลีวายส์มาอุ้มแทน “หยุดร้องซะ  ไม่งั้นกูทิ้งมึงเอามั้ย” ลีวายส์หยุดร้องเปลี่ยนเป็นสะอื้นเบาๆและซบหน้าลงกับไหล่ผม แต่แปลกที่ผมไม่ได้รู้สึกรังเกียจหรือไม่พอใจถ้าเสื้อผมจะเปื้อนจะยับยังไง ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมคงผลักมันออกแล้ว

 

“อย่าบอกนะ วะ.....ว่าลูกของธารจริงๆน่ะ   ได้ไงอ่ะ” 

 

“แล้วแต่จะคิด....” ผมพูดแค่นั้นก่อนจะเดินขึ้นตึกคณะ  ผู้หญิงคนเดียวช่างแม่งจะหาเมื่อไหร่ก็ได้ แต่สายตาของนักศึกษาในคณะนี่สิ มองกันจริง ห่า งานเข้าจัดเต็มล่ะกู

 

“หวัดดีเหี้ยๆๆๆ ทุกคนนนนนนน...”  ไอ้เซฟครับ ไอ้เหี้ยนี่ถ้าไม่เลยเวลาเรียนมันก็จะไม่มาถึงห้องหรอกครับ นอกเสียจากวันนัดส่งงาน

 

“เหี้ย พ่องมึงดิ  เซฟ” ไอ้กายตอบรับได้ดีมาก พวกมันนี่รักกันดีสุดๆ 

 

“อ้าว.....พาลูกมาด้วยหรอ   น่าร๊ากกกกก น่าฟัดดดดด  น่าอาววววววววว  สุดๆ” ไอ้เซฟมันยื่นมือมาหยิกแก้มลีวายส์  ทำให้ร่างเล็กหันหน้าหนี

 

โป๊ก!!!!!

 

“น่าเอาบ้านพ่องมึงสิ”  ผมเอาหนังสือเคาะหัวมันทีหนึ่งก่อนจะดึงลีวายส์ให้ลงไปนั่งเก้าอี้ตัวข้างๆดีๆ

 

เราเริ่มเรียนกันในเวลาไม่นาน ลีวายส์นั่งข้างผมขนาบข้างด้วยไอ้กายที่ค่อยชวนลีวายส์เล่นจนไม่เป็นอันได้เรียน  แต่ลีวายส์ก็ไม่ได้ซนหรือรบกวนการเรียนของผมเลย 

 

ผมหันไปมองร่างเล็กเป็นระยะๆ  และก็เห็นว่าลีวาย์เริ่มโอนเอนเพระง่วงนอน แต่เกาอี้มันแคบผมเลยเหยียดขาขึ้นไปวางกับเกาอี้ตัวข้างหน้าผมและอุ้มลีวายส์ให้มานอนในตัก

 

ผมก้มมองจากมุมนี้แล้ว ก็อดมองหน้าเนียนใสไม่ได้ ผมเคยคิดกับตัวเองว่าถึงจะไม่อยู่กับพ่อแม่หรือไม่มีใครผมก็อยู่ได้แต่นั่นมันเป็นความคิดในช่วงมอปลายซึ่งเลยวัยเด็กอย่างลีวายส์มาแล้ว เพราะร่างเล็กในตักผมหากไม่มีใครเลยคงแย่สุดๆในช่วงเวลาแบบนี้

 

“แอมๆ  มองๆ เดี๋ยวตกหลุมรักเด็กขึ้นมาจะลำบากนะ เพื่อน” ห่า ผมหันไปมองเสียงเห่าจากปากเน่าๆของไอ้เซฟด้วยหางตา   มันทำปากจู๋และหันไปสนใจอาจารย์ต่อ

 

ผ่านไปกว่าสามชั่วโมงขาผมเกือบชาก็ว่าได้ ร่างเล็กนี่ก็หนักใช่ย่อยทำเอาแข็งหมด ขาน่ะนะอย่าคิดใกล้ถึงผมจะคิดก็เหอะ(?)

 

“ลีวายส์  ตื่น” ผมอุ้มลีวายส์ขึ้นมานั่งดีๆ ดูเหมือนร่างเล็กยังนอนไม่เต็มตื่นเท่าไหร่ ถึงได้โอนเอนจะแก้มใสเฉียดปลายจมูกผมไปมา

 

“ตื่นเลย ไม่งั้นกูทิ้งมึงไว้นี่นะ” ผมบอกก่อนจะลุกขึ้นและว่างร่างเล็กให้ยืนกับพื้น มันตกใจกำชายเสื้อผมไว้แน่นและตื่นเต็มตา

 

“อ่าๆๆ ดูดิลีวายส์กลัวมึงทิ้งจริงๆเลยอ่ะ โอ่ๆ ไม่ทิ้งครับไม่ทิ้ง  น่ารักขนาดนี้ใครจะทิ้งลงเนอะๆ”  ไอ้กายลูบหัวร่างเล็กเบาๆอย่างเอ็นดู ถ้ากูทิ้งมันอีกก็ไม่รู้ล่ะ

 

เราเดินออกมาหน้าคณะและแยกย้ายกันกลับ วันนี้เรียนบายผมเลยหาที่จอดรถได้ไกลหน่อยจึงต้องใช้เวลาสักสิบนาทีได้กว่าจะเดินถึงรถ

 

และระหว่างทางเดินก็มีสายตาจากนักศึกษามองมาไม่ขาด ก็คงเพราะร่างเล็กที่เดินตามหลังมาเนี่ยแหละ ผมคิดว่าลีวายส์คงเดินตามมาทันเลยเอาแต่เดินไปเรื่อยๆเพื่อให้ถึงรถเร็วๆ ผมเริ่มหงุดหงิดกับสายตาพวกนั้นแล้ว

 

แต่พอหันกลับไป พบว่าร่างเล็กเดินห่างจากผมเป็นเมตร  เฮ้อออ  ผมถอนหายใจออกมาอย่างเซ็งๆก่อนจะเดินกลับไปอีกรอบและอุ้มร่างเล็กขึ้น ทิ้งความอายลงพื้น รีบเดินไปยังรถที่ไม่ไกลก็จะถึงแล้ว

 

“เขามอง ลีวายส์ทำไมฮะ” เมื่อเข้ามานั่งในรถ ลีวายส์ถามขึ้นทันที ทำหน้าอยากรู้อยากเห็นมาก

 

“เค้าเห็นผีมั้ง” ผมบอกกลับไปไม่ได้สนใจมันมากนัก รีบขับรถออกจากมออย่างเดียว

 

“แต่เค้ามองพี่ธารด้วยนะ” ร่างเล็กพูดบอกอย่างซื่อๆ แต่กูนี่เหมือนด่าตัวเองอ่ะเมื่อกี้ ไอ้เด็กเวร ด่ากูอยู่ป่ะเนี่ย

 

 

วันนี้สนามแข่งมีรอบแข่งรถเเม็ทสำคํญ ผมกะว่าจะไปลงพนันกับพวกไอ้แมนซะหน่อยแต่ปัญหาคือ

 

“กู  ต้องกลับบ้านจริงๆ  กูก็อยากให้ลีวายส์มาอยู่กับกูก่อนแต่ พ่อพึ่งจะโทรให้ไปรับพี่กลับบ้านเนี่ย” ผมทำเสียง จิ๊ ก่อนจะกดวางสาย

 

ไอ้กายบอกว่าลูกพี่ลูกน้องมันกลับมาเลยรีบไปรับที่สนามบินและตรงกลับบ้าน จะไม่เข้าร้านอีก  ผมกะว่าจะพาลีวายส์ไปฝากไว้ซะหน่อย  แล้วทีนี่กูจะทำไงดี ก็คงต้อง.......เหี้ยเฮ้ย!!!

 

 

“ลีวายส์อยากกลับบ้าน......” กูว่าแล้ว  ผมก้าวเข้ามาถึงออฟฟิศของสนามแข่งไม่ถึงสิบนาที ลีวายส์ก็ ร้องบอกว่าจะกลับๆ 

 

ทีแรกผมก็ไม่สนใจคุยกับพวกไอ้แมนไปเรื้อยๆแต่เมื่อร่างเล็กเข้ามาดึงชายเสื้อผมเบาๆ ผมก็เริ่มหันไปมอง คงเพราะคนเยอะและแปลกตาเลยน่ากลัวสำหรับเด็ก

 

“ลีวายส์!!” ผมพูดบอกเสียงเรียบจ้องหน้าร่างเล็กนิ่งๆ   ลีวายส์เลยก้มหน้าหนีสายตาผม

 

“กูว่า มึงพาลีวายส์ไปอยู่ในห้องก่อนเหอะ เผื่อจะหลับ” ไอ้แมนบอกบุ้ยหน้าไปทางประตูห้องที่ไว้สำหรับพักผ่อนของมัน  สนามที่นี่ก็เป็นของพี่ชายมันซึ่งมันก็ทำงานอยู่ด้วยแต่ก็รับผิดชอบแค่เรื่องเล็กๆน้อยเท่านั้น

 

ผมพาลีวายส์เข้ามาในห้องก่อนจะเปิดจอมอนิเตอร์ดูการแข่งในสนาม ลีวายส์ขยับมานั่งข้างๆผม มันก็มองจอไปด้วย

 

ผมเดินไปหยิบหมอนมาให้ ร่างเล็กก็นอนลงโดยไม่ต้องให้ผมพูดบอก ผมยกยิ้มมุมปากนิดๆ เมื่อเห็นการกระทำของมัน

 

“ไอ้ธารเหี้ยแล้วว่ะ  ไอ้โด่งมันมาลงแข่งไม่ได้ เห็นบอกว่าโดนเมียขังไว้ในห้องโน้น” จู่ๆไอ้แมนเปิดประตูเข้ามาก่อนจะพูดบอก

 

ปกติไอ้โด่งไม่เคยผิดนัดเลยสักครั้ง ผมก็รู้แหละว่าไอ้นี่เมียมันแซบแค่ไหนคงจะทะเลาะกันจนได้เรื่องถึงได้โดนเมียขังไว้

 

“แล้วเอาไง ผิดนัดโดนแดกเดิมพันฟรี เหี้ยพอดี” ผมบอกเพราะเราทำเดิมพันไว้สองแสนห้า ผมหันไปมองลีวายส์ที่กำลังขยับตัวลุกขึ้นนั่ง

 

“กูว่า......มึงลงแทนเหอะ ไม่มีใครที่กูไว้ใจได้เท่ามึงว่ะ  กูไม่อยากโดนแดกเดิมพันฟรี”

 

“อ้าว  เหี้ยแล้วไง” ผมยกมือขึ้นกุมขมับ มองหน้าลีวายส์ที่กำลังมองมาเช่นกัน  ไม่บ่อยนักที่ผมจะลงแข่งในสนาม นานๆทีจะนึกสนุกลงไปแข่ง แล้วยิ่งมีเด็กพ่วงท้ายมาด้วยยิ่งแล้วใหญ่ แต่จะทำยังไงได้ล่ะ เพื่อนไม่ช่วยเพื่อนแล้วใครจะช่วย ผมเลยพยักหน้ารับไอ้แมนไป

 

“มึงไปเตรียมตัวก่อน จะหมดรอบแล้ว เดี๋ยวมึงต้องลงเลยนะ” อ้าวสัด ไม่ให้กูเตรียมใจเลยนะอย่างนั้นน่ะ 

 

ผมมองลีวายส์อย่างชั่งใจก่อนจะลุกขึ้น แต่ทันทีที่ผมลุกขึ้นลีวายส์ก็ยื่นมือมากำชายเสื้อผมไว้แน่น  ร่างเล็กมองผมน้ำตาซึมๆ

 

“กูไม่ได้ทิ้งหรอกนา....” ผมพูดบอก ร่างเล็กกลับสั่นหัวไปมาอย่างไม่เข้าใจสิ่งที่ผมพูด “ไปแป๊บเดียว  เดี๋ยวก็มา” ผมดึงมือลีวายส์ออก ก่อนจะเดินออกมาเลย

 

ผมยืนนิ่งอยู่หน้าประตู มือจับลูกบิดไว้และเปิดเข้าไปอีกรอบ เห็นลีวายส์ยืนร้องให้เอามือปิดหน้าแต่ผมไม่ทันได้เข้าไปไอ้แมนเรียกไว้ซะก่อน

 

“เอาว่ะ.....” ไอ้แมนพูดบอกกับผม แต่ผมไม่ได้สนใจมากนัก เพราะตอนนี้ในหัวมีแต่ภาพของลีวายส์ที่ยืนร้องไห้เมื่อกี้คอยแต่จะผุดขึ้นมาในหัว

 

ผมรีบเดินไปขึ้นรถและพยายามสะบัดหัวแรงๆแต่ภาพในหัวก็ยังไม่จางหายแถมหูยังแว่วได้ยินเสียงร้องของร่างเล็กอีกด้วย

 

ผมเคลื่อนรถมายังจุดสตาร์ทและเมื่อมีสาวสวยถือธงเดินออกมาส่งสัญญาณผมก็เริ่มเร่งเครื่องยนต์   ไม่นานเสียงปืนดังส่งสัญญาณให้รถออกตัว ผมจึงรีบกระชากตัวออกรถด้วยความเร็ว

 

บอกตามตรงในหัวตอนนี้ไม่ได้คิดถึงเรื่องจะเอาชนะเลยด้วยซ้ำ ผมเพิ่มความเร็วขึ้นเมื่อได้จังหวะแซงหน้ารถคันแล้วคันเล่าเพื่อให้ถึงเส้นชัยเร็วที่สุด

 

การแข่งรอบนี้เราแข่งกันสามรอบสนาม  คันไหนถึงเส้นชัยในรอบที่สามก่อนชนะ และไม่มีกฎตายตัวผมถึงได้เบียดรถคันอื่นๆออกจากสนามไปแล้วสองสามคัน เพราะมันขวางหูขวางตา และผมคิดว่าครั้งนี้กูขับได้กวนตีนสุดๆ

 

 

ในที่สุดผมก็เข้าเส้นชัยจนได้แต่ผมไม่รู้หรอกว่าผมชนะหรือเปล่าเพราะพอผมขับรถเข้าเส้นชัยมาจอดเลยเส้นนิดเดี๋ยวก็รีบลง จนไอ้แมนต้องรีบวิ่งเข้ามาหา ผมถอดหมวกโยนให้มันและวิ่งเข้าไปในออฟฟิศ

 

“เฮ้ยเยี่ยมว่ะ....เฮ้ยไอ้ธาร....รีบไปไหนวะ”เสียงไล่หลังของไอ้แมน ซึ่งผมไม่ได้สนใจมันเลย

 

ผมตรงเข้ามายังห้องพักเปิดประตูเข้าไป แต่ภาพตรงหน้าที่เห็นทำให้ใจผมกระตุกวูบและเลือดสูบฉีดขึ้นหน้า

 

“ไอ้เหี้ย!!!!

 

“อย่าร้อง....คนดี.....เฮ้ย!!!!”   ผั่วะ!!!   ผั่ว!!!   ผลัก!!!! 

 

ผมเข้าไปซัดไอ้หน้าอ่อนที่มาจากไหนไม่รู้จนลงไปกองอยู่กับพื้น มันกำลังพยายามยื่นขนมให้ลีวายส์และทำท่าจะยกร่างเล็กขึ้นอุ้ม ซึ่งลีวายส์ขัดขืนและเอาแต่ร้องไห้

 

“ฮือออออ.....อึกๆ....อืออออออ” ลีวายส์ยืนร้องไห้อยู่กับที่ ในขณะที่ผมยังไปปล่อยมือจากไอ้หน้าอ่อนนี่

 

“เฮ้ย! เหี้ยแล้ว  ปล่อยๆ ไอ้ธาร  ปล่อยนี่เด็กใหม่ เว้ย” ไอ้แมนรีบผลักผมออกจากไอ้เด็กใหม่ที่ว่านั่น มันยกมือไหว้ผมอย่างกล้าๆกลัวๆ

 

“ผะ...ผมแค่เห็นน้องเค้าร้องนานน่ะครับ ผมเลยเข้ามาดู  ผะ...ผมไม่ได้คิดจะทำอะไร  จริงๆนะพี่” มันรีบพูดบอกก่อนจะหลบไปอยู่ด้านหลังไอ้แมน

 

“อืออออออ....อึกๆ...พี่ธารทิ้ง....อึกๆ....ลีวายส์” วีวายส์เดินเข้ามาดึงชายเสื้อผม ส่วนอีกข้างทุบตีผมด้วยแรงอันน้อยนิดของมัน

 

ไอ้แมนกับไอ้เด็กใหม่นั่นออกไปจากห้อง ผมเลยอุ้มร่างเล็กขึ้นมาไว้ในอ้อมแขน ลีวายส์รีบโอบรอบคอผมไว้แน่นเหมือนกลัวผมจะหายไป ก่อนจะซุกหน้าลงมากับซอกคอผม ผมเองก็กระชักอ้อมกอดแน่นเช่นเดี๋ยวกัน

 

ไม่รู้ทำไมเมื่อเห็นน้ำตาของร่างเล็กผมถึงได้รู้สึกผิดจนเจ็บใจตัวเองนิดๆที่ทิ้งลีวายส์ไว้คนเดียว ผมคงเข้าใจขึ้นมาในระดับหนึ่งแล้วว่าความรู้สึกของคนที่ถูกใครคนหนึ่งทิ้งเค้าจะเสียใจมากแค่ไหน  มากซะจนร้องไห้ไม่หยุดและนอนหลับไปเลยล่ะ หึ!

 

ผมอุ้มลีวายส์ที่โอบรอบคอผมไม่ยอมปล่อยมาตั้งแต่ในสนามจนถึงคอนโด ขนาดนั่งรถกลับยังต้องให้มันนั่งด้านคนขับกับผมเลยครับ และก็เผลอหลับไปเนี่ยแหละ กลับมาถึงห้องอย่างกะลิงเกาะผมอยู่อย่างงั้น

 

ผมเปิดประตูเข้ามาและตรงไปยังห้องนอนทันที ผมวางมันลงบนเตียงกว้างก่อนจะค่อยๆแกะมือที่โอบรอบคอผมออกแต่....ไม่ออก- -;;

 

เหี้ยล่ะ แล้วกูจะอาบน้ำยังไงเหงื่อโชกกายซะขนาดนี้  เฮ้อออออ   กึ่ก! ในจังหวะที่ผมหันมามองลีวายส์ถึงกับสะดุ้ง เพราะปลายจมูกผมกับร่างเล็กเตะกันพอดี

 

ผมไล่มองหน้าใสตั้งแต่ตากลมที่บวมเพราะผ่านการร้องให้มานานพอสมควร กำลังหลับพริ้ม จมูกนิดที่โตขึ้นน่าจะโด่งใช้ได้ สองข้างแก้มแดงระเรื่อ และปาก.....

 

จ๊วบ!!!   เฮ้ย!!!!!  ผมเปล่าจูบนะ....คะ....แค่.....เหี้ย!!!   ผมแค่คิดว่าจูบปากสีหวานนั่นนิดเดี๋ยวแต่มันเกิดมีเสียงจ๊วบขึ้นมา ผมเลยชะงักและรีบแกะมือลีวายส์ที่โอบรอบคอผมออก

 

“ฮึกๆ...อืออออ” เอาแล้วไงกู  พอมือหลุดออกจากคอผมเท่านั้นแหละร่างเล็กสะดุ้งร้องไห้ออกมาเลยทีเดียว

 

และผมก็ต้องหันกลับไปนอนลงข้างๆดึงมันเข้ามากอด ลีวายส์รีบซุกเข้าหาผมทันทีโดยหารู้ไม่ว่าถ้าสันดานดิบกูแผ่ซ่านกับเด็กขึ้นมาเมื่อไหร่ มึงไม่รอดแน่  เด็กเวรรรรรรรรรรรรรรรรร

 

ปวดไข่  เฮ้ย!!!!!   ปวดหัวฉิบ!

 

 

............................................................

 

อีธาร : ก็กูจะหยาบอ่ะ ใครจะทำไม มันไม่ใช้ลูกกูซะหน่อย  แต่เป็น......เด็กกู!

555555555555555555  ขอบคุณค่ะ ชอบไม่ชอบบอกๆ กันมั่งน้าาาาา มั๊วๆ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น