winterandwhite

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 11

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย Yuri

คนเข้าชมทั้งหมด : 56

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ต.ค. 2562 20:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 11
แบบอักษร

“คุณ คุณเบธ คุณเบธคะ”

“หืม ตีสี่สี่สิบห้า”

“คือเดี๋ยวฝนต้องแวะไปหาให้พี่เดือนก่อน แล้วถึงไปทำงานค่ะ ถ้ายังไงคุณอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนก็ได้ เดี๋ยวฝนไปส่งคุณที่บ้านก่อนค่ะ” ฝนต้นเมษานั่งที่นั่งคุกเข่าอยู่ข้างโซฟาที่เบธนอนอยู่ กล่าวพร้อมยื่นเสื้อยืดคอวีสีขาว และกางเกงกีฬาขาสั้นสีดำให้ เป็นชุดเหมือนกับที่เบธใส่เมื่อคืนไม่มีผิด

“ค่ะ ขอเวลาเบธครู่นึงนะคะ”

เบธรับเสื้อผ้ามา คว้าของใช้ส่วนตัวที่มักจะพกติดกระเป๋าไว้เสมอแล้วเข้าห้องน้ำไป จริงๆ แล้วเบธมีเสื้อผ้าครบชุดอยู่ 1 ชุด แต่ก็ไม่ยอมหยิบมาใช้ ตัดสินใจยืมเจ้าของบ้าน เพื่อที่ว่าวันหลังจะได้เอามาคืน

กระทั่งเบธอาบน้ำเสร็จ

“คุณฝนคะ เดี๋ยวเสื้อผ้าเบธเอาไปซักให้ แล้วจะเอามาคืนวันหลังนะคะ”

“ค่ะ”

เจ้าของเสื้อตอบสั้นๆ แล้วก็หิ้วของออกไปไว้ในรถ ส่วนเบธนั่งเป่าพัดลมให้ตัวแห้งนิดหน่อย เก็บของใช้ส่วนตัว สะพายกระเป๋า แล้วก็ออกไปนั่งล้างคอมแบทที่เลอะโคลนอยู่หน้าบ้าน ก่อนจะตามไปขึ้นรถ

รถยนต์คันเล็กถูกสตาร์ทเครื่องด้วยเจ้าของ ที่วันนี้มีพละกำลังพอที่จะขับด้วยตัวเอง ก่อนจะเดินรถออกไป บรรณารักษ์สาวในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวทับด้วยกางเกงสแล็คสีดำ ชุดประจำของเธอ หันไปคุยกับคนที่นั่งข้างๆ นิดหน่อย

“ใจคอคุณจะใส่ชุดนี้ กับรองเท้าคู่นี้ จริงๆ เหรอคะ”

“เอาเสื้อคุณไปแล้ว จะให้เอารองเท้าไปอีก เบธเกรงใจค่ะ”

“จะว่าไป เดี๋ยวก็ถึงบ้านคุณแล้ว เช้าๆ แบบนี้ด้วย คงไม่มีใครเห็น”

“ลองดูค่ะ”

จากนั้นเบธก็บอกเส้นทาง ให้ฝนต้นเมษาขับรถไปส่งที่บ้าน ซึ่งอยู่ห่างกันไม่น่าจะเกินสิบกิโลเมตร รถยนต์บนท้องถนนไม่มากแต่ก็ไม่น้อย เนื่องจากยังเป็นวันทำงาน ประชาชนส่วนหนึ่งก็เริ่มทยอยออกจากบ้านเดินทางไปสู่ที่ทำงานกัน

และเมื่อรถของฝนต้นเมษามาจนเกือบจะถึงหน้าบ้านเบธ

“สงสัยฝนคงต้องจอดตรงนี้แล้วล่ะค่ะ” เธอกล่าว เมื่อมองไปเห็นลูกค้ากำลังนั่งรับประทานอาหาร บางส่วนก็คร่อมมอเตอร์ไซค์รออยู่ ผู้คนมากมายไปหมด

เบธก้มลงไปถอดรองเท้า

“บางที เบธก็คิดว่า เดินเท้าเปล่า อาจจะสะดุดตาน้อยกว่า”

ทำเอาบรรณารักษ์ของเบธถึงกับหัวเราะ

“ดีจังเลยนะคะ ที่บ้านคุณเป็นร้านอาหาร ไว้วันหลัง ฝนจะแวะมาทาน”

“มาทานค่ะ ทานได้ แต่ไม่ต้องจ่ายเงินนะ”

“ของซื้อของขายค่ะ”

“เอาแบบนี้ดีกว่า ถ้านานๆ มาทีก็จ่ายเงิน แต่ถ้ามาทุกวัน เบธให้กินฟรี”

ฝนต้นเมษาเงียบไปชั่วขณะ เหมือนกำลังตีความหาความหมายที่แท้จริงในประโยคที่เบธพูด แล้วเธอก็เริ่มรู้สึกตัวว่า ตั้งแต่เมื่อวาน จนถึงตอนนี้ เธอปล่อยตัวปล่อยใจให้เบธมากเกินไปแล้วหรือเปล่า

“ขอบคุณมากนะคะ เอ่อ แล้วถ้าฝน ช่วยอะไรคุณได้ คุณบอกฝนนะคะ”

“ไม่บอกหรอกค่ะ เบธแค่อยากทำให้คุณ อยากเป็นคนที่จะคอยทำอะไรๆ ให้คุณ”

“มันจะเป็นแบบนั้นไม่ได้หรอกนะคะ การทำอย่างนั้น จะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนเสียสมดุล”

เบธสะดุดนิดหน่อยตรงคำว่าเพื่อน แม้จะบอกตัวเองไม่ได้ว่า จะสะดุดทำไม แต่มันก็สะดุดไปแล้ว เบธหันมาอมยิ้มเพื่อให้ฝนต้นเมษาสบายใจ ก่อนจะลงรถ แล้วเดินเท้าเปล่า สะพายกระเป๋า หิ้วคอมแบทเดินไปที่หน้าร้าน แล้วก็หายเข้าบ้านไป

‘ฉันไม่อยากเสียคุณไปให้ใคร ดังนั้น อย่ามาเป็นของฉันตั้งแต่ต้นเลย’  

คนในรถคิดแบบนั้น และไม่ใช่เพิ่งจะคิดได้ ทว่าเธอคิดแบบนั้นมาเสมอ ตั้งแต่รู้ตัวว่า เพลี่ยงพล้ำไปติดอยู่ในกับดัก ของคนที่มากด้วยเสน่ห์ คนแบบที่เธอชอบ และไม่ชอบในคราวเดียวกัน เธอถอนหายใจยาวก่อนจะขับรถไปทำหน้าที่ของตัวเอง

เบธขึ้นมาที่ห้องนอน เหลือบดูนาฬิกาพบว่า ตัวเองยังสามารถงีบได้ต่อสักชั่วโมงก่อนจะเตรียมตัวออกไปทำงาน แต่เพราะในหัวมันมีอะไรตีกันมากมายไปหมด ความสุขที่เพิ่งได้รับมา มันจากเบธไปรวดเร็วจนตั้งตัวแทบจะไม่ทัน การข่มตานอนกลายเป็นเรื่องยากขึ้นมา เบธตัดสินใจแต่งตัว แล้วออกไปทำงานตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างมากนัก

“น้าปรางหวัดดี เบธไปทำงานแล้วนะ”

“ขยันจริงเชียวรั้วของชาติ”

เบธยกมือไหว้น้าปราง แต่ในขณะที่กำลังจะเดินไป

“เบธ เดี๋ยวๆ วันก่อนน่ะ ไอ้สมชายมันบอกน้าว่า มันท่องสูตรคูณได้แล้ว ให้พี่ทหารเอาที่บังคับเครื่องบินมาให้ด้วย”

“ฮั่นแน่ะ” เบธเลยส่งเสียงแซวน้าปราง

“น้าไม่ได้อยากคุย ไม่ว่าจะคนโตหรือเด็ก ไม่อยากจะญาติดีด้วย แต่เด็กมันวิ่งมาบอกน้าเอง”

“โอ้ว เป็นแบบนี้นี่เอง”

เบธยังทำหน้ากวนๆ อยู่ น้าปรางเลยชี้หน้าจะเอาเรื่อง อย่างที่ชอบทำ เบธก็เลยรีบวิ่งออกไป เมื่อได้ขึ้นรถประจำทาง เบธก็ยังคงนั่งคิดทบทวนความรู้สึกของตัวเอง พลันคิดถึงคำเตือนของน้องสาว ว่าการกระทำของเบธอาจจะทำให้ผู้หญิงอย่างน้อยสองคนเสียใจ แต่เบธก็บอกตัวเองว่า ตัวเองจะไปทำให้ใครเสียใจได้ เพราะหัวใจตัวเองก็บางเฉียบเสียขนาดนี้

ขณะที่รถประจำทาง วิ่งเอื่อยๆ ผ่านหน้าร้านต้นไม้ตาขวัญ เบธมองไปเห็นรถบรรทุกมารับซื้อต้นไม้ของแก้วอีกแล้ว และน่าจะเป็นเจ้าเดิมเพราะเบธจำลักษณะของรถได้ เบธเลยอมยิ้ม ส่งกำลังใจให้ผู้หญิงใจสู้อย่างแก้วตาขวัญ และภาวนาให้กิจการของเธอไปได้ดี

เมื่อถึงที่ทำงาน เบธก็ตรงไปที่โรงอาหาร เช้าๆ แบบนี้ คงมีแต่ป้าผกาคนเดียวที่มาทำงานแล้ว

“หมวดเบธ ป้ารู้แล้วค่ะว่าขยัน แต่นี่มันจะเช้าเกินไปไหมคะ”

“มาค่ะป้าผกา เดี๋ยววันนี้ เบธเป็นลูกมือให้เอง”

เบธในชุดหมีสุดเท่ ถอดกระเป๋าสะพายหลังวางไว้ที่โต๊ะ แล้วเดินเข้าครัวไปช่วยป้าผกา แม่ครัวคนขยันทำอาหารสำหรับเช้านี้ ทำให้ป้าผกามีเพื่อนคุย และมีคนช่วยยกถังน้ำหนักๆ ให้ด้วย

“หมวดเบธนี่น่ารักจังเลยค่ะ มีน้ำใจ อ่อนน้อม แต่ก็มีอารมณ์ขัน คุยสนุก ที่บ้านเลี้ยงมายังไงคะ ป้าอยากจะได้เคล็ดลับ ลูกป้าแต่ละคนไม่ได้ดั่งใจป้าเลย เหลือก็แต่ ไอ้ราตรี ที่ยังเด็ก ยังพอจะอบรมได้ ป้าอยากให้มันน่ารักเหมือนหมวดเบธ”

“ป้าผกาชมเบธมากไปหรือเปล่าน้อ เบธเนี่ยนะ น่ารัก”

“ไม่มากไปหรอกค่ะ ไม่เชื่อ หมวดเบธก็ไปถามทหารเสมียน ที่อยู่ตึกยุทธการ พยาบาลทหาร อาจารย์โรงเรียนทหาร แม้กระทั่ง ดุริยางค์ทหารอากาศ เค้าก็รู้กันทั้งนั้นน่ะค่ะ ว่าหน่วยโดรน มีหมวธเบธที่แสนน่ารักประจำการอยู่”

“ฮะ! ”

“หมวดเบธสังเกตมั้ยคะ ว่าบางวัน ก็มีทหารผู้หญิงจากหน่วยอื่นๆ มากินอาหารกลางวันที่โรงอาหารเล็กๆ ของเรา จนโต๊ะแน่นไปหมด”

“ค่ะ เคยเห็นอยู่ แต่คิดว่าเค้ามาเรื่องงานกัน”

“เปล่าหรอกค่ะ เค้ามาดูหมวดเบธกัน ป้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่าใครไปปล่อยข่าว”

ป้าผกาของหมวดเบธ คนที่มีความเป็นไปได้มากที่สุดว่าเป็นคนปล่อยข่าว ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ขณะกวนข้าวต้มอยู่ในหม้อ

มื้อเช้าของเบธสิ้นสุดลงไปด้วยความสงสัย เบธไม่ได้ติดใจเรื่องรสอาหาร แต่ติดใจเรื่องที่ป้าผกาเล่าให้ฟัง ทั้งๆ ที่เบธก็คิดว่าตัวเองทำตัวปกติ คนทั่วไปเค้าก็เป็นกันแบบนี้ไม่ใช่เหรอ ใครเดือดร้อนอะไรเราก็ช่วย ถ้ามีโอกาสทำให้ใครยิ้มได้แล้วก็ควรทำ เรื่องแค่นี้ทำให้คนเราน่ารักได้ขนาดนั้น จริงๆ เหรอ เพราะเบธไม่รู้สึกตัวเลย

เบธมาถึงห้องทำงานคนแรก ก็จัดการถอดเมมจากโดรนที่นำไปบันทึกภาพเมื่อวันก่อนออกมาดาวน์โหลดลงคอมพิวเตอร์ แล้วนั่งดู เพื่อเช็คความคมชัดของภาพ นอกจากนั้นก็เผื่อว่า คลิปที่ถ่ายออกมา จะติดภาพอะไรที่เป็นผลดีกับคดีของกัญญพีร์ได้ แต่ยิ่งดูก็ยิ่งเบื่อ เพราะไม่มีอะไรน่าสนใจ เบธก็เลยกดข้ามๆ ไปหยุดดูคลิปช่วงที่ถ่ายร้านตาขวัญนิดหน่อย

“ชิบหายแล้ว เอาแคคตัสหัวสีที่แก้วให้ไปทิ้งไว้ที่ไหนวะเนี่ย ซวยแล้วไอ้เบธ! ” จากที่นั่งดูเพลินๆ เบื่อๆ จนจะหลับ เบธก็สะดุ้งขึ้นมานั่งตัวตรง แล้วตั้งใจดูคลิปที่เหลือ ไม่ใช่เพื่อจับผิดคนร้าย หากแต่เพื่อตามหาแคคตัสที่หายไป

เบธนั่งอดทนดูทุกๆ วินาทีของคลิปที่ผ่านไป จนกระทั่งเหตุการณ์ในคลิปไปจบลงที่หน้าห้องสมุด ภาพในวินาทีสุดท้ายของคลิป เป็นภาพของบรรณารักษ์สาว ที่เบธบังคับให้โดรนเข้าไปถ่ายเธอให้ใกล้มากที่สุด

“ยิ่งเห็นหน้าคุณ เบธยิ่งคิดถึง คุณจะรู้บ้างไหม คุณฝนต้นเมษา” เบธเพ้อถึงคนในหน้าจอคอมตรงหน้านิดหน่อย ก่อนจะคิดออกว่า ขณะที่เบธแอบถ่ายบรรณารักษ์ เบธวางถุงใส่แคคตัสไว้ข้างๆ เสาไฟ และไม่รู้ว่าป่านนี้ มันจะยังอยู่ดีหรือเปล่า

“อุ๊ยตาย ว๊ายกรี๊ดดด นี่อุตส่าห์มาเร็วแล้ว ก็ยังไม่ได้เป็นคนแรกอยู่ดี”

หมวดดลที่ตั้งใจว่าวันนี้จะมาให้ถึงที่ทำงานคนแรกโวยวายนิดหน่อยทันทีที่ก้าวเข้ามาให้ห้อง เบธรีบปิดคลิปที่เปิดอยู่ แล้วเปิดงานขึ้นมาไว้ที่หน้าจอ จากนั้นก็ทำท่าเหมือนว่าไม่มีอะไร

“แหม ทำเป็นมาเร็ว มาแล้วก็มานั่งแต่งหน้าทำผม สุดท้าย ก็เริ่มงานเวลาปกติอยู่ดี” เบธทำเป็นแซวเพื่อรักษาสถานการณ์

หมวดเบธเบะปากใส่นิดหน่อย แล้วก็ย่ำเท้าตึงตังจนกระทั่งมาถึงโต๊ะ จากนั้นก็นั่งลง แล้วก็เอาอุปกรณ์เสริมความงามขึ้นมา กางกระจกแล้วก็เริ่มบรรเลง ขณะที่ก็ชวนเบธพูดไปด้วย

“แล้วคุณผู้หมวดคนหล่อ เป็นไงบ้างล่ะคะ หัวจงหัวใจน่ะ มันดีขึ้นมาบ้างหรือยัง ยังไงก็อย่าให้เสียการเสียงานล่ะ”

“แหมๆ ทำมาห่วงงาน คนหัวใจแข็งแรงอย่างหมวดดลคนงามล่ะคะ อาวุธเคมีทำลายล้างโลกน่ะค่ะ ไปถึงไหนแล้วคะ ตัวโดรนมันใช้งานได้แล้วนะคะคุณ”

“ยังมีเวลาอีกหลายเดือน เราก็ควรใช้เวลาให้คุ้มค่าสิคะ”

“คุ้มเหมือนโปรเจ็คก่อนหน้า ที่เราสองคนยืนนำเสนองานกับหัวหน้า ขณะที่เฮียคีย์กำลังปริ๊นรูปเล่มรายงานอะน่ะ ก็เอาที่คุณดลสบายใจเลยนะคะ เบธคนหล่อคนนี้จะไม่ขัดขวาง” เบธประชดประชัน ขณะที่เดินไปนั่งตักหมวดดล แกล้งชนที่ข้อศอกเธอด้วยนิดหน่อย ทำเอาลิปสติกในมือเกือบร่วง

“ไอ้เบธ! ของแพงนะเว้ย”

“แพงเหรอ ไหน มาทาให้เบธหน่อยสิคะ ดลขา”

“ก็หันมาดีๆ สิยะ”

เบธเลยหันหน้าไปหาหมวลดลแบบดีๆ จับข้อมือสองข้างเอาไว้ แล้วยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ

“เอาปากประกบกันเลยเนอะ ง่ายดี”

“นี่ ถ้ามึงเป็นชายชาตรี กูจับทำผัวแล้ว สายตามึงนี่นะ เหลือร้ายจริงๆ”

 

“เฮ้ยยยย!! ไอ้สองคนนั่นทำอะไรกันวะ จะกินกันเองแบบนี้ไม่ได้เลยนะเว้ย”

หมวดคีรีเดินเข้ามาเห็นฉากเกือบจะเลิฟซีนนั้นพอดี ก็เลยโวยวายเสียงดัง แต่กระนั้นเบธก็ยังไม่ยอมหยุดเล่น

“ไอ้ดล ถ้าเราจุ๊บกันจริงๆ เฮียคีรีจะหัวใจวายตายมั้ย”

“มึง กูตายก่อน”

“ว้า ไม่สนุกเลย ทำงานต่อดีกว่า”

เบธทำหน้าเซ็งๆ แล้วก็กลับมานั่งที่โต๊ะตัวเอง หมวดคีรีที่วางสัมภาระไว้ที่โต๊ะตัวเองเรียบร้อย ก็เดินถือกระดาษแผ่นหนึ่งมาด้วย

“เอ้อ แกสองคนเห็นประกาศงาน ‘เชื่อมไมตรี น้องพี่ทัพอากาศ’ หรือยัง”

“เฮียเล่ามาเลยว่า ปีนี้มีอะไรบ้าง เอาแบบสรุปๆ”

“สรุปเลยนะ”

“เออ เอาตรงที่เด็ดๆ ที่ไม่เหมือนกับปีที่แล้ว แต่ถ้าเหมือนทุกอย่าง ให้พูดสั้นๆ ว่า เหมือนเดิม” หมวดดลที่กำลังเขียนคิ้วกล่าว

“มีประกวดขวัญใจทัพอากาศ และมีคำสั่งจากหัวหน้ามาแล้วว่า ฝ่ายชายจะส่ง หมวดกัปตัน ส่วนฝ่ายหญิง จะส่งหมวดนฤเบธ เข้าประกวด”

“อ่อ ก็ดี ...ฮะ! ฝ่ายหญิง เฮียว่าใครนะ! ”

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น