ยูโร...เด็กหัวขาว

=_= มันคืออะไรบอกที ทำไมกดลบตอนนิยายที่ลงซ้ำไม่ด๊ายยยย!! ={}=!!! พลาดไปแล้วววววว
Sugar Boy ผมกลายเป็นเมียพี่รอง ภาค 2 [Boy's love/Yaoi18+]

ชื่อตอน : ผมกลายเป็นเมียพี่รอง ภาค 2 : บทนำ

คำค้น : ผมกลายเป็นเมียพี่รองภาค 2,นทีเลย์,boy's love,Platinunx

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.4k

ความคิดเห็น : 11

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ธ.ค. 2558 06:14 น.

ผมกลายเป็นเมียพี่รอง ภาค 2 : บทนำ

แบบอักษร

Sugar Boy SS1 : Intro

 

 

 

 

หลังจากที่เราตกลงปลงใจคบกันได้ไม่นาน ผมได้มีโอกาสพูดคุยกันกับคุณแม่ของเลย์สองต่อสองในวันนี้ ดูเหมือนเธอจะตรวจดูเวลาเรียนของเลย์ที่ไม่ตรงกับผมมาเป็นอย่างดี เธอเลือกนัดผมมาในเวลานี้ที่เลย์มีเรียนบ่ายและตอนนี้ผมก็กำลังออกจากมหาลัยเพื่อไปพบกับเธอหลังจากแยกกับเลย์ที่โรงอาหารแล้ว

 

ผมโกหกเขาไปว่าจะมารอที่ห้องชมรม โดยไม่ได้บอกเรื่องที่ออกมาข้างนอกให้ได้รู้

 

 

 

                                'มาพบกับฉันที่โรงแรมXXX ฉันจะรอเธอที่ชั้น 70 บอกกับพนักงานว่ามาพบฉัน

                                แล้วเขาจะพามาเอง ห้ามให้เลย์รู้และตามมาด้วยเด็ดขาด'

                                                                                 

                                                                                                          'พิมพ์มณี'

 

 

 

ผมก้มมองดูแผ่นกระดาษในมือที่เขาให้คนแอบเอามายัดใส่มือให้ผมตอนกำลังเข้าไปเรียนเมื่อเช้า ผมเก็บแผ่นกระดาษในมือเข้ากระเป๋าก่อนจะขึ้นรถสปอร์ตคันหรู ขับทะยานไปยังจุดหมาย ไม่นานก็มาถึงที่โรงแรมดังกล่าว ผมขึ้นลิฟต์มาถึงชั้น 70 ซึ่งเป็นส่วนของภัตตาคารฝรั่งเศสแล้วเดินไปติดต่อกับพนักงาน พอบอกชื่อของคุณแม่เลย์ออกไปเขาก็พาผมไปยังโต๊ะวีไอพีที่มีความเป็นส่วนตัวสูงห้องหนึ่งทันที

 

 

 

"สวัสดีครับ" ผมไหว้สวัสดีหญิงผู้ได้ชื่อเป็นแม่บุญธรรมตามมารยาทเมื่อเห็นเธอนั่งรออยู่ก่อนแล้ว

 

 

 

"นั่งสิ" คุณแม่เลย์ผายมือเชิญ ผมนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม ก่อนที่เธอจะหันไปยกมือเรียกพนักงานมารับออเดอร์ที่โต๊ะ

"ฉันเอา mushroom soup หนึ่งที่กับน้ำผลไม้รวม" หญิงตรงหน้าผมหันไปสั่งอาหารอย่างสบายใจ

"สั่งอาหารสิ" คุณแม่เลย์บอกเมื่อเห็นผมไม่ได้สั่งอะไร

 

 

 

"ผมมาเพื่อคุยธุระ..."

 

 

 

"เอากรีนสลัดกับน้ำผลไม้รวมเหมือนกันอีกหนึ่งชุดพอค่ะ" ไม่ทันที่ผมจะได้พูดจบเธอก็หันไปสั่งอาหารกับพนักงานด้วยรอยยิ้มชื่นบาน พนักงานหนุ่มเมื่อได้รับโอเดอร์ครบแล้วก็โค้งศีรษะให้เล็กน้อยก่อนเดินออกไป

"ตอนเด็กเวลาฉันพาไปร้านอาหารเธอจะชอบสั่งกรีนสลัดทาน น่าแปลกนะที่เด็กจะชอบของแบบนั้น" คุณแม่เลย์ท้าวคางมองผมด้วยใบหน้าที่ยิ้มหวาน แต่เป็นรอยยิ้มที่ผมมองเท่าไหร่ก็ไม่เคยรู้สึกดีเลยซักครั้งเดียว

 

 

 

"เข้าเรื่องดีกว่านะครับ ผมไม่อยากให้เลย์มารู้เข้า" ผมเข้าประเด็น คุณแม่เลย์กรอกตาครุ่นคิดอยู่ซักพัก

 

 

 

"อืม เรื่องระหว่างเธอกับเลย์ เป็นยังไงบ้างล่ะ ไปด้วยกันได้ดีมั้ย" อีกฝ่ายถาม

 

 

 

"ครับ ต้องขอบคุณจริงๆที่คุณอนุญาตให้เราได้คบหากัน" ผมโค้งศีรษะให้เล็กน้อย

 

 

 

"หรอ ก็ดีนี่ แต่จะว่าไป..." หญิงตรงหน้ามองหน้าผมอย่างพิจารณา ก่อนจะเอื้อมมือเรียวข้างหนึ่งเข้ามาประคองรูปหน้าผมไว้แล้วใช้นิ้วลูบไล้ไปมาเบาๆ ผมขมวดคิ้วมองเธออย่างไม่เข้าใจก่อนจะเป็นฝ่ายเสียมารยาทเบือนหน้าออก

"เธอนี่ยังหยิ่งยโสไม่เปลี่ยนเลยนะ" ผมรู้จักกันผู้หญิงคนนี้ในวันแรกที่ถูกรับมาเลี้ยง ช่วงแรกที่เธอรับผมมาเธอดูแลผมดีทุกอย่าง พาไปเที่ยว ซื้อทุกอย่างให้ ใช้เวลามากมายอยู่ผมกับราวกับเป็นแม่แท้ๆ ผมเห็นรอยยิ้มของเธอ มันดูสดใสและน่าหลงไหลกว่ารอยยิ้มในตอนนี้อยู่มาก หลังจากนั้น 2 ปี เมื่อเลย์ปรากฏตัวขึ้นมา ผมก็เริ่มถูกเขี่ยทิ้งและถูกสั่งให้ไปฝึกงานต่างๆ ยอมรับว่าตอนนั้นผมรู้สึกไม่ชอบเลย์จริงๆ ผมถึงเย็นชาใส่เขาขนาดนั้น แต่เลย์มันก็ไม่เคยยอมแพ้เลยที่จะพยายามตามติดและอยู่ข้างกายผมตลอดเวลา มันเอาแต่เรียก พี่ทีครับ พี่ที พี่ทีอยู่ทุกวี่ทุกวันจนน่ารำคาญ แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่ามันน่ารักมากจริงๆ

 

 

 

"ขออภัยครับ" ผมเอ่ยขอโทษไปหากทำอะไรเป็นการเสียมารยาทใส่เมื่อกี้ แต่นอกจากเลย์แล้วผมก็ไม่ค่อยชอบจริงๆที่จะถูกใครแตะต้องตัว

 

 

 

"จะว่าไปเธอนี่โตขึ้นก็หล่อมากเลยนะ ขนาดฉันยังอดที่จะมองเธอไม่ได้เลย" สิ้นเสียงหญิงตรงหน้าผมได้แต่ขมวดคิ้วมองเธอกลับไปด้วยสายตาที่นิ่งสงัด ในใจลึกๆก็อยากรู้มากจริงว่าเธอต้องการอะไรกันแน่ หรือต้องการให้ผมเลิกกับเลย์อย่างนั้นหรอ

"แต่วางใจเถอะ เธอไม่ใช่สเป็คฉันหรอก พอดีว่าฉันชอบผู้ชายหน้าหวานๆผมนุ่มสลวยมากกว่านะ" เธอยิ้มเก่งมากจริงๆ ใบหน้าเธอเวลายิ้มเข้าเค้าเดียวกับเลย์เลยล่ะ แต่รู้สึกเลย์จะยิ้มได้น่ามองกว่าเธอซะอีก เพราะรอยยิ้มของเลย์ที่ผมได้รับอยู่ทุกวัน มันเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่จริงใจ

 

 

 

"แบบเลย์น่ะหรอครับ" ผมออกความเห็น เมื่อรู้สึกว่าสเป็คที่เธอพูดถึงมันดูคลับคล้ายกับเลย์มาก อีกอย่าง คุณพ่อของเลย์หรืออดีตสามีของเธอคนนี้ตอนสมัยหนุ่มๆก็หน้าตาเหมือนกับเลย์ตอนโตมากจนราวกับถอดแบบกันออกมาเลยล่ะ ผมเคยไปพบท่านที่ญี่ปุ่นและท่านก็เคยให้ดูอัลบั้มภาพของเลย์ตอนเล็กๆ ตอนนั้นเห็นท่านถ่ายคู่กับเลย์ด้วย ตอนนั้นเลย์มันเพิ่งสองขวบเอง ส่วนคุณพ่อของเลย์ตอนนั้นก็อายุราวๆยี่สิบปลายๆ

 

 

 

"อือ คงงั้นมั้ง เด็กคนนั้นน่ะโตมาหน้าตาถอดแบบเดียวกับพ่อของเขามากเลย แทบจะไม่มีเค้าของฉันอยู่เลยล่ะ" หญิงตรงหน้าพูด แว๊บหนึ่งเมื่อเธอพูดถึงเลย์ผมแอบเห็ยรอยยิ้มที่สดใสขึ้นมา แต่ก็แค่แว๊บเดียวเท่านั้น

 

 

 

"อาหารที่สั่งได้แล้วครับ" พนักงานหนุ่มหน้าตาดีเดินเข็นรถเข้ามาขัดจังหวะการสนทนา พร้อมกับเสิร์ฟอาหารให้เราสองคนก่อนจะเดินแยกออกไป

 

 

 

"เธอคงจะสงสัยล่ะสิว่าวันนี้ฉันเรียกเธอมาทำไม เอาตรงๆเลยนะฉันไม่ได้จะมาบอกให้เธอเลิกกับเลย์หรอก แค่อยากจะมาบอกความจริงบางอย่างกับเธอ..." สิ้นเสียงของเธอผมก็ชะงักไปนิด

 

 

 

"อะไรงั้นหรอครับ" ผมขมวดคิ้วถามสงสัย

 

 

 

"เกี่ยวกับตัวตนที่แท้จริงของเธอไง จริงๆเธอเป็นใคร ไม่เคยอยากรู้บ้างเลยหรอ" ผมลอบกลืนน้ำลายลงคอเฝื่อนๆ ใช่ ผมจำเรื่องราวในอดีตก่อนถูกรับมาเลี้ยงไม่ได้เลย และผมก็เคยอยากรู้มัน แต่ยิ่งพยายามคิดก็ยิ่งปวดหัวจนผมเลิกที่จะสนใจมันไปที่สุด

"ความจริงแล้ว พ่อและแม่ของเธอมีมรดกมากมายนับพันล้านตกทอดมาสู่เธอก่อนตายด้วยนะ นี่คือเอกสารมรดกทั้งหมดของครอบครัวเธอ" คนตรงหน้าก้มลงหยิบซองเอกสารในกระเป๋าหนังยื่นมาให้ผม ผมรับมาด้วยท่าทางลังเลเล็กน้อย

"เปิดดูสิ" คนตรงหน้าบอก ผมจึงเปิดมันดูด้วยความอยากรู้ และทันทีที่เห็นเอกสารตรงหน้าผมก็ถึงกับเบิกตาโพลงเมื่อเห็นข้อมูลต่างๆนาๆของพ่อและแม่ที่เสียไปแล้วที่รวมอยู่ในซองนี้ด้วย

"ใช่แล้ว...ความจริงแล้วเธอน่ะเป็น..."

 

 

 

"อึก..." ผมวางเอกสารในมือลง มืออีกข้างเอื้อมขึ้นกุมขมับตัวเองเมื่อรู้สึกปวดหัวขึ้นมาหนักๆ

"ผะ ผม...ขอตัวกลับก่อนนะครับ" ผมผวาลุกขึ้น หญิงตรงหน้าพยักหน้าให้พร้อมโบกมือลาเบาๆ ผมจึงเดินออกมาจากบริเวณนั้นแล้วตรงไปขึ้นลิฟต์กลับรถตัวเองทันที ปวดหัว...ผมปวดหัวมากๆ แล้วนี่มันอะไรกัน เอกสารพวกนี้มันเป็นของจริงงั้นหรอ จริงงั้นหรอสิ่งที่แม่ของเลย์พูดกับผมเมื่อกี้ นี่มัน...อะไรกัน...

 

 

 

 

---- To be continued ----

 

 

 

ชื่อ
ความคิดเห็น