กรกากี

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

chapter 22 แขกไม่ได้รับเชิญ

ชื่อตอน : chapter 22 แขกไม่ได้รับเชิญ

คำค้น : แอ็คชั่น/ผจญภัย

หมวดหมู่ : นิยาย ลึกลับ,สืบสวน สอบสวน

คนเข้าชมทั้งหมด : 199

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ต.ค. 2562 20:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
chapter 22 แขกไม่ได้รับเชิญ
แบบอักษร

22...      แขกไม่ได้รับเชิญ  

        โรแบร์โต้ล้มกลิ้งลงไปนอนวัดพื้นแบบไม่เป็นท่า ถึงจะบาดเจ็บหลายแห่ง แต่เขาก็ยังใจเกินร้อยยกปืนกราดยิงโต้ตอบอย่างไม่ลดละ กดดันกระทั่งเปาโลต้องถอยกลับเข้าไปหลบหลังประตูตามเดิม  

         โรแบร์โต้หมดแรงฝืน ทิ้งตัวลงนอนแผ่เลือดไหลนองพื้น  

       ออสก้าเข้ามาช่วยลากโรแบร์โต้ถูลู่ถูกังไปที่รถจนได้ แต่ไม่ทันขึ้นรถ เปาโลกับพวกก็วิ่งตามมาขัดขวาง 

            พวกคนชั่วช่วยกันรัวกระสุนใส่เป้าหมายทั้งสองแบบไม่นับ เสียงดังกึกก้องราวประทัดแตก 

            “ ปังๆๆๆโป้งๆๆ  เฟี้ยววววว ” 

        ด้วยจิตวิญญาณของบอดี้การ์ดมืออาชีพ โรแบร์โต้โผเข้าไปกอดออสก้า เอาร่างเขาบังทางปืนรับกระสุนทั้งหมดแทนนาย ยอมพลีชีพอย่างกล้าหาญเด็ดเดี่ยวที่สุด 

      ออสก้าไม่คาดคิดว่า โรแบร์โต้จะกล้าเอาชีวิตตัวเองเข้าแลกเพื่อปกป้องเขาแบบนี้   

          เขาตะลึงมองบอดี้การ์ดใจเพชร ที่เลือดท่วมตัวกำลังจะตายแหล่ไม่ตายแหล่ ด้วยความซาบซึ้งใจสุดที่จะประมาณได้ 

          ออสก้าเกิดหลงรักชายผู้เสียสละคนนี้ขึ้นมาจับใจ พิษรักแรงอาฆาตทำให้เขาคลุ้มคลั่งจนสติแตก ไม่ว่าใครที่บังอาจทำร้ายคนที่เขารัก เขาจะฆ่ามันทุกคน   

        ออสก้าทำตาขวางเหมือนหมาบ้าถูกน้ำร้อน คว้าปืนกลในมือโรแบร์โต้มารัวใส่พวกเปาโล จนหมดแม็กด้วยความแค้นเคืองที่สุดในชีวิต 

        “ ปังๆๆ โป้งๆๆ เปรี้ยงๆๆๆ ” 

          ฝ่ายตรงข้ามถึงกับแตกฮือวิ่งหนีกันหัวซุกหัวซุน แต่เด็กน้อยอย่างออสก้าไม่เคยยิงปืนมาก่อน จึงคุมปืนไม่อยู่ทำให้กระสุนส่วนใหญ่พลาดเป้าหมาย 

        ถึงออสก้าจะยิงปืนไม่แม่น แต่ก็ฉลาดพอที่จะฉวยโอกาสช่วงชุลมุนตอนนี้ ลากชายอันเป็นที่รักขึ้นรถ แล้วขับหนีออกจากบ้านไป 

         เปาโลโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง วิ่งไปเกาะประตูรั้วมองตามจนสุดสายตา แล้วเดินหน้าหงิกกลับมารวมกลุ่มกับคนอื่น 

                                    มิเคล่า เห็นชู้รักอารมณ์ไม่ดีก็พูดปลอบใจ 

      “ อย่ากังวลไปเลยที่รัก เด็กยังไม่อดนมอย่างมัน จะทำอะไรเราได้ มาช่วยกันคิดแต่งเรื่องใส่ไฟพวกมันเพิ่มความชอบธรรมให้พวกเราดีกว่า จริงมั้ยพ่อ ? ” หล่อนเจ้ากี้เจ้าการ แล้วหันไปขอเสียงสนับสนุนจากริโค่  

           แต่ไม่ได้รับการตอบรับ ทำให้นังอสรพิษนึกเคือง จ้องหน้าพ่อตาเขม็ง  

            เมื่อได้สังเกตหน้าพ่อตัวเองชัดๆ มิเคล่าก็กรี๊ดออกมาสุดเสียง 

            เปาโลมองตาม แล้วตกตะลึงตาเหลือกลาน 

              ริโค่ ว่าที่พ่อตาเขา ยืนตัวแข็งเป็นรูปปั้นถือปืน เลือดจากบาดแผลกลมดิกกลางหน้าผาก ไหลอาบใบหน้าเหี่ยวๆแดงฉานไปหมด  

        ร่างนั้นยืนอยู่ได้อีกราวครึ่งอึดใจ ก่อนล้มฟาดลงกลายเป็นศพ ต่อหน้าต่อตาเปาโลกับมิเคล่า ที่หัวใจแทบจะหยุดเต้นตามไปด้วย.. 

                               ****** 

                บนทางหลวงสายตะวันตก ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน.... 

                          หลังหนีรอดจากห่ากระสุนและอาวุธจรวดมาได้แบบเหลือเชื่อ จอห์นก็ขับรถพาวิชุดาเผ่นออกนอกเมือง  

    “ คุณไม่เป็นอะไรใช่มั้ย ? บาดเจ็บตรงไหนรึเปล่า ? ” จอห์นถามผู้ร่วมชะตากรรมด้วยความห่วงใย  

                                    วิชุดาสั่นศีรษะ 

       “ ไม่ค่ะ ฉันปลอดภัยดี แล้วคุณล่ะ ? ” เธอย้อนถาม และตกใจหน้าซีด เมื่อพบว่าเสื้อที่จอห์นใส่เปียกชุ่มไปด้วยเลือดสดๆแดงฉาน 

        “ จอห์น เลือด คุณเลือดออก คุณถูกปืนเหรอ ? ” วิชุดาร้องลั่นรถ รีบยงโย่ยงหยกเลิกเสื้อดูแผลบนบ่าเขา 

        “ ผมไม่เป็นไร ” จอห์นปั้นหน้ายิ้มแย้ม ไม่อยากให้อีกฝ่ายเป็นกังวล 

        “ เลือดไหลไม่หยุดแบบนี้ ไม่เป็นไรได้ไง เราต้องไปหาหมอ ม่ายงั้นคุณไม่รอดแน่ ” วิชุดานั่งไม่ติด ทำหน้าเหมือนเจ๊กตื่นไฟ 

        “ ไปไม่ได้หรอกครับ แผลถูกปืนแบบนี้ ทางโรงบาลต้องแจ้งตำรวจแน่นอน ช่างมันเถอะ คุณไม่ต้องกังวล แผลแค่นี้ ทำอะไรผมไม่ได้หรอก ” จอห์นยอมตาย แต่ไม่ยอมเสียความตั้งใจ เขาต้องพาวิชุดาหนีข้ามพรมแดนไปเม็กซิโกให้จงได้ 

                           วิชุดาไม่เห็นด้วย แต่ไม่ทันพูดอะไร จอห์นก็พึมพำออกมา 

      “ ผมคิดว่า มีคนแอบสะกดรอยเราอยู่ ” เขาเหลือบมองกระจกส่องหลังไม่วางตา 

     “ คุณแน่ใจเหรอ ไหน คันไหน ? ” วิชุดาเหลียวหน้าเหลียวหลังล่อกแล่ก 

        “ คันที่สี่ เอ๊ย คันที่สามต่อจากเราครับ ” จอห์น ถึงจะได้รับบาดเจ็บ แต่เขาก็ยังหูตาไวช่างสังเกตอยู่ เขาจับพิรุธรถคันนึงที่ตามมาห่างๆได้           

   “ ฉันเห็นแต่รถคอนวอยสิบแปดล้อที่ตามเรามา ใช่มันมั้ยคะ ? ” วิชุดาเอี้ยวตัวไปมอง แต่ไม่เห็น 

                                 จอห์นสั่นศีรษะ 

    “ ไม่ใช่ครับ ที่ตามเราเป็นรถตู้ เบ็นซ์ วีโต้สีดำใหม่เอี่ยม มันฉลาดมาก ตอนนี้มันใช้รถสิบแปดล้อเป็นฉากกำบัง ช่วงทางตรงแบบนี้ไม่เห็นมันหรอกครับ ต้องทางโค้งถึงจะเห็น ” 

       “ คุณวิตกจริตไปเองรึเปล่า? บางทีเขาอาจเป็นแค่เพื่อนร่วมทาง ที่บังเอิญจะไปทางเดียวกับเรา ” วิชุดาพยายามคิดในทางที่ดี 

                          จอห์นยักไหล่ แบ่งรับแบ่งสู้ 

    “ ผมก็อยากให้เป็นอย่างงั้น แต่มันเลี้ยวตามเรามาสี่ห้าไฟแดงแล้ว ยูเทิร์นหน้าผมจะลองเลี้ยวกลับรถดู ถ้ามันไม่กลับรถตามก็แสดงว่าผมวิตกจริตไปเอง ” 

                 พอถึงช่องกลับรถ จอห์นก็เลี้ยวกลับรถตามที่กล่าว  

              วิชุดานึกชมเชยจอห์น เมื่อเห็นรถตู้เบ็นซ์ วีโต้สีดำยูเทิร์นตามมาจริงๆ 

     “ มันเลี้ยวตามมาแล้ว พวกไอ้เปาโลแน่เลย เอาไงดีล่ะจอห์น ” เธอเริ่มตื่นตระหนก 

      “ ไม่ต้องวิตก ผมมีวิธีจัดการกับพวกมัน ” จอห์น เปิดเก๊ะใส่ของหน้าคอนโซลรถหยิบบางอย่างออกมา แล้วเปิดกระจกโยนข้ามหลังคาไปตกบนถนน 

     “ โป๊ะ ! ” มันแตกกระจายกลายเป็นตะปูเรือใบหลายสิบอันเกลื่อนผิวถนน 

          รถตู้ที่ตามมาไม่ทันสังเกต จึงเจอกับเซอร์ไพร์สเข้าอย่างจัง 

    “ ตูม ! เอี้ยดดดดดดด โครม !!! ”  

                รถตู้ลึกลับยางระเบิด เสียหลักพุ่งเข้าไปชนขอบแบริเออร์ข้างทางเสียงดังสนั่น แล้วเดี้ยงคาซากปรักหักพังอยู่ตรงนั้นนั่นเอง..   

                                    ****** 

          โรงพยาบาลเซาเทิร์นฮิลล์ ถนนเวสท์ซันเซ็ต.. 

           ผู้กองมอนโรฟื้นขึ้นพบตัวเองนอนอยู่บนเตียงพยาบาล บาดแผลบนศีรษะได้รับการเยียวยาพันผ้าไว้อย่างดี 

              ผู้กองมองไปรอบๆ และพบว่ามีชายแปลกหน้าคนหนึ่งนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียง 

              เขาใส่สูทสีเข้มไม่ใช่เครื่องแบบแพทย์หรือบุรุษพยาบาล อายุสามสิบต้นๆ หุ่นดีหน้าตาหล่อคมเข้มแบบหนุ่มเอเชีย  

               พอเห็นคนเจ็บรู้สึกตัว ชายคนที่กล่าวก็มีท่าทียินดี รีบลุกขึ้นมายืนยิ้มอยู่ข้างเตียง 

   “ ฟื้นแล้วเหรอครับ สวรรค์ทรงโปรด โชคดีที่คุณไม่เป็นอะไรมาก ” เขากล่าวเสียงอ่อนโยน แสดงออกถึงความเป็นห่วงเป็นใย 

   “ ที่นี่ที่ไหน ? ฉันมาอยู่ที่นี่ได้ไง ? ” ผู้กองมอนโร ทำตาล่อกแล่ก มองชายแปลกหน้าหัวจรดเท้า 

    “ คุณไม่ต้องตกใจ ที่นี่คือโรงบาลเซาเทิร์นฮิลล์ ผมพบคุณนอนสลบอยู่ข้างถนน ก็เลยพามาส่งที่นี่ ” บุรุษจากอุษาคเนย์รีบตอบข้อสงสัยคลายความกังวลให้คนเจ็บ 

                     ผู้กองมอนโรยิ้มออกมาได้ 

    “ ขอบคุณที่ช่วยฉัน หน้าตาคุณเหมือนคนเอเชีย คุณเป็นใคร ? มาจากไหน ? ” หล่อนยังมีข้อสงสัย 

                    ชายแปลกหน้ายิ้มมุมปาก 

    “ ผมเป็นแค่นักท่องเที่ยวคนหนึ่ง ที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป อย่าสนใจเลยครับผู้กองมอนโร ” เขาบ่ายเบี่ยงอย่างนุ่มนวล 

                คำพูดเขาแฝงความนัย ทำให้ผู้กองมอนโรผลุดลุกขึ้นนั่งจ้องหน้าเขาทันที 

   “ คุณรู้จักฉันได้ไง ? บอกมาสิ คุณเป็นใครกันแน่ ? ” น้ำเสียงหล่อนเหมือนกำลังสอบปากคำผู้ต้องหา 

    “ ผมเป็นใครไม่สำคัญ เห็นคุณปลอดภัยผมก็หมดห่วง เห็นสภาพคุณตอนแรก บอกตรงๆผมใจคอไม่ดีเลย ” ชายลึกลับแทนที่จะตอบคำถามกลับทำตาซึ้งใส่ แถมหยอดคำหวาน แสดงท่าทีเหมือนจะจีบ 

                ผู้กองมอนโรฝืนยิ้ม ทั้งที่หงุดหงิดเหลือกำลัง  

    “ ขอบคุณสำหรับความหวังดี แต่คุณเหมือนปิดบังอะไรฉันอยู่ หรือว่า ??  ” หล่อนทิ้งท้ายประโยคอย่างเคลือบแคลง 

    “ หรือว่าอะไรครับ ? ” ชายต่างถิ่นเลิกคิ้วสงสัย 

    “ หรือว่าคุณเป็นคนขับรถชนฉัน ? แล้วทำมาเนียน ” ผู้กองมอนโรจ้องตาเขาเขม็ง 

                            บุรุษลึกลับสะดุ้งเฮือก ทำตาโตเท่าไข่ห่าน 

     “ อ้าว ไหงพูดแบบนี้ละครับ รู้งี้ปล่อยให้นอนหนอนแทะอยู่ที่นั้นก็ดี ทำคุณบูชาโทษแท้ๆ ” เขาต่อว่าต่อขาน ส่ายหัวอย่างหงุดหงิด  

                            ผู้กองมอนโรทำตาถลน สวนทันควัน 

         “ หนอนแทะปากคุณนะสิ ถ้าคุณไม่ได้ทำอะไรผิด แล้วทำไมต้องปิดบังชื่อแซ่ความเป็นมาด้วย ? บอกมาซิ ! ” หล่อนว้ากกลับ เค้นจะเอาความจริงให้ได้ 

                           ชายแปลกหน้าทำตาปะหลับปะเหลือก ลอยหน้าเถียงฉอดๆ 

    “ ก็เพราะผมไม่ได้ทำอะไรผิดไง จึงไม่จำเป็นต้องตอบคำถามคุณ ถ้ารู้ว่าช่วยแล้วต้องโดนยัดเยียดข้อหาตกเป็นผู้ต้องสงสัยแบบนี้ ต่อให้คุณถูกรถทับหัวบี้ ผมก็จะเมินทำเป็นไม่เห็น ”  

                            ผู้กองมอนโรค้อนขวับ 

     “ ก็พฤติกรรมคุณมันน่าสงสัยพิกล คุณบอกคุณเป็นนักท่องเที่ยว แต่จุดเกิดเหตุอยู่ในซอยเปลี่ยว ไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยว แล้วคุณไปที่นั่นทำไม ? ” 

      “ ผมจะไปทำไมมันเรื่องของผม แต่ผมไม่ได้เป็นอย่างที่คุณกล่าวหาก็แล้วกัน ” หนุ่มเอเชียเถียงคำไม่ตกฟาก  

                           ผู้กองมอนโรทำตาเขียวปั้ด 

       “ คุณนี่มันกวนประสาทจริงๆ ก็ได้ฉันจะสืบเอง ฉันต้องรู้ให้ได้ว่าคุณเป็นใคร และถ้าคุณเกี่ยวข้องกับคนร้ายสองคนที่หนีไป ฉันไม่เอาคุณไว้แน่ ” หล่อนหมายหัวไว้ล่วงหน้า 

                            ชายลึกลับช้อนตามองสูงทำหน้าเหมือนเบื่อโลก 

     “ โอ๊ย คุณเพ้อเจ้ออะไรเนี่ย อย่ามโนเอาเองสิครับ สมองคุณคงกระทบกระเทือนจากอุบัติเหตุ กรุณาอย่าฟุ้งซ่าน เดี๋ยวอาการจะไปกันใหญ่ ” 

     “ ไอ้บ้า จะว่าฉันเสียสติใช่มั้ย ? ” ผู้กองมอนโรตะโกนสุดเสียง ยกมือทุบพลั่กเข้าให้ 

    “ ผมเปล่าสักหน่อย ผมก็แค่เป็นห่วงคุณ ” หนุ่มเอเชียทำตาละห้อย คลำต้นแขนที่ถูกทุบป้อยๆ 

    “ คำก็ห่วงสองคำก็ห่วง เราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย จะมาห่วงอะไรฉันหนักหนา ” ผู้กองมอนโรสะบัดสะบิ้ง 

                        ชายลึกลับอมยิ้มกรุ้มกริ่ม ทำตาเจ้าชู้ 

       “ ผมก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน แถวบ้านผมเรียกถูกชะตา สรุปง่ายๆว่าผม จุดๆๆคุณก็แล้วกัน ”                     

      “ จุดๆๆอะไร ? อย่ามาทะลึ่ง ฉันไม่ใช่เพื่อนเล่นคุณนะ ” ผู้กองมอนโรเต้นผาง ยกมือชี้หน้าจะเอาเรื่อง 

                  บุรุษนิรนามได้แต่หัวเราะ ไม่ทันโต้ตอบอะไร เสียงกริ่งโทรศัพท์มือถือเขาก็ส่งเสียงดังขัดจังหวะขึ้นมา         

                           เขาหยิบมือถือมาดู แล้วทำตาลุกวาวราวสัตว์ร้ายเห็นเหยื่อ 

   “ ขอโทษถ้าทำให้คุณโกรธ ผมมีธุระต้องสะสาง ผมคงต้องไปแล้ว ” เขาตัดบทสรุปดื้อๆ และหันหลังจะจากไป      

     ” เดี๋ยว อย่าเพิ่งไป ” ผู้กองมอนโรร้องเรียกรั้งไว้ 

    “ คุณพักผ่อนเถอะ หมอบอกให้คุณพักมากๆ แล้วเจอกัน  กู๊ดไนท์ ” หนุ่มนิรนามหันมากล่าวทิ้งท้ายสั้นๆ แล้วผลุนผลันเปิดประตูออกจากห้องไป... 

 

                                   ****** 

ความคิดเห็น