เพียงน้ำหยดแรก
email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

17 : หมอเถื่อนกับเพื่อนที่หายไป

ชื่อตอน : 17 : หมอเถื่อนกับเพื่อนที่หายไป

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ต.ค. 2562 21:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
17 : หมอเถื่อนกับเพื่อนที่หายไป
แบบอักษร

"พี่ฝันหวัดดีค่ะ"

เสียงหวานที่ทักทายอย่างสดใส ทำให้คนร่างบางนั้นเคยหน้าขึ้นจากการก้มหน้าก้มตาตรวจบัญชีของร้านอยู่อย่างเหมือนฝันนั้นต้องเงยหน้าขึ้นไปมองเด็กสาวรุ่นน้องที่เดินสะพายกระเป๋าเป้ยิ้มร่าอย่างเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังชีวิตด้านบวก เดินเข้ามานั่งข้างๆกันที่เก้าอี้ที่เธอใช้นั่งอยู่ภายในร้าน

"ดีจ้ะจีน"

ฉันยิ้มบางๆให้คนที่มาทำงานก่อนเวลาเปิดร้าน พลางอดคิดไม่ได้ว่า นี่มันถึงวันจันทร์อีกแล้วสินะ อา...วันหยุดช่างผ่านไปอย่างรวดเร็วเสียจริง

"พี่ทำอะไรอยู่หรอ?"

ฉันอดที่จะยกยิ้มอย่างเอ็นดูไม่ได้ เมื่อจีนเอ่ยถามอย่างสงสัยทั้งยังชะโงกหน้าเข้ามาจ้องสมุดเล่มใหญ่ตรงหน้าฉันอย่างสนอกสนใจ

"บัญชีร้านน่ะ"

"อ๋อๆ...แล้วพี่มีอะไรให้จีนช่วยป้ะ" เธอตอบรับพร้อมกับพยักหน้าหงึกหงัก

"อืม...งั้นช่วยไปเช็คของที่เคาน์เตอร์ก็แล้วกัน"

"ได้ค่ะ!"

จีนตอบรับอย่างแข็งขัน ทั้งยังลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว ก่อนจะสาวเท้าเดินอ้อมไปทางด้านหลังของฉันตรงดิ่งไปทางที่มีเคาน์เตอร์ตั้งอยู่ ก่อนจะเริ่มลงมือจัดการตรวจเช็คของต่างๆ

"แล้วนี่...จีนกินอะไรมาหรือยัง ถ้ายังก็เข้าไปหาอะไรกินในครัวได้นะ พี่ซื้อกับข้าวมาไว้อยู่"

ฉันที่เลิกสนใจกับสมุดบัญชีตรงหน้านี้ไปตั้งนานแล้วก็หมุนตัวไปทางด้านหลังทั้งที่ยังนั่งอยู่ที่เดิม เพื่อต้องการจะคุยกับเด็กสาวแทน

"ไม่เป็นไรจ้า...จีนกินมาแล้ว"

จีนตอบเสียงทะเล้น ทำให้ฉันที่มองอยู่ถึงกับถอนหายใจ ก่อนจะพยักหน้าให้เธอเบาๆ แทนที่จะตอบอะไรออกไป

เมื่อหมดเรื่องที่จะคุยกันแล้ว ฉันจึงหมุนตัวกลับไปนั่งท่าเดิม คือหันหลังให้กับเคาน์เตอร์ และสมุดบัญชีที่บันทึกทั้งรายรับ-รายจ่ายของร้านจึงถูกให้ความสนใจอีกครั้ง

 

"เออ.....พี่ฝัน คือว่า...คือ..." ฉันเงี้ยหูฟังเสียงของจีน ที่เหมือนอยากจะพูดอะไร แต่คล้ายกับยังไม่แน่ใจ จึงไม่ยอมพูดขึ้นมาสักที จนฉันที่ทนกับความอยากรู้ไม่ไหวจึงเอ่ยถามแทน

"มีอะไรหืมจีน มัวแต่เอ่ออ่า เอ่อคืออยู่ได้ วันนี้จะได้รู้กันมั้ยเนี้ย"

ฉันพูดกลั้วหัวเราะ กับท่าทีของเด็กสาว

"ก็...เรื่องของพี่กับ เอ่อ...กับพี่โซ่อ่ะ...จีนถามได้ใช่มั้ย"

เด็กสาวถามขึ้นด้วยน้ำเสียงกล้าๆกลัวๆ

มือที่กำลังลงบัญชีรายจ่ายอยู่ถึงกับชะงักเมื่อได้ยินชื่อของเขา ฉับพลันตัวเลขและรายการซื้อต่างๆไม่ได้อยู่ในหัวอีกต่อไป มันเหมือนกับสมองมึนเบลอไปชั่วขณะ คิดอะไรไม่ออก มือไม้พากันอ่อนแรงจนไม่สามารถจับปากกาลูกลื่นแท่งโปรดได้อีกต่อไป จึงจำต้องปล่อยมันร่วงหล่นลงไปนอนกลิ้งแอ่งแม้งอยู่บนกระดาษสมุดแทน

".....อื้ม! ถามได้สิ แต่เดิมมันก็ไม่ได้เป็นความลับสุดยอดอะไรอยู่แล้ว"

ฉันเผลอถอนหายใจออกมาดังๆ ก่อนจะคลี่ยิ้มบาง แล้วหันกลับไปมองร่างของอีกคน ที่ยืนเช็ดๆถูๆแก้วใสทรงสวยด้วยผ้าขาวอยู่ตรงที่เดิม แต่สายตากลับสอดส่องมองมาที่ฉัน คล้ายจะเป็นห่วง แต่ก็มีความอยากรู้อยากเห็นปะปนอยู่ด้วยไม่น้อยเลยทีเดียว

เมื่อคนเป็นพี่อนุญาต เด็กสาวนามว่าจีนก็รีบวางของทุกอย่างที่อยู่ในมือ ละงานที่ทำอยู่ชั่วคราวที่หลังเคาน์เตอร์บาร์ แล้วก็รีบเดินกึ่งวิ่งอ้อมออกมา ตรงโต๊ะที่เหมือนฝันนั่งอยู่ ก่อนจะย่อกายนั่งลงตรงข้ามเธอ ใช้ข้อศอกขาวสองข้างวางตั้งฉากกับพื้นโต๊ะ โดยที่ใช้มือท้าวคางเรียวเอาไว้อีกที ก่อนจะใช้สายตาที่เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น จ้องมองตาแป๋วไปที่เหมือนฝัน จนทำให้เธออดรู้สึกเกร็งขึ้นมาเสียมิได้ จนต้องกระแอมออกมาเล็กน้อย เรียกความมั่นใจ ก่อนจะยืดตัวตั้งนั่งหลังตรงทันที

"งั้นจีนจะขอถามพี่แบบเกรงใจ๊...เกรงใจเลยนะ ว่าสรุปแล้วพี่กับพี่โซ่เลิกกันแน่ๆแบบจริงจังแล้วหรอ แบบจบตำนานรักสามปีอ่ะพี่ ไม่กลับมาคืนดีกันแล้วไรงี้" จีนถามออกมาเสียยาวเหยียดแบบไม่เว้นช่องไฟหายใจ

"....นี่ขนาดเกรงใจแล้วนะจีน"

ฉันจึงอดที่จะแกล้งพูดแซวพร้อมเลิกคิ้วอย่างกวนประสาทส่งไปให้เธอไม่ได้

"แหะๆ" ส่วนคนที่โดนแซวก็หัวเราะแหะๆออกมาแก้เก้อ พร้อมกับยกมือขึ้นเกาหัวแกร็กๆ จนคนที่มองอยู่ต้องส่ายหน้าเพราะอ่อนใจกับเด็กโก๊ะๆตรงหน้าเต็มที

"เอาหล่ะๆ...งั้นพี่จะตอบคำถามเธอแล้วกัน ที่ถามว่าเลิกจริงมั้ย สรุปว่าเลิกจริง" เมื่อได้ยินคำตอบจีนก็พยักหน้าหงึกหงักรับคำ แต่ใบหน้าของเธอนั้น คิ้วสวยได้รูปก็ยังคงขมวดกันไว้แน่น อย่างกับว่ายังสงสัยอะไรอยู่ "มีอะไรสงสัยก็ถามมาให้หมดเถอะจีน พี่โอเค"

เด็กตรงหน้าส่งสายตาเปล่งประกายมาให้แทบจะทันที ที่ฉันเปิดโอกาศให้เธอได้เล่นถามตอบกันอีก

"พี่สองคน...คงไม่ได้เลิกกันเพราะมือที่สามใช่มั้ย...คือมันอาจดูละลาบละล้วงไปนะที่หนูถามพี่อย่างนี้" จีนทำสายตาลอกแลก ก่อนจะลดข้อศอกที่ตั้งฉากกับโต๊ะลงไปวางราบไว้แล้วก้มหน้าลงคล้ายกับรู้สึกผิด หากแต่เสียงใสๆนั้นก็ยังคงถูกเปล่งออกมาอย่างเบาบางจากปากอิ่มอยู่ดี "แต่ตอนนี้พี่ฝันก็เหมือนพี่สาวของจีนอ่ะ จีนเป็นห่วงมากเลยนะ"

"อืมพี่รู้...และคำตอบของคำถามก็คือ... พี่ไม่รู้และไม่แน่ใจอะไรเกี่ยวกับสาเหตุที่พี่กับโซ่เลิกกันเลยไงจีน" ฉันที่เสียงเริ่มสั่นจากอาการสับสน กับความคิดที่มันตีกันวุ่นวายอยู่ในหัว จนทำให้สมองมันมึนเบลอไปหมด "การกระทำของเขามันไม่ค่อยชัดเจน ครั้งหนึ่งเขาทำเหมือนว่ายังรักพี่อยู่ แต่วันต่อมาเขาก็ไปดีกับผู้หญิงอีกคนอ่ะจีน...อย่างนี้เรียกว่าเลิกกันเพราะมือที่สามได้หรือเปล่าล่ะ"

"พี่...." จีนครางเรียกชื่อฉันแผ่วเบา พร้อมกับยื่นมือมากอบกุมมือของฉันที่วางแน่นิ่งเอาไว้อย่างแผ่วเบา ก่อนจะค่อยๆกระชับมือให้กุมมือฉันเอาไว้แน่นขึ้นอีกนิดอย่างให้กำลังใจ

"แต่ว่าช่างมันเถอะ เลิกกันแล้วก็ถือว่าเลิกกันไป อย่าเก็บเรื่องที่มันเป็นอดีตไปแล้วมาใส่หัวคิดให้มันรกสมองเลย...อีกอย่างพี่ก็ไม่อยากกลับไปเป็นคนงี่เง่าน่ารำคาญที่เอาแต่เพ้อพกคิดถึงแต่เขาอีกแล้วล่ะ"

"พี่ฝัน...โถ่....จีนไม่น่ามาถามพี่เลย ไม่น่ายอมแพ้ให้กับความขี้เผือกของตัวเองเลยอ้ะ!!"

เด็กสาวครางออกมาอย่างน่าสงสาร ก่อนที่จะก่นด่าตัวเองเสียงดังในประโยคหลัง

"เอาน่าชั่งมันเถอะ พี่ก็ไม่ได้ดาวน์อะไรมากมายหรอก ไม่ค่อยเจ็บแล้วด้วย"

ฉันบอกจีนเสียงอ่อน ก่อนจะคลี่ยิ้มกว้างที่มันออกมาจากใจจริงๆในรอบหลายอาทิตย์ส่งไปให้เด็กสาวตรงหน้า

"จริงนะพี่" จีนหรี่ตามองสำรวจฉันไม่วางตา คงจะกลัวว่าฉันจะเก็บซ่อนอะไรไว้ในใจสินะ

"จริงดิ เรื่องแค่นี้พี่ฮีลตัวเองได้สบายอยู่แล้วน่า.."

"โอเค๊~~~จะยอมเชื่อก็ได้" จีนลากเสียงตอบอย่างกวนๆ

"เออ...พี่สงสัยตั้งแต่เมื่อกี้แล้วนะ ทำไมอยู่ๆถึงมาถามเรื่องมือที่สามล่ะ"

ฉันหรี่ตามองจีนที่ทำตัวลอกแลกลุกลี้ลุกลนแปลกๆอย่างจับผิด

"กะ...ก็...คือ"

"นี่แกแอบตีท้ายครัวพี่หรอจีน!!"

เหมือนฝันแกล้งชักสีหน้า จ้องเด็กสาวตาเขม็ง ก่อนจะตวาดออกมาด้วยเสียงที่ไม่เบานัก

"มะ ไม่!!! ไม่ใช่สักหน่อย" เด็กสาวที่เพิ่งหายจากอาการลอกแลก แล้วมาเป็นอาการตกใจสุดขีดแทน ดวงตาทั้งสองข้างเบิกกว้างขึ้นอย่างผิดธรรมชาติ ยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาส่ายไปมาเพื่อปฏิเสธพร้อมกับตะโกนออกมาเสียงดังลั่น

"ฮ่าๆๆๆ!!!!" จนฉันถึงกับหลุดหัวเราะออกมาเสียงดังมากกว่าจีนเมื่อกี้อีก เมื่อจัดการแกล้งคนตรงหน้านี่ได้สำเร็จ

"พี่ฝันอ่ะ! แกล้งจีนทำไมเนี้ย" จีนโวยออกมาอย่างหัวเสีย

"ฮ่าๆ เวลาเธอตกใจนี่ตลกใช้ได้เลยนะเนี้ย...เออ! แล้วคำตอบของคำถามพี่ล่ะ ว่าไง"

"ชิ๊!...อ่ะนี่" จีนไม่ตอบพร้อมกับสะบัดหน้าไปอีกทาง แต่มือขาวของเธอก็ยื่นเจ้าโทรศัพท์เครื่องบางสุดหรูมาให้ฉันดู ฉันจึงยิ้มก้มหน้าลงไปมองแต่ก็ยิ้มค้างเมื่อเห็นภาพที่โชว์อยู่บนหน้าจอ

ภาพที่ร่างสูงที่แสนจะคุ้นเคยใส่เสื้อยืดสีขาวแล้วถูกคลุมทับไว้อีกชั้นด้วยแจ็คเกตหนังแบรนด์ดังสีดำสนิท แม้บนใบหน้าคมจะถูกปกปิดเอาไว้ด้วแมสสีดำกับแว่นตากรองแสงแบบใสอันใหญ่ หากแต่โครงหน้าแบบนั้นมีเพียงคนเดียว ที่หัวใจของเธอจดจำ...ไม่ใช่สมอง โซ่...คนในภาพนี่คือโซ่แน่ๆ หากแต่คนอีกคนในภาพกลับทำใหเฉันชะงัก เพราะข้างกันนั้นมีร่างบางหน้าตาน่ารักของใครอีกคนที่ฉันเคยเห็นที่บ้านใหญ่...และเธอมีชื่อว่า น้ำหวาน

"ก็เนี้ย หลายวันก่อนเพื่อนจีนมันเข้าไปทำธุระที่โรงบาลฯแล้วไปเจอพี่โซ่เดินอยู่กับยัยน้ำหวานนี่เข้า มันก็เลยแอบถ่ายมา"

จีนยอมหันกลับมา แล้วอธิบายถึงที่มาของภาพให้ฉันได้รู้ว่าแต่....

"โรงบาลฯหรอ? ไปทำไม ทั้งสองคนในรูปก็ดูแล้วไม่น่าจะมีใครป่วย แล้วเธอรู้จักน้ำหวานได้ไงเนี้ย"

ฉันเผลอปล่อยให้ความคิดภายในหัว มันเปล่งเสียงดังไปหน่อย จนปากมันเลยเผลอขยับออกพูดตาม

"คำถามแรกพวกเขาคงไปเยี่ยมใครสักคนมั้งคะ...ส่วนคำถามที่สอง จีนไม่ได้รู้จักยัยนี่อะไรมากมายหรอกค่ะ แค่รู้จักชื่อ แล้วก็รู้ว่านางเรียนพยาบาลแค่นั้น"

จีนเอนหลังไปพิงพนักพิงของเก้าอี้อย่างสบายๆ ก่อนจะพูดพร้อมกับยักไหล่ขึ้นอย่างไม่ใคร่จะใส่ใจนัก

"หรอ?...แต่ว่าช่างมันเถอะ เลิกพูดถึงพวกเขา แล้วไปทำงานที่ค้างไว้ได้แล้ว"

ฉันบอกพร้อมกับส่งโทรศัพท์คืนกลับไปให้เจ้าของมัน ซึ่งจีนก็ยอมพยักหน้าตกลงอย่างว่าง่าย...คงจะเข้าใจฉันดีสินะ ก็เรา...เป็นผู้หญิงเหมือนกันนี่

"ค๊าาาา~~คุณเจ้านายยยย" ก็ยังไม่วายที่จะกวนกันอีก

"ย๊าห์!!! ยัยเด็กบ๊องงง!!"

ฉันก็ตะโกนว่ายัยเด็กที่กำลังเดินตรงไปที่เคาน์เตอร์เหมือนเดิม กลับอย่างไม่ยอมแพ้เช่นกัน...

 

กรุ๊งกริ๊งๆๆ~~~

เสียงดังกังวานใส ของกระดิ่งเล็กๆที่แขวนไว้กระทบกับประตูดังขึ้นพร้อมกับเสียงทุ้มที่ฟังดูเหมือนว่าเจ้าตัวกำลังอารมณ์ดีมากๆอยู่ดังขึ้น

"เล่นอะไรกันครับเนี้ย...เสียงดังไปถึงข้างนอก"

เป็นกรที่เดินสะพายเป้พึ่งมาถึงเอ่ยทักขึ้น

"อ่า...ไม่มีอะไรๆ"

ฉันจึงบอกปัดไป เพราะไม่ต้องการให้เด็กตรงหน้านี่ต่อความยาวถามนู่นนี่นั่นอีก

"อ้อออ...หรออออ...งั้นพี่จะให้ผมทำอะไรครับวันนี้"

กรลากเสียงเหมือนกับไม่เชื่อ แต่ก็เลือกที่จะไม่ซักฟอกอะไรออกมาและแทนด้วยการถามหาหน้าที่ที่เขาจะต้องทำในวันนี้แทน

"อา...งั้นเธอก็ไปดูๆช่วยๆที่จีนแล้วกัน ร้านใกล้จะเปิดแล้ว...อย่างอื่นก็ไม่มีอะไรต้องทำแล้วล่ะ" ฉันบอกเขา

"ครับ..."

ซึ่งกรก็รับคำอย่างว่าง่าย ก่อนจะก้าวขาฉับๆเดินไปที่ที่จีนอยู่โดยเร็ว เพื่อช่วยกันเร่งทำก่อนที่ร้านจะเปิดเสียก่อน.....

 

[11:20 น.]

"'!/",@@$?*::,"(:!!!!!"

เสียงเอะอะโวยวายที่ฟังแล้วรู้สึกคุ้นหูมากดังขึ้น ฉันจึงละมือออกจากตะกร้อตีไข่ที่กำลังตีให้ไข่ไก่ให้เข้ากันเพื่อเป็นส่วนผสมของขนมในวันนี้ ฉันจึงถอยออกห่างจากโต๊ะขนาดใหญ่กลางห้องที่มีไว้สำหรับทำขนม แล้วเดินตรงไปที่ประตูห้องครัว ก่อนจะชะโงกหน้าออกไปมอง เพื่อที่จะได้รู้ว่าใครกันที่มาทำตัวโวยวายเสียงดังอยู่ในร้าน

"เออ!...มึงเงียบไปเลยนะเว้ยไอ้คุณชาย"

ฉันมองตามเสียงไปก็พบเข้ากับร่างสูงๆของชายคนหนึ่ง ใส่ชุดนักศึกษาแขนยาวสีขาว หากแต่ก็ยังคงมีรอยสักบางส่วนที่โผล่พ้นออกมาจากแขนเสื้อที่ไม่สามารถปกปิดได้มิดชิด ยืนอยู่ที่หน้าเตาน์เตอร์ ที่มีจีนยืนอยู่อีกฝั่งด้วยใบหน้าลำบากใจแบบสุดๆ

"แล้วมึงจะไปถามคุณฝันให้มันได้อะไรขึ้นมาล่ะครับ"

"เอ๊ะ!!....ยังไม่หุบปากอีกไอ้คุณชายนี่ "

เอ๋....คุณชายหรอ คงเป็นพวกเพื่อนของโซ่สินะ แล้วไอ้เสียงที่ยังโวยวายอยู่ไม่เลิกนี่ก็คงเป็นเสียงของฮุย

"กูว่าที่ไอ้คุณพูดก็ถูกนะ..."

ส่วนเสียงที่เพิ่งเอ่ยขึ้นสนับสนุนคำของคุณชายนี้ ก็คงจะเป็นกิงสินะ

"แต่บางที ฝันอาจจะรู้ก็ได้นะว่าไอ้โซ่มันหายหัวไปไหน"

เสียงทุ้มต่ำพูดขึ้นเอื่อยๆเนือยๆอย่างคนที่ไม่สนใจโลกอย่างทิม ก็เอ่ยแสดงความคิดเห็นออกมาอีก

เมื่อได้ยินว่าตัวเองกับใครอีกคนได้กลายเป็นประเด็นหลักของเรื่องนี้ไปแล้ว ดังนั้นฉันจึงเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นอีก เพื่อที่จะเดินออกไปสมทบกับบุคคลทั้งหมดที่คุ้นเคยกันดี

 

"ฉันไม่รู้หรอก ว่าโซ่หายไปไหน ไม่ได้ติดต่อกันแล้ว"

เมื่อเสียงหวานๆของหญิงสาวตอบกลับไปดังนั้น ก็ทำให้ผู้ชายตัวโตสามสี่คนตรงนั้นและจีนสะดุ้งกันขึ้นมากันเป็นแถบ เรียกได้ว่าเกิดอาการเดดแอร์ไปชั่วขณะ ทุกคนเงียบกริบราวกับว่ากลายเป็นใบ้กันไปเสียเฉยๆ ไม่มีใครกล้าปริปากพูดอะไรออกมากันทั้งนั้น

ก่อนที่เด็กหนุ่มตัวขาวที่มีความสูงและขนาดตัวแตกต่างกว่าเพื่อนทุกคนของเขาอยู่เล็กน้อย อย่างกิงจะค่อยๆทำใจกล้าหันไปมองเจ้าของเสียง ที่ตอนนี้เดินมาหยุดยืนอยู่ใกล้ๆกันที่เคาน์เตอร์ ด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ก่อนที่เขาจะฉีกยิ้มแหยๆส่งไปให้เธอ แล้วทำใจดีสู้เสือเอ่ยถามออกมาเสียงเบา

"เอ่อ...พี่ฝัน มาตั้งแต่เมื่อไหร่อ่า"

 

ฉันกรอกตามองบนให้คนที่ทำเสียงงุ้งงิ้งๆถามฉันมาอย่างอ่อนใจ ก่อนจะตอบออกไปตามตรงด้วยเสียงเรียบๆตามเคย

"ก็มาตั้งแต่แรกนั้นแหละ"

ฉันว่า ก่อนจะขยับตัวแล้วเดินอ้อมเข้าไปยืนข้างในเคาน์เตอร์ข้างๆจีนแทน

"แปลว่าได้ยินหมดเลยหรอครับ?" คุณชายถามขึ้นบ้าง ด้วยน้ำเสียงสุภาพตามเคย

ฉันไม่ตอบ หากแต่ทำเพียงแค่พยักหน้าหงึกหงักส่งไปให้แทนคำตอบเท่านั้น ก่อนที่มือจะเริ่มขยับและเริ่มจัดการทำกาแฟและเครื่องดื่มที่พวกเขามักจะมาสั่งดื่มกันเป็นประจำอยู่แล้ว ให้ทีละคน

"แล้วนี่มันเกิดอะไรขึ้นหรอ? ทำไมพวกนายถึงยกโขยงกันมาถามหาโซ่ กับฉันล่ะ?"

ฉันถามไปเพราะอดสงสัยไม่ได้ ว่าทำไมจู่ๆ ถึงมาถามหาเพื่อนสนิทตัวเองเอากับแฟนเก่าอย่างฉันได้ ทั้งๆที่พวกเขาก็น่าจะนั่งเรียนอยู่ด้วยกันแท้ๆ

"..."

เมื่อทุกคนยังคงเงียบ และไม่มีใครที่คิดจะตอบคำถามฉันเลย ฉันจึงจำต้องเงยหน้าขึ้นไปมองพวกเขาด้วยความสงสัย แล้วก็พบว่าบุคคลทั้งสี่ตรงหน้านั้นต่างมีสีหน้าที่คล้ายกันหมด นั้นก็คือขมวดคิ้วเป็นปมแน่นคล้ายกับว่าเครียดหนักอะไรทำนองนั้น

"เฮ้อ....ก็พวกเราติดต่อไอ้โซ่ไม่ได้เลยน่ะสิ"

ขนาดคนที่ขี้เล่นและกวนประสาทตลอดเวลาอย่างฮุย ก็ยังมีท่าทางที่จริงจังมากๆเลยเวลาตอบ แถมยังมีการถอนหายใจออกมาอย่างกลัดกลุ้ม

"แถมวันนี้มันก็ไม่ได้มาเรียนอีก โทรไปเป็นร้อยก็ไม่เคยจะรับ"

กิงก็เป็นอีกคนที่มีอาการไม่ต่างกันกับเพื่อนนัก เขาพูดขึ้นพร้อมกับยกโทรศัพท์เครื่องหรูขึ้นแกว่งไปมาบนอากาศด้วยสีหน้ายากจะอธิบาย

"พวกเราก็เลยกะว่าจะพากันมาถามคุณฝันน่ะครับ เผื่อว่าคุณฝันจะติดต่อกับมันได้บ้าง"

คุณชายพูดเสริมด้วยสีหน้าที่กังวลมากๆที่ติดต่อโซ่ไม่ได้เลย ไม่แปลกที่พวกเขาจะมีอาการแบบนี้ เพราะปกติโซ่ไม่ใช่คนที่เอะอะก็จะหายเงียบไปเลยแบบนี้ ถ้าจะไม่เข้าเรียนหรือเป็นอะไรเขาก็จะบอกทุกคนก่อนเสมอ ไม่เคยปิดโทรศัพท์หรือไม่รับสายเพื่อนเลย แล้ววันนี้จู่ๆเขาก็หายเงียบไป ไม่ว่าใครก็ติดต่อไม่ได้ทั้งนั้น ก็ไม่แปลกที่พวกนี้ จะกระวนกระวายกันขนาดนั้น....จะว่าไป พอได้ยินแบบนี้แล้วฉันก็อดเป็นห่วงเขาไม่ได้เหมือนกัน จะเป็นอะไรหรือเปล่านะ จะเป็นไข้ไม่สบายจนลุกไม่ไหวเหมือนเมื่อก่อนหรือเปล่า

"ขอโทษนะ ทางฉันเองก็ไม่รู้อะไรเลยเหมือนกัน พึ่งจะรู้ก็ตอนที่พวกนายมาโวยวายกันนี่แหละ"

คำตอบของฉันคงจะไม่ได้ช่วยอะไรเท่าไหร่สินะ ดูได้จากสีหน้าของพวกเขาทุกคน ที่ยิ่งดูมืดครึ้มขึ้นเรื่อยๆ

"เอ่อ...บางที พี่เขาอาจจะไปอยู่กับผู้หญิงที่ชื่อน้ำหวานก็ได้นะคะ" จีนแสดงความคิดเห็นด้วยท่าทีที่กล้าๆกลัวๆ

ปัง!

"เพื่อนฉันไม่ใช่คนแบบนั้น!!"

และทันที ทิมก็ตบฝ่ามือลงบนเคาน์เตอร์อย่างแรงเสียงดังปัง! แล้วตะคอกขึ้นมาเสียงดังทันที ที่ได้ยิน จนจีนต้องย่นคอหดลงและขยับเดินมาหลบอยู่ข้างหลังฉันด้วยความตกใจ แต่ก็ยังไม่ยอมแพ้เถียงออกไปเสียงเบาอยู่ดีว่า

"ไม่ได้หมายความแบบนั้นสักหน่อย" แบบนั้นที่ว่าคงหมายถึงพวกเขาไปจุดๆกันจนลืมวันลืมคืนสินะ ให้ตายสิเจ้าเด็กพวกนี้ ไม่รู้ผิดที่คนพูดมันพูดจากำกวม หรือคนฟังมันคิดอกุศลอยู่กันแน่

ฉันส่ายหัวเบาๆอย่างอ่อนใจ ก่อนจะหันหน้าไปมองคนที่ยืนตัวสั่นกำเสื้อฉันเสียแน่นอยู่ข้างหลัง เธอคงตกใจและรู้สึกดาวน์พอสมควร... ก็แน่ล่ะ โดนคนที่แอบชอบตะคอกใส่ราวกับว่าจะกินหัวกันแบบนี้ เป็นคุณจะไม่น้อยใจหรือเสียใจบ้างเลยหรือ เฮ้อออ จีนน้าจีนเกือบไปแล้วไหมล่ะ ใช้คำผิดชีวิตเปลี่ยนมันมีจริงสินะ...

"เอ้อ!...พวกนายไม่ลองไปหาเขาที่บ้านใหญ่ล่ะ เห็นว่าเขาย้ายออกจากคอนโดไปอยู่ที่นั่นแทนแล้วนี่ อาจจะเจอนะ"

ฉันรีบเสนอความคิดทันที ที่เห็นทิมมีสีหน้าที่โมโหจัด และดูเหมือนว่ากำลังจะเข้ามาหาเรื่องเด็กข้างหลังฉันอีกแน่ๆ

"เออเวร! ทำไมกูคิดไม่ได้ตั้งแต่แรกวะแม่ง!"

ฮุยพูดพร้อมกับยกมือขึ้นไปขยี้หัวแรงๆด้วยอารมณ์หงุดหงิด รวมถึงกิง คุณชาย แล้วก็ทิมด้วย ที่ตอนนี้ใบหน้าแข็งค้างกันไปแล้ว ฉันจึงเผลอหลุดยิ้มออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ กับภาพตรงหน้า เพราะไม่บ่อยนักที่หมอเถื่อนอย่างพวกนี้จะเสียอาการกันขนาดนี้ ก่อนที่จะยื่นแก้วกาแฟออกไปให้พวกเขา ที่ยื่นมือออกมารับ และยกขึ้นดูดมันด้วยหลอดเข้าปากทั้งที่ยังไม่ได้สติกันเลยด้วยซ้ำ....

 

 

...........................................................................

มาแล้วค่าาา ยังมีคนรออยู่มั้ยเอ่ย ขอโทษที่หายไปหลายวันนะคะ(ก้มกราบแทบเท้า) พอดีไรท์ติดธุระส่วนตัวนี๊ดดดหน่อย555 ขอโทษจริงๆน้า

ปล.ฝากติดตามและเอาใจช่วยทั้งไรท์และฝันฝันของเราต่อไปด้วยน้า ยังไงก็จะอัพจนจบแน่นอนจ้า

รักน้าจ๊วบบบบบบบบบบบ

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น