akikoneko17

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 40 เจ็ดเดือน

ชื่อตอน : บทที่ 40 เจ็ดเดือน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 89.7k

ความคิดเห็น : 158

ปรับปรุงล่าสุด : 21 พ.ย. 2558 19:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 40 เจ็ดเดือน
แบบอักษร

40

เจ็ดเดือน

Writer

 

กายแกร่งพลิกตวัดมากอดรัดร่างเล็กจนแทบจะจมอก ด้วยขนาดตัวที่ต่างกันพอสมควร ทำให้ร่างกายใหญ่โตนั้นแทบจะห่อหุ้มร่างบอบบางเอาไว้ คนตัวเล็กที่ตื่นมาได้สักพักแล้วได้แต่อมยิ้ม ไม่อยากจะปลุกผู้ชายตัวใหญ่ให้ลุกจากที่นอน เพราะท่าทางแล้วคนตัวใหญ่ก็ขี้เซาไม่น้อย

 

        “คุณเสือครับ

 

        มือเล็กแตะเข้าที่แก้มสากแผ่วเบา จะเรียกว่าเริ่มชินแล้วก็เป็นได้ เพราะเขาเริ่มย้ายเข้าอยู่ในบ้านของร่างสูงเกือบห้าเดือนแล้ว อายุครรภ์ของเขาตอนนี้ก็ประมาณเจ็ดเดือน

 

        “อื้ออีกนิดนะกวาง”

 

        เสียงทุ้มงัวเงีย จมูกโด่งก็กดฝังลงที่ต้นคอขาว กรณัฐยิ้มจางๆ แล้วบีบแก้มสาก

 

        “ลุกได้แล้วครับคุณเสือ เช้าแล้วนะครับ ต้องเข้าบริษัทนะครับวันนี้”

 

        “ไม่อยากไป อยากอยู่กับเมีย”

 

        คนตัวโตยังคงเอาแต่กอดเมียคนสวยบนเตียง ร่างบางค่อยๆดันร่างที่หนักแน่นราวกับหินผาให้ออกห่าง

 

        “ผมหายใจไม่ออกนะครับคุณเสือ”

 

        “กวางอ่า

 

        “ลูกเองก็คงจะอึดอัดครับ”

 

        “อะไรกันเนี่ย ทำไมถึงได้ชอบไล่ฉันนักนะ”

 

        ผู้ชายตัวโตยอมลุกนั่ง ใบหน้าเขาเริ่มจะดุดัน

 

        “ก็เช้าแล้วนี่ครับ ถ้าไม่ลุกไปอาบน้ำตอนนี้ก็จะสาย ระวังจะโดนคุณรุจน์ล้อนะครับ”

 

        เคยมีอยู่ครึ่งหนึ่งที่พยัคฆ์ไม่ยอมลุกจากเตียง กว่าจะลงไปทานมื้อเช้าก็เลยเวลาแล้ว และแน่นอนว่าเมื่อพยัคฆ์ไปถึงบริษัทก็โดนเจ้าน้องชายตัวดีล้อเรื่องเขากับภรรยา

 

        “เจ้านั่นมันขี้อิจฉาต่างหากล่ะ มันไม่มีเมียให้กอด ไม่มีลูกให้เลี้ยง ก็เลยมาล้อคนอื่น”

 

        “อย่าอ้างแบบนั้นสิครับ คุณเสือเป็นถึงประธานบริษัทนะครับ ถ้าไปทำงานสาย ผมว่ามันไม่ดีเท่าไหร่”

 

        กรณัฐขยับตัวลุกขึ้นนั่งเมื่อเริ่มได้อิสระ เขาหยิบผ้าห่มมาพับ แรงกอดรัดจากด้านหลัง ไม่ได้ทำให้ร่างบางตกใจหรือรู้สึกแปลก เพราะตั้งแต่เริ่มอยู่ด้วยกัน ร่างแกร่งก็ชอบเข้ามากอดเขาจากด้านหลังเวลาจะอ้อนหรือต้องการอะไร

 

        “อะไรกัน เมียฉันไปเข้าข้างน้องผัวได้ยังไง”

 

        “คุณเสือนี่ล่ะก็….ผมไม่ได้เข้าข้างใครสักหน่อย”

 

        “ไม่รู้ล่ะ ฉันจะถือว่านายไม่เข้าข้างฉัน”

 

        “นี่งอนกันทั้งๆที่ผมไม่ได้ทำอะไรผิดเหรอครับ?

 

        “ก็ใช่น่ะสิหันมาให้จูบเลยนะกวาง”

 

        “ไม่เอาหรอกครับ คุณเสือรีบไปอาบน้ำได้แล้วนะครับ เดี๋ยวสาย”

 

        คนตัวใหญ่ขมวดคิ้วฉับ จับร่างของคนรักให้เอนกายนอนบนเตียงอย่างรวดเร็ว ร่างบางเงยหน้ามองคนตัวใหญ่ที่ยิ้มกริ่ม ดวงตาแทบจะเป็นประกาย ทั้งๆที่เมื่อครู่ยังทำท่าทางไม่อยากจะตื่นนอน

 

        “จะทำอะไรน่ะครับคุณเสือ...

 

        ใจเริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะ ตั้งแต่ที่เขาตั้งท้อง พยัคฆ์ก็อดทนไม่มีเซ็กกับเขา อาจจะมีลวนลามบ้าง แต่ก็ไม่ได้สอดใส่เข้ามา เพราะกลัวว่าจะกระทบกระเทือนกับเด็กในท้อง นี่ก็เป็นท้องแรกเสียด้วย

 

        “อ๊ะ!

 

        การกระทำมาแทนคำตอบ ฝ่ามือร้อนแทรกเข้าไปในชุดนอนตัวบาง กรณัฐหลับตาแน่น เมื่อนิ้วร้อนเข้าไปสัมผัสกับยอดอกเล็ก

 

        “อะ อึก”

 

        “ตอบสนองไวจังเลยนะกวาง”

 

        “คุณเสือ!

 

        อยากจะเคืองกับใบหน้าและท่าทางที่อารมณ์ดีนั่น แต่พอเห็นท่าทางที่มีความสุขของสามีแล้ว ร่างเล็กก็โกรธไม่ลง

 

        “ถ้าคลอดเจ้าตัวแสบเมื่อไหร่ ฉันจะทำให้ครบทั้งต้นทั้งดอก”

 

        “พูดอะไรน่ะครับคุณเสือ!

 

        ใบหน้าสวยเห่อร้อนขึ้นมาทันที พยัคฆ์เลิกเสื้อชุดนอนกระโปรงตัวเล็กขึ้น เผยให้เห็นแผ่นอกบางที่กำลังยั่วสายตา เขาไม่รอช้าลงไปดูดเลียอย่างหิวกระหายราวกับสัตว์ป่าที่อดยากอาหารมานาน กรณัฐหลับตาแน่น แรงดูดดึงนั้นมีมาจนเขารู้สึกเจ็บแปลบที่หน้าอก มือใหญ่ที่ว่างก็ลูบไล้ไปทั่วผิวกาย

 

        “คะ คุณเสือพะ พอก่อนเถอะครับ”

 

        ร่างเล็กพอจะรู้ตัวว่าตัวเองกำลังจะเกิดอารมณ์ เขาไม่อยากจะให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นในตอนเช้า

 

        “ถ้าไม่ไหวก็บอกสิกวาง”

 

        ตัวเจ้าเล่ห์เลื่อนมือเข้าไปสัมผัสบางอย่างที่ตื่นตัวใต้ร่มผ้าชิ้นเล็ก  กายงามกระตุกเกร็งเมื่อมือหนาได้ลูบไล้ใจกลางลำตัวราวกับต้องการหยอกเล้า

 

        “ยะ อย่าแกล้งผมสิครับ”

 

        “ช่วยฉันด้วยสิ”

 

        ทันทีที่ลืมตามอง ความน่ากลัวนั้นก็ดุนดันจากใต้ร่มผ้า เขาเห็นสิ่งที่กำลังตื่นตัว พยัคฆ์ไม่ได้ใส่กางเกงในอยู่แล้ว เพราะว่าเจ้าตัวไม่ชอบ ดังนั้นเวลาความเป็นชายตื่นตัวมันถึงได้ดันเนื้อผ้าจนน่ากลัวแบบนี้       

 

        “อ่าแล้วจะให้ผมทำยังไงล่ะครับ”

 

 

        “เมียฉันอยากจะช่วยแบบไหนล่ะ?

 

        คนถามยิ้มกริ่ม สายตาที่เต็มไปด้วยคาดหวัง กรณัฐค่อยๆขยับตัวเข้าหาร่างใหญ่ ที่เคลื่อนกายนั่งคุกเข่า มือเล็กเคลื่อนไปจับขอบกางเกง

 

        “อะ เอ่อ ถ้าผมทำเสร็จแล้ว คุณเสือต้องรีบไปอาบน้ำนะครับ”

 

        “จ้า”

 

        ผู้เป็นสามีตอบรับอย่างอารมณ์ดี ร่างบางกลืนน้ำลายลงคอฝืดๆ มันไม่บ่อยนักหรอกที่เขาจะทำอะไรแบบนี้ ร่างสูงมองมือเล็กที่สั่นเทา แค่จะจับเขาถอดกางเกงก็หน้าแดงไปหมด ช่างน่ารักจริงๆ

 

        “อ๊ะ

 

        ปฏิกิริยาของแท่งเนื้อร้อนนั้นรุนแรง มันเด้งผงาดขึ้นมาจนแทบจะชนกับแก้มของเขา

 

        “คะ คุณเสือ”

 

        “ห้ามเปลี่ยนใจนะก็กวางคิดจะทำให้แล้วไม่ใช่เหรอ?

 

        คนที่เหนือกว่าเอ่ยขึ้นอย่างอารมณ์ดี กรณัฐได้แต่รู้สึกเกลียดตัวเองที่จะทำอะไรแล้วไม่คิดให้มันมากกว่านี้ เขาได้แต่สูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆอย่างสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ตัวเอง ก่อนที่ริมฝีปากร้อนจะเคลื่อนเข้าไปสัมผัสกับความเป็นชายที่กำลังตื่นตัว พยัคฆ์ตัวเกร็งเล็กน้อยเมื่อเห็นริมฝีปากนิ่มเข้ามาใกล้ มือหนาลูบไล้ไปตามแผ่นหลังเล็ก

 

        “อึกกวาง”

 

        เปลือกตาบางปิดลง รับสัมผัสจากคนรัก กรณัฐพยายามปรนเปรอร่างสูงให้มากที่สุด เพราะเขารู้ดีว่าตัวเองท้องอยู่เลยไม่สามารถตอบสนองความต้องการของสามีได้เต็มที่ มือเล็กกำรอบแท่งเนื้อใหญ่ที่ไม่ได้เข้าไปอยู่ในโพรงปาก

 

        จ๊วบ

 

        เสียงดูดส่วนปลายดังขึ้นอย่างแผ่วเบา แต่มันก็ดังพอจะทำให้ร่างสูงได้ยิน เขาเลื่อนมือมาลูบผมนิ่ม มองริมฝีปากเล็กที่กำลังเคลื่อนขยับเข้าออกจากความเป็นชายที่คับแน่นในโพรงปากเล็ก

 

        “อึก กวาง….แรงอีกสิ”

 

        คนตัวเล็กทำตามคำขอของสามี เขาขยับริมฝีปากดูดเม้มที่ส่วนปลายให้แรงขึ้น มือเล็กเองก็ขยับเบาๆกับส่วนที่อยู่นอกริมฝีปาก เรื่องพวกนี้ไม่ใช่ว่ากรณัฐทำได้เองมาตั้งแต่แรก แต่ทุกอย่างก็เป็นเพราะการสอนของพยัคฆ์ทั้งนั้น

 

        “กะ กวางจะออกแล้ว”

 

        พรวด!

 

        สายธารขาวขุ่นพุ่งฉีดออกมาโดยที่กรณัฐถอนปากออกแทบไม่ทัน แต่ถึงกระนั้น น้ำรักสีขาวก็เปรอะเปื้อนที่แก้มนิ่ม และบางส่วนก็อยู่ในปากสวย พยัคฆ์หอบหายใจแผ่วเบา แล้วเคลื่อนตัวไปรั้งกายเล็กเข้ามากดจูบ แล้วเลียคราบน้ำที่เปื้อนที่แก้มนิ่ม

 

        “คะ คุณเสือ”

 

        คนตัวโตได้ปลดปล่อยไปแล้ว แต่ร่างเล็กยังไม่ได้ปลดปล่อยเลยสักนิดเดียว การได้ออรัลให้กับพยัคฆ์ก็ทำให้เขามีอารมณ์ร่วมไปด้วย แท่งเนื้อที่อยู่ใจกลางลำตัวจึงได้แข็งสั่นระริกรอการช่วยเหลือ เขาดันร่างเล็กให้เอนกายพิงกับหัวเตียง ก่อนที่ใบหน้าหล่อจะเคลื่อนต่ำลงมาใช้ริมฝีปากปรนเปรอให้กับคนตัวเล็กบ้าง

 

        “คะ คุณ สะ เสือ ไม่ต้องก็ได้ครับ อึก”

 

        กรณัฐยกมือปิดปากตัวเอง เขาเองก็อายที่จะต้องส่งเสียงครางหวานออกมา แต่พยัคฆ์กลับไม่คิดจะหยุด ปากร้อนอ้าอมแก่นกายเล็กจนแทบจะสุดโคน ก่อนจะห่อปากเล็กน้อยแล้วรูดปากขึ้นลงไม่หยุดหย่อนจนกายบางกระตุกเกร็ง

 

        “พะ พอแล้วครับ ผมจะไม่ไหวแล้ว ฮื้อ อ๊า”

 

        มือเล็กเกาะไหล่กว้างเอาไว้แน่น มือร้อนเคลื่อนมาลูบไล้ท้องเนียนที่ยามนี้มันโป่งนูนมากกว่าในอดีตมากจนกลมเป็นลูกโป่งก็ไม่ปาน แต่เขาก็ยังไม่หยุดปรนเปรอให้กับคนรัก ลิ้นร้อนตวัดเลียไปมากับความเป็นชายที่แสนน่ารัก

 

        “อะ อ๊า ฮ้า!!!

 

        ในที่สุดคนตัวเล็กปลดปล่อยออกมา แรงนั่งหอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน พยัคฆ์กลืนน้ำรักในปากอย่างไม่รู้สึกรังเกียจ แล้วรั้งกายเล็กมาโอบกอด

 

        “ไปอาบน้ำกันนะกวาง”

 

        “คุณเสืออาบก่อนเลยก็ได้ครับ”

 

        เพราะเพิ่งปลดปล่อย จึงรู้สึกเหมือนไม่มีแรง พยัคฆ์ยิ้มจางๆ แล้วช้อนกายสวยขึ้นมาในอ้อมกอด ก่อนจะก้มลงมาหอมแก้มนิ่ม

 

        “อาบด้วยกันน่ะดีที่สุดแล้วกวาง”

 

 

        -------+++++-------

       

        “เดินดีๆนะกวาง”

 

        “ผมไม่เป็นไรหรอกครับคุณเสือ”

 

        ร่างเล็กยิ้มจางๆ เมื่อผู้เป็นสามีเป็นห่วงจนเกินเหตุ กลัวว่าเขาจะลื่นล้มในขณะที่จะไปที่ห้องครัว

 

        “วันนี้ลงมาทานมื้อเช้าช้าจังเลยนะครับพี่ใหญ่”

 

        บุตรชายคนกลางของบ้านเอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยยิ้ม เมื่อเห็นพี่ชายเดินเข้ามาที่โต๊ะทานอาหาร

 

        “พี่รุจน์ก็พูดเกินไปครับ พี่ใหญ่ไม่ได้ลงมาช้าขนาดนั้นสักหน่อย”

 

        ภูมินทร์เอ่ยขึ้นบ้าง พยัคฆ์หันไปมองบุคคลบนโต๊ะอาหารที่มีบิดา มารดา และน้องชายอีกสองคน

 

        “แล้วแคทกับวินล่ะ?

 

        “สองคนนั้นไปเรียนแล้วน่ะครับพี่ใหญ่”

 

        พยัคฆ์หน้ารับรู้จากน้องชายคนสุดท้อง  เนื่องจากทางไปมหาวิทยาลัยของนพวินและทางไปโรงเรียนของกรวัฒน์เป็นทางเดียวกัน ดังนั้น พยัคฆ์เลยไหว้วานให้นพวินช่วยดูแลกรวัฒน์อีกแรง

 

        “มาทานข้าวกันเถอะหนูกวาง แม่ว่าเจ้าตัวเล็กคงหิวแล้วแน่ๆ”

 

 

        “ครับคุณแม่”

 

        กรณัฐส่งยิ้มให้ เขานั่งลงตรงข้ามกับมารดาของสามี ส่วนคนที่นั่งหัวโต๊ะคือศาลทูร  พยัคฆ์นั่งลงข้างๆกับภรรยา

 

        “ทานเยอะๆนะจ๊ะนะหนูกวาง”

 

        คุณแม่สามีตักกับข้าวใส่จานให้กับคนตัวเล็ก กรณัฐได้แต่ยิ้มรับและขอบคุณ แต่ดูเหมือนจะไม่หมดแค่นั้น เพราะชายสูงวัยอีกคนก็ทำตามไม่แพ้กัน

 

        “กินเยอะๆล่ะ”

 

        “ขอบคุณครับ คุณพ่อ”

 

        ร่างบางหันไปขอบคุณศาลทูร เขาเองก็ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ศาลทูรยอมรับเขา และให้เขาเรียกอีกฝ่ายว่าพ่อ และดูเหมือนคุณพ่อสามีดูท่าจะเห่อหลานในท้องไม่น้อย

 

        “รุจน์หน้านายดูซีดๆนะ”

 

        อยู่ๆพี่ชายคนโตก็ถามเขาขึ้นมา วิรุจน์ยิ้มร่า

 

        “แหมๆๆ ไม่คิดเลยนะครับว่าพี่ใหญ่จะเป็นห่วงผมด้วย”

 

        “ฉันไม่ได้ห่วงแกสักหน่อย”

 

        วิรุจน์ยิ้มกริ่ม

 

        “คงแค่นอนดึก พักผ่อนน้อยน่ะครับ ไม่เป็นอะไรหรอก”

 

        วิรุจน์เอ่ยตอบไปตามที่คิด ทั้งๆที่ความเป็นจริงแล้วมันไม่ใช่แบบนั้น เขาไม่อยากให้คนในครอบครัวต้องเป็นห่วง

 

        “โอ๊ย

 

        อยู่ๆร่างเล็กก็ตัวงอขึ้นมา ทุกคนต่างตกใจกับสิ่งที่เห็น แต่ดูเหมือนว่าคนที่ตื่นตกใจที่สุดก็คือคุณสามีที่นั่งอยู่ข้างๆ

 

        “กวาง...เป็นอะไร เจ็บตรงไหน บอกฉันมาสิ แล้วเจ็บมากหรือเปล่า!”

 

        เป็นห่วงมาก จนใบหน้าหล่อเหลาเต็มไปด้วยความตรึงเครียดและดุดัน คนรอบข้างต่างก็ตกใจกับความน่ากลัวนั้น

 

 

        “ตาใหญ่ๆ เบาๆสิลูก”

 

        “จะ...ใจเย็นๆสิครับคุณเสือ ถามเยอะขนาดนี้ ผมไม่รู้จะตอบคำถามไหนก่อนเลย”

 

        “ก็ฉันเป็นห่วง”

 

        พยัคฆ์เสียงเบาลง อันที่จริงเขาก็ไม่อยากจะเสียงดังหรือเสียงดุใส่ภรรยา แต่เพราะเป็นห่วงและกลัวว่าจะเป็นอะไร กรณัฐยิ้มจางๆ แล้วจับมือหนาที่จับมือเขาอยู่

 

        “ผมไม่เป็นอะไรหรอกครับ ลูกคงดิ้นแรงไปหน่อย เลยรู้สึกเจ็บนิดๆ”

 

        ทันทีที่ได้ฟังคำตอบจากร่างเล็ก ทุกคนที่นั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารก็แทบจะถอนหายใจด้วยความโล่งอก แต่พยัคฆ์ไม่ได้โล่งอกตาม เพราะเขาคิดว่าคงไม่ใช่แค่เจ็บนิดๆอย่างที่เจ้าตัวบอกแน่ๆ

 

        “ก็เป็นแบบนี้ล่ะจ๊ะ ตอนที่แม่ท้องตารุจน์ ตารุจน์ก็ชอบดิ้นถีบแม่ในท้องเหมือนกัน”

 

        “พูดเหมือนผมเป็นเด็กดื้อเลยนะครับคุณแม่”

 

        วิรุจน์เริ่มจะค้อนใส่มารดา ดาวิกาหัวเราะเบาๆกับท่าทางของลูกชาย

 

        “หลานของฉันคงจะดื้อเหมือนพ่อมันนั่นแหล่ะ”

 

        ศาลทูรเอ่ยยิ้มๆ แค่คิดถึงหน้าหลาน หัวใจของชายอายุมากก็แทบจะพองโต อีกไม่กี่เดือนเจ้าตัวเล็กในท้องก็คงจะลืมตาออกมาดูโลก พยัคฆ์ไม่ได้สนใจคำพูดของบิดา เขาหันไปจับท้องกลมตึง แล้วก้มลงไปพูดอะไรบางอย่างเสียงไม่ดังมากนัก

 

        “เจ้าตัวแสบ...ทำแม่เจ็บงั้นเหรอ...ออกมาเมื่อไหร่ พ่อจะตีก้นให้”

 

        กรณัฐที่เหมือนจะได้ยินคำว่า ตี ก็รีบพูดขึ้นอย่างตกใจทันที

 

        “จะทำอะไรลูกครับคุณเสือ!

 

        “เปล่าจ้าเปล่า...แค่คุยกับลูกเฉยๆเองนะกวาง”

 

        ร่างสูงเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้กับกรณัฐเป็นการกลบเกลื่อน ทุกคนต่างอมยิ้มกับท่าทางของร่างบางและร่างสูง แต่คนที่ทนไม่ไหวดูเหมือนจะเป็นวิรุจน์

 

        “พี่ใหญ่เนี่ยคงกำลังจะเขียนใบสมัครเข้าสมาคมกลัวเมียแน่เลยว่ะภู”

 

        วิรุจน์หันไปพูดน้องชาย ที่นั่งข้างๆกัน หวังว่าจะได้ยินแค่สองคน จนภูมินทร์ยิ้มตามอย่างขบขัน แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่การได้ยินแค่พี่ชายคนกลางและน้องชายคนเล็กเสียแล้ว

 

        “ก็ดีกว่าพวกไม่มีเมียแล้วกัน”

 

        คำพูดของพี่ชายคนโตทำให้น้องชายทั้งสองแทบจะดุ้ง ภูมินทร์ยิ้มเจื่อน ส่วนวิรุจน์เองก็ได้แต่ยิ้มแห้งๆ       

 

อย่าให้เขามีเมียบ้างแล้วกันจะมาเย้ยให้พี่ชายพูดอะไรไม่ออกเลยทีเดียว

 

        ในที่สุด มื้อเช้าก็ผ่านพ้นไป กรณัฐจะเดินไปส่งพยัคฆ์ที่หน้าบ้านแต่ร่างสูงกลับห้ามเอาไว้

 

        “ส่งแค่ตรงนี้ก็พอแล้วกวาง ไม่ต้องเดินมาหรอก ฉันกลัวกวางจะล้มนะ”

 

        ครรภ์ของภรรยาในตอนนี้ใหญ่ขึ้นมากจนเขาเป็นห่วงร่างกายเล็กๆ นึกแล้วก็อยากให้เมียรักคลอดลูกออกมาไวๆ

 

        “ครับ เดินทางปลอดภัยนะครับ ผมจะรอคุณเสือกลับมานะครับ ถ้าอยากทานอะไรก็บอกผมได้”

 

        “ไม่ต้องทำอะไรหรอกกวาง นอนพักเยอะๆเถอะ”

 

        “ผมไม่อยากนอนพักเฉยๆนี่ครับ ออกกำลังกายบ้างน่าจะดีกว่านะครับ”

 

        “ก็ได้ๆ ตามใจ แต่ว่าต้องอยู่ใกล้ๆคุณแม่นะ ฉันไม่อยากให้นายอยู่คนเดียว”

 

        “ครับ ทั้งคุณพ่อและคุณแม่ พวกท่านดูแลผมดีมากเลย ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ”

 

        กรณัฐส่งยิ้มให้กับสามี พยัคฆ์ย่อกายลงไปจูบหน้าท้องนูน

 

        “พ่อไปทำงานแล้วนะตัวแสบ ตอนเย็นจะกลับมาเล่นด้วยนะครับ”

 

        ร่างบางได้แต่ยิ้มกับท่าทางที่น่ารักของสามี พยัคฆ์ยันกายลุกขึ้น แล้วหอมแก้มนิ่ม

 

        “ไปแล้วนะกวาง”

 

        “ครับ”

 

        เขามองสามีที่หมุนกายเพื่อเดินออกจากบ้าน แต่เพียงไม่นานนัก วิรุจน์ก็โผล่มาและมองตามพี่ชายที่กำลังเดินไป

 

        “คุณกวางครับ ผมขอเล่นกับเจ้าตัวเล็กได้ไหมครับ”

 

        ปกติวิรุจน์ก็เป็นคนรักเด็กอยู่แล้ว เขาเองก็อยากจะเล่นกับหลานบ้าง ถึงแม้เจ้าตัวเล็กจะอยู่ในท้องของพี่สะใภ้ก็ตาม

 

        “เอ่อได้สิครับ”

 

        ทันทีที่ได้รับคำตอบ วิรุจน์ก็ฉีกยิ้มกว้าง ยกมือขึ้น ค่อยขยับตัว จะเข้าไปสัมผัสกับท้องนูนผ่านเนื้อผ้า

 

        “โอ๊ย!

 

        แต่ยังไม่ทันที่จะได้เลื่อนมือไปจับ คอเสื้อของเขาก็ถูกกระชากอย่างแรง

 

        “แกจะทำอะไรเมียฉันฮะ!

 

        “คะ คุณเสือ”

 

        คนที่ตกใจไม่แพ้กันก็คงเป็นกรณัฐ เพราะเมื่อกี้สามีเดินออกไปแล้วแท้ๆ เขาไม่ทันได้สังเกตว่ามาตั้งแต่เมื่อไหร่

 

        “โอ๊ยๆ พี่ใหญ่เจ็บนะครับ ปล่อยสิ”

 

        พยัคฆ์ยอมปล่อยคอเสื้อ แล้วมองหน้าน้องชาย สายตาดูน่ากลัวพร้อมที่จะฆ่าคนได้ทุกเมื่อ

 

        “แกกล้ามากนะ ที่จะลวนลามเมียฉัน”

 

        “คุณเสือใจเย็นๆนะครับ คุณรุจน์แค่จะเล่นกับลูกของเราเท่านั้นเอง”

 

        “ฉันไม่ให้เล่นรอลูกฉันคลอดออกมาก่อนแล้วแกค่อยเล่น ไปทำงานได้แล้ว!

 

        พี่ชายคนโตแทบจะลากคอน้องชายออกไปข้างนอก กรณัฐได้แต่อ้าปากเหวอน้อยๆ ไม่คิดว่าสามีจะหึงรุนแรงแบบนี้

 

        ทางด้านพี่ชายคนโตและน้องชายคนกลาง พอออกมานอกบ้าน พยัคฆ์ก็แทบจะโยนร่างของวิรุจน์ลงพื้น วิรุจน์ยิ้มเจื่อน  

 

        “อย่าให้ฉันเห็นว่าแกทำแบบนั้นกับเมียฉันอีกนะไอ้รุจน์”

 

        “พี่ใหญ่ใจร้าย”

 

        “เออ! ไปทำงานได้แล้ว!

 

        คนเป็นพี่ดูท่าจะหงุดหงิดไม่น้อย วิรุจน์ได้แต่บู่ปาก แล้วเดินไปขึ้นรถของตัวเอง อันที่จริงก็อยากจะนั่งรถชิวๆไปกับพี่ชายในวันนี้ แต่ดูท่าทีแล้ว ถ้าไปด้วยกัน มีหวังเขาต้องพี่ชายตะปบจนคอหักก่อนถึงบริษัทเป็นแน่

 

        “เฮ้อมีพี่ชายที่หวงเมียเกินเหตุแบบนี้มันวุ่นวายจริงๆเลยน้า หลานของอารุจน์จ๋ารีบออกมาดูโลกเร็วๆซี่ อารุจน์อยากฟัดจะแย่แล้วน้า”

 

        ร่างสูงโปร่งครวญครางในขณะที่กำลังขับรถเพื่อไปที่บริษัท แต่สักพัก ใบหน้าหล่อก็เริ่มบิดเบี้ยว

 

        “อึก อ๊าก

 

        เขารีบหักพวงมาลัยรถเข้าข้างทางอย่างรวดเร็ว ยกมือขึ้นมากุมหน้าอกตรงส่วนของหัวใจ

 

        “อ๊ะ อ๊าก….อึก อ๊าก”

 

        ร่างสูงโปร่งหยุดรถ ร้องออกอย่างเจ็บปวด เลือดสีแดงสดค่อยๆไหลหยดออกจากปากจนเปื้อนมือของตน

 

        นี่มันบ้าอะไรกัน

 

        ร่างกายของเขามันปวดไปหมด นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขารู้สึกทรมานก็จริง แต่ครั้งนี้มันทรมานมากกว่าทุกครั้ง เขาไม่ได้บอกเรื่องนี้กับใคร ตอนไปหาหมอ หมอก็บอกว่าร่างกายของเขาปกติดี

 

        ครืด….ครืด

 

        โทรศัพท์ที่มีสายเข้า เรียกความสนใจจากวิรุจน์ เขารู้สึกเหมือนกำลังจะตาย แต่มือเขาก็เลื่อนไปหยิบมันมาเพื่อกดรับสาย

 

        “พอล

 

        ไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองว่าจะเห็นชื่อนี้บนหน้าจอโทรศัพท์ นั่นอาจเป็นเพราะว่าเขาและอีกฝ่ายไม่ได้ติดต่อกันหลายเดือน แทบจะลืมไปแล้วว่าเคยรู้จักคนคนนี้เพราะเขาไม่ได้นึกถึงอีกฝ่ายเลย พอลเองก็เหมือนจะไปต่างประเทศ ที่จริงมันก็ไม่มีธุระอะไรที่จะต้องติดต่อกันอีก

 

        “ฮัลโหล

 

        เขากดรับสายเสียงสั่นเล็กน้อย แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังพยายามประครองเสียงตัวเองให้ปกติ

 

        [คงกำลังจะใกล้ตายสินะ]

 

        ประโยคแรกของพอลทำให้วิรุจน์เบิกตากว้าง ไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่ได้ยินเลยสักนิดเดียว

 

        “นะนาย ทำไมถึง”

 

        [ถ้าคิดจะลืมกันคงจะยากหน่อยนะเพราะตั้งแต่วันนั้นชะตาชีวิตของนายก็ผูกติดกับฉันแล้ว”

 

        “!!!

 

       100%

21/11/58

 

เจอกันใหม่ เสาร์หน้าจ้า เช่นเคย

       

       

       

       

       

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}