เรบิญ่า/ดาราวลี/สิปาหนันต์

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 8/1 งานวิวาห์

ชื่อตอน : ตอนที่ 8/1 งานวิวาห์

คำค้น : บัวบงกช,ชยากร,วิวาห์เร่รัก,ผู้หญิงหิวเงิน,เอาตัวเร่ขาย,ปากร้าย,เอาแต่ใจ,ไม่ยอมคน,

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 905

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ต.ค. 2562 11:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 8/1 งานวิวาห์
แบบอักษร

เป็นเช้าวันแต่งงานที่เจ้าสาวไม่มีความสุขเอาเสียเลย หลังจากช่างแต่งหน้าเนรมิตรให้เธอกลายเป็นนางฟ้าในชั่วพริบตา ก่อนจะจับตัวเจ้าสาวหมุนไปมาชื่นชมในความสวยของหญิงสาวอย่างพึงพอใจ แต่ทว่าเจ้าตัวกลับฝืนยิ้มให้เท่านั้น ภายใต้รอยยิ้มนั้นมันกลับซ่อนความขมขื่นเอาไว้ข้างใน เธอแสร้งปั้นหน้าให้ดูมีความสุข เพราะรู้ทั้งรู้ว่าต้องทนทุกข์ทรมานสักปานใด จะมีใครรู้บ้างว่าเธอกำลังหน้าชื่นอกตรมกับสถานการณ์ที่เป็นอยู่ แต่ไม่อยากให้คนใกล้ตัวพลอยไม่สบายใจไปด้วยโดยเฉพาะผู้เป็นบิดา 

“คุณบัวเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดเลยค่ะ” 

คำว่าเจ้าสาวของช่างแต่งหน้าสะกิดอารมณ์ของหญิงสาวให้ใจเต้นระรัว หลังจากนี้ชีวิตเธอจะเปลี่ยนแปลงต้องใช้นามสกุล วัฒนาวีรกุล ตามข้อตกลงของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย 

“ขอบคุณค่ะ”  

ป้ามะลิยิ้มออกมาทั้งน้ำตารู้สึกใจหายอย่างบอกไม่ถูกเพราะรู้ว่าการแต่งงานครั้งนี้เกิดจากการเสียสละเพื่อครอบครัว นางมองอย่างชื่มชมไม่คิดว่าบัวบงกชสวมชุดไทยสวยไม่แพ้นางในวรรณคดี หาที่ติแทบไม่ได้ ดูอ่อนหวานและสง่างามยิ่งนัก  

“ป้าไม่เคยเห็นใครสวมชุดไทยได้สวยเท่าคุณบัวเลยค่ะ” 

“ป้ามะลิก็ชมบัว เกินไปแล้วค่ะ” 

“ก็มันจริงนี่คะ” 

ทุกคนต่างก็ชมเธอเป็นเสียงเดียวกัน ก่อนที่ภาวินีจะเปิดประตูห้องเข้ามาเมื่อใกล้จะฤกษ์เข้ามาทุกที พอเห็นเจ้าสาว ทำให้เธอมองอย่างตกตะลึงไม่คิดว่าผู้เป็นพี่สาวจะสวยหวานจนเธอหลงเคลิ้ม 

“โอ้โฮ…พี่บัวสวยจังเลยค่ะ” 

ภาวินีร้องเสียงดัง ก่อนจะเดินเข้ามาจับตัวพี่สาวหมุนไปหมุนมา “ดาราที่ว่าสวย ๆ ยังสู้พี่สาวของภาไม่ได้เลยค่ะ”  

แม้จะรู้ว่าการแต่งงานครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากความเต็มใจของพี่สาว แต่เธอก็พยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้อีกฝ่ายสบายใจ อย่างน้อยก็ช่วยให้เธอเชิดหน้าชูคอในสังคมได้โดยไม่อายใคร 

“ขอบใจจ๊ะ” บัวบงกชยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยขึ้น “วันนี้น้องพี่ก็สวยเหมือนกันจ๊ะ” 

“งานแต่งพี่บัวทั้งที ภาก็ต้องสวยให้เต็มที่สิคะ” คนพูดออกอาการเขินอายไม่น้อย เมื่อถูกชม เพราะเธอต้องการให้แขกที่มาร่วมงานมองเห็นความสวยของเธอเช่นกัน เพราะเท่าที่รู้มาฝ่ายเจ้าบ่าวนั้นร่ำรวยไม่น้อยมันอาจจะเป็นบันไดเบิกทางให้เป็นที่รู้จักของคนในสังคมมากขึ้นก็ได้ และรู้สึกตื่นเต้นไม่น้อยที่จะได้เห็นเจ้าบ่าวเป็นครั้งแรก 

“คุณแม่ให้มาตาม พี่บัวพร้อมหรือยังคะ ใกล้จะได้ฤกษ์แล้วค่ะ” 

บัวบงกชพยักหน้าเล็กน้อย รู้สึกตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูกเมื่อใกล้ถึงเวลาเข้ามาทุกที มือของเธอเย็นเฉียบก่อนที่ช่างแต่งหน้าจะเช็คความพร้อมก่อนจะเข้าพิธี 

“พี่บัวมือเย็นจังเลยค่ะ ยิ้มหน่อยสิคะ” เสียงนั้นเรียกสติของเธอขึ้นมา ก่อนจะฝืนยิ้มและเดินออกจากห้องไป  

เจ้าสาวสวมชุดไทยสมัยรัตนโกสินทร์ สไบจีบสีกลีบบัวปักชุนด้วยไหมทอง ผ้านุ่งยกทองสีงาช้าง มีความละเมียดละไมและประณีตทุกการตัดเย็บ เครื่องประดับสวยงามสมกับสะใภ้ของตระกูลดัง เธอสวยหวานและสะกดใจแก่สายตาของผู้พบเห็นจนต้องหลงใหล  

ในขณะที่เจ้าบ่าวพิศมองใบหน้าสวยหวานของเจ้าสาวราวกับถูกมนต์สะกด ไม่คิดว่าเธอจะสวยบาดใจขนาดนี้ กระทั่งมีเสียงเอ่ยขึ้นดึงสติของชยากรคืนกลับมาทันที 

“สวมแหวนให้น้องสิกร ได้ฤกษ์แล้ว” 

ชยากรบรรจงสวมแหวนให้เจ้าสาวอย่างบรรจง พอเข้าพิธีจริง ๆ ชายหนุ่มรู้สึกประหม่าเล็กน้อย แม้จะชื่นชมในความสวยงามของเธออยู่ในใจ แต่ทว่ามันเป็นเพียงฉากที่ทั้งสองต่างรู้ดีว่าอุปโลกน์ขึ้นมาเท่านั้น  

ตลอดพิธีในช่วงเช้าบ่าวสาวต่างก็ยิ้มให้แก่กัน แม้ว่าจะเป็นรอยยิ้มที่ต่างฝ่ายต่างก็สวมหน้ากากเข้าหากัน เพื่อไม่ให้ตกเป็นข้อครหาของแขกเหรื่อที่มาร่วมงาน ทั้งสองจึงต้องช่วยกันสร้างภาพราวกับรู้หน้าที่ของตัวเอง และลำดับการต่าง ๆ ผ่านไปด้วยดีมีทั้งคนยินดีและอิจฉาโดยเฉพาะแม่เลี้ยงของเธอ 

ภาวิณีตกใจไม่น้อยที่เห็นเจ้าบาวเต็มตา เพียงครั้งแรกที่เห็นก็สะกดหัวใจของเธอไม่น้อย รู้สึกหวั่นไหวขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกใบหน้าคมสันผิวพรรณอมชมพู เรียกได้ว่าเป็นผู้ชายที่มีเสน่ห์เหลือเกินแวบนั้นทำให้เธอนึกอิจฉา บัวบงกชตกถังข้าวสารชัด ๆ ทั้งที่แต่งงานเพื่อล้างหนี้ให้ครอบครัวเท่านั้น  

“สร้างภาพเก่งเหมือนกันนะ…บัวบงกช” 

“คุณก็เก่งไม่แพ้ฉันหรอก” 

บ่าวสาวกระซิบกันเสียงเบาขณะรดน้ำสังข์ เป็นภาพประทับใจแก่สายตาแขกที่มาร่วมงาน ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น จะมีก็แต่บ่าวสาวเท่านั้นที่รู้ กระทั่งพิธีการในช่วงเช้าเสร็จสิ้นลง ก่อนที่ทั้งสองจะย้ายไปพักผ่อนอยู่ในห้องรับรองของโรงแรมเพื่อเตรียมเข้าพิธีในช่วงเย็น 

“นี่คุณห้องข้าง ๆ ก็มี ทำไมจะต้องมาอยู่ห้องเดียวกัน” 

ชยากรเอนกายลงบนเตียงหนานุ่มโดยไม่สนใจเสียงทักของหญิงสาว และยังมองด้วยสีหน้ายิ้ม ๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงขบขัน 

“กลัวผมจะปล้ำหรือไง อย่าทำเป็นห่วงตัวเลยน่า ทำยังกับไม่เคย” 

“คุณชยากร!” 

สีหน้าของเธอเข้มขึ้นเมื่อถูกกล่าวหา ทุกครั้งที่มีโอกาสเขามักจะหาเรื่องและพูดจาเหยียบย่ำอยู่เสมอแม้กระทั่งวันนี้ที่ได้อยู่ด้วยกันตามลำพังก็ไม่วาย แต่เธอก็พยายามที่จะไม่สนใจคำพูดเหล่านั้นเพราะจะทำให้เขาได้ใจเปล่า ๆ 

“คิดว่าตัวเองเวอร์จิ้นอยู่หรือไง” เขาจับคางมนของเธอ และมองด้วยดวงตาวาววับ “อย่าคิดว่าผมไม่รู้ว่าคุณกับไอ้วิศรุตเป็นอะไรกัน” 

“ก็แล้วแต่คุณจะคิด” 

คำตอบของเธอทำให้เขาหัวเราะลั่น เพราะนั่นเท่ากับว่าเธอยอมรับ “นั่นสินะ ผู้หญิงสมัยนี้การันตีไม่ได้หรอกว่าใครบริสุทธิ์ผุดผ่อง ก็อย่างว่าละนะยุคสมัยมันเปลี่ยนไป” 

“คุณคงผิดหวังที่แต่งงานกับฉัน แต่มันเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ทันแล้วละ เพราะคุณกับฉันแต่งงานกันแล้ว” 

“คิดว่าผมอยากแต่งงานกับคุณนักหรือไง” 

“ฉันรู้แต่แรกอยู่แล้ว ไม่ต้องมาย้ำหรอก ข้อนี้ฉันรู้ดี” 

“รู้ก็ดีแล้ว เพราะคุณเป็นผู้หญิงที่หน้าด้านหน้าทนที่สุดเท่าที่ผมพบเคยเจอมา…บัวบงกช” 

คำพูดจาถากถางของเขาแต่ละคำ เธอเริ่มจะทนไม่ไหว หากอยู่ด้วยกันแบบนี้ก็รั้งแต่จะมีปากเสียงกันเปล่า ๆ เธอควรจะเลี่ยง จนกว่าพิธีทุกอย่างจบลง  

“ออกจากห้องฉันเดี๋ยวนี้ ฉันอยากพักผ่อน” 

“ห้องไหนก็เหมือนกันละน่า…ง่วงจะแย่” เขาพูดทั้งที่หลับตาอยู่ ในขณะที่มือโอบไปที่เอวบาง ทำให้คนที่ไม่ได้ตั้งตัวรีบปัดออกพัลวันเมื่อถูกฉวยโอกาส  

“จะเล่นตัวไปทำไม อย่าลืมสิเราจะเป็นผัวเมียกันแล้วนะ ผมไม่ถือหรอกถึงคุณจะไม่สดก็ตาม” 

บัวบงกชเหวี่ยงตัวออกอย่างแรงรู้สึกร้อน ๆ หนาว ๆ อย่างบอกไม่ถูก เธอไม่เคยใกล้ชิดผู้ชายชนิดถึงเนื้อถึงตัวแบบนี้มาก่อน แม้แต่วิศรุตก็ตามอย่างมากก็แค่จับมือถือแขนเท่านั้น 

“จับนิดจับหน่อยไม่ได้เลยนะ ทีกับไอ้วิศรุตไม่เห็นจะห่วงตัวขนาดนี้เลย” ท่าทีของเธอทำให้เขาอดขำไม่ได้ เธอแสดงละครได้แนบเนียนมากเขาไม่มีทางเชื่อเด็ดขาดว่าเธอไม่เคยผ่านมือชายมาก่อน “ผมอดหลับอดนอนมาทั้งคืน ดีแค่ไหนที่ผมมาทันพิธีเช้า อย่างน้อยคุณก็ไม่ได้เป็นม้ายขันหมาก” 

“นี่คุณ!” บัวงกชแหวขึ้นเสียงดัง “คุณไม่ไปฉันไปเองก็ได้” 

 พูดจบเธอก็รีบเดินออกจากห้องด้วยความเขินอาย รู้สึกว่าตัวเองเสียเปรียบแม้ว่าจะเป็นสามีภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายแล้ว แต่ก็ยังไม่ชินอยู่ดี ในเมื่อเขาเคยบอกว่าไม่อยากตะเนื้อต้องตัว แต่เหตุการณ์เมื่อครู่ทำให้เธอเริ่มไม่ไว้ใจ 

“ตามสบายครับ” 

เขาตะโกนตามหลังอย่างถูกใจ ที่ได้แกล้งหญิงสาว ทำให้เขารู้จุดอ่อนของเธอ แต่ด้วยความอ่อนเพลียหลังจากเมื่อคืนไปนั่งดื่มกับเพื่อนสนิทอย่างวราวุฒิเกือบถึงเช้าจึงเผลอหลับไปในที่สุด 

++และแล้ววันนี้ก็มาถึง เมื่อมันไม่มีทางเลือกและพร้อมจะเผขิญกับความจริง.......ฝากติดตามด้วยนะคะ++ 

ความคิดเห็น