เพชรี

ขอบคุณที่ติดตามเพชรีค่ะ ขอให้ทุกท่านติดตามผลงานของเพชรีต่อไปนานๆ นะคะ ^ ^

บทนำ เทศกาลที่เปล่าเปลี่ยว

ชื่อตอน : บทนำ เทศกาลที่เปล่าเปลี่ยว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 7

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ต.ค. 2562 01:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทนำ เทศกาลที่เปล่าเปลี่ยว
แบบอักษร

บทนำ     เทศกาลที่เปล่าเปลี่ยว 

 

                หิมะสีขาวดูน่าเย็นเหยียบโปรยปรายลงมาสะท้อนกับแสงไฟสีอุ่นๆ ท่ามกลางเมืองนิวยอร์กยามค่ำคืน ท่ามกลางเทศกาลฤดูหนาว ทำให้มันดูราวกับเป็นหิมะที่อบอุ่นตามแสงไฟที่ส่องสะท้อนลงบนหิมะ อุณหภูมิในอากาศหนาวเย็น ฉันกระชับเสื้อคลุมให้แนบชิดกับตัวมากขึ้นเพื่อให้ร่างกายของตนเองรู้สึกอบอุ่น  

 

                 ชื่อของฉันคือ เลน่า ทอมสัน ฉันกำลังทำงานอยู่ในร้านคาเฟ่เลอ เมซง ชื่อดังบนถนนสายนึงในนิวยอร์ก มหานครที่ไม่เคยหลับใหล เลอ เมซง แปลว่าบ้าน ในภาษาฝรั่งเศส ฉัน...คือลูกสาวของเจ้าของร้าน แม่ของฉันชื่อว่า ไอริน มีต้นตระกูลจากฝรั่งเศส สืบทอดกันมายาวนาน ฉะนั้น ใช่แล้ว...ฉันมีเชื้อสายปารีสครึ่งนึงอีกครึ่งคือเท็กซัส อเมริกา ทวดของทวดของทวดของฉันเป็นถึงมาดามดูครี เดอะ อองเทรคนอบขนมเก่าของราชวงศ์ในปารีสในสมัยไหนสักสมัยนี่แหล่ะ... นอกจากนี้ฉันยังมีตาทวดเป้นเชื้อสายคนสกอตแลนอีกด้วย 

                            

                            ตั้งแต่นั้นมา ตระกูลทางฝ่ายแม่จึงสืบทอดการทำขนมเรื่อยมา... แม่ย้ายจากฝรั่งเศสมาตอนสาวๆ เพื่อย้ายมาอยู่กับพ่อที่นี่ แม่จากบ้านมาไกลเพื่อความผจญภัยของชีวิต แต่หลังๆ แม่เริ่มกลับไปบ้านเกิดบ้างแล้ว เรามีตึกแถวในกลางกรุงปารีส เปิดเป็นร้านเบเกอรี่หกดาวอยู่ คุณยายชื่อว่ามาดามโรแลงกับน้าชายของฉัน ที่อยู่ดูแลแม่กับครอบครัว พวกเขาอาศัยอยู่ในตึกแถวใกล้ๆ กันกับร้าน...พ่อของฉัน แคนซัส ทอมสันตกหลุมรักกับแม่ตอนไปเรียนทำขนมที่ ปารีส พ่อขอแม่แต่งงานแล้วพากันมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่นิวยอร์ก เมืองที่กำลังบูมในตอนนั้น....แต่ตอนนี้ พ่อแม่ฉันอยากจะย้ายเรียบร้อยแล้วหล่ะ พวกท่านเบื่อเมืองหลวงเต็มทน 

 

                  "เลน่า" 

                  "อุ๊บ!" ฉันตกใจเสียงเรียกของพี่ชายร้องเสียงหลง เสียงของพี่ชายดังขึ้น ดึงสติเรียกฉันจากการเหม่อลอยให้หันกลับมา

                  "เก็บโต๊ะได้แล้ว ใกล้เวลาปิดร้านแล้ว" พี่ชายมีผมสั้นสีทองร้องบอกฉัน เขาตัวสูงใหญ่ผิวขาวนวลได้มาจากเชื้อฝรั่งเศสจากแม่ก็เลยทำให้เขาฮอตน่าดู แก้มของเขามักมีเลือดฝาด ตอนนี้กำลังแดงและมีเหงื่อออกหน่อยๆ เพราะวิ่งวุ่นดูแลลูกค้าจนเหนื่อย หยาดเหงื่อที่ออกมายิ่งทำให้เขาดูฮอตและเท่มากๆ ในสายตาสาวๆ แต่เสียใจด้วยนะ ฉันได้ข่าวว่าเขากำลังปลื้มแม่สาวผมบรอนชื่อ แครอลี มากๆ และเธอจะมารับพี่ชายของฉันกลับไปนอนด้วยกันทุกวัน...สาวๆต้องพากันน้ำตาไหลแล้วหล่ะ 

 

                  ฉันหันไปมองนาฬิกา มันบอกว่าเป็นเวลาสามสี่ทุ่มแล้ว ฉันรีบหันกลับมาแล้วรีบเก็บโต๊ะที่ว่างแล้วไม่มีใครนั่ง เหลือเพียงจานชามที่เลอะอาหารอยู่บนโต๊ะ  

                  ทริ๊กซี่ พี่สาวคนรองของฉันยืนเช็ดจานอยู่ในร้าน ใกล้ๆ อ่างล้างจาน พี่สาวคนนี้ค่อนข้าวทันสมัย เธอนึกอยากจะลาออก แล้วไปเริ่มต้นใหม่กับอีคอน แฟนหนุ่มของเธอ ในห้องอพาตเม้น ขนาดกลางๆ ในตัวเมือง ฉันคือลูกสาวคนที่สาม เป็นเพียงคนเดียวในหมู่พี่น้องในบ้านที่ยังโสดอยู่ ส่วนอิซาเบลล่า น้องสาวคนสุดท้องตอนนี้กำลังใช้วันหยุดอย่างมีค่ากับคนรักของเธอ และแน่นอน เธอได้รับอนุญาติให้ย้ายออกไปอยู่กับโดโนแวน แฟนหนุ่มที่เธอรักมากที่สุด เหลือเพียงฉันที่ใช้ห้องนอนติดหน้าต่างที่ชั้น3 กับพ่อแม่ที่อยู่ชั้น2 ของบ้าน เหลือฉันที่โดดเดี่ยวเพียงคนเดียว...

 

                  ไม่ใช่ว่าฉันขายไม่ออกหรอกนะ เพียงแต่ฉันรักใครสักคนเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว...อันที่จริง....ไม่ใช่ความรักหรอก ฉันแค่แอบปลื้มหนุ่มฮอตของมหาลัยหน่ะ เขาคืออันดับหนึ่งของสาขาเลยหล่ะ...ไม่ใช่ฉันเจ็บปวดหรือลืมใครไม่ได้....ฉันก็แค่มัวแต่เรียนและทำงาน รู้ตัวอีกทีฉันก็ว้าเหว่อยู่ในคืนคริสมาตคืนนึงเมื่อปีที่แล้ว รอบข้างกายฉันมีแต่คู่รักเต็มไปหมด ยิ่งร้านคาเฟ่อบอุ่นอย่างที่บ้านฉันยิ่งไม่ต้องพูดถึง...วันๆ นึงฉันนับคู่รักได้เกือบสองร้อยคนเลยหล่ะ ต่อวัน...ฉันขอย้ำนะว่าต่อวัน...ตอนนี้ฉันกำลังเก็บจานไปวางไว้ในอ่างด้านใน แล้วเดินกลับมาเช็ดโต๊ะต่อ ...ถึงแม้มันจะทำให้ฉันเหงา แต่ข้อดีของคู่รักเหล่านั้นคือเมื่อพวกเขากำลังมีความสุข...เขาก็จะจ่ายทิปให้กับบรรดาสาวหรือหนุ่มโสดได้อย่างง่ายดาย ทิปจากลูกค้าในช่วงเทศกาลเท่ากับเงินเดือนของฉันเดือนนึงได้เลยหล่ะ...อย่างน้อยสิ่งนี้ช่วยให้ฉันมีความสุขจากงานหนักๆ ได้อยู่บ้าง ยิ่งฉันไม่ต้องจ่ายค่ารถกับค่ากินค่าอยู่ยิ่งเก็บเงินได้เยอะเลยหล่ะ ฉันกำลังจะเก็บเงินก้อนใหญ่ ไว้ไปเปิดร้านคาเฟ่ต์เป็นของตนเองบ้าง...แต่ฉันยังไม่รู้หรอกนะว่าที่ไหนดี

 

                  ให้ทุกคนทายสิ ว่าตอนนี้ฉันอายุเท่าไหร่...มันก็ใกล้จะขึ้นคานเต็มทีแล้วหล่ะ ตอนนี้ฉันหันไปมองรอบๆ ร้าน ฉันอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมาเบาๆ ทุกโต๊ะมีแต่คู่รัก บ้างก็มากันเป็นกลุ่ม แต่แต่ละกลุ่มมาเป็นคู่นี่สิ...

                  "เฮ้อ..." ฉันแอบนั่งอู้เท้าคางบนโต๊ะที่เพิ่งจะเช็ดเสร็จ ฉันสบโอกาสเหม่อมองออกไปบนท้องฟ้าอีกครั้งมันค่อนข้างสว่างเพราะแสงไฟจากเมืองหลวงหน่อยๆ....ตอนนี้ฉันชักอยากจะมีกับเขาบ้างแล้วสิ...คู่รักเนี่ย 

 

                  สักพักแปบเดียวก็สี่ทุ่ม ร้านเราถึงเวลาปิดร้านแล้ว ลูกค้าทยอยเช็คบิลแล้วลุกกันออกไป ฉันรีบลุกจากโต๊ะ แล้วเดินไปเก็บโต๊ะที่อยู่ข้างๆ ทริ๊กซี่รีบเดินมาช่วยเก็บ เธอใส่ผ้ากันเปื้อนสีขาว รวบผมหางม้าหยักศกสีบลอนยาวสลวยถึงกลางหลัง

                  "ได้พักสักทีสินะ..." เธอบ่นอย่างโล่งอกให้ฉันฟัง ตอนที่เก็บจานบนโต๊ะถัดจากฉัน ฉันหันไปยิ้มให้พี่สาวแล้วเก็บต่อ เรามีคนเข้าร้านเยอะประจำ โดยเฉพาะเกือบจะถึงวันคริสมาต อีกสองวันคือคืนคริสมาตอีฟ...พวกคุณรู้จักคริสมาตอีฟไหม? ค่ำคืนสีสันแห่งคู่รักหน่ะ และตำนานจุมพิตใต้มิสเซิ้ลโทลไง...ฉันฝันว่าจะได้มีรักนิรันดร์กับใครเขา...

                  "กริ้งง~~" เสียงบานประตูดังขึ้นพร้องกระดิ่งที่ห้อยอยู่สั่นเป็นเสียงออกมา แครอลีสาวผมบรอนเดินเข้ามาในร้าน เธอปล่อยผมดัดลอนช่อใหญ่ยาวถึงกลางหลัง

                  "คริส..." เธอร้องเรียกพี่ชายของฉันที่กำลังถอดผ้ากันเปื้อนออกแล้วเก็บของล้างมือให้เรียบร้อย 

                  "หวัดดีค่ะ พ่อ แม่" เธอร้องทักพ่อของฉันที่อยู่ในครัว และแม่ที่กำลังเช็ดแก้วอยู่ด้านหน้า

                  "สวัสดีจ้า...แครอลี" แม่ของฉันทักตอบเสียงหวานแบบสาวฝรั่งเศส แม่เหมือนนางแบบที่มีความแก่หน่อยนึง...ไม่ต้องถามมากว่าทำไมฉันถึงขายไม่ออก...คนชอบมองแม่กับฉันแล้วเปรียบเทียบกัน ฉันแค่เรียบร้อยที่สุดในบ้านแล้ว แค่ดูจืดชืดไม่น่าสนใจหน่ะนะ.... พ่อฉันโผล่หัวออกมายิ้มทักให้ว่าที่ลูกสะใภ้อย่างใจดีก่อนจะรีบผลุบหัวกลับเข้าไปทำงานต่อ 

                  "รอนานไหม" พี่ชายฉันเดินออกมาถามพร้อมเสื้อผ้าที่เปลี่ยนแล้วแล้วกอดหอมแก้มแฟนสาวดังฟอดใหญ่...ฉันไม่ได้อิจฉาพี่ชายหรอกนะ แค่เซงเป็ดเท่านั้นเองหน่ะ...

                  "เฮ้อ..." ฉันถอนหายใจแล้วตัดสินใจรีบเช็ดโต๊ะต่อด้วยความเหงาจับใจ ยิ่งเห็นคู่รักหวานแหววกัน

                  "...ถอนหายใจทำไมจ๊ะ เลน่า" เธอร้องถามอย่างอารมณ์ดีเมื่อเห็นว่าฉันแอบถอนหายใจออกมา

                  "เอ่อ.. เปล่าค่ะ ฉันแค่เหนื่อยหน่ะ วันนี้คนเยอะ" ฉันรีบตอบบ่ายเบี่ยงจากพี่สะใภ้คนสวยของฉัน

                  "จะอะไร...ก็เลน่าหน่ะสิ อยากมีแฟนเหมือนคนอื่นเค้าบ้าง...พี่แอบดูมาสักพักแล้ว แม้แต่ตอนเข้าห้องน้ำ..เขาเรียกว่าอาการอยากมีคนรัก...แล้วเธอก็หวานกันต่อหน้าน้องอีก" ทริ๊กซี่พูดพร้อมกับยกจานไปเก็บ ทำเอาฉันใจหายเกือบตอบไม่ถูกไปเลยทีเดียว

                  "ป่าว..สักหน่อย" ฉันไม่ยอมรับรีบเก็บของ จะได้ขึ้นห้องนอนเร็วๆ

                  "โถ่...คุณทำให้น้องสาวหงอยนะคริส..." เธอพูดอย่างอารมณ์ด...ก่อนที่จะถามตามมาในตอนหลังทำเอาฉันเกือบหน้าหงาย...มันแทงหัวใจฉันอย่างดังเลยหล่ะทำเอาฉันตอนไม่ถูกเลย 

                  "ว่าแต่ทำไม...เธอถึงไม่มีใครเลยหล่ะ" 

                  "ฮ่าๆๆ เธอถามได้ตรงมาก แครอล" ทริ๊กซี่หัวเราะจนตัวแทบงอ ไม่ใช่แค่นี้หรอกนะ...แต่ทั้งบ้านหน่ะ ฉันหน้าแดงจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้ว เขาเล่นถามซะจนฉันหน้าหงายไปเลย

                  "พอแล้วๆ เลิกแกล้งเลน่ากันได้แล้ว" คริสรีบปราบเพราะสงสารน้องสาวขึ้นมา ฉันรีบก้มหน้าก้มตาทำงานให้เสร็จเร็วๆ

                     "ก็มันอดห่วงไม่ได้นี่พี่...น้องเราขึ้นคานมานานแล้วนะเนี่ย" 

                  "กริ้งงง~~" เธอพูดอย่างเป็นห่วงไม่ทันไร แฟนหนุ่มของเธอก็เข้ามารับ อีคอน เขาเป็นหนุ่มมีเชื้อสายแขกหน่อยๆ ดวงตาสีน้ำตาลเข้มที่สำคัญ...เป็นเจ้าชายอาหรับคนที่ 4 บอดีการ์ดคงปลอมตัวเดินทั่วอยู่แถวนี้ ฉันรีบหันไปมองข้างนอกร้าน มีการ์ดสิบกว่าคนพลัดกันจับตามองมาในร้านอยู่ด้านนอก พวกเขาคอยอารักขาเจ้าชายในชุดไปรเวทที่ดูธรรมชาติที่สุดอยู่เสมอ...อีคอนถือว่า ไม่สะดุดตาเป็นดี

                  " คุยอะไรกัน...ขอฉันคุยด้วยคน...สวัสดีครับ" เขาเดินเข้ามาทักแล้วไปทักทายพ่อตาแม่ยาย...ท่าทางมีเรื่องสำคัญจะคุยกะแม่ยาย เรื่องพาทริ๊กซี่ย้ายไปอยู่อาหรับถาวร

                  "ฮ่าๆๆ แค่เลน่าขายไม่ออกหน่ะจ๊ะ" แม่ยิ้มรับลูกเขยอีกคน

                     "...เลน่าขายไม่ออกหรือ...ให้ผมพาคนรู้จักมาจับคู่ไหม...มีเศรษฐี รวยๆ พ่อค้าน้ำมัน หรือจะเอาญาติห่างๆ ผมดีครับ...คุณแม่อยากได้แบบไหน" เขาตาโตออกมา ดูบ๊องๆ หน่อย ก่อนจะรีบหยิบสมุดรายชื่อคนออกมาคลี่อย่างจริงจังเพื่อเอาใจแม่ยายโดยเฉพาะ...เผื่อจะให้ทริ๊กซี่ย้ายไปอยู่อาหรับด้วยได้บ้าง...ช่างเป็นความเอาใจที่แอบแฝงงง~~~

-*-\\

                       "ฮ่าๆๆ " ทุกคนพากันหัวเราะ ยิ่งทำให้ฉันขายหน้าไปใหญ่

                       "ไม่ต้องหรอกจ้าา...ต่อให้เลน่าขึ้นคานแม่เลี้ยงไหน พ่อแม่เลี้ยงมายันตัวเท่านี้" แม่ตอบอย่างพอใจลูกเขย

                       "อีคอนมาแล้วเหรอ...นั่งรอดื่มเบียร์ด้วยกันก่อนสิ" พ่อโผล่หัวออกมาอย่างรู้กัน ดูท่าว่าจะปรึกษาบางอย่างกับพ่อตาเรียบร้อยแล้ว

                       "ไม่เอา ดึกแล้ว หนูอยากรีบกลับ...มีอะไรไว้คุยกันพรุ่งนี้เธอค่ะ" ทริ๊กซี่รีบบอกพ่อ ก่อนจะถอดผ้ากันเปื้อนเก็บไว้ที่หลังร้านแล้วจัดผมเผ้าให้เข้าที่

                       "แต่..ว่า" อีคอนมีท่าทีอึกอักก่อจะยอมเธอแต่โดยดี

                       "ก็ได้ครับ...พรุ่งนี้ค่อยคุยกันก็ได้" เขาแอบมีสีหน้าหวั่นใจขึ้นมาเล็กน้อย แต่ยังไม่วาย...รีบกลับมาพูดเรื่องฉันด้วยความเป็นห่วง

                       "ถ้าเลน่าขายไม่ออก แม่อยากให้หาคนแต่งงานรีบบอกผมนะครับ" เขาย้ำด้วยความหวังดี ทำเอาทุกคนหัวเราะ

                       "พี่อีคอน!" ฉันแผดเสียงร้องก่อนจะถูกกลบไปด้วยเสียงหัวเราะของใครหลายคน

                       "ไปกันเถอะ อีคอน" ทริ๊กซี่พูดเรียกเขา

                       "ไปส่งฉันกับคริสเหมือนเดิมนะ" แครอลีขอติดรถหรูไปลงที่เพ้นเฮ้าหรูหราในระดับนึงกลางใจเมือง

                       "ได้เหมือนเดิมเลยครับ" เขารับอย่างอารมณ์ดี

                       "เราจะสามสิบแล้ว...เก็บไปคิดดู มีอะไรให้พี่ช่วยนะ" อีคอนพูดอย่างอ่อนโยนเล็กน้อย ก่อนจะยื่นนามบัตรหรูสีทองมาให้ฉันที่กำลังถูพื้นก่อนปิดร้าน ฉันจ้องเขาอยากจะหักคอให้รู้แล้วรู้รอดไป...อีคอนนี่จะสั่งให้ใครทำอะไรก็ได้สินะ...ทุกคนยังคงหัวเราะก่อนจะบอกลากันแล้วออกไป

                       "ไปก่อนนะครับ/ค่ะ"

                           "ฮ่าๆๆ ลูกเขยฉันนี่สะดวกดีจริงๆเลย" แม่ของฉันขำชอบใจพ่อก็เหมือนกัน ทิ้งให้ฉันหน้างอเพียงคนเดียว....ไม่ตลกเลยสักนิด...

 

 

                            ทุกคนจากไป ฉันกับพ่อแม่รีบเก็บร้านให้เสร็จ พอเสร็จแล้วพ่อแม่และฉันแยกย้ายกันขึ้นห้องนอน 

                            "ฝันดีค่ะ แด๊ด...มัม" ฉันบอกฝันดีพ่อแม่เหมือนทุกวันแล้วกอดและหอมแก้มทีละคนจนได้กลิ่นเหงื่อไคลจากร่างกายของพ่อแม่เล็กน้อย พ่อแม่หอมตอบฉันแล้วฉันก็รีบลาขึ้นห้องนอน ฉันเดินขึ้นบันไดไปที่ชั้นสาม ห้องนอนส่วนตัวของฉันในตอนนี้คือห้องใต้หลังคาที่อบอุ่นถูกตกแต่งอย่างน่ารัก 

 

                            ฉันแช่ตัวลงในอ่างน้ำอย่างผ่อนคลายจากงานที่เหนื่อยล้า กลิ่นของน้ำนมเชียบัทเทอที่ใช้แช่ตัวหอมติดจมูกทำให้ผ่อนคลาย ความอุ่นของน้ำที่แช่และฮีทเตอทำให้ฉันพออยู่ได้ท่ามกลางเทศกาลในฤดูหนาว หิมะเกาะตัวหนาอยู่นอกหน้าต่างและหลังคาบ้าน เหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง ยามค่ำคืนแสงไฟในเมืองนั้นสวยดี ร้านรวงต่างๆ ใกล้ถึงเวลาปิดตัวแล้ว...พี่น้องของฉันมีคู่กันหมดแล้ว เหลือเพียงฉันที่หดหู่ใจอยู่คนเดียว ได้แต่นั่งมองคู่รักผ่านเทศกาลต่างๆ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าร้านคาเฟ่อย่างนี้ ทุกเทศกาลคนจะเยอะขนาดไหน... โดยเฉพาะคู่รักที่มาสวีทกัน ฉันแทบจะกระอักน้ำตาลที่หวานหยดในร้านแทบจะทุกที...หรือฉันจะออกไปดูตัวกับญาติของพี่อีคอนดี จะได้เป็นส่วนนึงในราชวงศ์ อีกหนึ่งราย ฉันนึกเล่นๆ เบาๆ ...เจ้าชายอาหรับก็หล่อไม่เบานะ...หึหึ.. ฉันนึกฝันหวานถึงเจ้าชายอาหรับที่หน้าตาหล่อเหลาแล้วหัวเราะชอบใจอยู่คนเดียวเงียบๆ...แต่ฉันรู้ดีว่า...แฟนของฉันคงไม่ใช่เจ้าชายอาหรับแน่ ฉันรีบอาบน้ำแล้วรีบแต่งตัวเข้านอน ฉันเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างก่อนนอน 

                            ...ตอนนี้ฉันก็อายุมากแล้ว เพื่อนร่วมฉันของฉันแต่งงานกันเกือบหมดแล้ว แต่ฉันยังไม่มีแม้แต่คนที่รักใคร่ชอบพอกันเลย ฉันเริ่มพิจารณาแล้วปิ๊งไอเดียดีๆ ออกมา ฉันรีบลุกขึ้นยืนเดินไปหยิบโน็ตบุ็คบางๆ ของฉันมาแล้วนั่งลงบนเตียงเอาหมอนวางไว้ใต้โน็ตบุ็ค ฉันรีบเปิดเครื่องแล้วรีบเสิร์ทดูข้อมูลบริษัทหาคู่ต่างๆ ฉันดูไปเรื่อยๆ แล้วหยุดอยู่ที่้เว็บไซต์นึง เป็นเว็บไซต์ที่แนะนำให้คนที่หาคู่ไม่ได้ โสดอย่างมีความสุข...เขาแนะนำให้ทำสิ่งที่ชอบ และใช้ชีวิตตัวคนเดียว แต่พออ่านไปเรื่อยๆ มีลิ้งเว็บไซต์นึงแปะเอาไว้ ฉันรีบเปิดเข้าไปดูมันคือเว็บไซต์ รีวิวความสำเร็จของการขอพร ของน้ำพุเทรวี่ น้ำพุที่ขออะไรก็ได้ ฉันอ่านรีวิวประสบการณ์ การขอต่างๆ ที่ประสบความสำเร็จ ...ฉันจ้องมองดูรูปอ่างน้ำโบราณที่มีแต่คนพูดกันง่าได้ตามที่ขอหลายคน รวมถึงคนที่ขอในเรื่องความรัก และข้างๆ ก็มีลิ้งค์ของบริษัททัวร์ประเทศต่างๆ ขึ้นมาโฆษณาด้วย

 

                            หลายปีที่ผ่านมาฉันก้มหน้าก้มตาทำแต่งานมาโดยตลอด พ่อแม่ต่างอยากให้ฉันหยุดบ้าง ฉันจ้องมองรูปน้ำพุเทรวี่ที่เด่นหลา แล้วหยิบสมุดบัญชีขึ้นมาดู พร้อมกับบัตรเครดิตหนึ่งใบที่ฉันไม่ได้แตะเลยมานานหลายปี ฉันรู้สึกว่าต้องลองสักครั้งในใจลึกๆ ของฉันบอกไว้แบบนั้น ฉันเปิดดูเงินในบัญชีฉันมีเงินเก็บอยู่ทั้งหมดสองแสนดอลล่าสหรัฐฯ ฉันรีบดูทัวร์ท่องเที่ยวแต่ก็หน้าผิดหวัง เพราะทัวร์ตอนนี้เต็มหมด ฉันอยากรีบไปฉลองคริสมาต์ที่นั่นหนีจากความหดหู่ของคนโสดในเมืองนี้...ฉันรีบหันไปมองนาฬิกา ได้เวลานอนของฉันแล้วไม่งั้นพรุ่งนี้จะตื่นสาย ฉันต้องรีบตื่นแต่เช้าเพื่อขอพ่อแม่ไปเที่ยงวันหยุดทันทีทันใด ฉันยิ้มนึกถึงเช้ารุ่งขึ้นอย่างมีความสุขแล้วรีบปิดโคมไฟที่หัวเตียงแล้วล้มตัวลงนอน...เหลือเพียงแสงไฟด้านนอกที่ส่องเข้ามาทางหน้าต่างสลัวๆ จากไกลๆ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น