เหล่าปราชญ์พเนจร
email-icon

(◕ㅁ◕✿)ขอขอบคุณทุกกำลังใจนะเจ้าคะ

ตอนที่ 76 คราดาราซุกพุงเมียฟื้นพลัง

ชื่อตอน : ตอนที่ 76 คราดาราซุกพุงเมียฟื้นพลัง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 80

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ต.ค. 2562 12:31 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 76 คราดาราซุกพุงเมียฟื้นพลัง
แบบอักษร

ตอนที่ 76 คราดาราซุกพุงเมียฟื้นพลัง 

         ชีวิตมิอาจหนีพ้นความตายฉันใด ความตายมิอาจหนีพ้นหนทางสู่สุขติฉันนั้น

         หากคนเรารู้จุดจุบของตนเองตั้งแต่วันแรกที่เกิด คิดว่าคนเราจักทำอย่างไรกับชีวิตที่มีขีดจำกัดสั้นๆเช่นนี้นะ เวลาที่ค่อยๆหมดลงอย่างช้าๆราวเม็ดทรายในนาฬิกาทราย เรื่องราวที่เริ่มปิดม่านลงอย่างค้างคา หลายคนเลือกได้อยากดิ้นรนเพื่อสานต่อเวลานั้นหรือไม่ และหลายคนเลือกยอมรับเวลาชีวิตแสนสั้นเพื่ออะไร? มันอาจไม่มีคำตอบที่ถูกต้องสำหรับคนไม่รู้ว่าชีวิตมีเวลาจำกัด กระนั้นหากลองถามคนแก่ชรา และเหล่าผู้ป่วยที่นอนบนเตียงทั้งวันทั้งปี

         พวกเขาจะตอบคำถามที่ว่าชีวิตต้องการอะไร..ได้อย่างแน่นอน

         สามวันหลังจากศึกใหญ่ เมรัยนอนพักฟื้นที่บ้าน งานทาสที่โดนกดขี่ถูกสั่งเลิกจ้าง เช้านอนตื่นทานยา เที่ยงนั่งนวดพุงเรไร เย็นปล่อยนารีซบไหล่ กลางคืนอยากออกำลังกายก็โดนสั่งห้าม เฮ้อ เวลาเมรัยป่วยทีแต่ละคนมักห่วงเกินเหตุ นางแค่มิแข็งแรงเฉยๆนะ มิใช่อ่อนแอกระจอกเหมือนลูกนกระจอก แม้นความจริงลูกกระจอกจะต่อยนางตัวแตกได้ในหมัดเดียวก็เถอะ

         ว่างจัง

         เมรัยหยิบไม้เท้าจิ้งเหลนแปดหัวมาตรวจสภาพหลังใช้งานอย่างหนักเมื่อเร็วๆนี้ สภาพไม้เท้ามิบุบเสียหายแถมไร้ร่องรอยแววใกล้หักอย่างไม้เท้าเก่าๆของเมรัย “เยี่ยม” ปกติหมอผีน้อยใช้ไม้เท้าทีไร ไม้เท้าชอบหัก ครั้งนี้มันไม่หักอาจเป็นเพราะว่าเมรัยใช้มันถูกวิธีก็ได้ แต่นางยังชอบขว้างมันปานหอกมิใช่หรือ อาเร๊ะ

         ห้องนอนอบอวลกลิ่นหอมดอกมะลิ แสงแดดส่องผ่านกระจกใสกระจ่างทอประกายระยิบระยับพอๆกับเรือนผมลอนยาวสีส้มเพลิงที่เริ่มเห็นชัดว่ามีปอยผมสีขาวแซม หมอผีน้อยดึงผมขาวเล่นแล้วก็เจ็บ เพื่อ?

         “อ่า---“

         ตุบ สาวน้อยพุงป่องล้มตัวลงกระแทงหมอน ไม่มีนิยายวายให้อ่าน โลกมันช่างมืดหมองเหลือเกิน..

         ไม่นานนัก “เมรัยได้เวลาออกจากถ้ำแล้วจ้า” ดวงดาวน้อยเปิดต่างหน้าพลางบอกข่าวดีหมอผีน้อย เนื่องจากเมรัยนอนเกาดากในห้องอุดอู้ตลอดสามวัน นารีรู้ว่าเมรัยใกล้ย่อยสลายตายเต็มทีแล้ว นางเลยอยากลากลูกหมีอวบออกมาสัมผัสแสงแดด ปิ้งแล้วกิน ไม่ใช่สิ อยากพาเมรัยไปเดินเล่นให้อารมณ์สดชื่นชื่นบาน สรุปวันนี้พวกนาง นารี เรไร และเมรัย สบทบกับพวกไดอาเรียจักไปเดินเที่ยวในเมืองแห่งความลับ

         “ไม่อยากโดนปืนแทงดับข้างถนนอ่ะ พวกเจ้าไปกันเองเถอะ”

         เมรัยมุดเข้าผ้าห่มแล้วขดตัวเป็นเต่าต้วมเตี้ยม นารียิ้มค้างหลังจากนั้นเปลี่ยนเป็นยิ้มทะมึน

         “เรไร”

         ดวงดาวน้อยดีดนิ้วสั่งปักษาน้อยเริ่มปฏิบัติลากหมอผีน้อยลงจากเตียง “ไม่มมมมม” “เร็วเมรัย สัญญาแล้วมิใช่หรือจะเที่ยวด้วยกัน”

         “อืออออ”

         สองสาวอวบดึงกระชากแขนขา เรไรดึงสองขาเมรัย ฝ่ายหมอผีน้อยเกาะเตียงไม่ยอมปล่อย นารีเห็นเรไรสู้แรงหมอผีน้อยมิไหว ดวงดาวน้อยเลยใช้พัดกระดาษฟาดใส่บั้นท้ายอวบๆ เพี๊ยะ “โอ๊ย”

         ร รุนแรงจัง!!

         “จะให้พวกข้าช่วยเจ้าเปลี่ยนเสื้อหรือเจ้าอยากเปลี่ยนเสื้อเอง เลือก”

         “ให้พวกเจ้าช่วยละกัน”

         เมรัยหดคอกลัวเสียงหวานนารี หมอผีน้อยเบิกตากว้าง และเบือนหน้าหนีอย่างลนลาน นางเป็นคนป่วย ทำไมพยาบาลรุนแรงจัง ระวังเป็นข่าวนะ

         ใช้เวลาเกือบชั่วโมง เรไรเปลื้องผ้าเมรัยแล้วจับเช็ดตัวถูๆตามซอกมุมเนื้อแน่น ถัดจากนั้นเมรัยปล่อยนารีจัดเตรียมอาภรณ์ให้เมรัยอย่างพิถีพิถันปานคุณแม่กำลังเลือกชุดให้ลูกสาว ลองนึกดูแล้วชุดไม่เข้ากับลูกสาวเลยนะ “ชุดอะไรเจ้าเนี่ย ไม่เอา!!” จะจับหมอผีน้อยใส่ชุดจระเข้เพื่ออะไร เมรัยหน้าบูดแต่เช้าพลางถอดชุดนอนเรไรแล้วปาใส่ปักษาน้อย

         แปะ เรไรปากกระตุก มือกำหมัด ช่วยเบามือกับชุดนางหน่อยได้ไหมย่ะ ชุดนางบอบบางนะ มันขาดง่าย

         เมรัยอยากใส่อาภรณ์ประจำตัว ทว่าตอนลองมัดผ้าคาดเอวมันรู้สึกแน่นๆแปลกๆ

         “..”

         หนุบๆ เอาจริงดิ

         “งานใช้กำลังไม่ช่วยลดน้ำหนักเจ้าเลยนะ แถมเพิ่มขึ้นอีกต่างหาก”

         “..เงียบเลยนะ”

         เมรัยค้อนให้นารีปากเสีย คราวหมอผีน้อยก้มมองส่วนขยายที่เริ่มเห็นชัด “เฮ้อ..” แม้มันจะเป็นสิ่งที่นางภาคภูมิใจก็เถอะ

         วันนี้เมรัยแต่งตัวงามเป็นพิเศษ นารี และเรไรปิดเงียบไม่บอกว่าพิเศษอย่างไร กระนั้นออร่าความงดงามของหมอผีน้อยยากปิดมิด แม้นแต่พวกคุณหนูน้อยยังสัมผัส และมองเห็นรัศมีความสง่างามที่แตกต่างจากทุกที เรือนผมลอนผูกมัดสองปอยรวบไว้ข้างหลัง แต่งหน้าทาปาก เขียนคิ้ว ใส่เครื่องประดับ ฉีดน้ำหอม แถมสวมอาภรณ์ระดับฮองเฮาในคลังอาภรณ์ของนารี

         ดวงตาสีส้มเพลิงหลุบต่ำอย่างหงอยเหงา แลน่าทะนุถนอม

         “มองอะไรไม่เคยเห็นคนคนสวยรึ”

         “ฮึ นิกุสวยกว่าเจ้าอีก”

         “///”

         ไดอาเรียยกนิกุสูงกว่าเมรัยแปดเท่า เอาดิ ในสายตาคุณหนูน้อยหมูป่าน้อยน่ากอดกว่าหมอผีน้อยเยอะเลย นารียกชายเสื้อกลั้วขำ เรไรแต่งตัวงามเช่นกันแต่แต่งคนละแบบกับนารี และเมรัย “อย่าตีกัน” ปักษาน้อยเคาะหน้าผากคุณหนูน้อย พลางผลักหลังเมรัยไปไกลๆน้องเขา กันมิไม่ให้หมาใกล้แมว ประเดี๋ยวไดอาเรียเอามีดชักยิงเมรัย

         วันนี้ในเมืองซีเคร็ทออฟวอร์มิมีกิจกรรมพิเศษ กระนั้นทุกๆวันในเมืองคึกคั่ง บรรยากาศคึกครื้นมีชีวิตชีวาสดใสท่ามกลางตึกอาคารสีดำสลัวราวเงาต้นโพธิ์ใต้แสงจันทร์ สถาปัตยกรรมงดงาราวดินแดนแฟนตาซีผสมดินแดนเทคโนโลยียุคบุกเบิกรถไฟ สวนกุหลาบสีน้ำเงิน สะพานข้ามแม่น้ำมีป้อมยาม ผิวทะเลสาบทอประกายแสงแพรวพราวมีเรือแล่น นกกระจอกโผบิน นกพิราบบินชนนกระจอก กระรอกปีนป่ายไต่กำแพงร้านขายขนมปัง หมู่ผีเสื้อสะบัดปีกบินกินน้ำหวานดอกเข็ม ฟ้าไร้เมฆฝนแลดั่งฤดูหนาว เปิดทางให้แสงตะวันสาดส่องทั่วทุกหนแห่งในเขตเมืองแห่งความลับ

         เสียงดนตรีบรรเลงด้วยฝีมือวณิพกริมถนน ช่วงวันหยุดมีนักเรียนสายศิลป์ นักศึกษาภาคนักดำน้ำ และเด็กวัยประถมวิ่งเล่นประปราย เจ้าหน้าที่หน่วยรักษาความปลอดภัยเดินตรวจตรา ทำงานเป็นคู่สองคน ระบบการทำงานนับว่ามีระเบียบ และกระจายกำลังทั่วถึงทุกพื้นที่ในเขตความรับผิดชอบของพวกเขา ไดอาเรียพาพวกเมรัยมาเที่ยวในส่วนพื้นที่การปกครองของเขตกลุ่มโรส หนึ่งในสี่ผู้นำสภาเงา

         นางราชินีกุหลาบเบื้องหน้าทำงานร่วมกับสภาเมืองทำให้เขตปกครองของนางมีความสงบมากพอๆกับเขตปกครองของโนอา

         เรไรที่มิเคยเที่ยวเมืองคนรวย นางมิรู้จะไปไหน ไดอาเรียเลยแนะนำห้างขายสินค้าขึ้นชื่อประจำเมืองซีเคร็ทออฟวอร์ “ว้าว” ปักษาน้อยเคยเที่ยวเมืองกับพวกเมรัยไม่น้อย แต่นี่เป็นครั้งแรกที่นางเห็นห้างใหญ่ขนาดนี้ มีสิบชั้น แถมอาคารดูมีความขลังมนตราความลี้ลับ ล้ำสมัย ความสวยตามแบบเมืองแห่งความลับด้วย ด้านในขายของมากมาย อาทิ เสื้อผ้า รองเท้า กางเกง ที่สำคัญคือเครื่องประดับของขึ้นชื่อเมืองซีเคร็ทออฟวอร์

          “ราคาสูงจัง”

         แค่ตุ้มหูผีเสื้อฝังเพชรก็แพงกว่ามันบดเมรัยล้านเท่าแล้ว เรไรอ้าปากกว้างตกใจปานปลาทองมองหน้ามนุษย์ผ่านแก้วกระจกใส นารียอมรับว่าเครื่องประดับเมืองซีเคร็ทออฟวอร์สวยงามพอๆกับเครื่องประดับของชาวดาราเลย พวกสาวๆมุงดูเครื่องประดับตามประสา จะมีสาวน้อยคนเดียวที่ไม่เข้าพวกคือเมรัย

         อ้า

         ทั้งชีวิตเมรัยไม่เคยสัมผัสอะไรแบบนี้เลยนะ อย่างมากนางก็ซื้อแค่เครื่องสำอางราคาบ้านๆคุณภาพดีในระดับหนึ่ง นางเงินน้อยนินา

         หมอผีน้อยปล่อยดวงดาวน้อยกับปักษาน้อยชมสินค้า เมรัยยืนพิงผนังเพียงเหลียวมองเป็นระยะห่างๆ และอมยิ้มบางๆ “เมรัย ดูดีหรือไม่” นารีห้อยสร้อยไข่มุกมาขอคำชมเมรัย หมอผีน้อยยิ้มเอ็นดู ไม่ว่านารีหรือเรไรเอาของอะไรมาให้เมรัยดู หมอผีน้อยบอกชมหมด

         นั้นสินะ แค่เห็นพวกนางมีความสุขก็พอแล้ว..

         เรไรสังเกตเมรัยไม่มีความสนใจเครื่องประดับ ปักษาน้อยแอบคุยกับดวงดาวน้อย ครั้นนารีพยักหน้ารับข้อเสนอ วันนี้พวกนางอยากให้เมรัยยิ้ม และสนุก ผ่อนคลายเพื่อให้ร่างกายฟื้นสภาพเร็วๆ “เมรัยหิวหรือไม่” “เห็นข้ากินเก่งขนาดนั้นรึ” ไม่ใช่พวกเจ้าเอาของกินมาล่อแล้วข้าจะยิ้มได้นะ!!

         แต่หมอผีน้อยก็กินอยู่ดี งั่มๆ

         ไม่อยากให้เมียรู้จุดอ่อน นางเลยแสร้งตีหน้าบึ้งตึงปานคนอารมณ์เสีย “อย่าเข้าใจผิด”

         “ฮึๆ”

         เรไรขบขัน นารียิ้มอ่อน ดวงดาวน้อยควงแขนซ้ายหมอผีน้อย ปักษาน้อยควงแขนขวาหมอผีน้อย เมรัยร้อนรุ่ม แต่โดนสาวน้อยน่ารักเดินประข้างเช่นนี้ก็ไม่เลว “เอาแต่ใจชะมัด พวกเจ้าเนี่ย” หมอผีน้อยถอนหายใจเฮือก อยากโยนยัยพวกลูกหมีทิ้งซะเดี๋ยวนั้น

         “อือ”

         นารีซบไหล่เมรัย ครางเสียงตอบรับเบาๆ

         แม้นเมรัยทำงานได้เงินค่าตอบแทนน้อย แต่นารีสัญญาจักเอาสมบัติที่นางมีมอบให้เมรัย และเรไร ปักษาน้อยไม่มีอะไรจะให้เมรัย เอาเป็นว่านางยกร่างกายให้ละกัน อันนี้เรไรคิดเล่นๆนะ

         ท่วงทำนองดนตรีดังกังวานในห้างเสริมบรรยากาศให้อบอุ่นมีใจอยากจ่ายเงิน ไดอาเรียพานิกุมาเปิดหูเปิดตาในย่านคนรวย คุณหนูน้อยเห็นหมูป่าน้อยตกใจตาโตก็ยิ้มได้ใจ วางมาดเหนือกว่าทั้งยังบอกว่าสงสารนิกุเลยยอมใช้เงินเดือนนี้ซื้อของให้หมูป่าน้อยเยอะแยะ กระนั้นนิกุสนใจแต่ของกินพอๆกับเมรัย “เฮ้อ..ข้าทำเพื่ออะไรเนี่ย”

         “?” หมูป่าน้อยเลิกคิ้วมองคุณหนูน้อย ในปากนิกุยังมีไอศกรีมเต็มคำ

         “อร่อยจังไดอาเรีย”

         “อร่อยสิ ฮึ”

         รองโรน่าเดินกับกลุ่มไดอาเรีย รู้สึกสนุกกับท่าทางแง่งอนของคุณหนูน้อยกับท่าทางซื่อๆของนิกุ แอบน้อยใจที่รู้สึกเหมือนส่วนเกินนะ แต่ไดอาเรียไม่เคยทิ้งเพื่อนสนิทให้โดดเดี่ยวหรอก “อย่ามัวแต่ขำสิ ช่วยข้ากินด้วย” คุณหนูน้อยเห็นหมูป่าเจริญอาหารขนาดนี้ก็ไม่อยากทานไอศกรีมในมือแล้ว ส่งๆให้เพื่อนสนิทจัดการแทน “..” รองโรน่ายิ้มกรุ่มกริ่ม วันนี้มีข้า เจ้ายังแบ่งได้ แต่ถ้าวันใดอยู่สองต่อสอง เจ้าคงต้องจัดการคนเดียวแล้วล่ะ

         “ยังยิ้มอีก”

         ไม่ใช่นางเห็นนิกุกินเก่ง แล้วไดอาเรียจะกลายเป็นคนกินเก่งนะ!! ไม่ใช่

         ไดอาเรียโวยวายใส่รองโรน่า นิกุยืนกินงงๆต่อไป วันนี้นางมีความสุขมาก เพราะเป็นครั้งแรกที่มีคนเลี้ยงนาง

         ตัดมาฝั่งพวกเมรัย หมอผีน้อยเดินๆหยุดๆนั่งพัก นารีแอบสงสัยเมรัยขี้คร้านหรือไม่มีแรง? นางคิดว่าเป็นอย่างแรกนะ “ไม่ชอบหรือเมรัย” นารีฝืนใจเมรัยเกินไปหรือเปล่า เป็นไปได้ว่าเมรัยอยากนอนอยู่บ้านเฉยๆ “..ทำไมรึ ข้าดูเหมือนไม่ชอบหรือ” เมรัยชอบนะเวลาเดินเที่ยวกับนารี และเรไร “เจ้าดูเบื่อๆ” ดวงดาวน้อยหลุบตากลุ้ม น้ำเสียงกังวล เมรัยฟังแล้วครุ่นคิด “ก็ข้าป่วย”

         เอาคนป่วยมาเดินเที่ยวห้างมันใช่รึ เมรัยตอบตามความจริง

         “เช่นนั้นเมรัยอยากไปไหน” เรไรถามบ้าง

         “นั้นสินะ”

         เมรัยหลับนึก “ที่ไหนก็ได้”

         “ตอบได้สมเป็นเจ้าจริงๆ” นารีค้อนขวับ เรไรอยากต่อยเลยค่ะ

         “ฮาๆพวกเจ้าไม่ต้องสนใจข้ามากก็ได้กระมัง อุสามาเที่ยวทั้งทีพวกเจ้าเดินเล่นให้ขาลากไปเถอะ”

         “ใช่พวกข้าอยากเอาใจเจ้าที่ไหน” เรไรแก้มป่อง นารีคอตก “เช่นนั้นนั่งรอพวกไดอาเรียสักแปป แล้วหลังจากนั้นไปดูร้านขายของเล่นมุมโน่นดีหรือไม่” “เห็นข้าเป็นเด็กหรือ” เมรัยทำตาขวางใส่นารี ดวงดาวน้อยแบมือบอก “เรไรอยากดูมิใช่หรือ” “ข ข้าเปล่านะ” จู่ๆโดนแฉความคิดในหัว ปักษาน้อยโบกไม้โบกมือลุกลี้ลุกลนปานไฟลนก้น เมรัยร้องอ่อ แล้วก็ขำ

         ลืมเลยว่าในกลุ่มมีนกน้อยนินา

         “เช่นนั้นไปเถอะ ข้าอยากดูเช่นกัน”

         “พวกเจ้า!!”

         แกล้งข้าอีกแล้ว ฮึ ปักษาน้อยกอดอก งอนแก้มป่อง นางโตแล้วนะ

         “ข้าโตแล้วนะ!!” พี่เป็นเช่นไรน้องเป็นเช่นนั้น ไดอาเรียแผดเสียงดุนิกุที่เลือกเข้าร้านอะไรไม่เข้าดันเลือกร้านขายของเล่น หมูป่าน้อยสะอึกน้ำตาคลอ นั้นสินะ บางทีนางคงขอมากไป.. “เฮ้อ เลือกมากชะมัด” ปากพูดเหมือนไม่อยาก แต่เท้าก็ก้าวไปยังร้านขายของเล่น มือมิวายจูงนิกุ

         ร้านขายของเล่นมีของมากมายให้เลือกชม เมรัยได้รับค่าจ้างงานกำจัดวิญญาณร้ายแล้ว หมอผีน้อยอยากซื้ออะไรให้พวกดวงดาวน้อยสักหน่อย แต่ดูราคาของแล้ว

         อ้าปากค้าง..

         นารี เรไรเข้าใจสีหน้าเมรัยดี ดวงดาวน้อยคำนวณเงินในกระเป๋าพลางเลือกซื้อของเล่นชิ้นเล็กๆที่ถูกอกถูกใจให้เรไรกับเมรัย หมอผีน้อยซาบซึ้ง ปักษาน้อยน้ำตาไหล

         คุณแม่ยอมซื้อของให้คุณพ่อแล้ว.. แค่นี้เมรัยก็ตายตาหลับละ

         เพราะนารีเป็นคนเจ้าระเบียบแล้วคิดรอบคอบมาก เรื่องเงินๆทองๆถ้านางไม่อนุญาต เมรัยกับเรไรอย่าหวังจะได้แตะเลย เงินส่วนกลางง่ะ ค่าใช้เงินในครอบครัว

         เวลาช่วงเที่ยง ไดอาเรียได้รับเงินจากอีธานให้เอาไปใช้เลี้ยงเพื่อนๆ คุณหนูดีใจยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ที่พี่ชายมอบเงินส่วนนี้ให้นาง นางจะได้มีเหตุผลอ้างว่า เพราะพี่ชายให้เงินหรอกนะ ไม่ใช่ข้าอยากเลี้ยงพวกเจ้าสักหน่อย คุณหนูน้อยเชิดหน้าเม้นปากดื้อไม่ยอมบอกความในจริง กระนั้นนิกุซึ้ง หมูป่าน้อยสาบานในใจจะขอเกาะคุณหนูน้อยกินไปตลอดชีวิต “อย่าได้หวัง!!” “แหงะ”

         ร้านอาหารในห้าง บนโต๊ะมีของกินวางเรียงรายมีสีสันดั่งงานศิลปะชั้นสูง พวกเมรัย นารี เรไร ได้รับ อานิสงส์บารมีจากคุณหนูน้อย นารีกินพออิ่มท้อง ส่วนเมรัย เรไร นิกุยัดพุงป่องๆ

         ไดอาเรียก็กินมากกว่าปกติ รองโรน่าซุ่มแอบขำเงียบๆ

         ถัดจากนั้นเวลาช่วงบ่าย ตะวันคล้อยต่ำ พวกเมรัยเดินออกจากห้างเปลี่ยนมาเดินเล่นในสวนท่องเที่ยงเชิงวัฒนธรรม เมืองซีเคร็ทออฟวอร์ไม่ค่อยมีโบราณสถานให้เที่ยวชมความเก่าแก่เหมือนเมืองอื่น กระนั้นที่นี้ระบายสีสันด้วยร้านค้ามากมาย ร้านกาแฟ ร้านขนม และร้านเครื่องประดับ ของตกแต่งบ้าน ตามท้องถนนมีร้านค้าไม่ต่างจากในห้าง และแต่ละร้านมีคนชมสินค้าไม่น้อย

         บอกแล้วที่นี้อะไรๆดูดีมีระดับเสียหมด

         มีระเบียบเรียบร้อยแตกต่างจากเมืองอื่นลิบลับ  

         พวกเมรัยบุกย่านการค้าขึ้นชื่ออีกแห่งของเมืองแห่งความลับ ธุรกิจที่นี้มีประวัติศาสตร์ยาวนานพอๆกับเมืองซีเคร็ทออฟวอร์ ไดอาเรียไปได้หมดทุกหย่อมหญ้า นางรู้หมดทุกซอกทุกมุม เพราะเกือบเก้าในสิบร้านค้าทั้งเมืองซีเคร็ทออฟวอร์

         พี่ชายกับน้องสาวเคยไปขโมยของหมดแล้ว

         นิกุเสียดายเบาๆที่ย่านการค้ามีร้านขายของกินน้อย กระนั้นมีร้านขายขนมปังกับกาแฟที่พวกอีธานชอบแอบมาดื่มบ่อยๆซ่อนในส่วนลึกย่านการค้า “เห็นรองโรน่าเมื่อยแล้ว พวกเราไปนั่งพักที่โน่นกันเถอะ” ข้าเมื่อยเมื่อไหร่? รองโรน่าผุดเครื่องหมายคำถามเต็มศีรษะ ??? นิกุร้องอ่อเข้าใจผิดเต็มๆ พวกไดอาเรียขอแยกทางกับพวกเมรัย บอกจะไปนั่งพักขาให้ข้าวเที่ยวย่อยก่อนแล้วค่อยเดินต่อ

         เมรัยอยากพักเช่นกัน!!แต่เห็นเรไรตาลุกวาวปานลูกสาวเพิ่งเข้าร้านสะดวกซื้อครั้งแรกเช่นนี้ หมอผีน้อยยิ้มอ่อนละมุนละม่อม อยากเดินตามดูเรไร

         “ห้ามบ่นนะ”

         นารีเตือนด้วยสายตาทะมึน หากเมรัยบ่นให้เรไร นารีสัญญาคืนนี้จะให้เมรัยนอนนอกห้อง

         “เข้าใจแล้วค่ะ”

         เมรัยอยากบ่นที่ไหนเล่า

         เดินชมย่านการค้าใต้หลังคากระจกแก้วเจียระไน เมรัยพลันยอมรับว่าสินค้าในเมืองหลังกำแพงอยู่คนละระดับกับของภายนอกกำแพง สรรสิ่งแลสวยงาม และผ่านการสร้างอย่างดีด้วยเทคโนโลยีล้ำยุค ลวดลายปืนพก ดาบสีเงิน ชุดสูทดำ หมวก รองเท้าหนัง เสาไฟ หรือแม้นแต่แผ่นหินปูพื้นที่เงางามมีก้อนหินหลากสี กระจกใสมากมาย สีหน้าเมรัยราบเรียบดูมิออกว่าคิดสิ่งใด กระทั่งนางตามพวกเรไร นารีเข้าไปในร้านขายอุปกรณ์เครื่องเขียน ชื่อร้านอาร์ตเพน

         ภายในร้านตกแต่งด้วยภาพเขียนพู่กันแขวนผนัง แต่ละภาพประดับด้วยตัวอักษรภาษาต่างๆทั่วทั้งโลกเขียนสลัก ประโยคคำคม ชื่อ บทประพันธ์ต่างๆ นารีมีความสามารถวิชาเขียนพู่กัน ชาวดารานิยมใช้พู่กันไม่ใช้ดินสอหรือปากกา และเพราะนารีมีลายมือสวยงามจนเรไรอยากเขียนสวยบ้าง ช่วงนี้ปักษาน้อยเลยขอให้ดวงดาวน้อยสอนเขียนพู่กัน นารีมีชุดเครื่องเขียนประจำตัวแล้ว แต่เรไรยังไม่มี

         ดวงดาวน้อยอยากซื้ออุปกรณ์เครื่องเขียนให้ปักษาน้อยใช้

         “อันนี้ดีหรือไม่”

         เรไรไม่ถนัดเรื่องเลือกของ ต้องขอความเห็นจากนารี ดวงดาวน้อยพินิจ “อยากเอาแบบม้าพยศหรือกระต่ายนุ่มๆเรไร” “??” มีให้เลือกแบบนั้นหรือ ปักษาน้อยครุ่นคิดครู่หนึ่ง “ชอบกระต่ายมากกว่า” “เช่นนั้นเชิญฝั่งนี้” นารีคุยเลือกของกับเรไร เมรัยหย่อนก้นลงเก้าอี้นั่งสำหรับลูกค้าในร้าน หมอผีน้อยกวาดตามองวัตถุในร้าน แลมองภาพแขวนผนังภาพภูเขา ทะเล ผีเสื้อ และโคมไฟ สิ่งต่างๆที่เกิดจากการตวัดพู่กันน้ำหมึก

         “จะว่านานแค่ไหนแล้วนะที่ไม่ได้ฝึกเขียนพู่กัน..”

         ตั้งแต่..

         หมอผีน้อยปิดตาย้อนระลึกความหลัง ภาพนางขยันฝึกตวัดพู่กันทุกค่ำคืน ตอนนั้นนางชอบ..ใช่ไหมนะ

         ครั้นเมรัยลืมตาแล้วเหลียวมองพวกนารี

         เรไรก้มตาลงมองจ้องชุดเครื่องเขียน กล่องลายนางเงือกร่ายระบำท่ามกลางท้องราตรี และดวงดาว อีกด้านหนึ่งนารีลองสำรวจหาพู่กันหลายๆแบบให้ปักษาน้อย ครั้นนารีส่งเสียงเรียกให้ปักษาน้อยไปสอบถามความคิด เรไรกะพริบพลั่งละสายตาจากชุดเครื่องเขียนกล่องนั้น “..” เมรัยจับจ้องหลังเรไรพลางเลื่อนสายตามองกล่องเครื่องเขียน และป้ายราคา

         “จำเป็นต้องมีกล่องเก็บ”

         ปกติเครื่องเขียนแบ่งขายเป็นชิ้นๆและขายเป็นชุด เนื่องจากจำนวนเงินในครอบครัวมีจำกัด นารีเลยเลือกซื้อเครื่องเขียนแบ่งเป็นชิ้นๆเลือกตามราคา และความเหมาะสมที่เรไรต้องการ ตามจริงหากซื้อเป็นชุดจะเหมาะกว่าสำหรับนักเขียนพู่กัน แต่ก็นะ แล้วแต่คนจะคิด นารีมีชุดเครื่องเขียนเพราะนางเป็นฮ่องเต้เผ่าดารา ตามจริงเมรัยมีชุดเครื่องเขียนตนเองเช่นกัน นางเป็นหมอผีมิใช่หรือ

         ขณะนารีกำลังตัดสินใจเลือกกล่องใส่เครื่องเขียนกับเรไร

         เมรัยลุกจากเก้าอี้ เดินอุ้ยอ้ายมาถามเรไร “ไม่เอาชุดนั้นหรือ”

         “?”

         ปักษาน้อยเลิกคิ้วพลางมองไปตามสายตาเมรัย พบว่าปลายสายตานั่นคือกล่องเครื่องเขียนที่ปักษาน้อยชอบ

         เรไรผงะ นางอยากได้ก็จริง แต่..คงไม่ไหวกระมัง

         นารีรู้เรไรอยากได้กล่องชุดนั้น แต่ถ้าเอามัน มีหวังพวกนางถังแตกอีกรอบแน่

         “น่าอนาถแท้”

         เมรัยยิ้มขำ นางซุกมือลวงร่องอกพลางหยิบตราประทับประจำตำแหน่ง “ข้าต้องการชุดเครื่องเขียนลายครามนั่นกับพู่กันลายพญานาคตรงนั้น” เมรัยขอกระดาษคำร้อง และเขียนลงนามซื้อขายโดยใช้เงินในคลังสมบัติสมาคมสาวอ้วน เซ็นชื่อ และลงตราประทับตำแหน่ง “ว่าที่ผู้นำสมาคม”

         ตึก

         “เอ้า”

         ซึ้งซะ ฮาๆๆๆ

         “เมรัย..”

         เรไรรับชุดเรื่องเขียนมากอดซุกอก นารีรับพู่กัน พูดไม่ออกบอกไม่ถูก “ไว้คืนนี้เอาอย่างที่เจ้าต้องการเลยนะ” นารีกลั้นน้ำตาพยายามเอ่ยเสียงสั่นด้วยหวังตอบแทนเมรัยที่ยอมขายตัวเองเพื่อครอบครัว เรไรจุกพูดไม่ออกเลย นางร้องไห้ด้วย

         “หยุดๆ ข้าอุสาซื้อให้นะ เก็บรักษาดีๆด้วยละ ห้ามกิน”

         เมรัยงอนแก้มป่อง ดูพวกนางสิ ช่างเรื่องที่เมรัยหวาดกลัวสมาคมสาวอ้วน เลยไม่อยากยุ่งกับสมาคมนั้นไปเถอะ!! หมอผีน้อยอุสาซื้อของให้ทั้งสองประทับใจแท้ๆ ไม่ทำได้เพื่อหวังสิ่งตอบแทนสักหน่อย ฮึ “จะเก็บรักษาอย่างดีเลย” เรไรเอ่ยคำมั่น นารีกำพู่กันแม้นไม่เอ่ยวาจาใด เมรัยเห็นทั้งคู่ชอบก็ยิ้มอุ่นไอรัก “อย่าเผลอทำหักละกัน”

         เรไรกอดแขนเมรัย

         นารียืนมองสองสาวน้อยด้วยสายตาอ่อนโยน พลางยิ้มจากหัวใจ

         “อือ จะเก็บรักษาไว้อย่างดี”

         นางพึมพำเบาๆ..ในถ้อยคำแห่งความสุข..มีความเศร้าจางๆ..

         -- 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น