ลมหนาว l เคียงจันทร์ l ัYoshisuki

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ช่วงเวลาที่ก้าวผ่านความทรงจำ จบบริบูรณ์...

ชื่อตอน : ช่วงเวลาที่ก้าวผ่านความทรงจำ จบบริบูรณ์...

คำค้น : วิวาห์ / เเค้น / ร้าย /รัก / โหด / ทรมาน / ดราม่า

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 12.8k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ต.ค. 2562 20:42 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ช่วงเวลาที่ก้าวผ่านความทรงจำ จบบริบูรณ์...
แบบอักษร

“ถึงจะบ้าแต่ก็รักนะ” อัศวินหยอดมุขเสี่ยวๆใส่เขมมิกา ก่อนที่จะกระชับอ้อมแขนนั้นแน่นขึ้น “ฝันดีนะครับ” เสียงนุ่มลึกพูดบอกหญิงสาวที่หลับตาพริ้มเข้าสู่ห้วงนิทราไปแล้ว “ค่ะ” แม้จะยังหลับตาอยู่ก็เอ่ยตอบกลับสามี ก่อนที่ทั้งสองนั้นหลับพาฝันเข้าสู่ห้วงนิทราในยามราตรีไปด้วยกัน... 

 

 เข้าวันใหม่แสงแดดตอนเช้าต้อนรับสามแม่ลูกที่กำลังเดินและนั่งเล่นอยู่บนรถเข็นเด็กที่มีลักษณะเป็นสองคันที่เชื่อมติดกันเพื่อสะดวกในการขับเคลื่อน ทั้งสามอยู่ท่ามกลางทุ่งหญ้าที่ปลิวไสวที่โบกพลิ้วต้อนรับอรุณวันใหม่ได้เป็นอย่างดี ทั้งยังเฝ้ารอการมาของคนที่เธอรัก ครอบครัวของเธอ... 

 “ทำอะไรอยู่ครับสามแม่ลูก” อัศวินที่เดินลงมาหาเขมมิกาและลูกแฝดแผดเสียงถามด้วยความหลงใหลในคนทั้งสาม 

 “ฮิ ป้อยิน ป้อ” เวคินยิ้มแฉ่งยามที่ได้ยินเสียงบิดา เสียงน้อยๆเรียกหาจนอัศวินต้องพุ่งตัวไปหาแล้วจับอุ้มมาไว้ในอ้อมกอด 

 “ว่ายังไงครับ เมื่อคืนหลับสบายดีมั้ย” 

 “พ่อนะครับเว ไม่ใช่ป้อนะลูก” เขมมิกาอดอมยิ้มกับคำเรียกของเวคินไม่ได้ แม้ว่าจะอายุแค่หกเดือนเกือบเจ็ดเดือนแต่เด็กน้อยในวัยนี้มักจะรับรู้อะไรได้เร็วเธอจึงเลือกที่จะพูดคำที่ถูกเพื่อฝึกไว้ แต่เธอมิได้เร่งรัดสิ่งใด อย่างไรแล้วเด็กก็ย่อมเติบโตไปตามวัย ให้เขาได้ใช้ชีวิตในวัยเด็กน้อยอย่างสมบูรณ์ที่สุดนั้นแหละคือสิ่งที่เธอปรารถนาให้เป็น 

 “แมะ แมะ ฮึก! แมะยุๆ” วารินที่ตอนนี้อยู่ในอ้อมแขนของเขมมิกาก็พูดขึ้น เอ่ยบอกว่าแม่นั้นดุน้องชายตน พลางจะแบะปากร้องจ้าเขมมิกาจึงรีบเอ่ยปลอบประโลมร่างอวบตุ้ยนุ้ยเสียก่อนจะปล่อยเสียงโฮ 

 “โอ่ แม่ไม่ได้ดุน้องนะคะ ไม่ร้องนะคนดี” นึกเอ็นดูลูกน้อยทั้งสอง อีกคนที่เห็นว่าเธอพูดสอนคำให้ถูกกับเวคินก็บอกว่าเธอนั้นกำลังดุน้องชายเขาเสียแล้ว เห็นทีว่าคงจะรักน้องชายไม่เบา ถ้าเป็นแบบนี้เธอก็วางใจถ้าพี่น้องรักใคร่กลมเกลียวกันดี 

 “ยักแมะ” วารินเอ่ยเสียงเจื้อยแจ้วหลังได้ยินต่อมาว่ามารดานั้นไม่ได้ดุน้องชายอย่างที่เข้าใจทั้งยังทำปากน้อยให้เป็นรูปปากจู๋ทั้งยังหลับตาพริ้ม เฝ้ารอการจุ๊บลงของปากมารดา เขมมิกานั้นเผยยิ้มอย่างรู้ทันเจ้าลูกคนนี้นี่นะ ชั่งขี้อ้อนเสียจริง  

 ‘จุ๊บ!’ เสียงเกิดขึ้นท่ามกลางความอิจฉาร้อนผ่าวของสองพ่อลูกที่ยื่นอยู่เคียงกัน เวคินนั้นเห็นแล้วไม่อยากจะน้อยหน้า อยากจะรับจูบของมารดาบ้างจึงทำรูปปากตามพี่สาวของตนเองพร้อมหลับตาพริ้มเลียนแบบอย่างไม่มีขาดตกบกพร่อง จากนั้นจึงเอนตัวออกจากอกอัศวินหันหาไปทางเขมมิกา บ่งบอกได้ทันทีว่าเจ้าตัวน้อยนั้นอยากได้จูบหวานนั้นมากแค่ไหน 

 เขมมิกาที่เห็นก็รีบส่งจูบหวานๆลงบนปากน้อยอวบอิ่มละมุนก่อนเผยรอยยิ้มที่เปี่ยมล้นด้วยความสุขออกมา ยามที่เจ้าตัวน้อยได้รับความสุขอย่างสมใจก็หัวเราะคิกคักออกมาทั้งพี่ทั้งน้อง มือไม้นั้นอยู่ไม่สุขโบกไสวไปมาอย่างสุขใจ จนคนเป็นพ่อที่จ้องมองอยู่เงียบๆอยากจะได้รับจูบหวานๆนั้นบ้าง จึงได้ทำตามลูกชายคนเล็กราวกับก็อบแล้ววางทั้งปากกระจับเป็นรูปที่ยามนี้ตั้งรูปเป็นปากจู๋ ดวงตาคู่คมทั้งสองข้างก็หลับพริ้ม เบี่ยงกายหันข้างเข้าหาภรรยาสาวยื่นหนาออกไปใกล้ จนเขมมิกาที่หันมามองต้องกลั้นขำ แล้วเอ่ยถามออกไปอย่างคนอยากแกล้งสามี 

 “ทำอะไรคะ?” 

 “จูบไงครับ จะได้ครบคน” ลืมตาแล้วบอกเขมมิกาที่ทำหน้าที่สงสัย 

 “เขมบอกแล้วหรือคะ ว่าจะจูบพี่วิน” เขาทำตัวราวกับตอนนี้เธอมีลูกชายตัวโตเพิ่มมาอีกหนึ่งคนอย่างไรอย่างนั้น 

 “ลูกก็ไม่เห็นพูดเลยนี่ครับ แค่ทำปากจู๋ยื่นหน้าเข้าใกล้ แค่นั้นเขมก็มอบรางวัลให้เจ้าตัวน้อยแล้ว นะๆทำกับพี่บ้างนะ” ออดอ้อนออเซาะคนเป็นภรรยาจนลืมว่ายามนี้มิได้อยู่กันเพียงสองคน สองพี่น้องฝาแฝดมองหน้าด้วยแววตาใคร่รู้ว่าพ่อแม่นั้นพูดคุยอะไรกัน 

 “ไม่ได้ค่ะ ลูกอยู่ตรงนี้”  

 “แสดงว่าถ้าลูกไม่อยู่ตรงนี้ก็ได้ใช่มั้ย ถ้าอย่างนั้นรีบเอาลูกเข้านอนกันดีกว่านะ” ได้ยินก็ชอบใจเสียยกใหญ่เลยอยากพาลูกน้อยทั้งสองเร่งเข้านอนแต่ตอนนี้เสียจริง 

 “นี่แนะ! ลูกเพิ่งจะตื่นได้สองชั่วโมง” เห็นสามีคนเจ้าเล่ห์ก็อดที่จะตีแรงไปที่ต้นแขนแกร่งของเขาไม่ได้ อัศวินก็หุบยิ้มลงฉับพลันก่อนที่จะหันไปสนใจร่างแน่งน้อยที่เริ่มเกิดปฏิกิริยาต่อต้าน 

 “ไม่ยอน ไม่ยอน แง” ยามที่เวคินหูผึ่งได้ยินคำว่านอนก็รีบประท้วงทันควัน ทั้งยังดิ้นขลุกขลักไปมากระจองงอแงเสียยกใหญ่ 

 “ไม่นอนครับ พ่อไม่ได้จะพาเวคินไปนอนนะครับ” เอ่ยเสียงอ่อนโยนเมื่อรับรู้ถึงแรงสั่นสะท้านของลูกชายตัวอวบอ้วน 

 ปฏิกิริยาของเวคินสงบลงอย่างว่าง่ายเพราะอัศวินนั้นเบนความสนใจออกไปชี้นกชี้ไม้ที่ล่องลอยบินพร่องไปทั้งท้องนภาในยามเช้า ใบหน้าน้อยนั้นยิ้มแป้นแล้นยามที่เห็นนกบินพลิ้วผ่านเหนือหัวไป หัวเราะชอบใจยามที่สายลมพัดพลิ้วพาให้ผมน้อยของเด็กชายไสวตามแรงลม ซึ่งผิดกับอีกคนที่เป็นพี่อย่างวารินเพราะเจ้าตัวเปิดปากหาววอด และตอนนี้ความเงียบสงบของคนในอ้อมแขนเขมมิกาคล้ายเจ้าตัวนั้นจะล่องลอยเข้าสู่ห้วงนิทราไปเสียแล้ว อีกทั้งปากอวบอิ่มน้อยๆนั้นยังทำจ๊อบแจ๊บราวกับว่ากำลังเคี้ยวหม่ำสิ่งใดสิ่งหนึ่งอยู่ มือน้อยไขว้คว้าเอาอากาศมาไว้กับตัวก่อนจะสงบนิ่งหลับใหลอีกหนหนึ่ง 

 เขมมิกาเหลียวสายตาจ้องมองสองพ่อลูกที่ชื่นชมธรรมชาติอยู่ข้างกายเธอด้วยแววตารักใคร่และเป็นสุข ในชีวิตหลังแต่งงานมิอาจจะขบคิดถึงห้วงเวลาเหล่านี้เลยสักนิดเหตุเพราะความบาดหมางของเธอและอัศวินไม่อาจจะนำพามาซึ่งความรัก เธอจึงไม่คาดหวังสิ่งใด เพราะเขาว่ากันว่า ‘คาดหวังมักผิดหวัง’ เธอจึงไม่อาจคิดได้ว่ามันจะเหมือนเช่นทุกวันนี้ วันที่เธอนั้นเป็นสุขจริงๆ วันที่คนที่เฝ้ารักมาแทบทั้งชีวิตจะยืนเคียงบ่าเคียงไหล่อยู่ข้างกันเช่นนี้... 

 เขมมิกาเดินเข้าไปใกล้สองพ่อลูกที่เพลิดเพลินไปกับธรรมชาติเสียงหัวเราะของเวคินนั้นแสนจะไพเราะเสนาะหูกว่าเพลงคลาสสิกที่โด่งดังเป็นไหนๆ ใบหน้าหวานขยับเข้าไปใกล้สามีมากอีก โดยที่เขาที่ไม่ได้สนใจการกระทำของเธอจนชั่วพริบตาอัศวินก็หันมาพอดี ซึ่งพอดีพอที่เรียวปากทั้งสองนั้นจะเสมอใกล้เคียงกัน อัศวินเห็นดั่งนั้นก็อดใจที่จะประกบเรียวปากนุ่มลึกของตนเองลงบนเรียวปากอิ่มมิได้ ลูกน้อยที่อุ้มไว้คนละคนหาใช่อุปสรรคของความรักหนำซ้ำยังเป็นกาวสมานความรักและเติมเต็มความรักของเขาและเธอให้มีมากขึ้นเสียอีก  

 อัศวินจูบละมุนคลุ้งไปด้วยรัก จูบนี้แสนจะหอมหวานกว่าครั้งไหนๆเพราะมันเติมเต็มไปด้วยคำว่า ‘ความรัก’ ความรักที่เกิดจากหัวใจของเขาที่รักเธอจริงๆ เขาที่เคยแข็งกระด้างในตอนนั้นเมื่อเทียบกับในตอนนี้มันแสนจะต่างกันนักเพราะตอนนี้มันแสนจะอ่อนแรงลงแต่หาได้อ่อนแรงเพราะความเหนื่อยอ่อนแต่มันอ่อนแรงลงเพื่อรองรับให้คนที่แสนจะเข้มแข็งอย่างเขมมิกาเข้ามาเติมเต็มและลบรอยความกระด้างออกไปเสีย  

 “พี่รักเขมนะครับ” ถอนจูบหวานออกมาแล้วเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงของชายที่รักหญิงตรงหน้าอย่างความสัตย์จริง 

 “เขมก็รักพี่วินค่ะ”  

 “ขอบคุณช่วงเวลาที่ผ่านมาที่ให้โอกาสและอดทนกับความเลวของพี่ อดทนกับผู้ชายที่เอาแต่เฝ้ามองหาแต่ความแค้นความทุกข์โยนใส่เขม ขอบคุณที่ยังให้อภัยพี่” อัศวินดึงร่างของเขมมิกาที่อุ้มลูกน้อยที่หลับใหลอยู่เข้ามาอยู่ในอ้อมแขนกอดเกลียวกัดไว้ด้วยความรัก 

 “ทุกคนต้องเรียนรู้จากความผิดพลาดค่ะ หากเรารู้ว่าสิ่งที่ทำมันผิดทางแค่ไหน เส้นทางนั้นจะเป็นตัวสอนเราเองว่าควรประพฤติตัวยังไงถึงจะเดินมาถูกทาง เขมไม่ใช่ไม่โกรธนะคะที่พี่วินเอาแต่คิดจะแก้แค้นแต่ทนรับและให้โอกาสเพราะคิดว่าอย่างน้อยจิตใต้สำนึกของคนเราย่อมมีความดีหลงเหลืออยู่ถึงแม้ว่าสิ่งที่ทำมันจะสาหัสแค่ไหนก็ตาม” ความผิดพลาดคือเส้นทางแห่งความสำเร็จหลายๆอย่างเพราะคนเราต้องเลือกที่จะเรียนรู้จากมันจึงจะเข้มแข็งขึ้นมาได้ ความรักก็เช่นกัน เขาไม่ผิดที่จะแค้นเพราะเธอคือต้นเหตุของเรื่องอย่างที่เขาเข้าใจในตอนแรก เขาจึงเลือกที่จะแก้แค้นเพื่อคนที่รัก แม้สุดท้ายแล้วคนที่เจ็บจะเป็นทั้งเธอและเขาก็ตามแต่สุดท้ายท้ายสุดของช่วงชีวิตทั้งเขาและเธอก็พลานพบความสุขสมอีกครั้งหนึ่ง 

 “พี่มันโง่เอง ขอบคุณที่ยังเชื่อมั่นในตัวพี่ว่ามันยังมีความดีหลงเหลืออยู่ ขอบคุณจริงๆนะครับ” จูบแผ่วเบาลงที่หน้าผากมนของภรรยาสาว เวคินและวารินที่เป็นเสมือนพยานความรักในครั้งนี้ก็อมยิ้มตามไปด้วย พลางอยากได้รับจูบของบิดาบ้างจึงเอ่ยขอ 

 “หอม หอมเวมั้ง” ดวงตากลมแป๋วเอ่ยอ้อนวอนอัศวินให้หอมตนบ้าง 

 “ได้เลยครับ คนเก่งของพ่อ” จากนั้นก็กดหอมหนักๆลงที่หน้าผากนวลผ่องของบุตรชาย ทั้งยังไม่ลืมประทับจูบหวานลงที่แก้มนวลเปล่งของวารินที่กำลังฝันหวานอยู่อีกคน 

 “เจ้าเล่ห์เหมือนพ่อไม่มีผิด” เขมมิกาเอ่ยยิ้มพลางมองย้อนไปที่สามี  

 “อย่างนี้แหละ เชื่อพ่อมันแรง” ส่งยิ้มให้เขมมิกาหนึ่งที 

 “ค่ะ” สาวเจ้าเองก็อดที่ยิ้มตอบกลับมิได้ อัศวินก็กอดกระชับเขมมิกาให้แน่นขึ้นรอบกายห่อมล้อมไปด้วยธรรมชาติที่สดใสในยามเช้า ทั้งสอง...ไม่สิ...ทั้งสี่โอบกอดเกลียวรัดกันด้วยความรักอย่างหาสิ่งใดเปรียบมิได้  

 “พี่สัญญาว่าจะรักเขมและลูกตลอดไป เราจะมีความสุขให้มากขึ้น พี่จะชดเชยช่วงเวลาที่ผ่านมาให้ดีที่สุด เท่าที่ผู้ชายที่แสนโง่งมคนนี้จะทำได้” 

 “เขมเชื่อว่าพี่วินทำมันได้อย่างแน่นอนค่ะ” เมื่อรักก็ต้องมีความเชื่อใจและเธอเชื่อใจว่าเขาจะทำดั่งที่วาจาว่าออกมาได้อย่างแน่นอน 

 ทั้งสี่แสดงความรักต่อกันท่ามกลางทุ่งหญ้าที่พลิ้วไสวไปราวกับกำลังเต้นระบำในงานฉลองใหญ่ แสงแดดอ่อนๆยามเช้าส่องส่งมาให้ประกายแสงนั้นเรืองรอง เสียงวิหคเปล่งเสียงร้องยินดีต่อความรักที่สุขใจในครั้งนี้ สายลมพัดโชยราวกับว่าอยากจะเฉลิมฉลองให้กับความรักทั้งสองที่ฟันฝ่าอุปสรรคจนมาเจอรักที่แท้จริงเสียที อัศวินกอดกระชับอ้อมแขนให้แนบแน่นขึ้นกว่าเดิม ส่งผ่านความรักความอบอุ่นที่มีไปให้อีกสามร่างได้รับ 

 “เขมและลูกต่อไปนี้จะเป็นเสมือนลมหายใจของพี่ หากขาดไปคงได้สิ้นลม” 

 “พี่วินกับลูกก็จะเป็นลมหายใจของเขมเหมือนกันค่ะ” 

 อัศวินกดจูบลงที่ศีรษะทุยอีกครา เขมมิกาเองก็เผยยิ้มที่เปี่ยมล้นด้วยรัก ก่อนที่ทั้งสองจะเชยชมความสวยงามของธรรมชาติท่ามกลางความสุขใจ ต่อไปนี้เธอและเขาจะขอสัญญาว่าจะรักและดูแลกันไปตลอด หากมีสิ่งใดมาพรากหรือทำลายความรักลง ทั้งเธอและเขาก็พร้อมที่จะกอบกู้มันมาเพื่อความสุขอีกครั้ง จะไม่ให้ใครได้เข้ามาแทรกแซงความรักนี้ได้ต่อให้ผืนดินจะสลายหรือแผ่นฟ้าจะถล่ม เธอและเขาจะขอสัญญาว่าจะอยู่รักกันไปตราบนิจนิรันดร์... 

 

                                                             จบบริบูรณ์... 

 

 

มาเเล้วค่าาาา 

สุดท้ายก็จบเเล้ววว กลายเป็นครอบครัวที่สุขสันต์ พบเจอกับความสุขสักทีนะคะ สุดท้ายเเล้วเเม้ว่าจะเจอเรื่องร้ายๆยังไง หากว่าเราลองเปิดใจเเละเชื่อมั่นในหัวใจตัวเองจริงๆก็จะพบกับความสุขนะคะ 

หลังจบแล้ว ไรท์จะทำการลงตอนพิเศษให้อ่านพร้อมกับรีไรท์เรื่องนะคะ แล้วก็รออีกนิดมีนิยายต่อแถวรอคิวให้รีดได้อ่านกันนะคะ 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น