เอส ดับเบิ้ลเอส
facebook-icon

#เยลของยักษ์ เยลเมียผู้ไม่สู้คน แต่ถนัดนักตบผัว!!!

#เยลของยักษ์ ๓๐ [100%]

ชื่อตอน : #เยลของยักษ์ ๓๐ [100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.5k

ความคิดเห็น : 23

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ต.ค. 2562 20:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 300
× 0
× 0
แชร์ :
#เยลของยักษ์ ๓๐ [100%]
แบบอักษร

#เยลของยักษ์ ๓๐ 

 

 

[พี่ยักษ์] 

ผมขอเล่าย้อนก่อนละกันครับเพราะก่อนหน้านี้ผมไปงานเลี้ยงวันเกิดของคุณหญิงคุณนายมา งานนี้แม่พยายามจับคู่ให้ผมอีกแล้ว แต่ก็ไม่ได้ผลอย่างเคยซ้ำร้ายเกือบทำงานเขาพังครับ แม่เลยให้ไอ้เล็กลากผมออกไปมุมอื่นแทน

“สงบยังพี่”

“ยัง!”

“ฮ่าๆ เอานา แม่หวังดี” ไอ้เล็กว่าพลางตบบ่าผมไปด้วย

“แต่กูมีเมียแล้ว!”

“พี่ใหญ่ กับเยลลี่พี่จริงจังจริงๆ ใช่มั้ย” น้ำเสียงของมันไม่ได้เล่นๆ เหมือนก่อนหน้านี้แล้วครับ ผมเองก็เริ่มตั้งสติได้แล้วเหมือนกันเลยหันไปมองหน้าสบตามัน

“กูมาถึงขั้นนี้แล้วไอ้เล็ก กูไม่ถอยแล้ว”

“เอาจริงๆ นะ ผมมองไม่ออกเลยว่าอะไรในตัวของเยลลี่ทำให้พี่รัก ผมพูดว่าพี่รักเธอได้แล้วใช่มั้ย”

“อืม” ผมไม่ปฏิเสธหรอกครับเพราะมันเป็นความจริง “ไม่มีหรอก กูแค่รู้สึกว่าอยู่ด้วยแล้วสบายใจ ถึงจะชอบทำให้หงุดหงิดอยู่ตลอดเวลาก็ตาม แต่บางสิ่งบางอย่างในตัวของเยลมันก็ค่อยๆ แทรกซึมเข้ามาในความรู้สึกของกู จนตอนนี้กูขาดไม่ได้อีกแล้ว”

“พูดเหมือนคนติดยา”

“ถ้ามึงมีความรักจริงๆ มึงจะเข้าใจเอง”

“คงไม่มีวันนั้นหรอกครับ ผู้หญิงก็คงเห็นแก่เงินเหมือนอย่างที่แม่พูดเอาไว้นั่นแหละ” สีหน้าของมันดูเหมือนคนผิดหวังในความรักมากเลยครับ

“มึงเลยทำตัวสาธารณะ ควงไปเรื่อยงั้นเหรอ”

“แหม! ผมก็แค่ใช้ชีวิตให้คุ้ม จนกว่าจะเบื่อ”

“เบื่อหรือเป็นโรค”

“ผมป้องกันครับ” ทำหน้าตาทะเล้นเชียวครับ ไอ้นี่มันกะล่อนเกินเยียวยาจริงๆ

“เออ!” ยืนคุยกับไอ้เล็กจนสงบจิตสงบใจได้ก็พากันเดินกลับเข้าไปในงาน นั่งร่วมโต๊ะกับพวกคุณหญิงคุณนายจนงานเลี้ยงเลิก ดึกพอสมควรครับ

พอกลับมาถึงบ้านผมก็รีบเดินลงจากรถเลยครับ ความรู้สึกแรกที่ก้าวขาลงจากรถคือบ้านเงียบมาก ไฟก็ปิดหมด

“นี่อ่อนนอนแล้วเหรอ” เสียงของแม่เปรยขึ้นมา พอได้ยินท่านพูดแบบนั้นผมก็รีบเดินกลับขึ้นห้องทันที แต่สิ่งที่ผมพบคือความว่างเปล่า ห้องมืดมาก บนที่นอนมีกระดาษแผ่นหนึ่งวางเอาไว้ ผมเดินเข้าไปหยิบขึ้นมาอ่านทันที

‘พี่ยักษ์หนูขอโทษ…’ 

เป็นเพียงประโยคสั้นๆ แต่กลับทำให้หัวใจของผมกระตุกวูบไปเลยทีเดียว เท่านี้ก็รู้ได้แล้วว่าเยลลี่กับป้าอ่อนออกไปจากบ้านหลังนี้แล้ว

“พี่ใหญ่ป้าอ่อนกับเยล…”

“วันนั้นแม่ไปหาผมที่คอนโด แม่ได้พูดอะไรกับเยลหรือเปล่าครับ” ผมสงสัยตั้งแต่วันนั้นแล้วแต่เพราะเยลลี่บอกว่าไม่มีอะไรผมถึงได้เงียบและไม่ถามต่ออีก “แม่ครับ”

“นี่คุณไปยุ่งกับลูกมาอีกแล้วเหรอ” พ่อหันไปถามแม่ แต่ท่านกลับเงียบ

“ฉันก็แค่ไปหาลูกปกติ”

“แม่… ผมรู้จักแม่ดีนะครับ วันนั้นแม่ได้พูดอะไรกับเยลหรือเปล่า” ผมมองหน้าแม่เพื่อรอฟังคำตอบ แต่ท่านกลับเงียบไม่ยอมพูดอะไร “แม่ครับ”

“ใหญ่จะมาถามแม่ทำไมล่ะ ทำไมไม่ถามเมียใหญ่เอาเอง”

“แม่คิดว่าเยลจะบอกผมเหรอครับ ถ้าบอกผมคงไม่มาถามแม่หรอก สงสัยผมคงต้องถามแม่ด้วยวิธีอื่นแทน”

“ใหญ่กำลังขู่แม่อยู่นะ” แม่หันมามองหน้าผมท่านเริ่มทำหน้าไม่ค่อยพอใจ แต่ผมไม่กลัวหรอกครับ ปกติแม่ก็ชอบทำหน้าแบบนี้อยู่แล้ว

เพล้ง!

กรี๊ด!

เฮ้ย!

น้ำเสียงมาเป็นลำดับเลยทีเดียวและสิ่งที่ผมทำแตกคือแจกันของสะสมของแม่

“ใหญ่!”

“ถ้าแม่ไม่ยอมบอก ใบที่สองก็ไม่รอด”

“เอาจริงดิพี่” ไอ้เล็กถามผมด้วยน้ำเสียงตกใจ

“คนอย่างกูเลยทำเล่นๆ เหรอ” ผมหันไปมองหน้ามันพร้อมกับแจกันใบที่สอง

เพล้ง!

“กรี๊ด! ใหญ่! ใบนั้นมันแจกันที่ลูกซื้อให้แม่ตอนวันเกิดนะ ทำไมถึงทำแบบนี้กับแม่ ใหญ่รู้ไหมว่ามันมีค่ามากแค่ไหน” ตอนนี้ผมคงกลายเป็นลูกอกตัญญูหรือไม่ก็ลูกที่นิสัยไม่ดีเอามากๆ ไปแล้วล่ะมั้ง

“แม่พูดอะไรกับเยล” ผมไม่ได้สนใจคำถามของท่านหรอกครับ

“ฮือออ แม่ก็แค่เตือนสติว่ามันไม่เหมาะสม มันไม่คู่ควร”

“แต่ผมเป็นคนเลือกเอง ผมย่อมรู้ดีว่าผู้หญิงที่ผมเลือกเป็นคนยังไง”

“ตอนที่คบกับหนูโรสใหญ่ก็เคยพูดแบบนี้ไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมใหญ่ถึงทิ้งหนูโรสล่ะ” คำถามของแม่ทำให้ผมเงียบไปเลยครับ “กับเด็กคนนั้นใหญ่จะจริงจังสักแค่ไหนกันเชียว แม่ก็แค่หวังดี…”

“โอเค เรื่องโรสผมเคยพูดเอาไว้ อันนี้ผมไม่ปฏิเสธแต่คงกลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้อีกแล้ว แต่สำหรับเยลลี่มันไม่ใช่แล้วครับ ตอนนั้นผมยังเด็ก ผมยังอยากเที่ยว อยากสนุกโดยไม่ได้สนใจความรู้สึกของโรส แต่ตอนนี้ผมโตแล้ว ผมสร้างทุกอย่างด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเองเป็น ผมมีความรับผิดชอบมากขึ้นและสิ่งสุดท้ายที่ผมอยากสร้างคือครอบครัว ผมไม่รู้ว่าทำไมแม่ถึงไม่ชอบเยล แต่เด็กคนนั้นทำให้ผมเปลี่ยนไป เยลทำให้ผมมีความสุข ไม่ว่าผมจะต่อว่ายังไงก็ไม่เคยโกรธเลย ทำได้มากสุดก็แค่ร้องไห้ใส่ การที่แม่ทำแบบนี้ก็เหมือนแม่กำลังพรากความสุขของผมไป…”

“ฮือออ ใหญ่” ผมไม่รู้หรอกว่าแม่ร้องไห้หรือเปล่า แม่ผมแสดงเก่งที่หนึ่งเลยครับ เอาจริงๆ ท่านก็ไม่ได้ใจร้ายหรอก แค่วิธีการของท่านมันดูใจร้ายไปสำหรับเยลลี่ก็เท่านั้นเอง

“ลูกพูดถึงขนาดนี้แล้ว คุณก็ควรยอมรับความจริงสักที ใหญ่โตแล้ว ไม่ใช่เด็กอีกแล้ว ลูกควรมีสิทธิ์เลือกและสร้างครอบครัวของตัวเองสักที” พ่อหันไปมองหน้าแม่นิ่งๆ ท่านไม่ค่อยพูดหรอกครับ แต่ถ้าได้พูดแม่ก็จะเถียงไม่ออกไปเลย พ่อไม่เคยบังคับผมกับไอ้เล็กเลย ท่านให้อิสระลูกๆ ได้เลือกใช้ชีวิตของตัวเอง

“โอเค ฉันผิด… แต่ใหญ่ก็ทำเกินไปนะ ทำไมต้องปาแจกันแม่ทิ้งด้วยล่ะ ใบนั้นใหญ่ซื้อให้แม่เองกับมือเลยนะ” แม่หันกลับมามองหน้าผม น้ำตาไหลเชียวครับ

“แม่เสียความรู้สึกหรือเสียดายเงินค่าแจกันของผมกันแน่ครับ”

“ตั้งห้าแสนนะใหญ่”

“โธ่แม่! นี่ตกลงร้องไห้เพราะเสียดายเงินหรอกเหรอครับ” ไอ้เล็กว่ายิ้มๆ เรื่องนี้คงมีแค่ผมกับมันที่รู้กันอยู่สองคน

“เงินก็เสียดาย ความรู้สึกก็ด้วย”

“งั้นผมจะบอกความลับหนึ่งอย่างให้แม่ฟังนะครับ”

“ความลับอะไร ใหญ่จะแกล้งอะไรแม่อีก” น้ำเสียงงอนๆ แล้วครับ

“แจกันใบนี้ผมซื้อมาด้วยเงินห้าสิบบาทครับ”

“ห๊ะ!” น้ำเสียงตกใจเหมือนกันคุณหญิงแม่ของผม “มะ เมื่อกี้ใหญ่พูดว่าอะไรนะลูก ใหญ่ลืมเติมเลขศูนย์ไปหรือเปล่า”

“ห้าสิบบาทไม่ใช่ห้าแสนบาทครับ”

“ตลกแล้วใหญ่ แม่ไม่เชื่อหรอก ใหญ่บอกแม่เองไม่ใช่เหรอ แล้วไอ้ลายจุดๆ นั่นอีก”

“อ๋อ ลายนั้นนิ้วมือผมเองครับแม่ พอดีสีที่พี่ใหญ่พ่นมันยังไม่แห้ง แล้วผมก็เผลอไปจับเข้าเลยเป็นลายล้ำค่าอย่างที่แม่เห็นนั่นแหละครับ รวมๆ แล้วพี่ใหญ่ลงทุนไม่ถึงสองร้อยครับแม่”

“เจ้าเล็ก!” พ่อถึงกับนั่งยิ้มเลยทีเดียว ส่วนไอ้เล็กมองหน้าผมแทนสีหน้าดุๆ ของแม่ “หลอกแม่อีกแล้วนะ”

“ผมไม่ได้หลอกนะครับ วันนั้นแม่พูดเองเออเองทุกอย่างเลย ช่วงนั้นผมเพิ่งเปิดร้านใหม่ๆ เลยยุ่งๆ ลืมหาของขวัญให้แม่ พอดีมีรถขายของเก่าผ่านหน้าร้านผมเห็นแจกันเก่าๆ หนึ่งใบเลยขอซื้อลุงเขาไว้ก็เท่านั้นเอง ส่วนเรื่องราคา ผมกำลังจะบอกแล้วว่ากี่บาท แต่แม่กลับพูดแทรกขึ้นมาซะก่อนว่าห้าแสนใช่มั้ยลูก… สรุปผมผิดเหรอครับ”

“รีบไสหัวออกไปจากบ้านเดี๋ยวนี้เลยนะใหญ่ ก่อนที่แม่จะหมดความอดทน เอาความรู้สึกกับน้ำตาของแม่คืนมา”

“ผมว่าคุณเลิกบ้าแจกันได้แล้วนะ ตอนนี้เต็มบ้านหมดแล้ว” พ่อพูดยิ้มๆ

“ความสุขของฉัน!” แม่ว่าก่อนจะเดินหนีกลับขึ้นไปข้างบนทันที

“งั้นผมไปก่อนนะครับ” ผมเชื่อว่าแม่เริ่มเปิดใจรับเยลลี่บ้างแล้ว แค่ไม่ยอมรับก็เท่านั้นเอง

“ตัดสินใจดีแล้วใช่มั้ยเพราะพ่อไม่อยากเห็นใหญ่ผิดคำพูดอีก”

“ผมไม่เปลี่ยนใจแล้วครับ สวัสดีครับ”

“ขับรถดีๆ นะพี่ใหญ่ รีบพาพี่สะใภ้ผมกลับมาด้วยล่ะ”

“เออ!”

จบเหตุการณ์ตอนนั้นผมก็รีบขับไปหาเยลลี่ทันที ง่วงก็ง่วง เมียก็คิดถึง ตอนแรกคิดว่าจะขับไปไม่ถึงซะแล้วครับ เพราะเหตุการณ์นี้แหละที่ทำให้ผมมั่นใจว่ารักเยลลี่มากแค่ไหน รักจนไม่อยากเสียเธอไปแล้ว ผมขอโทษที่ผิดคำพูดครับ ผมแพ้เด็กเข้าให้แล้วครับ…

“คุณใหญ่” เสียงเล็กๆ เอ่ยเรียกผมทำให้ความคิดทั้งหมดหายไปก่อนจะค่อยๆ หันไปมองหน้าสบตาเธอ

“ทำไมเรียกแบบนี้”

“เมื่อก่อนไม่เห็นชอบที่หนูเรียกว่าพี่ยักษ์” เดี๋ยวนี้เก่งขึ้นเยอะเลยครับ ไม่เคยสู้ใครเก่งเท่าสู้ผัวเลยครับ

“เหอะ!”

“หายโกรธหนูหรือยัง”

“ยัง! เอาไว้มึงค่อยง้อกูละกัน ตอนนี้จัดการเรื่องที่บ้านของมึงก่อน”

“เฮ้อ!” ถอนหายใจซะงั้น แต่ทุกการกระทำของเยลลี่กลับทำให้ผมยิ้มออกมาซะดื้อๆ ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม แต่ผมไม่ปฏิเสธแล้วครับ ผมแพ้ให้ยัยนี่ทุกอย่างแล้ว

หลังจากหาที่จอดรถได้ ผมกับเยลลี่ก็พากันเดินเข้าไปข้างในก่อนหน้านี้โทรหาป้าอ่อนเพื่อถามอาการแล้ว ท่านบอกว่าอาการไม่ดีขึ้นเลย พอมาถึงห้องพักรวมป้าอ่อนกับแยมกำลังยืนเฝ้าอยู่

“พี่แยม”

“เยล… ใช่เยลจริงๆ ใช่มั้ย อึก…” สองพี่น้องโผเข้ากอดกันร้องไห้ออกมาทันทีเลยครับ “สบายดีไหมเยล อึก…”

“สบายดีค่ะ พี่แยมเป็นยังไงบ้าง”

“พี่สบายดี แต่ว่าพ่อ…” แยมกับเยลเดินเข้าไปดูพ่อของพวกเธอ ส่วนผมมองดูอยู่ห่างๆ จนป้าอ่อนเดินเข้ามาหา

“ป้าอยากคุยด้วยหน่อยนะคะ”

“ครับ” ผมเดินออกมาคุยกับป้าอ่อนข้างนอกสีหน้าของท่านบอกอย่างชัดเจนว่าไม่โอเค

“หมอบอกกับป้าให้ทำใจเอาไว้บ้างนะคะ ป้าสงสารแยมกับเยล”

“เรื่องนี้ป้าไม่ต้องเป็นห่วงหรอกครับ แต่…”

“เรื่องนั้นป้าจะจัดการเองค่ะ ถ้าเรื่องทั้งหมดเป็นอย่างที่เจ้ายนต์ว่าเอาไว้จริงๆ”

“ครับ”

คุยกับป้าอ่อนเสร็จก็พากันเข้าไปข้างใน แต่เตียงของพ่อกลับมีหมอและพยาบาลเข้ามามุงดูอยู่เต็มไปหมด สองพี่น้องเองก็กอดกันร้องไห้ ผมกับป้าอ่อนรีบเดินเข้าไปดูทันที

“เกิดอะไรขึ้น” หันไปถามเยลลี่

“พ่อค่ะ อยู่ๆ ท่านก็ชัก อึก…”

“ไม่ต้องร้อง” ถึงบอกไม่ให้ร้องก็ร้องอยู่ดีครับ ตอนนี้พ่อถูกพาตัวออกไปแล้ว พวกเราเดินตามไปรอดูอาการของท่านที่ห้องฉุกเฉินกันแทน

“พี่ยักษ์ ก่อนหน้านี้พ่อบอกว่าขอโทษ ฮือๆ ท่านขอโทษทำไมเหรอคะ” เยลลี่นั่งอยู่ข้างๆ ผม เธอเอาแต่ร้องไห้สะอื้นแถมมือยังสั่นอีกต่างหากจนผมต้องจับมือมากุมเอาไว้

“ท่านคงอยากขอโทษเฉยๆ น่ะ อย่าคิดมากเลย”

“พ่อจะเป็นอะไรไหมคะ”

“พ่อเก่งจะตายไป ท่านไม่เป็นอะไรไปง่ายๆ หรอก” ยื่นแขนไปโอบหัวเยลลี่ให้พิงลงมาที่ไหล่ของผม วันนี้เยลเก่งมากแล้วครับเพราะเธอไม่ได้ร้องไห้ฟูมฟายอะไรมากมาย มีแต่เสียงสะอื้นออกมาแผ่วเบาเท่านั้น พวกเรานั่งรอกันอยู่จนหมอเดินออกมา

“น้องชายฉันเป็นยังไงบ้างคะหมอ”

“อาการไม่ดีขึ้นเลยครับ หมออยากให้ทางญาติทำใจเอาไว้บ้าง หมอขอตัวก่อนนะครับ” หมอเดินออกไป พวกเราก็พากันเข้าไปดูพ่อข้างใน ตอนนี้ท่านฟื้นแล้ว แต่เหมือนคนไม่มีเรี่ยวแรง

“ยะ แยม… เยล แค่กๆ” ท่านเรียกสองพี่น้องให้เข้าไปหา ผมได้แค่มองอยู่ห่างๆ เท่านั้น

“หนูกับน้องอยู่ที่นี่แล้วนะคะ พ่อต้องไม่เป็นอะไรนะคะ อยู่กับแยมและเยลก่อน” น้ำเสียงสั่นๆ ของแยมพูดขึ้นมา

“พ่อขอโทษ… พ่อคงทำแบบนั้นไม่ได้อีกแล้ว แค่กๆ”

ภาพตรงหน้าเป็นอะไรที่สะเทือนใจพอสมควร ถ้าสองคนนี้รู้ความจริงว่าผู้หญิงที่ตัวเองเรียกแม่มาโดยตลอดไม่ใช่แม่แท้ๆ ทั้งแยมและเยลจะรู้สึกยังไงกันนะ

“พะ พี่ผมฝากลูกด้วยนะ”

“อืม แกไม่ต้องห่วงหรอกยนต์ พี่จะดูแลแยมกับเยลเอง จะจัดการเรื่องที่มันค้างคาให้เรียบร้อยด้วย” พ่อหันไปมองหน้าป้าอ่อนพร้อมกับรอยยิ้มก่อนจะหันมามองทางผม “ผมฝากเยลด้วยนะครับ”

“ครับ” ผมตอบรับท่านน้ำเสียงแผ่วเบา

“ขอบคุณครับ แค่กๆ พ่อรักลูกทั้งสองคนมากนะ ลูกเกิดจากความรักของพ่อกับแม่…”

“พ่อ! พ่อคะ”

การจากลา… เป็นสิ่งที่ใครไม่อยากเจอ แต่มันก็เป็นสิ่งที่พวกเราเลี่ยงไม่ได้อยู่ดี หยาดน้ำตาที่ไหลออกมาสร้างบาดแผลแต่ความเจ็บปวดให้กับพวกเราเสมอ

“ฮือๆ พ่อจ๋า อึก… อย่าทิ้งหนูกับพี่แยมไปสิคะ” ผมเดินเข้าไปหาเยลลี่รั้งเธอเข้ามากอดเอาไว้ คนในอ้อมกอดก็เอาแต่ร้องไห้ตัวสั่นเลยทีเดียว “ฮือๆ พ่อไม่อยู่แล้ว”

ผมไม่รู้จะพูดอะไรออกมาเลยครับ มันจุกในอก และนี่ก็คือสิ่งที่ผมกลัวมากที่สุด แต่ก็ยังโชคดีที่เยลลี่ตัดสินใจหนีผมกลับมาบ้านแบบนี้เพราะมันทำให้เยลลี่ได้คุยกับพ่อเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่จะไม่มีโอกาสอีก

 

 

 

--100%-- 

แม่ผัวเป็นคนตลกค่ะ 5555555555555 

#มีคำผิดสะกิดหน่อยนะคะ ปั่นเสร็จอัปเลย ขอบคุณค่ะ 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น