I-RISRED ไอริสเรด
facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

[13] : บทลงโทษลูกผู้ชาย [18+]

ชื่อตอน : [13] : บทลงโทษลูกผู้ชาย [18+]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 19.5k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ต.ค. 2562 14:56 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
[13] : บทลงโทษลูกผู้ชาย [18+]
แบบอักษร

* บุคคลในรูปเป็นเพียงอิมเมจประกอบตัวละครเท่านั้น ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเนื้อหา * 

[13]  

 

“ฉันว่าอันนี้ไม่ใช่แน่ๆ นายอย่ามาหลอกฉัน ฉันว่าอันนี้” กันย์วางนิ้วลงบนแก้วใบที่สามจากขวามือของเธอเพื่อทายว่าแก้วอันนี้จากทั้งหมดสามใบครอบทับลูกบอลเอาไว้ 

“ถ้าเธอทายผิดเธอต้องโดนฉันหอมแก้มนะ” ลูเซียโน่พูดด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ 

“อะไรกัน ไหนนายบอกว่าเล่นสนุกไง? ” 

“ก็เล่นมันก็ต้องมีบทลงโทษสิถ้าทายผิด ไม่กล้าเหรอ? ” 

“หึ! ทำไมฉันจะไม่กล้า เอาสิฉันเลือกอันเนี้ยเพราะฉันมั่นใจ ตอนนายสลับแก้วนะฉันจ้องแก้วมีลูกบอลไม่คลาดสายตาเลย” 

“ได้ๆ งั้นเปิดแล้วนะ” 

แก้วค่อยๆ ถูกเปิดขึ้นอย่างช้าๆ หญิงสาวเอียงคอลงไปมองด้วยความลุ้นระทึกในทันทีก่อนที่ลูเซียโน่จะยกแก้วขึ้นจนลอยจากพื้นเผยให้เห็นความว่างเปล่าด้านใน ใช่มันไม่มีลูกบอลอย่างที่กันย์ทายเอาไว้และนั่นแปลว่าเธอทายผิดเสียแล้ว 

“อะไรกัน ไม่มีได้ยังไงนายโกงฉันป่ะเนี้ย เปิดให้หมดเลยนะ เอาลูกบอลไปซ่อนใช่ไหม? ” หญิงสาวโวยวายออกมาพร้อมทั้งหยิบเอาแก้วทั้งสองใบขึ้นแต่ลูกบอลกับอยู่ที่แก้วใบกลางแทน เล่นเอาเธอถึงกลับไปไม่ถูกทำอะไรไม่ได้เพราะมันชัดเจนแล้วว่าลูเซียโน่ไม่ได้โกงเธอ แต่เธอนั่นแหละที่ทายผิดเอง 

“เธอทายผิดเพราะฉะนั้นเอียงแก้มมาให้ฉันหอมเสียดีๆ ” นิ้วหนากระดิกเรียกอย่างทะเล้น 

“คำไหนคำนั้น” กันย์เอียงแก้มไปหาลูเซียโน่ก่อนที่จะโดนเขาหอมแก้มเธอเสียฟอดใหญ่จนแทบจะกินแก้มของเธออยู่แล้ว “พอแล้วนี่จะกินแก้มฉันหรือไงเนี้ย” 

“ก็นานๆ จะได้หอมทีต้องตักตวงเยอะๆ สิ จะเล่นต่อไหม? ” 

“เล่นสิ ฉันไม่ยอมแพ้นายหรอกคราวนี้นายทายบ้างถ้าทายผิดนายต้องโดนฉันตบ” 

“หืม? ตบเลยเหรอ? ” 

“ทำไมไม่กล้าเล่นเหรอ อย่าอ่อนหัดสิลูเซียโน่ ไหนว่าลูกมาเฟีย สายเลือดเข้มข้นไง แค่นี้ก็ไม่กล้าเหรอ? ” หญิงสาวแกล้งพูดยั่วยุชายหนุ่มด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน 

“เอาสิ ฉันจะเล่น ฉันกล้าอยู่แล้ว ให้ตบสองทีเลยถ้าฉันแพ้” แน่นอนมีเหรอที่ลูเซียโน่จะยอม 

“อ้าวๆ นายพูดเองนะ” 

“แน่นอน คำไหนคำนั้น เอ้าสลับแก้วสิ” 

“ได้ๆ ” 

“ลูเซียโน่” 

“อ๊ะ! ” แต่ยังไม่ทันที่กันย์จะได้สลับแก้วเสียงเรียบเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น หญิงสาวหันไปมองตามเสียงก็พบว่าเป็นผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งเธอไม่รู้จัก ใช่สิเธอจะรู้จักได้ยังไงกัน 

“สวัสดีครับคุณอาเคนเนดี้” ลูเซียโน่เดินเข้าไปทักทาย 

“ใครเหรอ? ” กันย์เดินเข้ามาถามด้วยความสงสัย 

“อ๋อ นี่คุณอาเคนเนดี้เป็นเพื่อนคุณพ่อฉันเอง” ชายหนุ่มหันไปแนะนำให้กันย์รู้จักก่อนจะหันมาพูดกับเคนเนดี้เป็นภาษาอังกฤษเพื่อกันย์รู้เรื่องด้วย “คุณอาครับนี่กันย์คู่หมั้นของผมเอง” 

“ยินดีที่ได้รู้จัก ตัวจริงสวยกว่าในรูปอีกนะ” เคนเนดี้ยื่นมือไปหากันย์ หญิงสาวเองก็จับมือกับเคนเนดี้ด้วยรอยยิ้มหวานอย่างเป็นมิตร 

“ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะ ขอบคุณสำหรับคำชมนะคะ” 

“แล้วคุณอามาที่นี่ทำไมเหรอครับ? ” ลูเซียโน่ถาม 

“เธอก็รู้ดีว่าอามาทำไม” เคนเนดี้พูดเสียงเรียบก่อนจะยื่นดอกกุหลาบสีดำให้กับลูเซียโน่ 

มันทำให้ชายหนุ่มรู้ทันทีว่าเคนเนดี้มาในนามของสภาสูง Rasa Nera เพราะกุหลาบดำมันคือสัญญาลักษณ์ของสภาและที่เธอมาหาเขาถึงที่นี่คงเป็นเรื่องที่เขายิงคนตายในเขตคุ้มครอง เขตสงบศึกแน่นอน มันเป็นหน้าที่ของสภาสูงอยู่แล้วที่จะเข้ามาสอบสวนเขาถึงสาเหตุและคาดโทษเขาตามสมควรเพื่อไม่ให้เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีกับคนอื่นถึงแม้ว่าเขาจะมีเหตุจำเป็นต้องกระทำแบบนั้นลงไปก็ตามแต่สำหรับสภาสูงไม่ได้สนเรื่องนี้เพราะพวกเขามีหน้าที่รักษากฎและคนทำผิดกฎต้องโดนลงโทษไม่ว่ากรณีใดๆ ก็ตาม 

“พร้อมไหม? ” เคนเนดี้ถาม 

“พร้อมครับ แล้วคุณพ่อคุณแม่ผมล่ะ? ” 

“พวกเขารออยู่ที่สภาแล้ว นายก็รู้กฎดีว่านายไม่มีสิทธิ์ไปสภาพร้อมพ่อแม่ ฉันเลยต้องมารับนายแทนเพื่อมั่นใจว่านายจะไม่หนีการไต่สวน” 

“ครับ งั้นไปกันครับ” ลูเซียโน่ยอมแต่โดยดีเพราะเขาไม่อยากทำให้พ่อแม่ต้องรู้สึกลำบากใจ 

“เธอก็ต้องไปด้วยเพราะเธอคือพยานและตัวต้นเรื่อง” เคนเนดี้หันไปมองกันย์ 

“มีอะไรเหรอ? ” กันย์หันมาถามลูเซียโน่เพราะสองคนพูดกันเป็นภาษาซิซิลีมั้ง เธอฟังไม่รู้เรื่อง 

“ฉันต้องไปสภาสูงและเธอต้องไปด้วย” ลูเซียโน่หันมาบอก 

“เหรอ อืม” กันย์เองที่ไม่ค่อยเข้าใจนักแต่ก็ไม่กล้าถามอะไรเพราะดูสถานการณ์จะตึงเครียดมากๆ 

“พร้อมแล้วครับ” ลูเซียโน่หันมาบอกเคนเนดี้ 

“โอเคงั้นไปกัน” เคนเนดี้เลือกจะเดินนำทั้งสองคนออกมาโดยมีลูเซียโน่กับกันย์เดินตามทั้งสองคนเลือกจะจับมือกันเพื่อให้กำลังใจกันและกัน 

“นายไปรถคนนี้ ส่วนเธอไปกับฉัน” เคนเนดี้พูดสั่งเมื่อเดินมาถึงรถสองคันที่จอดรออยู่ 

“ทำไมต้องแยกรถด้วย? ” ลูเซียโน่ถามอย่างไม่เข้าใจ 

“แยกรถเพื่อกันพวกเธอสองคนหลบหนีไงเพราะนายจะไม่กล้าหนีเมื่อเธออยู่กับฉัน” เคนเนดี้จ้องมองลูเซียโน่ด้วยแววตาจริงจังและแฝงด้วยความเหี้ยมเล็กน้อยมันทำให้เขาไม่มีทางเลือกอะไรเลยนอกจากจำยอม 

“เอายังงั้นก็ได้ครับ ไว้เจอกันที่สภานะ” ชายหนุ่มหันมาพูดกับกันย์ 

“โอเค” 

กันย์ส่งยิ้มให้ลูเซียโน่ก่อนจะถูกเคนเนดี้ดึงตัวให้เดินตามไปที่รถอีกคันหนึ่งแทน หญิงสาวต้องจำใจขึ้นมานั่งบนรถคันนี้โดยมีเคนเนดี้ตามขึ้นมานั่งประกบเธอย่างกับเธอเป็นนักโทษเลยก่อนที่รถจะเคลื่อนออกไปตามรถคันของลูเซียโน่ที่ออกไปก่อน 

“เธอสวยเหมือนตุ๊กตาเลยนะ” เคนเนดี้พูดกับกันย์เป็นภาษาอังกฤษก่อนจะเลื่อนมือไปเชยคางบางให้เชิดขึ้น “สวย น่ารัก น่าทะนุถนอม แต่น่าเสียดายที่ตุ๊กตามันอ่อนแอ” 

คำพูดของเคนเนดี้มันทำให้กันย์ถึงกับลอบกลืนน้ำลาย ริมฝีปากขบเม้มเข้าหากันอย่างไม่ค่อยเข้าใจในคำพูดของอีกฝ่ายนัก ทำไมจะต้องเปรียบเปรยเธอเป็นตุ๊กตาและทำไมจะต้องบอกว่าตุ๊กตามันอ่อนแอด้วย ต้องการจะสื่ออะไรกันแน่ 

“ช่วยอธิบายคำพูดของคุณให้ฉันเข้าใจได้ไหมคะ? ” หญิงสาวรวบรวมความกล้าถามออกไป 

“ก็หมายความว่าเธออ่อนแอเกินกว่าจะอยู่ในวงการนี้ โลกของมาเฟียมันไม่ใช่โลกที่ผู้หญิงอ่อนแอจะมาเดินเหมือนเดินในสวนดอกไม้หรอกนะเพราะที่นี่มันคือสนามรบ” 

“ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ ผู้หญิงแบบฉันไม่ชอบเดินในทุ่งดอกไม้อยู่แล้ว”  

หญิงสาวตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเรียบก่อนจะหันหน้าหนีไปทางอื่นด้วยความหงุดหงิดใจ มีอย่างที่ไหนมาตัดสินเธอแค่รูปลักษณ์ภายนอก เธออาจจะสวยหวานแต่ไม่ได้อ่อนแอ ถ้าคนแบบเธออ่อนแอจริงๆ เธอคงไม่มาทำงานที่เมืองนอกมาใช้ชีวิตต่างบ้านต่างเมืองด้วยตัวคนเดียวแบบนี้หรอก คนอ่อนแอที่ไหนเขาทำกัน มีแต่คนเข้มแข็งเท่านั้นแหละที่ยืนหยัดอยู่ในสังคมที่ตัวเองไม่คุ้นชินได้ รับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวเองได้ทุกรูปแบบ จิตใจของเธอมันแข็งแกร่งมากกว่ารูปลักษณ์ภายนอกของเธอมากๆ 

คำตอบของกันย์มันทำให้เคนเนดี้ยกยิ้มออกมาเล็กน้อยไม่ได้คิดโกรธเคืองในท่าทีของหญิงสาวเพราะเธอต้องการยั่วยุกันย์เพื่อรอฟังคำตอบของหญิงสาวว่าเธอจะตอบมาในรูปแบบไหนและเธอเลือกจะตอบอย่างเข้มแข็งนั้นคือสิ่งที่ถูกต้องและควรจะเป็นเพราะวงการนี้ไม่มีที่ยืนให้คนอ่อนแอยิ่งเป็นผู้หญิงแล้วด้วย ความอ่อนแอ อ่อนหวาน บีบน้ำตาอ้อนวอนไม่ช่วยให้มีชีวิตรอด แต่ความแข็งแกร่ง เข้มแข็ง และเด็ดเดี่ยวต่างหากที่จะทำให้ชีวิตปลอดภัยจากเนื้อมือมัจจุราช 

@สภาสูงองค์กรมาเฟีย Rosa Nera 

กันย์ถูกพามาที่โบสถ์หลังเดิมที่เธอเคยมาเที่ยวกับลูเซียโน่มาวานนั่นแหละแต่เธอถูกพามาด้านบนของโบสถ์ ระหว่างทางที่เดินขึ้นไปด้านบนก็มีบาทหลวงเดินสวนลงมาด้วยพวกเขาดูท่าทางเฉยเมยไม่ได้สนใจอะไรพวกเธอเลย เหมือนอยู่คนละโลกกันมองไม่เห็นอย่างงั้นแหละ หญิงสาวถูกพามายังห้องที่เป็นเหมือนห้องประชุมห้องหนึ่งที่ตรงกลางมีลูเซียโน่นั่งอยู่ ด้านหน้ามีคนนั่งเรียงอยู่ 4 คนหนึ่งในนั้นคือพ่อของลูเซียโน่ด้วย 

“นั่งตรงนี้นะ” 

เคนเนดี้พากันย์มานั่งที่เก้าอี้ด้านข้าง หญิงสาวนั่งลงตามคำสั่งก่อนจะมองไปยังด้านหลังก็พบว่ามีคนอื่นด้วยที่เหมือนมานั่งดูการตัดสินแต่คนเหล่านั้นกลับใส่หน้ากากเพื่อปิดบังใบหน้ากันทุกคน เอาตามตรงมันให้อารมณ์เหมือนศาลที่กำลังตัดสินคดีเลย 

“ครบแล้วนะงั้นเรามาเริ่มกันเลยดีกว่า” มอร์แกนพูดขึ้น 

“นายรู้ไหมว่าวันนี้เรามาทำอะไรกัน? ” อดิสันพูดถามลูเซียโน่ 

“เพราะผมฆ่าคนตายในเขตคุ้มครอง” ลูเซียโน่พูดอย่างรู้ตัว 

“งั้นทำไมถึงทำแบบนั้น? ” เคลลี่ถามต่อ 

“เพราะผมต้องปกป้องคู่หมั้นของผมและผมต้องปกป้องความปลอดภัยของคนในเมืองปาแลร์โมซึ่งเป็นเขตความสงบสุขเพราะฉะนั้นอะไรที่ไม่สงบสุขเราก็ควรกำจัดทิ้ง” ลูเซียโน่ตอบไปตามความจริงเพราะไม่มีอะไรที่เขาจะต้องโกหก 

“แต่นายทำโจ่งแจ้งเกินไป การกระทำแบบนั้นมันไม่สมควรเพราะนายก็รู้ว่าถ้าชาวเมืองหรือนักท่องเที่ยวมาเห็นมันจะเป็นปัญหา เมื่อข่าวแพร่กระจายออกไป ตำรวจก็จะเข้ามายุ่งเกี่ยว เรื่องมันจะวุ่นวายมากเมื่อตำรวจก้าวขาเข้ามายุ่งกับพวกเรา” อดิสันพูด 

“ผมยอมรับความผิดครับ ผมทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลังให้ดีๆ ก่อน” 

ลูเซียโน่จำยอมต่อข้อกล่าวหาเพราะสิ่งที่เขาทำมันผิดจริงๆ เราไม่ควรทำอะไรโจ่งแจ้งยิ่งในเมืองท่องเที่ยวแบบนี้แล้วด้วย ถ้าเกิดนักท่องเที่ยวต่างชาติมาเห็นก็จะเอาไปพูดแพร่กระจายข่าวกันไป อาจจะถึงขั้นออกข่าวทีวีใหญ่โตและตำรวจจะต้องเข้ามายุ่งในเรื่องนี้ เมื่อตำรวจเข้ามานั้นหมายความว่าเรื่องมันจะวุ่นวายและบานปลายไปกันใหญ่โตมากๆ พ่อของเขามักบอกเขาเสมอว่าเราควรขนาบข้างไปกับกฎหมาย ควรวางตัวให้อยู่ในขอบเขตที่ตำรวจรับได้ ไม่ใช่ห้าวทำเกินหน้าเกินตาตำรวจท้าทายอำนาจกฎหมายรัฐบาลเพราะมันไม่ดีหรอกที่จะเป็นศัตรูกับรัฐบาล เราควรเป็นมิตรและใช้อำนาจรัฐบาลให้เป็นประโยชน์กับเรามากกว่าแล้วเราจะอยู่ได้โดยไม่ต้องหวาดกลัวอะไร 

“ในเมื่อนายยอมรับความผิดนั้นหมายความว่านายจะต้องถูกลงโทษ” เคลลี่พูด 

“ครับ ผมยอมรับโทษ” ลูเซียโน่เงยหน้ามองผู้เป็นพ่อซึ่งนิโคลัสก็ทำได้แต่เพียงเงียบเพราะถึงจะเป็นลูกชายของเขาแต่เขาก็ไม่อาจจะเข้าข้างได้ 

“นี่คือบทลงโทษของนาย” เคนเนดี้หันไปพยักหน้าให้กับผู้ช่วยก่อนที่ผู้ช่วยสองคนจะเดินถือถาดที่มีคีมและอุปกรณ์ทำแผลมาวางเอาไว้ตรงด้านหน้าของลูเซียโน่ ทำเอาชายหนุ่มถึงกับลอบกลืนน้ำลายเพราะรู้ได้ทันทีเลยว่าโทษของตัวเองคืออะไร 

ผู้ช่วยคนหนึ่งหยิบเอาผ้าสีขาวออกมารองบนพื้นในขณะที่ผู้ชายอีกสองคน คนหนึ่งก็จับตัวของลูเซียโน่เอาไว้ อีกคนก็จับแขนของเขาให้ยื่นออกมาวางบนผ้าขาวแล้วกดแขนหนาให้แนบลงกับพื้น โดยที่ผู้ช่วยคนแรกที่เป็นคนหยิบเอาผ้าขาวมารองในตอนนี้เปลี่ยนไปหยิบเอาคีมปากแบนมาถือ 

“กัดนี้เอาไว้” ผู้ช่วยคนที่จับตัวของลูเซียโน่เอาไว้เอายางมาให้ชายหนุ่มกัดและเอาผ้ามาปิดตาของเขาเอาไว้เพื่อไม่ให้มองเห็นภาพที่กำลังจะเกิดขึ้นเหมือนนักโทษที่กำลังจะโดนประหาร 

“เริ่มการลงโทษ” ดอกกุหลาบดำทั้งห้าดอกจากผู้นำสภาถูกโยนลงบนพื้น 

“อ๊ะ! ” กันย์ถึงกับตกใจจนลุกขึ้นยืนเมื่อคนที่ถือคีมเอาไว้ใช้คีมนั้นคีบลงบนเล็บนิ้วก้อยของลูเซียโน่ 

“อย่าเข้าไป” หญิงสาวจะเข้าไปช่วยชายหนุ่มแต่ก็ถูกลอเรนห้ามเอาไว้ 

“...ตะ...แต่ว่าลูเขากำลังจะโดน” 

“มันคือบทลงโทษที่ทุกคนต้องยอมรับ” ลอเรนพูดกับกันย์ก่อนจะดึงตัวร่างบางเข้ามาโอบกอดด้วยแววตาที่คลอไปด้วยน้ำตาเมื่อกำลังจะต้องทนเห็นภาพของลูกชายที่กำลังจะเจ็บปวดแสนสาหัสต่อหน้าต่อตาแต่ไม่อาจจะทำอะไรได้ 

เสียงกัดฟันคำรามของลูเซียโน่ดังออกมาเมื่อเล็บนิ้วก้อยของเขาค่อยๆ ถูกดึงย้อนเปิดขึ้นมาเรื่อยๆ จนส่วนเนื้อกับส่วนเล็บที่ติดกันฉีกออกสร้างความเจ็บปวดให้เจ้าของร่างไม่น้อย ชายหนุ่มเริ่มดิ้นอย่างทรมานเมื่อเล็บถูกดึงเปิดขึ้นมาเรื่อยๆ เลือดสีสดไหลซึมออกมาจากบาดแผลหยดลงสู่ผ้าสีขาวสะอาดจนเปลี่ยนสี 

“ลู! ” กันย์ตะโกนจนเสียงดังลั่น ใบหน้าก็อาบไปด้วยน้ำตาด้วยความสงสารชายคนรัก 

“อ๊าก! ” 

ชายหนุ่มไม่อาจจะอดทนอดกลั้นได้จนเผลอร้องคำรามออกมาในลำคอก่อนที่เล็บทั้งเล็บจะถูกดึงออกมาจากนิ้วแบบรวดเดียวจนเนื้อฉีก สร้างความเจ็บปวดแสนสาหัสให้ชายหนุ่มไม่น้อยจนร่างกายกำยำแข็งแรงถึงกับล้มทรุดลงกับพื้นอย่างหมดสภาพ แต่ถึงแบบนั้นน้ำตาลูกผู้ชายก็ไม่ไหลรินออกมามีเพียงเลือดสีสดที่หลั่งรินไหลออกมาจากบาดแผลฉกรรจ์หยดลงบนผ้าสีขาวสะอาดที่ใช้รองรับเลือดของเขาไม่ให้ไหลหยดลงบนพื้นศักดิ์สิทธิ์ 

“ลูเซียโน่เป็นยังไงบ้าง? ” กันย์รีบวิ่งเข้ามาหาชายหนุ่มในทันที 

“เจ็บ” ลูเซียโน่ตอบออกมาด้วยน้ำเสียงแหบพร่าในขณะที่ผู้ช่วยก็กำลังทำแผลให้เขา “โอ๊ย! ” 

“นิเบาๆ หน่อยสิ เขาเจ็บนะ! ” กันย์หันไปตวาดใส่ผู้ช่วยที่ทำแผลให้ลูเซียโน่แรงจนเขาเจ็บก่อนจะผลักตัวคนเหล่านั้นออกไป “ออกไปฉันทำเอง” 

หญิงสาวแย่งอุปกรณ์ทำแผลมาก่อนจะค่อยๆ ทำแผลให้ลูเซียโน่อย่างอ่อนโยนแผ่วเบาที่สุดเพื่อไม่ให้แผลของเขาติดเชื้อก่อนจะใช้ผ้าก็อซพันเอาไว้จนมิดเพื่อรอไปทำแผลที่โรงพยาบาลอีกที เหล่าผู้ช่วยเก็บเอาอุปกรณ์ออกไปพร้อมกับผ้าที่เปื้อนเลือดและเอาผ้านั้นเผาลงในถังที่ถูกจุดไฟเอาไว้ โดยมีสายตาของทุกคนในที่แห่งนั้นมองอย่างเรียบเฉยราวกับว่ามันเป็นเรื่องปกติแต่มันไม่ปกติสำหรับกันย์เลยเพราะเธอกลับมองว่ามันช่างป่าเถื่อนที่สุด เป็นเธอคงยอมโดนจับเข้าคุกดีกว่าต้องมาทรมานโดนถอดเล็บทั้งเป็นไร้ยาชาไร้หมอมาดูแลความปลอดภัยและความสะอาดแบบนี้ 

“เห็นเล็บของนายไหม? ” มอร์แกนถาม 

“...หะ...เห็นครับ” ลูเซียโน่ตอบเสียงแผ่ว 

“จดจำมันเอาไว้ แผลนี้จะตอกย้ำนายให้นายรู้จักใช้สมองก่อนการตัดสินใจจะทำอะไร” มอร์แกนพูดก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วกวาดสายตามองผู้ชมด้านหลังที่ยังคงนั่งกันนิ่งไม่สะทกสะท้านอะไรกับภาพความรุนแรงเบื้องหน้า 

“ดูเอาไว้นี่คือตัวอย่างของการถูกลงโทษ เราอยู่กันแบบมีกฎเกณฑ์เราเลยมีอำนาจมายันทุกวันนี้เพราะฉะนั้นคนที่ทำผิดกฎต้องถูกลงโทษเพราะผิดเพียงหนึ่งก็สามารถทำให้คนหลายสิบคนต้องเดือดร้อนได้ เราจะไม่มีวันยอมให้สิ่งที่เราสร้างมาตั้งแต่บรรพบุรุษต้องถูกล้มล้างหายไปเด็ดขาด เลิกประชุม” 

ทุกคนต่างลูกขึ้นยืนอย่างพร้อมเพรียงกันแล้วก้มหัวเคารพเหล่าผู้นำสูงก่อนจะแยกย้ายกันเดินออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว นิโคลัสกับลอเรนรีบเข้ามาหาลูกชายในทันทีก่อนจะดึงร่างสูงเข้ามาโอบกอดด้วยแววตาที่คลอไปด้วยน้ำตา 

“...จะ...เจ็บไหมลูก แม่ขอโทษนะที่ช่วยลูกไม่ได้เลย” ลอเรนพูดเสียงสั่น 

“ไม่เป็นไรหรอกครับ มันคือกฎในเมื่อผมเลือกเส้นทางนี้ผมก็ต้องยอมรับในกฎ มันคือสิ่งที่ทำให้เราเป็นเรายันทุกวันนี้” ลูเซียโน่ส่งยิ้มให้ผู้เป็นแม่ 

“แบบนี้มันไม่รุนแรงไปหน่อยเหรอคะ? ” แต่กันย์กลับรู้สึกไม่ดีเท่าไหร่เลย 

“กฎก็คือกฎ ถ้าในโลกนี้ไม่มีกฎระเบียบก็จะไร้ซึ่งระเบียบ ถ้าอยากอยู่แบบมีระเบียบกฎและบทลงโทษก็ต้องศักดิ์สิทธิ์เช่นกัน” 

นิโคลัสพูดขึ้นเสียงเข้มเพราะอยากย้ำให้รู้ว่ากฎและบทลงโทษมันควรศักดิ์สิทธิ์ถ้าจะทำให้โลกใบนี้มีระเบียบ เมื่อกฎและบทลงโทษมันไม่ศักดิ์สิทธิ์มันแค่สิ่งที่ถูกขีดเขียนขึ้นมาเพื่อประดับไว้เหนือหัวโชว์ว่ามีแต่ไม่เคยนำมาใช้ ไม่เคยนำมาลงโทษมันก็จะเป็นแค่เศษกระดาษแผ่นหนึ่งเท่านั้น ไร้ราคา ไร้มูลค่า และไร้ซึ่งความน่าเคารพนับถือ เมื่อมันไร้ค่าผู้คนก็จะไม่สนใจไม่เกรงกลัวมัน ความไร้ระเบียบเพื่อท้าทายกฎก็จะเกิดขึ้น มันจะนำพามาซึ่งความวุ่นวายที่ควบคุมไม่ได้และสุดท้ายทุกอย่างก็จะสิ้นสลายไป อารยธรรมความเป็นมนุษย์จะจางหายไป เมื่อสิ่งที่ควรศักดิ์สิทธิ์มันไม่ศักดิ์สิทธิ์อีกต่อไปแล้ว 

“ฉันไม่เป็นไรหรอกเบบี๋ แค่นี้เองไกลหัวใจตั้งเยอะเพราะหัวใจของฉันอยู่ที่เธอ” ลูเซียโน่หันมาพูดกับกันย์เพื่อให้หญิงสาวสบายใจ 

“หึ! ยังจะมาปากหวานอีกนะ รู้งี้ฉันน่าจะเชียร์ให้เขาตัดลิ้นนายมากกว่า” 

กันย์ไม่วายจะพูดประชดประชันลูเซียโน่เพราะสถานการณ์แบบนี้เขายังจะมาปากหวานใส่เธอได้อีกทั้งๆ ที่เจ็บเจียนตาย แหมๆ ขนาดเธอเดินนิ้วเท้ากระแทกประตูยังเจ็บจนน้ำตาไหล ทั้งๆ ที่เล็บไม่ได้เปิดเลยนะแต่เล็บกระแทกเฉยๆ และนี่โดนดึงเล็บสดๆ ขนาดนี้ ไม่มีหรอกที่จะไม่เจ็บแต่ตอนนี้คงชาจนไม่รู้สึกแล้วมากกว่า 

“ไปหาหมอเถอะ ให้หมอทำแผลให้ดีกว่า” ลอเรนพูด 

“อืม ไปกัน” นิโคลัสประคองตัวลูเซียโน่ให้ลุกขึ้นยืนโดยมีกันย์คอยช่วยและเดินตามติดชายหนุ่มไม่ห่างด้วยความเป็นห่วง 

. 

. 

To Be Continued... 

--------------------------------- 

โธ่ๆหนูลูเจ็บไหมลูก อิฉันละเสียวแทนแต่งไปจินตนาการไปแล้วเสียวเล็บ บางคนอาจจะมองว่าโหดร้ายเกินไปแต่มันปกติมากนะในวงการมาเฟีย ยากูซ่า ไรเงี้ย ดูยากูซ่าสิถึงขั้นตัดนิ้วกันเลยนะ ทำผิดครั้งหนึ่งตัดทีหนึ่ง ตัดไปเรื่อยๆจนกว่าจะหมดนิ้วให้ตัดกันเลยที่ริสเอามาแต่งนี่คืออ้างอิงจากเรื่องจริงในวงการแบบนี้ด้วยนะคะ ศึกษาวิธีการทำโทษต่างๆ ข้อห้าม กฎต่างๆมาแล้วแต่อาจจะไม่ละเอียดเพราะมันเป็นเรื่องของมาเฟียไงมันเหมือนโลกใต้ดิน ข้อมูลอะไรเลยมีออกมาน้อยมากๆ แต่ก็รวบรวมเท่าที่หาได้มาประกอบการแต่งให้ดูสมจริงมากขึ้น 

ความคิดเห็น