I-RISRED ไอริสเรด
facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

[12] : คนจริงเขาทำกัน

ชื่อตอน : [12] : คนจริงเขาทำกัน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 15.5k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ต.ค. 2562 16:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
[12] : คนจริงเขาทำกัน
แบบอักษร

* บุคคลในรูปเป็นเพียงอิมเมจประกอบตัวละครเท่านั้น ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเนื้อหา * 

[12]  

 

“คุณลูเซียโน่จะไปไหนเหรอครับ? ” ลูกน้องเดินเข้ามาถามเมื่อเห็นผู้เป็นเจ้านายแต่งตัวหล่อเหลาไม่พอยังสั่งให้เตรียมรถอีกโดยที่ตัวเองจะเป็นคนขับเอง 

“ฉันจะไปเที่ยวกับแฟนฉัน” ชายหนุ่มตอบด้วยรอยยิ้มอย่างอารมณ์ดี 

“ไปเที่ยวเหรอ หมายความว่ายังไง? ” นิโคลัสที่เดินลงมาจากชั้นบนได้ยินลูกชายพูดพอดี 

“ก็ไปเที่ยวไงครับ วันนี้ผมกับกันย์เราจะไปเที่ยวกัน” ลูเซียโน่หันไปตอบผู้เป็นพ่อ 

“รู้ใช่ไหมว่ามันอันตราย” ชายวัยกลางคนชักสีหน้าขรึมทันทีเพราะเมื่อวานเพิ่งจะมีเรื่องแท้ๆ แต่วันนี้ลูเซียโน่กลับจะพากันย์ออกไปเที่ยวทำอย่างกับเมื่อวานไม่มีอะไรเกิดขึ้นอย่างงั้นแหละ การออกไปเที่ยวแบบนี้มันจะตกเป็นเป้าหมายง่ายมากยิ่งออกไปเที่ยวนอกเขตคุ้มครองแล้วด้วย 

“รู้ครับแต่ผมมั่นใจว่าผมจะดูแลกันย์ได้” ชายหนุ่มตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง 

“แต่เรายังไม่พร้อมหรอกเรายังใจร้อน ยังใช้ความคิดไม่เป็น เชื่อพ่อสิ และพ่อจะไม่ยอมให้เราสองคนออกไปกันเองถ้าจะไปก็ต้องเอาลูกน้องไปด้วย” 

นิโคลัสเอ่ยสั่งเสียงเข้มยื่นข้อตกลงให้ลูกชายตัวแสบของเขาเพราะลูเซียโน่เป็นคนใจร้อน ชอบใช้กำลังมากกว่ามันสมอง ไม่คิดไตร่ตรองถึงสิ่งที่จะตามมานักและจุดเนี้ยแหละคือจุดอ่อนของลูกชายเขาที่ศัตรูจะเอามาใช้เพื่อกำจัดเขาออกจากเส้นทางนี้ไปอย่างง่ายดายเพราะแค่ยั่วโมโหเขา ใช้กันย์เป็นตัวล่อและทำให้ลูเซียโน่ผิดกฎสภา แค่นี้เขาก็จะโดนสภาคาดโทษให้หลุดจากตำแหน่งผู้สืบทอดก็ได้และอาจจะหนักสุดถึงขั้นประหารด้วยซ้ำ 

“แต่ว่านี่มันเดทของผม ก็ต้องไปกันสองคนสิ” ชายหนุ่มแย้งอย่างไม่พอใจนัก 

“ก็ไปกันสองคน ขับรถไปกันเอง แต่แค่มีลูกน้องไปด้วย ไปรถอีกคันและคอยดูพวกเราสองคนห่างๆ แบบห่วงๆ ถ้าไม่ยอมพ่อก็จะไม่ให้ไปไหนทั้งนั้น” 

“โธ่คุณพ่อ” 

“เชื่อคุณพ่อเถอะลูก” ลอเรนที่เดินลงมาพร้อมกันย์พูดขึ้น 

ลูเซียโน่กำลังจะหันไปเถียงผู้เป็นแม่แต่ก็ต้องหยุดชะงักลง อ้าปากค้างเมื่อสายตาปะทะเข้ากับกันย์ในชุดเดรสสีขาวสะอาดตัดกับผมลอนสีน้ำตาลทองที่ประดับอยู่บนเรือนร่างและใบหน้าที่สวยงาม มันเหมือนเธอหลุดออกมาจากภาพวาดของนางฟ้าหรือเทพีเลย ยิ่งรอยยิ้มหวานๆ นั้นอีกมันทำหัวใจของเขาแทบหยุดเต้นเลยเนี้ย สวยจนเขาแทบจะตายเลย ความสวยมันแทงหัวใจเข้าเต็มๆ 

“แหมๆ อ้าปากค้างเลยนะ แมลงวันบินเข้าปากแล้ว” ลอเรนเอื้อมมือไปจับคางลูกชายด้วยความมันเขี้ยวเมื่อเห็นลูกตะลึงในความสวยของกันย์แต่ก็สวยจริงๆ เธอไม่เถียงยิ่งแต่งตัวยิ่งสวยมากๆ 

“โธ่คุณแม่ แมลงวันที่ไหนมันจะบินเข้าปาก” ลูเซียโน่หันใบหน้าหนีมือของแม่ก่อนจะหันกลับมามองกันย์ด้วยรอยยิ้ม “เธอสวยจัง” 

“ฉันบอกแล้วไงว่าฉันสวยอยู่แล้ว สวยตั้งแต่เกิดแล้ว” กันย์ตอบด้วยรอยยิ้ม ใบหน้าก็แดงระเรื่อด้วยความเขินอายตามประสาหญิงสาวที่ถูกชายหนุ่มชมเชย 

“แหมๆ เลิกชมกันได้แล้วและไปเที่ยวกันเถอะเดี๋ยวจะมืดค่ำ” ลอเรนรีบดันตัวของกันย์ส่งให้ลูเซียโน่ 

“ห้ามกลับมืดนะเพราะมันอันตราย เข้าใจไหม? ” นิโคลัสเอ่ยกำชับ 

“ครับ เย็นๆ ก็กลับแล้ว” ลูเซียโน่รับปากก่อนจะหันมาหากันย์ “ไปกันเถอะ” 

“อืม” 

กันย์หันไปส่งยิ้มให้พ่อแม่ของลูเซียโน่ก่อนจะหันตัวเดินตามชายหนุ่มออกมายังรถที่จอดรออยู่และลูเซียโน่เป็นคนขับเองพูดง่ายๆ ว่าไปกันสองคน แต่เธอแอบเห็นลูกน้องของเขาขึ้นรถอีกคันเช่นกัน คงจะมีลูกน้องตามไปห่างๆ ด้วยก็ไม่แปลกหรอกพ่อแม่ของเขาคงไม่ยอมปล่อยให้พวกเธอออกไปกันสองคนหรอกทั้งๆ ที่เพิ่งผ่านสถาการณ์รุนแรงมาเมื่อวานแท้ๆ 

@โบสถ์ปาเลไทน์ (Cappella Palatina)  

“สวยจังเลย ดูสิทองเหลืองอร่ามไปหมดเลย” 

กันย์กวาดสายตามองภายในโบสถ์ที่ถูกประดับประดาด้วยภาพวาดอันสวยงามและตัวโบสถ์เป็นสีทองเหลืองอร่ามสะท้อนแสงสวยงาม หรูหรา และมีมนต์เสน่ห์เอาเสียมากๆ เลย 

“โบสถ์นี้มันเป็นโบสถ์หลวงนะ โบสถ์ของกษัตริย์ เป็นการผสมผสานระหว่างศิลปะอาหรับและไบแซนไทน์เพราะซิซิลีมีอาณานิคมเข้ามาปกครองหลายยุคหลายสมัยสับเปลี่ยนกันไป ทำให้ที่นี่มีหลายอารยธรรมและวัฒนธรรม มันเลยเป็นเมืองเก่าแก่ที่มีมนต์เสน่ห์ไง” ลูเซียโน่ตอบอย่างภาคภูมิใจในดินแดนบ้านเกิดของตัวเองที่เก่าแก่และมีประวัติศาสตร์มาแสนยาวนาน ดินแดนที่เป็นถิ่นกำเนิดหลายๆ อย่าง 

“นั้นมันงานโมเสกใช่ไหม? ” กันย์ชี้นิ้วไปยังเพดานของโบสถ์ที่มีสีสันหลากหลายถ้ามองดีๆ มันเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วเอามาต่อติดกันไม่ใช่ถูกสร้างจากชิ้นใหญ่ เรียกว่างานประณีตและละเอียดมากๆ กว่าจะได้แต่ละชิ้นออกมาและกว่าจะต่อกันจนเสร็จทั้งโบสถ์ 

“เธอรู้ไหมว่าทำไมชุดของพระเยซู พระแม่มารีย์ หรือผู้ทำพิธีกรรมทางศาสนาจะต้องสวมใส่ชุดสีฟ้า? ” 

“ไม่รู้สิ มันสวยเด่นมั้ง สีน้ำเงินตัดกับสีทองมันก็สวยดีนะ” 

“ไม่ใช่ เพราะสมัยก่อนสีน้ำเงินมีราคาแพงมากมีมูลค่ามากๆ คนที่ใช้สีน้ำเงินได้เลยต้องเป็นผู้มีความสำคัญเท่านั้น ภาพวาดบนฝาผนังส่วนใหญ่เลยวาดให้พระเยซู พระแม่มารีย์ หรือคนที่สำคัญทางศาสนาใส่ชุดสีน้ำเงินไง มันมีความหมายนะ ไม่ใช่ว่าเขาวาดและลงสีนี้เพื่อให้มันสวยงามเท่านั้น” 

“หืม? ทำไมนายเก่งจังเลย ไปอ่านที่ไหนมาเนี้ย กลูเกิ้ลเหรอ? ” 

“เอ้านี่บ้านเกิดฉันนะ ฉันเดินเที่ยวที่นี่ตั้งแต่เด็กคิดว่าพ่อแม่ฉันจะไม่สอนไม่บอกเหรอ พวกเราเป็นโรมันคาทอลิกที่ดีนะ เราสอนเกี่ยวกับศาสนากับลูกหลานเราตั้งแต่เด็กเสมอ” 

“อืม ฉันไม่ค่อยเข้าใจหรอก ฉันคนพุทธนะ แต่ตอนเนี้ยฉันหิวแล้วไปหาอะไรกินกันเถอะ” 

“โอเคๆ ฉันจะพาไปร้านเพื่อนของฉัน” 

ชายหนุ่มถือโอกาสนี้เลื่อนมือมาจับมือของกันย์ตอนแรกหญิงสาวก็ตกใจแต่ก็ไม่ได้สะบัดมือออกแต่อย่างใด หญิงสาวพยายามสูดลมหายใจเข้าออกเพื่อแต่งสติตัวเองและทำให้ตัวเองผ่อนคลายก่อนจะหันไปส่งยิ้มให้ลูเซียโน่ มันทำให้ชายหนุ่มยิ้มออกมาและจูงมือของกันย์เดินออกมาจากตัวโบสถ์เหมือนคู่รักที่มาเที่ยวด้วยกันไม่มีผิดเพี้ยน โดยมีสายตาของลูกน้องที่ยืนมองและเดินตามห่างๆ เพื่อดูแลความปลอดภัยแต่ก็ไม่ได้ทำให้ทั้งสองคนเกร็งหรืออึดอัดอะไรเพราะในตอนนี้เหมือนโลกทั้งใบมีแค่เธอกับเขาเท่านั้นมากกว่าเมื่อความสุขและเพลิดเพลินเข้าแทรกในหัวใจจนลืมเรื่องร้ายๆ ที่เกิดขึ้นไปเลย 

@ร้านอาหาร BamGetro 

“อ้าวลูไม่ได้เจอกันนานเลย ไหนว่าไปเที่ยวต่างประเทศกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่? ” บรูโน่ เพื่อนสนิทตั้งแต่สมัยเด็กของลูเซียโน่เดินเข้ามาทักทายเพื่อนรัก 

“กลับมาได้อาทิตย์กว่าแล้ว แต่ตอนแรกที่กลับมาได้ 2 วันฉันก็ต้องไปประชุมที่โรมตั้งอาทิตย์หนึ่ง เนี้ยเพิ่งกลับจากโรมมาได้ 2 วันเหมือนกัน” ลูเซียโน่พูดตอบเพื่อนรักก่อนจะมองหาโต๊ะว่างภายในร้าน “มีโต๊ะว่างไหม ดูนักท่องเที่ยวเยอะนะเนี้ย” 

“มีสิมาทางนี้เลย” บรูโน่เดินนำทั้งสองคนมายังโต๊ะด้านในสุดเพราะรู้ดีว่าเพื่อนรักชอบความเป็นส่วนตัวสูง “แล้วนี่ใช่ไหมคู่หมั้นของนาย? ” ชายหนุ่มหันไปมองกันย์ 

“ใช่แล้ว เนี้ยเจ้าสาวของฉัน” ลูเซียโน่พูดอย่างภาคภูมิใจซึ่งกันย์ก็ได้แต่มองทั้งสองคนคุยกันตาแป๋วเพราะฟังไม่รู้เรื่องเนื่องจากทั้งสองคนใช้ภาษาอิตาลีพูดใส่กัน “ช่วยจัดอาหารมาหน่อย แฟนฉันหิวมาก” 

“ได้ๆ รอแป๊บนะเพื่อน” บรูโน่หันมาส่งยิ้มให้กันย์ก่อนจะหันตัวเดินออกไป 

“พูดอะไรกันอ่ะ ทำไมไม่พูดภาษาอังกฤษฉันจะได้ฟังด้วย พูดภาษาอิตาลีฉันจะฟังออกได้ยังไง” กันย์ถามขึ้นในทันทีเมื่อบรูโน่เดินออกไปแล้ว 

“ภาษาที่พวกฉันพูดกันไม่ใช่ภาษาอิตาลีนะ แต่มันคือภาษาซิซิลีแต่สำเนียงมันจะคล้ายๆ อิตาลีก็เท่านั้นเอง แต่ไม่ใช่” ลูเซียโน่อธิบายให้กันย์ฟังเพราะไม่อยากให้กันย์เข้าใจผิดถึงที่นี่จะอยู่ในประเทศอิตาลีแต่ก็เป็นเขตการปกครองตนเองและมีภาษาของตัวเอง เรียกว่าภาษาซิซิลี เป็นภาษาในกลุ่มภาษาโรมานซ์สำเนียงจะคล้ายๆ กับภาษาอิตาลีแต่ไม่ใช่ คนล่ะภาษากัน 

“เหรอ ฉันไม่เคยได้ยินเลย ฉันเข้าใจมาตลอดนะเนี้ยว่านายพูดภาษาอิตาลีมาตลอด” 

“ก็แน่แหละมันเป็นภาษาเฉพาะที่ใช้บางพื้นที่เท่านั้นมันก็คงเหมือนภาษาท้องถิ่นนั่นแหละ ไม่ใช่ภาษาทางการของประเทศมันเลยไม่แปลกที่คนประเทศอื่นจะไม่รู้จัก” 

“งั้นฉันว่าเธอจะต้องศึกษาวัฒนธรรม ประเพณี และการใช้ชีวิตของที่นี่แล้วแหละเพราะถ้ายังไงเธอก็ต้องมาเป็นสะใภ้ของเกาะแห่งนี้ ซิซิลีมีอะไรน่าทึ่งอีกเยอะ” 

“หืม? ใครบอกว่าฉันจะเป็นเจ้าสาวนาย เลิกมโนเองสักทีสิ ยังไม่ทันจะจีบฉันเลย บอกแล้วไงอย่าข้ามขั้นตอน จะเป็นภรรยามันก็ต้องเป็นแฟนกันก่อนไหมและก่อนจะเป็นแฟนก็ต้องจีบก่อนไง” 

“นี่ฉันก็กำลังจีบเธออยู่นะเนี้ย เธอไม่รู้ตัวเลยเหรอไง นี่เรามาเดทกันอยู่นะ” 

“เหรอ ฉันไม่รู้ตัวเลยนะเนี้ย” 

กันย์ก้มหน้าลงเล็กน้อยเพราะอยู่ดีๆ เธอก็ยกยิ้มออกมาเฉยเลยแบบหุบยิ้มไม่ได้อ่ะแถมยังรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งตัวยังไงก็ไม่รู้ อาการแบบเนี้ยมันคืออาการของคนกำลังเขินเธอรู้ดี แต่ทำไมเธอจะต้องเขินจะต้องหวั่นไหวกับไอ้โรคจิตเอาแต่ใจคนนี้ด้วย ควรเกลียดขี้หน้าไม่ใช่เหรอหรือยิ่งใกล้กันใจยิ่งหวั่นไหว เข้าตำราพอเขาทำดีเข้าหน่อยใจก็อ่อนระทวยจริงๆ 

“อาหารมาแล้ว” บรูโน่เดินเอาอาหารออกมาเสิร์ฟด้วยตัวเองขัดจังหวะบทสนทนาพอดี 

“ขอบใจมากนะ” ลูเซียโน่หันไปขอบใจเพื่อน 

“อืม ทานให้อร่อยนะ มีอะไรเรียกฉันได้” 

“โอเคๆ ” 

บรูโน่หันตัวเดินออกไปเพื่อปล่อยให้ทั้งสองคนได้ทานข้าวกัน ลูเซียโน่หันริชอตโต้ก้อนกลมๆ ทอดกรอบให้กับกันย์ “ลองชิมอันนี้ดู กำลังร้อนๆ เลย อร่อยมาก มันเรียกว่าอารันชินี่” 

หญิงสาวเลือกจะตักเจ้าแป้งทอดกรอบกลมๆ ขึ้นกินตามคำบอกของลูเซียโน่แต่กลับต้องเหลือกตาขึ้นและอ้าปากเป่าเอาลมเข้าปากเพราะมันร้อนเอาเสียมากๆ จนเธอกลืนไม่ลงเลยพอกัดเข้าไปข้างในคือร้อนมากเพราะมันมีไส้ซอสและข้าวยิ่งโดนความร้อนยิ่งร้อนและตัวแป้งมันเก็บความร้อนได้ดีด้วย “ร้อนชะมัดเลย นายแกล้งฉันเปล่าเนี้ย? ” 

“แกล้งอะไร เธอก็เห็นว่ามันร้อนควันลอยขนาดนั้น ใครจะคิดว่าเธอจะเอาเข้าปากโดยไม่เป่าก่อนล่ะ เอ้านี่น้ำรีบกินตามไปเลยเดี๋ยวปากพองหรอก” ชายหนุ่มยื่นแก้มน้ำผลไม้เย็นๆ ให้กันย์ หญิงสาวรีบรับมาดูดในทันทีเพื่อไล่ความร้อนจากปากของเธอ 

“เธอนี่มันซื่อจริงๆ เลย” ลูเซียโน่สายหัวเล็กน้อย 

“ไม่ต้องมาขำเลยนะ นายนั่นแหละแกล้งฉัน กินไปเลยนะ” กันย์พูดด้วยสีหน้ามุ้ยก่อนจะหันไปม้วนเส้น Pasta Carbonara ขึ้นมากินแทนเพราะปากของเธอตอนเนี้ยมันแสบร้อนจนกินอะไรรสตัดไม่ได้แล้ว งั้นเอาของเลี่ยนมาตัดแล้วกัน ไว้ค่อยดูเถอะมีโอกาสเมื่อไหร่เธอจะเอาคืนให้ดูไอ้โรคจิต 

ช่วงค่ำ @บ้านตระกูลโรเรนโซ่ 

“I found a love for me 

Darling just dive right in 

And follow my lead 

Well I found a girl beautiful and sweet 

I never knew you were the someone waiting for me 

'Cause we were just kids when we fell in love 

Not knowing what it was 

I will not give you up this time 

But darling, just kiss me slow, your heart is all I own 

And in your eyes you're holding mine” 

เสียงดีดกีตาร์ดังขึ้นพร้อมกับเสียงร้องที่แสนทรงเสน่ห์ลอยมาจากด้านนอกห้องมันทำให้กันย์ต้องเดินออกมาดูด้วยความสงสัยเพราะมันช่างไพเราะเสียจริงๆ ยิ่งเดินมาใกล้ๆ ก็รับรู้ได้ว่ามันคือเพลง Perfect ของ Ed Sheeran เป็นเพลงรักแสนโรแมนติก เมื่อเดินมาถึงส่วนระเบียงหน้าบ้านก็พบว่าลูเซียโน่กำลังนั่งอยู่บนขอบระเบียงมือก็กำลังดีดกีตาร์และขับร้องบทเพลงออกมาราวกับหลุดเข้าไปในโลกที่มีเพียงเขาเพราะเขาอินไปในบทเพลงแบบไม่สนสิ่งอื่นใดรอบตัวเลย 

หญิงสาวเลือกจะยืนฟังแบบเงียบๆ เพื่อไม่ให้รบกวนอารมณ์สุนทรีย์ของเขา แน่นอนเสียงดนตรีและเสียงร้องของเขามันทำให้เธอเคลิบเคลิ้มจนอยากจะไปดึงมือของเขาให้ลุกขึ้นมาเต้นรำประกอบจังหวะกับเธอเหลือเกิน หญิงสาวเลือกจะรอจนเพลงจบลง มือบางจึงยกขึ้นประสานและตบเข้าหากันเพื่อให้กำลังใจลูเซียโน่ 

แปะๆ ! 

“อ๊ะ! ” เสียงตบมือของกันย์มันทำให้ชายหนุ่มที่กำลังหลับตาเคลิบเคลิ้มไปกับเสียงดนตรีลืมตาขึ้นด้วยความตกใจจนเกือบจะตกขอบระเบียง “เธอเองเหรอมาตั้งแต่ตอนไหนเนี้ย? ” 

“ก็นานพอที่จะฟังนายร้องจนจบเพลงนั่นแหละนะ ร้องเพราะนี่นา” กันย์เอ่ยชมจากใจจริง 

“รู้ไหมตอนฉันร้องเพลงนี้ฉันนึกถึงใคร? ” 

“ฉันจะอ่านใจนายออกไหมล่ะ? ” 

“ฉันนึกถึงหน้าเธอไง เธอคือผู้หญิงที่เพอร์เฟคที่สุดของฉัน” 

คำพูดของลูเซียโน่มันทำให้กันย์หน้าแดงระเรื่อขึ้นมาอีกแล้ว ให้ตายสิทำไมเขาหยอดเก่งแบบนี้นะและสำคัญไปกว่านั้นคือเธอชักจะเริ่มใจอ่อน หวั่นไหวไปกับเขาแล้วเนี้ย โดนหยอดคำหวาน โดนจีบ โดนดูแลเอาใจใส่ทุกวันแบบนี้มีเหรอที่ใจของเธอจะต้านทานได้ ก็เหมือนคำที่ว่าน้ำหยดลงบนหินทุกวันหินมันยังกร่อนนั่นแหละ นับประสาอะไรกับหัวใจคนที่แสนบอบบางเช่นนี้ 

ลูเซียโน่อาศัยจังหวะนั้นเดินเข้าไปหากันย์ก่อนจะยื่นใบหน้าเข้าไปกระซิบที่ใบหูบาง “you look perfect tonight” 

ก่อนที่ชายหนุ่มจะจับมือบางขึ้นมากุม กันย์ตกใจเล็กน้อยแต่ก็พยายามดึงสติของตัวเองให้มั่นคงเพราะอยากรู้ว่าเขาจะทำอะไรกับเธอ ดวงตาสองดวงต่างสบตาจ้องกันจนมันแววทอประกายหวานช่ำเมื่อความหวั่นไหวกำลังเล่นกับจิตใจของทั้งสองคน ความรู้สึกดีๆ ที่เรียกว่ารักกำลังสอดแทรกเข้าไปในหัวใจของกันย์ที่เริ่มตกหลุมรักลูเซียโน่อย่างช้าๆ แต่เธอไม่รู้ตัวเองเลยสักนิด 

“เป็นแฟนกับฉันได้ไหม? ”  

หัวใจของหญิงสาวเต้นแรงขึ้นมาในทันทีเมื่อลูเซียโน่ขอเธอเป็นแฟนแบบที่เธอต้องการมาตลอด ใช่เธอต้องการให้เขาพูดคำนี้ออกมาจากปากของเขาพูดต่อหน้าเธอเพื่อทำให้มันถูกต้องและเป็นไปตามขั้นตอนที่ควรจะเป็น ไม่ใช่อยู่ดีๆ เขาก็ลักพาตัวเธอมาแล้วบังคับให้เธอเป็นเจ้าสาวของเขา เธอมองว่ามันไม่ถูกต้องเลย แต่พอได้ยินคำนี้ออกมาเธอยอมรับนะว่าเธอดีใจมากๆ ที่ได้ยินมันจากปากของคนเอาแต่ใจและเอาตัวเองเป็นที่หนึ่งอย่างเขา 

“งั้นนายสัญญาได้ไหมล่ะ ว่านายจะไม่เอาแต่ใจ ทำอะไรแบบไม่มีเหตุผลกับฉันอีก? ” 

“แบบไหนล่ะ ไอ้แบบที่ไม่มีเหตุผลของเธออ่ะ? ” 

“ก็แบบนึกจะลากฉันไปไหนก็ไป นึกจะฉุดฉันก็ฉุด นึกจะทำอะไรกับตัวฉันก็ทำอะไรแบบนั้นเพราะมันเป็นการไม่ให้เกียรติฉันมากๆ ในเมื่อนายอยากเป็นแฟนกับฉัน เมื่อเราคบกันแล้วนายก็ควรให้เกียรติผู้หญิงที่นายรักถูกไหม มันถึงจะเรียกว่าลูกผู้ชาย” 

“ได้สิ ฉันสัญญาด้วยหัวใจของฉันเลย” ลูเซียโน่วางมือของกันย์ลงบนหน้าอกของเขาเพื่อให้สัมผัสหัวใจที่กำลังเต้นของเขาเป็นคำมั่นสัญญาว่าเขาจะรักและให้เกียรติเธอ 

“ถ้านายกล้าสัญญา ฉันก็กล้าจะเสี่ยงกับนายนะ” กันย์ยกยิ้มหวาน 

“หมายความว่าเธอยอมคบกับฉันใช่ไหม? ” 

“ใช่ ฉันยอมคบกับนาย และพร้อมจะเสี่ยงไปกับคนแบบนายด้วย” 

“ขอบใจนะที่ให้โอกาสฉัน ทั้งๆ ที่ฉันไร้เหตุผลกับเธอมาตลอด” 

“ฉันให้อภัย เด็กเพิ่งหัดเดินอ่ะนะก็จะห้าวรีบเดินเป็นธรรมดา” 

“นี่เธอหลอกด่าฉันเหรอ? ” 

“เปล่าสักหน่อยฉันแค่เปรียบเปรยต่างหาก” กันย์ยกนิ้วขึ้นเคาะที่จมูกหนาของลูเซียโน่อย่างหยอกล้อ ชายหนุ่มคว้ามือของกันย์เอาไว้ก่อนจะยื่นใบหน้าเข้าไปใกล้หญิงสาวจนเจ้าของร่างตกใจ “อ๊ะ! ” 

“พูดแบบนี้เดี๋ยวก็จูบซะดีไหม? ” ใบหน้าคมยื่นเข้าไปใกล้ใบหน้าหวานเพื่อเย้าแหย่ 

“หึ! อย่ามั่วแต่พูดสิ คนจริงมันต้องแบบนี้” 

หญิงสาวที่ตอนแรกตกใจในตอนนี้กลับหันไปยกแขนขึ้นโอบกอดคอหนาในขณะที่ปลายเท้าเขย่งขึ้นเล็กน้อย ใบหน้าหวานยื่นขึ้นไปหาใบหน้าคมก่อนจะสัมผัสริมฝีปากลงบนริมฝีปากหนาอย่างนุ่มนวล อ่อนโยน จนทำเอาคนโดนจูบแบบไม่ทันตั้งตัวอย่างลูเซียโน่ถึงกับอึ้งยืนนิ่งเหมือนโดนต้องสาปก่อนจะเรียกสติของตัวเองกลับคืนมาได้แล้วจูบตอบกลับจนความอ่อนโยนเริ่มหนักหน่วงขึ้น ลิ้นหนาค่อยๆ สอดแทรกเข้าไปในโพรงปากเล็กอย่างช้าๆ ตวัดเกี่ยวพันกับลิ้นบางอย่างนุ่มนวลและเริ่มเร่าร้อนขึ้นเมื่อเจ้าของลิ้นบางเกี่ยวพันกลับจนเกิดเสียงจูบที่แสนสยิวชวนสะท้านไปทั้งหัวใจจนใจเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ 

“...พะ...พอก่อน หายใจไม่ทัน” กันย์ผละใบหน้าออกมาเมื่อรสจูบชักเริ่มเร่าร้อนและดูดวิญญาณของเธอเหลือเกินจนหายใจหายคอไม่ทัน กลัวจะขาดใจตายเสียก่อนได้แต่งงาน 

“อ่อนหัด” ลูเซียโน่พูดหยอกด้วยรอยยิ้มทะเล้น 

“อ่อนหัดอะไร ฉันไม่ได้อ่อนหัด แต่นายก็รู้ว่าฉันมันเป็นโรคประหลาด” 

“ไม่ต้องห่วงนะ ฉันจะช่วยเธอเอง” 

“ช่วยด้วยการมีเซ็กส์กับฉันเหรอ? ” หญิงสาวยกแขนขึ้นกอดอก 

“ก็ใช่ แต่ฉันจะรอเมื่อเธอพร้อม” ชายหนุ่มเลื่อนมือไปลูบที่แก้มบางด้วยรอยยิ้ม “ฉันจะไม่บังคับเธอ ไม่ทำให้เะอต้องรู้สึกอึดอัด เราจะค่อยเป็นค่อยไปนะ” 

“อืม ขอบใจนะที่เข้าใจฉัน” หญิงสาวยกยิ้มออกมา 

“ฉันต้องเข้าใจแฟนฉันสิ และฉันต้องให้เกียรติแฟนฉันด้วย” 

“ให้มันเป็นแบบนี้ไปตลอดนะ ถ้านายทำในสิ่งที่ฉันไม่ชอบเมื่อไหร่ฉันจะเลิกกับนายจริงๆ ด้วย” 

“โธ่อย่าขู่สิเบบี๋ เขากลัวนะขอกอดหน่อย” 

“อ๊ะ! ปล่อยเลย นี่ไงชอบฉวยโอกาส” กันย์รีบดันตัวลูเซียโน่ออกไปก่อนจะยกมือขึ้นทุบอีกฝ่าย 

“โอ๊ย! ” ชายหนุ่มร้องออกมาเสียงหลงเมื่อโดนทุบอกดังปึก 

“ฉวยโอกาสนักนะเดี๋ยวเถอะๆ คราวหลังจะทำมากกว่าทุบ ฉันไปนอนดีกว่า” 

“ไปนอนด้วยได้ป่ะ? ” 

“ฝันไปก่อนเถอะ” ว่าจบกันย์ก็หันตัวเดินออกไปทิ้งให้ลูเซียโน่ยืนมองตามแผ่นหลังบางด้วยรอยยิ้ม 

“เย้! จะมีเมียแล้วโว้ย” 

หลังจากที่กันย์เข้าห้องไปแล้ว ชายหนุ่มก็กระโดดโลดเต้นออกมาด้วยความดีใจเหมือนเด็กที่ได้ของเล่นที่ถูกใจไม่มีผิด ร่างสูงหันไปหยิบกีตาร์คู่ใจขึ้นมาดีดในท่วงทำนองเพลงรักแสนสดใสอย่างมีความสุข ใบหน้าก็เปื้อนด้วยรอยยิ้มจนหุบไม่ลงเมื่อสิ่งที่ปรารถนากำลังจะเป็นจริง พ่อของเขามักจะบอกเสมอว่า ลูกผู้ชายตัวจริงต้องรักและให้เกียรติภรรยาของตัวเอง ซื่อสัตย์และภักดีกับเธอนั่นแหละคือสิ่งที่คนเป็นลูกผู้ชายควรทำและเขาจำเดินตามรอยของพ่อ จะทำให้กันย์เห็นว่าเขาพร้อมจะเป็นลูกผู้ชายตัวจริงของเธอ พร้อมที่จะให้เกียรติเธอ ซื่อสัตย์และภักดี เหมือนที่พ่อของเขาทำกับแม่เพราะผู้หญิงที่ตัดสินใจแต่งงานกับมาเฟียเธอคือผู้หญิงที่ต้องเสียสละมากมายเพื่อความรักและเธอควรได้รับความรักและชีวิตครอบครัวที่ดีเป็นสิ่งตอบแทน 

. 

. 

To Be Continued... 

--------------------------------- 

ในที่สุด! ในที่สุด! ในที่สุดกันย์ก็ใจอ่อนให้หนูลูแล้ว ดีใจกับหนูเขาด้วย หนูลูหน้าบานเป้นกระด้งแล้วจ้า รู้ว่าดีใจที่กำลังจะมีเมียแต่เก็บอาการหน่อยลูก 555555 

ความคิดเห็น