เอส ดับเบิ้ลเอส
facebook-icon

#เยลของยักษ์ เยลเมียผู้ไม่สู้คน แต่ถนัดนักตบผัว!!!

#เยลของยักษ์ ๒๙ [100%]

ชื่อตอน : #เยลของยักษ์ ๒๙ [100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.3k

ความคิดเห็น : 23

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ต.ค. 2562 13:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 300
× 0
× 0
แชร์ :
#เยลของยักษ์ ๒๙ [100%]
แบบอักษร

#เยลของยักษ์ ๒๙ 

[เยลลี่] 

ความสุขของฉันคือการได้เห็นคนที่เรารักยิ้มอย่างมีความสุขและใช้ชีวิตในแบบที่เขาเป็น มันอาจจะฟังดูงี่เง่าปัญญาอ่อน แต่ลองมาเป็นเยลลี่ตอนนี้ดูสิ มันเหนื่อยและท้อมากเลย มีเรื่องอีกมากมายที่ต้องแบกรับเอาไว้ อยากเห็นแก่ตัวและโยนทุกอย่างทิ้งไป แต่กลับทำไม่ได้

“อึก… หนูขอโทษ”

“คิดดีแล้วเหรอ ป้าไม่อยากให้ทำแบบนี้เลย” เสียงป้าอ่อนดังขึ้นมา

“คิดดีแล้วค่ะ”

“อืม งั้นป้าก็จะกลับด้วย ป้าไม่อยากให้เยลกลับไปคนเดียว กลับไปจัดการเรื่องยุ่งๆ กัน”

“ขอบคุณนะคะ หนูขอโทษที่ทำให้ป้าอ่อนต้องลำบากไปด้วย”

“ป้าไม่เคยลำบากเลย สักวันก็ต้องมีวันนี้ แค่มันเกิดขึ้นเร็วกว่าปกติ ยนต์เองก็เป็นน้องของป้าเหมือนกัน”

“ขอบคุณนะคะ ขอบคุณจริงๆ”

เรื่องที่พ่อป่วยและมีอาการทรุดหนักตอนแรกฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่วันที่คุณหญิงมาหาคุณใหญ่ท่านกลับพูดเรื่องนี้ขึ้นมา ซึ่งฉันเองก็ยังไม่รู้เรื่องหรอก คุณหญิงเองก็ไม่ได้พูดอะไรมาก เรื่องทุกอย่างมันเลยคาใจจนได้มาที่บ้านคุณใหญ่ ฉันเลยตัดสินใจถามป้าอ่อนจนรู้ความจริง ตอนแรกท่านไม่ยอมเล่า ฉันเองก็รบเร้าจะฟังให้ได้สุดท้ายท่านก็ยอม

หลังจากที่ครอบครัวคุณใหญ่ออกไปงานเลี้ยง ฉันก็รีบเดินลงจากบ้านมาหาป้าอ่อน ท่านจัดกระเป๋าเอาแต่ของใช้จำเป็นไปเท่านั้น ส่วนฉันไม่ได้เอาอะไรไปเลยเพราะทุกอย่างคุณใหญ่ซื้อให้ คงจะมีแค่เสื้อผ้าที่ใส่อยู่เท่านั้น ป่านนี้พี่ยักษ์เล็กจะเป็นยังไงบ้างนะ จะโกรธเยลไหม แต่เยลจำเป็นจริงๆ ถ้าเยลเสร็จธุระแล้วจะรีบกลับมารับละกัน กลัวว่าเขาจะพาไปทิ้ง

ตลอดทางที่นั่งแท็กซี่ไปยังขนส่ง หัวใจมันเต้นแรงมากๆ พวกเราไปเที่ยวหนึ่งทุ่มกันไปซื้อตั๋วที่ขนส่ง ฉันแค่เคยนั่งรถมาเท่านั้น ส่วนตอนกลับไม่เคยเพราะแบบนี้ละมั้งป้าอ่อนท่านถึงเป็นห่วงและอยากกลับไปด้วยกัน

“เยลรักคุณใหญ่ใช่มั้ย”

“…” คำถามที่เอ่ยออกมาจากริมฝีปากของป้าอ่อนทำให้ฉันต้องเงียบไปทันที มือทั้งสองข้างประสานเข้าหากันพลางก้มหน้าต่ำไม่กล้าสบตาท่าน หยาดน้ำตาใสๆ ค่อยๆ ไหลอาบแก้ม จนมือของป้าอ่อนยื่นมากุมมือของฉันเอาไว้

“ความรู้สึกมันห้ามกันไม่ได้หรอกลูก”

“อึก… หนูไม่สมควรรักเขาใช่มั้ยคะ ทำไมหนูเจ็บจัง เขาจะเกลียดหนูไหม”

“คุณใหญ่จะเข้าใจ ป้าเชื่อแบบนั้น”

“ค่ะ”

ตลอดการเดินทางคือความรู้สึกที่ไม่สงบเพราะหัวใจมันไม่ได้อยู่กับตัวฉันอีกต่อไปแล้ว…

* 

บ้านคือสถานที่ที่ฉันไม่ได้กลับมานานแล้ว ความรู้สึกที่ได้เห็นครั้งแรกคือหัวใจเต้นแรง เสียงโทรศัพท์ของป้าอ่อนยังคงร้องดังอยู่ตลอดท่านบอกแค่ว่าคุณใหญ่ติดต่อมา แต่ท่านไม่ได้กดรับสายจนเสียงสุดท้ายหยุดลงเพราะโทรศัพท์ของท่านแบตหมด

“ไปค้างที่บ้านป้าก่อนละกัน”

“ค่ะ”

บ้านป้าอ่อนอยู่ไม่ไกลออกไปจากบ้านของฉันสักเท่าไหร่ บ้านของท่านไม่มีใครอยู่หรอกเพราะท่านไม่มีสามีและลูก เป็นบ้านของปู่กับย่าที่ยกให้ท่านกับพ่อ แต่พ่อแยกตัวออกมาแทนและให้ป้าอ่อนอยู่ที่บ้านหลังนั้น จนท่านไปทำงานที่กรุงเทพบ้านเลยไม่มีคนอยู่ แต่จะมีคนเข้าไปทำความสะอาดแทน

“อยากโทรหาคุณใหญ่ไหม”

“ไม่ค่ะ”

“คุณใหญ่เคยมาที่นี่นะ”

“หนูหนีมาแบบนี้เขาคงโกรธและคงไม่มาตามหรอกค่ะ” ฉันมองหน้าป้าอ่อนด้วยใบหน้าเศร้าสร้อย คิดถึงเขาจัง แต่ดันทำผิดกับเขาซะแล้ว

“ป้าไม่คิดแบบนั้นหรอก”

“…” ฉันได้แต่ยิ้ม มองหน้าป้าอ่อนเท่านั้น

“ไปอาบน้ำแล้วนอนพักกันดีกว่า พรุ่งนี้ค่อยไปหาพ่อหนูกัน”

“ค่ะ”

บอกตามตรงฉันนอนไม่หลับเลย คิดถึงใครอีกคน คิดถึงอ้อมกอดของเขา มันทรมานมาก แต่ทำอะไรไม่ได้นอกจากข่มตาลง ฉันรู้ดีว่าเขาต้องโกรธแน่นอนและเขาอาจจะไม่อยากยุ่งกับฉันอีกแล้วก็ได้…

รุ่งเช้า 

เป็นการข่มตาให้หลับที่ทรมานมากเพราะฉันไม่ยอมหลับง่ายๆ สุดท้ายก็ต้องตื่นแต่เช้า ทำธุระส่วนตัวจนเสร็จเรียบร้อยก่อนจะเดินกลับไปที่บ้านของพ่อ ตอนออกมาจากบ้านป้าอ่อนยังไม่ตื่นเลยค่ะ พอมาถึงก็เห็นพี่แยมกำลังยืนรดน้ำต้นไม้อยู่

“นังแยม ข้าวเช้าล่ะ”

หืม? ผู้หญิงคนด้านหลังพี่แยมคือใครกัน

“แยมขอรดน้ำต้นไม้ก่อนได้ไหมคะพี่เล็ก”

“ไม่ได้ ฉันหิว!”

“แต่ว่า…” อยากจะเดินเข้าไปช่วยพี่แยมมากๆ แต่กลับทำไม่ได้เพราะแขนข้างหนึ่งถูกกระชากอย่างแรงจนทำให้ฉันต้องหันกลับไปตามแรงกระชากนั้นทันที

“คะ คุณใหญ่…” เขาเงียบไม่ได้พูดอะไรนอกจากลากฉันออกจากบริเวณนี้ “จะพาหนูไปไหนคะ ปล่อยหนูก่อนได้ไหม หนูเจ็บ”

เขาไม่ฟังเลยค่ะรีบลากฉันเดินไปเรื่อยๆ จนมาถึงรถคันหนึ่งที่จอดอยู่ก็รถของเขานั่นแหละค่ะก่อนจะบังคับให้ฉันขึ้นไปนั่งบนรถ ส่วนเขาเดินอ้อมไปนั่งอีกฝั่ง เขาไม่พูดอะไรออกมาสักคำรีบสตาร์ทรถแล้วขับออกมาทันที

“จะพาหนูไปไหน หนูไม่ไปนะคะ”

“…” เขาเงียบ ไม่พูดอะไรออกมาสักคำ ตอนนี้หัวใจของฉันเต้นแรงมากๆ มันรู้สึกกลัวอย่างบอกไม่ถูก จนรถที่เขาขับจอดเทียบอยู่ตรงไหล่ทาง ใบหน้าไม่ค่อยพอใจของเขาค่อยๆ หันกลับมามองสบตากับฉัน สภาพของเขาตอนนี้เหมือนคนที่ยังไม่ได้นอนเลยค่ะ แถมชุดที่ใส่อยู่ก็ยังเป็นชุดเมื่อวานก่อนไปงานเลี้ยงอีก

“หนะ หนู…”

“กูมันไม่น่าพึ่งพาขนาดนั้นเลยเหรอ ทำไมมึงถึงหนีมาแบบนี้”

“…” คราวนี้เป็นฉันเองที่ไม่กล้าพูดออกไปได้แต่เงียบ เอาแต่ก้มหน้าต่ำไม่กล้าสบตาเขา

“กูถาม”

“มะ ไม่ใช่นะคะ”

“ไม่ใช่แล้วมึงหนีมาทำไม มึงรู้ไหมว่ากูเป็นห่วงมากแค่ไหน กลับบ้านไปไม่เจอมึงกูแทบเป็นบ้า”

“…” เขาน่ากลัวมาก จนฉันไม่กล้าพูดได้แต่เม้มปากเข้าหากันจนแน่น

“หนีมาแบบนี้ทำไมวะเยล” น้ำเสียงของเขาเริ่มอ่อนลง

“ขอโทษ หนูขอโทษ ฮือๆ” ไม่ไหวแล้ว ทั้งคิดถึง ทั้งกลัว อยากกอดเขามากๆ แต่กลัวเขาไม่ยอมให้กอด

“ไม่ต้องร้อง ตอนคิดจะหนีทำไมไม่นึกถึงใจกูบ้าง”

“หนูไม่ได้จะหนี อึก… หนะ หนูแค่อยากกลับบ้านมาหาพ่อ หาพี่แยม หาแม่”

“แล้วทำไมมึงไม่ยอมบอกกูดีๆ ล่ะ”

“คุณใหญ่ก็แอบมาที่บ้านหนูแล้วไม่ใช่เหรอคะ ทำไมตอนนั้นถึงไม่บอกหนูบ้าง” ฉันเงยหน้าขึ้นไปเถียงเขา หยาดน้ำตาไหลอาบสองข้างแก้ม คุณใหญ่นิ่งไปทันที ฉันไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่

“ตอนนี้กูยังสำคัญสำหรับชีวิตมึงหรือเปล่า” ฉันไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงถามแบบนี้ แต่คำตอบมันไม่ยากเลยเพราะมันชัดเจนในหัวใจของฉันตั้งนานแล้ว

“สำคัญค่ะ สำคัญมากๆ”

“สำคัญแล้วทำไมต้องทำแบบนี้”

“ฮืออ อึก… หนูขอโทษ” ฉันว่าพลางขยับตัวเข้าไปหาเขาพยายามโนมตัวเองไปกอดเขาเอาไว้ แต่คุณใหญ่กลับนิ่งมาก เขาไม่ยอมกอดตอบ “หนูผิดไปแล้วจริงๆ อย่าโกรธหนูเลยนะคะ หนูขอโทษ”

“ไม่ต้องร้อง กูขอโทษที่ปิดบังเรื่องก่อนหน้านี้ กูแค่กลัว… กลัวว่ามึงจะทำอย่างที่ทำอยู่ตอนนี้”

“หนูขอโทษ”

“อืม ไม่ต้องร้องแล้ว” คุณใหญ่ผละออกจากตัวฉันพลางยื่นปลายนิ้วของเขามาเกลี่ยหยาดน้ำตาออกให้ “กลับบ้านกัน”

“ค่ะ”

เขายิ้มก่อนจะหันกลับไปขับรถ บ้านที่เขาว่าไม่ใช่กรุงเทพหรอกค่ะ แต่เขาพาฉันกลับมาที่เดิมกำลังจะเดินกลับไปทางบ้านแต่ฉันกลับลากเขาไปอีกทางเพราะไม่อยากให้ใครเห็นตอนนี้

“ไปไหน”

“บ้านป้าอ่อนค่ะ” เขาพยักหน้าแทนคำตอบก่อนจะเดินตามฉันมาจนถึงบ้านป้าอ่อนท่านกำลังเดินออกจากบ้านพอดี

“คุณใหญ่!” พอเห็นว่าคนตรงหน้าคือใครท่านมีสีหน้าตกใจทันที

“ป้าอ่อนใจร้ายกับผมมากเลยนะครับ” ฉันเงยหน้าขึ้นไปมองเขาสีหน้ารู้สึกผิดมากๆ และไม่อยากให้เขาโทษป้าอ่อนด้วย

“เรื่องนี้หนูผิดเอง ป้าอ่อนไม่เกี่ยวนะคะ”

“รู้ตัวก็ดี” ใบหน้าดุๆ ก้มลงมามองหน้าฉัน “ป้าอ่อนจะไปไหนเหรอครับ”

“ป้าจะไปตามเยลนะคะ แต่เห็นแบบนี้แล้วคงไม่ต้องตาม”

“หนูพาคุณใหญ่เข้าบ้านก่อนนะคะ”

“จ้า งั้นป้าออกไปดูพ่อหนูสักหน่อยละกัน”

“ป้าอ่อนอย่าเพิ่งบอกใครนะคะ”

“จ้าลูก” ป้าอ่อนท่านเดินออกไป ฉันจับมือคุณใหญ่พากลับเข้ามาในบ้านก่อนจะพาเขาไปที่ห้องซึ่งฉันนอนพักเมื่อคืน

“ไม่ได้เอาเสื้อผ้ามาเหรอคะ”

“จะเอาเวลาไหนไปเตรียม”

“ทำหน้าดุอีกแล้ว ไปล้างหน้าก่อนไหมคะ จะได้มานอนพัก”

“อยู่ด้วยกันก่อนนะ อย่าไปไหน” น้ำเสียงของเขาอ้อนมากเลย แถมท่าทางเหมือนคนอ่อนล้าแบบสุดๆ

“ค่ะ เดี๋ยวหนูนอนกอด” ฉันตอบกลับพร้อมกับรอยยิ้ม คุณใหญ่พยักหน้าให้ก่อนจะพาตัวเองเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ เขาล้างหน้าเรียบร้อยเดินออกมาทิ้งตัวลงนอนบนเตียง ฉันเดินเข้าไปทิ้งตัวลงนอนข้างๆ สวมกอดเขาเอาไว้จนแน่น อบอุ่นมาก เมื่อคืนไม่ได้กอดนอนแทบไม่หลับเลย

“อย่าทำแบบนี้อีกนะ”

“หนูขอโทษค่ะ”

“อืม ง่วงมากเลย นึกว่าจะขับรถมาไม่ถึงซะแล้ว”

“อย่าพูดแบบนี้สิคะ นอนกันดีกว่าค่ะ หนูก็ง่วงเหมือนกัน”

“หึ! ไม่ใช่นอนหลับแบบมีความสุขหรอกเหรอ”

“ไม่หลับหรอกค่ะ คิดถึงอ้อมกอดจากคนนี้” กระชับกอดเขาจนแน่น คุณใหญ่เองก็กอดตอบจนแน่นเหมือนกัน นอนกอดกันกลมเลยค่ะ มีความสุขมากๆ

นอนกอดกันจนเสียงลมหายใจของคนตรงหน้าสม่ำเสมอลองผละออกห่างเพื่อดูปรากฏว่าเขาหลับไปเรียบร้อยแล้วค่ะ ฉันยิ้มนอนมองหน้าเขาอยู่อย่างนั้นจนเผลอหลับตามไปด้วย อบอุ่นและมีความสุขที่สุดเลย

ช่วงสายๆ ฉันตื่นก่อนเพราะป้าอ่อนเข้ามาปลุกท่านบอกว่าพ่ออาการทรุดตอนนี้อยู่โรงพยาบาลอีกแล้ว ท่านบอกให้ฉันรอไปพร้อมคุณใหญ่ส่วนท่านออกไปก่อนแล้ว ฉันไม่กล้าปลุกเขาเลยปล่อยให้นอน ระหว่างรอก็นั่งกระวนกระวายใจจนคนที่นอนหลับอยู่รู้สึกรำคาญมั้งถึงได้ตื่น

“มีอะไรหรือเปล่า” น้ำเสียงงัวเงียของคุณใหญ่ถามขึ้นมา

“พ่ออยู่โรงพยาบาลค่ะ หนูอยากไปหาพ่อ”

“ทำไมไม่ปลุก”

“หนูไม่อยากกวน”

“มึงนี่จริงๆ เลย” คุณใหญ่ว่าก่อนจะขยับตัวลุกจากเตียงเดินเข้าไปในห้องน้ำ หายเข้าไปไม่นานก็เดินกลับออกมา เข้าจับมือฉันพาเดินไปที่รถแต่ระหว่างทางกลับเจอแม่กับผู้หญิงคนหนึ่งที่เรียกพี่แยมเมื่อเช้า

“คุณใหญ่” เธอรู้จักคุณใหญ่ด้วยเหรอ แถมยังวิ่งเข้ามาหาสีหน้าดีใจมากเลยค่ะ “นังแยม แกมาอยู่ตรงนี้ได้ยังไง ไม่ได้ไปโรงพยาบาลแล้วเหรอ”

“นั่นสิ ฉันบอกให้แกไปเฝ้าพ่อไม่ใช่เหรอ” เสียงแม่ถามขึ้น สีหน้าของท่านดูไม่ค่อยพอใจเมื่อเห็นฉันอยู่กับคุณใหญ่ นี่แม่จำฉันไม่ได้งั้นเหรอ

“เอ่อ…”

“ไปเถอะ” คุณใหญ่ไม่ได้สนใจแม่กับผู้หญิงตรงหน้าด้วยซ้ำ พูดจบเขาก็จับมือฉันให้เดินตามออกไป แต่ข้อมืออีกข้างกลับถูกกระชากเอาไว้พร้อมกับจิกเล็บใส่อย่างแรงจนฉันรู้สึกเจ็บ

“โอ๊ย!” ฉันร้องเสียงหลงทันที จนคุณใหญ่หยุดเดินรีบหันไปมอง

“คุณใหญ่คะ เดี๋ยวเล็กกับป้าพาแยมไปเองดีกว่าค่ะ”

“ปล่อย!” คุณใหญ่ไม่ยอมฟังแถมยังพูดกับคนตรงหน้าด้วยน้ำเสียงดุๆ ฉันเองก็พยายามจะสะบัดข้อมือหนีแต่กลับไม่ยอมหลุด “ผมบอกให้ปล่อย!”

“คะ?”

“ปล่อย!”

“นังเล็กปล่อยก่อน” แม่รีบเข้าไปจับมือผู้หญิงข้างๆ ท่านให้ปล่อยมือออกจากข้อมือของฉันทันที

“เป็นแม่ประสาอะไรจำลูกตัวเองไม่ได้ คนนี้ชื่อเยลลี่ไม่ใช่แยม!” คุณใหญ่พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยพอใจ เขารีบลากฉันออกมาจากที่ตรงนั้นทันที เสียงแม่ตะโกนตามหลังมาติดๆ แต่พวกเรากลับไม่ได้หยุดเดิน จนมาถึงรถ

“เจ็บหรือเปล่า” คุณใหญ่ถามหลังจากขึ้นมานั่งบนรถกันเรียบร้อยแล้ว

“นิดหน่อยค่ะ”

“โอเคไหม”

“หนูไม่ใช่คนที่แม่อยากจำมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วล่ะคะ หนูชินแล้ว” ฉันว่ายิ้มๆ มองหน้าเขา

“สิ่งที่มึงเห็นอาจจะไม่ใช่อย่างที่มึงคิดก็ได้นะเยล”

“หมายความว่ายังไงเหรอคะ”

“เปล่าหรอก”

คุณใหญ่พูดปฏิเสธก่อนจะสตาร์ทรถขับออกไป ความเงียบเกิดขึ้นไม่มีใครพูดอะไรออกมาสักคน ฉันนั่งทบทวนคำพูดของเขา ปลายนิ้วอีกข้างลูบบริเวณข้อมือที่ถูกเล็บจิกไปด้วย ผู้หญิงคนนั้นเป็นใครกันนะ แล้วทำไมแม่ถึงดูปกป้องเธอนัก ทั้งๆ ที่เมื่อก่อนแม่แสดงออกอย่างชัดเจนว่ารักพี่แยมมากกว่าฉัน แต่สิ่งที่ฉันเห็นวันนี้กลับไม่ใช่อย่างนั้นเลย

 

 

 

--100%--

อยากเป็นเยลลี่เลยค่ะ คุณใหญ่ของน้องดูรักเยลลี่มาก ถึงคำพูดของเขาจะดูใจร้ายไปบ้างก็ตาม แต่การกระทำกลับไม่ใช่ ความรักมันค่อยๆ ก่อตัวขึ้นมาตั้งนานแล้ว

 

^^

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น