ลมหนาว l เคียงจันทร์ l ัYoshisuki

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ช่วงเวลาที่ก้าวผ่านความทรงจำ 1

ชื่อตอน : ช่วงเวลาที่ก้าวผ่านความทรงจำ 1

คำค้น : วิวาห์ / เเค้น / ร้าย /รัก / โหด / ทรมาน / ดราม่า

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 11.2k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ต.ค. 2562 23:19 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ช่วงเวลาที่ก้าวผ่านความทรงจำ 1
แบบอักษร

 “นอนนะครับคนดี” เสียงนุ่มละมุนกล่อมวารินและเวคินที่หมดฤทธิ์หลังจากอาบน้ำแล้วดื่มนมเสร็จ แม้เวคินจะรู้ว่าตัวเองนั้นง่วงจนแทบจะลืมตาไม่ขึ้นก็ยังไม่วายที่จะห่วงเล่นมือน้อยไขว้คว้าเอาอากาศไว้เล่นดุกดิกกับโมบายน้อยที่ลอยอยู่เหนือหัว จนอัศวินที่เห็นต้องมาคอยตบก้นเบาๆกล่อมให้เจ้าตัวน้อยได้นอนเสียที  

 

 “สนุกดีมั้ยคะ?” ครั้นเมื่อเข้ามาหมายจะนอนบ้าง เสียงภรรยาสาวก็ดังขึ้นมาเสียก่อนทำให้คนที่กำลังจะปิดเปลือกตาต้องลืมตาตื่นอีกครา  

 “พี่ไม่รู้ว่ามันจะเหนื่อยขนาดนี้” ยอมรับเลยว่าเหนื่อยจริงๆ เหนื่อยกว่าที่เขาต้องมานั่งทำงานที่บริษัทเสียอีก 

 “เท่านี้จิ๊บๆค่ะ ไหนว่าอยากจะขอดูแลลูก ยังมีอีกหลายอย่างที่ต้องทำนะคะ ยังมีผ้าอ้อมของลูกอีกตั้งเยอะที่ยังไม่ได้ซัก พี่วินจะนอนพักไปก็ได้นะคะเดี๋ยวเขมจะไปนั่งซักเอง”  

 “ไม่ๆๆ เดี๋ยวพี่ไปทำเอง” ว่าแล้วก็รีบลุกพรวดจากเตียงราวกับกายนี้มีสปริงดีดให้ลุกขึ้น แล้วก็เดินหลังไวๆออกจากห้องเพื่อไปทำหน้าที่ที่เขมมิกาพูดถึง ซึ่งแท้จริงแล้วเธอซักไว้ตั้งแต่เมื่อวานก่อนจะมาถึงที่นี่แล้ว หากเขาสังเกตสักหน่อยจะเห็นว่าเธอไม่เคยปล่อยให้ผ้าอ้อมของวารินและเวคินข้ามวันเลย 

 อัศวินเดินโซซัดโซเซกลับมาด้วยความเหนื่อยล้า เพราะกว่าที่เขาจะซักผ้าอ้อมของเจ้าแฝดเสร็จก็ปาไปเกือบสองชั่วโมงครึ่งทั้งยังบวกกับความเงอะงะของเจ้าตัวที่ไม่ค่อยได้หยิบจับผ้ามาซักมือสักเท่าไหร่เพราะจะซักครั้งไหนๆก็แค่โยนเข้าเครื่องหรือไม่ก็คนอื่นซัก อีกทั้งยังไม่มั่นใจว่าหากตนซักผ้าอ้อมของลูกน้อยเพียงแค่ครั้งเดียวมันจะสะอาดสำหรับเจ้าตัวเล็กหรือเปล่า ดังนั้นเขาจึงเล่นซักไปสามรอบเต็มๆ อย่างน้อยๆก็มั่นใจได้ว่าต้องสะอาดอย่างแน่นอน 

  เรียวเท้าหนาก้าวเข้ามาในห้องนอนหมายที่จะเดินไปอาบน้ำอาบท่าเสียหน่อย แต่สายตาคู่คมก็ปะทะเข้ากับร่างเขมมิกาที่นั่งหลับอยู่บนโซฟาตัวยาวเสียก่อน พลันสมองหนาก็คิดว่าสาวเจ้าคงจะนั่งรอเขาคงจนสุดท้ายก็เผลอหลับไป ภาพที่ปรากฏนี้มันทำให้อัศวินอดที่จะยกยิ้มขึ้นมามิได้พลางนึกย้อนไปถึงช่วงเวลาที่ผ่านมา ในใจนั้นทั้งอยากจะขอบคุณและอยากจะด่าทอตนเองดังๆ อยากจะด่าทอในสมองที่ไร้การไตร่ตรองเคืองแค้นจนสาวเจ้าต้องเจ็บ และก็อยากจะขอบคุณที่สุดท้ายแล้วเขาไม่หลงมัวเมาอยู่ในวังวนนั้น มิเช่นนั้นแล้วคงจักไม่พบความสุขเช่นนี้ 

 และอีกคนที่จะไม่ขอบคุณไม่ได้เลยก็คือผู้หญิงตรงหน้าของเขา ที่เธอนั้นยอมอดทนเพื่อผู้ชายโง่เขลาคนนี้ ยอมเจ็บทั้งๆที่แท้จริงแล้เขมมิกาไม่ได้ผิด จะผิดก็เพียงหัวใจเขาที่มันยังไม่ลดละความแค้นลง... 

 “พี่รักเขมนะ ขอโทษที่ผ่านมาไม่เคยทำหน้าสามีที่ดีเลย พี่ขอโทษจริงๆ” เอ่ยเสียงแผ่วเบากระซิบที่ข้างใบหูของคนที่กำลังหลับใหล ก่อนจะตามด้วยรอยจูบหวานละมุนประทับลงบนหน้าผากมนของสาวเจ้า  

 อัศวินอุ้มร่างเขมมิกาไว้ในอ้อมแขนก่อนจะพาไปวางลงอย่างแผ่วเบาที่เตียงกว้างและสุดท้ายเขาก็ยังไม่วายที่จะกดริมฝีปากลงที่หน้าผากของเขมมิกาอีกครั้งไม่ได้ “ฝันดีนะครับ คนดีของพี่” แม้ว่าจะเป็นช่วงเวลาเกือบเย็นแต่เขมมิกานั้นคงจะเหนื่อยหนักจึงหลับลึกเช่นนี้  

 แม้ว่าจะเหนื่อยจากการดูแลลูกแต่ทุกเย็นเขมมิกาก็ไม่เคยลืมที่จะมาทำอาหารเย็นให้ลูกเธอได้ทานเลยสักครั้งเพราะมันคือหน้าที่ที่สำคัญ แต่ทว่าวันนี้มันกลับไม่เป็นเช่นนั้น เมื่อตอนนี้เธอตื่นขึ้นมาในเวลาห้าโมงครึ่ง ตายแล้ว! ลูกเธอล่ะ ลูกเธอจะร้องไห้จ้าเพราะหิวข้าวหรือไม่ เวลานี้มันเลยอาหารของเจ้าแฝดมาแล้ว!  

 คิดได้ดั่งนั้นเขมมิกาก็รีบกระวนกระวายลงมาข้างล่างทันที ในใจก็ก่นว่าตนเองที่เผลอหลับไปเสียได้ อุตส่าห์จะนั่งเฝ้าสามีตัวดีเสียหน่อยสุดท้ายก็เป็นเธอที่ผิดพลาดแม้จะอดอมยิ้มกับสิ่งที่เขากระทำกับเธอนั่นก็คืออุ้มมานอนที่เตียงแต่ก็ต้องหยุดคิดไปก่อน ฝีเท้าที่เร่งรีบตอนนี้จำต้องเชื่องช้าลงเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะเอิ๊กอ๊ากของวารินและเวคินมาแต่ไกล ทั้งยังได้ยินเสียงของปานธิดากับอัครินหัวเราะด้วย มีเรื่องอะไรน่าขบขันกันนะ ตอนนี้เธอกระวนกระวายใจแทบขาดแล้ว ดังนั้นเธอจึงเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นอีกหน 

 “อ้าวเขม ตื่นแล้วเหรอ” เป็นเสียงของปานธิดาที่ดังขึ้นทักทายเพื่อนรักที่เพิ่งจะตื่นจากห้วงนิทรา ทั้งตอนนี้หน้าตาของเขมมิกานั้นปานธิดาเดาออกได้ไม่ยากว่ากำลังกังวลใจเรื่องลูกน้อยอยู่ 

 “ไม่ต้องห่วงหรอก คุณวินเขาป้อนให้เสร็จสรรพแล้ว” 

 “มากินข้าวก่อนนะเขม พี่เตรียมของโปรดไว้ให้เขมเพียบเลย มีแต่ของที่เขมชอบทั้งนั้นเลยนะ”  

 “แมะ หม่ำ หม่ำ” เด็กแฝดทั้งสองที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ทานอาหารสำหรับเด็กเหลียวหลังมามองมารดาก่อนจะเอ่ยเรียกเสียงเจื้อยแจ้ว มือเท้านั้นดุกดิกไม่หยุดเมื่อเห็นว่าแม่ของตนเองเริ่มเดินเข้ามาใกล้ ทั้งทั้งคู่ยังพร้อมใจกันทำปากจู๋รอจุ๊บหวานจากเขมมิกา ซึ่งสาวเจ้าก็ประกบเรียวปากลงที่ปากอวบนุ่มของทั้งสองทันที 

 “ไหนลูกแม่วันนี้กินอะไรคะ” เขมมิกาดูในชามข้าวของลูกซึ่งมันปรากฏเป็นซุปครีมแครอตละเอียดที่เจ้าแฝดทั้งสองกินพร่องไปแล้วเกือบครึ่งถ้วย “อร่อยไหมคะ” 

 “หย่อย หย่อย” วารินจอมเขมือบอันดับหนึ่งประจำบ้านเอ่ยด้วยน้ำเสียงแสนสุขยามที่ของกินเข้าปาก แต่แสนผิดกับเวคินที่ยามนี้เจ้าตัวอยากจะกินอย่างอื่นเสียแล้ว 

 “ยม ยม” เวคินร้องอยากกินนมพลานจะเบะปากเรียกร้องใหญ่ซึ่งพอเหมาะพอดีที่ตรงนั้นมีนมของเจ้าตัววางอยู่พอดีจึงหยิบขึ้นมาส่งให้ “นี่ครับ” 

 “ไม่ ไม่ แมะ” รู้ได้เลยว่าเวคินนั้นไม่อยากดื่มนมจากขวดแต่อยากดื่มนมจากอกมารดา ซึ่งเขมมิกาก็รีบอุ้มเจ้าตัวเล็กขึ้นมาไว้ในอ้อมแขนก่อนจะหันหลังหลบสายตาหลายคู่ ล้วงเอาสิ่งที่ปากน้อยปรารถนาออกมา เวคินที่เห็นก็นัยน์ตาเป็นประกายรีบเอาปากน้อยครอบงำเข้าไปในอุ้งปากน้อยทันที พร้อมเอาผ้าอ้อมมาปกปิดสิ่งอวบอิ่มไว้ 

 “พี่วินคุณรินและก็ดาทานกันไปก่อนเลยนะ เดี๋ยวเขมให้นมลูกก่อน เดี๋ยวสักพักก็คงจะอิ่มแล้ว” หันมาบอกเช่นนั้นก่อนจะพาเดินไปนั่งที่ห้องโถง แต่ทว่าเสียงปานธิดากลับเรียกไว้ 

 “เดี๋ยวเจ้าเวก็น่าจะอิ่มแล้วแหละเขม นั่งอยู่ที่นี่แหละ จะได้ทานพร้อมหน้ากัน” 

 “ผมก็ว่าอย่างนั้นครับ” 

 “มาเถอะเขมเดี่ยวพี่ช่วยดูอีกแรง” ร้อยยิ้มเจ้าเล่ห์ของอัศวินผลุดขึ้นบนใบหน้าจนเขมมิการู้ว่าเจ้าตัวนั้นกำลังคิดอะไรอยู่ 

 “พี่วินไม่ต้องเลย รู้นะว่ากำลังคิดอะไร”  

 “เปล่านะ ไม่ได้คิดอะไรเลยจริงๆ” รอยยิ้มกรุ่มกริ่มของอัศวินส่งให้เขมมิกา  

 “มาเถอะเขม” ปานธิดาที่เห็นศึกย่อมๆของสามีภรรยาลูกสองก็รีบเอ่ยให้ศึกนี้จบลง เขมมิกาก็เดินอุ้มเวคินมานั่งใกล้กับวารินที่กินซุปครีมแครอตอย่างเอร็ดอร่อยมิสนใจใครทั้งสิ้น จากนั้นไม่นานเวคินก็อิ่มจริงๆ เด็กชายน้อยจึงได้คลายเอาสิ่งที่ลำเลียงน้ำนมเข้าปากออกอัศวินที่เห็นว่ามันไม่เหมาะสมเพราะตอนนี้มีสายตาของไออัครินน้องเขาอยู่ ชายหนุ่มจึงลุกขึ้นมาปกปิดอย่างห่วงแหนซึ่งอัครินและปานธิดาก็อดหัวเราะในท่าทีของอัศวินมิได้ เขมมิกาเห็นสามีเดินมาประกบเอาผ้าอ้อมลูกน้อยอีกผืนมาปิดไว้เพิ่มแม้ว่าตอนแรกมันจะมีอยู่แล้วก็ตามก็อดอมยิ้มในการกระทำนี้ไม่ได้ 

 ตกดึกคืนนั้นเขมมิกาพาลูกเข้านอนเสร็จก็เดินกลับมาที่ห้องนอนที่มีร่างของสามีอยู่ในนั้น อัศวินที่นอนแผ่กายแกร่งอยู่บนเตียงกว้างต้องกระเด้งตัวขึ้นเมื่อภรรยาเดินเข้ามาในห้องใบหน้าฉีกยิ้มกว้าง แต่ก็ต้องผิดหวังเมื่อเขมมิกาไม่เอื้อนเอ่ยสิ่งใด เธอเดินเข้าไปภายในห้องน้ำเสียงเปิดน้ำไหลทำให้รับรู้ว่าเขมมิกากำลังชำระล้างคราบเหงื่อไคล 

 ผ่านไปสักพักสาวเจ้าก็ออกมาพร้อมสภาพพร้อมนอน โดยสวมใส่เป็นเสื้อแขนสั้นตัวโกร่งสีขาวกางเกงขายาวสบายๆจนหุ้มปลายเท้า แต่งตัวราวกับคนหวงตัวจนอัศวินนั้นออกอาการกระฟึดกระฟัดกับชุดนอนภรรยา “เป็นอะไรคะ” เธอรู้ดีว่าอัศวินเป็นอะไรแต่ก็แค่แกล้งถามไปก็แค่นั้น อยากจะแกล้งคนตัวโตเสียเหลือเกิน  

 “เปล่าครับ” อัศวินหน้าหงอย 

 “นอนเถอะค่ะ เขมง่วงแล้ว” 

 “ครับ” เรียกได้ว่าตอนนี้อัศวินเป็นสามีที่ว่านอนสอนง่ายเลยก็ได้เพราะเขมมิกาบอกให้ทำอะไรหรือไม่ทำอะไรเขาก็พร้อมจะเชื่อฟังหมด อัศวินดันกายขึ้นไปปิดไฟที่อยู่ตรงหัวเตียงในใจคิดว่าภรรยาจะต้องหนีไปนอนกับลูกแล้วปล่อยให้เขาต้องนอนเหงาคนเดียวแน่ๆ แต่ก็ต้องเลิกคิ้วขึ้นสูงเมื่อเตียงอีกฝั่งยวบลงคล้ายมีแรงกดทับลงไป ซึ่งนั้นก็มิใช่ใครนอกเสียจากเขมมิกา 

 “พี่นึกว่าจะไปนอนกลับลูกเสียอีก” 

 “ตอนแรกก็ว่าจะทำแบบนั้นแหละค่ะ” 

 “โถ่ อย่างนี้ยังจะแกล้งกันอีกหรือ” 

 “แต่เห็นว่าทำตัวดีเลยมานอนด้วย แต่สงสัยว่าคงจะไม่ต้องแล้วมั้งค่ะ” ว่าพลางก็จะลุกขึ้นจากเตียงใหญ่แต่ว่ามือหนานั้นกลับดึงไว้แล้วเอ่ยเสียงเว้าวอนอ่อนหวาน “นอนกับพี่เถอะนะเขม”  

 “ว้าย!” จากนั้นเขาก็ดึงให้เขมมิกาล้มลงนอนลงข้างกายจนเขมมิการ้องตกใจ มือหนาของอัศวินเกลียวรัดร่างของสาวเจ้าไว้ในอ้อมแขนแกร่งอันอบอุ่น ขยับกายแนบชิดยิ่งขึ้น สูดกลิ่นกายหอมอ่อนๆของเขมมิกาที่เพิ่งผ่านการชำระล้างร่างกายมาหมาดๆ  

 “เมื่อกี้ยังทำเหมือนไม่อยากให้เขมนอนด้วยเลยนิค่ะ คนเราจะรั้งอยู่ต่อทำไมถ้าเขาไม่ต้องการ จริงไหมคะ?” ตีแขนเขาไปเบาๆหนึ่งทีที่ฉวยโอกาสก่อนจะพูดประชดประชัน 

 “พี่ต้องการเขม ต้องการตลอดเวลา ไม่มีเวลาไหนเลยที่ไม่ต้องการผู้หญิงตรงหน้าคนนี้” 

 “เชื่อได้สักแค่ไหนเชียวคะ ไม่ใช่พูดให้เขมดีใจเก้อแล้วก็ทิ้งกันกลางทางหรือคะ” 

 “ไม่มีทางแน่นอน พี่สัญญา” สายตาที่จริงจังของอัศวินแผ่ซ่านออกมาจากแสงสลัวสีส้มจ้องเขม็งมาที่เขมมิกาเอ่ยบอกอย่างจริงจัง 

 “โอเคค่ะ จะลองเชื่อสักครั้งก็ได้” 

 “จริงนะครับ” 

 “ค่ะ” เขมมิกาส่งยิ้มหวานให้สามีก่อนที่จะกดจูบลงบนเรียวปากกระจับของอัศวิน จนอัศวินนั้นตกใจกับการกระทำของภรรยาสาวแต่ก็อดจะอมยิ้มไม่ได้  

 “ทำแบบนี้ระวังว่าจะไม่ได้นอนนะ” อัศวินก็กดจูบแผ่วเบาลงไปที่เรียวปากของเขมมิกาที่หน้าแดงเขินอายกับการกระทำและคำพูดของเขาอยู่ 

 “คนบ้า”  

“ถึงจะบ้าแต่ก็รักนะ” อัศวินหยอดมุขเสี่ยวๆใส่เขมมิกา ก่อนที่จะกระชับอ้อมแขนนั้นแน่นขึ้น “ฝันดีนะครับ” เสียงนุ่มลึกพูดบอกหญิงสาวที่หลับตาพริ้มเข้าสู่ห้วงนิทราไปแล้ว “ค่ะ” แม้จะยังหลับตาอยู่ก็เอ่ยตอบกลับสามี ก่อนที่ทั้งสองนั้นหลับพาฝันเข้าสู่ห้วงนิทราในยามราตรีไปด้วยกัน... 

 

 

มาเเล้วค่าาาาาา อีกแค่ไม่กี่อึกใจก็จะจบเเล้วนะคะ  

แต่ไรท์ยังมีตอนพิเศษให้ได้เห็นความน่ารักของเจ้าเด็กแฝดตัวเเสบอีกนะ ขอโทษที่ให้รอนานๆนะคะ 

ปล.อย่าลืมคอมเม้นกันเข้ามาเยอะๆนะคะ หลังจากที่ไรท์ลงนิยายจบเเล้วไรท์จะทำการรีไรท์ใหม่ เนื้อหาตรงไหนที่ไม่สมบูรณ์หรือไม่สมเหตุสมผลไรท์จะทำการปรับแก้ให้ไหม่นะคะ 

จบเรื่องนี้เเล้วยังมีนิยายดราม่าๆหนักหน่วงรอลงคิวให้อ่านกันอยู่นะคะ อย่าลืมติตามกันด้วยนะคะ 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น