คณานางค์

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 10: คน(เคย)ใจร้าย [5] -- จบ

ชื่อตอน : บทที่ 10: คน(เคย)ใจร้าย [5] -- จบ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.2k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ต.ค. 2562 19:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 10: คน(เคย)ใจร้าย [5] -- จบ
แบบอักษร

 

 

“ของมึงที่ไหน อย่ามามั่ว” รณภพหลบสายตา 

ไม่ปฏิเสธข้อแรกแสดงว่าใช้น้องเฟื่องจริงๆ ด้วย ศรันย์แอบจับผิดแล้วส่ายหน้า “เออๆ ของมึงก็ได้ ใครจะไปแย่งเมียเพื่อนวะ พอ เลิกดื่ม ไปโรงพยาบาลกันเถอะอยากไปเยี่ยมพ่อ” 

“เอาสิ กูก็ว่าจะแวะเข้าไปรับลูกอยู่เหมือนกัน” 

“มันต้องอย่างนี้สิวะ มีลูกน่ารักขนาดนี้ยังจะมาชวนกูไปเที่ยวกลางคืนอีก เลี้ยงลูกไปเลยอายุก็สามสิบสามแล้วนะเว้ย” ไอ้เสือเพื่อนรักมันไม่ใช่คนติดเที่ยวอะไรมันบ้างานมากกว่า มีช่วงหลังที่รู้ตัวว่าตัวเองเป็นพ่อคนอย่างงงๆ มันถึงหาเรื่องไม่กลับบ้าน 

สองหนุ่มขับรถคนละคันจะไปเจอกันที่โรงพยาบาล รณภพแวะเอางานที่บริษัทและตั้งใจจะไปรับเฟื่องลดาด้วย ส่วนศรันย์แวะห้างซื้อกระเช้าเยี่ยมไข้เล็กๆ น้อยๆ ติดมือมาด้วยไม่ให้น่าเกลียด เป็นศรันย์ที่มาถึงก่อนจอดรถแบบยังไม่ดับเครื่องยนต์นั่งรอ ครู่เดียวเท่านั้นสปอร์ตคาร์คันหรูก็ขับบรึ้นๆ เข้ามาจอดข้างกัน 

เทียบกันแล้วรัศมีรถเขาสู้ไม่ได้เลยเพราะเป็นเบนซ์สองที่นั่งราคาไม่กี่ล้าน ต่างจากไอ้ภพที่ชอบขับรุ่นท็อประดับยี่สิบสามสิบล้าน มันหลงใหลในความแรงของรถยนต์ที่บ้านมันจึงมีเยอะมาก 

“แวะไปทำอะไรมาวะ กูมาถึงก่อนมึงตั้งนาน” 

“ไปเอางาน” เฉไฉไม่มองหน้าเดินนำมันไปยังทางเข้าโรงพยาบาล แต่ก่อนจะถึงประตูไอ้เจ้าเพื่อนบ้าก็มาดึงคอเสื้อ 

“เชี่ยรัน อะไรของมึงวะ มันเจ็บนะเว้ย” 

“มึงดูน้องคนนั้น แค่ข้างหลังยังสวยเลย ดูสิ” 

หน้าตามันจริงจังมาก รณภพคิ้วหงิกมองตามทิศทางปลายนิ้วชี้ของมัน แทบไม่จำเป็นต้องหันหน้ามาเขาก็จำการแต่งตัวได้ 

“กูชอบผู้หญิงหุ่นแบบนี้มากเลย พนันกันไหมภพกูว่าน้องเขาหันหน้ามาต้องสวยแน่ๆ กำลังเคาะหาเศษเหรียญจ่ายค่าวินมอไซด์ด้วย อยากเข้าไปจ่ายให้จังเลยว่ะ แล้วบอกน้องสาวคนสวยว่าวันหลังไม่ต้อง พี่ไปรับเอง ฮิๆ” หัวเราะเหมือนพวกตาแก่โรคจิตแอบส่องขาอ่อนเด็กสาว จะหันหน้าไปถามเพื่อนแต่เจ้าเพื่อนรักกลับเดินตัวปลิวลอยลิ้วเข้าไปในโรงพยาบาล 

ศรันย์ร้องเฮ้ยตามหลัง ตาหนึ่งมองเพื่อน อีกตาก็จะมองสาว แต่สุดท้ายก็ต้องเลือกเพื่อนรีบวิ่งตามมันเข้าไปข้างใน 

“ภพ โกรธเหรอ กูมองสาวแป๊บเดียวทำไมต้องงอนด้วย กูตั้งใจมาเยี่ยมพ่อมึงจริงๆ แต่แค่แอบมองสาวอื่นแป๊บเดียวเอง” 

“กูเกลียดมึงจังเลยวันนี้ ถอยออกไปไกลๆ ตีน” 

รณภพเข้าไปติดต่อประชาสัมพันธ์ขอขึ้นไปเยี่ยมเจ้าสัวบนห้องพักชั้นวีไอพี พนักงานทำเรื่องกรอกวันเวลาลงระบบคอมพิวเตอร์แป๊บเดียวก็เดินอ้อมเคาร์เตอร์ออกมาหาเขากับเจ้ารันพร้อมกับคีย์การ์ดไว้แตะในลิฟต์ น้องเขาผายมือเชิญหลายครั้งรณภพกลับยืนเฉย กลอกตาลอกแลกมองไปทางประตูหลายครั้ง 

“รออะไรวะ น้องเขาเรียกลิฟต์ลงมาให้เราแล้ว” 

“เออ แป๊บน่า รอสักครู่นะครับ” 

พนักงานสาวเคลิ้มคนหล่อยิ้มรับด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน จากนั้นทั้งสองคนก็ยืนปากแห้งตาแห้งรออะไรก็ไม่รู้ ไม่มีจุดหมายเอาซะเลย ทว่าเพียงไม่กี่วินาทีถัดจากนั้นคำตอบก็ถูกเฉลยออกมาว่ารณภพตั้งใจรอ ‘เฟื่องลดา’ แม่ของลูกมันนั่นเอง 

“ร้ายนะมึง น้องเฟื่องตัดผม แต่งตัว แต่งหน้าสวยก็อุบอิบเก็บไว้คนเดียว ไม่ยอมบอก ปล่อยให้เพื่อนแซวเมียตัวเอง!” 

“บ่นอะไรของมึง ไร้สาระ จะเรียกเขาขึ้นไปพร้อมกันก็ไปเรียกเลยไปจะได้ไม่ต้องรบกวนเขาบ่อยๆ เกรงใจเขา” 

“ก็ได้ แต่ถ้ากูเผลอจีบเมียมึง อย่าว่ากูก็แล้วกันเพราะกูจำได้ว่ามึงเคยพูดไว้ว่าถ้ากูชอบน้องเฟื่องมึงก็จะยอมยกน้องให้กู” 

ยอมรับว่าฉุนเฉียวแต่รณภพยังควบคุมอารมณ์ได้ เขามองมันเดินเข้าไปทักทายเฟื่องลดาเจ้าหล่อนหันกลับมา ตกใจที่เจอมัน ยกมือไหว้ ยิ้มหวานหยดย้อยออกจะเขินนิดหน่อยเพราะหล่อนใส่ชุดที่เจ้ารันซื้อให้ใส่ไปทำงาน ที่จริงคนซื้อให้ควรเป็นผัวมากกว่า! 

เขาเกลียดตัวเองที่มีความคิดอยากพาหล่อนไปช็อปปิ้ง แค่หล่อนดูแลตอนป่วย แค่ได้แอบนอนกอดคืนเดียวทำไมเขาต้องรู้สึกกับหล่อนแปลกไปจากเดิม มันเหมือนห่วงหา เหมือนว่าสงสาร 

จากมุมนี้รณภพแกล้งทำเป็นไม่สนใจแต่จริงๆ ก็มีมองบ้าง เขาเห็นเฟื่องลดาทำท่าทางเอียงอาย อะไรก็ไม่รู้ ยิ้มตาหวาน ตาลอย กว่าจะเดินตามไอ้รันมาได้เขารอรากเกือบจะงอก 

น้องพนักงานพาเราทั้งสามคนเข้าไปในลิฟต์ กดชั้นทุกอย่างให้เสร็จสรรพก่อนจะย้อนกลับออกไป 

“น้องเฟื่อง มาครับ พี่ช่วยถือกระเป๋านะ” 

“ไม่เป็นไรค่ะ เฟื่องรอวางข้างบน” 

“พี่วางให้ มาครับ พี่ช่วยถือ เต็มใจช่วยมากๆ” 

“เอ่อ ได้ค่ะ” เสียงสนทนาของเราดังก้องลิฟต์ระคายหูรณภพเหลือเกิน เขาถึงหันหน้าไปทางอื่นแล้วไอคอกแค่กๆ 

อยากโชว์ฟอร์มเป็นสุภาพบุรุษแต่เกือบจะหน้าแตกได้เป็นแค่สุภาพขาหลุด เพราะรับมาวินาทีแรกก็แทบปล่อยกระเป๋าร่วงลงพื้นเพราะมันหนักมาก ต้องได้รีบยกขึ้นมาคล้องแขนไว้แล้วชำเรืองสายตาดูข้างในว่าใส่อะไรบ้าง พกหินมาด้วยเหรอ ทำไมถึงได้หนักโคตรจะหนักแบบนี้ ศรันย์เปลี่ยนสีหน้าให้สดชื่นขึ้นยิ้มสดใส 

“หนักหน่อยนะคะ เฟื่องจับทุกอย่างยัดลงไปจนกระเป๋าจะขาดแล้ว” แสนจะเกรงใจ เกิดมาไม่เคยมีใครช่วยถือของมาก่อน 

“ไม่เป็นไรครับ สบายมาก พี่ชอบเล่นกล้าม ว่าแต่ น้องเฟื่องตัดผมแล้วน่ารักจังเลยนะครับ หน้าดูเด็กลงมาก จำแทบไม่ได้เลย” ถูกชมตรงๆ แบบนี้ทำเฟื่องลดาออกอาการเขิน ยกมือขึ้นลูบผมสั้นประบ่าของตัวเอง แล้วก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ 

“ขอบคุณมากค่ะ” 

“ลิฟต์นี้แม่งติดตั้งเมื่อยี่สิบปีก่อนหรือไง แค่ไม่กี่ชั้นเองทำไมถึงช้านัก ขืนถึงช้ากว่านี้มีหวังอาหารในท้องกูคงจะวิ่งมาจุกคอกันหมด!” 

“เฮ้ย! มึงนี่นะ! ชอบทำเสียบรรยากาศทุกทีเลย” 

หนุ่มที่ยืนอยู่ตรงกลางระหว่างรณภพกับเฟื่องลดาบ่นเสียงดังไม่เกรงใจใครทั้งนั้น ชักสีหน้ารำคาญใส่ไอ้เจ้าเพื่อนยากงงว่าทำไมมันถึงชอบทำตัวขวางโลกนัก น้องเฟื่องออกจะน่ารัก มันเจอหล่อนบ่อยกว่าทำไมถึงมองไม่เห็น 

 

 

 

 

หวงเมียก็บอกมาเถอะคุณภพ 555555555555 

ขอบคุณที่ติดตามนิยายนะคะ รีอัปถึงบทที่ 15 ค่ะยังมีเนื้อหาให้อ่านอีก 

ไว้แวะเข้ามาใหม่น้าา อัปเกือบทุกวันบ่อยมากๆ ค่ะ 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น