mirror on! on!

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Older Brother ตอนที่.......02

ชื่อตอน : Older Brother ตอนที่.......02

คำค้น : Older Brother , โชตะคอน, Shotacon,Yaoi, Boy's Love, Y,Boy Love, ชายรักชาย, วาย, Romance, NC18+, Thai Yaoi, Boy love boy, Sexy,ขี้หึง, โหด, หื่น วายร้าย

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 90k

ความคิดเห็น : 123

ปรับปรุงล่าสุด : 10 มี.ค. 2558 15:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Older Brother ตอนที่.......02
แบบอักษร

 

 

 

 

Older Brother ....02

 

“นี่มึงเอาจริงหรอวะไอ้ธาร” ไอ้กายเอ่ยถาม วันนี้ผมกับมันเอารายงานมาส่งอาอาจย์ในตอนเที่ยงของอีกวัน

 

“ก็เออ.....หรือมึงจะเอาเด็กนั้นไปเลี้ยงเอง” ผมถามกลับและแน่นอนว่ามันคงไม่เอาหรอก มันสั่นหัวริกๆเลยทีเดียว

 

“เอาล่ะ ฝากพวกมึงส่งงานด้วย กูจะพาไอ้เด็กนี่ไปทิ้ง  แล้วก็จะเลยไปที่ร้าน"

 

“อืม....เค งั้นโชคดี เจอกันที่ร้าน”

 

ผมเดินมาขึ้นรถที่จอดอยู่ใกล้ๆกับหน้าตึกคณะ โชคดีที่รถผมมีฟิล์มดำสนิท ทำให้คนข้างนอกไม่สามารถมองเข้าไปภายในรถได้

 

“..........................” เมื่อผมเปิดประตูเข้าไปก็พบว่า เด็กในรถกำลังนั่งห่อตัวเพราะแอร์ที่เปิดทิ้งไว้ มันคงจะหนาว

 

“หนาวแล้วทำไมไม่รู้จักปิดวะ” ผมพูดออกไปก่อนจะ ปรับลดแอร์ให้

 

“.............................”

 

“รู้ใช่มั้ยว่าอีกเดี๋ยว เราจะไปไหนกัน” ผมพูดบอกขณะที่ ขับรถออกจากมหาลัย “และก็ห้ามบอกใครเด็จขาดว่ามาจากไหน มาได้ยังไง ปิดปากไว้เป็นดีที่สุด”

 

“.............................” ร่างเล็กข้างๆหันมามองผม  เป็นช่วงที่รถติดไฟแดงพอดี ผมจึงหันกลับไปมองบ้าง

 

ดวงตากลมสีน้ำตาลอ่อนเริ่มแดงขึ้นมา น้ำตารื้นขอบตา  ดวงตาที่เศร้าหมองและโหยหาอะไรบางอย่างทำให้ผม พาลรู้สึกวูบไหวตาม

 

“ไม่ต้องมาจ้องกู  ยังไงกูมึงก็อยู่กับกูไม่ได้  มันเป็นภาระ” ผมบอกก่อนจะออกรถ ผมก็ตรงไปยังสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าอย่างที่บอกไว้

 

ร่างเล็กนั่งก้มหน้าไม่มองทาง มันมือกำแน่นและสั่นไหวไปพร้อมกัน ไม่นานก็มาถึง ผมจอดรถเทียบฟุตบาทไกลออกมาจากหน้าสถานเด็กกำพร้าสักระยะได้

 

“เอาล่ะ  เดี๋ยวลงไป แล้วก็ค่อยๆเดินเข้าไปทางประตูนั้น  และอย่าลืมสิ่งที่บอกไว้ล่ะ ห้ามพูดเด็จขาดว่ามาจากไหนกับใครเข้าใจมั้ย”

 

ร่างเล็กพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองผมทั้งน้ำตาและมันเป็นภาพที่ผมไม่อยากมองเลย ให้ตายสิ!

 

ผมเอื้อมมือไปเปิดประตูทางฝั่งที่ร่างเล็กนั่งออก ก่อนจะดันร่างเล็กให้ลงจากรถ

 

“ไม่ต้องกลัว กูจะรอดูอยู่ตรงนี้จนกว่า จนกว่ามึงจะเดินเข้าไปถึงข้างใน  ไปได้แล้ว เงินอยู่ในกระเป๋า ไปเลย....”

 

ร่างเล็กปิดประตูรถและเดินไปตามทางฟุตบาท พร้อมกับเป้และกระเป๋าเสื้อผ้าใบขนาดกลาง ซึ่งมันจะไกลสักระยะหนึ่งก่อนจะถึงประตูสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า

 

ผมมองร่างเล็กผ่านกระจกใสหน้ารถด้วยความวูบไหว และนึกสงสาร ชีวิตคนเราเลือกเกิดไม่ได้แต่ต่อเลือกที่จะเป็นได้ ก็ไม่ใช่สำหรับทุกคน

 

พรืนๆ   พรืน!!!!   

 

“อ้าว  เหี้ย!!!!!”  ในขณะที่ผมกำลังจ้องมองร่างเล็กอยู่นั่น จู่ๆก็มีรถตู้คันหนึ่งวิ่งผ่านมา และลงมาคว้าร่างเล็กไปซะเฉยๆอย่างรวดเร็ว  

 

เร็วกว่าความคิด ผมรีบออกรถตามไปทันที แม่ง!!! นี่มันอะไรกันวะ แต่ถึงอย่างนั้นสมองผมก็สั่งการให้ตามไปช่วยเด็กให้ได้ ลึกๆแล้วรู้สึกห่วงๆยังไงก็ไม่รู้

 

รถตู้ขับไปยังถนนเส้นชานเมือง ผมจึงรีบเยียบเต็มสปีดเพื่อจะไปขนาบข้างคนขับรถตู้ พระเจ้า บอกกูทีว่ากูกำลังอยู่ในหนังแอ็กชั่นหรือไง

 

“เหี้ย ปล่อยเด็ก!!!!!” ผมลดกระจกลงและเห็นแค่หน้าคนขับ  มันดูตกใจเล็กน้อยก่อนจะหันไปหยิบปืนมาเล็งทางผม อ้าวเฮ้ย! สัดเล่นของเสียวนะมึง

 

ปัง!!!   ปัง!!!!   ปัง!!!!

 

มันยิงกูแล้วคับมันยิงกู  ดีที่ผมเหยียบเบรคทันซะก่อน เลยไม่โดน ห่ารากอ่อนสัด เดี๋ยวเจอกู กูก็มีปืนนะครับถูกกฎหมายด้วย เอาเซ้ใครมันจะแน่กว่ากัน

 

ผมเปิดเก๊ะหน้ารถออกก่อนจะหยิบปืนคู่ใจ(ที่ไม่ค่อยได้ใช้เท่าไหร่นัก)ขึ้นมา และพยายามเร่งความเร็วรถอีกครั้งให้เทียบขึ้นไปขนาบข้างกับคนขับ

 

ปัง!!!  ปัง!!!

 

ไงล่ะมึง ผมเล็งผิดซะที่ไหน ไม่ได้ฆ่ามัน แต่แค่ถากๆตรงแขนให้มันควบคุมรถไม่ได้ก็พอ และผมก็เล็งไปที่ล้อรถ ถึงจะเสี่ยงหน่อยแต่ข้างทางก็เป็นที่โลง รถจะเสียงหลักคงไม่เป็นไร

 

ปัง!!! ปัง!!!  ทันทีที่กระสุนเจาะทะลุล้อรถ รถก็เสียหลักลงข้างทางอย่างที่คาดไว้  ผมหักเลี้ยวรถลงข้างถนนเช่นกัน

 

“เวรเฮ้ย รถกูเกือบได้แผล” ผมสบตออกมาก่อนจะลงจากรถ  ตรงไปยังรถตู้อย่างเร็ว

 

ฟุบ!!!! เฮ้ย!!!

 

ผมตรงเข้าไปเปิดประตูแต่คนในรถเปิดออกมาซะก่อน มันถีบผมจนล้นลงไปก่อนจะปิดประตูกลับ  ดีที่ปืนยังไปหลุดมือ ผมรีบยันตัวลุกขึ้นก่อนจะเล็งยิงประตูรถและเปิดมันออก

 

ผมเล็งปืนไปยังคนขับปรากฏว่ามันสลบคาทีไปแล้วเหลือแต่ไอ้โม่งด้านหลัง ผมคิดว่าพวกนี้กระจอกมาก คงเป็นมือสมัครเล่นแม่งไม่ได้เตรียมการอะไรเลย  มันกำลังจับร่างเล็กล็อกคอไว้พร้อมกับมีดในมือ

 

“ถอยออกไปไม่งั้น ไอ้เด็กนี่ตาย”  ร่างเล็กอยู่ในอาการหวาดกลัวสุดขีด ปากโดยปิดไว้ด้วยเทปกาวสีดำสนิท  ตากลมโตเต็มไปด้วยน้ำตา ผมรู้สึกโกรธถึงกับกำหมัดแน่น

 

ผมก้าวถอยห่างออกมาจนกระทั่งมันก้าวลงมาจากรถ  ผมรีบคำนวณระยะหางจากตัวผมและไอ้โม่ง รวมทั้งหาทางช่วยเด็กว่าจะทำยังไงดี 

 

“ทิ้งปืน กูรู้มึงไม่อยากให้เด็กตาย”  ผมกัดฟันทิ้งปืนให้ห้างออกจากตัว  แต่ไม่ได้ทิ้งไปใกล้มัน เพราะผมคิดว่าห่างแค่นั้นมันไม่ใช้ปัญหาสำหรับผม

 

“.......................” ร่างเล็กมองผมด้วยสาตายหวาดกลัวเต็มทน 

 

“พวกมึง ต้องการอะไร    เด็กนี่งั้นหรอ” ผมถามดูเชิงและสำรวจท่าทางการเคลื่อนไหวเท้าและมือของมันไปด้วย

 

“เด็กนี่เป็นลูกติดของ คุณน้ำ เราตามเธอมาหลายวันแล้ว และเธอติดหนี้นายเราอยู่สี่แสน เพราะงั้น เจ้านายจึงให้มาเอาตัวเด็กนี่ไป”

 

“งั้น หรอ”  ผมจะใช้คำไหนมาด่าพี่เหี้ยๆ ของผมดี หลอกเงินกูไปยังไม่พอ สัด!!! ทิ้งภาระให้กูอีก

 

ผมกำหมัดแน่น และเมื่อมันก็มีช่องว่างให้ผม ตอนที่ไอ้โม่งหาทางหนีมันจะขยับตัว ผมใช้จังหวะนั้นตรงเข้าไปจับแขนมันไว้อย่างเร็วและบีดแรงๆก่อนจะดึงร่างเล็กออกมา แต่ก็ไม่อาจหลบมีดของมันได้  ฉึก!!! แขนผมโดนมีดมันตวัดกลับมา

 

จากนั้น ผมที่เร็วกว่าก็รีบก้าวไปหยิบปืนและเล็งยิงทันที อีกมือกอดร่างเล็กไว้แนบอก ปัง!!!    ปัง!!!  นัดหนึ่งโดนตรงแขน และตามด้วยขา ไม่มีเวลาถามไถ่อะไรแล้วตอนนี้นอกจากจะต้องออกจากที่นี่ให้เร็วที่สุด เพราะอีกไม่กี่นาทีเชื่อว่าตำรวจต้องมากันเป็นโขย่งแน่

 

ผมขับรถออกมานอกเมืองให้ไกลที่สุด ผมคงไม่ตีรถกลับไปให้เป็นข้อมูลของตำรวจหรอกนะ เพราะผมก็ไม่ค่อยถูกกับตำรวจสักเท่าไหร่

 

“ฮ่ะอ่า.....” ผมหันไปมองร่างเล็กที่พยายามดึงเทปกาวออกจากปากตัวเอง

 

“มากูดึงให้..............” แควกก  ผมดึงรวดเดียวออกหมด ร่างเล็กซีดปากเพราะความเจ็บและดูเหมือนตรงปาก มันจะแดงไปทั่ว แถมขึ้นเม็ดเล็กๆอีกด้วย   กูว่ามันแพ้เทปชัวร์

 

ผมขับรถมาอีกหน่อยก็ถึงรีสอดติดทะเลเลยเข้ามาเช็คอินซะที่นี่ เอาเป็นว่าพักก่อนค่ำๆค่อยกลับหรือไม่ก็ค่อยกลับพรุ่งนี้

 

เสื้อผมเลอะเทอะและขาดตรงแขน ดีนะที่ในรถมีเสื้อเผื่อไว้ เลยเปลี่ยนก่อนจะเข้ามาเช็คอิน ผมคงไม่อยากให้ใครรู้เท้าไหร่ว่าได้แผลมา

 

เมื่อมาถึงห้องพักสิ่งแรกที่ทำคืออาบน้ำ ก็ผมไม่ชอบให้ตัวเองสกปรก ผมเลยจัดการอาบน้ำส่วนเสื้อผ้าเดี๋ยวค่อยส่งซัก ใส่เสื้อคลุมอาบน้ำไปก่อน

 

“มานี่สิ”  ผมเรียกร่างเล็กที่กำลังนั่งเกาหน้าหยิกๆ อยู่ตรงโซฟา “ไปอาบน้ำก่อนไป ในกระเป๋ามีเสื้อผ้าหรือเปล่า” ร่างเล็กพยักหน้า ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามองผมแต่อย่างใดก่อนจะเดินตรงไปห้องน้ำ

 

ผมนั่งทำแผลให้ตัวเองอยู่สักพัก ร่างเล็กก็ออกมาแต่.....ดูเหมือนมันยังไม่ได้อาบน้ำ มันใส่กางเกงในตัวเดียวเดินออกมา  ร่างเล็กมองผมก่อนจะเม้มปากนิดๆ ไม่กล้าพูด

 

“อะไร....”

 

“ลีวาย เปิดน้ำไม่ถึง อ่ะ”  นี่คือครั้งแรกหรือเปล่าที่ผมได้ยินชื่อของมัน อ่อ ไม่สิ เมื่อวานตอนที่มันร้องด้วย เออจำได้ล่ะ  หึ ชื่อน่ารักดีว่ะ เอ๊ะ!!!!  ผมมองร่างเล็กอย่างสำรวจ แม่งเด็กผู้ชายนี่หว่า กูก็คิดว่าผู้หญิงซะอีก

  

“เออ  เดี๋ยวแป๊บ” ผมปิดแผลเสร็จ ก็เดินเข้าไปในห้องน้ำ ส่งฝักบัวให้ลีวายส์ก่อนจะเปิดน้ำให้มัน

 

ผมเห็นยาสีฟันตกอยู่ตรงพื้นเลยก้มลงเก็บเป็นจังหวะเดี๋ยวกับที่ร่างเล็กจะก้มลงเช่นกัน เลยทำให้ปลายจมูกผมเฉียดเข้ากับซอกคอขาวของมันพอดี

 

กลิ่นแป้งเด็กอ่อนๆ เตะจมูกผมเข้าให้  ผมมองหน้าร่างเล็กอย่างสำรวจอีกครั้ง ใบหน้าเนียนใส่กับตาแป๋วๆ กลมๆสีน้ำตาลอ่อน จมูกนิดปากหน่อย ทำให้ผมเคลิ้มได้หรอวะเนี่ย  

 

“โอ้ย!!!!”   คงเป็นเพราะผมตกใจกับความคิดของตัวเองเลยเงยหน้าขึ้นไม่ทันได้ระวังทำให้หัวโขกเข้ากับอ่างล้างหน้าอย่างจัง  เหี้ย!!!

 

“อ่า  เจ็บมั้ยฮะ”  ร่างเล็กถาม แลดูตกใจเล็กน้อย

 

“เปล่าๆ   รีบอาบน้ำก่อนที่กู......เอ่อ  เร็วๆเข้า”  ผมคิดว่าคำว่ากูคงไม่เหมะกับเด็กเอาซะเลย เอ่อ....นะ แต่ก็พูดมาตลอด

 

ระหว่างที่รอลีวายส์ อืม เด็กนั่นชื่อลีวายส์  ผมก็จัดการสั่งอาหารมากิน และไม่นานร่างเล็กก็ออกมาจากห้องน้ำ

 

“เอาล่ะ  มานั่งนี่” ผมบอก ตบมือเบาๆลงบนโซฟาข้างๆผม  มันก็เดินมานั่งลงโดยดีแต่เหมือนจะกล้าๆกลัวๆยังไงก็ไม่รู้  กูน่ากลัวตรงไหนฟ้ะ

 

“รู้เรื่องที่พวกมันพูดหรือเปล่า เรื่องหนี้ของแม่มึงน่ะ” ผมก็หมายถึงพี่น้ำนั่นแหละ

 

“.......................” ร่างเล็กส่ายหน้าแทนคำตอบ

 

“แล้วเมื่อก่อน ไปอยู่แถวไหน ก่อนจะมาหากู” ผมถามต่อ จ้องมองร่างเล็กไปด้วย

 

“........................” ร่างเล็กส่ายหน้าอีกแล้ว

 

“ไม่รู้เลยหรอ ว่าที่นั่นเค้าเรียกว่าอะไร”

 

“...........................”

 

“เฮ้ย!!!!!  เย็บปากไว้หรอไง ห๊ะ!!!!!  พูดออกมาบ้างกูฟังรู้เรื่องนะภาษาคนน่ะ หรือมึงฟังที่กูพูดไม่รู้เรื่อง!!!”  ไปแล้วสติกู

 

“อึ่กๆ.....อึก......อึก”  อ้าว ฉิบหาย กูตวาดนิดเดี๋ยวร้องใส่กูเลย (นิดเดี๋ยวพ่อง)“เออๆ ไม่รู้ก็ไม่รู้  แต่ช่วยหยุดร้องได้มั้ย ก่อนที่กูจะบ้าไปมากกว่านี้” ร่างเล็กยกมือขึ้นปาดน้ำตาให้มัน และนิ่งไป

 

“...........”  เงียบ ร่างเล็กเอาแต่ก้มหน้าไปมองผม ขัดหูขัดตาฉิบ ขอบอก

 

“ฮ่ะ  ทายาที่แก้มแล้วก็ข้างปากซะ ดูเหมือนจะแพ้เทปกาวนะนั่น” ผมบอก ส่งยาหลอดท่ากันแพ้ให้ แต่ดูเหมือนมันจะทำไม่เป็น

 

“เอามา   อยู่นิ่งๆ โอ้ยบ้าจริง!” ก็มันขัดใจอ่ะ ผมเลยดึงหลอดยากลับมาเปิดออกและทาให้เอง “กี่ขวบแล้วเนี่ย.....” ผมพึมพำเบาๆ

 

“สิบขวด ฮะ” อ้าวมันพูดแล้ว เหอะ  เฮ๊ะ!!! ตอนที่กูถามล่ะ แม่งไม่ตอบ สิบขวดแล้วไมตัวแค่นี้วะ ผมก็คิดว่าเจ็ดแปดขวบอยู่เลย

 

“ทำไมตัวเล็กจังวะ......”

 

“เปล่าเล็กนะ!!!” เฮ้ย มันขึ้นเสียงใส่กูด้วย   ผมจ้องมองหน้ามัน มันคงลืมตัวถึงได้พูดออกมาเสียงดัง ตอนนี้เลยก้มหน้าหลบตาผมใหญ่ เหอะ!

 

แป๊ก!!!

 

“ปากดี......อ่ะกินข้าวซะ” ผมดีดหน้าฝากเข้าให้ทีหนึ่ง จนร่างเล็กยกมือขึ้นลูบหน้าฝากตัวเอง และเราก็เริ่มกินข้าวกันอย่างเงียบๆ

 

หลังจากทานข้าวกันเรียบร้อย ผมก็กะว่าจะพักเอาแรงซะหน่อย เลยเผลอหลับไปบนโซฟา พอตื่นขึ้นมากลับพบว่า ลีวายส์นอนเบียดผมอยู่ข้างๆ หึ

 

ร่างเล็กนอนหายใจสม่ำเสมอ ตากลมโตหลับพริ้มขนตาแพยาวคล้ายกับเด็กผู้หญิง แก้มสองข้างขึ้นสีชมพูอ่อน  ฟอดนุ่มและหอมมาก อ๊ะ!  เอิ่ป กูหอมแก้มเด็กนี่แล้ว ผมเปล่าคิดอะไรนะ แค่หอมเฉยๆ - -;;

 

ผมยันตัวลุกขึ้น ในขณะเดียวกันร่างเล็กกลับซุกซ่อนเข้าหาแผงอกผมแนบชิดมากยิ่งขึ้น เอิ่ป ผมดูเหมือนพ่อคนป่ะเนี่ย เฮ้อออออ  ผมนอนลงที่เดิมก่อนจะกระชับโอบกอดร่างเล็กไว้กันตก

 

ความรู้สึกบางอย่างก่อตัวขึ้นในความวูบไหวของผม แต่แค่วูบเดียวเท่านั้น ผมควรทำไงกับเด็กนี่ดี ดูเหมือนผมคงต้องให้ลีวายส์อยู่กับผมซะแล้ว  จุ๊บ!  -3-;;

 

 

 

“ตกลงเอาไงต่อวะ” ไอ้แมนถามผมหลังจากที่ผมกลับมาและตรงเข้ามาที่ผับโดยมีลีวายส์มาด้วย

 

“กูคงต้องจัดการเรื่องพี่สาวก่อนและ....ให้ลีวายส์อยู่กับกูว่ะ” ผมบอก หันมองร่างเล็กข้างๆที่มองไอ้แมนอย่างกล้าๆกลัวๆ

 

“ลีวายส์?....เด็กนี่อ่ะนะ.....ออ.....เคงั้นเดี๋ยวกูให้คนสืบให้ว่าพวกมันเป็นใคร มึงแค่ติดต่อพี่มึงให้ได้ก็พอ”

 

“อ่า.....เด็กน้อย  น่าร้ากกกก มาหาพี่กายมาครับ” ไอ้กายกระโจมเข้ามาหาลีวายส์แต่ยังไม่ทันถึงตัว ร่างเล็กก็หลบขึ้นมานั่งบนตักผมอย่างลืมตัวซะก่อน

 

“ดูเหมือนมันจะกลัวมึง ลงไป!” ผมพูดกับไอ้กาย  ก่อนจะดันร่างเล็กให้ลงไปนั่งที่เดิม

 

“พี่ไม่น่ากลัวซะหน่อย  พี่ชื่อกายครับ ดูดิๆ พี่ไม่น่ากลัวนะ กินขนมมั้ย”ลีวายส์หันมามองผมเป็นเชิญถาม ผมจึงพยักหน้าให้ และมันก็ยอมรับขนมจากมือไอ้กายมากิน

 

“เอาล่ะเรามาทำความรู้จักกันนะ เด็กน้อยชื่ออะไรเอ่ย” ไอ้กายถามต่อ

 

“ลีวายส์ฮะ   ลีวายส์ เตอร์ลีน” หึ! ชื่อเพราะได้อีก

 

“ว้าววววววว  ชื่อน่ารักมากลูก ต่อไปเรียกพี่ว่าพี่กาย นี่พี่แมน แล้วก็นี่ พ่อธารนะคับ” เอ๊ะ!!!

 

“สัด!!!  กูไม่ใช่พ่อมัน พ่อมันตายแล้วเว้ย” ผมพูดบอก ลืมนึกถึงความรู้สึกของร่างเล็กไป “เอ่อ.... เฮ้อออ”

 

“มึงเนี่ยน้า เอาเป็นว่าเรียกน้าธาร  ไม่เอาดีกว่าดูแก่ไป เรียกพี่แหละดีแล้ว พี่ธารๆ นะครับ” ร่างเล็กพยักหน้าน้อยๆ และไม่นานลีวายส์ก็เริ่มคุยเล่นกับไอ้กาย ส่วนผมก็ออกไปทำงานนิดหน่อย เมื่อกี้เราอยู่ในห้องพักของร้านน่ะ

 

“เดี๋ยวพรุ่งนี้ที่สนามแข่งจะมีแข่งรถแม็ทสำคัญ มึงจะไปมั้ย” ไอ้แมนถาม ผมที่กำลังนั่งดื่มเล่นๆกับมันสองคน  ส่วนไอ้เซฟมันติดเด็กแน่นอนไม่ต้องสงสัย

 

“ไปสิ กูจะพลาดได้ไงเผื่อมีอะไรติดไม้ติดมือกลับบ้านบ้าง หึ” สนามแข่งรถเป็นอีกที่ ที่สามารถทำเงินให้ผมได้ใช้สอยบ้าง ไม่มากก็น้อย

 

“แต่มึงต้องเลี้ยงลูกนี่....เหอะ”

 

“สัด......กูจะพามันไปด้วย.....ได้ไงวะ เวรจริง   ภาระชัดๆ” ผมยกเหล้าขึ้นดื่มรวดเดียวหมด

 

“เออๆ มึงจะให้เด็ก ไปซึมซับอบายมุข เลวๆอย่างมึงได้ไง”

 

“มึงด้วยนะกูว่า หึ!!!” ผมบอกก่อนจะลุกขึ้น เดินไปยังห้องพักทำงานด้านบน เพื่อไปหาลีวายส์ จะได้กลับคอนโดกัน

 

“อ่า มึงจะกลับแล้วหรอ ไปส่งกูด้วยนะ” ไอ้เซฟพูดบอก

 

ผมมองหาลีวายส์ก็พบว่าหลับคาโต๊ะทำงานของผมอยู่  ในมือมีกระดาษสีขาวกับดินสอ ในกระดาษมีรูปวาดสัตว์บางอย่างที่ผมมองไม่ออกว่าเป็นอะไร

 

“ตื่นได้แล้ว  นี่ตื่นได้แล้ว” ผมลูบหัวร่างเล็กเบาๆ ลีวายส์ไม่ยอมตื่น ผมจำต้องอุ้มมันขึ้นมา ลีวายส์ยกมือขึ้นโอบกอดรอบคอผมไว้ก่อนจะซบหน้าลงกับซองคอผม  ผมเดินไปสะกิดไอ้กายด้วยเท้าที่นั่งงัวเงียอยู่บนโซฟา

 

หลังจากแวะส่งไอ้กายที่บ้านมันเพราะเป็นทางผ่าน ผมก็กลับถึงคอนโดในเวลาไม่นาน ยามหน้าประตูงงนิดๆ ที่ผมกลับมาพร้อมกับเด็กตัวเล็ก

 

เมื่อมาถึงห้องพัก ผมวางลีวายส์ลงบนเตียงกว้างก่อนจะดึงผ้าขึ้นมาห่มให้จนถึงคอ จากนั้นก็ไปอาบน้ำ เตรียมตัวเข้านอน

 

Tru...  Tru….  Tru…..

 

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นจากหัวเตียงผมจึงละจากการแต่งตัวไปหยิบมาดู ปรากฏว่าสายที่โทรเข้ามาคือเอมี่  ผมเซ็งนิดๆแต่ก็ยอมรับสาย

 

“ว่า.....?” ผมทัก

 

(ธาร  ทำไมไม่รับสายมี่เลยล่ะคะ  เป็นอะไรหรือเปล่า) เธอพูดเสียงหวาน

 

“เปล่า พอดียุ่งๆมีอะไรล่ะ” ผมพูดด้วยเสียงห่างเหิน

 

(โธ่  ยังโกรธมี่อยู่หรือ  ก็มี่ไม่อยากเป็นข่าวนี่ค่ะ) ผมหันกลับมามองร่างเล็กที่นอนอยู่ตรงขอบเตียง ผมว่าเมือกี้มันอยู่ตรงกลางๆนะ กลิ้งมาได้ไงวะ

 

(ธารพรุ่งนี้มารับ...) แล้วจู่ๆร่างเล็กก็บิดตัวจนขาข้างหนึ่งห้อยลงมาจากเตียง กูว่าอีกเดี๋ยวมันต้องตกแน่ๆ

 

“เฮ้ย!!!!  แค่นี้ก่อนนะ” ผมตัดสายทิ้งโดยไม่ได้สนใจจะฟัง ก่อนจะรีบก้าวเท้ายาวๆไปรับร่างเล็กที่กำลังจะตกจากเตียงอีกฝั่งไว้ได้ทัน

 

“อื่ม....” ร่างเล็กลืมตาขึ้นช้าๆ มองผมแบบงงๆ “พี่ธารจะให้ลีวายส์นอนข้างล้างหรือฮะ” ร่างเล็กถามเพราะตอนนี้ผมนอนกอดมันอยู่บนพื้นด้านล่าง

 

“เปล่า ก็....มึงดิ้นจนเกือบตกเตียงอยู่แล้วรู้มั้ย เฮ้อ” ผมบอกก่อนจะปล่อยร่างเล็กออกจากอ้อมแขน

 

“เจ็บมั้ยฮะ....”ร่างเล็กเดินมายืนข้างๆผม ตอนที่ผมนั่งอยู่บนเตียงเตรียมที่จะล้มตัวลงนอน

 

“อะไร...” ผมถาม

 

“นี่น่ะฮะ...เจ็บมั้ยฮะ” แววตาร่างเล็กบ่งบอกถึงความหวงใยอย่างเด่นชัด พร้อมกับยกมือตัวเองขึ้นลูบบนแผลตรงแขนผมเบาๆ

 

“ไม่เจ็บ....” ผมบอกก่อนจะดึงร่างเล็กมานั่งตัก “ตัวแค่นี้ ห่วงคนอื่นเป็นด้วย เหอะ” ผมมองหน้าร่างเล็กใกล้ๆ กลิ่นแป้งอ่อนมันชอบลอยมาเตะจมูกผมจริงๆเลย

 

จุ๊บ!!!  O.O 

 

“แด๊ด บอกว่า  ถ้าทำแบบนี้แล้วจะฝันดีฮะ  จุ๊บ!”  ไอ้เด็กเวร มันจุ๊บปลายคางผมครับ ก่อนที่มันจะลงไปนอนข้างๆ และปล่อยให้กูฟุ้งซ่านตาม

 

 

เหี้ย ไข่ลุกเพราะเด็ก  สาดดดดดดดดดด OxO

 

.....................................................................................

เราเตือนคุณแล้ว อย่าคาดหวังกับนิยายเรามากนะ หุหุหุ

แบบว่าดูเหมือนจะร้ายแต่ไม่ร้ายดูเหมือนไม่ร้ายแต่ร้าย โอ๊ยงง

เด็กสิบขวบจะมีเอ็นซี  มะ...มันจะดีหรอ คิคิ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น