I-RISRED ไอริสเรด
facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

[10] : อาหารเที่ยงแสนเดือด [18+]

ชื่อตอน : [10] : อาหารเที่ยงแสนเดือด [18+]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 22k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ต.ค. 2562 15:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
[10] : อาหารเที่ยงแสนเดือด [18+]
แบบอักษร

* บุคคลในรูปเป็นเพียงอิมเมจประกอบตัวละครเท่านั้น ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเนื้อหา * 

[10]  

 

หนึ่งสัปดาห์ต่อมา @โรงแรม Vienna , Palermo 

ไลน์!  

เสียงแจ้งเตือนข้อความเข้าดังขึ้นจนกันย์ที่เพิ่งเดินเข้ามาในห้องทำงานของตัวเองต้องรีบหยิบมือถือออกมาดูก็พบว่าเป็นข้อความจากกลุ่มเพื่อนของเธอที่ตอนนี้เธอเพิ่มเข้ากลุ่มไลน์แล้วเรียบร้อยเพื่อใช้ติดต่อสื่อสารกันเหมือนเดิม หญิงสาวยกแก้วกาแฟขึ้นดื่มในขณะที่มืออีกมือก็ใช้นิ้วกดแป้นพิมพ์ด้วยมือเดียวอย่างชำนาญ 

กลุ่มไลน์ [สาวแซ่บ]  

ชมพู : สวัสดีวันทำงาน [แนบรูปถ่ายตัวเอง] 

กันย์ : ชุดสวยนิ ส่งมายืมใส่บ้างสิ 

ชมพู : ชุดแบรนด์ฉันเอง ไม่ต้องห่วงเดี๋ยวฉันตัดแจกพวกแกทุกคนเลย 

ทัชชา : ตอนไหนล่ะ? 

ชมพู : ไว้รอฉันโฆษณาสัก 2-3 วันก่อนสิจะส่งให้ ของฟรีอย่าเร่ง 

ทัชชา : ป้าชมพูครับ แม่ผมอยากใส่ชุดแล้วครับ [แนบรูปน้องนอส] 

อัญชัน : น้องนอสน่ารักจัง อยากหยิกแก้ม มันเขี้ยว 

ชมพู : พาลงมากรุงเทพบ้างสิ อยากเจอหลาน คิดถึง 

กันย์ : ฉันก็อยากเจอแต่อยู่ไกลไปหน่อย 

ทัชชา : แกก็บินกลับมาสิ ว่างวันไหนก็บอก แล้วนัดเจอกันที่กรุงเทพเป็นไง? 

ชมพู : ก็ดีนะ ไม่ได้รวมตัวกันเป็นปีแล้วเนี้ย อยากตี้แล้วจ้า 

กันย์ : ผัวอนุญาตเหรอ เดี๋ยวเด็กก็งอนอีก 

ทัชชา : เออนั้นดิ เดี๋ยวพัตเตอร์มันก็งอนอีก มันไม่ชอบให้แกตี้แกก็ตี้จังเลย 

อัญชัน : ใช่ๆ ลดละเลิกสิ ผัวอ่ะมันหายากแต่ตี้มันหาง่ายนะ 

ชมพู : แหมๆ ทำพูดดี แกก็ผัวหวงเหมือนกันแหละทัชชา ส่วนพวกแกสองคนยังไม่มีผัวก็พูดได้ลองมีผัวจะรู้สึก 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก 

“คุณกันย์คะ ขออนุญาตนะคะ” 

“ค่ะ” เสียงเคาะประตูดังขึ้นจนกันย์ต้องรีบวางมือถือลงก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงที่เก้าอี้อย่างวางมาดขยันขึ้นมาในทันทีประหนึ่งว่าเธอกำลังทำงานนะไม่ได้เล่นมือถือเลย ประตูถูกเปิดเข้ามาพร้อมกับร่างบางของรูบี้ผู้ช่วยของเธอนั้นเอง 

“ฉันเอาบิลที่วางแล้วมาให้ค่ะ” รูบี้วางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะ 

“อืม ขอบใจนะ” กันย์ส่งยิ้มหวานให้เพื่อนร่วมงานอย่างเป็นมิตร 

“ค่ะแล้วนี่คุณกันย์ทานข้าวเช้าแล้วเหรอคะ? ” 

“อ๋อเมื่อเข้าฉันกิน Chicken Saltimbocca ตามที่เธอแนะนำแล้วนะ อร่อยดี งั้นอาหารกลางวันเธอมีอะไรแนะนำฉันไหม แต่ฉันอยากได้อะไรเผ็ดๆ หน่อย? ” 

“งั้น Shrimp fra diavolo ดีไหมคะ ซอสทำมาจากพริกไทยและกระเทียม เผ็ดร้อนแน่นอน” 

“อืมก็ดีนะงั้นฉันจะไปลองกลางวันนี้ ขอบใจมากนะ ไปทำงานของเธอเถอะ” 

“ค่ะ” 

รูบี้หันตัวเดินออกไปจากห้องเมื่อหญิงสาวออกไปแล้วกันย์จึงหยิบมือถือขึ้นมาเพื่อส่งข้อความบอกเพื่อนๆ ของเธอว่าเธอขอทำงานก่อนไว้ทำงานเสร็จจะไปคุยใหม่ โชคดีนะที่เธอยังได้ใช้มือถือได้และได้มีงานทำแบบนี้ เธอก็บอกเพื่อนๆ ของเธอไปแค่ว่าเธอถูกย้ายมาทำงานที่สาขาอิตาลีแทนแค่นั้น ไม่ได้บอกอะไรลึกไปกว่านั้นก็อย่างที่บอกเธอไม่อยากให้ใครต้องมาเป็นห่วงเธอ ลองบอกสิว่าเธอดวงซวยโดนมาเฟียกะโหลกกะลาเพิ่งหัดเดินแบบลูเซียโน่จับตัวมาเพื่อมาเป็นเจ้าสาวของเขามีหวังเพื่อนเธอแตกตื่นเป็นกระต่ายตื่นตู้มวิ่งโล่หาทางช่วยเธอแน่นอน 

เอาจริงๆ นะเธอมาอยู่ที่นี่ก็อาทิตย์หนึ่งแล้ว มาทำงานได้ 3-4 วันแล้วและเธอเริ่มชินแล้วแหละ ชินกับผู้คน ชินกับสภาพอากาศ บ้านเมืองของที่นี่ และที่สำคัญคือเริ่มชินกับการอยู่บ้านของลูเซียโน่เพราะพ่อแม่ของลูเซียโน่ปฏิบัติต่อเธอดีมากๆ เหมือนเธอเป็นแขกที่มีเกียรติของเขา ใส่ใจทะนุถนอมเธอเหมือนลูกคนหนึ่งจนเธอรู้สึกไม่อึดอัดแล้วที่ต้องอยู่ที่นั่น รู้สึกสบายใจขึ้น ซึ่งพออะไรมันดีขึ้นทุกอย่างก็เข้าที่เข้าทางจนตอนนี้เธอรู้สึกว่าอย่างน้อยในความซวยของเธอที่มาเจอลูเซียโน่ก็ยังมีความโชคดีอยู่เพราะการที่เธอมาที่นี่เธอได้งานทำ งานสบายกว่า เงินดีกว่า ไม่ต้องแข่งขันกับใคร ไม่ต้องกดดันมาก แถมมีที่อยู่ มีข้าวให้กินฟรีอีก คิดไปคิดมามันก็ดีนะเนี้ย 

ปัง! 

“ว้าย! ” 

เสียงประตูเปิดกระแทกกับผนังดังขึ้นจนกันย์ที่กำลังเหม่อๆ ถึงกับตกใจจนร้องเสียงหลงก่อนจะหันไปมองหน้าประตูก็พบเข้ากับร่างสูงของลูเซียโน่ที่ขาเพิ่งจะเหยียบลงบนพื้นไม่ต้องเดาเลยเขาถีบประตูจนมันเปิดออกแน่ๆ นี่มันบ้าบออะไรกันเนี้ย เขากำลังจะแสดงอภินิหารหลวงปู่เค็มให้เธอดูหรือไงกัน ทำไมเป็นคนหยาบคาย ต่ำทรามได้ขนาดนี้ 

“ที่รักจ้าเบบี๋กลับมาแล้วจ้ะ” 

“อ๊ะ! หยุดเลยนะ เข้ามาฉันจะแทงนายด้วยปากกาจริงๆ ” กันย์รีบลุกขึ้นยืนเมื่อลูเซียโน่ทำท่าจะพุ่งเข้าหาเธอแบบไม่ต้องเดาต้องพุ่งเข้ามากอดเธอแน่ๆ 

“โห่! นี่แฟนกลับมานะ ไม่ดีใจหน่อยเหรอ? ” ลูเซียโน่มีสีหน้ามุ้ยลงในทันทีเมื่อเห็นท่าทางของกันย์ที่แลดูรังเกียจเดียดฉันท์เขาเหลือเกิน 

“เมื่อไหร่นายจะเลิกเพ้อเจ้อสักทีนายไม่ไใช่แฟนฉัน เราไม่เคยจีบกันด้วยซ้ำ” 

“จีบเหรอ ทำไมต้องจีบ แต่งงานกันเลยก็จบ พ่อแม่ฉันก็ไม่ได้จีบกัน เจอกันครั้งแรกก็วันแต่งงานนั่นแหละ” 

“นั้นเขาเรียกคลุมถุงชนและนี่มัน 2019 แล้ว ไม่ใช่ยุคจะมาคลุมถุงชนใครแล้ว อยากได้เป็นแฟนก็ต้องจีบก่อน แต่ถ้าอยากได้เป็นเมียก็ต้องเป็นแฟนกันมาก่อน นั่นหมายความว่ามันก็ต้องจีบก่อนทั้งนั้นแหละ” 

หญิงสาวพูดออกมาด้วยท่าทางหงุดหงิดไม่น้อยเมื่อเห็นว่าลูเซียโน่มีความคิดมีค่านิยมที่ผิดๆ อ่ะ การคลุมถุงชนมันไม่ได้นำพาความสุขมาให้ทุกคนหรอกนะและเธอก็มองว่ามันคือการบังคับอยู่ดีถึงจะบอกว่าทั้งสองคนเต็มใจเพื่อตอบแทนบุญคุณพ่อแม่ พ่อแม่ว่าดียังไงก็ดีตาม ไม่เลือกมาก นั่นแหละมันคือสภาวะจำยอม ทั้งๆ ที่ใจไม่ได้อยากจำยอมหรอกแต่คำว่าพ่อแม่ บุญคุณมันกดเอาไว้จนต้องจำยอม ต้องรับสภาพนั้นมากกว่า และเธอจะไม่ยอมมีชีวิตคู่ที่เกิดจากการคลุมถุงชนหรอกนะคิดจะเป็นแฟนต้องจีบก่อน ต้องคบหาศึกษาดูใจกันก่อนเท่านั้น 

“แล้วฉันจะจีบเธอได้ยังไงในเมื่อเธอไม่ยอมให้ฉันเข้าใกล้ตัวเธอแบบนี้? ” ชายหนุ่มทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้เพื่อรอคำตอบอย่างวางมาด 

“แล้วทำไมการจีบมันจะต้องแตะเนื้อต้องตัวด้วย? ” 

“ก็เวลาจีบกันก็ต้องจับไม้จับมือกันสิ หยอกเย้าไงไม่รู้จักเหรอ? ” 

“ก็จีบแบบไม่ต้องหยอกเย้าก็ได้นิ พาไปกินข้าว ช็อปปิ้ง ดูหนัง แบบไม่ต้องถูกเนื้อต้องตัวกันต่างคนต่างนั่งต่างเดินไง มันจะยากตรงไหน เพราะสมองนายคิดแต่เรื่องหื่นกามไงนายเลยมองว่ามันยาก” 

ลูเซียโน่ได้แต่กลอกตามองบนกลอกไปกลอกมาอย่างเหนื่อยหน่ายใจกับความคิดของกันย์แบบคนจีบกันไปเที่ยวกันไปเดทกันแต่จะไม่ให้จับมือกันโอบกอดกันเลยเหรอ แบบต่างคนต่างเดิน เดินห่างกันเป็นเมตรงี้เหรอ แบบนั้นไม่น่าเรียกเดทน่าเรียกต่างคนต่างมาแล้วมาเจอกันโดยบังเอิญมากกว่านะ 

“ฉันว่าเธอควรไปหาหมอนะ ไปหานักบำบัดก็ได้ เธอจะได้หายจากอาการนี้เพราะฉันว่ามันส่งผลกระทบกับเธอมากๆ นะ คิดดูสิขนาดทำงานเธอยังทำงานร่วมกับคนอื่นไม่ได้เลยต้องมีห้องส่วนตัวเนี้ย แล้วเวลาต้องออกไปงานเลี้ยง งานสังสรรค์เธอไม่บ้าตาย อึดอัดจนหายใจไม่ออกช็อกตายไปเลยเหรอ? ” 

“ฉันไม่ได้เป็นขนาดนั้น ฉันเข้าสังคมได้ ปาร์ตี้สังสรรค์ได้แต่ฉันแค่ไม่ชอบแบบถึงเนื้อถึงตัวมาเบียดเสียดเสียดสีกับตัวฉันก็แค่นั้นเอง” 

“แต่ฉันว่าเธอก็ควรไปพบนักบำบัดเพื่อรักษาอยู่ดี ถ้ามันหายมันก็ดีกว่าไม่ใช่เหรอ? ” 

“หึ! ฉันขอไม่หายดีกว่า นายจะได้ฉวยโอกาสอะไรกับฉันไปมากกว่านี้ไม่ได้” 

“เธอนี่มันดื้อด้านจริงๆ เลย” ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนก่อนจะหยิบเอาอะไรบางอย่างออกมาจากกระเป๋าแล้ววางลงบนโต๊ะ “อ่ะนี่ฉันซื้อกิ๊บติดผมมาฝากเห็นมันน่ารักดี” 

ว่าจบชายหนุ่มก็หันตัวเดินออกไปจากห้องเมื่อประตูปิดลงหญิงสาวก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกที่วันนี้เธอไม่โดนเขาลวนลามไปมากกว่านี้ ร่างบางทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้เหมือนเดิมก่อนจะหยิบเอากิ๊บติดผมที่เขาซื้อมาฝากขึ้นมาดูมันเป็นกิ๊บที่ออกแบบเป็นรูปหัวใจสองดวงแล้วมีศรรักปักทะลุอยู่ ช่างเป็นกิ๊บที่หวานแหววมาก จนบางทีตอนที่ลูเซียโน่ซื้อมาเนี้ยคนขายมองเขาแปลกๆ ไหม แบบผู้ชายที่ไหนจะเลือกซื้อของหวานแหววแบบนี้กันล่ะ 

“ขยันซื้อมาล่อจังเลยนะ ฉันไม่ตกหลุมพรางนายหรอกย๊ะ” ใช่ปากของเธออาจจะพูดปฏิเสธแต่มือก็เลือกจะเก็บเอากิ๊บนั้นใส่กระเป๋าเอาไว้อย่างดีแบบกลัวมันจะหาย ก่อนจะหันไปหยิบมือถือเพื่อเข้ากลูเกิ้ลค้นหาบางอย่างที่เธออยากจะรู้ 

โรคกลัวการสัมผัส ใช่เธออยากจะหาข้อมูลและวิธีการรักษาของโรคนี้ มันก็คงจริงอย่างที่ลูเซียโน่ว่ามันคงถึงเวลาที่เธอจะต้องรักษาอย่างจริงจังแล้วแหละไม่อย่างงั้นอนาคตเธอคงลำบากกว่านี้แน่ๆ ยิ่งโตก็ยิ่งต้องพบเจอผู้คนเยอะขึ้น ยิ่งมาทำงานเกี่ยวกับโรงแรมแบบนี้เจอแขกในโรงแรมทุกวันถ้าเกิดวันไหนแขกเกิดเผลอมาโดนตัวเธอแล้วเธอกลัวจนตกใจโวยวายขึ้นมาแบบนั้นภาพลักษณ์ของโรงแรมคงไม่ดีและเธอคงจะถูกมองว่าเป็นพวกประสาทแน่ๆ 

“รักษาด้วยยากับพฤติกรรมบำบัดเหรอ? ” 

พฤติกรรมบำบัด (behavioral therapy) จัดเป็นการรักษาหลัก วิธีการคือให้ผู้ป่วยเข้าหาและเผชิญหน้ากับสิ่งที่กลัวแบบค่อยเป็นค่อยไป (graded exposure) โดยเริ่มจากสิ่งที่ผู้ป่วยกลัวน้อยๆ ก่อน เมื่อหายกลัวแล้วจึงค่อยเผชิญกับสิ่งที่ผู้ป่วยกลัวมากขึ้นเรื่อยๆ จนถึงเป้าหมายที่ผู้ป่วยตั้งใจไว้ ซึ่งวิธีนี้เป็นวิธีที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากผู้ป่วยอย่างมาก 

การรักษาด้วยยา (pharmacotherapy) เป็นการรักษารองเนื่องจากผลที่ได้จะขึ้นอยู่กับผู้ป่วยเป็นรายๆ ไป โดยยาที่นำมาใช้ เช่น ยาแก้โรคซึมเศร้าบางชนิด ยาแก้โรคจิตบางชนิด และยาระงับอาการสั่น หรือ เบต้าบล็อกเกอร์ (betablockers) โดยแพทย์จะใช้ยาในผู้ป่วยที่กลัวมากจนไม่ยอมทำพฤติกรรมบำบัด เนื่องจากยาจะช่วยให้ผู้ป่วยกลัวน้อยลงและกล้าฝึก เมื่อผู้ป่วยประสบความสำเร็จในการทำพฤติกรรมบำบัดแพทย์จึงจะค่อยๆ ลดยาลงจนหยุดยาได้ เพราะการให้ยาอย่างเดียวไม่ทำให้หายขาด เมื่อหยุดยาอาการกลัวก็จะกลับมาอีก 

“หมายความว่าฉันกลัวอะไรจะต้องเข้าหาสิ่งนั้นเหรอ แล้วมันจะไหวเหรอเนี้ย” 

ริมฝีปากบางขบเม้มเข้าหากันด้วยความกังวลใจเพราะการรักษามันคือการให้เธอเข้าหาในสิ่งที่เธอกลัวโดยเริ่มจากสิ่งที่กลัวน้อยที่สุดไปจนถึงมากสุด ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป แต่เอาเข้าจริงนะมันยากสำหรับเธอมากเพราะตั้งแต่เกิดมาเธอไม่เคยคิดจะรักษา ไม่เคยคิดจะเข้าหาสิ่งที่เธอกลัวเลย เธอเอาแต่วิ่งหนีและปฏิเสธมันมาตลอด พอมาในตอนนี้ที่ต้องเข้าหามันเธอก็เลยอดจะกังวลไม่ได้กลัวว่าเธอจะไม่ไหว 

13.00 น. @ร้านอาหารแห่งหนึ่ง 

“เผ็ดร้อนจริงๆ ” กันย์กินไปบ่นไปเล็กน้อยเมื่อสั่ง Shrimp fra diavolo อย่างที่รูบี้แนะนำเธอแต่รสชาติมันก็ถูกปากเธอนะเพราะมันให้อารมณ์อาหารไทยดีเน้นพริกไทยเน้นกระเทียมฉุนๆ ร้อนๆ หลังจากที่ต้องกินอาหารเลี่ยนๆ มาหลายวันแล้วตัดด้วยสิ่งนี้ก็โอเคขึ้นหน่อย 

หญิงสาวก้มหน้าก้มตากินข้าวก่อนที่สายตาของเธอจะไปปะทะเข้ากับใครบางคนที่กำลังมองเธออยู่พอดีและจังหวะที่เธอเงยหน้าขึ้นมองสบตากับเขา เขาคนนั้นก็รีบหันหน้าไปทางอื่นทำเนียนเหมือนว่าไม่ได้มองเธอแต่เธอมั่นใจนะว่าเขากำลังมองเธอ มันดูแปลกๆ อ่ะ ท่าทางของเขาคนนั้นดูมีพิรุธมากๆ 

เห็นแบบนั้นกันย์จึงรีบกินข้าวจนเสร็จก่อนจะเดินออกมาจากร้านแล้วตรงไปยังโรงแรมของเธอที่อยู่อีกฝั่งถนนหนึ่งซึ่งมีตึกกั้นกลาง ร่างบางเดินลัดเข้ามาในถนนเล็กๆ ที่เชื่อมติดกับถนนทั้งสองฝั่ง ขาเรียวบางก้าวไวขึ้นด้วยความระแวงเพราะหวาดกลัวว่าจะมีอันตรายกับตัวเอง 

เอี๊ยด! 

“ว้าย! ” พลันก็มีรถคันหนึ่งขับพุ่งตรงมาหากันย์แล้วเบรกรถขวางหน้าหญิงสาวเอาไว้จนเธอตกใจเกือบล้ม ร่างบางรีบก้าวถอยหลังในทันทีเมื่อมีผู้ชายร่างใหญ่สองคนก้าวลงมาจากรถตรงมาหาเธอด้วยท่าทางน่ากลัว “อ๊ะ! พวกแกเป็นใครมาจับฉันทำไม ปล่อยนะ! ” 

เสียงร้องโวยวายของกันย์ดังขึ้นเมื่อแขนทั้งสองข้างของเธอถูกชายสองคนจับเอาไว้แล้วพยายามลากตัวเธอไปขึ้นรถมันทำให้กันย์รีบทรุดตัวลงนั่งกับพื้นทำตัวให้งอบิดไปบิดมาทิ้งน้ำหนักลงในทันทีเพื่อทำให้ตัวเธอหนักและยากที่จะดึงลากไปได้ ในขณะที่แขนก็พยายามบิดและสะบัดออกจากแขนหนาที่กำแน่นจนเธอรู้สึกเจ็บจากแรงบีบ 

“นังนี่มันดื้อว่ะ! ” 

“รีบลากมันไปเร็วๆ เข้าก่อนใครจะมาเห็น! ” 

เสียงของผู้ชายในรถตะโกนสั่งเป็นภาษาอิตาลีซึ่งกันย์ฟังไม่ออกหรอกแต่เธอก็พอเดาได้ว่ามันคงสั่งให้สองคนนี้รีบพาเธอขึ้นรถไปไวๆ แน่นอนเพราะมันเพิ่มแรงฉุดแรงกระชากเธอมากขึ้นแต่เธอไม่ยอมหรอกนะ มีเหรอนังกันย์คนนี้จะยอมง่ายๆ 

“ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยที ช่วยด้วย! ” หญิงสาวเลือกจะตะโกนจนเสียงดังลั่นซอยแบบต่อให้อยู่ชั้นสามก็ต้องได้ยินเสียงเธออ่ะในขณะที่ร่างกายก็ดิ้นสะบัดไปมาสุดแรงเกิดสุดฤทธิ์สุดเดชเลย 

เอี๊ยด! 

“เห้ย! พวกมึงทำอะไรกัน” 

เสียงเบรกรถอีกคันดังขึ้นพร้อมกับเสียงตะโกนอันคุ้นเคยมันทำให้กันย์รีบหันไปมองในทันทีก่อนจะยกยิ้มออกมาจนกว้างเมื่อพบว่าเป็นลูเซียโน่ เอาจริงๆ นะเธอไม่เคยดีใจเท่านี้มาก่อนตอนเห็นหน้าเขาเลย แต่ครั้งนี้เธอดีใจมากๆ มากเสียจนอยากจะพุ่งเข้าไปสวมกอดแล้วหอมแก้มสักหนึ่งฟอดหนักๆ เพื่อเป็นรางวัลเลย 

“ปล่อยผู้หญิง ปล่อยเลย รีบขึ้นรถ! ” เสียงของคนในรถตะโกนสั่งคนข้างนอกเมื่อลูเซียโน่โผล่ออกมาจากรถพร้อมกับถือปืนลงมาด้วยแต่เหมือนจะช้าไปเมื่อชายหนุ่มยกปืนขึ้นจ่อแล้วลั่นไกใส่คนร้ายคนหนึ่งที่กำลังวิ่งหนีขึ้นรถ 

ปัง! ปัง! 

“กรี๊ดดดดด! ” 

“เห้ย! ไม่ต้องไปช่วยมันรีบขึ้นรถ! ” 

คนในรถสั่งผู้ชายที่หันหลังกลับทำท่าจะไปช่วยเพื่อนจนผู้ชายคนนั้นต้องตัดใจทิ้งเพื่อนแล้วรีบขึ้นรถขับหนีกันออกไปอย่างรวดเร็วทิ้งให้กันย์นั่งมองผู้ชายที่กำลังนอนจมกองเลือดตรงหน้าของเธอด้วยเนื้อตัวที่สั่นเทาด้วยความตกใจและหวาดกลัวกับภาพความรุนแรงตรงหน้าเพราะมันคงไม่ใช่ภาพที่คุ้นชินตานักหรอก เอาจริงๆ คงไม่มีใครที่ไหนที่จะคุ้นชินตากับคนนอนจมกองเลือดแบบนี้หรอกนะถ้าไม่ได้ทำงานกู้ภัยหรือมูลนิธิที่ต้องออกไปช่วยผู้ประสบเหตุอ่ะ 

“กันย์เป็นยังไงบ้าง? ” 

“อ๊ะ! ” หญิงสาวสะดุ้งเฮือกเมื่อมือหนาจับตัวของเธอ ด้วยความหวาดกลัวมันทำให้กันย์หันกลับไปหาลูเซียโน่แล้วสวมกอดเขาอย่างลืมตัว ลืมสิ่งที่ตัวเองกลัวไปเลยเมื่อความกลัวตรงหน้ามันรุนแรงกว่าหลายเท่า 

“...นะ...นี่มันบ้าอะไรกัน มันต้องเป็นความฝันแน่ๆ ” 

“เธอไม่ได้ฝันหรอกมันคือความจริงแต่ไม่ต้องกลัวนะฉันจะไม่มีวันปล่อยให้เธอเป็นอะไรหรอก ฉันจะอยู่ข้างๆ เธอแบบนี้นะ จะคอยปกป้องและดูแลเธอเอง” ชายหนุ่มรีบยกแขนขึ้นโอบกอดร่างบางที่สั่นเทาในทันทีแล้วพยายามปลอบประโลมจิตใจของหญิงสาวผ่านทางการสัมผัสที่อ่อนโยนและคำพูดที่อ่อนหวาน 

“...ฉะ...ฉันอยากลับบ้าน” 

“ได้สิ กลับบ้านกันนะ” ลูเซียโน่เลือกจะช้อนตัวกันย์ขึ้นมาอุ้มแทนโดยที่หญิงสาวเองก็ไม่ได้ขัดขืนอะไรเพราะกลัวและจิตตกเกินกว่าจะคิดเรื่องอื่น ภาพความรุนแรงมันวนเวียนอยู่ในหัวของเธอเต็มไปหมด “เดี๋ยวพวกแกจัดการด้วย อย่าให้เรื่องใหญ่โต” 

“ครับ” ลูกน้องของลูเซียโน่รับคำสั่งก่อนที่ชายหนุ่มจะหันตัวพากันย์เดินออกมาจากตรงนั้น 

. 

. 

To Be Continued... 

--------------------------------- 

ใครหนอบังอาจมาทำร้ายแม่กันย์ของหนูลูเดี๋ยวโดนหนูลูกระสวกไส้ออกมาพันคอเอานะ แต่ก็อย่างว่าแหละนะตอนนี้กันย์ก้ตกเป็นเป้าหมายแล้วแหละ วงการเนี้ยผลประโยชน์และอำนาจมันหอมหวาน คนอ่อนแอก็มักจะตกเป็นหมากของคนที่แข็งแกร่งกว่าเสมอ 

ความคิดเห็น