marcelen

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Chapter 25

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 846

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ต.ค. 2562 21:33 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 25
แบบอักษร

 

 

 

Chapter: ห้วงเวลาแห่งความสุข

 

 

“เจสเดินเร็วๆสิ...ช้าแล้วนะ” ผมหันไปเรียกเจสที่กำลังเดินอย่างอืดอาดนั้นเพราะเธอคงเหนื่อยละมั้งเพราะเราก็เดินชมที่จัตุรัสแดงมานานละแถมวันนี้อากาศยังเย็นๆมากด้วย...ถึงแม้จะมีความคิดมากมายในหัวแต่ช่างมันเถอะผมไม่สนอะไรทั้งนั้นนอกจากผู้หญิงตรงหน้านี้...ขอแค่มีเธออยู่ข้างๆผมก็พอแค่นั้นก็เพียงพอที่จะทำให้ผมลบเรื่องราวในความฝันนั้นจนหมดสิ้น...

“ฉันเหนื่อยแล้วคุณแอล...ขาฉันปวดไปหมดแล้ว” น้ำเสียงออดอ้อนของเธอดังขึ้นนั้นทำให้ผมมองเธออย่างยิ้มๆ

“งั้นมาขี่หลังฉันมาฉันจะพาเธอไปอีกที่หนึ่ง” ผมเดินกลับไปหาเธอพร้อมกับทำท่าเหนื่อยเตรียมพร้อมให้เธอขึ้นและเจ้าตัวก็ขึ้นมาขี่หลังผมอย่างว่าง่ายก่อนจะถามขึ้น

“ไปไหนเหรอค่ะ” ผมกระซับตับตัวเธอไว้แน่นก่อนจะเริ่มเดินแล้วตอบกลับเธอ

“อนุสรณ์สถานเลนิน” พอเจ้าตัวได้ยินก็พยักหน้าอย่างเข้าใจผมจึงพาเธอเดินไปเรื่อยๆภายใต้บรรยากาศที่นักท่องเที่ยวเยอะมากแม้อากาศจะเย็นมากแค่ไหนก็ตาม

“คุณแอลชอบความคิดของเลนินหรือเปล่าค่ะ” แล้วจู่ๆเธอก็ถามขึ้น

“ก็นะฉันชอบอ่านประวัติศาสตร์ของคนที่มีชื่อเสียงในสมัยก่อนจากนั้นก็ไปเจอบทความของเขาเข้านั้นเลยทำให้ฉันสนใจฉันเลยไปค้นอ่านเรื่องราว แนวคิด วิธีการต่างๆที่เขาทำดู ถ้าจะบอกว่าชอบหรือไม่ชอบก็ไม่รู้นะแต่ที่แน่ๆคือความคิดบางอย่างเขาฉันก็นำมาใช้ในการพัฒนาบริษัทของตัวเอง” คำตอบของผมนั่นทำให้เธอพยักหน้าเล็กน้อย

“งั้นคุณแอลเล่าเรื่องของเขาให้ฉันฟังหน่อยสิค่ะ...อย่างน้อยที่เรากำลังเดินไปฉันก็จะรู้เรื่องของเขาเพิ่มขึ้นมาอีกนิด” คำพูดของเธอทำให้ผมหยุดเดินแล้วหันไปมองเธอเล็กน้อยอย่างยิ้มๆ

“อยากฟังเหรอมันยาวน๊าาาา เธอจะชอบฟังหรือเปล่า” ผมพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงขี้เล่คนั้นทำให้เธอยิ้มกว้างอย่างชอบใจ

“อยากฟังค่ะ...การได้ฟังคุณเล่าเรื่องที่คุณชอบให้ฟังอย่างน้อยก็ทำให้ฉันได้รู้จักคุณขึ้นอีกนิด แถมตอนนี้คุณยังแตกต่างจากทุกครั้งที่เจอกันด้วย” เธอพูดพร้อมกับกระซับอ้อมกอดที่คอผมแรงขึ้นนิดหน่อยก่อนจะพิงหน้าลงที่ไหล่ผม...

“ถ้างั้นก็...เรามาเริ่มกันเถอะ” ผมก้าวเดินต่อไปอย่างช้าๆก่อนจะค่อยๆเล่าเรื่องเล่าที่ได้อ่านมาให้เธอฟังอย่างละเอียด

“วลาดีมีร์ เลนิน (Vladimir Lenin) มีชื่อเต็มว่า วลาดีมีร์ อิลลิช อุลยานอฟ เป็นผู้นำนักปฏิวัติมาร์กซิส คนแรกของสหภาพสาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียตที่สถาปนาเมื่อ พ.ศ. 2465 ถ้าจำไม่ผิดนะ แถมเขายังเป็นหัวหน้าพรรคบอลเชวิกนายกรัฐมนตรีคนแรกและเป็นเจ้าของแนวคิดส่วนใหญ่ในลัทธิเลนิน...”

“เขาคงเก่งน่าดูเลยนะคะเนี่ยได้ฟังแค่นี้ยังรู้สึกขนลุกเลย”

“หึ ก็นะเขาเก่งจริงๆนั้นแหละ...เพราะเขานะได้รับการศึกษาด้านกฎหมายจากมหาวิทยาลัยคาซาน และเซนปีเตอร์สเบิร์ก แถมเขายังเคยถูกจำคุกระหว่าง พ.ศ. 2438-2440 และ ในปีต่อมาถูกเนรเทศไปไซบีเรียจนถึง พ.ศ. 2443 เนื่องจากเขาตัดสินใจเข้าขบวนการปฏิวัติใต้ดิน หลังการปฏิวัติเลนินได้เป็นหัวหน้าพรรค บอลเชวิค ที่ทำการปฏิวัติล้มล้างระบบกษัตริย์ของรัสเซียในปี พ.ศ. 2460 และ จากนั้นเขาก็ตั้งตนเป็นผู้นำประเทศและสิ่งแรงที่เขารีบทำคือทำการเจรจาสงบศึกกับฝ่ายเยอรมันในสงครามโลกครั้งที่ 1 เพื่อทุ่มกำลังปราบปรามฝ่ายต่อต้านในสงครามกลางเมืองของรัสเซียที่เกิดขึ้นระหว่าง พ.ศ. 2461-2464” ผมอ่านเรื่องราวของผู้ชายคนนี้อย่างชื่นชมในความคิดของเขา เพราะเขาเป็นคนที่ลงมือทำในสิ่งที่คิดอย่างละเอียดรอบคอบไงละ

“ว้าววว...คุณแอลเนี่ยจำทุกอย่างได้แม่นจริงๆเลยนะคะ”

“ก็นะ...นิดหน่อยนะ แต่อีกเดี๋ยวคงถึงละอยากฟังต่ออีกมั้ย”

“อื้อ เล่ามาสิค่ะ” จากนั้นผมก็ค่อยๆเล่าทุกอย่างให้เธอฟังอย่างเพลิดเพลิน ในขณะที่เธอก็ตั้งใจฟังอย่างไม่มีท่าทีเบื่อหน่ายสักนิด...

 

 

~~~~~~

“เอ๊ะ!!! หิมะตกงั้นเหรอ” แต่ระหว่างทางที่เรากำลังเดิน และ เล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ของที่นี่อยู่นั้นจู่ๆก็มีหิมะค่อยๆตกลงมาที่ละนิด ผมชะงักฝีเท้าก่อนจะเงยขึ้นมองทองฟ้าสีครึ้มที่มีหิมะสีขาวตกลงมา...

“หนาวหรือเปล่า”

“ไม่เลยค่ะ...ดีจังเลยนะที่ใส่เสื้อหนาๆมาแถมยังมีอายอุ่นจากตัวคุณอีกไม่หนาวเลยสักนิด” คำตอบของเธอทำให้ผมกระตุกยิ้มออกมาเล็กน้อย

“งั้นไปต่อกันเถอะ” พูดจบผมก็เริ่มก้าวเดินไปอีกครั้ง และ เสียงเจื้อยแจ้วของเธอก็ค่อยๆดังขึ้นเป็นระยะหลังจากที่เราเดินผ่านสถานที่ต่างๆมากมาย เธอชี้นู้นชี้นี่ให้ผมดูตลอดนั้นทำให้ผมอดยิ้มให้กับความน่ารักของเธอไม่ได้ จนไม่นานเราทั้งสองคนก็มาถึงที่หมาย...

“ว้าวววว!!! เรามาถึงแล้วนุสรณ์สถานเลนิน คุณแอลวางฉันลงได้แล้วค่ะฉันจะเดินเองงงง”

“ทำไมเหรอเธอขี่หลังฉันก็ได้นะฉันกลัวเธอจะเหนื่อย”

“ไม่อ่ะ!! ฉันอยากเดินควงแขนคุณพร้อมกับเดินชมที่นี่พร้อมกับถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกด้วยว่าวันนี้เราได้มาเดตกัน” คำพูดของเธอทำให้ผมพยักหน้าอย่างเข้าใจก่อนจะตัดสินใจวางเธอลงอย่างเบาๆ

“ก่อนอื่นเราต้องถ่ายรูปก่อน” เธอพูดพร้อมกับพยายามหาโทรศัพท์ตัวเองในกระเป๋า แต่ผมก็ตัดสินใจหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาเอง

“อ่ะ...ใช้ของฉันสิแล้วค่อยส่งรูปไปที่เครื่องเธอก็ได้” ผมยื่นโทรศัพท์ผมให้เธอแต่เจ้าตัวก็มองหน้าผมแบบแปลกๆก่อนจะพูดขึ้น

“งั้นคุณจะเอามาให้ฉันทำไมค่ะ ฉันจะให้คุณเป็นคนถือกล้องคุณก็ถ่ายเลยสิ” ผมขมวดคิ้วมองอย่างไม่เข้าใจ

“หมายความว่าไง?? จะถ่ายรูปคู่เราสองคนงั้นเหรอ??” คำถามของผมทำให้เธออ้าปากค้างเล็กน้อยก่อนจะรีบพูดสวนกลับมา

“นี่คุณคิดว่าฉันจะถ่ายตัวเองคนเดียวหรือไง ก็บอกอยู่ว่าถ่ายรูปเป็นที่ระลึกของวันที่เรามาเดตกัน แล้วคนมาเดตกันที่ไหนจะปล่อยให้อีกคนถ่ายรูปคนเดียว”

“แต่ฉันไม่ค่อยชอบถ่ายรูปนะ” ผมไม่ชอบถ่ายรูปจริงๆแถมเหตุผลอีกอย่างก็...ถ้ามีคนรู้ว่าเธอเป็นผู้หญิงของผมละก็บางทีเธออาจตกในสถานการณ์อันตรายได้ง่ายก็ได้

“อ้อ!!! ใช่สิคุณคงไม่อยากให้คนอื่นเห็นสินะว่าคุณกำลังตามจีบฉัน คุณคงกลัวผู้หญิงในสต๊อกของคุณรู้เรื่องสินะ!!!” แต่แล้วจู่ๆแม่คุณเธอก็พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจแบบสุดๆแถมยังมองหน้าผมอย่างไม่ชอบใจ...ให้ตายเถอะ!!!

“เดี๋ยว!! มันไม่ใช่แบบนั้นเจสสส...ถ้าเธอจะคิดแบบนั้นงั้นเรามาถ่ายรูปกันเถอะโอเค???”

“ไม่จำเป็น!!! คุณไม่จำเป็นต้องมาฝืนใจหรอกฉันไม่ต้องการบังคับคุณ” แต่ที่ทำอยู่นี่คือกดดันอ้อมๆชัดๆ!!!

“ไม่เลย...ฉันเต็มใจเรามาถ่ายรูปกันนะเดี๋ยวฉันจะอัพลงไอจีเลยโอเคมั้ย” คำพูดของผมทำให้เธอชะงักเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้าอย่างพอใจ

“ก็โอเค...งั้นมาถ่ายรูปกันค่ะ” แล้วจากนั้นเจ้าตัวก็ฉีกยิ้มกว้างออกมาอย่างพอใจก่อนจะใช้ผมจับกล้องแล้วเจ้าตัวก็ยืนฉีกยิ้มอยู่ข้างๆผม ผมกดถ่ายรูปพรางมองรอยยิ้มของเธอผ่านหน้าจอมือถือ...

‘รอยยิ้มแบบนี้...อยากรักษาไว้ให้นานที่สุดจัง’

ผมกดถ่ายรูปรั่วๆตอนแรกก็รู้สึกเกร็งๆนิดหน่อย ก็ปกติผมไม่ได้ทำอะไรแบบนี้นิ แต่การอยู่ด้วยกับเธอนั้นก็ทำให้ผมค่อยๆชินไป จากตอนแรกเธอขอผมถ่ายแต่ตอนนี้กลายเป็นผมเองที่ชวนเธอถ่ายรูปทุกครั้งที่เราเดินผ่านสถานที่สำคัญ...พอถ่ายเสร็จผมก็เข้ามาเลื่อนดูรูปของเราอย่างยิ้มๆ ก่อนจะตัดสินใจตั้งรูปเธอที่ผมแอบถ่ายตอนเผลอขึ้นมาเป็นรูปหน้าจอ...

นี่มันคนจะจริงอย่างที่คนเขาพูดกันสินะว่าเวลาที่เรามีความสุขเวลาจะผ่านไปเร็วเสมอ ตอนนี้เวลาของเราสองคนก็ลวงเลยมาถึงค่ำละ และ มันถึงเวลาที่ต้องกลับแล้วเพราะอากาศเริ่มเย็นขึ้นเรื่อยๆละ...

“เจส...กลับกันเลยมั้ยเดี๋ยวข้างเย็นวันนี้จะสั่งที่ร้านให้ไปส่งที่ห้อง”

“ได้คะ” เธอกระซับมือที่คล้องแขนผมขึ้นเล็กน้อยก่อนผมจะพาเธอเดินหลับไปที่รถที่ให้ลูกน้องมารอรับละขืนเดินกลับไปอีกวันนี้คงเหนื่อยเกินไปนะสิ...

 

~~~~~~~~

 

“คือ...วันนี้คุณจะนอนที่ห้องนั้นเหรอค่ะ??” พอเราทั้งคู่กลับมาถึงอพาร์ตเมนต์เธอก็ถามคำถามที่ทำให้ผมยิ้มออกมาเล็กน้อย

“ทำไมเหรอ...อยากมานอนห้องฉันอีกมั้ย??”

“ก็.... =////= ”

“เธออย่าคิดมากเลยเพราะฉันสั่งลูกน้องขนของมาที่ห้องเธอทั้งหมดแล้ว...เราเข้าห้องกันเถอะเดี๋ยวอาหารที่เตรียมไว้จะเย็นก่อน” สิ้นสุดคำพูดของผมเธออ้าปากค้างอย่างไม่เชื่อหูตัวเองว่าได้ยินอะไรก่อนเจ้าตัวจะค่อยๆตั้งสติได้...

“งั้นหมายความว่าคุณแอลจะมานอนห้องฉันนะสิ” แล้วเจ้าตัวก็พูดขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น

“ทำไมเหรอ...ถ้าเธอไม่ต้องการฉัน...” แต่ก็พูดไม่ทันจบเธอก็โผล่เข้ามาจูบผมก่อน...รสจูบอันหอมหวานของเธอทำให้ผมเคลิ้มไปชั่วขณะก่อนเจ้าตัวจะผละตัวออก

“ต้องการสิค่ะ...ฉันต้องการให้คุณมาอยู่ข้างๆฉันทุกนาทีจริงๆนะ” เธอพูดพร้อมกับจ้องลึกเข้ามาในตาของผมให้ตายเถอะผู้หญิงคนนี้จะทำให้ผมหลงไปถึงเมื่อไหร่กันนะ...ถ้าเธอตอบความคิดผมได้เธอคงพูดว่า ชั่วชีวิตละมั้ง...

“จริงๆเลย...เข้าห้องกันเถอะจะพูดไปถึงเมื่อไหร่กันนะ....พูดแบบนั้นมันน่ารักเป็นบ้า” พูดจบผมก็เดินผ่านเธอมาเปิดประตูเดินเข้าห้องทำเป็นไม่สนใจแถมคำพูดสุดท้ายผมยังพูดด้วยน้ำเสียงเบาๆอีกด้วยทั้งๆที่แค่อยากทำให้เธอเดินตามเข้ามาก็แค่นั้น และแล้วมันก็เป็นดั่งคาดเธอรีบเดินตามเข้ามาทันที

“คุณแอล!!! พูดแบบนั้นหมายความว่าไง”

“อะไรงั้นเหรอ” ผมตีหน้าตายทำเป็นไม่รู้เรื่องในขณะที่เธอเดินมาขวางหน้าผม

“ก็ที่ว่า....ก็ที่พูดว่า...ที่พูดว่า มันน่ารักเป็นบ้านะ _///_”

“ก็น่ารักไง...ก็เธอน่ารักเป็นบ้าไงไม่เข้าใจตรงไหน” ทันทีที่ผมพูดจบหน้าเธอก็แดงเผือกไปทั้งหน้าฮ่าๆๆๆ น่าเอ็นดูชะมัดให้ตายสิ....

“ฮ่าๆๆๆ หยุดทำหน้าตาน่ารักได้ละไปทานข้าวกันเถอะ” และ เหมือนว่าคำพูดของผมยิ่งทำให้เจ้าตัวหน้าแดงขึ้นไปอีก

“คนบ้า!!! ฉันเขินนะ!!!” เธอตะโกนขึ้นอย่างแรงก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปในห้องแต่เพียงไม่กี่ก้าวผมก็ได้ยินเสียงเธอกรี๊ดออกมานั้นเป็นเหมือนสิ่งที่ผมคาดไว้อยู่แล้ว...ไม่นานเธอก็หันหน้ามาหาผมพร้อมทั้งน้ำตาที่ไหลนองออกมาอย่างปิดไม่อยู่....

“คนบ้า!!! นี่จะทำตัวโรแมนติกไปถึงเมื่อไหร่กันนะ” เธอพูดขึ้นพร้อมกับกระโดดมากอดผม

“ก็อยากทำให้เธอคนเดียว...แค่อยากให้รู้ว่าฉันไม่ได้สนเธอเพียงแค่ร่างกายของเธอแต่เธอคือคนสำคัญสำหรับฉันจริงๆ” ผมพูดพร้อมกับลูบหังเธออย่างอ่อนโยนนั่นยิ่งทำให้คนในอ้อมกอดสะอึกสะอื้นยกใหญ่

“ฉัน...*\*{*$}+]=]•€]” ผมพยายามฟังที่เธอพูดอย่างตั้งใจแต่ให้ตายเถอะฟังไม่เข้าใจเลย

“เอิ่มมม...ฉันว่าเดี๋ยวจะพาไปล้างหน้าแล้วเราไปทานข้าวกันเถอะเนอะฉันฟังไม่รู้เรื่องเลย” ผมพูดขึ้นนั่นทำให้เธอผละตัวออกจากผมก่อนจะรีบเช็ดน้ำตาของตัวเองแล้วตะโกนออกมา...

“ฉันรักคุณ!!!!!”

 

 

 

มาแล้วๆๆวันนี้ก็มาแบบพออมยิ้มได้นิดๆพอให้จิตแจ่มใสเนอะๆ

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น