กรกากี

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : chapter 19 หวุดหวิด

คำค้น : แอ็คชั่น

หมวดหมู่ : นิยาย ลึกลับ,สืบสวน สอบสวน

คนเข้าชมทั้งหมด : 186

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ต.ค. 2562 13:42 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
chapter 19 หวุดหวิด
แบบอักษร

19...       หวุดหวิด      

        พอลืมตาเห็นใบหน้าอัปลักษณ์ของไอ้เตี้ยอยู่ตรงหน้า วิชุดาก็ตกใจกรี๊ดลั่น ใช้สองมือผลักไอ้หื่นกระเด็นหงายท้องลงไปคลุกฝุ่นบนพื้น

      สาวลูกครึ่งกระโดดตามเข้าไปเตะกลางหว่างขาไอ้เตี้ยสุดแรงเกิด ไม่ปล่อยให้มันตั้งตัว

        “ ป้าบบบบบบ ” “ โอ๊ยยยยยยยยยยยยยย ”

         ไอ้เตี้ย ร้องสุดเสียงสองมือกุมกล่องดวงใจตัวงอเป็นกุ้งโดนไฟ

         วิชุดาไม่มีเวลาปรานี ยกเท้าท่วมหัวจะกระทืบซ้ำเป้าหมายเดิมให้สูญพันธุ์ชั่วๆไปเลย

        โชคร้ายพวกลิ่วล้อเข้ามาขวางไว้ทัน ไอ้เตี้ยเลยรอดจากการสูญพันธุ์อย่างหวุดหวิด

        ไอ้พวกเศษมนุษย์ช่วยกันล็อกตัววิชุดาไว้ไม่ให้ขยับ แล้วฉวยโอกาสลวนลามรุมทึ้งของสงวนอันอวบอึ๋มล้นหลามบนร่างเปลือยกันยกใหญ่

      วิชุดาทั้งร้องทั้งดิ้นทั้งด่า แต่พวกสัตว์นรกมาเกิดเหล่านี้หาสะทกสะท้านไม่  

        ไอ้เตี้ยออกอาการหวงตัวเมีย โขยกเขยกเข้าไปไล่ถีบไอ้พวกฉวยโอกาสกระเด็นไปคนละทิศละทาง  

                  วิชุดาหันหลังจะวิ่งหนี แต่ถูกไอ้เตี้ยจิกหัวกระชากไว้จนหน้าหงาย 

                  วิชุดาร้องลั่น กางกรงเล็บตะกุยหน้ามันเต็มแรง 

            ไอ้เตี้ยหน้าแหกเลือดไหลซิบๆ มันด่าทอหยาบๆคายๆ แล้วลงมือตบตีวิชุดาอย่าบ้าคลั่ง  

              ไอ้เดนนรก ซ้อมเหยื่อสาวระบายโทสะจนหน้าตาแตกยับ แล้วเหวี่ยงร่างบางไปชนกับผนังตึกดังโครม

          วิชุดาสลบเหมือดจากแรงปะทะ ร่างรูดผนังลงไปกองกับพื้น เปิดโอกาสให้ไอ้พวกเดนมนุษย์ ปู้ยี่ปู้ยำได้ตามสบาย

          ไอ้เตี้ยลากร่างเปลือยมานอนถ่างขา แล้วขึ้นคร่อมจะข่มขืนให้หนำใจ

       แต่บุญไม่ถึง เลยถูกบาทาจอห์นที่นอนอยู่ใกล้ๆถีบโครมเข้าที่ชายโครงอย่างจัง

      ไอ้หื่นร้องเสียงหลงกระเด็นล้มกลิ้งไปหลายตะลบ ยังไม่ทันจะตั้งตัว ก็โดนคนเพิ่งฟื้นตามไปกระทืบซ้ำอีกหลายที              

          กว่าพวกลูกน้องจะเข้ามาช่วย ไอ้เตี้ยก็น่วมเป็นกะท้อนถูกทุบ ต้องสองคนช่วยกันพยุงถึงทรงตัวลุกขึ้นมาได้

           ไอ้เตี้ยสะบัดคนประคองกระเด็นไป แล้วเข้าไปสาวหมัดถลุงจอห์นที่โดนลูกน้องมันล็อกคอไว้อย่างเคียดแค้นชิงชัง

             ไอ้เตี้ยต่อยจนเจ็บมือก็ยังไม่คลายโทสะ มันหุนหันแย่งปืนลูกน้องมาจ่อหัวจอห์น และคำรามลั่น

    “ ตายซะเถอะมึง ! ”     

     “ หยุด ! อย่าขยับ นี่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ”

                เจ้าของเสียงคือผู้กองมอนโร หล่อนแอบย่องเข้ามาได้ทันเวลาพอดี                                          

                พวกสวะสังคมเห็นลูกพี่ถูกปืนจ่อหัวก็ตกตะลึงพรึงเพริด ยืนตัวแข็งหน้าถอดสีไปตามกัน

     “ ทิ้งปืนเดี๋ยวนี้ แล้วชูมือไว้บนหัว เร็วๆอย่าร่ำไร ” ผู้กองมอนโรตวาดลั่น และง้างนกปืนให้รู้ว่าเอาจริง

                ไอ้เตี้ยกับลูกน้องไม่กล้าขัดขืน ต่างโยนปืนลงบนพื้นพร้อมๆกัน

               ไอ้เตี้ย ชำเลืองมองคนที่เอาปืนจ่อหัวมัน

        “ นึกว่าใคร ที่แท้ก็ผู้กองมอนโรผู้อื้อฉาวนี่เอง พวกเราเป็นคนของคุณเปาโล ถ้าคุณยอมละเว้นพวกผมและทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น รับรองนายผมจะต้องสมนาคุณความมีน้ำใจของคุณอย่างจุใจแน่นอน ” มันพยายามเจรจาเอาตัวรอด

                    ผู้กองเอาปืนโขกหัวไอ้เตี้ยดังโป๊ก

      “ หุบปาก เดี๋ยวก็โดนข้อหาติดสินบนเจ้าพนักงานอีกกระทงหรอก มึงรีบนุ่งผ้าแล้วไปยืนรวมกัน ชูมือไว้ด้วย ห้ามเอาลงเป็นอันขาด ฮะๆวันนี้แหละกูจะจับพวกมึงทุกคนเข้าตารางให้หมด รวมทั้งนังฆาตกรนั่นด้วย ” หล่อนประกาศลั่น

          วิชุดาฟื้นขี้นมาได้ยินพอดีถึงกับเย็นสันหลังวาบ เธอคว้าเสื้อผ้ามานุ่ง แล้วเข้าไปแอบตัวสั่นงันงกอยู่ข้างหลังจอห์น

        ผู้กองมอนโรหัวเราะอย่างผู้ชนะ ล้วงวิทยุสื่อสารออกมาจะวอแจ้งเหตุ และขอกำลังเสริม

            ทันใดนั้นเอง เสียงปืนที่ไม่รู้ที่มาที่ไป ก็แผดคำรามกึกก้องติดๆกันสองนัด

   “ ปัง โป้งงงงงงงงงงง ”

        เป้าหมายของกระสุนทั้งสองนัดคือแผ่นหลังผู้กองมอนโร หล่อนกระเด็นไปตามแรงกระสุน แล้วล้มคว่ำลงนอนแน่นิ่งไม่ไหวติง ท่ามกลางความสับสนของผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์

          คนที่ลั่นไกสังหาร คือไอ้โย่งขันฑีนั่นเอง มันเดินออกมาจากความมืด แล้วหัวเราะหึๆ เข้าไปหาพรรคพวก ที่กำลังก้มเก็บปืนตัวเองบนพื้น แล้วปรารภกับไอ้เตี้ยลูกพี่มัน

  “ โชคดี ที่ผมได้ยินเสียงเอะอะเลยเข้ามาดู นังตำรวจนี่มันมาได้ไง เฮียเตี้ย ? ”

                              ไอ้เตี้ยทำตาถลนย้อนถาม

  “ ข้าจะไปรู้เรอะ เอ็งดูต้นทางยังไงวะ ดันปล่อยให้มันเข้ามาได้ ? ”

                               ไอ้โย่งยิ้มแห้งๆ

  “ โทษทีเฮีย..ยืนอยู่นานผมเมื่อย ก็เลยไปนั่งฟังเพลงในรถ ”

     “ เอ็งทำได้ดีมาก ขืนปล่อยให้มันวอ.ตามพวกมา พวกข้ามีหวังได้ติดคุกกันหัวโตแน่ ” ไอ้เตี้ย ตบบ่าชื่นชมลูกน้อง

                          ไอ้โย่ง อ้าปากหาวทำตาปรือ

  “ ผมจะออกไปรอข้างนอก เฮียจะทำอะไรก็รีบทำ บอกตรงๆผมง่วงนอนแล้ว ”

                            ไอ้เตี้ยคว้าแขนไว้

  “ ข้าหมดอารมณ์แล้ว เอ็งจัดการฆ่าพวกมันได้เลย จะได้รีบเคลียพื้นที่ทำลายหลักฐาน ”     

         ไอ้โย่ง ยิ้มแป้นย่างสามขุมเข้าไปเอาปืนจ่อหัวจอห์น โดยหารู้ไม่ว่า วิชุดาแอบกดกลไกบนนาฬิกาจอห์นตัดเชือกปล่อยเขาเป็นอิสระแล้ว   

       อดีตเอ็ฟ.บี.ไอ.ใช้ความว่องไวแย่งปืนในมือไอ้โย่งมาดื้อๆ   

         ไอ้เตี้ยกับพวกเห็นไอ้โย่งเสียที ก็ชักปืนออกมาจะฆ่าจอห์น แต่ถูกจอห์นหันไปยิงตัดขั้วหัวใจล้มคว่ำไปตามๆกัน    

    “ ปัง ๆ ๆ เปรี้ยง ๆ ๆ ” เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหว

       จอห์น จะหันกลับมาจัดการไอ้โย่ง แต่มันกระโจนเข้าไปล็อกคอวิชุดาใช้ร่างเธอเป็นโล่กันกระสุน แถมเอามีดพับสปริงจ่อคอใช้ชีวิตเธอเป็นเครื่องต่อรอง

  “ ทิ้งปืน ไม่งั้นอีนี่ตาย ” มันตะคอกขู่เข็ญ และทำท่าจะเชือดหลอดลมวิชุดา

                        จอห์นร้องห้ามเสียงหลง โยนปืนในมือทิ้งทันที

  “ เตะปืนมาทางนี้ เร็วๆอย่าร่ำไร ถ้ามึงตุกติก กูจะเชือดอีนี่ทิ้งทันที ” ไอ้โย่งไม่พูดเปล่า มันกดคมมีดลงไปบนลำคอวิชุดาจนบุ๋มเลือดซิบๆน่าเสียวไส้

                        วิชุดายืนตัวเกร็งหลับตาปี๋ ไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัว

             จอห์น ไม่มีทางเลือก เขาเตะปืนบนพื้นมาให้ไอ้โย่ง ทั้งที่รู้ว่ามันไม่เป็นผลดีต่อเขาเลย

            ไอ้โย่งผลักตัวประกันกระเด็นไป แล้วเก็บปืนขึ้นมายิงใส่จอห์นอย่างเลือดเย็น

  “ ปัง ปัง !! ” เสียงปืนคำรามขึ้นสองนัดซ้อนๆ 

                วิชุดาตกใจแทบช็อก ไม่กล้าแม้แต่จะหันไปมอง เธอขบกรามกรอดหันไปจะสู้ตายกับไอ้โย่ง

       แต่ไอ้โย่งกลับยืนตาค้างปล่อยปืนร่วงจากมือ แล้วล้มคว่ำลงไปนอนจมกองเลือดอยู่บนพื้น

          วิชุดาเลิ่กลั่ก เมื่อพบว่าจอห์นที่คิดว่าตายไปแล้ว ยังอยู่ในสภาพที่ปลอดภัยดีทุกอย่าง มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมเหตุการณ์มันกลับตารปัดแบบนี้  

        “ หยุด อย่าขยับเขยื้อน ชูมือขึ้นบนหัวทั้งสองคน ” เสียงบุคคลที่สามดังขึ้น

       “ ผู้กองมอนโร ” ทั้งสองคนอุทาน หันขวับไปมองพร้อมกัน  

                         วิชุดาทำหน้าเหมือนเห็นผี มองผู้กองหัวจรดเท้า

     “ คุณถูกยิงตั้งสองนัดทำไมไม่ตาย ถามจริงๆ คุณเป็นผีหรือคนกันแน่ ” เธอถามตรงๆ

     “ หล่อนใส่เสื้อเกราะ ” จอห์นเห็นอีกฝ่ายอมยิ้มอมภูมิ ก็โพล่งขึ้นมาอย่างรู้ทัน

             เขาสรุปถูกต้อง ผู้กองสวมเสื้อเกราะไว้ใต้เสื้อแจ๊กเก็ตจริงๆ กระสุนทั้งสองนัดจึงทำอะไรหล่อนไม่ได้ 

              ผู้กองมอนโรหัวเราะอย่างลำพอง แล้วจับสองผู้ต้องหาใส่กุญแจมือ และคุมตัวออกไปที่จุดจอดรถ

                ทั้งสามออกมาที่ถนนมืดๆ มองเห็นรถผู้กองจอดอยู่ตะคุ่มๆ  

     ในขณะที่ผู้กองมอนโร มัวสาระวนกับการวอ.ไปแจ้งเหตุ และเรียกหน่วยกู้ภัยมาเก็บศพ                

     “ เอี๊ยดดดดดดดดดดดดดดดด โครม!!! ”

       รถเก๋งคันนึงขับมาด้วยความเร็วสูงแถมไม่เปิดไฟหน้า มันพุ่งเฉี่ยวชนร่างผู้กองที่เดินรั้งท้ายคนอื่นๆกระเด็นลอยไปไปล้มฟุบหัวฟาดจมกองเลือดอยู่ข้างฟุตบาท  

          รถคันนั้นเลยไปจอดข้างสองผู้ต้องหา แล้วคนในรถก็เปิดประตูลงมา

    “ วีนัส ฉันมาช่วยแกแล้ว ” หล่อนคือเหม่ยหลินนั่นเอง

                      วิชุดาลืมตาโพลง กระโดดเข้าไปกอดเพื่อนรักด้วยความดีใจ

     “ นังหลิน แกรู้ได้ไงว่าฉันอยู่ที่นี่ ? ” เธอรู้สึกประหลาดใจ

                     เหม่ยหลินยิ้มแป้น

     “ ฉันตามแกมาจากหน้าบ้านนังออสซี่ ”                 

    ” แกเห็นข้อความที่ฉันส่งไปใช่มั้ย ? ” วิชุดาถามเร็วปรื๋อ

                     เหม่ยหลินพยักหน้า

    “ ใช่ พออ่านข้อความแก ฉันก็ทั้งโทรทั้งไลน์หานังออสซี่ทันที แต่มันปิดเครื่อง ฉันจะไปบอกมันที่บ้าน ก็เลยมาเจอพวกแกนี่แหละ ”

                 เสียงเจ้าโชเฟอร์ตีนผีในรถตะโกนแทรกขึ้นมา

   “ รีบขึ้นมาบนรถก่อน เราต้องรีบไปจากที่นี่ก่อนมีใครมาเห็น มีอะไรคุยกันบนรถก็ได้ ”

           ไม่มีใครไม่เห็นด้วย ทุกคนรีบขึ้นรถเผ่นแนบไปจากจุดเกิดเหตุทันที

            วิชุดากับจอห์นนั่งคู่กันเบาะหลัง ส่วนเหม่ยหลินนั่งข้างคนขับตามเดิม

    “ แกตามฉันมา แล้วไปมุดหัวอยู่ที่ไหนวะ ทำไมเพิ่งโผล่หัวออกมา ? ” วิชุดาอดบ่นไม่ได้ ขณะที่จอห์นใช้กุญแจผีไขกุญแจมือออกให้

                 เหม่ยหลินหันมาทำหน้าเจี๋ยมเจี้ยม

    “ พวกฉันเห็นผู้กองมอนโรแอบตามพวกแกเข้าไป ก็เลยต้องเปลี่ยนแผน ”

   “ เปลี่ยนยังไง ? ” วิชุดาเกาหัวแกรกๆ

                      เหม่ยหลินเอียงคออมยิ้ม

   “ ก็ยืมมือตำรวจฆ่าโจร แล้วออกมาสต้าร์ทรถ รอชิงผู้ต้องหาจากตำรวจอีกทีไง อิอิ ”

                        วิชุดาอดหัวเราะไม่ได้ หันไปแนะนำจอห์นกับเพื่อน

     “ นี่คือคุณจอห์นเบล็น เขาเป็นนักสืบมาจากซานฟรานซิสโก ”

    “ จอห์นคะ นี่เหม่ยหลินเพื่อนฉัน ทำความรู้จักกันไว้ซิคะ ”

            ทั้งสองต่างสัมผัสมือกล่าวคำทักทายกัน

    “ ผัวใหม่แกใช่มั้ยนังแรด ผัวเก่าเพิ่งตายไปแหมบๆ แกนี่มันไวไฟจริงๆ ” เหม่ยหลินเอียงหน้ากระซิบข้างหูเพื่อน และตะลึงมองความหล่อขั้นเทพของจอห์น                

      “ ป้าแกสิไวไฟ เขาเป็นเพื่อนฉันโว้ยไม่ใช่ผัว แกก็อย่าสวดเรื่อยเปื่อย เดี๋ยวคนอื่นจะเข้าใจผิด ” วิชุดาหน้าแดง รีบปฏิเสธเป็นพัลวัน

                 เหม่ยหลินยิ้มแห้งๆ หันไปแนะนำชายหนุ่มคนขับรถกับทุกคน

      “ นี่สามีฉัน ชื่อคริส ”

               โชเฟอร์ตีนผี หันมายิ้มและกล่าวคำทักทาย

            สองคนที่เบาะหลังตกตะลึงอ้าปากค้าง หันมองหน้ากันอย่างเซอร์ไพร์สสุดๆ

               เขาคือคริสโตเฟอร์ ฮอว์กิ้นส์ ทนายตัวแสบจอมซาดิสม์นั่นเอง..

                                                

                                     ******

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น