เรบิญ่า/ดาราวลี/สิปาหนันต์

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 6/4 ความรู้สึกสับสน

ชื่อตอน : ตอนที่ 6/4 ความรู้สึกสับสน

คำค้น : บัวบงกช,ชยากร,วิวาห์เร่รัก,ผู้หญิงหิวเงิน,เอาตัวเร่ขาย,ปากร้าย,เอาแต่ใจ,ไม่ยอมคน,

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 811

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ต.ค. 2562 11:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 6/4 ความรู้สึกสับสน
แบบอักษร

ในขณะที่ชยากรนั่งดื่มอยู่กับเพื่อนสนิทอย่างวราวุฒิ ที่ร้านประจำและกรกฎก็รายงานทุกเรื่องให้เขาได้ทราบทำให้เขาสะใจอยู่ลึก ๆ ที่ได้แก้เผ็ดบัวบงชที่บังอาจมาออกคำสั่งกับเขา ทีนี้เธอจะได้รู้เสียทีว่าไม่ควรแข็งข้อกับเขา  

“เป็นอะไรของแกวะกร ยิ้มคนเดียวใกล้บ้าแล้วหรือไง” 

ชยากรหัวเราะออกมาเบา ๆ “ฉันก็แค่ขำเจ้าสาวกำมะลอของฉันนะสิ เล่นยัดเยียดให้ฉันแต่งงานด้วยก็ทุเรศจะแย่อยู่แล้ว แถมพ่อฉันจะให้พาไปลองชุดแต่งงานด้วยกัน เรื่องอะไรฉันจะไป ส่งกรกฎไปแทนสะใจเป็นบ้าเลยว่ะ” 

“แกทำแบบนั้นก็เท่ากับไม่เกียรติเธอเลยนะกร” 

“แต่ฉันต้องการให้มันเป็นแบบนั้น” แววตาของชยากรมีรอยขบขัน และนึกถึงใบหน้าของบัวบงกชขึ้นมา ท่าทีอวดเก่ง และมีความทระนงทำให้เขานึกหมั่นไส้ขึ้นมา ผู้หญิงแบบนั้นเหมาะแล้วที่เขาจะหาเรื่องแก้เผ็ด 

“ฉันว่าแกไม่น่าทำแบบนั้นเลย เธอจะรู้สึกยังไง” 

“จะรู้สึกยังไงฉันไม่สนใจ ผู้หญิงอวดเก่งแบบนั้นมันต้องเจอผู้ชายอย่างฉัน” 

ผู้หญิงหน้าเงินอย่างบัวบงกช ทำไมจะต้องไปไยดีด้วยเล่า แค่นี้ก็บุญโขแล้ว นับว่าเขาใจดีมากแล้วที่ไม่ปล่อยทิ้งปล่อยคว้าง ยังส่งกรกฎไปเป็นเพื่อนไปช่วยดูความเรียบร้อยแทนเขา ดีแค่ไหนที่ไม่ปล่อยให้ไปคนเดียว 

“จะยังไงก็เถอะ แกทำแบบนั้นก็เท่ากับไม่ไว้หน้าเธอ” 

“อวดเก่งอวดฉนาดดีนัก สมควรแล้วที่จะเจอแบบนั้น” 

“เฮ้อ!” วราวุฒิถอนหายใจเสียงดัง “สุดท้ายแกก็แต่งงานอยู่ด้วยกันอยู่ดี”  

วราวุฒิจ้องหน้าเพื่อนสนิทอย่างไม่เข้าใจ ท่าทางของชยากรไม่ได้ทุกข์ร้อนอะไร ทั้งที่งานแต่งงานเข้ามาใกล้ทุกขณะ เห็นสภาพแล้วไม่รู้ว่าจะได้สักกี่น้ำ อย่างน้อย ๆ ก็ต้องรักษาหน้าตาของตระกูลแต่เพื่อนสนิทกลับไม่สนใจสักนิด 

“แกจะมาสนใจทำไม คนที่แต่งคือฉันไม่ใช่แกสักหน่อย” คราวนี้สีหน้าของชยากรเปลี่ยนไปเล็กน้อย “ไม่ต้องห่วงหรอกน่าไอ้วุฒิ ยังไงฉันก็ไม่เผลอใจไปรักผู้หญิงหน้าเงินคนนั้นหรอก” 

แวบนั้นชายหนุ่มก็นึกถึงบัวบงกชขึ้นอีกครั้ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน “ผู้หญิงคนนั้นก็ไม่รู้ผ่านมากี่น้ำ กว่าจะถึงมือฉันก็ไม่ได้ต่างจากขยะเน่า ๆ  แต่บังเอิญว่าฉันมันประเภทไม่ชอบเก็บขยะเน่า ๆ เสียด้วยสิ” 

“ไอ้กร!” วราวุฒิร้องขึ้นเสียงดัง 

ทว่าชยากรกลับยักไหล่อย่างไม่สนใจ เพราะเขายังเชื่อว่าบัวบงกชไม่ใช่ผู้หญิงดิบดีอะไร ไม่อย่างนั้นก็คงไม่กล้าแต่งงานกับเขาแน่ ๆ ไม่คิดว่าเธอจะไร้ยางอายได้ขนาดนั้น 

“แกอย่าบอกนะว่าแต่งแล้วก็จะหย่า” 

“แล้วไงล่ะ ฉันก็แค่ทำหน้าที่ให้มันจบ ๆ ไป คิดหรือว่าฉันจะอยู่กับแม่นั่นทั้งชีวิต” ชายหนุ่มหัวเราะในลำคอเบา ๆ “บอกตามตรงผู้หญิงราคาถูกแบบนั้น อ้อ…ไม่สิ ผู้หญิงราคาแพงสิถึงจะถูก…ฉันกระเดือกไม่ลง” 

“ยังรู้จักเธอไม่ดีพอ อย่าเพิ่งไปตัดสินว่าเธอไม่ดีเลย บางทีพ่อแกอาจจะมีเหตุผลก็ได้ ไม่อย่างนั้นท่านก็คงไม่ทำแบบนั้นหรอก” วราวุฒิส่ายหน้าไปมาและไม่รู้จะช่วยหาทางออกเพื่อนสนิทอย่างไร 

“ตกลงแกเป็นเพื่อนฉันหรือเปล่าวะ ถึงได้เข้าข้างแม่นั่นจัง” 

สีหน้าของวราวุฒิครุ่นคิดเล็กน้อย เท่าที่สืบประวัติของบัวบงกชเธอไม่เคยมีเรื่องด่างพล้อยอะไร บางทีที่เธอแต่งงานกับผู้ชายที่ไม่ได้รัก ก็เพราะความจำเป็นเพราะถึงคราวจนตรอกและคงทำเพื่อครอบครัวจริงๆ 

“คิด ๆ ดูแล้ว ฉันว่าน่าสงสารเธอนะ ต้องแต่งงานเพราะช่วยปลดหนี้ให้ครอบครัว ทั้งที่ไม่รู้ว่าวันข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ไม่มีผู้หญิงคนไหนอยากแต่งงานหลายครั้งหรอก แต่เธอก็เลือกที่จะแต่ง” 

“ตกลงฉันมีเพื่อนเป็นนักบวชหรือไงวะเนี่ย” 

วราวุฒิพยายามอย่างที่สุดเพื่อให้อีกฝ่ายได้ยอมรับความจริง เพราะผู้หญิงที่แต่งงานด้วยก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร จะติดก็แต่ชยากรเท่านั้นที่ไม่ได้มีความรักให้กับหญิงสาวคนนั้น หรืออาจจะเพราะว่าเพื่อนสนิทกำลังหลงเสน่ห์นางเอกคนดังก็เป็นได้ ถึงได้ต่อต้านการแต่งงานในครั้งนี้ 

“ที่ฉันพูดก็เพราะอยากให้แกยอมรับความจริง อย่างน้อยแกก็น่าจะสงสารเธอบ้าง ไม่เคยได้ยินหรือไงโบราณเขาว่าเกลียดอะไรก็มักจะได้สิ่งนั้น” 

“ไม่มีทาง มันเป็นไปไม่ได้ที่ฉันจะรักบัวบงกช” ชยากรสวนขึ้นทันควัน 

“ฉันจะคอยดูก็แล้วกัน สวย ๆ อย่างคุณบัวบงกช ผู้ชายต่างก็มองเธอตาเป็นมัน เพียงแต่เธอก็ไม่เคยเหลียวมองแม้แต่คนเดียว แต่เธอก็เลือกที่จะแต่งงานกับแก” วราวุฒิปรายตามองเพื่อนสนิทอย่างลองเชิง แม้จะไม่เคยเห็นหน้าแต่เท่าที่ลูกน้องไปสืบประวัติและพูดให้ฟัง เพียงแค่นั้นเขาก็รู้แล้วว่าเธอคงสวยไม่น้อย 

“เท่าที่ฉันรู้ แม่นั่นเป็นผู้หญิงของไอ้วิศรุต” 

“แกว่าอะไรนะ!” วราวุฒิร้องเสียงดัง 

“ทีนี้เข้าใจฉันแล้วใช่ไหม ว่าทำไมฉันถึงได้เกลียดแม่นั่นนัก หากบัวบงกชไม่ได้เป็นผู้หญิงของวิศรุต ฉันพอรับได้โดยที่ไม่ถึงกับรังเกียจอะไร บอกตามตรงฉันไม่อยากกินของเหลือเดนของไอ้หมอนั่นว่ะ” 

วราวุฒิโบกมือให้เพื่อนทันที “มันอาจจะไม่ขนาดนั้นหรอก อย่าเพิ่งไปคิดเลยเถิดขนาดเลย” 

“เสือผู้หญิงอย่างไอ้วิศรุต แกคิดว่าแม่นั่นจะรอดเงื่อมมือหรือ” 

“อย่าเพิ่งคิดอะไรในตอนนี้ให้ปวดหัวเลย ตอนนี้แกควรจะเตรียมตัวเป็นเจ้าบ่าวได้แล้ว อย่าลืมสิว่าพ่อแกไม่ค่อยสบายอย่าทำให้ท่านคิดมากเลย อีกอย่างท่านก็แก่แล้วคงอยากมีหลานละมั้ง” 

ไม่รู้เพราะอะไร ทำให้วราวุฒิเชื่อว่าบัวบงกชไม่ได้เป็นผู้หญิงเลวร้ายอย่างที่เพื่อนสนิทกล่าวหา แม้ว่าจะยังไม่เคยเห็นหน้าเธอมาก่อน แต่เพราะมีลางสังหรณ์บางอย่างทำให้เขาเชื่อว่าเธอเป็นคนดี ไม่อย่างนั้นบิดาของชยากรคงไม่ยอมให้ลูกชายแต่งงานด้วย และยอมจ่ายเงินค่าสินสอดเพื่อล้างหนี้ให้กับครอบครัวเธอ 

“มันเป็นข้ออ้างของพ่อฉันมากกว่า เพราะท่านกันท่าไม่อยากให้ฉันคบกับมีนตรา เลยหาเรื่องให้ฉันแต่งงานกับแม่นั่น แล้วอ้างโน่นอ้างนี่ ถ้าฉันไม่แต่งพ่อฉันจะยกสมบัติทุกอย่างให้กับเธอ” 

“ที่พ่อแกทำแบบนั้น บางทีท่านอาจจะมีเหตุผลบางอย่างโดยที่ท่านไม่บอกก็ได้” 

แม้บิดาจะไม่ปริปากถึงเหตุผลที่ให้เขาแต่งงาน ซึ่งเป็นคำถามที่ติดค้างอยู่ในใจตลอดมา เขาเชื่อว่าท่านต้องมีเหตุผลสำคัญบางอย่าง ไม่อย่างนั้นคงไม่ทำแบบนี้แน่ ๆ  

“ช่างเถอะ แต่งได้ก็หย่าได้ ผู้ชายไม่ได้เสียหายอะไร ส่วนแม่นั่นค่าตัวก็คุ้มแสนคุ้ม คงไม่ต้องแคร์อะไรแล้วมั้ง” 

วราวุฒิกำลังจะพูด ชยากรก็โบกมือปรามทันที “เลิกพูดถึงแม่นั่นเสียที ทำไมแกจะต้องเข้าข้างเธอด้วย” 

แม้เพื่อนสนิทจะพยายามพูดให้เขาเห็นใจ กลับเพิ่มความเกลียดชังให้เกลียดบัวบงกชมากขึ้นเท่านั้น คุยกันได้ไม่เท่าไหร่ก็ทะเลาะกันทั้งที่เพิ่งจะมีโอกาสได้ทักทายกัน 

“เฮ้ย!” วราวุฒิร้องเสียงสูง “ไอ้กรนั่นแกจะกลับหรือวะ” 

ชยากรไม่สนใจเสียงร้องทักของเพื่อนสนิทและรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว เมื่อคนรอบข้างต่างก็เข้าข้างผู้หญิงคนนั้น และยังพูดในทำนองที่ว่าเธอไม่ได้เลวร้ายอะไร แต่เขามองไม่ผิดว่าเธอไม่เป็นอย่างที่คนอื่นคิด 

บัวบงกชมีดีอะไรนักหนา ทำไมใคร ๆ ต่างก็พากันเห็นใจ มองเธอดีไปเสียทุกอย่าง หากไม่ติดว่าผู้เป็นบิดาจะยกสมบัติทุกอย่างที่เป็นของวัฒนาวีรกุลให้เธอแล้วละก็ หัวเด็ดตีนขาดเขาก็ไม่วันแต่งงานกับผู้หญิงหน้าเงินคนนั้นแน่  

“ว่าง ๆ จะเอาการ์ดแต่งงานมาให้แล้วกัน” 

ชยากรตะโกนกลับมาโดยไม่ได้เหลียวหลังกลับมามองอีกเลย 

“ไอ้กรเอ๊ย แบบนี้มันจะไปรอดไหมวะ” 

วราวุฒิได้แต่ส่ายหน้าไปมา หากปล่อยไว้แบบนี้มันอาจจะเป็นปัญหาบานปลายเสียแล้ว เมื่อชยากรยังไม่เปิดใจยอมรับกับความจริง หากปล่อยไว้นานมันอาจจะยากเกินเยียวยา อยู่กันไปก็มีแต่จะทะเลาะกันขาดความสุขเสียเปล่า 

 

++มีผู้หญิงสวย ๆ มาอยู่ตรงหน้า แต่ว่าเฮียกรก็ยังคิดถึงว่าที่เจ้าสาว........ฝากติดตามด้วยนะคะ ++ 

ความคิดเห็น