Gardy

นิยายเรื่องนี้เป็นภาคต่อจาก Love Mafia ทาสรัก (คาร์ลพระจันทร์) เป็นคู่ของ จีซัสxพระพาย ค่ะ

Kill Mafia ครั้งที่ 52

ชื่อตอน : Kill Mafia ครั้งที่ 52

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.2k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ต.ค. 2562 01:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Kill Mafia ครั้งที่ 52
แบบอักษร

KILL MAFIA ครั้งที่ 52 

 

PATRICK PART 

“จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดูยังไงก็เป็นฝีมือของพวกใต้ดินไม่ผิดแน่ พื้นที่ตรงนี้เองก็เกิดคดีอยู่บ่อยครั้งจนชาวบ้านเห็นเรื่องปกติ”  

“แล้วตำรวจพื้นที่มัวทำอะไร เกิดคดีบ่อยขนาดนี้แต่ไม่มีระบบป้องกันให้เห็น”  

“เป็นไปได้หรือเปล่าว่าตำรวจที่ดูแลพื้นที่นี้จะติดสินบนพวกใต้ดิน”  

“อืม…คุณคิดว่ายังไงผู้กอง”  

“…”  

“ผู้กองครับ”  

“…”  

หมับ!  

“ผู้กอง!”  

“อ่า! ขอโทษทีพวกคุณว่าอะไรนะ” ผมสะดุ้งขึ้นนิดๆ เมื่อได้ยินคนในห้องเรียกชื่อตัวเอง ดวงตาคู่คมกวาดมองลูกน้องในทีมหลังหลุดจากภวังค์ความคิดก่อนจะไล่สายตากลับมามองแขนตัวเองที่ถูกยีนส์จับเรียกสติไว้ด้วยสีหน้าเป็นห่วง 

“ผู้กองไม่สบายหรือเปล่าครับ ตั้งแต่กลับมาสีหน้าดูไม่ดีเลย” ยีนส์ถามอย่างเป็นกังวล ใบหน้าเล็กจ้องมองด้วยความเป็นห่วงจนผมต้องยกมือกุมหลังมืออีกฝ่ายไว้เบาๆ  

“ผมสบายดี ขอโทษด้วยที่เหม่อไปหน่อย เมื่อกี้พวกคุณถามอะไรผมหรือเปล่า” ผมยิ้มตอบก่อนจะยกมืออีกฝ่ายออกจากแขนตัวเองแล้วลุกขึ้นยืนจ้องหน้าจอที่กำลังฉายภาพผู้ประกาศชายหญิงกำลังรายงานข่าวฆาตกรรมอยู่ในจอแอลซีดีขนาดใหญ่ 

“อ่า! พวกผมถามผู้กองว่าเหตุการณ์ในข่าวที่เกิดขึ้นกับสถานที่ซ้ำๆ เป็นไปได้หรือเปล่าที่ตำรวจพื้นที่จะรับสินบนจากพวกใต้ดินที่ฆ่าคนเสียเอง” ผู้หมวดซึ่งเป็นคนในทีมของผมพูดซ้ำขึ้นอีกครั้งก่อนจะกากระเบื้องรินของเหลวสีดำลงในถ้วย 

“ถ้าพวกตำรวจที่ว่านั่นไม่คิดจะยุ่งกับคดีก็คงเป็นแบบนั้นนั่นแหละ ที่ประเทศนี้เองก็มีเยอะแยะไปไม่ใช่เหรอ” ผมตอบกลับด้วยสีหน้าเรียบนิ่งอดคิดไม่ได้เหมือนกันว่าทีมตัวเองในตอนนี้ก็ไม่ได้ต่างจากตำรวจที่กำลังพูดถึงอยู่สักเท่าไร 

“แบบนี้แย่เลยนะครับ พวกชาวบ้านแถวนั้นคงเดือดร้อนน่าดู”  

“ถึงจะทำอะไรกับคดีที่เกิดขึ้นไปแล้วไม่ได้ แต่เราก็มีคดีที่ต้องจัดการอยู่นะครับเริ่มวางแผนหาเบาะแสแล้วปิดคดีให้เร็วที่สุดกันเถอะครับ” คำพูดที่ดังขึ้นของยีนส์ทำให้ทุกคนกลับมาตั้งใจทำงานกันอีกครั้ง ผมก้มหน้าลงคิดเรื่องอะไรบางอย่างก่อนที่แก้วกาแฟจะถูกยื่นมาให้ตรงหน้าพร้อมกับรอยยิ้มของเด็กหนุ่มที่ส่งมาให้ 

“ขอบคุณ” ผมรับแก้วกาแฟมาถือไว้ กลิ่นหอมของเอสเปรสโซลอยอบอวลเข้าจมูกช่วยรู้สึกผ่อนคลายขึ้นมา 

“ผู้กองดูเครียดๆ นะครับ เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า” คำถามจากคนตรงหน้าทำให้ผมชะงักไปนิด ตั้งแต่ที่เริ่มแอบสะกดรอยตามหยวน หยางเกอผมก็ไม่ได้ติดต่อกับลูกทีมตัวเองอีกเลย ยอมรับว่าผมปล่อยปละละเลยงานที่ได้รับมอบหมายแต่นั่นก็ทำให้ผมรู้ว่าในทีมที่ผมดูแลมีหนอนเน่าแฝงตัวอยู่ 

“ตั้งแต่คุณกลับมาเมื่อเช้าก็เอาแต่เหม่อลอยไม่เหมือนคุณคนเดิม ทุกคนเขาเป็นห่วงนะครับ” ยีนส์พูดขึ้นด้วยสีหน้าเป็นกังวล เด็กหนุ่มประสานมือตัวเองจับกันเอาไว้แน่นจนผมต้องถอนหายใจออกมา ทำให้ทุกคนเป็นห่วงซะแล้วสิ 

“ไม่มีอะไรหรอกยีนส์ ผมแค่รู้สึกเหนื่อยนิดหน่อย อย่าคิดมากเลยนะ”  

“…”  

เมื่อไม่ได้รับคำตอบจากเด็กหนุ่ม ผมก็ไม่คิดจะพูดอะไรต่อ บางทีการเก็บเรื่องที่ผมสงสัยไว้เป็นความลับมันคงจะดีกว่าให้คนในทีมรู้และระแวงกันเอง อย่างน้อยก็เป็นการทำให้หนอนเน่าที่แฝงตัวมันตายใจ น่าเสียดายที่ในตอนนี้ผมไม่มีแม้แต่หลักฐานที่จับมันเข้าตารางได้เลย 

“ยีนส์”  

“ครับ?”  

“ตั้งแต่ผมไม่อยู่หยวน หยางเกอได้กลับมาบ้างหรือเปล่า” ผมกดเสียงถามอีกฝ่ายให้ได้กันเพียงแค่สองคน ตั้งแต่วันที่ผมโดนมอมยาก็ไม่เห็นมันอีกเลย คิดแล้วยังเจ็บใจไม่หายทำไมผมถึงติดกับมันได้ง่ายขนาดนั้น 

“ผมไม่เห็นเขาเลยนะครับ ครั้งสุดท้ายก็ก่อนที่ผู้กองจะหายไปสืบคดีคนเดียวแล้วก็ขาดการติดต่อทั้งคู่เลย พวกผู้หมวดเองก็เป็นห่วงเหมือนกัน”  

“อืม! ถ้าเขาติดต่อมาให้แจ้งผมทันทีเข้าใจนะ” ผมพยักหน้ารับพูดตอบอีกฝ่ายด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง หลังจากเกิดเรื่องเมื่อคืนตอนเช้ามาผมก็ไม่เห็นตัวมันแล้ว บาร์เทนเดอร์ที่หลอกมอมยาผมก็หายไปราวกับไม่เคยมีคนๆ นี้ทำงานอยู่ในผับนอกกฎหมายนั่น 

ผมติดกับมันเต็มๆ  

“ชิท!”  

“ผู้กอง”  

“ขอโทษที! ผมขออยู่คนเดียวสักพัก” ผมพูดก่อนจะก้าวเท้าเดินออกจากที่พักแล้วเปิดประตูรถของตัวเองก้มตัวเข้าไปนั่งพลางเอนตัวพิงกับเบาะราวกับต้องการคิดเรื่องอะไรบางอย่าง เรื่องน่าปวดหัวที่มีชีวิตคนในทีมเป็นเดิมพัน 

ตั้งแต่ได้รับมอบหมายให้มาดูแลคดีพ่อค้าทาส หลายต่อหลายครั้งที่ตามสืบจนถึงที่เกิดเหตุแต่กลับมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันทำให้การปฏิบัติงานไม่เป็นไปตามแผน มันทำให้ผมเผลอคิดว่าอาจจะมีหนอนบ่อนไส้อยู่ในทีมของตำรวจ ถึงจะเป็นแค่การคาดเดาแต่ผมไม่เคยคิดว่าในทีมของตัวเองจะมีไส้อยู่จริงๆ  

หยวน หยางเกอ 

ผู้ชายคนนี้น่าสงสัย นายตำรวจสากลที่อยู่ๆ ก็ย้ายเข้ามา ประวัติการทำงานไม่ได้ยืดยาวแถมยังเป็นคดีเล็กที่ดูยังไงก็ไม่ควรถูกเลือกเข้ามาอยู่ในทีมที่ดูแลคดีใหญ่แบบนี้ ถึงเบื้องบนจะเป็นคนส่งมันมาแต่ก็ไว้ใจไม่ได้ นั่นเลยเป็นเหตุผลที่ทำให้ผมเลือกสะกดรอยตามตลอดหลายวันที่ผ่านมา  

จะด้วยเหตุผลอะไรก็ตามที่มันเข้ามาอยู่ในทีมของผม แต่หนอนก็คือหนอนถ้าเข้ามายุ่งวุ่นวายจนทำให้คนในคดีต้องมีอันตรายต่อให้ไม่มีหลักฐานผมก็จะจัดการมันด้วยมือตัวเองอยู่ดี ที่ยังไม่รู้แน่ชัดก็คือมันมีเป้าหมายอะไร?  

ก๊อก! ก๊อก!  

เสียงเคาะกระจกทำให้ผมหลุดออกจากความคิดของตัวเองอีกครั้ง ดวงตาคู่คมเหลือบมองไปที่ด้านข้างของตัวเองก่อนจะเอื้อมมือลดกระจกลงเมื่อเห็นว่าเป็นเด็กหนุ่มในทีมของตัวเอง 

“ยีนส์?”  

“ผมโทรหาผู้กองไม่ติด โชคดีนะครับที่คุณยังอยู่แถวนี้” คำพูดของเด็กหนุ่มทำให้ผมขมวดคิ้วเข้าหากันนิดหน่อย สองมือถูกยกขึ้นคลำไปตามกระเป๋าเสื้อผ้าของตัวเองก่อนจะสบถหยาบออกมาในลำคออย่างไม่สบอารมณ์ 

โทรศัพท์ผมหาย!  

“หยวน หยางเกอ” น้ำเสียงพึมพำดังขึ้นอย่างหงุดหงิดฝ่ามือหนากำเข้าหากันแน่นก่อนจะยกขึ้นทุบที่พวงมาลัยอย่างระบายอารมณ์ นอกจากมันแล้วยังจะมีใครเอาไปได้อีกในเมื่อตลอดคืนผมอยู่กับมัน 

“เอ่อ…ผู้กอง”  

“มีอะไร” ผมตวัดตามองเด็กหนุ่มที่เผยสีหน้าหวาดกลัวกับท่าทีของผมก่อนจะถอนหายใจเก็บอารมณ์ตัวเองหลับตาแล้วค่อยๆ มองคนด้านข้างอีกครั้ง 

“ขอโทษที่ทำให้ตกใจ”  

“ไม่เป็นไรครับ เอ่อ…ผู้กำกับเรียกรวมพลน่ะครับ”  

“ผู้กำกับเหรอ” คำพูดของยีนส์ทำให้ผมเผยสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาทันที ตั้งแต่ที่ย่างเท้าเข้ามาฮ่องกงผู้กำกับไม่เคยเข้ามายุ่งกับคดีเลยสักครั้ง มีแค่ผมที่รายงานกิจวัตรรวมถึงความคืบหน้าต่างๆ ผ่านทางเมล์ แบบนี้ต้องมีเรื่องอะไรแน่ 

“ครับ แต่ผมยังติดต่อคุณหยวนไม่ได้ ทำยังไงดีครับผู้กอง”  

“ไม่เป็นไรผมรับผิดชอบเอง” ผมพูดก่อนจะเปิดแล้วปิดประตูรถ สองเท้าก้าวเดินกลับเข้าไปยังที่พักอีกครั้ง ในหัวได้แต่คิดถึงเรื่องที่มีการรวมพลอย่างไม่รู้สาเหตุ ถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับคดีก็ดีไป อย่างน้อยก็ทำให้รู้ว่าพวกเบื้องบนไม่ได้ละเลยกับคดีที่พวกเราทำอยู่ตอนนี้ 

แอ๊ด!  

“ขอโทษที่ให้รอครับ” น้ำเสียงเรียบนิ่งของผมดังขึ้นทันทีที่เปิดประตูห้องเข้ามาพร้อมกับจอแอลซีดีที่กำลังฉายภาพวิดีโอคอลระยะไกล ผมก้มหัวลงนิดๆ ก่อนจะไล่สายตามองคนในจอที่แสดงสีหน้าเคร่งเครียดมาให้คนในห้อง 

“คุณคงมีเรื่องสำคัญถึงได้เรียกพวกเราทุกคนในเวลาแบบนี้ จะว่าอะไรไหมครับถ้าผมขอให้รีบเข้าเรื่องให้เร็วที่สุด” ผมพูดขึ้นอย่างไม่คิดไว้หน้า การรวมพลสำคัญก็จริงแต่การหาวิธีจัดการคดีสำคัญยิ่งกว่า อีกอย่างในทีมตำรวจที่มีศัตรูแฝงตัวอยู่แบบนี้การปิดคดีให้เร็วที่สุดนั่นแหละถึงจะดี 

“ใจเย็นก่อนผู้กองแพทริค ผมกับคุณไม่ได้พูดคุยกันนานเท่าไรแล้วนะ”  

“…”  

“เฮ้อ! เอาเถอะ ว่าแต่สมาชิกในทีมคุณหายไปไหนหรือเปล่า ผมรู้สึกเหมือนจะหายไปคนหนึ่ง”  

“ไว้ผมจะรับผิดชอบตรงนี้เองรีบเข้าเรื่องเถอะครับ” คำพูดเรียบนิ่งของผมทำให้คนในห้องมองหน้ากันอย่างนึกสงสัยเพราะปกติคนที่เคร่งเรื่องจำนวนสมาชิกในทีมอย่างผมไม่เคยพูดราวกับไม่ใส่ใจลูกน้องตัวเองออกมา 

“เอ่อ… ผมว่ารีบเข้าเรื่องก็ดีเหมือนกันนะครับ” ยีนส์พูดขึ้นผ่านรอยยิ้มบางบนหน้า เด็กหนุ่มคงรู้สึกได้ถึงบรรยากาศบางอย่างถึงได้พูดแทรกขึ้นมาแบบนี้ 

“ช่วยไม่ได้สินะ… งั้นมาเข้าเรื่องกันเถอะ”  

“…”  

“ผมได้รายงานจากยีนส์เรียบร้อยแล้วนะถึงเรื่องที่พวกคุณบุกเข้าไปในงานเลี้ยงของแก๊งมาเฟียแบบนั้น ถึงจะน่าเสียดายที่ไม่ได้ข้อมูลอะไรกลับมาแต่ก็ถือว่าโชคดีที่ปลอดภัยกลับมาทุกคน”  

คำพูดของผู้กำกับทำให้ผมกำมือเข้าหากันแน่น ในงานเลี้ยงแก๊งซือหลิวทั้งที่เกิดเรื่องขึ้นมากมายแต่ผมกลับทำอะไรไม่ได้ ทั้งที่เด็กในคดีอยู่ตรงหน้าแล้วแท้ๆ ผมกลับปล่อยเขาไปทั้งอย่างนั้น 

“ถึงภารกิจที่ผ่านมาจะไม่สำเร็จแต่ก็ใช่ว่าพระเจ้าจะไม่เข้าข้างเราเสมอไป” น้ำเสียงที่เปลี่ยนไปของคนในจอทำให้ผมได้สติกลับมาอีกครั้ง เมื่อชายวัยห้าสิบกำลังชูฮาร์ดดิสก์ให้พวกเราได้ดูราวกับเป็นสิ่งสำคัญในคดี 

“รายละเอียดการประมูลทาสครั้งต่อไปของพวกมันอยู่ในนี้ ผมจะส่งไฟล์ให้พวกคุณหลังจบการประชุม”  

“คุณได้ข้อมูลนั่นมาได้ยังไงครับผู้กำกับ” ผมขมวดคิ้วพูดถามขึ้นเสียงเรียบ จริงอยู่ที่กรมตำรวจสามารถหาข้อมูลพวกนี้ได้ไม่ยาก แต่ข้อมูลลับที่เปิดเผยเฉพาะพวกใต้ดินหรือมาเฟียแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่ตำรวจจะรู้เรื่องนี้ก่อนวันประมูล 

“ไม่มีอะไรที่ผมทำไม่ได้หรอกนะผู้กอง เอาเป็นว่าพวกคุณต้องรีบวางแผนเผื่อจับกุมพวกพ่อค้าทาสและช่วยเหยื่อออกมาอย่างปลอดภัยให้มากที่สุด”  

“…”  

“สำหรับจำนวนคนที่จะช่วยในภารกิจครั้งนี้ผมจะส่งไปตามสมทบทีหลังเข้าใจนะ”  

“ครับ!”  

“ดี! ถ้าอย่างนั้นแยกย้ายกันเท่านี้ อ่อ! ผู้กองแพทผมกับคุณมีเรื่องต้องคุยกันส่วนตัว คงไม่รบกวนเวลาของคุณหรอกใช่ไหม” คำพูดของผู้กำกับทำให้ผมเหลือบสายตามองจอแอลซีดีตรงหน้าทันที ผมยังไม่หายสงสัยหรอกนะเรื่องที่เขาได้ข้อมูลการค้าทาสครั้งต่อไปมาไว้ในมือน่ะ 

“ทราบแล้วครับ” ตอบรับกลับไปก่อนจะหันมามองลูกทีมตัวเองที่ทยอยเดินออกจากห้องอย่างรู้หน้าที่ ยีนส์หันหลังกลับมามองด้วยสีหน้าเป็นกังวลนิดหน่อยจนผมต้องยกยิ้มบางกลับไปให้เป็นการบอกว่า ‘ไม่ต้องเป็นห่วง’ จนกระทั่งประตูห้องปิดสนิทผมถึงหันกลับมาที่หน้าจออีกครั้ง  

“คุณมีอะไรจะพูดกับผมเหรอครับ” น้ำเสียงจริงจังดังขึ้นผิดบรรยากาศเมื่อครู่ ถ้าการที่อีกฝ่ายเรียกผมคุยส่วนตัวแสดงว่ามีเรื่องอะไรบางอย่างที่ต้องปิดเป็นความลับไม่ให้ใครรับรู้ 

“รู้สึกว่าตั้งแต่จบภารกิจลักลอบเข้างานเลี้ยงมาเฟียคุณดูไม่กระตือรือร้นเลยนะ”  

“หมายความว่ายังไงครับ” ผมกดเสียงถามพยายามระงับความรู้สึกไม่สบอารมณ์ 

“ถึงคดีพ่อค้าทาสจะเป็นหน้าที่ของคุณที่ดูแลคดี แต่ผมก็ตามดูพวกคุณอยู่ตลอดในฐานะหัวหน้างาน ผมเรียกคุยกับคุณส่วนตัวเพราะอยากทราบเหตุผลที่ช่วงนี้คุณไม่ค่อยสนใจคดีแล้วแอบหายไปทำอะไรคนเดียวสักหน่อยครับผู้กอง”  

“…”  

“หวังว่าผมจะได้รับคำตอบที่น่าพึงพอใจนะครับ” ราวกับความกดดันทั้งหมดถูกส่งมาที่ผมโดยเฉพาะ ดูเหมือนพวกเบื้องบนจะไม่ปล่อยให้เขาทำอะไรตามอำเภอใจจริงๆ สินะ เพิ่งรู้ตัวว่าถูกจับตามองตลอดตั้งแต่รับทำภารกิจนี้ 

“หึ! คุณกำลังสงสัยผมงั้นเหรอผู้กำกับ”  

“ขอแค่คุณให้คำตอบที่น่าฟังกับผม บอกตามตรงเพราะคุณทำงานให้ผมมานานนิสัยที่จะปล่อยคดีไว้นิ่งๆ แบบนี้ดูไม่สมเป็นผู้กองแพทริคที่ผมรู้จักเลยครับ”  

“ผมแค่ตามสืบอะไรนิดหน่อย ช่วยทำเป็นไม่รู้ไม่เป็นในเรื่องนี้ด้วยเถอะครับ”  

“เฮ้อ! คุณไม่ควรมีความลับกับผมนะผู้กอง แบบนี้พอเกิดอะไรขึ้นผมคงช่วยเหลือคุณไม่ได้”  

“คุณแค่ทำเป็นไม่รู้เรื่องก็พอครับ ผมจะจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง” ผมพูดบอกด้วยสีหน้าเคร่งเครียด พอลองย้อนถึงวันที่บุกเข้างานเลี้ยงแก๊งซือหลิวแล้วผมก็นึกอะไรขึ้นมาได้ เรื่องที่หยวน หยางเกอมีเพื่อนเป็นพนักงานในงานเลี้ยงของมาเฟีย 

“แล้วเรื่องที่คุณสืบคืออะไรงั้นเหรอ” ผู้กำกับถามขึ้นด้วยท่าทีสบายผิดกับก่อนหน้านี้ที่แสร้งทำขรึมด้วยตำแหน่ง ผมถอนหายใจออกมานิดหน่อยก่อนจะยอมบอกเรื่องสงสัยออกไป 

“ผมสงสัยว่าในทีมของผมมีหนอนบ่อนไส้”  

“หื้ม?”  

“คุณเป็นคนส่งหยวน หยางเกอเข้ามาทีมผมสินะ ขอทราบเหตุผลหน่อยได้หรือเปล่าครับ ทำไมถึงส่งตำรวจสากลที่แทบไม่เคยจับคดีใหญ่เข้ามาดูแลคดีนี้ด้วย” ผมถามขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ดวงตาทั้งสองข้างจ้องมองคนในจอราวกับต้องการจับผิด หากแต่ชายวัยห้าสิบกลับทำเพียงยกยิ้มส่งกลับมาเท่านั้น 

“ขอโทษด้วยนะผู้กอง แต่เรื่องนี้ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกัน”  

“หมายความว่ายังไงครับ” ผมขมวดคิ้วถามกลับด้วยความสงสัย 

“อืม…พวกประวัติก็ตามที่เห็น ผมก็ไม่อยากส่งเขาไปในทีมคุณหรอกนะแต่ฝ่ายเบื้องบนกำชับมานี่สิ”  

“…”  

“เขาบอกว่ายังไงก็ต้องให้หยวน หยางเกอเข้าไปในทีมที่ดูแลคดีพ่อค้าทาสให้ได้ คุณสงสัยว่าเขาเป็นหนอนงั้นเหรอผู้กอง” ผู้กำกับเลิกคิ้วถามท่าทีไม่ทุกข์ร้อนนั่นทำให้ผมนึกไม่ชอบใจขึ้นมานิดๆ  

“ผมยังตอบอะไรไม่ได้ครับ” ผมตอบกลับไปก่อนจะนึกสงสัยในสิ่งที่อีกฝ่ายพูดขึ้นมา เบื้องบนกำชับให้ส่งมันมางั้นเหรอ มันหมายความว่ายังไง?  

ก๊อก! ก๊อก!  

แอ๊ด!  

“ขอโทษที่มาสายนะครับผู้กอง” น้ำเสียงยียวนที่ดังขึ้นพร้อมกับผู้ชายร่างสูงที่เปิดประตูเข้ามาทำให้ผมชะงักไปทันที ใบหน้าคมหันไปตามเสียงที่ได้ยินก่อนที่ร่างกายจะยืนนิ่งค้างจนรู้สึกควบคุมไม่ได้ ทำไมมันถึงมาที่นี่ในเวลานี้ 

“อ่า! ไม่ได้เจอกันนานนะครับคุณหยวน หยางเกอ”  

“ได้ยินว่าผู้กำกับเรียกรวมพล ขอโทษทีนะครับที่ผมเพิ่งมาเอาตอนนี้” หยวน หยางเกอพูดขึ้นอย่างไม่ทุกข์ร้อน ใบหน้าหล่อคมจ้องมองไปที่จอแอลซีดีตรงหน้าอย่างปกติ มีเพียงผมที่ได้แต่ก้มหน้ากำฝ่ามือเข้าหากันแน่นอย่างไม่รู้ตัวเท่านั้น 

“ไม่เป็นไร รายละเอียดเกี่ยวกับคดีคุณค่อยไปฟังจากคนในทีมของคุณแล้วกัน แล้วก็นะผู้กอง”  

“…”  

“เรื่องที่เราคุยกันก่อนหน้านี้หวังว่าคุณจะหาคำตอบมาให้ผมได้นะ แล้วก็ถ้าคุณยังไม่กระตือรือร้นต่อคดีแบบนี้อีกผมคงต้องสั่งพักงานคุณไว้ก่อน”  

“ทราบแล้วครับ” ผมตอบรับเสียงนิ่งพยายามบังคับร่างกายตัวเองไม่ให้แข็งทื่อจนผิดสังเกต ก่อนที่จอแอลซีดีตรงหน้าจะถูกตัดไปจากปลายทางที่ใช้ติดต่อเข้ามา 

“แหม! แบบนี้ก็แย่สิผู้กอง พวกคุณคุยอะไรกันผมชักอยากรู้แล้วสิ” น้ำเสียงกวนประสาทของหยวน หยางเกอทำให้ผมกัดฟันเข้าหากันแน่น ใบหน้าคมแสดงออกอย่างชัดเจนถึงความไม่สบอารมณ์ ก่อนจะค่อยๆ หันหน้ามาเผชิญกับอีกฝ่ายด้วยความครุกรุ่นที่เกิดขึ้น 

“เอามา”  

“คุณพูดอะไรนะครับผู้กอง” รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่แสดงออกบนใบหน้าของอีกฝ่ายทำให้ผมกำมือแน่นเข้าไปอีก ดวงตาคู่คมตวัดมองคนตรงหน้าแข็งกร้าวก่อนจะผ่อนลมหายใจแล้วยื่นมือไปตรงหน้าอีกฝ่ายด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง 

“คืนโทรศัพท์ฉันมา”  

“อ่า! หยวนเกอก็นึกว่าเรื่องอะไรซะอีก นี่คือท่าทีขอโทรศัพท์คืนงั้นเหรอครับผู้กอง” คำพูดกับสีหน้าหยอกเล่นของคนตรงหน้าแทบทำให้ผมคุมอารมณ์โมโหของตัวเองไม่อยู่ เพราะมันเจ้าเล่ห์เหมือนหมาจิ้งจอกแบบนี้ผมถึงได้เกลียดมันเข้าไส้ 

“ถ้าไม่คืนก็เรื่องของแก” ผมตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจก่อนจะตัดสินใจเดินผ่านมันเพื่อออกจากห้องแล้วรีบจัดการเรื่องคดีตามที่ได้รับมอบหมาย ถ้าข้อมูลที่ผู้กำกับได้มาเป็นของจริงต้องรีบเตรียมแผนบุกจับพวกพ่อค้าทาสทั้งหมด 

หมับ!  

“จะรีบไปไหนล่ะครับผู้กอง” น้ำเสียงกระซิบทุ้มเข้มดังขึ้นที่หลังใบหูพร้อมกับฝ่ามือหยาบที่เอื้อมจับต้นแขนไว้แน่นทำให้ผมหยุดชะงักขาที่กำลังก้าวเดินต่อก่อนจะสะบัดแขนที่ถูกอีกฝ่ายรั้งจับไว้อย่างแรงแล้วเหลือบหางตามองหนอนเน่าตรงหน้าด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง 

“มีธุระอะไร”  

“หึ! ผมแค่จะคืนโทรศัพท์ให้เท่านั้นเอง อย่าเพิ่งโมโหเกอเกอคนนี้นักสิ” หยวน หยางเกอพูดพร้อมกับยื่นโทรศัพท์มือถือของผมมาให้ ผมก้มลงมองเครื่องมือสื่อสารของตัวเองนิดหน่อยก่อนจะเงยหน้ามองอีกฝ่ายอย่างนึกสงสัย 

“รับไปสิครับ ผมไม่ได้ทำอะไรกับมือถือคุณหรอก แค่ปิดเครื่องไว้เพราะเสียงมันน่ารำคาญนิดหน่อย”  

“เพิ่งรู้ว่าตำรวจอย่างแกก็ขโมยของคนอื่นเป็น” น้ำเสียงไม่พอใจของผมดังขึ้นก่อนจะยื่นมือคว้าโทรศัพท์ของตัวเองมาถือไว้แน่น ดวงตาคู่คมตวัดมองคนที่ยังปั้นหน้ายิ้มระรื่นด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์ก่อนจะหันหลังเตรียมเดินออกไปจากห้องอีกครั้ง 

“ไม่คิดจะขอบคุณกันเลยเหรอครับ ทำแบบนี้ไม่น่ารักเลยนะ”  

“…”  

“หรือต้องให้หยวนเกอทวนความจำสอนเรื่องนี้กับคุณอีกครั้งดีผู้กอง เมื่อคืนนี้สุดยอดไปเลยคุณว่าไหม” ประโยคพูดยียวนที่ฟังดูจงใจปั่นประสาทผมทำให้ฝ่ามือที่ถือโทรศัพท์ไว้เริ่มกำเข้าหากันแน่น ฟันซี่คมขบกัดอย่างระงับอารมณ์ก่อนที่เปลือกตาทั้งสองข้างจะค่อยๆ พับปิดแล้วลืมขึ้นราวกับไม่ทุกข์ร้อนอะไรกับคำพูดของอีกฝ่าย 

“ขอบคุณ” ผมพูดขึ้นเสียงเรียบก่อนจะเดินออกจากห้องไปทิ้งไว้เพียงน้ำเสียงพึมพำที่ดังออกมาให้ได้ยินเพียงเท่านั้น 

“เฮ้อ! แบบนี้ไม่สนุกเลยแหะ”  

.. 

.. 

ผมกลับเข้ามาในห้องที่ทำงานอีกครั้ง ดวงตาคู่คมจ้องมองผู้หมวดในทีมตัวเองที่กำลังแปลงไฟล์ข้อมูลสำคัญจากผู้กำกับพลางกวาดสายตาอ่านอย่างถี่ถ้วนถึงสถานที่ที่พวกมันคิดจะจัดงานประมูลทาสครั้งต่อไป 

“เดือนหน้า”  

“เวลาน้อยอยู่นะครับ” ยีนส์พูดขึ้นด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เจ้าตัวก้มลงมองหน้จอคอมพิวเตอร์ก่อนจะหยิบปากกาขึ้นมาจกรายละเอียดลงในกระดาษ 

“เราไม่รู้ว่างานนี้จะมีแก๊งมาเฟียเข้าร่วมอีกเท่าไร คงต้องหาวิธีเลี่ยงพวกมันไม่อย่างนั้นเราจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบเสียเอง” ผมพูดต่อก่อนจะขมวดคิ้วคิดหาแผนการที่เหมาะสมในการจัดการพวกมัน 

“ยังมีเด็กที่ตกเป็นเหยื่อในครั้งนี้ด้วยสินะครับ ถึงจะขอกำลังเสริมไปแต่สถานที่กับเวลาแค่นี้…” คำพูดของผู้หมวดค่อนข้างมีเหตุผล จากรายละเอียดที่ผู้กำกับส่งมาค่อนข้างจัดการยากอยู่เหมือนกัน ไม่แน่ว่าแผนอาจจะไม่สำเร็จ 

“เราจะมุ่งเป้าไปที่การช่วยเหลือกับการจับกุมพ่อค้าทาสทั้งหมด ไม่เกี่ยงว่าจับเป็นหรือตาย แต่จะไม่เข้าไปยุ่งกับพวกมาเฟียอย่างเด็ดขาดเข้าใจไหม”  

“ครับ”  

“สำหรับเด็กที่ถูกจับเป็นเหยื่อผมพอจะมีวิธีส่งคนลักลอบเข้าไปดูแลพวกเขา ถึงจะรับประกันชีวิตเหยื่อในคดีไม่ได้แต่ก็ยังดีกว่าไม่อะไรล่ะนะ” ผมพูดบอกก่อนจะนึกถึงเด็กในความดูแลของตัวเอง ถ้าต้นน้ำปลีกตัวออกมาจากภารกิจในครังนี้ได้เขาคงต้องขอให้ช่วยทำหน้าที่นี้อีกครั้ง ผมคิดก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดเพื่อใช้ติดต่อกับคนของตัวเองตามแผนที่วางไว้ 

“ส่วนสถานที่ที่จัดบนเรือสำราญประเทศไทยผมจะขอให้ผู้กำกับทำเรื่องขอความร่วมกับตำรวจประเทศนั้นเองครับ”  

“อืม! ผมฝากคุณด้วยยีนส์” ผมตอบรับก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองหยวน หยางเกอที่เอาแต่จ้องมาที่ผมนิ่งตั้งแต่เมื่อครู่ด้วยแววตาปกติ ถ้าเป็นคนอื่นคงเกิดความรู้สึกอะไรสักอย่างไปแล้ว แต่กับผมไม่ใช่ถึงจะเจ็บใจเรื่องเมื่อคืนแต่หน้าที่ต้องมาก่อนเสมอ เรื่องที่ผมสงสัยว่ามันเป็นหนอนบ่อนไส้ก็เช่นกัน 

“หยวน หยางเกอคุณรอประสาทงานกับผมเตรียมพร้อมทุกสถานการณ์”  

“หึ! ตามที่คุณพูดเลยผู้กอง” อีกฝ่ายแค่นยิ้มขึ้นนิดหน่อยก่อนจะก้าวขาเดินไปนั่งที่โซฟากลางห้องเหยียดขากับโต๊ะแล้วพับเปลือกตาราวกับต้องการพักผ่อนไม่ต้องการสนใจเรื่องที่เกิดขึ้น 

“แผนการบุกค่อยว่ากันอีกที ผู้หมวดคุณจัดการเรื่องไฟล์ข้อมูลเก็บเป็นความลับให้มากที่สุด”  

“ทราบแล้วครับ”  

“อืม! ผมขอฝากด้วย” ผมว่าก่อนจะก้มลงมองโทรศัพท์เพื่อจัดการติดต่อกับต้นน้ำให้ดำเนินแผนการ หากแต่หน้าจอโทรศัพท์ที่ขึ้นแจ้งเตือนถึงเบอร์แปลกที่โทรเข้ากับข้อความที่ถูกส่งมาทำให้ผมต้องขมวดคิ้วเข้ากันนิดๆ หรือจะเป็นข้อความด่วนจากต้นน้ำที่กำลังทำภารกิจ คงไม่มีเรื่องร้ายแรงเกิดขึ้นหรอกนะ 

“เฮ้อ! คงไม่ใช่หรอกมั้ง” ผมสบถพึมพำขึ้นก่อนจะตัดสินใจเปิดเข้าไปอ่านข้อความที่ถูกส่งมา ก่อนที่เรียวคิ้วจะขมวดเข้าหากันแน่น รู้สึกได้ถึงฝ่ามือที่ชื้นเหงื่อกับบรรยากาศวิตกกังวลรอบตัว  

เป็นข้อความด่วนจากเด็กหนุ่มในคดี 

ข้อความจาก ‘พระพาย’  

ตึง! 

“ชิท! ยกเลิกการจัดเตรียมทุกอย่าง ติดต่อผู้กำกับให้ส่งหน่วยสมทบมาให้มากที่สุด!”  

“กะ เกิดอะไรขึ้นครับผู้กอง!” ยีนส์ถามขึ้นด้วยน้ำเสียงตกใจ เด็กหนุ่มแสดงสีหน้าเคร่งเครียดออกมาก่อนจะวิ่งมาตรงหน้าผมอย่างตื่นตระหนก 

“รีบจัดการที่ผมสั่ง! รอช้ากว่านี้ไม่ได้แล้ว!”  

“หมายความว่ายังไงครับผู้กอง” ผู้หมวดถามขึ้นเมื่อยังไม่ได้รับความกระจ่างในคำพูดของผม 

“ไว้ผมจะอธิบายทีหลัง รีบทำตามที่ผมสั่ง!” ผมพูดย้ำขึ้นอีกครั้งด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ฝ่ามือหนากำไว้แน่นพร้อมกับหยาดเหงื่อที่เริ่มผุดซึมตามขมับ ไม่คิดว่าพระพายจะบ้าระห่ำได้ขนาดนี้ ทำอะไรฝืนตัวเอง แอบติดต่อหาผมแบบนี้มันเสี่ยงกับชีวิตมากเกินไป ถ้าไปช่วยไม่ทันเขาได้ตายแน่!  

“ผะ ผู้กอง”  

“เตรียมอาวุธไว้ให้พร้อม เราจะบุกเข้าแก๊งมาเฟีย!”  

“…”  

“ทำตามที่ผมสั่งเร็วเข้า!”  

!!!  

“ครับ!”  

 

………………………………………………………………………………. 

ขอโทษที่มาอัพช้าน๊าาา ดี้กำลังยุ่งกับการย้ายบ้านค่ะ ค่อนข้างวุ่นวายเลยทีเดียวค่ะ 

สำหรับชื่อตอนในนิยาย ดี้ขอเปลี่ยนแปลงนิดหนึ่งนะคะ จากตอนที่แล้วที่ตั้ง Part พระพายไป 

ขอเอาไปรวมเป็นตอนเดียวกับบทที่ 51 ทีเดียวเลยน๊า เนื่องจากบทต่อไปเป็น Part ของแพทริคพอดี 

ทำแบบนี้น่าจะตัดจบแต่ละตอนได้ง่ายกว่าค่ะ 

มาที่นิยายในตอนนี้กันบ้างงง 

แหมมม! กล้าเรียกตัวเองว่า 'เกอเกอ' ไม่อายคุณตำรวจเขาบ้างเลยเรอะ 

หยวนเกอรุกหนักขนาดนี้แล้วผู้กองเขายังไม่เล่นด้วยเลยอ่ะแกรร เหมือนเห็นคนโดนทิ้งอยู่ไกลๆ ฮ่าๆๆ 

คดีพ่อค้าทาสที่ผู้กองดูแลเริ่มคืบหน้าบ้างแล้วนะคะ ภารกิจต่อไปเตรียมเลือดสาดได้เลย 

งดสปอย บอกได้แค่ถึงเวลาเอาคืน 

เจอกันตอนต่อไปค่ะ 

.. 

.. 

TO BE CONTINUED 

ความคิดเห็น