10969

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : EP.3 Emblem

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.5k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 02 ต.ค. 2562 19:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EP.3 Emblem
แบบอักษร

EP.3 

Emblem 

 

 

 

สองวันผ่านไป

หมู่บ้านเงียบสงบ

ไม่มีทหารมาตรวจค้นบ้านเรือน ไม่มีข่าวคราวการตามหาคนหาย ทุกอย่างเงียบเชียบ ราวกับเรื่องเมื่อสองวันก่อนไม่เคยเกิดขึ้น แต่ถึงอย่างนั้น เจวาก็ไม่อาจเบาใจได้กับความเงียบไร้การเคลื่อนไหวแบบนี้

“อาร์ซ เจ้าหิวหรือยัง”

เจวาเอ่ยถามเด็กน้อยวัย 10 ขวบที่อยู่ในร่างมนุษย์ สูงเพียงอกเขาเท่านั้น อีกอย่างเด็กคนนี้สูญเสียความทรงจำทั้งหมดหลังจากถูกลอบทำร้าย

“อื้อ ข้าหิวแล้ว”

เสียงเล็กร้องบอก พร้อมกับผละจากกระถางต้นไม้วิ่งมากอดเขา เด็กหนุ่มได้แต่หัวเราะส่ายหน้าไปมา พร้อมกับดุเจ้าเด็กขี้อ้อนคนนี้

“มือเจ้าเปื้อนดิน รีบไปล้างมือเร็วเข้า” สั่งเสร็จ รอยยิ้มสดใสพลันปรากฏ จากนั้นวิ่งหายไปหลังบ้านอย่างรวดเร็ว เจวามองตาแผ่นหลังเล็ก ก็อดสงสารไม่ได้

หลังจากเด็กคนนี้ฟื้นขึ้นมา ก็จำอดีตหรือเรื่องเกี่ยวกับตัวเองไม่ได้สักอย่าง ถ้าจะบอกความจริงกับอีกฝ่าย กลัวจะกระทบกระเทือนจิตใจ และอาจนำภัยมาสู่พวกเขาได้ ดังนั้นเจวาจึงเล่าเพียงพบเจอเด็กคนนี้ในป่า บาดเจ็บจึงช่วยไว้ และที่สำคัญเขายังบอกว่าความทรงจำที่หายไป ไม่นานจะกลับคืนเอง ไม่ต้องกังวล

“จินนนน” อาชาน้อยร้องเรียก เมื่อทำตามคำสั่งเขาเรียบร้อย เจวาหรือจินที่กำลังจัดโต๊ะอยู่กับแม่ตัวเอง จำใจต้องเงยหน้าไปมองตามเสียงเล็กนั้น

“มานั่งเร็วเข้า”

รีบควักมือเรียก อาชาน้อยก็วิ่งมานั่งประจำที่ตัวเองอย่างรวดเร็ว เรียกความเอ็นดูจากโทรเรียและเจวาไม่น้อย

“รีบกินกำลังร้อนๆ เลยจ้ะ” โทรเรียกลูบกลุ่มผมสีดำมันเงานั้นอย่างเบามือ ในใจนึกสงสารเด็กคนนี้ไม่น้อย กิริยานิสัยช่างน่ารักน่าเอ็นดู คนพวกนั้นช่างใจร้ายนัก ที่ลอบฆ่าเด็กคนนี้ได้ลงคอ

“ขอบคุณฮะ ท่านป้า”

ขอบคุณเสร็จก็จับช้อนตักกินซุปแป้งผสมมันบด โรยด้วยกลิ่นสมุนไพรหอม สงสัยจะอร่อยมากตักกินไม่พูดไม่จาสักคำ แม่ลูกทั้งสองต่างมองหน้าแล้วพลันหัวเราะ

“วันนี้เจ้าจำอะไรได้บ้างหรือยัง”

หลังจากกินเสร็จ เจวาก็ชวนเด็กน้อยไปเดินย่อย พลางสอบถามความทรงจำอีกฝ่ายไปด้วย ส่วนอาร์ซเจ้าอาชาน้อยที่เดินตามเขาต้อยๆ ก็เงยหน้าตอบ

“ข้าจำอะไรไม่ได้เลย” ตอบเสร็จก็ก้มหน้าเศร้า เจวาพลันใจอ่อนยวบระคนสงสาร รีบคุกเข่าจับไหล่ของอาชาน้อยเอาไว้

“จำไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ข้าไม่ได้ว่าอะไรเสียหน่อย” มือข้างหนึ่งยื่นไปลูบศีรษะเล็กปลอบ เพราะกลัวสิ่งที่ตัวเองเอ่ยถาม เร่งเร้าอีกฝ่ายมากเกินไป

“ถ้าข้าจำได้ กลัวจินจะไม่ให้ข้าอยู่ด้วย” เด็กน้อยจับชายเสื้อเขาไว้แน่น ปากเล็กเม้มเข้าหากัน ดวงตาแดงระเรื่อคล้ายหวาดหวั่น เจวาเห็นดังนั้นดวงตาสีฟ้างามพลันอ่อนแสงลง

“ทำไมเจ้าคิดเช่นนั้น หืม”

“ขะ ข้ากลัว”

โป๊ก

เจวาเอานิ้วดีดหน้าผากเล็กนั้นไปที

“เลิกคิดไปเองได้แล้ว ข้าจะอยู่กับเจ้า ไม่ไล่เจ้าไปไหน จนกว่าเจ้าจะจำครอบครัวของตัวเองได้ เข้าใจหรือไม่” เขาให้คำสัญญา เพราะเสียอย่างไรวันใดวันหนึ่งเด็กคนนี้ต้องจำอดีตตัวเองได้อยู่ดี ดังนั้นระหว่างนี้ เขาจะคอยดูแลเด็กคนนี้ไปก่อน เพราะไม่อาจปล่อยให้เผชิญอันตรายเหมือนครั้งนั้นได้

“อื้อ ข้าเข้าใจแล้ว!” อาชาน้อยยิ้มกว้าง โผกอดเด็กหนุ่มจนร่างถอยเซเล็กน้อย เจวาได้แต่ยิ้มแล้วกอดเด็กน้อยเอาไว้แน่น ในใจก็ลอบถอนหายใจพละกำลังมากล้นของอีกฝ่าย

สวบสาบ

เสียงผู้มาเยือนใหม่ เจวารีบคว้าเด็กน้อยมาไว้หลังตัวเองตามสัญชาตญาณ ดวงตาสีฟ้าคู่งามพลันจ้องมองไปยังเสียง สองมือเตรียมเรียกร่ายคาถาป้องกันตัว

พรึบ!

“เจวา!”

เสียงติดแหบเอ่ยเรียกเขาลั่นป่า พร้อมกับพาร่างครึ่งคนครึ่งม้าโพล่ออกมาจากพุ่มไม้สูง เจวาเห็นผู้มาใหม่ได้แต่ถอนหายใจ มองร่างอุ้ยอ้ายนั้นกำลังเดินมาทางตน

“เคิร์ก”

“ใช่ข้าเอง ทำไมเจ้าทำหน้าเหมือนจะทำร้ายข้าเช่นนั้นด้วยเล่า” อีกฝ่ายตอบ พลางหอบหายใจไปด้วย

เคิร์กคือเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของเขา ทั้งยังเป็นอาชาเผ่าอันห์วา เผ่าพันธุ์ชั้นล่างสุดของอาชาทั้งหมด เคิร์กอายุเท่ากันกับเขา เคิร์กในร่างของอาชาทั้งอ้วนตันและแคระแกร็น คล้ายพวกม้าแคระ เส้นขนเป็นสีส้มอิทด่างขาว แข็งและหยาบกร้าน

พออยู่ในร่างมนุษย์ก็ตัวเล็กสูงเพียงไหล่เขาเท่านั้น หุ่นค่อนข้างอวบ ไม่อ้วนเหมือนร่างอาชา ใบหน้าก็แสนธรรมดา มีกระบริเวณโหนกแก้มทั้งสอง ที่น่ามองสุดคงเป็นดวงตาสีแอลมอนด์ดูสว่างสดใส ชอบมองโลกในแง่ดีคู่นั้น ทั้งยังซื่อสัตย์จริงใจ ส่วนข้อด้อยของเผ่าอันห์วาคือ

ไม่ค่อยฉลาดเท่าไหร่

“นั่นใคร” เมื่อพักหายเหนื่อยแล้ว เคิร์กก็เห็นความผิดปกติหลังเพื่อนตัวเอง รีบชะโงกหน้าถามด้วยความอยากรู้สงสัย เจวาได้แต่กลอกตาลืมนิสัยเสียอีกอย่างของเผ่าอันห์ไปคือ

ขี้ระแวงและขี้สงสัยสุดๆ

“ญาติข้าเอง ชื่ออาร์ซ” เจวาแนะนำไม่อธิบายอะไรมาก ก่อนจะหันไปบอกกับเด็กน้อยที่มายืนข้างๆ ตน สายตาอาร์ซระแวงคนมาใหม่อย่างชัดเจน

“อาร์ซ นี่เพื่อนข้า ชื่อเคิร์ก นิสัยดี ไว้ใจได้”

“ยินดีที่ได้รู้จักเด็กน้อย ข้าเคิร์กเพื่อนรักของเจวา เจ้าไม่ต้องกลัว ข้าใจดีมาก ไม่ทำร้ายเด็ก” เจวาได้ยินอีกฝ่ายแนะนำตัวก็ได้แต่ส่ายหน้าไปมา เพราะเจ้านี่ชอบพูดโอ้อวดไปหมดทุกเรื่อง

“เจ้ามาหาข้ามีเรื่องอะไร”

เจวาถามเข้าประเด็น เมื่อเห็นอีกฝ่ายถูกเมินจากอาชาน้อย เพราะอาร์ซนอกจากจะไม่ตอบหรือแนะนำตัวเองกลับแล้ว ยังหันหน้าหนีกอดเอวเขาไว้แน่นอีก

“เจ้าลืมแล้วรึ เจ้านัดข้าไปเที่ยวเล่นในตัวเมืองไง” เด็กหนุ่มผมสีส้มอิทเอ่ยบอก ใบหน้ากลมแก้มยุ้ย กับผิวที่ขาวตัดกับเส้นผมทำให้ดูผ่องสว่างขึ้นมา ใครเห็นก็อดมันเขี้ยวเอ็นดูไม่ได้ เจวาได้ยินดังนั้นก็นึกขึ้นได้ทันที

เขาลืมไปเสียสนิท

“โทษที ข้าลืมน่ะ” เขาสารภาพ เพราะตั้งแต่อาร์ซมาอยู่ด้วย เขาก็ลืมเรื่องรอบตัวไปหมด ห่วงแต่พวกทหารกลัวจะมาค้นบ้านจับตัวอาชาน้อยไป

“เจ้านี่มัน!”

“จินชื่อเจวาหรอ”

เคิร์กยังไม่ทันด่าทอเพื่อนตัวเอง เสียงเล็กพร้อมกับดวงตาสีดำขลับน่ามอง พลันเอ่ยแทรกขึ้นมา เจวาเบิกตาลืมนึกเรื่องนี้ไป รีบหันไปส่งสายตาบอกเป็นนัยน์ให้เพื่อนตัวเองรับรู้

“ตาเจ้าเป็นอะไร”

โว๊ย ทึ่มจริงๆ

“ข้าชื่อจิน ส่วนเจวาเจ้านี่ชอบเรียกข้าแบบนั้นเอง อย่าไปจำให้รกสมอง” เจวาหันไปอธิบายกับอาชาน้อยตรงหน้า ไม่วายแอบจิกสายตาใส่เพื่อนตัวเองที่ยังทำหน้างงงวยคล้ายคิดว่าตัวเองผิดอะไร

เจวาทนไม่ไหวลากเพื่อนตัวเองออกห่างจากเด็กน้อย ทั้งยังสั่งให้คืนร่างเป็นมนุษย์ แล้วตกลงกันอยู่ครู่หนึ่ง จึงเดินกลับมา

“อาร์ซ เราจะไปเดินเล่นแถวแม่น้ำกัน ตรงนั้นมีน้ำตกด้วย” เจวาเดินมาจูงมืออาชาน้อยที่ยืนรอ พอได้ยินว่าเขาชวนไปเที่ยวน้ำตก ดวงตาดำงามคู่นั้นเบิกกว้างดูตื่นเต้นดีใจ

“อื้อ ข้าอยากเล่นน้ำ!” พอได้ยินคำตอบ เจวาก็นึกอยากเล่นน้ำเหมือนกัน

“แต่ข้าว่ายน้ำไม่เป็นนะ เจ..จิน”

เคิร์กรีบเปลี่ยนชื่อเรียกแทบไม่ทันเมื่อเห็นสายตาเพื่อนรักตวัดมองมา ถึงแม้ดวงตาสีฟ้างามคู่นั้นจะสวยเผลอให้เคลิบเคลิ้ม แต่เวลาโกรธก็น่ากลัวไม่ใช่น้อย

“เจ้าเล่นริมน้ำสิ” เจวาตอบกลับไม่สนใจแล้วเดินนำ มือเล็กก็จูงอาชาน้อยเดินห่างออกไป เด็กหนุ่มผมสีส้มถึงกับโอดครวญ สุดท้ายจำใจวิ่งตาม

แม่น้ำวิเวียน่า เป็นแม่น้ำไหลผ่านเมืองอันห์วา ต้นน้ำจะเป็นน้ำตกขนาดกลางไม่ใหญ่มากห่างจากหมู่บ้านที่เจวาอาศัยประมาณ 2ไมล์ ใช้เวลาไม่ถึงชั่วยามก็เดินทางไปถึง

เจวา เคิร์กและอาชาตัวน้อย คืนร่างกลับเป็นอาชาเต็มตัว วิ่งตะบึงไปตามเส้นทางของแม่น้ำอย่างคุ้นชิน มีเพียงอาชาตัวอ้วนแคระวิ่งตามหลัง ไม่ทันอาชาทั้งสองที่รูปร่างเพรียวว่องไว เจวาในร่างอาชาสีขาวสว่างราวกับไข่มุกน้ำงามกับอาชาตัวน้อยเส้นขนดำขวับปลิวไสว แม้ยังเด็กแต่กลับดูดุดัน สง่างามสมเผ่าพันธุ์กำเนิด กำลังวิ่งเคียงคู่กัน เป็นภาพที่ใครเห็นก็อดไม่ได้ว่าช่างเหมาะสมคู่ควรกันยิ่งนัก

ส่วนอาชาสีตกอย่างเคิร์ก ได้แต่มองด้วยแววตาอดสู่ น้อยใจเผ่าพันธุ์ตัวเอง ตอนนี้เขารู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนเกิดขึ้นมาเสียอย่างนั้น มัวแต่คิดน้อยอกน้อยใจกับขาสั้นและตัวอ้วนแคระของตัวเอง ทั้งสองก็วิ่งตะบึงไปไหลแล้ว เจ้าตัวถึงได้สติกลับมา

“รอข้าด้วยยยย!!”

 

เจวากับอาร์ซมาถึงแม่น้ำวิเวียน่าไม่ถึงหนึ่งชั่วยาม ตามที่คิดไว้ ทั้งสองยังไม่คืนร่าง กำลังหยุดยืนรออาชาอีกตัวที่กำลังวิ่งลิ้นห้อยตรงมาทางพวกเข้า

ตุบ

“แฮ่กๆ”

ร่างอาชาแคระอย่างเคิร์กมาถึงก็ทิ้งตัวลงพื้น เสียงหอบหายใจรุนแรง ลิ้นยาวห้อยตก มองดูช่างเวทนาน่าสงสารไม่น้อย เจวาได้แต่ส่ายหน้า มองหุ่นอวบอ้วนนั้นอย่างระอาหน่ายใจ

“เจ้าควรกินให้น้อยลงกว่านี้” เจวาอดไม่ได้จะเหน็บเพื่อนตัวเอง นอกจากร่างอาชาจะแคระแกร็นแล้ว สรีระอวบอ้วนก็ยิ่งทำให้ไปไหนลำบาก

ส่วนเคิร์กไม่โต้ตอบเพื่อนกลับ เพราะมัวแต่นอนหายใจรวยรินคล้ายสิ้นใจอยู่บนพื้นหญ้า เจวาส่ายหน้าอีกครั้ง หันไปจับมืออาชาน้อยเดินไปยังแม่น้ำที่อยู่เบื้องหน้า

แม่น้ำวิเวียน่าใสสะอาด ไหลเอื่อยไม่เชี่ยวกราก สีของมันฟ้าสว่างสดใสเหมือนท้องฟ้า อีกทั้งน้ำยังตื้นไม่ลึกมาก น้ำใสแจ๋วสามารถมองเห็นก้นแม่น้ำได้อีกด้วย เห็นแล้วก็รู้สึกสดชื่นผ่อนคลายได้มากทีเดียว

เจวาเลือกมุมตรงมีร่มเงาไม้ แสงแดดช่วงบ่ายกระทบกับแม่น้ำ ส่องแสงระยิบระยับพราวตา ดูงดงามไม่น้อย ไม่ไกลจากจุดที่เลือก เสียงน้ำตกดังกระทบหินเป็นจังหวะ ละอองน้ำลอยฟุ้งเกิดเป็นรุ้งกินน้ำ ชวนตื่นตาตื่นใจและงดงามราวกับอยู่สรวงสวรรค์

“เจ้าว่ายน้ำเป็นหรือไม่” เจวาหันไปถามอาชาน้อยข้างกาย ตัวติดเขาชนิดเป็นเงาเลยก็ว่าได้ ที่เขาถามนั้นเพราะบริเวณแม่น้ำจะมีตรงจุดลึกอันตราย ถ้าเผลอว่ายไปบริเวณนั้นเข้า

“ข้าไม่รู้”

อาชาน้อยเอ่ยตอบอย่างไม่มั่นใจ ดวงตาสีนิลดำมองไปทางแม่น้ำ ใบหน้าฉายความกังวลอย่างไม่ปิดบัง เจวาพยักหน้ารับรู้ ในเมื่ออีกฝ่ายสูญเสียความทรงจำ เลยไม่อาจรู้ว่าตัวเองนั้นว่ายน้ำได้หรือไม่

“ไม่เป็นไร ข้าจะพาเจ้าว่ายน้ำเอง” เจวาเผยรอยยิ้มส่งให้เด็กน้อยหน้าซึมตรงหน้าอย่าได้เครียดกังวลไป

จากนั้นทั้งสองกลับร่างเป็นมนุษย์ วางถุงย่ามทำด้วยเถาวัลย์จากเวทมนตร์ ในนั้นใส่เสื้อผ้าทั้งของเขาและอาชาน้อยเอาไว้ ส่วนเคิร์ก เจ้านั่นมีแค่เสื้อตัวเดียว จึงพันไว้ที่คอตัวเองแล้ววิ่งตามมา ถ้าขืนวิ่งมาในร่างครึ่งคนครึ่งม้า ความเร็วจะลดลงกว่าร่างอาชาเต็มตัว และคงใช้เวลาอีกนานกว่าจะไล่ตามพวกเขาทัน

อาชาน้อยเพิ่งเคยเห็นเรือนร่างเจวาครั้งแรก ดวงตาสีนิลตะลึงค้างโดยที่อีกฝ่ายไม่ทันสังเกตเห็น ร่างของเจวาเพรียวระหงยังเติบโตไม่เต็มที่ มีกล้ามมัดเล็กน้อย ผิวขาวเนียนละเอียด เส้นผมสีขาวราวไข่มุกสยายยาวกลางหลัง มีขนอ่อนสีทองเล็กน้อยอยู่ตรงส่วนลับ ถ้ามองแค่แผ่นหลัง หลายคนคงเข้าใจผิดคิดว่าเป็นเทพธิดา ไม่ก็นางไม้อย่างแน่นอน

“อาร์ซเจ้าเหม่ออะไรรึ” เจวาเมือเห็นเด็กน้อยดวงตาเหม่อลอย จึงอดไม่ได้ที่จะเดินเข้าไปถามด้วยความสงสัย

“ปะ เปล่า”

เด็กน้อยสั่นหน้าเป็นคำตอบ ผินใบหน้าขึ้นสีภายใต้ผิวสีน้ำตาลเข้มของตัวเอง หันไปอีกทาง ไม่กล้าสบมองเรือนร่างของอีกฝ่ายตรงๆ ถึงแม้ยังเด็กแต่อาชาน้อยก็รู้ว่า คนตรงหน้านั้นเรือนร่างงดงามเพียงใด พลอยทำให้ใจดวงน้อยเต้นระส่ำ

ส่วนเจวาคงคิดว่าเด็กน้อยเขินอายที่ต้องเปลือยเปล่าต่อคนแปลกหน้าเช่นนี้ จึงสำรวจร่างกายเด็กน้อยผ่านตาบ้าง รูปร่างอาชาน้อยผอมเพรียวเหมือนเด็กทั่วไป ผิวสีน้ำตาลเข้มตัดกับเส้นผมหยักศกสีดำ ใบหน้าคมสันตั้งแต่เด็ก แถมยังมีดวงตาดำขลับคู่นั้นอีก

เจวาพลางคิดในใจ อาชาน้อยตัวนี้โตขึ้นต้องมีเสน่ห์สุดแสนน่ากลัวแน่ เจวาเหลือบมองต่ำลงไป ยิ่งตรงนั้นก็ขนาดไม่ธรรมดา ถ้าโตเต็มวัย คงทำเอาเหล่าหญิงสาวคลั่งน่าดู

“ไปเล่นน้ำกันเถอะ” เขาเอ่ยชวน สลัดภาพจินตนาการชวนร้อนรุ่มใบหน้าทิ้งไป จับมือเล็กเดินไปยังริมแม่น้ำ เจวาหันไปมองเพื่อนตัวเองที่ยังนอนพักอยู่ตรงพื้นหญ้าไม่ยอมลุกเสียที

“อ๊ะ เย็นจัง”

อาชาน้อยร้องอุทานตกใจและตื่นเต้น เจวาได้แต่ยิ้มแล้วพาอาชาน้อยเดินไปกลางสายน้ำ อีกฝ่ายดูเกร็งๆ เล็กน้อย จับมือเขาไว้แน่น เจวาจึงเลือกตรงที่ไม่ลึกมาก น้ำสูงเพียงระดับอกของอาชาน้อยเท่านั้น

“ตรงนี้ไม่ลึก เจ้าสามารถว่ายเล่นได้”

ขณะเอ่ยบอก มือก็จับมือเล็กที่จับตัวเองไว้แน่นดึงออก แต่อาชาน้อยพลันตื่นกลัว รีบคว้าจับเขาไม่ยอมปล่อย ดังนั้นเจวาจึงพาอาชาน้อยว่ายเล่นแถวๆ นั้นให้คุ้นชิน

ตูม!

เล่นได้สักพัก เสียงน้ำกระเซ็นพร้อมกับคลื่นน้ำใหญ่กระทบทั้งสองที่ว่ายเล่นกันอยู่ เจวาหันไปมองก็พบว่าเพื่อนตัวดีของตนนั้น กระโดดเล่นน้ำไม่ไกลจากพวกเขา

“เจ้าม้าอ้วนนี่” เจวาได้แต่สบถออกมาเบาๆ

เมื่อเล่นนานจนรู้สึกหนาว เจวารีบขึ้นจากน้ำ อาชาน้อยก็รีบขึ้นตาม พอจะหันไปถาม เจ้าตัวก็เอ่ยบอก ‘ข้าหนาว’ สองมือกอดกันปากสั่น เห็นแล้วทั้งขันทั้งเอ็นดู ส่วนเคิร์กเจ้าม้าอ้วนก็ว่ายเล่นริมๆ น้ำอย่างสนุก มีแกล้งสาดน้ำใส่พวกเขาด้วย

เจวาหยิบเสื้อผ้าให้อาชาน้อยห่มร่างกายสั่นเทา ส่วนตัวเองนั้นก็นั่งเช็ดผมอยู่ข้างๆ ดวงตาสีฟ้าคู่งามหันไปมองเพื่อนตัวอ้วนของตัวเองเป็นระยะ

ส่วนอาชาน้อยแอบนั่งมองเด็กหนุ่มผิวขาวตรงหน้าเงียบๆ หยดน้ำไหลลู่ตามเส้นผมและลำตัวอีกฝ่าย ทำให้ภาพตรงหน้าดูงดงามขึ้นไปอีก ดวงตาสีดำขลับสะดุดบางอย่างตรงขาอ่อนของอีกฝ่าย ตรงนั้นเหมือนมีอะไรติดอยู่สักอย่าง

“จินนั่นคืออะไร” ทนความสงสัยอยากรู้ไม่ไหว เผลอเอ่ยถามขึ้นโดยไม่รู้ตัว เพราะอยากเห็นสิ่งนั้นให้ชัดๆ ถ้าไม่สังเกตดีๆ อาจไม่เห็นว่ามีบางสิ่งอยู่ตรงส่วนนั้น

“หืม เจ้าหมายถึงอะไรหรือ” เจวาเงยหน้ามองอาชาน้อยด้วยความสงสัย กับคำถามเมื่อครู่ พอเห็นสายตาดำคู่นั้นมองต้นขาอ่อนตัวเอง เจวาพลันเข้าใจในที่สุด

“นี่หรือ” เจวาสัมผัสต้นขาตัวเองเบาๆ

“อื้อ” อาชาน้อยพยักหน้ารัวเร็ว

“ตราสัญลักษณ์ประจำครอบครัวข้าเอง”

เจวาอธิบาย เอามือปิดส่วนลับของตัวเองแล้วกางขาออกเล็กน้อยให้อีกฝ่ายได้เห็นสัญลักษณ์ตรงนั้นชัดๆ มันเป็นรูปดอกไม้ชื่อ คาลิน่า ผิวของดอกส่วนด้านในจะเป็นสีชมพูอ่อน ปลายดอกจะเป็นสีฟ้าอมม่วงระเรื่อ ยอดเกสรจะเป็นสีชมพูเข้ม ความหมายของมันคือ

‘ความสดใสบริสุทธิ์’

ตราสัญลักษณ์นี้จะปรากฏเมื่ออายุครบ 13ปี เป็นวัยที่พร้อมเจริญพันธุ์หรือตั้งครรภ์ได้ คนในเผ่าภูตไม้แต่ละคนจะมีตราสัญลักษณ์แตกต่างกันไปตามสายเลือด กลิ่นของมันจะหอมยั่วยวน จนกลายเป็นกลิ่นเอกลักษณ์ประจำตัวของคนคนนั้น ยิ่งเวลาร่วมเสพสังวาสจะทำให้คู่ครองคนนั้นมัวเมาลุ่มหลงราวกับเสพติด และจะสามารถแยกแยะหรือจำกลิ่นของคู่ตัวเองได้ ถึงแม้จะอยู่ไกลกันก็ตาม

“เจ้าอย่าบอกใครล่ะ”

เจวาไม่เข้าใจเหมือนกันทำไมต้องบอกความลับของครอบครัวให้อาชาน้อยตัวนี้ฟัง ขนาดเคิร์กที่เป็นเพื่อนหลายปียังไม่เคยเห็นตราสัญลักษณ์ประจำตัวเขา มีเพียงคนที่รู้คือท่านแม่ ตอนนี้ก็มีอาชาน้อยตัวนี้อีกคน

“นี่เป็นความลับระหว่างเราสองคน”

 

 

 

กลับมาอัพแล้ว หลังจากหายไปนานน  

ขอบคุณทุกคนที่ชอบเรื่องนี้นะค่าาา>< 

ชอบก็เม้นหรือคุยในแท็ก #อาชาทมิฬ ได้นะค่า เหงามาก555 

 

ความคิดเห็น