เอส ดับเบิ้ลเอส
facebook-icon

อยากได้ผัวแฝดเชิญทางนี้ 55555555555 #ถ้าไม่ชอบแนว3Pไม่แนะนำให้อ่านนะคะ จุ๊บ ๆ

#1 ลันตาและชายโฉดทั้งสอง [100%]

ชื่อตอน : #1 ลันตาและชายโฉดทั้งสอง [100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 29.2k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 17 พ.ค. 2563 10:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
#1 ลันตาและชายโฉดทั้งสอง [100%]
แบบอักษร

#1 ลันตาและชายโฉดทั้งสอง 

 

 

 

ฉันจะไม่โทษใครเลยนอกจากตัวเอง เพราะแอลกอฮอล์ทำให้ฉันมีจุดจบแบบนี้กับผู้ชายถึงสองคน พวกเขาเป็นแฝดกัน ฉันแยกแทบไม่ออก แต่กลับมีจุดสังเกตหนึ่งพวกเขามี นั่นก็คือรอยสักที่แผงอกข้างซ้ายต่างกัน 

ผู้ชายแสนป่าเถื่อน พวกเขาสักรูปอสรพิษลวดลายมันสวยมาก ลำตัวของอสรพิษบนรอยสักมันลากยาวไปถึงด้านหลังของพวกเขาและแน่นอนคนหนึ่งมีรอยสักสีดำแซมขาวสะอาดตา ส่วนอีกคนสีดำ นี่คือข้อแตกต่างระหว่างรอยสักของพวกเขา ถ้าให้ฉันเดานั่นอาจจะเป็นสีที่พวกเขาชอบก็ได้และแน่นอน ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าคนไหนพี่ คนไหนน้อง 

"จะมองอีกนานป่ะ" ร่างสูงเจ้าของรอยสักสีดำเอ่ยขึ้น เขาขยับตัวลงจากเตียงกว้าง พร้อมกับผ้าขนหนูผืนหนาพันรอบเอว ไม่มีคำว่าละอายใจเลยจริง ๆ 

"ฉันไม่ตลก! พวกนายกำลังโกหก" แม้ว่าเปอร์เซ็นต์ความเป็นไปได้ที่ฉันจะไม่โดนกินมันมีเพียงน้อยนิดก็ตาม 

"เธอไม่เจ็บบ้างเหรอ?" คำถามจากผู้ชายอีกคนดังขึ้น เขาเองก็ลุกจากเตียงพร้อมกับมือหนาที่รั้งผ้าขนหนูมาพันรอบเอวและนั่นก็ทำให้ฉันรู้ว่า ผู้ชายสองคนนี้นอนโป๊อยู่ข้างฉัน 

"..." ฉันเงียบ ไม่ตอบอะไร นอกจากจะเจ็บและแสบมากแล้ว ฉันยังสัมผัสได้ถึงของเหลวบางอย่างในร่างกายอีกด้วย 

"หึ!" ฉันเกลียดน้ำเสียงแบบนี้ 

"กูชื่อธีร์" เจ้าของรอยสักสีขาวเริ่มแนะนำตัวเอง "ส่วนนั่นเธียร์ น้องชายฝาแฝดของกู" 

ความหยาบกระด้างเริ่มถูกเอ่ยออกมาจากริมฝีปากของคนตรงหน้า ฉันไม่ได้อยากรู้จักพวกเขา ตอนนี้ฉันอยากกลับบ้าน 

"ไหน ๆ เรื่องมันก็เกิดขึ้นไปแล้ว อีกอย่างฉันเองก็เมาด้วย ฉันจะไม่ถือสาก็แล้วกัน" ฉันว่าพลางกวาดสายตามองหาเสื้อผ้าของตัวเองค่ะ ทำไมมันกระจัดกระจายแบบนี้ "ฉันอยากเข้าห้องน้ำ" 

"เชิญ!"  

ฉันไม่รอช้ารีบพาตัวเองไปทางห้องน้ำทันที แม้ว่าจะเดินแทบไม่ไหว ฉันอยากจะบ้าตาย ไม่อยากคิดว่าตัวเองจะต้องมาอยู่ในจุดนี้ จุดที่ถูกผู้ชายสองคนกินพร้อมกัน ลันตาอยากจะบ้าตาย! 

เรื่องแย่ ๆ ในชีวิตของฉันทำไมต้องเกิดขึ้นพร้อมกันด้วยนะ ฉันอยากตาย แต่ก็กลัว ทำอะไรไม่ได้นอกจากปล่อยวางทุกสิ่งทุกอย่าง ฉันใช้เวลาอยู่ในห้องน้ำนานพอสมควร อาบน้ำและแต่งตัวจากข้างใน เปิดประตูเดินออกมาก็ไม่เจอผู้ชายสองคนภายในห้องแล้ว 

ฉันกวาดสายตามองสำรวจไปรอบ ๆ ห้อง ก็ไม่พบของใช้ส่วนตัวใด ๆ เลย ฉันจำเหตุการณ์เมื่อคืนแทบไม่ได้ 

เฮ้อ! 

ฉันมองทุกอย่างอีกครั้งก่อนจะก้าวขาเดินออกจากห้อง พบเข้ากับเจ้าของร่างสูงที่นั่งกดโทรศัพท์เล่นตรงโซฟา 

“ฉันจะกลับแล้ว พวกนายเห็นกระเป๋าสะพายของฉันหรือเปล่า” ฉันจำได้ว่าตัวเองพกติดตัวเอาไว้ตลอด 

“วางอยู่ตรงนั้น แล้วก็เงินสดสำหรับเรื่องสนุก ๆ เมื่อคืน” ผู้ชายที่ชื่อธีร์ว่าพลางชี้ปลายนิ้วของเขาไปอีกมุมหนึ่ง ฉันหันไปมองตามพร้อมกับก้าวขาเดินไปตรงหน้า เอื้อมมือหยิบกระเป๋ามาสะพายและเงินสด 

ฉันไม่รู้ว่าผู้ชายสองคนนี้ตีค่าเซ็กส์ด้วยอะไร แต่สำหรับฉันมันพลาดไปแล้ว ฉันไม่เคยยอมให้ใครมาก่อน แต่กลับพลาดเพราะเมาและพลาดทีเดียวถึงสองคนด้วย ฉันยืนมองเงินในมือก่อนจะเดินกลับไปที่พวกเขาสองคนพร้อมกับปาเงินใส่หน้าทั้งคู่ทั้งที 

“ทำบ้าอะไรของมึงเนี่ย” เธียร์มองมาทางฉันด้วยสีหน้าไม่ค่อยพอใจสักเท่าไหร่ ธีร์เองก็เช่นกัน แล้วยังไงล่ะ ฉันไม่แคร์ 

“ฉันไม่ได้ขายตัว! ถ้าพวกนายมีจิตสำนึกมากกว่านี้ เรื่องเมื่อคืนจะไม่มีวันเกิดขึ้น ชาตินี้ขออย่าให้ฉันเจอพวกนายอีกเลย” ฉันว่าก่อนจะก้าวขาออกจากห้อง หยาดน้ำตาไหลอาบแก้ม ฉันไม่ได้เข้มแข็งซะหน่อย ทำไมฉันต้องมาเจอเรื่องแย่ ๆ พวกนี้ด้วยเนี่ย 

อะ อึก… ฮือ ๆ 

ประตูห้องปิดลงพร้อมกับสองขาที่ไร้เรี่ยวแรงของฉัน ทำไมฉันต้องมาเจอผู้ชายสองคนนี้ด้วย 

โชคชะตาคงไม่ทำร้ายฉันอีกนะ เพราะฉันไม่ต้องการเจอพวกเขาสองคนอีก 

 

* 

 

หลังจากวันนั้น นี่ก็ผ่านมาแล้วหนึ่งเดือน ฉันไม่เจอพวกเขาสองคนอีกเลย จะเจอได้ยังไงล่ะ ในเมื่อฉันแทบจะไม่ออกจากบ้านไปไหน เอาแต่ขลุกตัวเองอยู่ในห้อง ข้าวปลาไม่ยอมกิน ถึงกินก็น้อยมาก ส่วนพ่อฉันเองก็ไม่รู้ว่าท่านอยู่ที่ไหนหรือทำอะไร ฉันแทบจะไม่รับรู้อะไรเลย 

 

ก๊อก ก๊อก 

เสียงประตูห้องถูกเคาะดังขึ้น ฉันเบือนหน้าไปมองแต่ก็ไม่ได้สนใจมากนัก จนมีคนผลักประตูเข้ามา คงถือวิสาสะใช้กุญแจสำรองอีกตามเคยและแน่นอน มีอยู่คนเดียวเท่านั้นที่กล้าทำแบบนี้ 

“ลัน พ่อว่าหนูควรทำตัวให้มีประโยชน์บ้างนะ” ฉันไม่รู้ว่าพ่อหมายถึงอะไร แต่คำพูดของท่านกลับทำให้ฉันต้องลุกขึ้นนั่งเพื่อมองหน้าท่านให้ชัดเจนกว่าเดิม 

“หมายความว่ายังไงคะ” 

“พ่ออยากให้หนูแต่งงาน” 

“พ่อ!” ฉันถึงกับแผดเสียงเรียกท่านออกมาทันที นี่พ่อกำลังคิดอะไรอยู่ ท่านจะให้ฉันแต่งงานงั้นเหรอ พ่อต้องบ้าไปแล้วแน่ ๆ “พ่ออย่ามาพูดเล่นกับหนูนะคะ หนูไม่มีทางแต่งงานกับผู้ชายที่ตัวเองไม่ได้รักอย่างแน่นอน” 

“แต่มันจะทำให้พวกเราหมดหนี้นะลูก” 

“พ่อคะ ฟังให้ดี ๆ นะคะ ลันไม่แต่งค่ะ!” ฉันยืนยันหนักแน่นพลางทิ้งตัวลงนอนรั้งผ้าห่มผืนหนามาคลุมร่างของตัวเองเอาไว้ 

“ถ้าลูกไม่ยอมแต่ง พวกเราคงต้องขายบ้านหลังนี้ทิ้ง ตอนนี้พ่อแทบจะไม่มีเงินใช้หนี้แล้ว เจ้าหนี้ก็ส่งหมายมาทวงอยู่ทุกวัน” 

“…” ฉันเงียบ ไม่อยากคิดอะไร พ่อพูดประโยคนั้นจบท่านก็เดินออกไปจากห้อง ทำไมธุรกิจของที่บ้านฉันถึงได้ตกลงมาดังฮวบแบบนี้ มันตกเร็วมากจนทำให้พ่อล้มละลาย 

ฉันนั่งทบทวนคำพูดของพ่ออยู่เงียบ ๆ ภายในห้องน้ำ คิดไม่ตกเลยจริง ๆ คิดให้ตายยังไงฉันก็ไม่อยากทำตามคำขอของพ่ออยู่ดี ชีวิตทั้งชีวิตของฉันเลยนะ 

เฮ้อ! 

 

Rrrr 

ใช้เวลาอยู่ในห้องน้ำนานพอสมควร เดินออกมาจากห้องน้ำพร้อมกับเสียงโทรศัพท์ที่ดังอยู่ในขณะนี้ ฉันเดินไปหยิบโทรศัพท์พลางขมวดคิ้วสงสัยเพราะปลายสายที่ไม่คุ้นเคย 

“สวัสดีค่ะ” 

(ลลิต!) ปลายสายแทบจะตะโกนเรียกชื่อของฉันเลยก็ว่าได้และคงมีอยู่คนเดียวที่เอาชื่อจริงของฉันมาเรียกแทนชื่อเล่นแบบนี้ 

“เอมี่!” 

(หืม? ดีใจ เพื่อนรักจำฉันได้) 

ถ้าให้พูดถึงเอมี่ พวกเรารู้จักและสนิทสนมกันมานาน เป็นเพื่อนที่เรียนกลุ่มเดียวกันตอนมหาวิทยาลัย ฉันสนิทกับเอมี่มากที่สุด หลังจากเธอตัดสินใจไปวิ่งตามความฝันหลังจากเรียนจบ พวกเราก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย 

“เธอยังอยากคบฉันเป็นเพื่อนอีกเหรอ” 

(ทำไมถามแบบนี้) 

“ตอนนี้บ้านฉันล้มละลาย เพื่อนสักคนก็ไม่มีแล้ว” 

(โธ่ ๆ ยัยคุณหนู ฉันไม่ได้สนใจเรื่องนี้สักหน่อย ต่อให้เธอจะรวยหรือจนก็ยังเป็นลลิตเพื่อนรักของฉันอยู่ดี) 

“น้ำตาจะไหล ว่าแต่โทรมามีอะไร” 

(ตอนนี้ฉันอยู่เมืองไทยแล้วนะ คืนนี้ปาร์ตี้กันหน่อยไหม) 

“แต่…” 

(เถอะนะ! เพื่อนรักอยากเจอ งานนี้ฟรีเพราะพี่ชายของฉันเปิดร้านวันแรก) 

“จะไม่เจ๊งเหรอ?” 

(โอ๊ย! ลลิตา! ปากแกนะ) 

“โอเค ๆ ถ้าอย่างนั้นแกส่งโลเคชั่นมาให้ฉันได้เลย” 

(จ้ะ ขอแซ่บ ๆ แบบฉบับลลิตานะเพื่อนรัก) 

“จ้า” 

วางสายจากเอมี่ฉันก็เดินไปแต่งตัว ตอนนี้ขอหาความสุขใส่ตัวก่อนก็แล้วกัน ส่วนความทุกข์ เอาไว้ค่อยหาวิธีจัดการทีหลัง 

ความคิดเห็น