khontualeklek

ถ้าชอบก็กด Like ให้กำลังใจ หรือ comment คุยกันได้นะคะ

ตอนที่ 14 ชอบไหมล่ะ?

ชื่อตอน : ตอนที่ 14 ชอบไหมล่ะ?

คำค้น : ยูริ yuri เลสเบี้ยน นิยายวาย นิยายยูริ Blackpink Snsd นิยายyuri

หมวดหมู่ : นิยาย Yuri

คนเข้าชมทั้งหมด : 118

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 02 ต.ค. 2562 13:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 14 ชอบไหมล่ะ?
แบบอักษร

14 

ชอบไหมล่ะ? 

ต่อจากนี้...ฉันคงไม่กล้ากินไส้กรอกอีกต่อไป สิ่งที่ฉันเห็นเมื่อครู่นี้จะต้องตามหลอกหลอนฉันไปอีกนาน

ด้วยความตกใจจนไร้สติ ฉันวิ่งโกยอ้าวราวกับโดนผีหลอกมาที่ห้องน้ำอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว พอตั้งสติได้จึงได้รู้ว่าตัวเองนั่งแหมะอยู่บนโถชักโครกแล้ว

เพราะมัวแต่ตกใจแล้วดันวิ่งหนีสี่คูณร้อยออกมาจากห้องนั้น เลยไม่ทันได้รู้ว่าพ่อของพี่ดรีมกำลังแชทคุยกับใคร ฉันได้แต่ด่าทอตัวเองอยู่ในใจพลางเขกกระโหลกลงโทษตัวเองไปหลายโป๊ก ทันใดนั้นเองประตูห้องน้ำก็ถูกผลักเข้ามา และคนที่เดินเข้ามาข้างในคือแฟนของคุณเดย์นั่นเอง

ก่อนหน้านี้ฉันไม่ได้ล็อคประตูห้องน้ำเพราะคงวิ่งทะลุเข้ามาอย่างคนไร้สติ สาวสวยตรงหน้ายื่นมือทะลุร่างของฉันไปทางข้างหลังเพื่อปิดฝาชักโครกแล้วนั่งลง ฉันเลยลุกขึ้นยืนและตั้งท่าจะเดินออกไป

“ทำไมฉันต้องมาทำอะไรแบบนี้ด้วยเนี่ย” คนที่พึ่งเข้ามาบ่นพึมพำด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดจนฉันต้องหันไปมองเพราะความสงสัยว่าเจ้าตัวจะทำอะไร และก็ต้องตกอกตกใจอีกรอบเมื่อคนสวยตรงหน้ากำลังปลดกระดุมเสื้อทีละเม็ดๆจนหมด จากนั้นก็ถอดเสื้อเชิ้ตและชุดชั้นในออกเปิดเปลือยเรือนร่างท่อนบน ที่เผยให้เห็นหน้าอกอวบอิ่มอันขาวเนียนและหน้าท้องแบนราบ ฉันตกตะลึงพรึงเพริดกับสิ่งที่ได้เห็นตรงหน้า สายตาของฉันก็พลันซุกซนเผลอสอดส่องอกเอวของเธออย่างลืมตัว ในระหว่างนั้นเองแฟนคุณเดย์ก็ยกมือถือขึ้นมาเพื่อวิดีโอคอลหาใครบางคน

“อินส่งเสียงดังไม่ได้นะคะ เดี๋ยวมีคนได้ยินจะแย่เอา” เธอกระซิบบอกคนที่กำลังคุยด้วยผ่านทางหน้าจอมือถือ

ฉันชะโงกหน้าไปดูหน้าจอก็ต้องยกมือขึ้นมาปิดปากตัวเองเพราะความตกใจ เมื่อภาพที่ปรากฏบนหน้าจอคือพ่อของพี่ดรีมและคุณเดย์ หรือตาลุงจอมหื่นที่ฉันพึ่งวิ่งหนีเขามานั่นเอง

ว่าแล้วไง เอะใจอยู่แล้วเชียวตอนที่ผู้ชายคนนั้นหันมามอง มีซัมติงกันสินะ แต่ดูท่าแฟนคุณเดย์คงจะฝืนใจอยู่ที่ต้องมาทำอะไรแบบนี้เพื่อตอบสนองตัณหาตาแก่คนนี้ แล้วนี่ถ้าคุณเดย์รู้เข้าจะรู้สึกยังไงเนี่ยที่แฟนตัวเองดันมาเป็นกิ๊กกับพ่อ

คนสวยใช้มือลูบไล้ไปตามผิวกายก่อนจะบีบคลึงหน้าอกตัวเองแล้วส่งเสียงครางเบาๆ อีกมือก็ถือโทรศัพท์ถ่ายให้ตาแก่นั่นดูเพื่อทำกิจสนองอารมณ์ใคร่

ฉันทนเห็นภาพตรงหน้าอีกไม่ไหวเลยเดินทะลุประตูห้องน้ำออกมาด้วยความรู้สึกหดหู่ใจเล็กน้อยและก็โกรธแทน ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมแฟนคุณเดย์ที่สวยขนาดนั้นถึงต้องเปลืองตัวทำอะไรแบบนี้ด้วย ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตามสิ่งที่เธอทำมันคือการทรยศความรู้สึกของคุณเดย์อย่างร้ายแรง รู้ทั้งรู้ว่าผู้ชายคนนั้นคือพ่อของแฟนตัวเองยังจะไปยุ่งกับเขาอีก ฉันรู้สึกโมโหแทนและก็เป็นห่วงความรู้สึกของคุณเดย์ว่าถ้าเจ้าตัวรู้ความจริงเข้าคงจะโกรธและเสียใจมากๆ

ฉันกลับมาที่สำนักงานแล้วก็นั่งครุ่นคิดอยู่พักใหญ่ว่าจะบอกกับคุณเดย์ยังไงดี ถ้าอีกฝ่ายโทรมาถามถึงความคืบหน้าในวันนี้ ในระหว่างที่คิดฉันก็นึกขึ้นมาได้ว่าป้าอิ่มเคยเล่าให้ฟังคราวก่อนตอนที่ไปหาหมอที่โรงพยาบาลว่าเคยเจอแม่ของพี่ดรีมที่นี่ คงมาจ้างพ่อของฉันให้ตามสืบเรื่องชู้แน่ๆ แสดงว่าพ่อของพี่น้องคู่นี้คงเจ้าชู้มานาน ฉันเกิดความสงสัยขึ้นมาและอยากรู้ว่าพ่อยังเก็บภาพถ่ายที่เป็นหลักฐานเชิงชู้สาวของพ่อพี่ดรีมไว้หรือไม่ ตั้งแต่พ่อเสียชีวิตไปฉันเคยลองเปิดโน๊ตบุ๊คที่พ่อใช้ทำงานเป็นประจำอยู่ครั้งหนึ่งแต่พอหน้าจอสั่งให้ใส่รหัสฉันก็ยอมแพ้ไป และไม่ได้ยุ่งกับมันอีกเลย มาวันนี้ฉันลองหาวิธีแฮกพาสเวิร์ดล็อกอินในกูเกิ้ลและลองทำตามดู จนสามารถเข้าไปใช้งานได้ตามปกติ มีโฟลเดอร์มากมายเรียงเต็มหน้าจอจนลายตาไปหมด ฉันค่อยๆไล่อ่านชื่อโฟลเดอร์ทีละอันจนมาเจอ โฟลเดอร์ที่ใช้ชื่อว่า ‘ชู้สาว’ แล้วกดคลิ๊กเข้าไปดูก็มีการจัดแยกโฟลเดอร์อีกตามวันเดือนปีที่มีแค่ของปีที่แล้วพอดี

ใช้เวลาอยู่หลายนาทีกว่าจะเจอภาพที่ต้องการ ฉันกดดับเบิ้ลคลิกที่ภาพให้ขยายใหญ่ขึ้น และไล่ดูภาพถ่ายช็อตต่อช็อต ท่านประธานจอมเจ้าชู้กำลังหอมแก้มหญิงสาวคราวลูกอยู่ในรถยนต์คันหรู อีกรูปก็กำลังลวนลามหน้าอกของอีกฝ่าย แต่ละรูปมีแต่ท่าทีที่หื่นกามใส่หญิงสาวที่นั่งข้างๆ ผู้หญิงในรูปมีสีหน้าอึดอัดอย่างเห็นได้ชัดแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ในระหว่างที่ดูภาพฉันก็นึกสงสัยว่าสองพี่น้องจะเคยรู้บ้างไหมว่าพ่อของตัวเองเป็นคนแบบนี้ แล้วยิ่งคุณเดย์ถ้ามารู้ความจริงว่าแฟนตัวเองเป็นกิ๊กกับพ่อ เธอจะเจ็บปวดแค่ไหนกัน แต่ไม่ช้าก็เร็วคุณเดย์ก็ต้องรู้อยู่ดี จากที่ลังเลคิดว่าจะไม่ตามไปสืบต่อในวันนี้ ฉันก็เกิดเปลี่ยนใจและคิดว่าควรตามสืบต่อให้ได้หลักฐานมา คุณเดย์จะได้ไม่ต้องโดนผู้หญิงคนนั้นหลอกลวงอีกต่อไป

พอคิดได้อย่างนั้น ฉันเลยส่งข้อความหาคุณเดย์ให้เธอลองชวนแฟนไปกินข้าวหลังเลิกงาน เพราะฉันต้องการดูว่าผู้หญิงคนนั้นจะตอบกลับมาว่ายังไง คุณเดย์ตอบกลับมาแล้วถามถึงเหตุผลว่าทำไมต้องให้เธอทำอย่างที่ว่า ฉันพิมพ์บอกไปว่าให้รอฝ่ายนั้นตอบกลับมาก่อนแล้วฉันถึงจะตอบได้ว่าเพราะอะไร เวลาผ่านไปประมาณสิบนาทีได้ แม่สาวซิกเซ้นส์ก็โทรมาหา ฉันใช้นิ้วโป้งสไลด์หน้าจอมือถือเพื่อรับสาย

“เขาตอบกลับมาว่ายังไงคะคุณเดย์”

[อินบอกว่าวันนี้ต้องเคลียร์งานจนดึกคงไม่ว่างกินข้าวด้วย]

“อาฮะ อย่างที่คิดไว้จริงด้วย”

[ ที่ว่าอย่างที่คิดเนี่ย หมายความว่ายังไงคะ คุณนักสืบ]

“ฉันคิดว่าเขากำลังโกหกคุณน่ะค่ะ”

ปลายสายเงียบไป บทสนทนาของเราขาดห้วงไปหลายวินาที ฉันไม่แน่ใจว่าเธอกำลังคิดหรือรู้สึกอะไรอยู่ถึงได้เงียบกริบแบบนี้ จนต้องส่งเสียงทักกลับไป

“ฮัลโหล คุณเดย์คะ ทำไมเงียบไปล่ะ”

[อะไรทำให้คุณคิดแบบนั้น]

น้ำเสียงเย็นชาที่กรอกมาตามสายทำให้ฉันต้องกลืนน้ำลายเข้าไปอึกใหญ่ด้วยความหวั่นใจ ตอนนี้ฉันเริ่มสัมผัสได้ว่าคนที่อยู่ปลายสายกำลังมีอารมณ์โกรธกรุ่นๆอยู่

“เอาเป็นว่า...” ฉันเหลือบมองนาฬิกาที่แขวนอยู่บนฝาผนัง ตอนนี้ก็ห้าโมงสิบนาทีแล้ว “ถ้ามีความคืบหน้าเมื่อไหร่จะโทรอัพเดทอีกทีนะคะ”

[คุณจะตามอินหลังเลิกงานวันนี้ใช่มั้ย ให้ฉันไปด้วยได้รึเปล่า]

“อย่าเลยค่ะ ฉันไปเองคนเดียวจะสะดวกกว่า”

[อินขับรถมาทำงานนะคะ ถ้าคุณไม่รู้ว่าอินขับรถทะเบียนอะไร จอดรถชั้นไหน คุณจะตามแฟนฉันไปได้ยังไงล่ะ]

เอาเข้าจริงฉันไม่ต้องรู้ก็ได้ เพราะฉันสามารถล่องหนและตามติดอีกฝ่ายไปโดยไม่ต้องขับรถตาม แต่ก็ทำทีเป็นถามกลับไป

“งั้นคุณเดย์ก็ช่วยบอกข้อมูลรถของคุณอินให้หน่อยได้มั้ยคะ”

[ไม่ต้องบอกหรอก เพราะฉันจะไปกับคุณด้วย]

“แต่ว่า...”

[ฉันเป็นผู้ว่าจ้างนะคะ จะให้จ่ายเพิ่มก็ได้ถ้าคุณต้องการ แต่ฉันจะต้องไปกับคุณ เพราะฉันต้องการเห็นกับตาว่าเขาโกหกฉันจริงๆ]

น้ำเสียงที่จริงจังและเด็ดขาดของปลายสายทำให้ฉันไม่กล้าที่จะปฏิเสธอีกต่อไป เลยได้แต่จำยอมทำตามความต้องการของนายจ้างจอมดื้อแต่โดยดี

“ไม่ต้องจ่ายเพิ่มหรอกค่ะ เดี๋ยวฉันขับรถไปรับคุณที่ออฟฟิศเลยแล้วกัน คุณโดดงานออกมาก่อนได้ใช่มั้ย”

[ได้ค่ะ เจอกันข้างหน้าตึกแล้วกันนะคะ เดี๋ยวฉันลงไปรอข้างล่างเลย]

ออฟฟิศที่เรากำลังไปอยู่ไม่ไกลจากที่ทำงานคุณเดย์มากนัก ใช้เวลาประมาณยี่สิบกว่านาทีก็มาถึงลานจอดรถที่คุณเดย์บอกว่าชั้นนี้เป็นลานจอดรถของผู้บริหารและพนักงานระดับผู้จัดการของบริษัทพ่อเธอที่จะได้จอด แล้วเธอก็ให้อภิสิทธิ์นี้กับแฟนเพื่อจะได้มีที่จอดรถประจำโดยไม่ต้องไปวนหาที่จอดชั้นอื่น

คนที่มาด้วยกันกดปุ่มลดกระจกลงแล้วชะโงกหน้าออกไปทักยามที่ยืนเฝ้าอยู่ด้านหน้า “สวัสดีค่ะพี่สมโชค เดย์เองนะคะ พอดีนั่งรถเพื่อนมา รบกวนเอาที่กั้นออกให้หน่อยได้มั้ยคะ วันนี้เดย์ขอจอดตรงนั้นหน่อยค่ะ” คุณเดย์ชี้มือไปที่ว่างตรงทางขวามือ

พี่ยามก้มศีรษะลงเล็กน้อยเพื่อปรับระดับสายตาให้มองเห็นคนในรถ เขาพยายามมองมาทางฝั่งคนขับผ่านกระจกหน้ารถ ด้วยความที่รถของฉันติดฟิล์มดำเลยทำให้อีกฝ่ายมองไม่เห็นด้านในอย่างแน่นอน

“ครับผม! คุณเดย์ เดี๋ยวผมไปยกที่กั้นออกให้นะครับ” ยามยกมือตะเบ๊ะพร้อมกับยิ้มกว้าง

คนดื้อที่ขอมาด้วยเลือกที่จอดฝั่งตรงข้ามกับรถแฟน เราจอดรถเยื้องๆกันไม่ใกล้แต่ก็ไม่ไกลจนเกินไป ภายในรถตกอยู่ในความเงียบงัน ฉันหันไปมองอีกฝ่ายเพื่อสังเกตท่าที ตอนนี้แม่สาวซิ๊กเซนส์คิ้วขมวดเป็นปม แววตาฉายแววกังวลและร้อนรนในขณะเดียวกัน มีความคุกรุ่นบางอย่างที่แผ่อยู่รอบตัวคนที่นั่งข้างๆจนทำให้ฉันไม่กล้าเอื้อนเอ่ยคำใดๆในเวลานี้

เราสองคนนั่งรออยู่ประมาณครึ่งชั่วโมงเห็นจะได้ เป้าหมายที่ว่าก็เดินมาขึ้นรถแล้ว

“หึ...โกหกจริงๆด้วยไหนบอกทำงานจนดึก” คุณเดย์เอ่ยอย่างโกรธเคือง “คุณนักสืบ รีบตามไปเลยค่ะ”

ฉันขับรถตามไปโดยทิ้งระยะห่างไม่ให้อีกฝ่ายจับได้ เป้าหมายขับรถมาที่ร้านอาหารหรูแห่งหนึ่งไม่ไกลจากที่ทำงานมากนัก พอจอดรถปุ๊บ แม่สาวซิ๊กเซนส์ก็รีบปลดเข็มขัดนิรภัยออกอย่างรวดเร็วและตั้งท่าจะลงจากรถทันที

“อย่าพึ่งไปค่ะ ใจเย็นๆสิคุณเดย์” ฉันเอื้อมมือไปจับแขนคนใจร้อนเป็นการห้ามปราม “คุณนั่งรออยู่ในรถเถอะค่ะ เดี๋ยวฉันตามไปสืบให้เอง”

“ไม่เอา ยังไงก็ต้องไปเห็นกับตาให้ได้ว่าอินนัดเจอใคร” คนข้างตัวหันมาตอบด้วยสีหน้าฉุนเฉียว

“ถ้าคุณออกไปตอนนี้ แล้วเขาเห็นคุณเข้า แผนก็ล่มหมดสิ คุณไม่มีทางได้เห็นหน้ากิ๊กแน่ๆ เพราะแฟนคุณจะต้องไหวตัวทัน ให้ฉันออกไปคนเดียวก่อนถ้าเห็นว่าแฟนคุณนัดเจอกับคนอื่นจริง เดี๋ยวฉันจะถ่ายรูปส่งมาให้ดูเอง โอเคมั้ยคะ”

คนใจร้อนนิ่งอย่างครุ่นคิดก่อนจะเอ่ยห้วนๆ “ก็ได้ค่ะ”

“งั้นรอแป๊บนึงนะคะ ถ้ามีอะไรคืบหน้าจะส่งรูปมาให้”

อีกฝ่ายพยักหน้าตอบรับ ฉันลงจากรถและตรงดิ่งเข้าไปในร้านอาหาร กวาดสายตามองหาแฟนของคุณเดย์ ตอนนี้เป้าหมายนั่งอยู่ที่โต๊ะริมกระจกคนเดียว ถ้าคาดไม่ผิดคงจะรอพ่อของคุณเดย์แน่ๆ ฉันเลยเลือกที่นั่งฝั่งที่มองเห็นหน้าตาลุงนั่นเพื่อจะได้เก็บภาพชัดๆ เฮ้อ...ถ้ายัยซิ๊กเซนส์เห็นภาพพ่อกับแฟนตัวเองมาดินเนอร์กันจะช็อคไปเลยไหมเนี่ย แอบเป็นห่วงความรู้สึกยังไงไม่รู้

เวลาผ่านไปครู่หนึ่ง ตาลุงจอมหื่นก็เดินเข้ามาในร้านอาหาร เป็นไปตามที่คิดเอาไว้ว่าสองคนนี้ต้องนัดเจอกัน ฉันสอดสายตามองคนที่พึ่งมาอย่างไม่วางตา เขายิ้มทักทายให้ผู้หญิงคนนั้นและทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ก่อนจะกวักมือเรียกบริกรมารับออเดอร์

ฉันยกมือถือขึ้นมากดถ่ายภาพอย่างระแวดระวัง พอได้ภาพที่ต้องการแล้วก็เรียกบริกรมาเช็คบิลเครื่องดื่มที่ยังไม่ได้ดื่มเลยสักนิดแล้วออกจากร้านทันที พอเปิดประตูขึ้นรถ ฉันก็สังเกตสีหน้าคนที่นั่งรออยู่ด้วยความเป็นห่วง แค่มองจากด้านข้างก็พอจะรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ค่อยโอเคสักเท่าไหร่ พอปิดประตูรถปุ๊บคุณเดย์ก็โพล่งขึ้นมาทันที

“ฉันเห็นพ่อเดินเข้าไปในร้าน เธอบอกฉันได้มั้ยว่ามันไม่ใช่อย่างที่คิด” ความโกรธและความเสียใจประทุอยู่ในน้ำเสียง ฉันเคลื่อนสายตาลงไปจับจ้องมือทั้งสองของเธอที่กำลังกำหมัดแน่นอย่างแค้นเคืองโกรธ

“ฉันไม่แน่ใจว่าคุณเดย์คิดอะไรอยู่”

ท่าทีที่แสดงออกก็พอจะรู้ว่าอีกคนกำลังคิดอะไรอยู่ แต่ฉันก็อยากให้เจ้าตัวเป็นฝ่ายพูดมันออกมาเอง

คนที่กำลังอารมณ์ไม่ดีหันขวับมาและเริ่มขึ้นเสียงด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว “พ่อกับอินเป็นชู้กันใช่มั้ย! อินทำกับฉันแบบนี้ได้ยังไง! รู้ทั้งรู้ว่าเขาคือพ่อฉัน...” พอเอ่ยถึงพ่อ คุณเดย์ก็จุกไปเลย เธอพูดต่อไม่ไหวและพยายามกลั้นน้ำตาที่กำลังรื้นขึ้นมาไม่ให้ไหลริน แต่สุดท้ายก็มิอาจต้านทานความรู้สึกเสียใจที่เอ่อล้นท่วมท้นอยู่ในใจได้ จึงได้ปลดปล่อยธารน้ำตาออกมาเพราะกักเก็บมันเอาไว้ไม่ไหวอีกต่อไป

ฉันรู้สึกสงสารคนตรงหน้าอย่างจับใจ และยื่นมือไปบีบต้นแขนเบาๆเป็นการแสดงความห่วงใย ในสถานการณ์ตอนนี้ฉันเลือกที่จะเงียบ ปล่อยให้เธอได้ร้องไห้ให้พอ สิ่งที่พอจะทำได้ในขณะนี้คือหยิบยื่นทิชชู่ให้อีกฝ่ายเช็ดคราบน้ำตาที่เปื้อนอยู่

ว่าแต่คุณเดย์ใช้อายไลน์เนอร์ยี่ห้ออะไรนะ ทำไมร้องไห้ขนาดนี้ยังไม่เลอะเทอะเปรอะเปื้อนเลย ขนาดมองเห็นไม่ชัดเพราะในรถค่อนข้างมืด แต่เครื่องสำอางค์ที่ประทินอยู่บนผิวหน้ากลับยังทนทานแทบไม่สะเทือนเลือนหาย ในขณะที่สงสารฉันก็แอบสงสัยว่าเจ้าตัวใช้เครื่องสำอางค์ยี่ห้ออะไรถึงกับเผลอจ้องมองใบหน้าอีกคนอย่างลืมตัว คนหน้าสวยคงรู้สึกว่ากำลังถูกจ้องอยู่เลยเหล่มองอย่างมีอาการเขินเล็กน้อย

“จ้องอยู่ได้ หน้าฉันมีอะไรติดอยู่รึไง”

“อ๋อ เปล่าค่ะ ไม่มีอะไร” ฉันเบนสายตาไปทางอื่น “แค่สงสัยว่าคุณใช้เครื่องสำอางค์ยี่ห้ออะไรถึงได้...” พอรู้ตัวว่าเผลอพูดเรื่องไม่เป็นเรื่องออกมาฉันก็รีบตบปากตัวเองทันที “เอ่อ...ขอโทษทีค่ะ พูดอะไรออกมาก็ไม่รู้”

ในใจคิดว่าอีกฝ่ายคงโกรธแน่ๆแต่กลับตรงกันข้าม คุณเดย์หลุดขำเบาๆ จากหน้าบึ้งตึงเครียดได้คลายความโกรธลงด้วยรอยยิ้มสวยที่ผุดขึ้นมาแทน

“เธอนี่ก็ตลกดีเนอะ ขอเปิดไฟหน่อยนะคะ” คนที่นั่งข้างๆยืดแขนขึ้นไปกดไฟเพดานรถก่อนจะหยิบกระจกใบเล็กในกระเป๋าสะพายข้างขึ้นมาส่องใบหน้าตัวเองพลางใช้นิ้วเกลี่ยที่ขนตางอนยาวนั้นเบาๆ “สงสัยล่ะสิว่าฉันใช้อายไลน์เนอร์ยี่ห้ออะไรถึงไม่เลอะเลย”

“ใช่ค่ะสงสัยมาก ร้องไห้ขนาดนั้น แต่ว่าหน้าตายังสวยเป๊ะอยู่เลย”

ฉันเอ่ยชมไปอย่างไม่ได้คิดอะไรก็แค่พูดตามความจริง แต่ดูเหมือนว่าประโยคท้ายที่เอ่ยชมไปจะทำให้เธอชะงักแล้วเอี้ยวหน้ามามองฉันด้วยสายตาวิบวับเป็นประกาย คุณเดย์คลี่ยิ้มอีกครั้งและเอ่ยถามเสียงหวานใสอย่างเย้าหยอก

“สวยเป๊ะขนาดนี้...แล้วคุณนักสืบชอบไหมล่ะ”

โปรดติดตามตอนต่อไปจ้า  

โดนหยอดไปแบบนี้ คุณนักสืบจะตอบว่ายังไงน้า?

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น