เจ้าชิบะ

ฝากสนับสนุนนิยายด้วยนะคะ

รักร้ายๆ ของผู้ชายอันตราย# 36

ชื่อตอน : รักร้ายๆ ของผู้ชายอันตราย# 36

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 32.7k

ความคิดเห็น : 31

ปรับปรุงล่าสุด : 01 ต.ค. 2562 17:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รักร้ายๆ ของผู้ชายอันตราย# 36
แบบอักษร

36 

 

 

 

 

อีกด้านหนึ่ง ณ กาญจนบุรี 

 

“เหี้ยเอ๊ย! แม่งจะตามติดไปถึงเมื่อไรวะ ไอ้สัดดิว!” เสียงกัดฟันด่าอย่างหัวเสียดังขึ้นมาเบาๆ ในขณะที่สายตาต้องคอยเหลือบมองผ่านหลังกำแพงเพื่อดูว่าดิวกับตำรวจจะยังตามมาอยู่หรือไม่  

“..ไอ้พวกเวรนั่น นอกจากจะทำเสียแผนแล้วมึงยังเสือกปากสว่างบอกตำรวจอีก ไอ้พวกเหี้ยที่เหลือพอรู้ว่าตำรวจจะมาจับก็เสือกหนีหายกันไปหมด ..หึ อย่าให้กูรอดไปได้กูจะจัดการแม่งให้หมดไม่ให้เหลือสักตัว” ฮิวโก้ 

 

ครืนน ครืนน 

 

“ฮัลโหลว่าไง” โทรศัพท์ในมือสั่นขึ้น เมื่อดูเบอร์หน้าจอก็ทำให้เขาต้องรีบกดรับทันที 

( ลูกพี่ ตอนนี้ตำรวจมันดักถนนทางเข้าออกอำเภอที่เราอยู่ทุกทางเลย ถ้ายังหาทางออกไม่ได้พวกเราโดนจับได้ง่ายๆแน่ ) เสียงของลูกน้องคนสนิทของฮิวโก้บอกอย่างลนลาน 

“มึงก็หาทางที่มันหนีไปทางอื่นสิวะ! ห่า กูต้องยอมเป็นตัวล่อให้พวกมึงตามหาเส้นทางออกจากจังหวัดนี้ ถ้าไม่มีอะไรคืบหน้าพวกมึงไม่ต้องกลับมาให้กูเห็นหัว เข้าใจมั้ย!” ฮิวโก้พูดกรอกอัดโทรศัพท์อย่างหัวเสีย  

(ครับๆ!) ปลายสายรีบตอบอย่างรวดเร็ว ก่อนจะถูกฮิวโก้ตัดสายทิ้งไปดื้อๆ 

“ไอ้เหี้ยพีค มึงคิดจะตามจองล้างจองผลาญกูไปถึงไหนวะแม่ง! รู้แบบนี้กูสั่งฆ่าไปเด็กนั่นไปตั้งแต่แรกก็ดี”  

 

************************************ 

 

“จะไปกาญฯ ไปทำอะไรที่นั่นอ่ะ?” เพลิงย่นคิ้วถามอย่างสงสัย ขณะกำลังทำกับข้าวให้พีคกิน 

“ไปตามคนที่ทำมึงเดินเป๋อยู่แบบนี้ไง ไอ้ดิวกับไอ้โต้งใกล้จับตัวแล้ว ตอนนี้พวกมันกำลังไล่ตามอยู่” พีคบอกเสียงเรียบ พีคยืนพิงเคาน์เตอร์ครัวพร้อมมองคนที่กำลังหันกุ้งอยู่ข้างๆ  

“แล้วไปตอนนี้อ่ะนะ มึงจะให้กูมาทำข้าวให้เพื่อ? แทนที่จะบอกก่อนตั้งแต่แรก” เพลิงพูดบ่นพร้อมหยุดหันกุ้งตรงหน้า พีคที่ก้มดูมือที่หันอยู่ตอนแรกรีบผละจากเขียงแล้วขยับมองหน้าเพลิงที่หันมามองทันที เพลิงไม่ได้แสดงสีหน้าอะไรออกมามาก เพียงแค่ปมระหว่างคิ้วที่ขมวดติดกันนิดหน่อย 

“ก็ให้ทำเพราะจะเอาไปกินเนี่ยแหละ แล้วเพื่อนกูก็พึ่งโทรมาบอกตอนที่มึงเข้าครัวไปแล้ว จะให้บอกก่อนหน้านี้ยังไงล่ะ” พีคบอกตามความจริง เพราะก่อนที่เข้ามาหาเพลิง รุจเพื่อนตำรวจของเขาได้โทรมาบอกให้เขารีบไปกาญฯอย่างเร่งด่วนเพราะเจอตัวคนร้ายแล้ว ทำให้ทุกอย่างที่เขามาบอกเพลิงดูกะทันหันไป เพลิงมองพีคอยู่แปปนึง ก่อนจะหันกลับไปจัดการกับกุ้งตรงหน้าต่อ  

“จะเอาไปกินนี่คือใส่กล่องข้าวไปถูกมั้ย?” เพลิงถามขึ้น 

“อืม เดี๋ยวกูเอาไปกินบนรถ” พีคพยักหน้าตอบ 

“ขับรถไปแดกไปมันอันตรายนะมึง” เพลิงพูดบอกเสียงเรียบ แม้จะไม่ได้หันมามองหรือแสดงสีหน้าอะไรออกมา แต่คำพูดง่ายๆกลับทำให้พีคยิ้มขึ้น 

“เป็นห่วงกูหรอ” พีคแกล้งถามพลางยิ้มกริ่มให้คนข้างๆ เพลิงชะงักไปนิดก่อนจะตอบพีคตามความรู้สึก 

“เออ เป็นห่วง กลัวว่ายังไปไม่ถึงตัวคนร้ายแล้วมึงจะขับรถไปชนใครตายซะก่อนนี่สิ” เกือบจะดี แค่ห่วงคำแรกที่ได้ยินทำเอาพีคถึงกับใจกระชุ่มกระชวย แต่พอมาเจอประโยคหลัง ไอ้คำว่าห่วงตอนแรกเพลิงคงจะหมายถึงห่วงผู้เคราะห์ร้ายซะมากกว่า พีคยกยิ้มขำให้กับความปากแข็งของเพลิง ก่อนจะเดินเข้าไปกอดฟัดเพลิงที่ยืนอยู่ข้างๆ  

“โว้ยยย ไอ้พีค! ทำบ้าอะไรของมึงเนี่ย!?” เพลิงถึงกับโวยลั่นเมื่อถูกพีคกระโจนเข้ามากอดปุปปัปอย่างไม่ทันตั้งตัว แถมยังเอาปากมาหอมแก้มพร้อมแกล้งทิ้งน้ำหนักตัวใส่เขาอีก 

“เป็นห่วงก็บอกว่าเป็นห่วงเหอะ ทำปากแข็งบอกกูจะขับรถไปชนคน มึงก็รู้ระดับกูไม่มีทางขับรถไปชนใครหรอก เพราะถ้ากูชน กูก็ชนเข้าไปโต้งๆแล้ว” พีคยิ้มบอกด้วยเสียงระรื่น ก่อนจะขยับตัวให้ยืนมองหน้าเพลิงได้ปกติ แต่ยังคงสวมกอดร่างบางของคนตรงหน้าเอาไว้  

“ยังจะหน้าด้านบอกไปชนคนอื่นอีกนะมึง” เพลิงว่าพร้อมหรี่ตามองพีค 

“กูแค่ยกตัวอย่างเฉยๆ ..แล้วสรุปยังไง ตกลง..มึงเป็นห่วงกูหรือเปล่า” พีคยิ้มถามเสียงนุ่ม สายตาจ้องมองเพลิงไม่วางตา เพลิงเองก็มองพีคกลับด้วยใบหน้าที่ขึ้นสีระเรื่อ ก่อนจะหลบตาเบื้อนหน้าหนีนิดๆไปทางอื่น 

“ก็..อืม เป็นห่วง..นั่นแหละ” เพลิงบุ้ยปากตอบพีคเสียงอ้อมแอ้ม รู้สึกอายๆเล็กน้อยที่ต้องพูดจาเป็นห่วงพีคทั้งที่ปกติไม่เคยพูด พีคฉีกยิ้มแสดงความพอใจสุดๆ แม้ว่าคำพูดจะไม่ได้หวานหรือโรแมนติกอะไร แต่แค่คำง่ายๆกลับทำให้คนฟังอย่างเขารู้สึกดี เพลิงเห็นว่าพีคเงียบไปทำให้ตัวเองต้องขยับหน้ากลับมามองคนตรงหน้า แต่เมื่อหันมาเพลิงถึงกับต้องเลิกคิ้วมองอย่างสงสัย เมื่อเห็นว่าพีคเอาแต่ยิ้มพร้อมมองเข้าด้วยสายตาแพรวพราว 

“ลืมแดกยาแก้โรคประสาทหรือไง ยิ้มอยู่ได้” เพลิงว่ากลบเกลื่อน เพราะตัวเองก็แอบเขินๆกับรอยยิ้มที่ไม่ได้แสดงความกวนเหมือนปกติ  

“คงงั้นมั้ง งั้นกูขอแดกยาจากปากมึงหน่อยแล้วกัน” พีคพูดบอกอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะก้มไปจูบเพลิงเพื่อดูดซับริมฝีปากเพื่อเก็บเกี่ยวความคิดถึงไว้หลังจากที่เขาต้องออกไปต่างจังหวัดกับเพื่อน เพลิงผงะเล็กน้อยเมื่อถูกจูบกะทันหัน แต่ก็ยอมจูบตอบแต่โดยดีเพราะเป็นสิ่งที่เขาเองก็ต้องการเหมือนกัน ทั้งคู่เริ่มสอดลิ้นร้อนแลกลิ้นเกี่ยวพันอย่างดูดดื่ม มือเพลิงเคลื่อนโอบคอพีคอัตโนมัติพลางรับบทจูบของพีคอย่างเคลิบเคลิ้ม ทำให้ไม่ได้สังเกตว่ามือแกร่งของพีคได้เลื่อนสอดเข้ามาอยู่ใต้กางเกงด้านหลังของเพลิง  มือแกร่งลูบไล้สลับกับบีบคลึงบั้นท้ายเนียนอย่างหมั่นเขี้ยว ..ถ้าไม่ติดที่ว่าตัวเองต้องออกต่างจังหวัดกับแผลที่ขาเพลิงยังไม่หายดี เขาคงจะลากคนตรงหน้าลงเตียงไปแล้ว เพราะรู้สึกว่าช่วงนี้ตัวเองต้องทำตัวอดทนเป็นพิเศษ ทั้งๆที่จิตใจโครตจะอยากจับกดใจจะขาด แต่เพราะเป็นห่วงเพลิงนั่นแหละถึงได้ต้องยอมอยู่แบบนี้ 

“อื้ออ” เพลิงร้องออกมาเมื่อเริ่มหายใจไม่ออกพร้อมขยับมือดันอกพีคข้างนึง พีคดูดดึงลิ้นของเพลิงอยู่แปปนึงก่อนจะยอมผละริมฝีปากออกมา พร้อมมองดวงตาที่สั่นไหวหายใจหอบอยู่ตรงหน้า พีคเห็นว่าสีหน้าเพลิงกำลังแสดงสีหน้าที่ดูยั่วยวนเลยเตรียมโน้มตัวเข้าไปจูบเพลิงต่อ แต่ก็ต้องหยุดเอาไว้เพราะเพลิงปรับหน้ามุ้ยเรียกดักเขาเอาไว้ 

“ไอ้พีค..มือ อย่าเนียน” เพลิงบอกเสียงแข็งจนพีคถึงกับหลุดยิ้มขำเพราะเพลิงรู้แล้วว่าเขาเอามือไปวางตรงไหน ก่อนที่เขาจะเลื่อนมือออกมาแล้วกลับมาโอบเอวเพลิงเหมือนเดิม 

“เนียนอะไร นั่นตั้งใจ” พีคพูดออกมาพลางเลิกคิ้วยิ้มกวนใส่  

“ไอ้ห่า รีบออกไปเลยไป กูจะทำข้าวต่อ” เพลิงว่าพีคกลบเกลื่อนความอายพร้อมดันอกพีคให้ถอยห่าง แต่พีคกลับยืนนิ่งไม่ขยับ 

“ไอ้รุจยังไม่มาเลย อย่าพึ่งไล่ดิ ขออยู่แบบนี้ให้ชื่นใจหน่อย” พีคยิ้มบอกก่อนจะทำท่าก้มไปนัวเนียกับเพลิงต่อ แต่ก็ถูกเพลิงใช้มือดันหน้าหนีไม่ยอมเพราะคิดว่าพีคต้องทำอะไรมากกว่านี้แน่ ทั้งคู่ดันกันไปกันมาอยู่สักพักโดยที่ไม่รู้เลยว่าทางหน้าห้องครัวกำลังมีใครบางคนมองพวกเขาอยู่ 

“ฮะแฮ่ม เสียมารยาทนิดหน่อย แต่คือกูอยู่ตรงนี้มาสักพักแล้วนะเพื่อน” เสียงปริศนาที่คุ้นหูทำให้พีครีบหันไปมองขณะหน้ากำลังถูกเพลิงใช้มือดันอยู่ เพลิงเองก็หันไปดูอย่างตกใจก่อนจะรีบพลักหน้าพีคแรงจนอีกฝ่ายเซเกือบหงายหลังหลุดจากตัวเขาไปทันที  

“ไอ้เหี้ยรุจ” พีคกัดฟันพูดเสียงขุ่น แอบหงุดหงิดที่เพื่อนดันมาขัดจังหวะระหว่างทางซะได้  

“งายยย ไอ้คนเหี้ย ไม่ได้เจอแปปเดียวพาเมียมาอยู่บ้านแล้วหรอ” รุจฉีกยิ้มจนตาเกือบหยีกำลังโบกมือทักทายเพื่อนรักอย่างกวนตีน พีคที่เห็นท่าทางยียวนของอีกฝ่ายถึงกับกลอกตาใส่อย่างหงุดหงิด 

“มึงสิเหี้ย ใครสั่งให้บุกรุกบ้านคนอื่นโดยไม่กดกริ่งวะ แล้วไหนบอกอยู่มอเตอร์เวย์” พีคพูดว่ารุจที่มาเร็วกว่าปกติ 

“กูเป็นตำรวจนะเว้ย ทางลัดบนถนนกูรู้ดีกว่าพลเมืองซะอีก ว่าแต่..น้องเพลิงใช่มั้ยครับ พี่รุจนะ เป็นเพื่อนไอ้ห่านี่และก็เป็นตำรวจที่ทำคดีให้น้องอยู่ ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ” คนแนะนำตัวรีบเดินตรงดิ่งเข้ามาทักเพลิงที่ยืนอยู่ใกล้ๆพีค ถ้าคิดว่าแนะนำแบบคนปกติพีคคงจะไม่ว่าอะไร แต่กับเพื่อนคนนี้กำลังทำกวนตีนอ้าแขนเตรียมกอดเพลิงเต็มที่ จนพีคต้องรีบยกตีนยันเคาน์เตอร์คั่นกลางก่อนที่รุจจะเดินถึงตัวเพลิง  

“เดี๋ยวกูถีบให้ จะกะล่อนก็ให้มันน้อยๆหน่อย เดี๋ยวกูก็ฟ้องเด็กดำหรอกว่าพ่อมันแอบลงอ่าง” ราวกับถูกสับสวิตซ์เปลี่ยนโหมดทันทีเมื่อรุจถูกพีคขู่เรื่องลูก จากหน้าตาทะเล้นออกจะกวนๆ รุจรีบเปลี่ยนท่าทีแทบแยกเขี้ยวโวยใส่พีค 

“ลูกกูไม่ได้ดำไอ้นี่! แล้วเรื่องลงอ่างกูไม่ได้ทำบอกแล้วไง กูตามจับคนร้ายหรอกถึงได้แฝงตัวไปที่นั่น” รุจโวยอย่างไม่สบอารมณ์  

“ไม่ได้ลงอะไร ก็เห็นๆอยู่ว่าพาสาวขึ้นไปเปิดห้อง” พีคยังคงแกล้งพูดต่อ แต่รุจก็เถียงอย่างไม่ยอมแพ้ 

“โว้ยย ก็กูบอกอยู่ว่าทำงาน มีแต่มึงนั่นแหละที่ไปลงอ่างจริงๆ ..น้องเพลิงครับ ระวังไว้นะ เผลอเมื่อไรมันแวปหายไปแน่..อุ๊บ!” พีครีบเข้าไปล็อคคอปิดปากเพื่อนตัวดีที่ดันปากเสียขึ้นมาดื้อๆ ก่อนจะหันไปหาเพลิงเพื่ออธิบาย แต่สิ่งที่ได้กลับมาดันเป็นใบหน้าตึงๆที่กำลังมองพีคอย่างคาดโทษ  

“นั่นสินะ ใครๆก็ชอบลงอ่าง คงจะผ่อนคลายกว่าเยอะ” เพลิงตอบด้วยน้ำเสียงปกติ ก่อนจะเดินหนีออกไปด้านนอก ทิ้งให้พีคกับรุจยืนอยู่ในครัวที่ดูเหมือนเพลิงจะทิ้งบรรยากาศขุ่นๆเอาไว้รอบห้อง 

“เดี๋ยวกูตบปากแตกไอ้เวร! ลงอ่างมันเรื่องก่อนที่กูจะเจอกับไอ้เพลิงมั้ยล่ะ” พีคผละออกจากรุจพร้อมด่ารุจอย่างอารมณ์เสีย 

“กูก็ลง เอ๊ย! ทำงานมั้ยล่ะ ตอนนั้นมันมีคดีแล้วกูต้องไป ไม่ได้ลงเอิงลงอ่างซะหน่อย ดูหน้ากูด้วย ถึงมันจะไม่น่าเชื่อถือแต่กูก็รักเมียกับลูกที่สุดในโลกนะเว้ย ยิ่งน้องวาววาน่ารักขนาดนี้ กูไม่เหลียวมองใครหรอก ลูกกูออกจะนางฟ้า” รุจพูดบ่นกับพีคเรื่องที่พีคทำแกล้งเข้าใจผิดเพื่อแกล้งเขา พร้อมกับพูดเห่อลูกสาวที่กำลังโตด้วยวัยน่ารัก ทำให้พีคหรี่ตามองยกยิ้มขึ้นมานิดๆ 

“เด็กเงาะชัดๆ นางฟ้าอะไร” พีคแกล้งพูดล้อคุณพ่อลูกหนึ่ง 

“เดี๋ยวกูจับส่งตารางหรอกไอ้สัด ลูกกูเป็นนางฟ้าก็นางฟ้าสิวะ จะดำจะห่าเหวอะไร ในสายตาคนเป็นพ่อลูกกูคือยืนหนึ่งในด้านความงาม” ทำหน้ามั่นอกมั่นใจสุดๆสำหรับคุณพ่อลูกหนึ่ง 

“เออ เอาเข้าไป” พีคพูดพลางสายหน้าไปมาให้กับความเห่อลูกของรุจ ก่อนจะเดินหนีออกไปข้างนอกเพื่อตามไปคุยกับเพลิง แต่ก็ถูกรุจเรียกดักไว้ก่อน 

“ไอ้พีค เดี๋ยวต้องไปแล้วนะ ไม่งั้นไอ้ฮิวโก้มันย้ายที่ซ่อนอีกแน่” คราวนี้รุจกลับมาเปลี่ยนเป็นโหมดจริงจัง พีคหันหน้าเหลือบมองคนด้านหลังก่อนจะพยักหน้าตอบ 

“อืม เข้าใจแล้ว เดี๋ยวรีบไป” พีคตอบกลับจริงจังเหมือนกัน ก่อนจะเดินออกไปหาเพลิงด้านนอกที่คาดว่าคงจะขึ้นไปหลบอยู่ด้านบน และก็เป็นอย่างที่คิดเมื่อเปิดเข้ามากำลังเห็นเพลิงนั่งกอดหมอนดูทีวีอยู่ตรงปลายเตียง เพลิงเห็นว่าพีคเข้ามาเลยเหลือบมองกลับไปแปปนึง ก่อนจะหันกลับมาสนใจรายการบนหน้าจอทีวีต่อ  

“งอนหรอ” พีคเดินเข้ามาถามพร้อมทิ้งตัวลงนั่งข้างๆเพลิง 

“ไม่หรอก เอาจริงก็แค่อยากรู้ว่าช่วงที่ไปนี่ใช่ตอนก่อนที่จะคบกับกูหรือเปล่า เพราะถ้าก่อนคงไม่มีปัญหาอะไร” เพลิงพูดบอกด้วยน้ำเสียงและท่าทีปกติ พร้อมหันมาเลิกคิ้วนิดๆข้างนึงให้กับพีคเพื่อรอคำตอบ พีคหัวเราะหึในลำคอพลางยิ้มขึ้นมา เมื่อเห็นว่าเพลิงดูมีเหตุผลในการรับฟังดี 

“ก็ปกติของผู้ชายนั่นแหละ แต่มันก็แค่เมื่อก่อน เพราะหลังจากที่กูเจอมึงมาสักพัก ความคิดเรื่องเที่ยวอะไรแบบนี้มันหายไปดื้อๆเฉย รู้ตัวอีกทีก็มีแค่มึงเนี่ยแหละ” พีคนั่งเอนหลังชันมือไว้กับเตียงพร้อมพูดเรื่องที่ตัวเองคิดตามความรู้สึก เพลิงนั่งหันหน้ามองพีคที่กำลังเงยหน้าดูทีวี ก่อนเพลิงจะยกยิ้มขึ้นมาอย่างสบายใจ 

“รู้ตัวมั้ยว่าตัวเองใจดีขึ้นมากกว่าเมื่อก่อน” เพลิงถาม 

“ก็กูรักไง กูถึงได้เลิกร้ายกับมึง” พีคพูดบอกพร้อมหันมายิ้มตอบให้เพลิงอย่างอ่อนโยน เพลิงมองยิ้มขำนิดๆแต่ก็ยิ้มตอบอีกฝ่ายอย่างดีใจ ก่อนจะกลับมาคุยกับพีคต่อ 

“แล้วนี่มึงไปรถเพื่อนหรอ เพื่อนมึงถึงได้มาที่นี่” เพลิงถาม 

“ใช่ ตามจริงลูกน้องจากฝั่งนั่นลงมารับมันกับกูไปที่กาญฯน่ะ ให้คนที่รู้ที่ซ่อนตัวของพวกนั่นมารับมันถึงเร็วกว่าที่พวกกูไปเอง จะได้ไม่งงระหว่างทางด้วย” พีคอธิบายเรื่องรถที่มารับ ซึ่งเพลิงก็พยักหน้ารับอย่างเข้าใจ 

“หึ ดูมีหัวคิดอยู่แหะ ตอนแรกกูนึกว่าพวกไอ้โต้งโทรมาแล้วมึงจะบุ่มบ่ามซิ่งรถไปเองซะอีก” เพลิงว่าอย่างขำๆ เพราะตามนิสัยที่รู้จักกันมา พีคค่อนข้างใจร้อนและอารมณ์ร้อนถ้าเกิดมีเรื่องที่ทำให้เขาไม่พอใจ แต่รอบนี้พีคดูค่อยเป็นค่อยไปดูไม่ใจร้อนเหมือนปกติ 

“ตามจริงกูจะซิ่งไปตั้งแต่วันแรกแล้ว ยอมรับเลยว่าโครตโกรธ แต่มันก็ติดตรงมึงเนี่ยแหละ เสือกทำให้กูเป็นห่วง ทำให้กูต้องสั่งให้ลูกตามเรื่องให้แทน แต่การที่กูอยู่กับมึงมันไม่ได้หมายความว่ากูจะไม่ร้อนใจอะไรเลยนะ แค่ไม่อยากให้เวลาอยู่กับมึงแล้วทำให้มึงเครียดเท่านั้น” พีคอธิบายเรื่องที่พูดตามความเป็นจริง เขายังโกรธและโมโหฮิวโก้อยู่มากในตอนนี้ แต่ก็ต้องทำใจเย็นเพื่อไม่ให้เพลิงไม่สบายใจกับอารมณ์ของเขา  

“งั้นหรอ ก็ว่าอยู่ทำไมดูใจเย็นแปลกๆ” เพลิงบอกพลางยกยิ้มนิดๆ 

“เดี๋ยวกูจะไปแล้วนะ ช่วงที่กูไม่อยู่ห้ามไปไหนคนเดียวเด็ดขาด ถ้าจะไปให้ลากไอ้นายไปไหนมาไหนด้วยซะ แล้วก็อย่าลืมทายากับกินยาตามหมอสั่งด้วย อย่าขี้เกียจ” พีคพูดสั่งเสียงเข้ม ซึ่งเพลิงก็พยักหน้าหงึกๆเพราะพีคดูจะจริงจังและเป็นห่วงเขาจริงๆ แต่ที่แอบหงุดหงิดก็คงเป็นเรื่องขี้เกียจ 

“กูไม่ได้ขี้เกียจซะหน่อย แค่ลืม” เพลิงว่าพลางย่นจมูกใส่ 

“หึหึหึ ห้ามลืมที่กูพูดแล้วกัน ไปล่ะ ดูแลตัวเองนะมึง อย่าทำให้กูต้องเป็นห่วงอีก” พีคพูดบอกรอบสุดท้าย ก่อนจะลุกเดินเตรียมออกไปนอกห้อง  

“ไอ้พีค” เพลิงเรียกขึ้น พีคหยุดเดินแล้วหันหลังกับมามอง 

“ว่า?” พีคถามกลับ 

“ห้ามไปฆ่าใครล่ะ เข้าใจมั้ย” คำสั่งดักของเพลิงเรียกให้พีคเลิกคิ้วขึ้น อาจเป็นเพราะเพลิงดันห้ามไว้ถึงสิ่งที่พีคคิดว่าจะทำ แต่มันก็แค่ความคิดลึกๆเท่านั้น เพราะพีคเองก็ไม่ได้โง่จะทำใครตายตั้งแต่แรกอยู่แล้ว 

“ไม่ตายหรอก มั่นใจได้เลย” พีคยิ้มบอกพร้อมยักคิ้วให้ข้างนึงอย่างมั่นใจ ก่อนจะเดินลับหายไปจากห้องนอนที่เพลิงอยู่ เพลิงนั่งมองประตูที่ถูกปิดสนิทอยู่นิ่งๆ ก่อนจะพ่นลมถอนหายใจทิ้งให้พร้อมพูดส่งให้ประตูเสียงแผ่ว 

“รีบกลับมาล่ะ” 

 

**************************************** 

 

16.30 น. จ.กาญจนบุรี 

 

“สรุปคือจับตัวลูกน้องมันได้แล้วหนึ่ง แต่มันยังปิดปากเงียบไม่พูดอะไรออกมาถูกมั้ย” เสียงพีคถามปลายสายในขณะนั่งรถมุ่งหน้าไปที่ๆโต้งรออยู่ 

( ใช่แล้วเฮีย ขนาดบอกว่ารู้ที่กลบดานของมันแล้ว มันยังปากแข็งไม่พูดอะไรเลย ขนาดเอาปืนขู่ก็เอาแต่นั่งเงียบ) โต้งรายงานสิ่งที่เกิดขึ้นในหนึ่งชั่วโมงก่อนหน้านี้ให้พีคฟัง 

“แสดงว่าไอ้นี่คงเป็นคนสนิทของมัน เอาเถอะ ไหนๆก็รู้ที่ซ่อนของพวกมันแล้ว คืนนี้เตรียมบุกเข้าไปได้เลย” พีคบอกเสียงต่ำ  

( กลัวมันจะไม่ใช่อย่างนั้นสิเฮีย เมื่อเช้าไอ้ดิวมันไล่ตามไอ้ฮิวโก้อยู่ตลอดก่อนที่มันจะหลบไปได้ ส่วนทางผมที่ดักอยู่แถวบ้านที่มันซุกอยู่ก็ไม่เห็นเงาหัวมันเลยสักนิด เห็นแต่ไอ้ห่านี่ที่ถูกจับมา ผมกลัวว่ามันจะหนีไปที่อื่นตอนถูกไอ้ดิวไล่) โต้งบอก 

“มึงว่าไงนะ! มึงรีบเข้าไปตรวจดูในบ้านมันเดี๋ยวนี้เลย ส่วนไอ้ดิวมันอยู่ตรงไหน กูจะไปสมทบมันเอง” แทบของขึ้นเมื่อรู้ว่าศัตรูที่ไล่ตามจับหลายวันดันหนีไปได้อีกรอบ มือขวาที่ถือโทรศัพท์ถูกบีบแน่นขึ้นอย่างโมโห จนรุจหันมามอง 

( เดี๋ยวผมให้มันส่งโลฯไปให้ ส่วนทางนี้พวกผมดูเสร็จจะโทรไปรายงานอีกที ) โต้งพูดบอกแค่นั้นก่อนที่พีคจะกดตัดสายทิ้ง แล้วนั่งรอโลเคชั่นจากดิวอยู่ในรถ ไม่นานดิวก็ส่งข้อความมา ทำให้พีคต้องบอกให้ลูกน้องรุจขับรถไปตามที่ดิวบอกทันที  

           พีคนั่งรถตามที่ดิวอยู่ไปเรื่อยๆ ไม่นานนักอาจจะเป็นเพราะตัวเมืองอยู่ห่างจากอำเภอที่พวกดิวอยู่ได้ไม่ไกลมาก ทำให้ระยะทางขับรถมาถึงที่ดิวอยู่ได้เร็วไม่ถึงชั่วโมง ตำรวจบางคนที่ยืนรอพีคกับรุจตามคำสั่งดิว รีบเดินเข้าไปหาเจ้านายกับพีคทันทีเมื่อทั้งคู่เดินลงจากรถมาแล้ว  

“สวัสดีครับหมวด สวัสดีครับคุณพีค” จ่าพูดทักทายพร้อมทำท่าเคารพแบบพวกตำรวจ 

“จ่า ตอนนี้ดิวกับคนอื่นอยู่ไหนกัน?” รุจเริ่มถามลูกน้องทันที 

“พวกคุณดิวกำลังไล่ตามคนร้ายอยู่ในชุมชนด้านในครับ เหมือนว่าก่อนหน้านี้มีคนมารับก่อนทางเข้าซอยที่พวกมันซ่อนตัว แต่คุณดิวนั่งมอไซค์ไล่ตามทัน ทำให้พวกนั้นต้องทิ้งรถแล้วหนีหลบเข้าไปในนี้ครับ” จ่ารายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้น 

“พวกมันมีกี่คน?” รุจถามต่อ 

“สี่คนครับ” จ่า 

“ไปกันเถอะ ก่อนที่ฟ้าจะมืด” คราวนี้พีคพูดขึ้น ก่อนจะเร่งฝีเท้าวิ่งเข้าไปยังชุมชนตรงหน้า ที่ตอนนี้มีคนยังออกมาใช้ชีวิตอยู่ตามปกติ รุจกำลังเรียกห้ามพีคให้คุยเรื่องแผนก่อน แต่ดูท่าจะไม่ทันแล้ว ทำให้รุจกับจ่าต้องรีบวิ่งตามเข้าไป  

           ช่วงเวลาตอนเย็นบวกกับเด็กนักเรียนเลิกเรียน ทำให้ตอนเย็นค่อนข้างมีคนคึกครืน พีคขบกรามแน่นพลางกระตุกมุมปากอย่างโมโห เหมือนว่าฮิวโก้จะคิดเอาไว้แล้วว่าถ้าตำรวจไล่ตามมันที่นี่ แน่นอนว่าตำรวจคงไม่ใช้ปืนไล่ยิงมันแน่นอน เพราะมันอาจจะมีคนโดนลูกหลงได้ พีคกึ่งวิ่งกึ่งเดินพยายามมองหาคนที่มีลักษณะคล้ายฮิวโก้ แต่ก็ยังไม่เจอ ก่อนวิ่งเข้าซอยที่เป็นทางแยกข้างหน้าแล้วตรงหน้าคนร้ายต่อ รุจกับจ่าที่วิ่งตามพีคแล้วแอบทึ่งอยู่แปปนึง เพราะตั้งแต่เข้ามาในนี้ พีคดูจะวิ่งอยู่ตลอดเวลแทบไม่มีเหนื่อย ต่างจากเขาและจ่าที่ถึงแม้จะเป็นตำรวจ แต่ก็ไม่ได้ใช่แรงไล่ตามใครแบบนี้พอสมควร แต่ก็อย่างว่าแหละ อาชีพเก่าพีคทำให้พีคดูเชี่ยวชาญการเคลื่อนไหวร่างกายดี  

“ไอ้พีค กูว่ามึงลองโทรถามไอ้ดิวดูหน่อยมั้ย เพราะบางทีวิ่งตามซอยนู่นนี่ไปเรื่อยอาจจะไม่เจอมันก็ได้” รุจตะโกนบอกพีคที่ทิ้งห่างเขาอยู่ข้างหน้า 

“นั่นดิ” พีคตอบแค่นั้น ก่อนจะหยิบโทรศัพท์กดโทรเข้าสายดิว พีคยืนถือสายรออยู่ไม่นานดิวก็กดรับสาย 

( ว่าไงเฮีย ) ดิวถามขึ้นจากปลายสาย 

“ตอนนี้มึงอยู่ตรงไหน แล้วได้เรื่องยังไงบ้าง” พีคถามกลับถึงสถานการณ์ตอนนี้ 

( พวกผมวิ่งเข้ามาเกือบถึงท้ายชุมชนแล้วเฮีย ตอนนี้จับพวกมันได้หนึ่ง เหลืออีกสามคนที่วิ่งหนีได้ ตอนนี้ผมกำลังวิ่งตามไอ้ฮิวโก้อยู่ แม่งหลบเก่งฉิบหาย ) ดิวบอก 

“ตามไปเรื่อยๆ เดี๋ยวกูตามเข้าไปหามึงเดี๋ยวนี้”  

( ได้เฮีย ) ดิวบอกแค่นั้นก่อนกดตัดสายทิ้ง พีคยืนมองหน้าจอมือถืออยู่แปปนึงก่อนเก็บเข้ากระเป๋าแล้วหันไปเรียกเพื่อนให้ตามหลังไปทันที 

“ไปเร็ว พวกแม่งอยู่เกือบท้ายชุมชน” ว่าจบ ทั้งสามคนก็รีบวิ่งตามเข้าไปด้านในอย่างรวดเร็ว ชาวบ้านแถวนั้นมองก็ต่างสงสัยว่าพวกพีคกำลังไล่ตามอะไร ไม่มีใครรู้ รู้เพียงว่ามีคนกำลังวิ่งตามอะไรบางอย่าง เพราะทั้งหมดแต่งตัวนอกเครื่องแบบหมด รวมทั้งจ่าด้วย แม้จะใส่เสื้อยืดของตำรวจมา แต่การที่เอาแต่วิ่งทำให้ไม่รู้ได้ว่าเขาเองก็เป็นตรวจ  

ทั้งสามคนวิ่งไปเรื่อยๆเพื่อตามดิวให้ทันที่สุด แต่ระหว่างทางที่กำลังวิ่งเข้าซอยข้างหน้ากลับมีคนวิ่งสวนออกมา พีคที่วิ่งนำรีบชะงักหยุดวิ่ง พอดีกับอีกฝ่ายหยุดวิ่งเหมือนกัน แต่ท่าทางดูตื่นๆไม่เหมือนคนวิ่งปกติทำให้พีคขมวดคิ้วสงสัย และนั่นแหละ ใบหน้าที่ดูคุ้นเหมือนเคยเห็นที่สนามแข่งของฮิวโก้ ทำให้พีคพอจะจำได้ว่าคนคนนี้เป็นใครและอีกฝ่ายก็รู้ว่าพีคเป็นใคร จึงรีบหันหลังวิ่งหนีกลับเข้าทางเดิม 

“มึงจะไปไหน!” พีคตะหวาดลั่น รีบวิ่งตามจับคนร้าย โชคดีที่อีกฝ่ายวิ่งหอบมานานทำให้อ่อนแรงลง พีคที่ตามติดรีบเตะขาเข้าข้อพลับจนร่างอีกฝ่ายเข่าอ่อนล้มลงไป ก่อนที่พีคจะจับแขนไขว้หลังล็อคเอาไว้  

“กุญแจมือ” พีคพูดเสียงเข้ม จนจ่าต้องรีบส่งมาให้พีคจับคนร้ายใส่กุญแจมือตามระเบียบ 

“กูไม่รู้! กูไม่รู้เรื่อง ปล่อยกูไปเถอะ!” อีกฝ่ายร้องลั่นปฏิเสธทันควัน แต่พีคจำหน้าได้ ทำให้ไม่เชื่อสิ่งที่มันพยายามปฏิเสธ 

“ไม่รู้เหี้ยอะไร! กูจำได้ว่ามึงอยู่กับไอ้ฮิวโก้ตลอด” พีคว่าเสียงแข็ง  

“ไม่ใช่! ผิดคนแล้ว กูไม่รู้เรื่อง!” อีกฝ่ายยังคงปฏิเสธ 

“ไม่รู้เรื่องแล้วจะหนีกูทำเหี้ยอะไร บอกมาว่าลูกพี่มึงกำลังหนีไปไหน!” พีคถามอย่างมีน้ำโห  

“กูไม่รู้! ถ้ากูรู้กูจะวิ่งมาทำเหี้ยอะไรคนเดียว” พีคจ้องร่างที่พยายามดิ้นไปมาเพื่อให้หลุดจากมือเขานั่งกำลังบีบแขนมันแน่น ก่อนจะกระชากมันให้ลุกแล้วส่งต่อให้จ่าต่อทันที  

“เดี๋ยวเอามันไปสมทบกับคนอื่น ส่วนมึงจะตามกูมาก็แล้วแต่เลย เพราะขืนกูเอาแต่ถามมัน กูคงตามจับไอ้ตัวหัวหน้าไม่ได้แน่ๆ” พีคพูดบอกเสียงแข็ง ก่อนจะเดินตามฮิวโก้ต่อ รุจพูดสั่งลูกน้องพร้อมสั่งให้ใช่ปืนขู่กันอีกฝ่ายหนีเอาไว้ ก่อนจะตามพีคไปข้างหน้าต่อ  

 

 

อีกด้านทางฝั่งดิว 

 

ทัก ทัก ทัก! 

 

“ตามติดกูจังเลยนะไอ้เหี้ยดิว!” เสียงด่าหอบของฮิวโก้กำลังด่าคนด้านหลังที่บังเอิญวิ่งไปปะทะกันโดยบังเอิญ ทำให้ตอนนี้ทั้งคู่พากันแข่งวิ่งไล่ล่ากันออกมาสุกของท้ายชุมชนและกำลังวิ่งอยู่ตรงทางเดินข้างริมคลอง 

“ใครจะยอมปล่อยให้มึงหนีไปโง่ๆกัน กล้าทำร้ายคนของเฮีย แล้วมึงอย่าคิดว่าจะรอดไปง่ายๆนะ!” ดิวตะโกนไล่หลังวิ่งตามฮิวโก้อย่างสุดแรงเกิด แม้ตัวจะเริ่มเหนื่อยเต็มที แต่เขาก็ยังหยุดพักไม่ได้ถ้ายังไม่ได้ตัวของคนที่พีคหมายหัว  

“หึ ไอ้เด็กเวรนั่นมันมีดีอะไรนักหนาถึงได้ตามราวีกูไม่เลิกขนาดนี้วะ มันก็แค่ของใหม่ที่ไอ้พีคมันใช้สนองอารมณ์ไม่ใช่หรอวะ!” ฮิวโก้พูดตามที่เคยสืบมา ดิววิ่งตามพร้อมฟังอีกฝ่ายพูดเงียบๆ ก่อนจะกระตุกยิ้มที่ดูเหมือนข้อมูลที่มันได้จะเป็นแค่ข้อมูลสั้นๆในช่วงแรกเท่านั้น 

“ก็มีแค่พวกคิดตื้นๆเท่านั้นแหละที่คิดได้แบบนั้น” ดิวบอกแค่นั้นพร้อมยกยิ้มเย๊าะเย้ยให้กับความคิดตื้นๆของอีกฝ่าย ก่อนจะสตั้นตกใจ เมื่อฮิวโก้ล้วงปืนแล้วหันมาเล็งยิงใส่เขาอย่างรวดเร็ว 

 

ปัง! 

 

 ด้วยระยะห่างที่ทิ้งห่างพอสมควร ทำให้ดิวตั้งตัวทันแล้วรีบหลบหลังถังขยะ และเมื่อขยับตั้งตัวมาอีกที ฮิวโก้ก็ทิ้งห่างไปไกลกว่าเดิม จนดิวกัดฟัดกรอดอย่างโมโห แล้วรีบตามไปต่อทันที 

“เหี้ยแม่ง ตามตื้อไม่เลิก ..เอาไงดีวะ ถ้าวิ่งหนีต่อไปเรื่อยๆกูมีหวังถูกจับแน่ๆ หรือว่ากูจะยิงทิ้งไอ้ดิวมันดี กูจะได้หลบมันไปได้พ้นๆ” ฮิวโก้พึมพำกับตัวเองถึงทางรอดที่เขาพยายามคิด แต่นึกยังไงก็นึกไม่ออก แล้วดิวก็ดันวิ่งเร็วซะด้วย แค่แปปเดียวก็เกือบทันเขาแล้ว หรืออาจเป็นเพราะขาเริ่มเหนื่อยทำให้เขาวิ่งช้าลง  

“ไอ้ฮิวโก้! มึงหยุดวิ่งเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นกูจะยิงมึง!” เสียงดิวตะโกนจากด้านหลัง และคำว่าปืนทำให้ฮิวโก้ชะงักแล้วรีบหันไปมองด้านหลังขณะวิ่ง ตอนแรกคิดว่าขู่ แต่เมื่อเห็นกระบอกปืนสีดำนิลที่กำลังเล็งเขา ทำให้ฮิวโก้ต้องหยุดวิ่งพลางขบกรามแน่นอย่างมีโทสะ  

“เอาปืนลงกับพื้น ไม่งั้นกูเป่ากระบาลมึงแน่” ดิวรีบสั่งการ พร้อมขยับเดินเข้าไปไกลเรื่อยๆโดยที่ปืนยังคงเล็งตัวฮิวโก้เอาไว้ คนที่ได้ยินรีบค่อยๆลดปืนลงอย่างช้าๆจนปืนวางอยู่บนพื้น ก่อนที่จะค่อยๆขยับตัวยกมืออย่างยอมจำนน ดิวเห็นว่าปืนเป็นอิสระแล้ว ก่อนจะรีบใช้เท้าเตะออกตกคลองในขณะที่ปืนจ่อเข้าด้านหลังฮิวโก้ 

“รู้งี้กูไม่ฟังตำรวจแล้วเล่นปืนตั้งแต่ทีแรกก็จบ จะได้ไม่ต้องมาวิ่งตามมึงให้เหนื่อยแบบนี้” ดิวพูดบ่นอย่างเหนื่อยหน่าย 

“รู้งี้กูสั่งคนให้ยิงทั้งมึงทั้งไอ้เด็กเวรนั่นตายก็ดี จะได้ไม่ต้องมีหมาตัวไหนมาตามล่ากู” ฮิวโก้พูดกัดพลางแสยะยิ้มขึ้น แต่ดิวเหมือนไม่ได้สนใจสิ่งที่พูดมานัก ก่อนจะกดปืนที่หลังแล้วสั่งให้ฮิวโก้เดินนำออกไป 

“เดินไป ไม่ต้องเสือกพูดมาก เพราะคำพูดของมึงไม่มีผลกับกู” คำพูดเรียบๆของดิวทำให้ฮิวโก้ชักสีหน้าไม่พอใจ ก่อนจะยอมเดินเมื่อถูกโลหะเย็นจี้หลัง  

           ดิวพาฮิวโก้เดินนำตามทางไปเรื่อยๆ มีชาวบ้านท้ายคลองบางส่วนต่างมองกันอย่างหวาดๆ เพราะเห็นว่าดิวมีปืนอยู่ในมือ แต่ดิวไม่ได้ใส่ใจนักเพราะเขาสนใจแค่ว่าต้องส่งฮิวโก้ไปให้พีคให้ได้ แต่ในระหว่างที่เดิน ยังมีคนบางส่วนที่ไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวของวัตถุสีดำที่กำลังจ่ออยู่ด้านหลังของอีกคน ทำให้เด็กวัยรุ่นที่วิ่งเล่นสวนกันตรงนั้นวิ่งเข้ากระแทกทั้งคู่อย่างไม่ทันระวัง ทำให้ตัวเองและอีกสองคนเซไปคนละทาง และคนที่ตั้งจังหวะการทรงตัวได้คนแรกก็รีบจับเด็กนักเรียนคว้าล็อคคอเป็นโล้กำบังทันที ดิวที่เซหนักกว่าฮิวโก้รีบจ่อปืนใส่ แต่ก็ต้องชะงัก เพราะคนตรงหน้าคือเด็กนักเรียนหญิงที่กำลังถูกฮิวโก้จับตัวเป็นตัวประกัน 

“เอาสิ ยิงเลยสิวะ!” ฮิวโก้ตะโกนท้า จนน้องนักเรียนที่ได้ยินถึงกับน้ำตาไหลออกมาทันที แถมชาวบ้านอยู่ตรงนั้นต่างรีบมามุงดูกันอย่างแตกตื่น เพราะไม่คิดว่าจะมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกับคนในชุมชนแห่งนี้ 

“ฮืออ! ช่วยด้วย!” นักเรียนหญิงร้องไห้อย่างหวาดกลัว มือที่จับล็อคคอเริ่มบีบแน่นขึ้นจนรู้สึกหายใจติดขัด 

“ถ้าไม่ยิงก็วางปืนลง ไม่งั้นกูจะหักคอนางเด็กนี่ให้ตายซะ!” เสียงฮือฮา กรีดร้องดังลั่นทั้งจากคนรอบตัวและเด็กผู้หญิง ดิวขมวดคิ้วแน่นอย่างเคร่งเครียด เพราะสถานการณ์ค่อนข้างย้ำแย่ ถ้าเกิดเขายิงคนด้านหลังขึ้นมา ดิวก็ไม่สามารถรับประกันได้ว่าเด็กข้างหน้าจะโดนลูกหลงมั้ย ทำให้เขายืนคิดหนัก แต่สุดท้ายเขาก็ต้องเลือกวางปืนลงเพื่อเซฟชีวิตเด็กเอาไว้ ก่อนค่อยๆก้มวางปืนลงพื้นช้าๆ  

“เตะมันลงคลอง” ฮิวโก้สั่ง ซึ่งดิวก็ยอมทำตามแต่โดยดี 

“ปล่อยตัวเด็กซะ” ดิวบอกเสียงเข้ม ดวงตาแข็งจ้องมองฮิวโก้ที่ยืนแสยะยิ้มอย่างเขม็ง 

“กูปล่อยแน่ แต่ตอนนั้นคือกูหนีไปจากมึงได้แล้ว เพราะฉะนั้น ระหว่างนี้กูขอสั่งให้มึงอยู่ตรงนี้จนกว่ากูจะไป และถึงตอนนั้นกูจะปล่อยไอ้เด็กนี่ซะ” ฮิวโก้พูด ดิวที่ได้ยินยืนกำหมัดแน่น แต่ก็ต้องอยู่เฉยรอให้ฮิวโก้ขยับห่างออกไป เมื่ออีกฝ่ายทิ้งห่างได้ไกลพอสมควร ฮิวโก้รีบพลักเด็กให้ออกห่างแล้วรีบหันหลังวิ่งอย่างไว ดิวเองก็รีบตามทันทีพร้อมคนในระแวกนั้นที่เข้าไปหาเด็กเพื่อช่วยเหลือ 

 ดิวกลับมาวิ่งไล่ตามฮิวโก้เหมือนเดิม แต่ระยะห่างรอบนี้ค่อนข้างไกลและอีกฝ่ายดันวิ่งซอกแซกเข้าซอยนู่นซอยนี้จนน่ารำคาญ ทำให้ฮิวโก้เริ่มคาดสายตาไปจากดิว ฮิวโก้หันมองดิวด้านหลังขณะวิ่งตรงไปข้างหน้า ก่อนจะแสยะยิ้มสะใจเพราะดิวตามเขามาไม่ทันแล้ว ทำให้เขาผ่อนแรงวิ่งแล้วเลี้ยวหลบเข้าซอยที่เป็นทางแยกข้างหน้า โดยที่ไม่รู้เลยว่าเมื่อวิ่งเข้าไปจะเข้าไปปะทะกับใครบางคนที่เขาพยายามเลี่ยงหนีให้มากที่สุด 

“เฮือก!” ฮิวโก้ตกใจเฮือกพร้อมหยุดสตั้นเมื่อเห็นร่างสูงของพีคหยุดจ้องเขม็งมาทางเขา โดยข้างๆตัวมีคนอีกคนอยู่ด้วย ใจร่วงไปอยู่ตาตุ่ม ก่อนจะตั้งหลักเตรียมสู้ เพราะถ้าหนีคงหนีไม่ทันแน่ ในเมื่อพีคกับเขายืนห่างอยู่ไม่ถึงสี่ก้าวเลยด้วยซ้ำ 

“ใจสู้ขึ้นมาแล้วหรือไง ไอ้ลูกหมา” พีคพูดเย้ยยันเสียงแข็ง พร้อมกระตุกยิ้มขึ้นอย่างนึกขำที่เห็นอีกฝ่ายเตรียมสู้กับเขาแบบจริงๆจังๆ 

“ไอ้สัดพีค คิดว่าคนอย่างกูจะยอมมึงง่ายๆหรือไง ให้ตายยังไงกูก็ไม่มีทางให้มึงจับได้หรอก!” ฮิวโก้ 

“หึ งั้นมาลองดูกันสักตั้งมั้ย ว่าใครแม่งจะล้มก่อนกัน!” ว่าจบ พีคพุ่งตัววิ่งเข้าใส่อีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว ก่อนจะสวนหมัดเหวี่ยงเข้าหน้าฮิวโก้จนเซถอยหลัง คนโดนต่อยรีบตั้งหลักพร้อมสวนกลับพีคต่อทันที แม้จะไม่ได้มีเชิงมวยเหมือนพีค แต่เรื่องใช้กำลังเขาเองก็ถนัดเช่นกัน ทำให้เวลาต่อยมักจะใส่แรงสุดแรงเกิดเข้าสวนคู่ต่อสู้เสมอ แต่ก็ไม่ใช่กับทุกคนที่จะโดนหมัดนี้เข้าไปง่ายๆ โดยเฉพาะพีค เมื่อฮิวโก้เหวี่ยงหมัดเข้ามาจนเกือบโดนหน้า หลังจังหวะที่พีคถอยหลบได้ไม่ถึงวิเขาก็รีบใช้มือจับล็อคแขนฮิวโก้ไว้ ก่อนจะใช้มืออีกข้างจับคอเสื้อแล้วยกตัวฮิวโก้ทุ่มอัดลงพื้นทันที  

“อั่ก!” ฮิวโก้ถึงกับร้องเจ็บหลังแผ่นหลังเข้ากระแทกกับพื้นปูนอย่างแรง ใครจะไปคิดว่าแค่ท่ายูโดทุ่มลงพื้นง่ายเวลาโดนจริงๆมันจะเจ็บจนจุกขนาดนี้  

“มึงลุกขึ้นมา! กูยังไม่คิดจะยอมจบกับมึงง่ายๆหรอกนะ ไอ้ฮิวโก้!” พีคตะหวาดสั่งให้คนที่พื้นลุกขึ้นมาด้วยแววตาวาวโรจน์ ฮิวโก้กัดฟันกรอดก่อนดันร่างตัวเองให้ลุกตามที่พีคสั่ง แต่ยังไม่ทันได้ยืน ลูกเตะหนักๆก็ฟาดเข้าหน้าก่อนจะนอนล้มไปอีกครั้ง 

 

ผัวะ! 

 

“อ่อก!..อึ่ก..ไอ้เหี้ยมึง..!”  

“ใครสั่งให้มึงนอนลงไป! ลุกขึ้นมา!” พีคสั่งด้วยความเกรี้ยวกราด ฮิวโก้มองขวางใส่อย่างโมโห ก่อนจะขยับตัวไปไฝว้กับพีคอย่างเหลืออด แต่ยังไม่ทันได้ยืนตามเคย ตีนหนักๆของพีคก็เตะอัดหน้าเขาต่อ 

 

ผัวะ! 

 

“ลุกขึ้นมา!!” พีคสั่งด้วยน้ำเสียงเดิมอีกครั้ง รุจที่ยืนดูอยู่ห่างๆเหมือนเริ่มเข้าใจอะไรบางอย่าง ถึงปากพีคจะสั่งให้ฮิวโก้ลุก แต่สุดท้ายฮิวโก้ก็ลุกไม่ได้อยู่ดี เพราะทุกครั้งที่ลุกพีคจะเตรียมเตะอัดหน้าในทันที  

“มึงก็เลิกเตะสิวะ!!” ฮิวโก้ตะหวาดลั่นยั๊วะกับสิ่งที่พีคทำ แต่พีคกลับแสยะยิ้มขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ 

“เลิกเตะ? ฝันอยู่หรือไง คิดจะสู้กับกูมึงก็ลุกหนีจากลูกเตะกูให้ได้สิวะ เพราะตราบใดที่มึงยังลุกขึ้นมาไม่ได้ คนอย่างมึงก็ไม่มีสิทธิ์เข้าเทียบกับกูได้หรอก เก่งแต่ลอบกัดอย่างมึง ถ้ากูเอาจริงมึงตายห่าไปแล้ว! หึ คิดการใหญ่ แต่เสือกอ่อนในเรื่องไม่เป็นเรื่อง ขนาดไอ้เพลิงที่มึงสั่งคนไล่ยิงยังมีทักษะสู้สูงกว่ามึงเสียอีก” พีคว่าอย่างดูถูก 

“อึ่ก! ถ้ากูไม่เจอไอ้ดิวก่อนหน้านี้นะ มึงได้ตายไปแล้วไอ้เหี้ยพีค!” ฮิวโก้เถียงกลับอย่างมีโทสะ เมื่อถูกพีคดูถูกและถูกจี้จุดที่ทำให้เอาเถียงเรื่องที่พูดไม่ออก พีคที่ได้ยินก็รีบต่อยอัดเข้าหน้าต่ออย่างรวดเร็ว 

 

พลั่ก! 

 

“มึงคิดว่าคนอย่างกูจะตายง่ายๆหรอ คิดว่ากูไม่มีประสบการณ์เสี่ยงตายมาก่อนหรือไง หึ ระดับมึงมันไม่ได้ขี้ตีนของเรื่องที่กูเคยเจอเลยด้วยซ้ำ ก่อนหน้านี้กูก็อุตส่าทำใจดีปล่อยมึงไปแล้วนะ แต่มึงเสือกลากคนสำคัญของกูเข้ามาเกี่ยวข้องจนทำให้ต้องเข้าโรงพยาบาล มึงแน่มากนะที่ทำให้กูโมโหจนอยากจะจับมึงมากระทืบให้มันรู้แล้วรู้รอดซะเหลือเกิน ถ้าไม่ติดว่าครอบครัวมึงขอเอาไว้นะ มึงได้ไปคุยกับยมบาลแล้ว!” พีคตะหวาดลั่นอย่างเหลืออด ก่อนจะขบกรามแน่นข่มอารมณ์ตัวเองเอาไว้เพื่อไม่ให้เดินไปกระชากปืนจากเพื่อนมายิง  

“เมื่อกี้มึงว่าไงนะ” ฮิวโก้รีบถามอย่างตกใจ พร้อมทำหน้าอึ้งราวกับไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน 

“ครอบครัวมึงไง แล้วก็ต้องขอบคุณน้องมึงด้วยนะที่มันกล้าบอกที่ซ่อนตัวของมึง ไม่งั้นงานกูคงเดินช้ากว่านี้แน่ๆ ..ละอายใจบ้างมั้ย ที่จู่ๆลูกชายสุดที่รักทำเรื่องเหี้ยๆจนทำให้พ่อแม่ต้องมากราบขอตำรวจไม่ให้จับลูกชายเค้าน่ะห๊ะ มึงละอายใจบ้างมั้ย” พีคปรับลดอารมณ์และน้ำเสียงลง แต่ยังคงความแข็งกร้าวเอาไว้ ฮิวโก้นิ่งเงียบสะอึกกับสิ่งที่ได้ยิน ไม่คิดว่าจากเรื่องที่ตัวเองทำจะทำให้คนทางด้านหลังต้องมาเป็นเดือดเป็นร้อนแทนขนาดนี้ เขานึกโกรธพีคและเจ็บใจที่ตัวเองทำอะไรพีคไม่ได้เลย ถ้าตอนนั้นเขาเลือกจัดการพีคตั้งแต่แรกเรื่องคงไม่มีทางสาวมาถึงตัวเขาได้แน่ ฮิวโก้กำหมัดแน่นพลางขบกรามอย่างโกรธเคือง  

พีคเหลือบต่ำมองคนที่ดูจะไม่ได้สำนึกผิดอะไรเลย ตามจริงพีคอยากทำอะไรฮิวโก้มากกว่านี้มาก แต่เพราะก่อนที่เขาจะมานี่ ตอนที่แวะไปสน.แม่กับพ่อของฮิวโก้เข้ามาร้องไห้ก้มกราบเขากับตำรวจคนอื่นเพื่อขอให้ลดโทษให้ พีคหงุดหงิดที่ต้องมาเห็นอะไรแบบนี้ แต่ความเห็นใจและความตั้งใจอยากจะช่วยลูก ทำให้พีคตกลงแค่จะไม่ทำอะไรฮิวโก้มากเกินไป แต่ก็ต้องจับมันมาดำเนินคดีตามกฎหมาย เพราะสิ่งที่ฮิวโก้ทำเป็นสิ่งที่ไม่ควรให้อภัย  

“ไอ้รุจ สั่งคนให้คุมตัวมันไป เดี๋ยวกูจะไปคุยกับมันต่อที่สน.” พีคบอกเสียงเรียบ ก่อนที่รุจจะสั่งลูกน้องที่ตามมาสมทบได้ไม่นานจับกุมตัวฮิวโก้ไปพร้อมกับพวกลูกน้องของฮิวโก้ที่ตามจับกุมได้แล้ว เมื่อตำรวจจัดการเคลียร์คนร้ายก่อนพาเดินออกไปยังรถตำรวจที่จอดรออยู่ด้านหน้าชุมชน รุจที่เดินตามหลังคนอื่นอยู่กับพีคแอบสังเกตว่าพีคดูคุมอารมณ์ตัวเองดีขึ้นกว่าเมื่อก่อนมากจนแอบทึ่งไปสักพักนึงเลย 

“ตอนแรกกูนึกว่ามึงจะใส่เดี่ยวกระทืบมันเลยนะเนี่ย ไปทำอะไรมาถึงได้ใจเย็นขึ้นวะ” รุจถามขึ้นอย่างสงสัย 

“ใครว่ากูใจเย็น ลึกๆกูอยากจะกระทืบมันฉิบหาย” พีคว่าอย่างหงุดหงิด 

“หึหึ แล้วอะไรมันทำให้มึงไม่กระทืบมันล่ะ เรื่องที่ครอบครัวของมันขอไว้หรือไง” รุจถามต่อ แต่พีคหัวเราะหึส่ายหน้ายกยิ้มนิดๆ ก่อนจะตอบความจริงให้รุจฟัง 

“ก็มีส่วน แต่เหตุผลใหญ่ๆเลยคือ.. เมียกูสั่งไม่ให้กูฆ่าใครตาย นั่นแหละ ที่ทำให้กูต้องข่มอารมณ์ตั้งสติให้มากๆก่อนที่มือไม้จะลั่นไปมากกว่านี้” 

************************************** 

มาช้าแต่มาต่ออยู่นะจ้ะ  

อีกนิดเดียวใกล้จะเปิดเรื่องใหม่แล้วนะจ้ะ 

#เจ้าชิบะ 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น