แป้งเปียก.

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ไอสูรย์ตัวร้าย #31 สงครามประสาท (RW)

ชื่อตอน : ไอสูรย์ตัวร้าย #31 สงครามประสาท (RW)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 51.9k

ความคิดเห็น : 88

ปรับปรุงล่าสุด : 15 มี.ค. 2559 21:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ไอสูรย์ตัวร้าย #31 สงครามประสาท (RW)
แบบอักษร

 

 

 http://cdn-tunwalai.obapi.io/files/member/4866/1955066413-member.jpg

ไอสูรย์ตัวร้าย #31 สงครามประสาท

 

 

ตั้งแต่ที่พวกเรากลับมาจากเกาะส่วนตัวพี่ไอสูรย์ก็พาผมกลับไปอยู่ที่บ้านเขาอีกครั้งแถมพ่อเขาก็ไม่ว่าอะไรและเห็นดีด้วยอีกประเด็นก็คือตอนแรกแม่จะไม่ยอมมาอยู่กับผมด้วยแต่ไม่รู้พ่อไปคุยอะไรกับแม่ท่านถึงยอมแต่สีหน้าก็ดูออกชัดเจนว่าไม่พอใจ

ท่าทางสองคนนี้เคยรักกันจริงๆ อย่างที่พี่ไอสูรย์เคยบอกไว้หรือเปล่าเนี่ย...

พอนึกถึงเรื่องนี้ทีไรก็อดแปลกใจไม่ได้อยู่ดี ก่อนกรุงเทพฯ พี่ไอสูรย์ยังเล่าให้ผมฟังอีกต่างหากว่าพ่อเขากับแม่ของผมเคยเป็นแฟนกันมาก่อนแต่เพราะเรื่องราวของพวกผู้ใหญ่นั่นแหละที่ทำให้ทั้งคู่ต้องผิดใจกันและเลิกกัน...ถึงผมจะอยากรู้ต่อว่าเรื่องอะไรแต่สีหน้าพี่ไอสูรย์มันอึดอัดจนผมไม่อยากถามและชวนเขาเปลี่ยนเรื่องคุยแทน

ทุกอย่างเหมือนจะดีขึ้นไปเรื่อยๆ และพ่อพี่ไอสูรย์ไม่สิเพราะหลังจากที่ผมเรียกเขาว่าท่านเจ้าตัวก็ชักจะไม่ปลื้มเลยสั่งให้ผมเรียกพ่อซะงั้นตอนแรกก็เขินแต่ก็ยอมเรียกแต่แม่ดันมาโวยวายและได้เจอคำพูดตอกกลับของพ่อไป

“ยายแก่อย่าทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่นั่นนะพ่อแท้ๆ แต่ฉันพ่อตาหรือจะเป็นพ่อเลี้ยงก็ยังได้”

เป็นยังไงละครับเจอคำพูดนี้ไปแม่ถึงกับอึ้งพูดอะไรไม่ออกกระทืบเท้าเดินออกจากห้องรับแขกไปเลยจนบัดนี้ท่านกับพ่อก็ยังทะเลาะกันเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยนแปลงจนบ้านกลายเป็นสถานที่สำหรับผู้ใหญ่และความสุขสำหรับลูกๆ อย่างผมกับพี่ไอสูรย์ไปซะแล้ว

เวลาผ่านไปเรื่อยๆ พอๆ กับที่ท้องของผมเริ่มโตขึ้นจนดูออก...ก็แน่ละสิเพราะตอนนี้ผมท้องได้หกเดือนแล้วมันเหมือนเรื่องโกหกเพราะตั้งแต่ที่ผมกลับจากเกาะพี่ไอสูรย์เป็นสามีที่น่ารักขึ้นทุกวันแถมยังประกาศต่อหน้าทุกคนอีกว่า

“ผมอยากสร้างครบอครัวของตัวเอง”

ตอนนั้นที่ได้ยินผมแทบจะสำลักข้าวที่กินอยู่แต่ก็มีเรื่องดีๆ เข้ามาคือพ่อกับแม่ท่านส่งยิ้มอย่างดีใจแถมท่าทางที่เคยทะเลาะกันก็เริ่มลดน้อยลงไปบ้างจนดูจะเป็นเรื่องดี

แต่ความสุขก็ไม่ได้ดีเสมอไปเพราะอย่างน้อยก็ต้องมีเรื่องไม่ดีหรือรำคาญใจเข้ามาบ้างก็อย่างเช่นตอนนี้ยังไงล่ะครับ?

“ท้อง!

น้ำเสียงตกใจสุดๆ ไปเลยและนั่นก็ไม่ใช่ใครที่ไหนเพราะตั้งแต่วินาทีแรกที่รินได้เห็นผมยืนอยู่ในบ้านหลังนี้เขาก็ดูเหมือนจะตกใจแต่กลับฝืนยิ้มเอาไว้ รินหายไปนานพอๆ กับที่ผมกับแม่เข้ามาอยู่ที่บ้านหลังนี้ได้นานแล้วเหมือนกันช่วงหลังๆ ที่หายไปก็เพราะเรื่องการเรียนด้วยล่ะมั้งถึงยังไงก็จะจบแล้วเพราะมันเป็นมหา'ลัยที่แปลกก็คงต้องจบแบบแปลกๆ อันนี้ไม่ได้นินทาคุณชุนนะครับ

“ผู้ชายเนี่ยนะ” ความตกใจยังไม่ลดน้อยลงผมเองก็ฝืนยิ้มอุ้มเจ้าอสูรไว้บนตักด้วยรินดูเหมือนจะไม่ค่อยชอบเจ้าขนปุยสักเท่าไหร่พอๆ กับมันนั่นแหละครับ

“อืม”

“ฉันเคยได้ยินมาว่าผู้ชายท้องได้เหมือนกันแต่ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นกับนาย” น้ำเสียงตกใจเมื่อกี้เริ่มปรับสภาพให้ดีขึ้นแต่ผมก็ยังไม่วางใจอยู่ดีเพราะผมรู้สึกเหมือนกับว่ารินเป็นคนที่ร้ายลึกยังไงก็ไม่รู้สิครับ

บ้านดูจะเงียบมีแต่พวกสาวใช้คนสวนและการ์ดไม่กี่คนในนั้นรวมผมกับรินด้วย ส่วนพี่ไอสูรย์กับคุณพ่อมีงานสำคัญเข้ามาส่วนแม่ผมท่านบอกว่าจะออกไปหาเพื่อนคงกลับเย็นๆ วิกฤตครั้งใหญ่ของผมเลยทีเดียว

“ตอนแรกฉันก็ไม่คิดว่าตัวเองจะท้อง”

“แต่ก็ท้องแล้วแบบนี่ก็จับเอ่อ...อยู่ที่นี่ได้ตามสบายเลยสินะ” ผมรู้นะว่าเมื่อกี้รินจะพูดว่าผมจับพี่ไอสูรย์แต่ผมก็ไม่ได้อะไรและอยากทำเป็นไม่ได้ยินด้วยทำไมผมต้องแคร์กับอีแค่คำพูดของหมอนี่ที่ชอบพูดจาให้ครอบครัวคนอื่นแตกแยกด้วย

“ถึงไม่ท้องก็น่าจะอยู่ได้รู้สึกเหมือนว่านายจะไม่ใช่คู่หมั้นแล้วแต่ยังเข้าออกบ้านนี้ได้ตามสบายสินะ”

“คุณลุงท่านอนุญาต” น้ำเสียงโคตรภาคภูมิใจที่ได้บอกผมเลยครับ

“และพี่ไอสูรย์ก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะถึงยังไงพวกเราก็ยังเป็นพี่น้องที่รักกัน” ดูเหมือนรินจะเน้นคำว่ารักกันให้ผมได้ยินชัดกว่าคำอื่นๆ เลยนะครับ

“แต่ก็ไม่ใช่คนที่จะได้อยู่ด้วยกัน”

“หึ! อย่าพูดได้ใจไปสิเพราะบางทีพี่ไอสูรย์อาจต้องการแค่ลูกก็ได้” ยิ่งคุยกันไปนานๆ ผมยิ่งรู้ว่าแท้ที่จริงแล้วรินต้องการอะไรกันแน่และสิ่งๆ นั้นไม่ใช่เรื่องดีสำหรับผมเลยละครับ

“อย่างน้อยลูกก็เป็นเครื่องช่วยยืนยันว่าเขาต้องการใครมากกว่ากันไม่ใช่เหรอ? ถ้านายคิดจะพูดจาให้ฉันเขวก็เลิกคิดซะเถอะเพราะฉันไม่สนใจอยู่แล้วต่อให้พี่ไอสูรย์จะต้องการแค่ลูกแต่อย่างน้อยฉันก็ได้อยู่ที่นี่ซึ่งต่างจากนายถ้าเข้าใจแล้วก็เลิกทำตัวน่ารังเกียจสักที!

ผมว่าพร้อมทั้งลุกขึ้นยืนอุ้มเจ้าอสูรไว้ด้วยรินเองก็จ้องหน้าผมขบกรามเข้าหากันจนแน่นดูออกง่ายดายว่ากำลังโกรธผมมากแค่ไหน

“ใครกันแน่ที่ทำตัวน่ารังเกียจทั้งๆ ฉันมาก่อนนาย” รินโกรธอย่างเห็นได้ชัดและพยายามเดินเข้ามาใกล้ผมที่ถอยหลังหนีเพราะกลัวว่าเขาจะทำให้ผมและลูกต้องเจ็บตัว

“นายแย่งพี่ไอสูรย์ไปจากฉันแล้วยังมีหน้ามาบอกว่าฉันน่ารังเกียจอีกงั้นเหรอ?”

“สุดท้ายก็เผยทาสแท้ออกมาจนได้นายไม่ได้ตั้งใจจะดีกับฉันตั้งแต่แรกอยู่แล้วนี่เพราะฉะนั้นคราวหน้าคราวหลังก็ไม่ต้องเสแสร้งแกล้งทำอีกมันดูน่าสมเพชถ้าไม่มีอะไรแล้วฉันขอตัว!

“แก!

โกรธผมเรียกผมว่าแกแถมจะเข้ามาตบผมด้วยก็ยังดีนะที่ผมถอยหลังหนีได้ทันไม่งั้นก็แย่เอาการ

“ถ้าตบฉันอีกครั้งรับรองได้ว่านายเจ็บตัวแน่”

“หึ! คิดว่าจะทำอะไรฉันได้งั้นเหรอ?” รินยิ้มเยาะพูดจาท้าทายก่อนจะเดินเข้ามาหาผมเรื่อยๆ คราวนี้ผมก็สู้และไม่เดินหนีด้วย

“ถึงฉันจะท้องก็ไม่ได้หมายความว่าฉันจะยืนให้นายทำร้ายอยู่ฝ่ายเดียวหรอกนะเพราะฉันไม่ใช่นางเอก!

“นายกล้ากว่าที่ฉันคิดไว้เยอะนึกว่าจะอ่อนปวกเปียกเหมือนกับพวกที่พี่ไอสูรย์เคยใช้เงินซื้อมา” รินว่าน้ำเสียงโหดร้ายมากๆ จนบางทีผมก็นึกกลัวผู้ชายคนนี้เพราะท่าทางของรินมันไม่เหมือนกับรินคนเดิมที่ผมเคยรู้จัก

“กล้าได้มากกว่านี้อีกถ้านายคิดจะทำร้ายฉัน!

“งั้นลองดูสักตั้งไหม?” รินว่าก่อนจะง้างมือขึ้นผมเองก็ยืนมองหน้าหมอนี่แบบท้าทายไม่กลัวหรือแม้แต่หลบด้วยซ้ำไป

“อ๋องน้อยที่รักกกก! 

พรึบ!

มือที่ง้างขึ้นเมื่อกี้กลับรีบลดต่ำลงเหมือนเดิมพร้อมทั้งหันไปมองตามเสียงที่ดังขึ้นเหมือนฟานจะเข้ามาขัดจังหวะรินเลยละครับ

“อ้าว! นี่นายก็อยู่ด้วยเหรอริน” ฟานเดินเข้ามาหาผมมองหน้ารินที่กำลังสร้างภาพยิ้มแย้มให้ได้เห็น

“ฉันมาหาคุณลุงนะในเมื่อท่านไม่อยู่งั้นฉันกลับก่อนละกัน” รินว่ายิ้มๆ แบบว่าสร้างภาพจนผมสู้ไม่ได้เลยทีเดียว

รินเดินออกไปแล้วในห้องก็เหลือแค่ผมกับฟานส่วนเจ้าขนปุยผมปล่อยมันลงเดินหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้เวลามีปัญหาคนอื่นๆ ก็ดันหายหมดให้มันได้อย่างนี้สิครับผมนั่งลงที่โซฟาอีกครั้งพร้อมทั้งกอดอกแล้วจ้องหน้าฟานที่ยืนยิ้มหวานอยู่

“ฉันรู้นะว่านายได้ยินและนายเองก็มาตั้งนานแล้วด้วย”

“โถ่! อะไรจะหูดีขนาดนั้นนี่อุตส่าห์ซื้อรถยี่ห้อที่เสียงเบาสุดๆ แล้วนะ” ฟานนั่งลงข้างๆ สีหน้าเบิกบานเชียวครับ

“นายเข้ามาขัดจังหวะทำไม”

“ก็ลองไม่เข้ามาสินายอาจโดนตบได้” ฟานว่าแต่ผมกลับเบ้ปากใส่หมอนี่

“ฉันเอาอยู่”

“แบกท้องให้ไหวก่อนเถอะคนท้องอะไรปากร้ายชะมัดแถมอารมณ์ยังเหวี่ยงได้ตลอดเวลาซะจริงๆ เลย”

“ชิส์! เรื่องนี้ห้ามบอกพี่ไอสูรย์กับคนอื่นๆ นะ” ผมสั่งสีหน้าจริงจังจนฟานต้องส่ายหัวไปมากับความดื้อของผมแต่สีหน้าหมอนี่ก็เหมือนกำลังคิดอะไรอยู่ด้วย

“ไม่ต้องทำหน้างงเพราะฉันยังสนุกอยู่”

“หัดเป็นห่วงตัวเองกับลูกบ้างเพราะรินไม่ได้อ่อนแออย่างที่คิด”

“ฉันก็ไม่ได้อ่อนแอเพราะฉะนั้นห้ามฟ้อง” พูดจบผมก็ลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินออกมาไม่อยากสนใจด้วยซ้ำว่าตัวเองอยู่ในห้องรับแขกกับใคร

“นี่ที่รักโปรดหยุดและฟังฉันบ้างมิฉะนั้นฉันจะฟ้อง

“ฟ้องอะไร?”

ให้ตายสินี่ไม่ใช่เสียงของผมแต่ดันเป็นเสียงของพี่ไอสูรย์ซะงั้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่แล้วทำไมผมถึงไม่ได้ยินเสียงรถของเขาเหมือนกับฟานละ

“แล้วเมื่อกี้ทำไมต้องเรียกเมียฉันว่าที่รัก!” พี่ไอสูรย์ทำหน้าดุใส่ฟานพร้อมทั้งเดินเข้ามาหาผมกอดเอวเอาไว้ซะแน่นไม่พอครับเพราะอสูรตัวร้ายยังคงกดจูบเบาๆ ที่พวงแก้มของผมจนรู้สึกเขินฟานไปเลยทีเดียว

“นี่เฮียเกรงใจกันบ้างแล้วทำไมผมจะเรียกไม่ได้ก็มันน่ารักดีออกว่าไหมอ๋องน้อยที่รัก” ฟานว่ายิ้มๆ พูดจายั่วโมโหพี่ไอสูรย์สุดๆ จนผมแอบยิ้มขำกับท่าทางของสองคนนี้

“ฟาน!

“อสูรแผลงฤทธิ์” ฟานยังคงยั่วโมโหต่อ “อ้าวคุณลุงสวัสดีครับ”

“ไอ้ฟาน!

พ่อไม่ได้กลับมาหรอกครับแต่นั่นเป็นแค่การพูดจาหลอกล่อของฟานเท่านั้นพอผมกับพี่ไอสูรย์หันไปมองหมอนี่ก็วิ่งหน้าตั้งออกไปทันทีจนเจ้าตัวต้องร้องเรียกอย่างกับคนอารมณ์เสียสุดๆ

“ไว้เจอกันใหม่น่ะอ๋องน้อยที่รัก”

ผมยิ้มแล้วโบกมือให้ฟานไม่สนใจด้วยซ้ำว่าพี่ไอสูรย์ยืนอยู่ข้างๆ ท่าทางของเขาที่หันมามองหน้าผมบ่งบอกได้อย่างชัดเจนว่าหึง...จะน่ารักไปไหนครับ

“อ๋องน้อย!

“ครับวันนี้พี่กลับบ้านเร็วจังเหนื่อยไหม?”

“อย่าเปลี่ยนเรื่องเมื่อกี้คุยอะไรกับฟานไว้” น้ำเสียงดุๆ ของอสูรตัวร้ายดังขึ้นมาอย่างต่อเนื่องจนผมต้องกลืนน้ำลายลงคอเลยทีเดียวเพราะไม่รู้จะโกหกว่าอะไรดีฟานก็ดันหนีไปซะดื้อๆ

“คิดถึงพี่จังลูกก็ด้วยวันนี้ดิ้นทั้งวันเลย” ไม่แคร์ครับก็แค่ทำเป็นไม่สนใจที่พี่ไอสูรย์พูดแล้วพูดเรื่องอื่นขึ้นมาแทนกอดแขนเขาไว้ซะแน่นซุกหน้าลงกับอกกว้างด้วยเลยอ้อนซะเดี๋ยวเขาก็ลืม

โกหกคำโตถูกจับได้มีซวยครับ

“อ้อนทำไมพี่ไม่หลงเชื่อหรอกนะ”

“โถ่! หลงคารมผมหน่อยเถอะครับ” ผมซุกหน้าเข้าหาพี่ไอสูรย์เรื่อยๆ จนเหมือนจะอ้อนมากไปแล้วละครับแบบนี้อาจจะซวยคราวหลังได้

“พี่ก็หลงอยู่ทุกคืนแต่วันนี้หยุดหลงชั่วคราว”

“บ้า" พูดเองจนทำให้ต้องเขินเองจู่ๆ ก็มาพูดแบบนี้ทำเอาผมเงิบไปนิดหน่อยครับ

“บอกมา”

“อื้อเพลียจังงั้นผมขอขึ้นไปพักหน่อยนะครับ”

อ้อนก็ไม่ได้ผลพูดจาหว่านล้อมก็แล้วเหมือนพี่ไอสูรย์จะไม่ยอมฟังงั้นขอใช้วิธีเดิมก็แล้วกันหนีซะเลย

“อย่าคิดว่าคราวนี้พี่จะปล่อยให้รอดได้นะ”

หมับ!

“เดี๋ยวผมตกนะครับ” ผมรีบกอดคอพี่ไอสูรย์เอาไว้ทันทีหลังจากที่เขาเดินตามมาอุ้มผมเอาไว้ให้ตายสิครับแบบนี้ท่าทางผมจะรอดยากแล้วแหละครับ

“ใครจะปล่อยให้เมียกับลูกเป็นอันตรายได้เดี๋ยวนี้กล้าปิดบังพี่...แบบนี้มันต้องลงโทษ!” พี่ไอสูรย์พาผมเดินขึ้นไปชั้นบนท่าทางของเขาดูมีความสุขมากกว่าจะโกรธผมอีกครับ แต่ผมกลับกอดคอเขาเอาไว้ซะแน่นเลยถึงจะรู้ว่าเขาจะไม่ทำผมตกก็ตาม

พี่ไอสูรย์วางผมลงบนเตียงช้าๆ ก่อนที่เขาจะนั่งลงข้างๆ ผมมองหน้าเขาแบบว่าสงสัยท่าทางของพี่ไอสูรย์มากเลยละครับ

“ยื่นหน้าเข้ามาทำไมครับ?” ผมรีบถอยห่างทันทีเพราะหลังจากที่เขาเงียบไปได้สักพักก็เอาแต่ยิ้มพร้อมทั้งทำสีหน้าท่าทางแบบแปลกๆ

“คิดว่าไง

“ก็

เมี้ยว เมี้ยว

สวรรค์เจ้าอสูรช่วยชีวิตผมไว้แท้ๆ พี่ไอสูรย์ทำหน้าเซ็งโคตรๆ แถมยังยันตัวเองให้นั่งเป็นปกติพร้อมทั้งมองหน้าผมและเจ้าอสูรสลับกัน

“เอามันมานี่เลย” พี่ไอสูรย์แย่งเจ้าอสูรไปจากตักของผมก่อนจะอุ้มมันชูขึ้นเหนือหัวพร้อมทั้งทำหน้ายักษ์ใสแมวทันที

“งื้อ! พี่จะทำอะไรนั่นโล่ป้องกันชั้นดีของผมเลยนะครับ” ผมร้องประท้วงพร้อมทั้งเอื้อมมือไปหมายจะคว้าเจ้าอสูรกลับมา

จุ๊บ

“ขี้โกง” พี่ไอสูรย์ขโมยหอมแก้มผมฟอดใหญ่ก่อนจะหันไปสนใจเจ้าขนปุยที่เขาอุ้มมันเอาไว้เหนือหัว

“แกแย่งความรักไปจากฉัน...รู้ไหมว่าเวลานี้ผัวเมียเขาจะจู๋จี๋กันคราวหลังถ้าเข้ามาขัดอีกจะสั่งห้ามเข้าห้องแล้วนะ”

ผมขำกับท่าทางขอพี่ไอสูรย์แต่ก็ยังอดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมเขาต้องหึงแม้กระทั่งแมวด้วยละ

“แมวฟังไม่รู้เรื่องหรอกครับ”

“บอกคนข้างๆ นี่ต่างหาก”

“ชิส์! วางมันลงได้แล้ว” ผมว่าก่อนจะเอื้อมมือไปรับมันแต่พี่ไอสูรย์กลับไม่ส่งให้แต่วางมันลงใกล้หมอนแทนหลังจากนั้นเขาก็ขยับเข้ามานอนบนตักผม

“อีกไม่นานเราก็จะได้เจอกันแล้วสินะ” มือหนาสัมผัสที่หน้าท้องนูนของผมแค่นี้ก็รับรู้ได้ทันทีว่าลูกดิ้นแรงมากๆ จนบางครั้งความดีใจของลูกทำให้ผมเจ็บท้อง

โอ๊ย!

ผมร้องดังจนพี่ไอสูรย์ตกใจเงยหน้าขึ้นมามอง “ลูกดิ้น”

พี่ไอสูรย์วางมือลงมาอีกครั้งพร้อมทั้งกดจูบเบาๆ ที่หน้าท้องจากที่ลูกดิ้นแรงๆ เมื่อกี้กลับลดลงจนผมเริ่มผ่อนคลายท่าทางทั้งสองคนจะคิดถึงกันสุดๆ

“อย่าทำร้ายแม่สิคนดี”

“อย่าดุลูกสิ” พี่ไอสูรย์กอดเอวผมไว้แน่นแม้ว่าเขาจะนอนอยู่ก็ตาม

“ก็ลูก

“ผมโอเค...เดี๋ยวก็ดีเองแค่ไม่ค่อยชินเท่าไหร่ไม่คิดว่าตัวเองจะท้องได้” พี่ไอสูรย์เริ่มขยับตัวเล็กน้อย

“คิดมากเรื่องอะไรอยู่อีกหรือใครพูดอะไรให้ไม่สบายใจ” ผมเงียบไปสักพักก่อนจะก้มลงมามองหน้าเขายิ้มให้เพื่อกลบเกลื่อนคำถามมากมายที่อยู่ในหัว

ต้องการแค่ลูกหรือเปล่า

รักผมจริงๆ ใช่ไหม

ถ้าลูกคลอดเมื่อไหร่พี่จะทิ้งผมไหม

รินจะแย่งพี่ไปจากผมพี่จะอยู่กับผมใช่ไหม

แปะ แปะ

นี่ผมน้ำตาไหลงั้นเหรอ?

“คนดีร้องไห้ทำไมครับ” พี่ไอสูรย์พยุงตัวเองลุกขึ้นนั่งมือหนาค่อยๆ เกลี่ยน้ำตาให้ผมอย่างอ่อนโยนพอยิ่งมองหน้าเขาผมก็ยิ่งร้องไห้ไม่รู้สิครับความรู้สึกมันบอกว่าเหมือนผมกำลังจะสูญเสียเขาไป

“ผมดีใจนะครับ” ผมไม่อยากบอกว่ารินมาที่นี่ไม่อยากแม้กระทั่งพูดว่ารินกำลังจะทำร้ายผมเพราะเขาคิดมาตลอดว่าผมแย่งพี่ไอสูรย์มา

“อาทิตย์หน้าพี่ต้องไปฝรั่งเศส” ผมเงียบเม้มปากเข้าหากันจนแน่นคือแบบว่าเขากำลังจะไปเมืองนอกแต่ผมกลับรู้สึกกลัวแค่กลัวว่ารินจะทำอันตรายผมกับลูก

“อาทิตย์หน้าคุณหมอท่านนัดตรวจ”

“พี่รู้แต่งานนี้สำคัญมาก

“แล้วผมกับลูกสำคัญกับพี่หรือเปล่า?” ผมกำลังพูดกดดันเขาทั้งๆ ที่ไม่ควรเอาแต่ใจแบบนี้ผมรู้ว่างานเขาสำคัญมากแค่ไหนแล้วผมละสำคัญกว่างานพวกนั้นหรือเปล่า

“อ๋องน้อยอย่าพูดแบบนี้สิครับ”

“ตอบมาสิ” ผมเริ่มพูดไม่รู้เรื่องและเอาแต่ใจตัวเองสินะ

“สำคัญสิเพราะมันคือที่สุดสำหรับพี่แต่พี่อยากให้เราเข้าใจว่างานก็สำคัญ” จะบ้างานไปถึงไหนเวลาที่เขาไม่อยู่ผมอึดอัดมากที่สุดเลย

“ถ้าผมสำคัญพี่จะไม่ทิ้งให้ผมต้องอยู่คนเดียวจะไม่ทำให้ผมรู้สึกเหงาแบบนี้อะ อึก จะไม่ทำให้ผมกลัวด้วย ฮือๆ”

หมับ!

พี่ไอสูรย์คว้าตัวผมเข้าไปกอดผมเอาไว้แน่น พอผมจะดันตัวเขาออกก็ไม่ยอมจนผมต้องร้องไห้อยู่อย่างนั้นเสื้อสีขาวของเ-าก็เปื้อนน้ำตาของผม

“พี่ขอโทษ อย่าร้องไห้ได้ไหมคนดี”

“ฮือๆ เกลียดพี่ เกลียด” ผมกอดพี่ไอสูรย์เอาไว้แน่น “อย่าทิ้งผมอย่าทิ้งลูก”

“รู้ไหมว่าสองคนที่พูดมาสำคัญกับชีวิตพี่มากแค่ไหน?” พี่ไอสูรย์รั้งตัวผมให้มองหน้าเขาผมรู้ว่าตัวเองเอาแต่ใจขนาดไหนที่เอาแต่พูดจาไม่รู้เรื่องและพยายามเรียกร้องทั้งๆ ที่รู้ว่างานเขาก็สำคัญไม่ใช่น้อย

“ฮือๆ ผมขอโทษก็แค่รู้สึกกลัว”

“พี่รู้ว่าทำให้เรากลัวแต่เชื่อสิว่าพี่จะปกป้องเราให้ถึงที่สุดพี่ไปแค่ไม่กี่วัน” มือหนาค่อยๆ เกลี่ยน้ำตาให้อีกครั้ง

“อะอึก ผมงอแงอีกแล้วสินะ”

“อาการของคนท้องพี่รับไหว” พี่ไอสูรย์บอกกับผมพยายามทำน้ำเสียงให้ร่าเริงเข้าไว้ทั้งๆ ที่เขาเองก็คิดมากไม่ต่างไปจากผมหรอกครับ

“งั้นช่วงที่พี่ไม่อยู่ผมอยากมีเพื่อนคุยฟานดีไหมหมอนั่น

“ไม่ได้!

“อ๊ะ! ทำไม?” ผมร้องอุทาน

“หึง!!!

“อะไร? ฟานเป็นญาตินะครับ” ผมเถียงแต่พี่ไอสูรย์ก็ยังทำหน้าไม่พอใจอยู่ดีจะว่าไปก็หึงตั้งแต่ที่ฟานเรียกผมว่าที่รักแล้วละครับ

คนบ้าอะไร?

แมวก็หึงญาติตัวเองก็ยังไม่เว้นแต่ก็น่ารักดีเหมือนกันครับ

“เหอะนาพี่มีคนที่จะอยู่เป็นเพื่อนเราแล้วเพราะพ่อก็ไม่อยู่ด้วยแม่ท่านก็คงไม่อยากอยู่บ้านสักเท่าไหร่พี่เลยหาคนมาอยู่เป็นเพื่อนไว้ล่วงหน้าแล้ว”

“ใครครับ?”

“เดี๋ยวก็รู้

ฮึย! เกลียดคำนี้อะไรละเดี๋ยวก็รู้แล้วพรุ่งนี้เช้า...ทำไมต้องรอให้เช้าด้วยอยากจะบ้าตายอสูรตัวร้ายชอบพูดจาเจ้าเล่ห์อยู่เรื่อยเลย

 

ความคิดเห็น

}