คณานางค์

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 10: คน(เคย)ใจร้าย [1]

ชื่อตอน : บทที่ 10: คน(เคย)ใจร้าย [1]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.3k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ก.ย. 2562 11:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 10: คน(เคย)ใจร้าย [1]
แบบอักษร

 

นาฬิกาปลุกสองรอบไม่ตื่นเดือดร้อนน้องยมต้องขึ้นมาตามถึงบนห้องนอนเพราะตอนนี้หกโมงครึ่งเข้าไปแล้ว เฟื่องลดาตื่นมาด้วยอาการอ่อนเพลีย เอ่ยขอบคุณแล้วฝากน้องให้ช่วยดูแลลูก เมื่อวานรณภพเปลี่ยนใจอุ้มลูกไปนอนด้วย เราสลับกันดูแล ส่วนถ้าวันไหนเขาอยากออกไปเที่ยวกลางคืน ไปสนุกตามประสาผู้ชายเขาก็มักจะลืมลูกไปซะสนิท น่าน้อยใจแต่จะไม่ร้องไห้ 

เฟื่องลดาอาบน้ำแต่งตัวแต่งหน้าทำผมด้วยความรวดเร็ว เลือกหาชุดใหม่ของคุณรันมาสวมใส่ กลบไม่ให้ใครเห็นว่าเศร้า 

สะพายกระเป๋าผ้าใบเก่าทว่าแข็งแรงลงมาหาลูกข้างล่าง เห็นรณภพนั่งป้อนข้าวลูกรออยู่แล้วจึงเข้าไปช่วยเขาป้อน 

“หม่ำๆ นะครับ” เด็กน้อยเริ่มซนเวลากินข้าวมักจะไม่ยอมอยู่นิ่ง เฟื่องลดากลัวโจ๊กจะร้อนเป่านานมากแต่ก่อนจะชิมให้ด้วยแต่เช้านี้หล่อนแต่งแต้มริมฝีปากด้วยลิปสติกสีแดงอ่อนจึงกลัวลูกจะได้กินเจ้าลิปสติกไปด้วย กัปตันบีบเป็ดน้อยตัวเดิม ลูกชอบมาก มีน้องเป็ดเต็มบ้านไปหมดทั้งในอ่างอาบน้ำและในห้องนอน 

“คุณแขไขจะกลับบ้านมารับหรือคุณภพจะไปส่งลูกคะ” 

ป้อนไปได้พักหนึ่งหญิงสาวหันไปชวนคุย เขาดื่มกาแฟเงียบๆ ไม่ตอบในทันที จิบไปเกินครึ่งจึงวางแล้วสั่งป้านงค์ให้เข้าไปยกอาหารออกมา สายตาป้าส่อแววว่าไม่ชอบใจที่ต้องทำอาหารเช้าขึ้นโต๊ะให้เฟื่องลดากินกับเขา รณภพเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ดึงสายตาคมกริบกลับมามองใบหน้าแสนหวานที่เช้านี้สวยเหมือนเมื่อวานเป๊ะๆ แต่งหน้าเบาๆ แล้วก็ยังทำผมลอนปลาย สายตา รอยยิ้ม แล้วก็การวางตัวของหล่อนเหมือนจำเรื่องเมื่อคืนไม่ได้ สมองอันชาญฉลาดประมวลแป๊บเดียวก็ได้รับข้อมูลครบ 

ดังนั้นรณภพจึงแกล้งทำตัวปกติเหมือนหล่อน 

“ฉันจะไปส่ง ให้คนเอารถอีกคันแบบสี่ที่นั่งไปติดคาร์ซีทมาแล้ว” ยอมเปลี่ยนรถขับเพราะถูกแม่บ่นหลายครั้งว่าไอ้รถสปอร์ตสองที่นั่งคันละยี่สิบสามสิบล้านของเขามันไม่ใช่รถครอบครัว และท่านจะไม่มีวันยอมให้หลานชายนั่งเด็ดขาด 

“เธอจะเข้าไปพร้อมฉันไหมล่ะ จะโทรบอกหัวหน้าให้” 

ขนตางามงอนปัดมาสคาร่าเพิ่มความหนาดูสวยและเย้ายวนขึ้นมากยามค่อยๆ ลืมตาขึ้นและเอียงองศามามองตาเขา 

ให้ตายเถอะ อย่าบอกว่ามึงหวั่นไหวนะภพ 

“ไม่ดีกว่าค่ะ วันจันทร์งานเยอะเผื่อหัวหน้าจะใช้” 

“ตามใจ” แกล้งเมิน คลี่ผ้าผืนเล็กมาวางบนหน้าขาหลังอาหารถูกลำเลียงออกมาจากในครัวจนเกือบเต็มโต๊ะ รณภพติดกินอาหารครบสามมื้อเพราะเขาออกกำลังกายหนักต้องการพลังงาน หลายครั้งที่แอบมองหล่อนป้อนข้าวลูก มองลูกบีบน้องเป็ด บรรยากาศบนโต๊ะอาหารไม่ได้ต่างไปจากเมื่อราวสัปดาห์ก่อนเลย ก็คงจะมีแต่ความรู้สึกของเขานี่แหละที่กำลังเปลี่ยนไปในแง่ดี 

“หลังเลิกงานแวะเข้าไปหาพ่อกับแม่ด้วยนะ” 

“ได้ค่ะ คุณเองก็แวะไปให้หมอดูอาการหน่อยนะ” 

“เป็นห่วงฉันหรือไง” ถามยั่ว หล่อนกดยิ้มมุมปากส่ายหน้า รณภพยกไหล่ขึ้นลงเล็กน้อยก่อนจะลงมือรับประทานอาหารเช้า ลูกชายตัวน้อยกินข้าวอิ่มแล้วพี่ยมพี่เลี้ยงคนเก่งพาไปเล่นของเล่นมุมห้อง เขาให้ยมไปเตรียมตัวเพราะยมจะต้องไปช่วยแม่เขาดูแลพ่อแล้วก็ลูกชายเขาที่โรงพยาบาลเป็นประจำจนกว่าท่านจะหาย 

‘เฟื่องกลัวว่าเฟื่องจะตาย’ ถือเป็นประโยคเดียวที่เขาลืมไม่ลง เมื่อคืนหล่อนกรีดร้องเสียงดังมากไม่รู้ว่ากำลังกลัวอะไร 

รณภพอยู่รออ้างว่าจะแวะไปส่งเพราะยังไงบริษัทก็เป็นทางผ่านไปโรงพยาบาล เขานั่งเล่นกับลูกรอหล่อนช่วยป้านงค์เก็บโต๊ะอาหาร “เอ้อ ยม เรียนเป็นยังไงบ้าง ใกล้สอบหรือยัง” 

“สอบเดือนหน้าค่ะคุณภพ เรียนก็สนุกดี” 

“เอาหนังสือไปอ่านด้วยได้นะ ที่โรงพยาบาลไม่มีอะไรให้ทำมากมายหรอก” เสนออย่างใจดีเด็กผู้หญิงที่ตนเองเห็นมาตั้งแต่เด็กซาบซึ้ง พยักหน้ารับแล้วถอยออกไปนั่งเฝ้าหลังโซฟา 

ส่วนทางด้านห้องครัวเฟื่องลดาช่วยเก็บโต๊ะและล้างจานไม่ได้กินแรงหรือทำตัวเป็นเมียเจ้าของบ้านแต่อย่างใด แต่ถึงอย่างนั้นสายตาของป้านงค์ก็ยังไม่ยอมอ่อนลงสักทีหล่อนไม่ค่อยชอบ 

เคร้ง! จานชามถูกเก็บมาจากในตู้กับข้าวเพิ่ม วางลงขอบอ่างล้างจาน “ล้างให้หมดนะ เป็นแค่คนมาขออาศัยก็ต้องตอบแทนบุญคุณเจ้าของบ้านบ้าง ไม่ใช่วันๆ เอาแต่กินกับนอนตื่นสาย” 

“แต่เฟื่องก็ไม่ใช่แม่บ้านหรือคนใช้นะคะ เฟื่องเป็นเมียคุณภพ” มือยังคงล้างจานแต่ปากกลับโต้ตอบกลับอย่างเจ็บแสบ หล่อนขยะแขยง เกลียดชัง ทุกคนที่ใจร้ายแล้วก็ทำตัวไม่สมกับเป็นผู้ใหญ่ เขาว่ากันว่าโลกนี้มักจะมีคนอยู่สามประเภท หนึ่งคือคนที่รักเรา ไม่ว่าจะทำอะไรคนกลุ่มนี้จะรักและสนับสนุน สองคือคนที่เฉยๆ กับเรา คนกลุ่มนี้หากเราทำดีเขาจะชมหากทำไม่ดีเขาก็จะไม่ชอบ และสามคือคนที่เกลียดเรา คนกลุ่มนี้ไม่ว่าเราจะทำดีหรือทำเลวเขาก็จะฝังใจเกลียดเหมือนเดิม แล้วหล่อนจำเป็นต้องแคร์ผู้หญิงอายุเยอะที่จงเกลียดจงชังตนเองคนนี้ด้วยเหรอ ฝันเถอะ 

ไหนๆ ก็ตัดสินใจว่าจะย้ายออกไปอยู่ที่อื่นแล้วหล่อนคิดว่าตัวเองไม่จำเป็นต้องสงบปากสงบคำปล่อยให้คนอื่นโขกสับอีก 

“หน้าที่ของเฟื่องคือดูแลลูกให้คุณภพ ไม่ใช่มาขลุกอยู่ก้นครัวหรือมาช่วยล้างจานแบบนี้ แต่เฟื่องก็ทำเพราะเฟื่องเกรงใจเจ้าของบ้านอย่างที่ป้าบอก แล้วทีนี้ป้าจะหยุดพูดได้หรือยัง” 

“สามหาวนักนะ ไม่รู้จักเด็กจักผู้ใหญ่บ้างเหรอถึงเถียงฉันฉอดๆ” หญิงวัยกลางคนยกนิ้วขึ้นชี้หน้า ด่ากราด “นังจิตไม่ปกติ อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะว่าแกต้องไปหาหมอจิตเวชทุกเดือนเพราะแกมันเป็นคนบ้า ที่ยังซุกหัวนอนอยู่ที่นี่ได้ก็เพราะเจ้าสัวเมตตา!” 

“แอบฟังเฟื่องกับเจ้าสัวคุยกันงั้นสิ!” หญิงจิตเวชตวัดสายตาโหดเหี้ยมมามอง ดวงตาคู่ใสกำลังสั่นระริกด้วยความโกรธ จ้องมองหน้าป้าอนงค์จนอีกฝ่ายเริ่มกลัวแล้วถอยหลังออกห่าง “เกลียดเฟื่องเหรอ? เกลียดมากใช่ไหม ระวังตัวไว้เถอะ ถ้าเฟื่องป่วยทางจิตจริงดีไม่ดีเฟื่องอาจลุกขึ้นมาทำร้ายป้าวันไหนก็ได้” 

“ว้าย! นังบ้า นังโรคจิต ฝากไว้ก่อนเถอะ” เอ่ยด้วยน้ำเสียงขลาดเขลาก่อนอนงค์จะรีบหันหลังเดินเร็วออกจากห้องครัว 

บ้าเอ๊ย! มีคนรู้เข้าจนได้ เฟื่องลดาโกรธตัวเองจนเกือบร้องไห้ กำแผ่นล้างจานโยนทิ้งกลางอ่างกลั้นน้ำตาไว้ไม่ให้ไหล 

 

 

 

 

 

โอ๋เฟื่องนะ อย่าร้องไห้ T//T  

 

ใครชอบฝากฉบับเต็มด้วยน้าา มีเล่มทำมือกับอีบุ๊คค่ะ 

เล่มทำมือ ราคา 320 บาท (จะไม่มีตอนพิเศษน้า ต้องโหลดอ่านฟรีในอีบุ๊ค)  ส่วนอีบุ๊คจะรวมเนื้อหากับตอนพิเศษไว้เรียบร้อย   ขอบคุณที่แวะเข้ามาอ่านนะคะ 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น