-[TAKE]-

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 13 [Rewrite]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 35k

ความคิดเห็น : 32

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ส.ค. 2561 18:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 13 [Rewrite]
แบบอักษร

ตอนที่ 13

ใบหน้าหม่นหมองมองเพื่อนสนิทที่อยู่บนเตียง ไรอันประสบอุบัติเหตุจนต้องเข้าโรงพยาบาล เพราะช่วยชีวิตเด็กคนหนึ่งเอาไว้ จนตัวเองต้องมานอนให้น้ำเกลืออยู่แบบนี้ ยังโชคดีที่ไม่อันตรายถึงชีวิต หมอบอกกับเขาว่านอกจากอาการบาดเจ็บภายนอกแล้วก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ในตอนที่เขามาถึงก็ถูกแม็คต่อว่าอย่างหนัก เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่าตัวเองกลายเป็นคนที่แย่

แม็คยังตามหาเป็นหนึ่งอย่างเอาเป็นเอาตาย ถึงขนาดจ้างนักสืบให้ตามหาแต่ก็ยังไม่ได้ข่าวจนขุนแผนรู้สึกผิด เพราะเป็นเขาเองที่รู้ที่อยู่ของเป็นหนึ่ง จะเรียกว่ารู้ก็คงไม่ถูกนัก แต่รู้ว่าอยู่กับใครมากกว่า เขาเหมือนกับน้ำท่วมปากไม่สามารถพูดอะไรได้ไปมากกว่านี้ รู้สึกผิดที่ต้องโกหกเพื่อน แต่ก็รู้สึกผิดถ้าต้องปล่อยให้แม็ครู้ที่อยู่ของเป็นหนึ่ง และนับแต่วันที่แยกย้ายกับเคียววันนั้นก็ผ่านมาร่วมเดือนแล้วเช่นกัน

ชายหนุ่มเดินเหม่อลอยไปตามทางของโรงพยาบาล เขาคิดไปเรื่อยเปื่อย และกำลังคิดว่าจะไปเยี่ยมไรอันเหมือนทุกวันก็มีเสียงหนึ่งเรียกจากทางด้านหลัง

“พี่ขุนแผน”

พอหันไปมองก็พบกับเด็กหนุ่มที่แม็คตามหามาตลอด

“เป็นหนึ่ง มาที่นี่ได้ไง!” ขุนแผนหันไปถามเป็นหนึ่ง พยายามไม่สนใจร่างสูงที่อยู่ด้านหลังของเป็นหนึ่ง แต่ดูเหมือนว่าเคียวจะไม่ให้ความร่วมมือ

“กูเป็นคนพามาเอง”

ขนาดทำเป็นไม่สนใจแล้วเชียว...ขุนแผนบ่นในใจ

“ผมมาหาหมอครับ มาตรวจร่างกาย” มองชายสองคนตรงหน้าอย่างชั่งใจ “พี่เคียวรู้จักกับพี่ขุนแผนด้วยเหรอครับ” เป็นหนึ่งทำตาโต เอียงคอเล็กน้อยถามผู้เป็นพี่ชายขมวดคิ้วแทบอย่างสงสัย

“พี่เพิ่งมารู้จักเมื่อไม่นานมานี้เอง เคยไปขอบคุณ...แบบถึงเนื้อถึงตัวเลยล่ะ ที่ขุนแผนเคยช่วยเป็นหนึ่งไว้”

คำพูดของร่างสูงทำเอาขุนแผนไม่กล้าที่จะสบตา ดูจากคำพูดไม่กี่คำก็รับรู้ได้ว่าเป็นหนึ่งไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้น ไม่รู้ว่าเขากับเคียวมีความสัมพันธ์กัน

“งั้นพี่ขุนแผนก็รู้เรื่องผมแล้วใช่ไหมครับ” เป็นหนึ่งหันไปถามขุนแผนอีกครั้ง

“พี่รู้แล้ว แต่ไม่ต้องห่วง พี่ยังไม่บอกแม็ค”

ทันทีที่ขุนแผนพูดถึงใครอีกคนใบหน้าเป็นหนึ่งก็สลดลงทันที เคียวลูบไปที่หัวของคนตัวเล็กเชิงเป็นการปลอบใจ จนขุนแผนรู้สึกเจ็บแปลบที่หน้าอก

”ขอบคุณครับพี่ขุนแผน...ที่คอยช่วยผม”

“พี่เองก็ต้องขอโทษด้วย ที่ทำไม่รู้ไม่เห็นในตอนแรก”

ขุนแผนตัดสินใจบอกก้มหน้าสำนึกผิด สิ่งที่เคียวทำกับเขามันตามหลอกหลอนไม่รู้จบ แค่ไม่กี่วันที่ต้องอยู่กับร่างสูงที่ไร้อิสระจนแทบบ้า แต่คนตรงหน้าเจอหนักยิ่งกว่าหลายเท่า แต่ก็ยังเข้มแข็งไม่ยอมแพ้ง่ายๆ จนรู้สึกผิดที่เคยเมินเฉย

“เป็นหนึ่งสบายดีนะ” ขุนแผนตัดสินใจเปลี่ยนเรื่องพูด

“ครับ ผมมีความสุขมากครับ”

รอยยิ้มกว้างที่ดูมีความสุข ที่ขุนแผนไม่เคยไม่เคยพบในตอนที่อยู่กับแม็ค ตลอดเวลาร่างบางมีแต่ทำหน้าเศร้าและเชื่อฟัง จนรู้สึกหดหู่ตามไปด้วย

“พี่ว่าเราไปคุยกันที่อื่นเถอะนะ...พี่มีเรื่องจะคุยกับขุนแผนด้วย”

เคียวที่เงียบอยู่นานเอ่ยปากขึ้น มองคนร่างเล็กส่งสายตาหวงแหนไปให้ ขุนแผนสะอึกนำคอเหมือนมีอะไรมาตีที่หน้าอกอย่างแรงจนรู้สึกเจ็บ

“พี่เคียว...ผมอยากกลับไปเอาของที่บ้านแม่”

“เดี๋ยวพี่ไปส่ง”

“ไม่ต้องหรอกครับ พี่มีเรื่องจะคุยกับพี่ขุนแผนไม่ใช่เหรอ ผมไปเองได้ อีกอย่างผมอยากไปหากล้าด้วย ติดต่อไม่ได้เลย รู้สึกเป็นห่วง”

“เอางั้นเหรอ ถ้างั้นจะกลับ ก็โทรบอกพี่นะ พี่จะไปรับ”

“ครับ...ผมไปก่อนนะพี่ขุนแผน”

พูดจบเป็นหนึ่งก็ลาคนทั้งสองก่อนที่จะวิ่งออกไป

ร่างโปร่งทำตัวไม่ถูกที่ต้องอยู่กับเคียวตามลำพัง ได้แต่เบือนหน้าหนีไปอีกทาง ดวงตากำลังสั่นระริกเพราะความหวั่นไหวให้กับคนตรงหน้า

“ไปคุยกันข้างนอก ที่นี่ไม่เหมาะ”

พูดจบเคียวก็ไม่รีรอให้ขุนแผนขัดค้านแต่อย่างใด จับมือแล้วพาออกไปทันที ระหว่างทางที่ร่างสูงยังคงไม่ปล่อยมือ ผู้คนต่างพากันมองจนขุนแผนพยายามที่จะแกะมือออกแต่ก็ไม่เป็นผล จะดิ้นก็ดิ้นไม่ได้เพราะกลัวว่าจะเป็นที่สนใจมากกว่านี้จึงได้แต่ก้มหน้าก้มตาตามเงียบๆ

ทันทีที่เคียวพาขุนแผนมาที่รถของตัวเองก็สตาร์ทรถออกทันที ไม่มีเสียงพูดคุยจนขุนแผนอดไม่ไหวที่จะเป็นฝ่ายถามออกมาก่อน

“ทำไมมึงไม่บอกไอ้แม็ค” เคียวตัดสินใจถามโดยที่ยังขับรถไปตลอดทาง

“กูไม่อยากให้เป็นหนึ่งต้องทุกข์ กูรู้สึกผิด เพราะกูเองก้รู้สึกเหมือนกัน รู้ว่าการถูกขังมันทรมานขนาดไหน”

“แม้ว่ามึงจะต้องโกหกเพื่อนมึงน่ะเหรอ”

“กูหวังว่าอีกไม่นานไอ้แม็คเดี๋ยวมันก็ลืม ถึงจะรู้ว่ามันคิดยังไงกับเป็นหนึ่ง แต่ก็ก็สงสารเป็นหนึ่งเหมือนกัน ไม่อยากให้เจ็บตัวอีก”

“ขอบใจ”

แค่สองประโยคที่ร่างสูงพูดออกมาถึงไม่ดังแต่ก็ทำให้ขุนแผนอึ้งกับสิ่งที่ได้ยินจนทำอะไรไม่ถูก

เคียวหันมามองเล็กน้อยก่อนที่จะหักรถเลี้ยวไปอีกทาง จนกระทั้งร่างสูงเลี้ยวรถเข้ามาในสถานที่ที่หนึ่ง รู้สึกคุ้นตากับอย่างบอกไม่ถูก แต่ก็รู้สึกไม่ดีไปด้วย เคียวขับรถมาจอดที่ลานจอดรถก่อนที่จะพูดกับร่างโปร่งที่ยังทำหน้างง

“คอนโดกูเอง มึงจำไม่ได้เหรอ”

ขุนแผนหันหน้ามามองอีกฝ่ายทันทีอย่างไม่เข้าใจ ไม่รอให้เคียวพูดต่อ ภาพความทรงจำที่เลวร้ายก็ผุดขึ้นมาในสมองโดยที่ยังไม่สั่งการ ถูกข่มขืน ถูกกักขัง จ้องมองร่างสูงด้วยสายตาที่รู้สึกโกรธเม้มปากแน่นสนิทก่อนที่จะหันไปเปิดประตู แต่เคียวก็จับไปที่แขนเพื่อรั้งตัวไว้ก่อนที่จะพาลงมาจากรถ แต่ขุนแผนก็รั้งตัวไว้ไม่ยอมง่ายๆ พยายามรั้งตัวไม่ให้ไปตามแรงของอีกฝ่าย

“ปล่อยกู มึงต้องการอะไรกับกูอีก”

“เคียวอย่าให้กูต้องใช้กำลัง เดินขึ้นไปดีๆ กูแค่มีเรื่องจะพูดกับมึง”

“แล้วมึงพากูมาที่นี่ทำไม ไปคุยที่อื่นก็ได้”

เคียวไม่พูดอะไรต่อ ได้แต่พาขุนแผนไปยังห้องที่เคยอยู่ โอบรอบเอวร่างโปร่งทันทีที่อยู่ในลิฟต์ ขุนแผนได้แต่ทำหน้าเหวอและอายไปพร้อมกัน หญิงสาวสองคนที่อยู่ด้วยก็พากันซุบซิบจนแทบแทรกแผ่นดินหนี ไม่กล้าขยับหนี เพราะยิ่งหนีร่างสูงก็ยิ่งเพิ่มแรงกอดจนแทบจะเป็นเนื้อเดียวกัน

ทันทีที่มาถึงห้องร่างโปร่งก็สะบัดตัวออกมา เคียวมองไปที่ขุนแผนก่อนที่จะยอมปล่อยมือออกจากเอว เดินไปนั่งที่โซฟาอย่างสบายอารมณ์ ขุนแผนที่ยังยืนหน้าประตูหันหลังเตรียมเดินกลับ แต่ก็ต้องชะงักเมื่อร่างสูงพูดขู่

“ถ้ามึงยังคิดที่จะออกไป กูไม่รับรองความปลอดภัย ถึงเลือกเอาจะมานั่งคุยดีๆ หรือต้องให้กูเอาก่อน”

“มึงจะเอาอะไรกับกูอีก แค่นี้มึงยังทำลายกูไม่พอใช่ไหม กูเป็นคนมีหัวใจเหมือนน้องมึงเหมือนมึง กูเจ็บกูทรมานมึงรู้บ้างไหม”

ขุนแผนพูดในสิ่งที่คิดอย่างเหลืออด เก็บอาการไม่ให้สั่น เคียวลุกขึ้นมาจากโซฟาอีกครั้งเดินมาที่ร่างโปร่งที่ยังยืนอยู่ ขุนแผนกระเถิบหนีจนหลังชนประตู น้ำตาเริ่มเอ่อล้นที่ขอบตาจนอยากจะร้องไห้ จนเคียวต้องหยุดมองหน้าขุนแผนอีกครั้งก่อนที่จะพูดออกมาด้วยเสียงที่แผ่วเบาและสำนึกผิด

“กู...ขอโทษ”

“แค่ขอโทษมึงคิดว่าจะจบเหรอ กูนอนฝันร้ายเกือบทุกคืน ทรมานแทบตายแค่มึงมาบอกแค่ขอโทษมันไม่ง่ายไปหน่อยเหรอวะ”

ขุนแผนหันมาพูดจ้องตาอีกฝ่าย คืนคำพูดทุกคำที่เคียวเคยพูดใส่ จนร่างสูงรู้สึกสะอึกเล็กน้อย มองหน้าร่างโปร่งที่ดูก็รู้ว่ากำลังโกรธ

”กูรู้ว่าสิ่งที่กูทำมันไม่ต่างจากสิ่งที่ไอ้แม็คทำ แต่กูก็มีสำนึกพอที่จะหยุดก่อนที่มันจะเลยเถิด”

“มึงมันก็เลวเหมือนกัน...ซ้อมกูยังไม่พอ...ทั้งกักขังและข่มขืนกู”

“กูยอมรับว่ากูมันเลว ชั่ว กูมันไม่ได้ที่ทำอะไรโดยไม่คิด ให้ความแค้นมาบดบังจนต้องทำร้ายมึง กูไม่ขอให้มึงยกโทษให้ แต่กูแค่อยากจะขอโอกาส ให้กูได้ชดใช้”

“ชดใช้ยังไง...มันก็ไม่มีทางกลับมาเหมือนเดิม ทุกอย่างมันสายไปแล้ว”

“ขุนแผน...มึงไม่ต้องยกโทษให้กูก็ได้ แต่อย่าเมินเฉยกู อย่าทำเป็นไม่มีกูอยู่ในสายตา กูทนไม่ได้”

“แล้วมึงล่ะ หายไปเป็นเดือน...กูรู้สึกยังไงทำมึงไม่คิด” พูดจบประโยค ขุนแผนก็รีบปิดปากตัวองทันที รู้สึกว่าพลาดที่พูดประโยคหลังออกมา เหลือบมองไปที่ร่างสูงอีกครั้งเห็นคนตรงหน้ากำลังยิ้มกว้างจนใจสั่น

“หรือว่า...ที่มึงโกรธกูคือเรื่องที่กูหายไปเป็นเดือน ไม่ใช่เรื่องที่กูเคยทำร้ายมึง”

“ไม่ใช่ กูโกรธและเกลียดมึงที่มาทำร้ายกู เมื่อกี้แค่หลุดปาก”

ร่างโปร่งดูดตะกุกตะกักปฏิเสธ ก้มหน้าก้มตาหลบสายตาที่ร่างสูงมองมา ก่อนที่จะรู้สึกสะดุ้งตัวเมื่อเคียว เอื้อมมือไปโอบกอดรอบคอ ขุนแผนที่ดูตกใจพยายามขัดขืนแต่เคียวก็ไม่ยอมปล่อย

“ทำไมมึงไม่บอกกูว่าเข้าใจผิด ไม่บอกกูว่ามึงไม่ได้ทำ” ขุนแผนถามเคียวที่ยังคงกอดคอไม่ปล่อย ดวงตาเริ่มปริ่มไปด้วยน้ำตาจนเอ่อล้น

“กูจะบอกมึงแล้ว แต่มึงไม่ฟังกูเอง”

“แล้วทำไมมึงไม่มาอธิบายวันหลังก็ได้ มันทำให้กูรู้สึกผิดที่กูเข้าใจมึงผิด”

“มึงจำไม่ได้เหรอว่ากูทำอะไรกับมึงบ้าง มึงคิดว่ากูจะหน้าด้านตีหน้าเฉยมาบอกมึงว่ากูไม่ได้ทำเหรอ กูเองก็รู้สึกผิดที่ทำกับมึงเกินไป อยากขอโทษ อยากมาหา แต่กูกลัวว่ามึงจะไม่ให้อภัย กูทำผิดจนกูไม่กล้าสู้หน้า”

เคียวจับไปที่ไหล่ของร่างโปร่งดันตัวออกมา ขุนแผนมองหน้าร่างสูงด้วยน้ำตาที่ไหลลงมาอาบแก้ม เคียวยกมือเกลี่ยน้ำตาทั่วใบหน้าอย่างแผ่วเบา

“...” ขุนแผนเม้มปากแน่น

“แต่หนึ่งเดือนที่กูจากมึง กูคิดถึงมึงมาก แล้วมึงล่ะขุนแผน มึงคิดถึงกูบ้างไหม ให้โอกาสกับกู ให้กูรับผิดชอบในสิ่งที่ทำ กูไม่รู้ว่าความรู้สึกที่มีต่อมึงมันคืออะไร แต่ก็ปล่อยมึงไปไม่ได้ กูไม่อยากเสียมึงไป...ขุนแผน อยู่กับกูนะ...กูขอโทษ”

“มึงอย่าหวังว่ากูจะยกโทษให้มึง ทำกูเจ็บ ทำกูทรมานนอนฝันร้ายเพราะเรื่องที่มึงทำ แค่มึงมาขอโทษแล้วคิดว่าเรื่องมันจะจบ มึงก็คงคิดผิดว่ะ”

“งั้นกูจะอยู่กับมึงเพื่อเป็นการไถ่โทษดีไหม”

แค่คำพูดไม่กี่คำที่ถูกเอ่ยออกมาจากปากของเคียวมันเหมือนน้ำที่ชุ่มช่ำรดลงมากลางใจ รู้สึกใจเต้นแรงที่โอบกอด ทั้งๆ ที่ เคยถูกทำอะไรที่ไม่ดีรู้สึกรังเกียจและกลัวไม่อยากเจอหน้าโกรธและแค้นแต่ก็คิดถึงจนห้ามใจไม่ได้

สองร่างเปล่าเปลือยกอดรัดฟัดเหวี่ยงอยู่บนเตียงใหญ่ที่คอนโดของขุนแผน เคียวบรรจงจูบที่ริมฝีปากของร่างโปร่ง พร้อมกับดูดดื่มอย่างกระหาย กวาดลิ้นไปทั่วโพรงปากด้วยความต้องการ ร่างกายที่ทาบทับขยับเข้าออกอย่างรุนแรงเพื่อเติมเต็มในสิ่งที่ขาดหายมาเกือบเดือน สะโพกของขุนแผนก็บิดเร้ายันตัวเองขึ้นให้รอรับการกระทำของคนตรงหน้า ตอบสนองทุกการสัมผัส

เสียงเนื้อที่กระทบกันกับเสียงร้องกระเส่าของทั้งคู่บ่งบอกว่ามีความสุขสมอย่างท้วมท้นจนแทบทนไม่ไหว เคียวจับขุนแผนพลิกตัวให้นอนคว่ำหน้าโดยที่ยังไม่ถอกแก่นกายออก ทำให้ขุนแผนรู้สึกถึงการบิดและการเสียดสีของช่วงล่างจนรู้สึกเจ็บนิดๆ

“อ๊ะ เคียว”

ไม่รอให้ขุนแผนปรับตัว เคียวก็จับสะโพกให้ยกขึ้น ขยำที่ก้นงอนที่เต็มไม้เต็มมือ จับกระแทกแก่นกายเข้าออกจนร่างโปร่งรู้สึกสะท้าน

“อยากได้กว่านี้อีกไหม” เคียวถามคนใต้ร่าง

“อยาก...อยากได้” ร่างโปร่งพยักหน้าตอบ

เคียวยกยิ้มที่มุมปาก ก้มลงมากระซิบที่ข้างหู คำพูดที่เอ่ยออกมาจากปากหนา ทำเอาขุนแผนหน้าแดงอย่างห้ามไม่ได้

“แล้วต้องเรียกยังไง ต้องทำยังไง ไหนลองบอกมาสิ ถ้าไม่พูดก็อยู่อย่างนี้แหละ”

เคียวหยุดการกระทำของตัวเอง แต่แก่นกายก็ยังคงค้างอยู่ ขุนแผนเม้มปากแน่นด้วยความรู้สึกทรมาน เหมือนมีอะไรมาค้างอยู่ข้างในช่องทาง จนรู้สึกอึดอัด เคียวเลื่อนมือไปที่แก่นกายของร่างโปร่งก่อนที่จะขยับขึ้นลง ยิ่งทำให้ขุนแผนรู้สึกเสียวมากกว่าเดิม

“ไม่ไหว...ขยับที...อ๊า”

“ว่าอะไรนะ ไม่ได้ยิน”

“อึก ผัว...ขยับให้เมียหน่อยนะ ไม่ไหวแล้ว อ๊า”

ไม่รีรอให้ขุนแผนพูดประโยคต่อไป เคียวก็จับสะโพกแล้วขยับอย่างรุนแรงอีกครั้ง มือหนึ่งก็จับไปที่สะโพกมือหนึ่งก็จับไปที่แก่นกายของร่างโปร่ง ขยับขึ้นลงตามจังหวะ แรงตอดรัดมีมากขึ้นเคยวรู้ทันทีว่าอีกฝ่ายกำลังจะเสร็จ ก็จัดการรูดแก่นกายเร็วขึ้น ขุนแผนเกร็งไปที่หน้าท้องและลำตัว ไม่นานก็ปลดปล่อยน้ำรักออกมาจนเต็มมือ พร้อมกับเคียวที่ขยับตัวอีกสองสามทีก็ปล่อยน้ำรักออกมาเต็มช่องทาง

เคียวประกบจูบไปที่ขุนแผนอีกครั้ง ขุนแผนที่หมดแรงก็ล้มตัวไปบนที่นอนอย่างเหนื่อยอ่อน แต่มันไม่พอ ต้องการมากกว่านี้...

หัวสมองไร้การประมาณผล ไร้การควบคุม ไม่มีการสั่งการแต่อย่างใด หันหน้าไปหาร่างสูงอีกครั้ง จับให้เคียวนอนราบกับที่นอน ขึ้นคร่อมร่างสูงอย่างเร็ว จนเคียวรู้สึกแปลกใจเล็กน้อยแต่ก็ยอมแต่โดยดี

แลบลิ้นเลียริมฝีปากตัวเองก่อนที่ก้มลงไปที่ริมฝีปากอีกฝ่าย แต่ไม่ได้ก้มลงจูบแต่อย่างใด เคียวยกยิ้มที่มุมปากก่อนที่จะเอ่ยปากบอกในสิ่งที่ร่างโปร่งต้องการ

“เอาเลยซิ เมียรัก อยากได้อะไรก็ทำเลย”

พูดจบขุนแผนก็ไม่รอช้ายกสะโพกขึ้นสูงจับแก่นกายของเคียวตั้งขึ้นก่อนที่จะกดตัวลงไปอย่างช้าๆ ร่างโปร่งเม้มปากแน่นเพราะความเจ็บและเสียวในคราวเดียวกัน แต่ก็ฝืนลงไปจนสุด ขาที่สั่นระริกทั้งสองข้างถูกง้างออกจนกว้าง มือกดลงไปที่หน้าท้องเพื่อทรงตัว ก่อนที่จะยกตัวขึ้นลงๆ อย่างต่อเนื่องจากช้าเป็นเร็วและแรงในที่สุด สะโพกโยกย้ายไปไปตามแรงกระแทกของตัวเองและแรงดันของร่างสูง แก่นกายเข้ามาลึกจนแทบจุกไปทั่วท้องแต่ก็ทำให้รู้สึกดีเมื่อถูกจุดที่ไวต่อสัมผัส

เสียงร้องกระเส่าที่ยังคงดังต่อเนื่อง เสียงเนื้อที่กระทบกันยังคงไม่หยุด ร่างโปร่งรู้สึกหอบจนหายใจลำบากเคียวจึงจับให้ขุนแผนนอนลงกับที่นอนอีกครั้ง จับขาข้างหนึ่งพาดไปที่หัวไหล่และเริ่มขยับสะโพกอย่างแรง มือจับไปที่แก่นกายของร่างโปร่งอีกครั้งขยับขึ้นลงตามจังหวะ

ไม่นานขุนแผนก็ปลดปล่อยน้ำรักออกมาเป็นรอบที่สอง จนร่างกายเริ่มเกร็งขมิบ เคียวยิ่งรู้สึกถึงการตอดรัด ได้แต่ขยับเข้าออกมากกว่าเดิมจนปลดปล่อยออกมารอบสองเช่นกัน สองร่างที่ยังเปลือยนอนขนาบบนที่นอนเพื่อพักเอาแรง

“เคียว”

“ว่าไง?”

“อยากอาบน้ำ...พาไปที”

ร่างโปร่งมองไปทีอีกฝ่าย เอื้อมมือไปลูบที่ใบหน้าที่หล่อเหลา จ้องมองไปที่ดวงตาแม้จะเหนื่อยและอ่อนล้าจากกิจกรรมที่เพิ่งเกิดขึ้นเพียงแค่แตะไปที่ใบหน้าก็เริ่มมีความรู้สึกอีกครั้ง อยากได้มากกว่านี้

ขุนแผนขยับตัวไปหาร่างสูงก่อนที่จะโน้มตัวลงจูบที่ริมฝีปากของอีกฝ่าย ส่งลิ้นเข้าไปในโพรงปากที่ร่างสูงก็เผยอปากรอรับอยู่แล้ว ขุนแผนกดจูบลงไปอย่างต้องการเคียวเองก็ไม่น้อยหน้าจูบตอบจนร่างโปร่งรู้สึกสะท้านอีกครั้ง ก่อนที่จะพละตัวออกมา ส่งสายตาเชื้อเชิญไปให้ร่างสูง

เคียวจับจ้องที่ร่างโปร่งด้วยสายตากรุ้มกริ่มและแพรวพราว ยกยิ้มที่มุมปากเหมือนรู้ในสิ่งที่ขุนแผนคิด

“เคียว...ไปอาบน้ำกัน”

สิ้นคำตอบรับร่างสูงก็พาขุนแผนเข้าห้องน้ำทันที สองร่างที่อยู่ในห้องน้ำกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันไปทั่วทุกมุมห้อง เมามันกับความสุขที่ได้รับจนหลงลืมเวลา ไม่มีเสียงอื่นนอกจากเสียงร้องคราญครางของทั้งสองฝ่ายและเสียงเนื้อกระทบกันที่ดังไปทั่วห้องน้ำเท่านั้น

เสียงรอสายโทรศัพท์ดังขึ้น หน้าจอบ่งบอกคนที่กำลังโทรมาหลายต่อหลายสาย แต่กลับไม่มีคนคิดที่จะรับแต่อย่างใด จนล่วงเลยเวลามานานจนกระทั่งหน้าจอดับไป เปลี่ยนเป็นเสียงข้อความมาแทน

เป็นหนึ่ง:พี่เคียว ช่วยด้วย

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น