email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : ) เข้ามาอ่านกันเยอะๆน๊า รักทุกคนค่ะ

ชื่อตอน : BAD GUY ..... 42 {100%}

คำค้น : วิศวกรรมโยธา , ฟิวเจอร์ , นินาว , สองแสบ

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 15.4k

ความคิดเห็น : 11

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ส.ค. 2563 00:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
BAD GUY ..... 42 {100%}
แบบอักษร

 

หลังจากออกมาเสร็จผมก็ตรงดิ่งกลับดอนโดทันที เหนื่อยยังไงก็ไม่รู้ คิดถึงนินาวกับเด็กๆจังเลย ไม่ได้เจอหลายวันแล้ว เฮ้อ ถ้าผมมีลูกกับนินาวก็คงจะดีไม่น้อยเลย 

ตู๊ด ตู๊ด ตู๊ด รอสายไม่นานปลายสายก็กรอกเสียงมาถึงผม 

(อะไรย่ะ) 

“แกว่างป่ะ” ผมเอ่ยถามคนปลายขึ้น  

(หืมมาแปลกนะฟิวเจอร์แกเป็นอะไรหรือเปล่า) เพื่อนสาวคนสนิทผมถาม เพราะผมไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนเลย 

“รำคาญว่ะ” 

(รำคาญใคร อย่าบอกนะว่าแกเบื่อผู้หญิงคนนั้นที่แกบอกว่ารักนักรักหนาหนะ) ผมพูดยังไม่จบปลายสายก็ด่าผมกลับมาแล้ว ยัยเพื่อนคนนี้ก็เกินไปจะฟังผมพูดก่อนก็ไม่ได้กลัวแต่จะไม่ได้ด่า 

“ไม่ใช่ คนละคนกันเว้ย คนนั้นใครเขาจะกล้ารำคาญว่ะ ขนาดเขาเกลียดฉัน ฉันก็ยังหน้าด้านรักอยู่เลย” 

(แหวะ อย่ามาเลี่ยน แล้วสรุปแกรำคาญใครกันแน่) 

“ก็ยัยเกรทนั่นแหละว่ะ แม่งทุกวันนี้ยังตามไปไหนมาไหนตลอดเลย ” ผมระบายความอึดอัดให้เพื่อนรับรู้เผื่อมันจะได้เบาบางลงบ้างไม่งั้นผมคงต้องได้ลงมือจัดการอย่างเด็ดขาดโดยไม่สนว่าเธอจะเป็นผู้หญิงก็ตาม 

(ยัยเกรทที่เป็นนางแบบหนะหรอ) 

“อืม” 

(แกอย่าบอกนะว่า แกกับยัยนั่น จุดจุดจุดกันเรียบร้อยแล้วหนะ) น้ำเสียงของเพื่อนผมเอ่ยถามขึ้นด้วยความตกใจจนผมรับรู้ได้ 

“ก็เออ ใช่ไง ตอนนั้นมันเหงานี่หว่า มันก็ต้องมีบ้างสิว่ะ ฉันเป็นผู้ชายนะเว้ย แต่เรื่องมันก็ผ่านมาหลายเดือนแล้วด้วย” พูดไปก็ทิ้วตัวนั่งลงโซฟาอย่างอ่อนแรง 

(แกมีอะไรกับยัยนั่นกี่ครั้ง) 

“ครั้งเดียวก็เกินพอแล้ว แกกูรู้ว่าไม่ชอบการผูกมัด แถมความสัมพันธ์แบบนั้นครั้งเดียวก็เกินพอ” 

(ย่ะ แล้วเป็นไงหละยัยนั่นไม่ยอมจบว่างั้นสิ) 

“ก็ใช่ไง ไม่งั้นฉันจะโทรมาปรึกษาทำไมกัน นิสซ่าแกก็รู้ว่าเวลาที่จะมีอะไรแบบนั้นเกิดขึ้น เราก็ทำข้อตกลงด้วยกันแล้วนะเว้ยว่าจะแค่ one night stand แค่นั้นพอแถมหล่อนยังเป็นคนยื่นข้อเสนอนี้มาให้ฉันเอง แต่นี่แม่งอะไรว่ะ ผ่านมาหลายเดือนแล้วยังมาตามตื้อฉันอยู่ได้” 

(สมน้ำหน้าก่อนจะเอาใครแกก็ไม่เลือกดีๆก่อน ยัยเกรทอะไรนั่นหนะ ฉันได้ยินชื่อเสียงมานานแล้วว่าไม่มีอะไรดีสักอย่างหรอกนอกจากหน้าตาสวย ชอบทำตัวแอ็บแบ็วใสใส ให้ผู้ชายมาหลงชอบ แถมนิสัยนี่อย่าให้พูดถึงเลย เพื่อนๆนางแบบในวงการเขาพูดกันบ่อยจะตายบอกว่านางหยิ่งผยองแค่ไหน กดขี่ข่มเหงเพื่อนร่วมงาน ถีบตัวเองให้สู้ขึ้นว่าต้องเหนือกว่าทุกคน ทั้งๆที่ก็อาศัยการเอาเต้าไต่ขึ้นไปกว่าจะได้ไปอยู่ในระดับนั้น) 

“เออๆๆ ช่างเรื่องนั้นเหอะว่ะ พูดไปก็ปวดหัว แล้วสรุปแกจะมาไทยวันไหนกันแน่” 

(อีกสองวันย่ะ รอพี่เรียวทำเรื่องลาพักร้อนที่ทำงานก่อน) 

“อืม ยังไงก็โทรมาบอกฉันแล้วกัน แค่นี้แหละ” ผมตัดสายเพื่อนไปแล้วเดินเข้าห้องนอนก่อนจะล้มตัวลงนอนที่เตียง ผ่านไปสักพักจึงหยิบโทรศัพท์เครื่องบางขึ้นมาอีกครั้ง เพราะตอนนี้ผมอยากได้ยินเสียงของเธอจริงๆ แต่โทรไปเธอจะรับโทรศัพท์ผมไหมแค่นั้นแหละ เอาว่ะลองดูก่อน นี่ก็ยังไม่ดึกมากอาจจะยังไม่นอน 

ตู๊ด ตู๊ด ตู๊ด ผ่านไปสักพัก ก็ไม่มีใครรับสายผมสักที เฮ้อ สงสัยจะหลับแล้วมั้ง 

(ฮัลโหลค่ะ) เสียงนินาวพูดมาตามสายดูเหมือนว่าเธอจะหลับไปแล้ว รู้สึกผิดเลยว่ะที่โทรไปกวน 

“นินาวหลับแล้วหรอครับ” ผมถามเธอไป ตอนนี้รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นวัยรุ่นริรักยังไงก็ไม่รู้ อยู่ๆมันก็ตื่นเต้นขึ้นมาสะงั้น 

(หืม ฟิวเจอร์หรอ) เหมือนว่าที่เธอรับโทรศัพท์นั่นไม่ได้ดูชื่อคนโทรมา ทำไมรู้สึกเฟลๆ เฉยเลยว่ะ 

“ครับ ฟิวเจอร์เอง” อยากจะคุยด้วยนะแต่พอได้ยินเสียงงเธอทำไมคิดคำพูดอะไรไม่ออกสักคำ 

(คุณวันนี้ฉันเหนื่อยมากเลย ไว้ค่อยคุยได้ไหม เดี๋ยวสองแสบจะตื่นเอา) ฟังจากเสียงแล้วคงจะเหนื่อยจริงๆไม่ได้แกล้งผมแต่อย่างใด เฮ้อได้ยินเสียงแค่นี้คืนนี้คงนอนหลับฝันดีแล้วหละ 

“เอางั้นก็ได้ครับ ฝันดีนะครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมโทรหาใหม่แล้วกัน” 

(ค่ะ) เธอพูดเสร็จก็กดตัดสายผมไปเลย แต่ก็ยังดีได้ยินแค่นี้ก็นอนหลับฝันดีแล้ว 

 

หลายวันผ่านไปดูเหมือนเกรทจะหายไปจากชีวิตของผมแล้วหละ ถ้าพูดรู้เรื่องตั้งแต่แรกมันก็คงไม่ต้องถึงขั้นขู่อะไรหรอกนะ ตอนนี้ผมอยู่ที่ห้างสรรพสินค้ามาซื้อของกับเพื่อนสาวคนเดียวของผมนั่นแหละครับ นิสซ่า มันบินมาพักผ่อนที่ไทย และตอนนี้มันก็ลากผมพาให้พามันมาซื้อขอแถมยังบอกอีกว่าให้ผมจ่ายอีก ตัวเองก็งานเยอะกว่าผมอีกนะเงินไม่รู้มันจะเก็บไว้ทำไม 

“ฟิวเจอร์แกว่าชุดนี้สวยไหม” นิสซ่าหันมาถามผม ทั้งๆทีตอนนี้ในมือผมมีถุงเสื้อผ้าข้างละห้าหกถุงเห็นจะได้ มันก็ช้อปปิ้งซะไม่ดูเงินกระเป๋าผมเลย เพื่อนผมมันบอกว่านานๆจะบินมาหาจ่ายให้แค่นี้คงไม่ทำให้ขนหน้าแข้งผมร่วงหรอกนะ แต่ผมอยากบอกมันเหลือเกินว่าร่วงหมดแล้วเว้ย จะเก็บเอาไปไว้ไปแต่งเมียก็คงต้องทำงานเพิ่มอีกแน่

“เออสวย สวยที่สุดแหละครับคุณเพื่อน แกพอเหอะนิสซ่าฉันเหนื่อยแล้วนะเว้ย แทนที่วันหยุดฉันจะได้พักบ้างกลับต้องมาเป็นเบ๊ถือของให้แกเนี่ยนะมันใช่เรื่องหรอว่ะ” ผมระบายสิ่งที่มันอัดอั้นออกมาให้มันฟัง แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่สนใจสิ่งที่ผมพูดเลยด้วยซ้ำ แถมยังลอยหน้าลอยตาไปเดินดูชุดใหม่มันสนใจผม เออให้มันได้อย่างนี้สิ

“อย่ามาทำเป็นบ่น นี่เพื่อนนะย่ะ เราเจอกันล่าสุดเมื่อสองปีที่แล้วได้มั้ง แกตามใจเพื่อนแค่นี้ไม่ได้หรือไงอุตส่าห์บินมาหาตั้งไกล” นั่นไงว่าแล้วไหมหละ ทำมาเป็นตีหน้าเศร้า ถึงหน้านิสซ่าจะอ่อนหวานอ่อนโยนแค่ไหน ผมก็ไม่มีทางหลงเชื่อมันหรอกยัยนี่มันร้ายจะตายไป

“เฮอะ บินมาหา ได้ข่าวว่ามาถ่ายแบบนี่ครับคุณเพื่อน ไม่ต้องมาตีหน้าเศร้าเลยยัยนิสซ่า ฉันไม่หลงกลแกหรอกนะ”

“ชิ ฉันไม่เอาแล้วชุดนี้ ไปดูเสื้อผ้าเด็กดีกว่า เอาฝากสองแสบ” ผมสะดุดกับชื่อที่มันเรียก ทำไมมันเหมือนกับที่นินาวเรียกนิสสันกับจัสมินว่าสองแสบจังวะ

“สองแสบไหน แกไปแบบมีลูกแล้วงั้นหรอ? ฉันจะฟ้องคุณลุงว่าแกใจแตก” ผมพูดจบก็ก้มลงไปมองท้องแบนราบของมัน มันมีตอนไหนทำไมไม่บอกเพื่อนอย่างผม

“อร๊าย ไอ้ฟิวเจอร์อ้เพื่อนปากเสีย จะมีลูกได้ยังไงแต่งงานก็ยังไม่ได้แต่งด้วยซ้ำ ฉันหมายถึงลูกของเพื่อนฉันไงที่ฉันชอบเล่าให้แกฟังบ่อยๆไง ” ผมพยักหน้ารับตามสิ่งที่เพื่อนพูด

“อืมๆๆ งั้นก็ไปสิ ฉันเริ่มปวดแขนแล้วนะเว้ย แทนที่จะชวนแฟนแกมาแทน” เราเดินออกจากร้านเสื้อผ้าแฟชั่นก่อนจะตรงไปที่ร้านเสื้อผ้าเด็กๆ ระหว่างทางที่เดินนั้นก็เต็มไปด้วยแฟนคลับของแม่นักร้องสาวเข้ามาขอถ่ายรูปกันเต็มไปหมด ห้างจะแตกไหมเนี้ย อ้อผมก็ลืมไปว่าเพื่อนผมมันเป็นคนดังทั้งเป็นนักร้องเคป๊อบทั้งเป็นนางแบบระดับโลก ซึ่งการโผล่มาแบบนี้ยิ่งทำให้แฟนคลับตื่นเต้นที่ได้เจอ แถมการมาครั้งนี้ก็ไม่ใช่ทางการเลยไม่มีการ์ดมาด้วย

“พี่เรียวของฉัน เขาไม่ว่างย่ะต้องเข้าไปดูงานที่โรงพยาบาลของครอบครัว ถ้าแฟนฉันว่างจริงๆ ฉันก็ไม่ทางชวนแกมาหรอก ถือนิดถือหน่อยทำเป็นบ่น ทีไปกับสาวๆนี่ไม่เห็นจะบ่นมีแต่เปย์ให้ตลอด”

“ค้าบๆๆ กระผมจะไม่บ่นแล้วครับ เชิญคุณหนูเลือกได้ตามสบายเลย” ผมพูดจบมันก็แจกยิ้มที่คิดว่าสวยมาให้หนึ่งที ส่วนผมก็ได่แต่ส่ายหน้าให้กับความมั่นหน้าของเพื่อนตัวเอง

 “แม่นิสซ่า ขา !” เรากำลังเดินเข้าออกร้านั่นร้านนี้อยู่ดีๆก็มีเสียงเด็กเรียกเพื่อนสาวของผม ผมจะไม่ตกใจเลย ถ้าเสียงนั้นไม่ใช่เสียงของจัสมินลูกสาวของนินาว

“จัสมิน! ฟอด ฟอด แม่คิดถึงหนูจังเลยค่ะ” เด็กหญิงตัวน้อยรีบวิ่งมาหาแล้วก็กอดเพื่อนผมทันทีที่เจอหน้ากัน

“ฟอด จัสมินก็คิดถึงแม่นิสค่ะ”

“แล้วนี่หนูมากับใครคะ ไหรว่าคุณแม่หนูไม่ว่างนี่คะ” จริงสิหรือว่ามากับนินาว

“จัสมินมากับลุงเฟยค่ะ โน่นกำลังเดินมากับนิสสัน พอดีว่าจัสมินเห็นแม่นิสเลยวิ่งมาหาก่อนหนะคะ” ผมหันไปตามที่จัสมินพูดก็เจอกับผู้ชายกำลังจูงมือนิสสันมาทางนี้ นั่นมันไอ้คนที่ผมเคยต่อยมันสมัยเรียนนี่หน่าแล้วทำไมถึงมากับสองแสบได้ แล้วแม่เขาไปไหนอ่ะทำไมถึงปล่อยให้มากับคนอื่น

“แม่นิสค้าบ” พอเด็กชายตัวน้อยวิ่งมาถึงก็กอดนิสซ่าอย่างคิดถึง ทำไมดูสนิทกันจังว่ะ ผมมองอย่างสงสัยหรือผมจะพลาดอะไรไป

“ฟอด แม่คิดถึงหนูจังเลยสุดหล่อ สวัสดีเฟย ” ผมยืนมองหน้ามัน ส่วนมันก็ยืมมองหน้าผมด้วยสีหน้าที่แบบว่าพอเจอผมปุ๊บจากยิ้มๆอยู่กับเด็กก็นิ่งขรึมขึ้นมาทันที จนผมอดสงสัยไม่ได้ว่านี่มันเรื่องบ้างอะไรกัน ผมกับนิสซ่าเล่นกับเด็กๆได้สักพัก ก็แยกกันกลับส่วนเด็กๆก็กลับกับเพื่อนนินาว

“นิสซ่าแกรู้จักนิสสันกับจัสมินด้วยหรอว่ะ” ผมอดสงสัยไม่ได้เลยถามเพื่อนออกไป หลังจากที่กลับมาถึงห้องของเพื่อนสาวผม

“ก็ใช่ไง แถมยังรู้จักแม่ของสองคนนี้เป็นอย่างดีเลยหละ” นิสซ่าพูดจบ ส่วนหัวใจผมมันรัวและแรงขึ้นเรื่อยๆ นี่แสดงว่าเพื่อนที่นิสซ่าเจอเมื่อห้าปีก่อนก็คือนินาวงั้นสิ

“ งั้นก็แสดงว่าเพื่อนคนที่ท้องแล้วไปเรียนที่อังกฤษคือนินาวอย่างนั้นหรอ!”

“แกจะตะโกนทำไม คนมองหมดแล้วเนี้ย ก็ใช่ไง แต่เดี๋ยวก่อนนะฟิวเจอร์ แกรู้จักกับนินาวอย่างงั้นหรอ” นิสซ่าถามผมกลับ ในขณะที่ผมกำลังตกอยู่ในอาการหูอื้อไปหมด หัวใจบีบอัดอย่างแรงกับสิ่งที่พึ่งรับรู้

“ใช่ ฉันเคยเป็นแฟนกับนินาวสมัยเรียนก่อนที่นินาวจะย้ายไปที่อังกฤษ” ดูเหมือนเพื่อนสาวคนสนิทของผมจะตกใจไม่น้อย เพราะตอนสมัยเรียนมันคิดว่าผมไม่มีแฟน มีแค่แบบคู่ควงเท่านั้น ไม่แปลกหรอกที่มันจะตกใจแรงขนาดนั้น ทำไมผมถึงไม่เอะใจอะไรเลยนะ

“ทำไมเรื่องนี้แกไม่เคยบอกฉันเลยห่ะ ไอ้ฟิวเจอร์ ! ”  เพื่อนผมตะโกนออกมาอย่างไม่เกรงกลัวใครจะมาได้ยินเลย เว่อร์ซะไม่มี

“โอ๊ย แล้วแกจะตะโกนทำไมห่ะนิสซ่า ขี้หูเต้นหมดแล้วเนี้ย” พูดไปก็ทำมือประกอบไปด้วยว่ามันเสียงดังเกินไปจนต้องเอามือปิดที่หูไว้

“ก็ใครบอกให้แกปิดบังเรื่องนี้กับฉันหละ แถมนี่มันก็ยังผ่านมาหลายปีแล้วด้วย ” มันพูดเสียงเหมือนงอนๆ จนผมส่ายหันไปกับท่าทางของเพื่อน

“ช่างมันเถอะน่า มันผ่านมาหลายปีแล้วนะ ส่วนแกก็ไม่ต้องทำท่าทางงอนฉันแบบนั้นเพราะยังไงฉันก็ไม่ง้อแกหรอก”

“ไอ้ฟิวเจอร์! ฮึย แต่เดี๋ยวก่อนนะ งั้นแสดงว่าแกก็เป็นพ่อของนิสสันกับจัสมันหนะสิ” ทำไมทุกคนถึงบอกว่าผมเป็นของเด็กสองคนนั้นกันนะ

“ฉันไม่ใช่” ผมบอกออกไปด้วยน้ำเสียงที่ไม่หนักแน่นเหมือนอย่างเคยที่ผ่านมา ในใจผมตอนนี้มันมันตีรวนไปหมด คงต้องขอเวลาไปใช้ความคิดสักพัก

“ทำไมจะไม่ใช่ ถึงว่าหละทำไมหน้าของสองแสบถึงเหมือนแกมาก ยิ่งตอนเด็กๆนี่ใช่เลย พ่อกับแม่ฉันยังบอกเลยว่าเหมือน”  

“…….” ผมเงียบแล้วคิดตามที่เพื่อนบอก อยู่ๆหัวใจก็เต้นแรงมาก จนต้องกุมมือขึ้นมาจับมันไว้ เมื่อคิดได้ก็รีบวิ่งไปเอาภาพตอนเด็กๆมาเปรียบเทียบกับหน้านิสสันกับจัสมิน ผมเปิดมือถือดูรูปภาพของเด็กชายและเด็กหญิงตัวน้อยขึ้นแล้วเอารูปของผมมาเทียบกัน กระบอกตาผมร้อนผ่าว น้ำตามันใกล้จะไหลออกมาเต็มที มือไม้สั่นเทาอย่างห้ามไม่ได้ ทำไมผมถึงได้โง่ขนาดนี้ว่ะ

“แบบนี้แล้วแกจะยังปฏิเสธอยู่ไหมฟิวเจอร์” นิสซ่านั่งลงข้างผมแล้วลูบไหล่เบาๆ ส่วนผมนั้นพูดอะไรไม่ออก นี่ผมมีลูกกับนินาวอย่างนั้นหรอ ไม่ใช่ว่าเธอทำแท้งไปแล้วหรอกหรอ ผมลืมคิดไปว่านินาวไม่เหมือนใคร แต่ถ้าเป็นคนอื่นคงไปเอาเด็กออก แต่นี่เป็นนินาวผู้หญิงที่มีจิตใจงามยิ่งกว่าใครคนไหน เธอคงไม่มีทางที่จะทำร้ายลูกได้ลงคอ คงมีแค่ผมสินะที่เลวทำร้ายเธอกับลูกได้ลงคอ ถึงแม้หลักฐานตรงหน้าจะบอกว่านิสสันกับจัสมันนั้นอาจจะเป็นลูกของผม แต่ในหัวของผมมันยังมีเหตุการณ์บางอย่างที่ยังไม่ทำให้ผมปักใจเชื่อร้อยเปอร์เซ็นต์

“มันไม่ใช่อย่างที่แกคิดหรอกนะนิสซ่า”

“เพราะอะไร” ดูเหมือนนิสซ่ามันจะงงกับคำพูดของผมอยู่ ซึ่งในตอนนี้ผมก็สับสนอยู่เหมือนกันว่าอันไหนความจริงอันไหนคือเรื่องโกหก

“เพราะนิสสันกับจัสมินไม่ใช่ลูกฉันไง” ผมพูดออกไปเสร็จนิสซ่าก็เงียบไปทันที

“แต่หน้าตาของนิสสันกับจัสมินเหมือนแกมากเนี่ยหนะนะ”

“จริงอยู่ที่ฉันเคยคบกับนินาว แต่เธอกลับไปคุยกับแฟนเก่าทั้งที่ยังคบอยู่กับฉัน แถมยังมาบอกฉันว่าท้องอีก แกว่าฉันควรจะเชื่ออย่างงั้นหรอว่ะ”

“แล้วแกก็เชื่อว่านินาวท้องกับแฟนเก่าเขาว่างั้น ถ้าให้ฉันเดานะ ฉันว่าแกคงจะผลักไสไปให้ผู้ชายคนนั้นอีกต่างหากใช่ไหมหละ นี่แหละสันดารผู้ชายที่มันมักมากก็เป็นแบบนี้ทุกคน”

“…………..”

“ เฮ้อ ฟิวเจอร์ไหนว่าแกคบกับนินาวเป็นปีไงอ่ะ แล้วแกไม่รู้จักนิสัยเขาหรือไง ทำไมแค่นี้ถึงไม่เชื่อว่าเขาท้องกับแก มีแกแค่คนเดียว เวลาเป็นปีมันไม่ช่วยแกเชื่อใจนินาวเลยงั้นหรอ”

“……..” ครั้งนี้ผมพูดไม่ออกเลย ได้แต่ฟังเพื่อนพูดอย่างเดียว ถ้าถามว่าผมเชื่อใจเธอไหม ตอนนั้นผมมันยังเด็กไง เลยคิดไปแค่ว่าต้องการเพียงแค่ร่างกายเท่านั้นเรื่องความรักผมไม่เคยเชื่อเรื่องแบบนั้นอยู่แล้ว จนตอนที่นินาวบอกเลิกผมอย่างไม่เหลือเยื่อใยนั้นแหละผมถึงได้รู้ว่าผมรักเธอมากเหลือเกิน  

“ฉันจะบอกให้นะฟิวเจอร์ ตอนแรกที่ฉันเจอกับนินาวที่มหาลัยที่อังกฤษหนะ เธอดูเศร้ามาก เหม่อลอย ไม่ค่อยพูดจากับใคร ขนาดฉันที่เป็นเพื่อนเขาคนเดียวยังใช้เวลาหลายเดือนกว่าเขาจะยอมมาคุยด้วย หรือยิ้มร่าเริง ฉันเคยถามถึงพ่อของเด็กๆกับนินาว เธอก็ไม่ตอบบอกแค่ว่าไม่อยากพูดถึงมัน เพราะพูดไปก็ไม่มีประโยชน์อะไรกับตัวเขากับลูก ยิ่งพอเด็กๆคลอดออกมา ฉันตกใจมากเลยนะเพราะว่าหน้าสองคนนั้นเหมือนแกมาก ฉันก็อยากจะถามนินาวอยู่นะว่ารู้จักแกหรือเปล่า ทำไมหน้าลูกถึงเหมือนแกขนาดนั้น แต่ตอนนี้ฉันเชื่อตามสัญชาตญาณของตัวเองที่มันไม่เคยผิดมาก่อน ฉันเชื่อว่านิสสันกับจัสมินเป็นลูกของแก”

“ฉัน” ผมพูดไม่ออก เพราะถ้าสองแสบคือลูกของผมจริงๆ แล้วทำไมนินาวถึงไม่เคยบอกผมเลยหละ

“ลองคิดดูก็แล้วกันนะฟิวเจอร์ ว่าแกจะทำไงยังต่อ ถ้ารักเขาจริงแกก็ต้องยอมรับความจริงให้ได้ว่าที่ผ่านมาแกทำอะไร หรือพูดอะไรที่ทำให้เขาเสียใจไว้บ้าง”

FUTURE TALK : END

 

NISZA TALK

เฮ้อฉันหละเหนื่อยกับเพื่อนของตัวเองจริงๆเลย บทจะโง่ก็โง่เกินจนฉันรับไม่ได้ ทุกคนคงจะรู้จักฉันมาบ้างแล้วเนอะ ฉันชื่อนิสซ่าค่ะ เป็นเพื่อนกับไอ้คนโง่ที่ฉันพึ่งพูดให้คิดได้ตอนนี้ เพราะเรื่องของเรื่องก็คงหนีไม่พ้นเรื่องของนินาวเพื่อนสาวฉันอยู่ดี ทุกคนคงสงสัยใช่ไหมค่ะว่าทำไมฉันถึงรู้ ฮ่าๆๆ ก็ไม่ยากหรอกค่ะ เพราะฉันถามพี่ไฟต์เตอร์นั่นเอง ฉันรู้เรื่องนี้มาสามสี่ปีแล้วหละ เพราะอย่างที่บอกไปว่าหน้าของนิสสันกับจัสมินนั้นละม้ายคล้ายกับไอ้ฟิวเจอร์เพื่อนชายคนเดียวของฉันมาก เลยตัดสินใจโทรไปถามพี่ชายของมัน จนพี่แกยอมบอกเรื่องทุกอย่าง ยอมรับนะว่าตอนแรกที่ฉันรู้เรื่องคือตกใจมาก เพราะไม่คิดว่าเพื่อนฉันทั้งสองคนจะเคยเป็นแฟนกัน แถมยังท้องด้วยกันอีก แต่มันก็คงเป็นความหยิ่งของไอ้ฟิวเจอร์มันนั่นแหละที่ไปโยนความผิดให้นินาว ผู้หญิงที่แสนจะบอบบางคนนี้ แต่เธอก็เข้มแข็งนะฉันว่าเพราะเลี้ยงลูกคนเดียวโดยไม่พึงใคร แถมไม่สนคำคนครหาว่าท้องไม่มีพ่ออีกต่างหาก

“ตกลงมันเชื่อไหมว่านิสสันกับจัสมินคือลูกของมันหนะ” เสียงผู้ชายที่ฉันมาด้วยเอ่ยขึ้นหลังจากที่เรานั่งทานข้าวกันเสร็จ จะใครหละถ้าไม่ใช่โฟสส์ ตอนนี้ฉันมาอยู่ที่ร้านอาหารฝรั่งเศสชื่อดังแห่งหนึ่ง ที่มานี่ก็ไม่ใช่อะไรหรอกนะถ้าไม่ใช่เพราะเรื่องเพื่อนของเราทั้งสองคนนั่นเอง ฉันรู้สึกโฟสส์ผ่านทางพี่ไฟต์

“มันก็ดูจะสับสนมากอยู่เหมือนกันอ่ะ” พูดไปก็คิดพลางๆว่าตอนนี้มันน่าจะประสาทแตกไปแล้วเมื่อรู้ความจริงบางส่วน

“ฮึ ทำกับนินาวเขาไว้เยอะไงเลยต้องมานั่งคิดวิตกกังวลแบบนี้ไง”

“อืมก็จะคงใช่ แต่ฉันว่ามันก็ดูน่าสงสารอยู่มากเหมือนกันนะโฟสส์ ไม่ใช่มันสติแตกเป็นบ้าไปแล้วหรือไง”

“ฉันว่านินาวน่าสงสารมากกว่ามันอีกนะ นินาวเข้มแข็งมากกว่าผู้ชายบางคนอีก ต้องเผชิญปัญหาตัวคนเดียว ไม่สนคำคน ” จริงอย่างที่โฟฟส์พูดนะ ผู้หญิงยังไงก็ดูน่าเห็นใจมากกว่าอยู่แล้ว

“ถ้าฟิวเจอร์มันรู้ความจริงแบบนี้แล้ว นายว่ามันจะรับตัวเองได้ไหมอ่ะ ที่เคยทำเลวกับเขาไว้”

“คงจะช็อคไปแหละ เมื่อก่อนรักเขาจะตายแต่กลับเย็นชาใส่ พอเขาจะจากไปกลับทุรนทุรายจะเป็นจะตาย แต่ฉันว่านินาวคงจะไม่ให้อภัยไม่ง่ายๆหรอกนะ เพราะจากเหตุการณ์ในอดีตที่ผ่านมา มันเคยมองนินาวเป็นของตาย พอมาตอนนี้ฉันว่าไอ้ฟิวเจอร์มันน่าจะเป็นของตายสำหรับนินาวมากกว่า”

“เป็นฉันก็คงเจ็บแล้วจำ ไม่ขอยุ่งเกี่ยวด้วยหรอกนะ แต่นี่มีลูกด้วยกันแล้วไงอะไรๆมันก็เลยยุ่งยากเข้าไปอีก แถมตอนนี้ฟิวเจอร์มันก็ยังเจอคู่ขาเก่าตามรังควาญอีกยิ่งวุ่นวายเข้าไปใหญ่”

“มันเรียนผูกก็ต้องเรียนแก้เอง เรามันก็แค่เพื่อนแค่คนนอกคงทำได้เพียงช่วยเหลืออยู่ห่างๆก็พอแล้ว” ฉันพยักหน้ารับคำที่โฟสส์พูด คงได้แค่ภาวนาให้เรื่องของทั้งสองคนจบลงด้วยดีเถอะนะ เพราะว่าเขาสองคนเสียเวลาแห่งความสุขไปมากพอแล้ว

NESZA TALK : END

 

“คุณแม่ครับ”

“คะ”

“ผมไม่เห็นคุณลุงหลายวันแล้วนะครับ” ฉันขมวดคิ้ว งง กับคำพูดของนิสสัน

“คุณลุงคนไหนคะ” ไม่แปลกหรอกที่ฉันพูดออกไปแบบนั้นหนะ เพราะคุณลุงของเด็กๆนั้นมีหลายคนซะเหลือเกิน

“คุณลุงฟิวเจอร์ครับ” ลูกพูดจบฉันก็ชะงักทันทีเพราะไม่คิดว่าเด็กๆจะติดเขาขนาดถึงต้องถามหาเขาเลย

“………”

“ผมไม่เห็นหน้าคุณลุงหลายวันแล้วครับ” ฉันไม่รู้จะบอกลูกยังไง เพราะตั้งแต่วันที่กลับมาจากดูงานที่เชียงใหม่ก็ไม่ได้เจอกันเลย ความจริงเขาก็ทักไลน์มาหาทุกวันนะ บางครั้งก็โทรมาแต่ฉันจะไม่ค่อยรับ เพราะไม่อยากเอาตัวเองเข้าไปเกี่ยวกับเขาอีก ไม่ว่าทางใดก็ตามแต่ในอนาคตถ้าเขารู้เรื่องลูกก็คงจะต้องเกี่ยวพันธุ์แน่นอนฉันเชื่ออย่างนั้น

“นินาว คนสวยจ๋า” ฉันนั่งเล่นกับลูก สักพักก็มีเสียงของคนที่ฉันคิดถึงดังมาแต่ไกล ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าใคร

“นิสซ่า มาไทยวันไหน ทำไมไม่เห็นบอกนาวเลยจะได้ไปพาเด็กไปรับ” ฉันยิ้มดีใจที่ได้เจอเพื่อนสาวคนสวยที่เดินทางมาจากอังกฤษ

“พึ่งมาถึงเมื่อวานนี่เอง อุตส่าห์ว่าจะมาเซอร์ไพรจะหน่อย แต่มาเซอร์ไพรแล้วเพราะพึ่งเจอสอบแสบไปเมื่อตอนบ่ายนี่เอง แต่ทำไมไม่เห็นนินาวจะตื่นเต้นที่ได้เจอนิสเลยเนี่ย ชิ งอนได้ไหมเนี้ย ” ฉันหัวเราะออกมาเบาๆ หลังจากเห็นท่าทางของเพื่อนสาวคนสวย ฉันเลยเดินเข้าไปกอดเป็นการง้อหน่อยๆ แต่เจ้าตัวก็ยืนกอดอกหันหน้าไปอีกทาง

“โอ๋ๆๆ นาวขอโทษ ใครว่าไม่ตื่นเต้นกัน นานแค่ไหนแล้วที่เราไม่ได้เจอกันหลายเดือนแล้วนะ ถึงจะโทรคุยกันบ่อยมันก็ไม่เหมือนเห็นน่าหรอกน่า อ่ะๆ นินาวคิดถึ๊ง คิดถึงนิสซ่าเลยหละคนสวย”

“อย่ามาทำเป็นปากหวานย่ะ อ่ะนี่ของฝากจากอังกฤษ” หลังจากหายงอลฉันแล้ว นิสซ่าก็ส่งถุงของฝากมาให้ ฉันได้แต่รับมาอย่าง งง

“อะไรหรอนิส”

“ลองเปิดดูสิ” นิสซ่าบอกแล้วยิ้มให้ ฉันเลยแกะดูก็เจอสิ่งที่ฉันอยากได้จริงๆด้วย มันคือบัตรดูฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษทุกนัดของฤดูกาลหน้า ฉันยิ้มกว้างให้เพื่อนก่อนจะสอมกอดอย่างแรงด้วยความดีใจ

“ขอบคุณมากนะนิสซ่า ฟอด ฟอด ” ฉันโผลเข้ากอดเพื่อนสาวอย่างแน่น เพราะได้ของขวัญที่ถูกใจที่สุด แถมชิ้นนี้ยังหายากมากนะ

“ฮ่าๆๆ ว่าแล้วนินาวต้องเป็นแบบนี้ ชอบใช่ไหมหละ กว่าจะได้มานี่ยากเย็นแสนเข็ญมากเลยนะ”

“ชอบสิ ชอบสุดๆไปเลย”

“นิสดีใจที่นาวชอบ” พูดจบเพื่อนของฉันก็เดินเข้าไปเล่นกับสองแสบที่ดูจะดีใจที่ได้ของเล่นใหม่ที่ถูกใจ เลยเล่นกันอย่างไม่สนใจใคร

“นินาว ถ้านิสขอถามอะไรบางอย่าง นาวจะโกรธนิสไหม”

“จะถามอะไรนาวหรอ แล้วทำไมต้องกลัวนาวโกรธด้วย เรื่องคอขาดบาดตายเลยหรอ” ทำไมสีหน้าของนิสซ่ามันดูเครียดแปลกๆ

“ความจริงมันก็เกือบๆอยู่นะ นินาวจะเรื่องที่นิสเคยเล่าให้ฟังไหมว่านิสมีเพื่อนสนิทคนหนึ่งมันเป็นผู้ชายหนะ แล้วมันเลิกกับแฟน แล้วทีนี้พอผู้หญิงคนนั้นมาบอกว่าท้อง แต่มันกลับบอกว่ามันไม่ใช่พ่อของเด็ก แล้วยังยัดเยียดลูกไปให้แฟนเก่าของผู้หญิงรับผิดชอบ” ฉันอึ้งเพราะเรื่องราวที่นิสซ่าเคยเล่านั้นมันมีเพียงแค่ว่าเขามีเพื่อนสนิทอยู่คนหนึ่งแล้วก็เลิกกับแฟนเฉยๆ แต่วันนี้สิ่งที่เพื่อนฉันเล่ามานั้น ยังไงมันก็เหมือนเรื่องของฉันทั้งหมด

“หลังจากวันที่มันเลิกกับแฟนมันก็ไม่เป็นผู้เป็นคนเลย กินเหล้า เข้าผับ เกือบเรียนไม่จบอีกต่างหาก มันบอกว่าผู้หญิงคนนั้นหักหลังมันไม่มีอะไรกับแฟนเก่า ทั้งๆที่ยังคบกับมันอยู่”

“!!!” อึ้งอีกครั้ง กับสิ่งที่นิสซ่าพูด ใช่แน่นอน มันคือเรื่องราวของฉันกับฟิวเจอร์

“เพื่อนสนิทคนนั้นของนิสซ่ามันชื่อฟิวเจอร์” ฟิวเจอร์งั้นหรอ ทำไมโลกมันถึงได้กลมขนาดนี้นะ แต่ฉันนี่สิทำไมถึงไม่เอะใจตั้งแต่แรกเลยนะ

“……….”

“และสิ่งที่นิสพูดมาทั้งหมดนั้นก็เพราะอยากจะถามนาวว่าพ่อของนิสสันกับจัสมินคือฟิวเจอร์ใช่ไหม” หลังจากได้ยินคิดถาม ฉันก็เงียบทันที มันไม่แปลกหรอกนะที่คนื่นจะมองว่าสองแสบเป็นลูกของเขา เพราะหน้าของทั้งสามคนนั้นเหมือนกันมาก แต่ถึงยังไงก็ตามครั้งหนึ่งเข้าเองนั่นแหละที่ไม่ต้องการลูกเอง เมื่อคิดได้สักพักฉันก็พยักหน้ารับทันที เพราะถ้าไม่บอกฉันคิดว่านิสซ่าคงไปหาคำตอบเอง

“อืม นิสซ่าพอจะรู้อยู่หรอกว่ามันเป็นพ่อของสองแสบ เพราะหน้าเหมือนกับมันตอนเด็กๆอย่างกะแกะ” ฉันพยักหน้าตามที่เพื่อนพูดเพราะมันคือความจริง เมื่อเพื่อนฉันเงียบเขาเลยถามขึ้นมาอีก

“แล้วนินาวจะไม่คิดตะบอกความจริงกับมันหน่อยหรอ”

“ไม่หรอก ถ้าเขาอยากรู้ก็คงจะหาความจริงเอง ที่จริงแล้วนาวก็ไม่ได้จะปิดบังอะไรเขาหรอกนะ เพียงแค่นาวยังจะฝังใจเรื่องในอดีตอยู่ เขาเคยบอกให้นาวไปทำแท้งถ้าไม่อยากให้ลูกมาเป็นตัวถ่วงในการใช้ชีวิต ถ้าจะให้นาวกลับไปเป็นแบบเมื่อก่อนนาวไม่เอาหรอก นาวเจ็บมามากเกินไปแล้ว และที่สำคัญเขาเชื่อใจคนอื่นแต่ไม่เคยเชื่อใจนาวเลยสักครั้ง เรื่องมันคงจะไม่ลงเอยแบบนี้นาวก็จะไม่กีดกันเขาหรอกนะถ้าต้องการจะมาเจอลูก แต่ถ้าเป็นเรื่องของเขากับนาวคงเป็นไปได้ยาก ”

“แต่มันรักนินาวมากนะ หรือนินาวเกลียดมันไปแล้ว” ดูเหมือนนิสซ่าจะพยายามทำให้เราสองคนกลับมาคบกัน แต่ฉันบอกเลยคงยาก

“มันเรื่องของเขา นาวไม่ขอยุ่งดีกว่า ถามว่าเกลียดไหมถ้าเป็นสมัยก่อนนาวเกลียดเขามากทั้งรักทั้งเกลียด เกลียดคำพูดที่เขาเอาแต่คิดถึงตัวเอง เอาแต่ผลักไสนาวไม่ให้คนอื่นทั้งๆที่นาวก็คบอยู่กับเขาแค่คนเดียว แต่ตอนนี้ไม่ได้เกลียดหรอก เพราะเกลียดไปมันก็ทำให้เราอาฆาตแค้นกันไปเฉยๆไม่ได้อะไรด้วยซ้ำ ”

“นิสเข้าใจนาวนะว่า เรื่องในอดีตมันหนักมากจริงๆ มันทำอะไรพูดอะไรไม่เคยคิดถึงผลตามมาหรอก พอนาวหายไปมันก็เหมือนคนจะตายเลย เราก็แค่อยากให้หลานมีพ่อเหมือนคนอื่นๆเขา ส่วนเรื่องของฟิวเจอร์กับนาวก็คงแล้วนาวจะตัดสินใจ” ฉันยิ้มเป็นการขอบคุณเพื่อน 

 

 

กว่าจะรู้ความจริงเล่นเอานักอ่านเลิกอ่านกันไปหลายคนแล้ว 55555

อย่าพึ่งหายไปไหนเน้อ

#ลีมุนอา

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว