เหล่าปราชญ์พเนจร
email-icon

(◕ㅁ◕✿)ขอขอบคุณทุกกำลังใจนะเจ้าคะ

ตอนที่ 75 คราดารากลิ้งๆๆ

ชื่อตอน : ตอนที่ 75 คราดารากลิ้งๆๆ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 50

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ก.ย. 2562 12:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 75 คราดารากลิ้งๆๆ
แบบอักษร

ตอนที่ 75 คราดารากลิ้งๆๆ 

         เพราะความแข็งแกร่งของมันคือภัยร้ายในสายตาเหล่ามังกร จิตวิญญาณองค์นั่นจึงถูกปิดผนึกด้วยมนตราทรงพลังของบรรพบุรุษสิ่งที่มีชีวิตที่ทรงปัญญาที่สุดแห่งหมู่มวลสรรพสิ่ง กาลเวลาเนิ่นนานนับหมื่นแสนล้านปีผ่านพ้นกระทั่งมังกรสาวรับสืบทอดตำแหน่งผู้เฝ้าผนึก และเพราะความอ่อนแอของนาง..พลาดทำลายผนึกพินาศ เป็นเหตุให้จิตวิญญาณปริศนาลืมตา..ตื่นอีกครั้งเพื่อกลับมาทวงคืนมหาอาวุธสังหารความเป็นได้” 

         “ร้อยพันตำนานามีผู้แข็งแกร่ง กระนั้นเขาคือผู้แข็งแกร่งเหนือตำนานทั้งปวง” 

 

         บ้านอีธาน ยามเช้ามีแสงแดดสดใส 

         วันคืนแห่งศึกพิชิตผ่านพ้นเลยเหลือทิ้งไว้เพียงความอาลัย ความยินดี และคนเจ็บที่นอนสลบไสลมิมีสติ ด้านในห้องนอนเมรัย นารี และเรไร ห้องพักของสาวใช้ที่ทำงานอย่างขยันขันแข็ง กลิ่นไอความรักลอยอบอวลหอมละมุนจมูก กระนั้นค่ำคืนที่ผ่านมาได้มีกลิ่นไอความสิ้นหวังย่างกรายเข้ามาอาศัยในห้องนอนด้วย มันมาพร้อมร่างหมอผีน้อยที่มีบาดแผลฉกรรจ์ บนหลัง ไหล่ และหัวใจ

         หัวใจกลมๆที่เต้นด้วยเสียงแผ่วเบาราวลมหายใจผู้หลับใหล ภาพที่หลายคนเห็นแล้วกังวลอย่างยิ่งยวด

         เพราะงานมิใช่งานสบาย และรู้อยู่แล้วว่ามันมีความเสี่ยง กระนั้นคำภาวนาให้เมรัยรอดปลอดภัยช่างไร้พลังนัก แม้เรไรอ้อนวอนมากเพียงใดก็ตาม

         “..เมื่อไหร่จะตื่นเมรัย”

         อาการเมรัยพ้นขีดอันตรายแล้ว กระนั้นหมอผีน้อยยังมิฟื้น ทำให้เหล่าสาวน้อยน่ารักเป็นห่วง

         เรไรเปลี่ยนเวรมาเฝ้าดูแลเมรัย ช่วงเวลากลางวันคือเวลาเฝ้าของปักษาน้อย ช่วงเวลากลางคืนคือเวลาเฝ้าของดวงดาวน้อย เมื่อคืนนารีไม่นอนเลยสักงีบ ดวงดาวน้อยเฝ้ารอหมอผีน้อยด้วยความอดทนน่ายกย่อง นางรอแล้วรอเล่าให้เรื่องต่างๆจบลงภายใต้ทำนองเสียงไวโอลินแห่งการช่วงชิง ท่ามกลางหมู่ดอกไฮเดรนเยียสีน้ำเงิน และดอกแพงพวยสีชมพู กระนั้นนางได้รับข่าวร้าย และนางต้องยอมรับความจริงว่าเมรัยบาดเจ็บแล้ว เจ็บหนักด้วย

         อาการบาดเจ็บของหมอผีน้อยหากมิได้คุณหมอประจำตระกูลอีธานช่วยรักษา บางทีเมรัยอาจมิรอดแล้ว

         หากเมรัยไม่รอด โลกนี้คงไม่รอดเช่นกัน..

         “..”

         เรไรนั่งลูบอุ้งมือเมรัยเงียบๆ ด้านนอกห้องนอนมีนารียืนพิงผนัง ดวงดาวน้อยไม่สามารถช่วยอะไรเมรัย นางรู้สึกผิดมากที่ช่วยเหลือคนรักมิได้สักอย่างทั้งที่นางบอกว่าจักดูแลอีกฝ่ายให้ดีเยี่ยม “ขอโทษนะเมรัย..” ดวงดาวน้อยพึมพำน้ำเสียงแผ่วจางทว่าเปี่ยมด้วยเสียใจมากมายราวสายน้ำฝน นางก้มมองมณีสีเขียวมรกตบนฝ่ามือ มณีสีเขียวที่เป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด “..”

         กร็อบ

         ดวงตาสีเขียวงามดั่งเนตรพญานาคหยียิ้มเย็นชา จิตสังหารทมิฬพวยพุ่งรุนแรงในชั่วพริบตา ครั้นนางกำบีบมณีจนแตกละเอียด

         แบมือปล่อยเศษมณีร่วงตกลงพื้นพลันโดนเปลวเพลิงสีน้ำเงินเผาเป็นจุณ.. ไม่เหลือเศษซากเถ้าธุลีใดๆให้ใครเหลียวแล

         ดวงดาวน้อยก้มองคาแอบซ่อนสีหน้า พลางนางยกมุมปากยิ้มงดงามราวรอยยิ้มที่พระราชายิ้มให้ประชาชน

         รอยยิ้มที่พร้อมฆ่าใครสักคน..

         “นารี?”

         “เมรัยฟื้นแล้วหรือ”

         นารีเงยหน้าโดยพลันด้วยหวังว่ามีข่าวดี กระนั้นเรไรส่ายหน้าหน่อยๆ เมื่อครู่ปักษาน้อยอาจคิดไปเอง แต่นางสัมผัสถึงจิตสังหารเข้มข้น แม้นเพียงเวลาสั้นๆ “เช่นนั้นหรือ” นารีซ่อนสีหน้าอย่างมิดชิดพลางคลี่ยิ้มอบอุ่นให้เรไรวางใจ ปักษาน้อยกะพริบตาปริบๆ คิดว่าบางทีตนอาจคิดไปเองกระมัง

         สองสาวน้อยกลับเข้ามาด้านในห้องนอน และยืนจับมือกันเฝ้ามองเมรัยบนเตียงขาวโพลน เรือนร่างอวบอ้วนนอนใต้ผ้าห่มหนา

         “นานจังนะนารี”

         “อือ”

         แม้นความจริงยังไม่เกินหนึ่งวันด้วยซ้ำ กระนั้นสำหรับปักษาน้อย และดวงดาวน้อยมันช่วงยาวนานราวหลายปีที่ต้องมองเมรัยนอนหลับใหล

         บรรยากาศอบอุ่นมีไอแดดส่องลอดกระจกใสข้างห้อง เรไรกุมมือนารีอย่างมิกล้าปล่อย มือนางสั่นระริกอย่างมิอาจควบคุมความกลัวที่กำลังรัดกุมหัวใจอันเหน็บหนาว นารีเข้าใจ และเลือกกุมมือเรไรไว้ให้มั่นอย่างว่าทุกอย่างจะเรียบร้อย และทันใดนั้นนารีมีความคิดพิสดารแวบขึ้นในหัว “ข้ารู้แล้วต้องทำอย่างไร” ดวงดาวน้อยเบิกตากว้างอย่างนึกไอเดียงานสำเร็จ ปักษาน้อยเลิกคิ้วสงสัย ครั้นไม่นานนัก พวกนารีไปห้องครัว และกลับมาห้องนอนพร้อมมันบดร้อนๆ

         “มันบดร้อนมาส่งแล้วจ้า”

         เรไร และนารีช่วยกันทำเลยนะ รับรองว่าอร่อยจนคนไข้ฟื้นแน่

         และเมรัยก็ฟื้นจริงๆ

         “ส ส่งมันบด…มาให้ข้า”

         “!!!”

         ต่อให้ต้องต่อยยมบาลตัวแตก เมรัยจะกลับมากินมันบดให้ได้เลย… หมอผีน้อยจมูกกระดิกดุกดิกเมื่อกลิ่นชีสหอมหวนลอยมาตามเสียงฝีเท้าลูกหมาลูกแมว ประสาทสัมผัสที่แปดของเมรัยมีไว้เพื่อรับรู้ตัวตนของมันบดโดยเฉพาะ เพียงแค่มันอยู่ในรัศมีสิบกิโล หมอผีน้อยจะรับรู้ตำแหน่งของมันบดทันที และไปกินมันให้ได้

         ท้องเมรัยร้องคำราม น้ำลายไหลแม้นสีหน้ายังซีดเซียวปานแมวป่วย

         นางไม่มีแรงเลย จะยกมือยังมิอาจ นารี และเรไรจึงต้องออกแรงช่วยกันป้อนเมรัย

         แต่ก่อนกินมันบดหมอผีน้อยต้องกินข้าวก่อน

         “..”

         นารียื่นถ้วยมันบดร้อนๆไปวางบนโต๊ะให้เมรัยดูเฉยๆ แล้วนางก็ยกถ้วยกลับคืน..

         เพื่ออะไรคะ?

         ดวงดาวน้อยกลั้นขำทั้งน้ำตา ปักษาน้อยเหวอเช่นกัน

         “ฮาๆ”

         “ฮึๆ”

         “พ พวกเจ้า”

         ฮากันทั้งห้องเมื่อเห็นรัยหน้าแตก แล้วอยากแสร้งนอนตายต่อ หมอผีน้อยงอนแก้มป่องล้มตัวลงนอนตะแคง หันหน้าหนีพวกนารี หันก้นใส่ เรไรเลยต้องง้อให้หมอผีน้อยหายงอนแล้วยอมกินข้าว “กินข้าวก่อนเมรัย” “ไม่” “เช่นนั้นข้ากินมันบดนะ” “อยากกินมันบด!!” หากเป็นยามเมรัยแข็งแรงปานนี้นางกระโดดกัดคอพวกนารีไปแล้ว แต่อย่างที่รู้

         “เอ้าๆอย่ามัวเล่นตัวเลย ยัยลูกหมู”

         ไม่ใช่โดนเมียรักช่วยกันลากหรอกนะ เมรัยถึงยอมกินข้าวก่อน แต่ที่นางยอมกินข้าวก็เพราะกลัวมันบดจะเย็นแล้วไม่อร่อย

         งั่มๆ

         นารีช่วยนวดไหล่อวบๆ เรไรช่วยป้อนข้าวสาวน้อยแก้มป่อง ดวงดาวน้อยสังเกตเห็นเส้นผมที่ร่วงตกบนหมอน และผมสีขาวซีดประปรายของเมรัย “..เก่งมากเมรัย” เก่งจริงๆ..

         “?”

         หมอผีน้อยโดนชมเฉย นางอึ้งพลั่งยกยิ้มวางมาด “เก่งดิ ฮาๆ”

         เรไรหลับตา ปากกระตุก ฟังเสียงเมรัยหัวเราะแล้วปักษาน้อยอยากเอาช้อนทิ่มตาหมอผีน้อยเลย

         “หมายถึงเจ้าเก่งมาก ไม่ขี้ดื้อ”

         “แล้วข้าดื้อหรือไร”

         เมรัยขำเบาๆ นารีค้อนขวับ ถ้าไม่ดื้อแล้วเมื่อครู่เจ้าทำอะไร เล่นเป็นเด็กวันต่อต้านหรือ

         สามสาวน้อยสนทนาอย่างขบขัน แว่วยินเสียงพวกนางดังเป็นระยะนอกบริเวณเรือนพัก แคทเธอรีนที่วิตกกังวลเรื่องอาการบาดเจ็บเมรัยตลอดทั้งคืน ครั้นยินเสียงหัวเราะใสของเมรัย นางพลันโล่งอกสบายใจ “ไม่เข้าข้างในหรือ” ด้านหลังจอมอาคมน้อย นักไวโอลินเดินสาวเท้ามาใกล้ๆคล้ายอยากเยี่ยมเมรัย กระนั้นต้องพักสะดุดเท้า เพราะเสียงหัวเราะของพวกเมรัย

         เช่นเดียวกับแคทเธอรีน ลีโอน่าไม่อยากเข้าไปขัดบรรยากาศอบอุ่นอุ่นไอรักของพวกสาวๆตัวเล็กตัวน้อย อวบๆอ้วนๆ

         “อรุณสวัสดิ์ค่ะท่านลีโอน่า”

         หลังทักทาย ลีโอน่าชวนแคทเธอรีนแอบส่องพวกเมรัย จอมอาคมน้อยมึนงง กระนั้นโดนลีโอน่าจูงมือไปแอบดูผ่านช่องประตู “พี่ลีโอน่า!!” “อรุณสวัสดิ์จ้ะ” เมรัยสังเกตเห็นศีรษะพวกลีโอน่าเลยให้หยิบแขนเรไรโบกมือทักทาย แคทเธอรีนอยากหันหลังกลับก็ไม่ทันแล้ว จอมอาคมน้อยโดนนักไวโอลินสาวผลักเข้าห้องอย่างไร้ทางเลือก เรไร นารี เห็นแคทเธอรีนแล้วยิ้มอ่อน

         “คือว่า..ข้า..”

         แคทเธอรีนผิดคำสัญญาณที่ให้ไว้กับนารี และเรไร เรื่องปกป้องเมรัยให้หมอผีน้อยปลอดภัย เมื่อคืนจอมอาคมน้อยกลับมาพร้อมข่าวร้าย นางรู้สึกย่ำแย่นัก อึดอัด และผิดหวังในตัวเองที่ไร้ความสามารถ นางคุกเข่าก้มกราบขอโทษพวกนารีตั้งแต่เมื่อคืนขณะที่คุณหมอรักษาอาการเมรัย ตอนนั้นจิตใจแคทเธอรีนสั่นไหวหวาดหวั่นจักโดนคำตำหนิ แน่นอนว่านางรู้สึกผิดอย่างมากกับเรื่องที่เกิดขึ้นกับเมรัย นางไม่คิดให้พวกนารีให้อภัย ทว่านารีไม่โทษแคทเธอรีน

         ดวงดาวน้อยรู้ว่าจอมอาคมน้อยทำเต็มที่แล้ว

         ทว่าปักษาน้อยกำหมัดค่ะ… อารมณ์โกรธแบบถ้าเมรัยพิการนิ เรไรจับแคทเธอรีนแช่แข็งใต้ทะเลสาบแน่

         กระนั้นปักษาน้อยเข้าใจจอมอาคมน้อยทำเต็มที่แล้ว นางไม่อยากตรอกย้ำแผลอีกฝ่ายหรอก

         ที่บอกจักแช่แข็งก็พูดไปอย่างนั้น

         ถึงเวลาจริงก็ลงมือจริงเช่นกัน

         …

         ในห้องนอน เรไรเม้นปากเหมือนโกรธ กระนั้นยอมกล่าวอรุณสวัสดิ์แคทเธอรีน น้ำเสียงงอนๆ แคทเธอรีนฟังแล้วก้มหน้างุดปานน้อยใจ เหงื่อแตก นารีส่ายหน้าจนใจ ฝ่ายลีโอน่ายกมือลูบศีรษะปลอบใจจอมอาคมน้อย ครั้นนักไวโอลินสาวเดินไปดูอาการเมรัย อือ เห็นหมอผีน้อยกินข้าวหมดชาม นางก็วางใจ “หายไวๆนะเมรัย” สุรเสียงอ่อนละมุนละมอมเอ่ยเติมเชื้อไฟให้บรรยากาศอุ่นไอร้อนกว่าเดิมหลายเท่าตัว และไม่นานนักพวกอีธานมาเยี่ยมเมรัย

         ชายหนุ่มมาตรวจอาการหมอผีน้อย แต่มิพูดเอ่ยอะไร เขาทำทีเหมือนมาหาลีโอน่า

         “ปากแข็งนะเรา”

         นักไวโอลินสาวมองออกว่าชายหนุ่มห่วงหมอผีน้อย นางยกศอกกระแทงแขนเขาอย่างหยอกล้อขำๆ ฝ่ายอีธานปั้นหน้านิ่ง ไม่ยอมรับ

         ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งที่มาเยี่ยมเมรัยนั้นมิใช่คนไกล พวกสาวน้อยน่าถีบ ไดอาเรีย นิกุ และรองโรน่า

         “ยังมิดับอีกหรือ”

         คุณหนูน้อยเผยตาขวางพูดแบบไม่ให้เกียรติคนป่วยสักนิด เมรัยยินแล้วอยากกระโดดทับมาก หมอผีน้อยสีหน้าบิดเบี้ยวด้วยเพลิงโกรธา อีเด็กเวร

         นารีกลั้นขำสะใจ เรไรทนไหวต้องดุไดอาเรีย บอกอย่าพูดแช่งคนอื่น มันไม่ดี

         นี้สิ พี่สาวตัวจริงที่รักษาน้องสาว เห็นน้องสาวทำผิดก็ตักเตือน ไม่ใช่ถือหางให้อย่างนารี!!!

         นิกุยืนข้างหลังไดอาเรีย นางพยายามพูดดับไฟคุณหนูน้อย ไดอาเรียฟังเสียงหมูป่าน้อยกล่อมอย่างรำคาญหู กระนั้นไม่กล้าแผดเสียงใส่ กลัวนิกุร้องไห้

         “ใช่ข้าอยากมาเยี่ยมซะหน่อย..”

         ปากไม่ซื่อตรงเลยน้า… นารี และเมรัยฟังแล้วแอบขำเบาๆ ลีโอน่าลากอีธานไปเล่นที่อื่นแล้ว ในห้องยามนี้เหลือนารี เรไร และพวกไดอาเรีย กลุ่มไดอาเรียมาหาเมรัย ไม่ใช่แค่อยากทราบอาการหมอผีน้อยเท่านั้น แต่เพราะมีคนคนหนึ่งอยากเจอเมรัยด้วย “รองโรน่า..” ไดอาเรียเอ่ยสะกิดเพื่อนสาวที่มีส่วนเกี่ยวอ้อมๆในเรื่องวิญญาณร้าย หญิงสาวดวงตาสั่นไหวขณะมองสำรวจเมรัย “..เอาไว้วันหลังเถอะ”

         หมอผีน้อยมองตาสาวน้อยรองโรน่า ครั้นเมรัยคลี่ยิ้มอ่อน “รอข้านอนพักสักสองสามเดือนนะ”

         “////”

         รองโรน่าเขินรอยยิ้มเมรัย

         คนทั้งห้องเห็น..

         “..”

         “..”

         “..”

         ห๊ะ!!!

         เมื่อครู่ข้าตาฝาดรึเปล่า นารีกระแอมเบาๆแก้บรรยากาศที่จู่ๆหยุดนิ่งปานโลกหยุดหมุน เรไรอึ้งอ้าปากค้าง ไดอาเรียผงะพอๆกับปักษาน้อย นิกุซื่อหน่อย นางเลยงงๆเครื่องคำถามผุดเต็มหัว แอบชอบสีหน้าไดอาเรียตอนเหวอมากด้วย  

         แคทเธอรีนที่ใช้เวลาร่วมกับเมรัยมาหลายสัปดาห์ก็แอบอึ้งเบาๆ..

         “เอ้าๆหมดเวลาเยี่ยมคนไข้แล้ว”

         นารีรีบขับไล่พวกหนูๆออกจากห้องปานนางพยาบาลไล่ญาติคนไข้ไปปูเสื่อนอนนอกโรงบาล พวกไดอาเรียโดนดวงดาวน้อยดันๆหลังกระทั่งออกนอกห้อง แคทเธอรีนรู้ว่าเมรัยต้องการพักผ่อน จอมอาคมก้มตัวบอกลา และจากไปอีกคน ขณะนี้เหลือเพียงนารี เรไร และเมรัยในห้องสามคน เงียบพักหนึ่ง “ข้าเปล่าอะไรน้องเขานะ” “พวกเรายังไม่ถามอะไรเลย เจ้าร้อนตัวหรือ” “เมรัย..” หมอผีน้อยแบมือออกตัวปกป้องตัวเองก่อน ดวงดาวน้อยเอ่ยเสียงสูงอย่าง อ่อหรอ ฝ่ายปักษาน้อยกดเสียงต่ำอย่างอาฆาต

         พวกนางพึ่งรู้จริงๆว่าเมรัยนี่เสน่ห์แรงเหลือเกิน!!!

         -- 

  

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น