คณานางค์

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 9: รอยแผลกลางใจ [3] -- จบ

ชื่อตอน : บทที่ 9: รอยแผลกลางใจ [3] -- จบ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.7k

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ก.ย. 2562 11:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 9: รอยแผลกลางใจ [3] -- จบ
แบบอักษร

 

เฟื่องลดาเร่งมือทำงานด้วยความตั้งใจ จนเกือบเที่ยงคืนก็กินยาแล้วเตรียมเข้านอนด้วยความหวังที่ว่าวันพรุ่งนี้จะต้องดีกว่าวันนี้ 

ยาเม็ดออกออกฤทธิ์รุนแรงช่วยให้คนป่วยยังสามารถใช้ชีวิตตามปกติสุขได้ หล่อนควบคุมตัวเองได้ในช่วงกลางวันแต่ความลับคือหลังข่มตานอน ความเจ็บปวดทุกอย่างมันย้อนกลับมาเล่นงานทำให้หล่อนหมดทางสู้ คืนแล้วคืนเล่าเฝ้าฝันว่าเคยถูกทำร้ายเคยผ่านสถานการณ์เฉียดตาย และทุกครั้งหล่อนมักจะมองไม่เห็นมือใครยื่นเข้ามาช่วยเหลือ ไม่มีเลยสักคน หล่อนแยกแยะความจริงกับความฝันไม่ออก ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าที่ๆ ตัวเองกำลังยืนอยู่คือโลกไหน ร่างกายเบาหวิว จิตใจตกต่ำ ภาวนาขอให้เป็นความฝันเพราะหน้าตาของผู้หญิงในรูปข้างโลงศพช่างเหมือนตัวเองเหลือเกิน ศาลาวัดโล่งไร้เงาคนมาร่วมงานราวกับหล่อนกลายเป็นศพไร้ญาติ ไม่ต่างจากเมื่อครั้งยังมีชีวิตที่แทบไม่เหลือใคร 

น้ำตาหยาดใสเจิ่งนองเต็มใบหน้าทรุดกายลงร้องไห้บนพื้นยอมรับชะตากรรมว่าตัวเองหมดบุญแล้วจริงๆ แต่ทว่าในห้วงเวลาที่แสนทุกข์ทรมานหล่อนกลับบังเอิญได้ยินเสียงเด็กร้องไห้ มันดังมาจากไหนไม่รู้ หล่อนหันกลับไปมองข้างหลังทั้งน้ำตาค่อยๆ หยัดกายลุกขึ้นยืน มือบางวางทาบลงหน้าท้องแปลกใจที่มันแบนราบไม่มีลูกน้อยอยู่ข้างใน หรือหล่อนคลอดลูกแล้ว? 

จิตวิญญาณของหญิงสาวล่องลอยออกห่างจากโลงศพเรื่อยๆ มาเห็นฉากหนึ่งในห้องคลอดของโรงพยาบาล ต้นตอของเสียงเด็กร้องมาจากทารกเพศชายคนนี้แกร้องไห้อย่างหนัก ทว่าคุณหมอกลับไม่มีเวลาจะดูแลเพราะกำลังช่วยยื้อชีวิตผู้หญิงคนหนึ่งที่ลมหายใจกำลังแผ่วลงเรื่อยๆ ในไม่ช้าร่างกายนี้อาจจะดับสิ้นลง 

ทุกครั้งที่มือคู่นั้นกดลงบริเวณหัวใจมันมักจะกระแทกมาถึงร่างของหล่อน เจ็บปวดทุรนทุรายร้องไห้ไม่สามารถห้ามกายตัวเองได้ หล่อนทิ้งกายลงนอนบนพื้นแผดเสียงที่ไม่มีใครได้ยินร้องออกมา กลัวหยาดเลือดที่ไหลซึมออกจากช่องคลอดอย่างไม่มีขีดจำกัด มันแดงฉานและเจิ่งนองเต็มพื้นโรงพยาบาล มือคุณหมอเพิ่มแรงกดให้มากขึ้นจนกระทั่งร่างต้นของหล่อนกลับมามีลมหายใจอีกครั้งแม้จะแผ่วบาง 

นี่มันเรื่องอะไรกัน น่ากลัว หล่อนกอดร่างตัวเองตัวสั่นระริกกลัวจนแทบลืมหายใจ กวาดดวงตาคู่ขลาดเขลามองทุกการกระทำของหมอและพยาบาล ในห้องคลอดยังคงวุ่นวายดวงตาแดงก่ำมองเห็นหนึ่งในพยาบาลอุ้มทารกน้อยขึ้นมาวางบนอก ทารกน้อยจำสัมผัสได้หยุดร้องไห้ซบใบหน้าลงทำปากจุ๊บจิ๊บอยากจะดื่มน้ำนมที่ใกล้จะเสียชีวิต ราวกับปาฏิหาริย์ เปลือกตาของแม่ก็ค่อยๆ ลืมขึ้นมองหน้าลูกรักทั้งน้ำตา แต่ก่อนที่ความฝันจะชัดเจนไปมากกว่านี้มีมือปริศนาจากไหนไม่รู้ตะปบเข้าหัวไหล่กระชากตัวหล่อนให้ตื่นขึ้นมา 

“เฟื่อง! เฟื่อง! เธอเป็นอะไรร้องเสียงดังลั่นบ้าน!” 

เฟื่องลดาไม่ได้กรีดร้องไม่ได้ส่งเสียงอะไรแค่เพียงหันมามองหน้าคนปลุกช้าๆ ทั้งน้ำตา เขาเข้ามาตั้งแต่ตอนไหนแล้วทำไมมาแตะต้องเนื้อตัวผู้หญิงที่เขาเกลียดชัง 

ทรมานเหลือเกิน มากกว่าความเจ็บปวดก็คือความกลัว เฟื่องลดาร้องไห้สติแตกคลานเข่าพากายสั่นๆ เขาไปกระโดดกอดกดกายกำยำให้จมบนกลางเตียงซบหน้าบนอกกว้าง 

ขอกอดหน่อยได้ไหม ก่อนที่หล่อนจะจำเขาไม่ได้ จำลูกไม่ได้ และลืมตัวตนของตัวเองว่าเป็นใครมาจากไหน 

ร้ายแรงสุดคือหล่อนอาจจะจำไม่ได้แม้กระทั่งชื่อตัวเอง 

หล่อนเคยโชคดีที่หายจากการป่วยมาได้ครั้งหนึ่งแต่ไม่คิดว่าการกลับมาเป็นซ้ำสองจะร้ายแรงมากกว่าเดิม หล่อนทำงานไม่ได้ ฟุ้งซ่าน ไม่มีที่ไป ลำบากท่านเจ้าสัววิทยาต้องส่งคนตามมาดูแลหาที่พักให้และเสนอให้กลับมาทำงานในตำแหน่งเดิม แต่เพราะอาการป่วยหนักมากขึ้นหล่อนจึงปฏิเสธงานแล้วตามตอแยเขาเพื่อขอเจอหน้าลูก ถูกปฏิเสธ ถูกด่า ถูกว่า ถูกไล่ให้ออกไปจากชีวิลูก เขาจะรู้บ้างไหมว่าคำพูดแค่ไม่กี่คำที่เขาก่นด่ามันสะเทือนลึกเข้าไปในใจดวงนี้มากแค่ไหน 

หล่อนเจ็บเจียนตาย ชีวิตนี้ไม่มีใครรัก หล่อนมีแค่ลูกคนเดียวเท่านั้น หากเขากีดกันมากถึงขนาดนี้แล้วจะมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่อใครและเพื่ออะไร หล่อนคิดดีแล้ว คิดทบทวนมาทุกวันทุกคืนถึงตัดสินใจทำสิ่งที่น่ากลัว หากวันนั้นทำสำเร็จ ก็คงไม่ได้กอดลูกไม่ได้อยู่ใกล้ชายที่ตัวเองรักดังเช่นในค่ำคืนนี้ 

เคยหวังว่าการมีโอกาสได้อยู่ใกล้เขาจะเป็นยาชั้นดีในการรักษาตัวเองให้หายป่วย แต่มันไม่ใช่เลย เพราะเขาไม่เคยให้ความรัก ไม่เคยเมตตา และไม่เคยมีวันไหนไม่ใจร้ายกับหล่อน 

“เฟื่อง หยุดร้องไห้ เธอกอดฉันแน่นเกินไปแล้วนะ” 

เสียงเขาอ่อนโยนมากกว่าที่เคยเป็น มือคู่นั้นเลื่อนขึ้นมาแตะหลังหล่อนแล้วลูบขึ้นลูบลง ควรจะซาบซึ้งดีใจ ทว่าเฟื่องลดากลับร้องไห้ออกมาหนักมากกว่าเดิม เคยมีคนปลอบหล่อนตอนร้องไห้ซะที่ไหนกัน นี่เป็นครั้งแรก… หล่อนมักจะอยากกลับไปเป็นเด็กหญิงเฟื่องลดาในช่วงเวลาที่มีครอบครัวมีคุณยายที่รัก 

“คุณภพ” ปากหล่อนสั่น เม้มไว้ก็ยังสั่นเทา 

“คุณสัญญากับเฟื่องได้ไหมว่าจะดูแลลูกให้ดีที่สุด ถึง ฮึก… คุณจะแต่งงานใหม่ มีลูกคนใหม่ คุณก็ไม่ทิ้งลูกของเรา” 

“ทำไมถึงถามอะไรแบบนี้ เธอเป็นอะไร เธอบอกฉันสิเฟื่อง” 

“เฟื่องแค่อยากได้ยินจากปากคุณ ช่วยเฟื่องได้ไหม” 

ใบหน้าเศร้าโศกยกขึ้นมามองจ้องดวงตาคู่คม ในห้องนอนมืดมากแต่เรากลับสามารถมองเห็นแววตากันผ่านแสงที่สาดกระทบกรอบหน้าต่างส่องมาถึงเตียงนอน 

เป็นสิ่งเดียวที่หล่อนอยากขอร้อง เขาจะทำให้หล่อนได้หรือเปล่า 

“แล้วเธอจะไปไหน จะไม่อยู่ช่วยฉันเลี้ยงลูกแล้วเหรอ” 

“เฟื่องกลัวว่าเฟื่องจะตาย…” 

แค่หลับตาลง หยาดน้ำตามากกว่าสิบก็หยดลงบนอกกว้าง เฟื่องลดาซบแก้มลงกอดเขาอีกครั้งและจะไม่ปล่อยจนกว่าจะได้ยินคำตอบ “เฟื่องไม่มีปัญญาเลี้ยงลูกเองอย่างที่คุณเคยพูดไว้ เฟื่อง เป็นแม่ที่ดีของลูกไม่ได้” 

“แต่ฉันไม่ให้เธอไป” เขากระซิบตอบ โอบกอดหล่อนหนแรกอย่างเต็มใจ 

ทำไมตัวเขาถึงอบอุ่นนักหรือนี่คือความฝัน แม้จะแยะแยะไม่ออกแต่เฟื่องลดาในเวลานี้มีความสุขเหลือเกิน ฉวยโอกาสตักตวงสัมผัสจากเขาให้มากที่สุด ไม่ว่าพรุ่งนี้หล่อนจะอ่อนแอหรือกลับมาเข้มแข็งได้ ก็จะปล่อยให้มันเป็นไปอย่างนั้น เพราะสภาพจิตใจหล่อนทุกวันนี้มันแย่เหลือเกิน 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น