I-RISRED ไอริสเรด
facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

[5] : โรคกลัวการสัมผัส

ชื่อตอน : [5] : โรคกลัวการสัมผัส

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 19k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ก.ย. 2562 11:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
[5] : โรคกลัวการสัมผัส
แบบอักษร

* บุคคลในรูปเป็นเพียงอิมเมจประกอบตัวละครเท่านั้น ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเนื้อหา * 

[5]  

'I-RIS RED' 

 

“ทำไมมันมืดแบบนี้นะ” กันย์พูดพึมพำกับตัวเองเบาๆ ขณะเดินเข้ามาในซอยห้องเช่าของเธอที่ไม่ได้อยู่ติดถนนใหญ่ต้องเดินเข้ามาอีกนิดหน่อยจริงๆ ก็ไม่หน่อยเท่าไหร่มีแค่ไปสลัวๆ ที่เหลืองนวลๆ ส่องสว่างเท่านั้นและเธอมองว่าไฟสีแบบนี้มันไม่สว่างเอาเสียเลย 

หญิงสาวเดินมองซ้ายมองขวามองหน้ามองหลังตลอดเวลาอย่างระมัดระวังตัวเพราะที่ไหนก็มีอันตรายได้ทั้งนั้นไม่เว้นแม้แต่ที่นี่ ในขณะที่ขาก็รีบก้าวเดินไปให้ถึงห้องเช่าของเธอที่อยู่อีกไม่ไกลแล้ว หน้าห้องเช่าของเธอน่าจะยังมีคนอยู่บ้างเพราะมันยังไม่ดึกเท่าไหร่แล้วมันก็มีร้านค้าเล็กๆ แค่เดินให้พ้นตรอกซอกซอยนี้ไปก่อนก็พอ 

แกร๊ก! 

“อ๊ะ! ” 

เสียงหนึ่งดังขึ้นที่ด้านหลังจนหญิงสาวตกใจเสียงเหมือนใครบางคนเหยียบขวดพลาสติกอ่ะมันทำให้กันย์ต้องรีบหันไปมองในทันทีพลันดวงตาคู่สวยก็เบิกกว้างเมื่อพบว่ามีผู้ชายชุดดำท่าทางน่ากลัวคนหนึ่งกำลังเดินตามหลังเธอมาทั้งๆ ที่เมื่อกี้เธอหันไปมองล่าสุดยังไม่มีใครเลยแล้วโผล่ออกมาจากตรอกซอกซอยแยกไหนล่ะเนี้ย ท่าทางก็เหมือนเดินตามเธอยังไงก็ไม่รู้แบบเธอไม่ได้คิดไปเองนะแต่สายตาของผู้ชายคนนั้นมันมองมาที่เธอจ้องมองที่เธอชัดๆ 

หญิงสาวรีบเร่งฝีเท้ามากขึ้นแต่เหมือนยิ่งเร่งชายคนนั้นก็เร่งตามจนกันย์ตัดสินใจเปลี่ยนเป็นวิ่งหนีแทนและมันชัดเจนเมื่อผู้ชายคนนั้นก็วิ่งตามเธอเหมือนกัน มันชัดเจนแจ่มแจ้งว่าเขากำลังตามเธออย่างแน่นอน ให้ตายสินี่จะมาปล้น ปล้ำ หรือฆ่าเธอเนี้ย ขาบางรีบเร่งวิ่งเพื่อไปให้ถึงห้องเช่าของตัวเองเพื่อขอความช่วยเหลือจนไม่ทันได้สังเกตว่าข้างหน้าก็มีผู้ชายอีกคนพุ่งออกมาจากมุมมืดมายืนดักเธอเอาไว้แล้ว 

ตุบ! 

“อ๊ะ! ” 

ร่างบางวิ่งชนเข้ากับร่างสูงของชายในเงามืดเต็มๆ จนแทบจะเซล้มแต่ร่างนั้นก็คว้าแขนของเธอเอาไว้แล้วใช้อะไรบางอย่างปิดปากปิดจมูกของเธออย่างรวดเร็วแบบไม่ทันได้ตั้งตัวกว่าที่เธอนั้นจะรู้ตัวสายตาก็พร่ามัวไปหมดและยังไม่ทันจะได้ส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือสติก็ดับวูบลงพร้อมกับร่างที่ทิ้งตัวลงกับพื้นจนชายหนุ่มต้องรีบคว้าร่างบางขึ้นมาอุ้มก่อนจะรีบพากันหลบเข้าไปในมุมมืดของแยกซอกตึกเพื่อหลบสายตาของผู้คนและพาร่างบางกลับไปมอบให้กับผู้เป็นเจ้านายตามคำสั่ง 

สามชั่วโมงต่อมา @บ้านพักของลูเซียโน่ 

“อ๊ะ โอ๊ย! ” 

เสียงร้องแหบพร่าของหญิงสาวดังขึ้น ร่างบางที่กำลังเริ่มได้สติกลับคืนมาเริ่มขยับตัวไปมามือก็กุมขมับด้วยความปวดหัวจี๊ด ดวงตาคู่สวยค่อยๆ ลืมขึ้นอย่างเชื่องช้ากะพริบตาถี่ๆ เพื่อพยายามปรับแสงให้สายตาของตัวเองที่ลืมขึ้นมาแล้วมันกระทบเข้ากับแสงไฟสว่างจ้าบนเพดานแต่มันน่าแปลกที่ไฟที่เธอเห็นในตอนนี้มันกลับไม่เหมือนไฟในห้องเช่าของเธอเลย 

“ตื่นแล้วเหรอที่รัก? ” 

“ว้าย! ” 

เสียงร้องหลงดังขึ้นในทันทีเมื่อได้ยินเสียงของใครบางคนไม่พอยังมีสัมผัสร้อนวูบของใครบางคนวางลงบนขาของเธออีก หญิงสาวรีบลุกพรวดขึ้นนั่งก่อนจะเบิกตากว้างแบบตาสว่างจนแทบถลนออกมาเลยเมื่อพบว่าเจ้าของเสียงและเจ้าของมือที่กำลังลูบไล้ขาของเธออยู่นั้นคือเขาอีกแล้ว ลูเซียโน่ โรเรนโซ่ ไอ้บ้าโรคจิต!  

“นี่มันอะไรกันฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง? ” 

กันย์ร้องโวยวายออกมาในทันทีพร้อมทั้งรีบชักขากลับเปลี่ยนเป็นนั่งงอเข่าแทนในขณะที่สมองของเธอก็กำลังประมวลผลและเธอจำได้ว่าก่อนหน้านี้เธอเจอผู้ชายคนหนึ่งกำลังไล่ตามเธอและเธอก็หนีจนไปชนเข้ากับใครอีกคนและถูกใครคนนั้นใช้อะไรสักอย่างปิดปากปิดจมูกเธอและเธอก็สลบไปเลยตื่นมาอีกทีก็มาอยู่ในห้องนี้กับลูเซียโน่แล้ว 

“ไม่ต้องสงสัยหรอกที่เธอมาอยู่ที่นี่ก็เพราะฉัน” ลูเซียโน่แย้มยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนจะเอนตัวเข้าไปหากันย์จนหญิงสาวต้องรีบหลบด้วยความหวาดระแวง “ฉันบอกแล้วไงว่าถ้าไม่ยอมรับข้อเสนอของฉัน ฉันก็จะลักพาตัวเธอมา” 

นี่เขาทำจริงเหรอเนี้ย ให้ตายสิ! 

“...ตะ...แต่นี่มันผิดกฎหมายนะ” 

“ฉันไม่กลัวกฎหมาย” 

“นายคิดว่านายแน่ขนาดนั้นเลยเหรอ ทำไมพ่อแม่นายเป็นประธานาธิบดีเหรอ? ” 

“ฉันก็บอกแล้วไงว่าพ่อแม่ของฉันเป็นมาเฟีย” 

“อย่างนายเนี้ยนะมาเฟียมองยังไงก็โจรชัดๆ ฉันจะไปแจ้งตำรวจ! ” 

หญิงสาวรีบก้าวลงจากเตียงในทันทีตรงไปยังโทรศัพท์บ้านที่วางอยู่ก่อนจะคว้าหูมันขึ้นแต่ก็ถูกลูเซียโน่ตามมาดึงโทรศัพท์กลับคืนจนกันย์ต้องหันกลับไปแย่งและพยายามทุบตีชายหนุ่มเพื่อให้ปล่อยตัวเธอจากอ้อมแขนหนาของเขาที่กำลังโอบกอดเอวของเธอเอาไว้ 

“ปล่อยฉันนะ ปล่อยสิไอ้บ้าเอ๊ย! ” 

“อ๊ะ! ” ร่างบางถูกเหวี่ยงกลับไปที่เตียงโดยมีร่างสูงตามมาคร่อมทับร่างกายของเธอเอาไว้ใต้อาณัติของเขาทำตัวเป็นเหมือนเจ้าของร่างกายของเธอ มือบางรีบยกขึ้นดันแผงอกกว้างออกไปในทันทีก่อนที่มันจะทิ้งตัวลงทาบทับเธอ “...ปะ...ปล่อยฉันนะ นายจะทำอะไรฉัน? ” 

“ก็กำลังจะมีเซ็กส์กับเธอไง” ชายหนุ่มพูดตอบเสียงเรียบก่อนจะโน้มใบหน้าลงไปยังซอกคอขาวทำเอากันย์ถึงกับตกใจเบิกตากว้างรีบผลักหัวของลูเซียโน่ออกไปในทันที 

“โอ๊ย! ไอ้โรคจิตอย่ามายุ่งกับฉันนะ ฉันไม่ชอบ อย่ามาทับสิ” 

หญิงสาวแสดงถึงอาการเกลียดการเนื้อแนบเนื้อออกมาอย่างชัดเจน สีหน้าและท่าทางของเธอเหมือนกำลังขยะแขยงในสิ่งที่ลูเซียโน่กำลังทำ ร่างกายดิ้นขัดขืนตลอดเวลาเพื่อพยายามผลักตัวหนาที่กำลังทาบทับร่างกายของเธอออกไปเพราะเธอรู้สึกอึดอัดมาก 

“อยู่เฉยๆ ได้ไหมเนี้ย” 

“อ๊ะ! ” 

มือบางถูกรวบตึงเอาไว้เหนือหัวมันทำให้กันย์หมดหนทางขัดขืนไปหนึ่งช่องทางแต่ร่างบางก็ยังคงดิ้นอย่างไม่ยอม ในขณะที่ลูเซียโน่ก็โน้มใบหน้าลงไปหาซอกคอขาวใช้มืออีกข้างที่ว่างปัดเอาผมที่ปกปิดออก ริมฝีปากหนาบรรจงสัมผัสลงบนเนื้อเนียนๆ นั้นจนกันย์รู้สึกเสียววาบไปทั้งร่างกายขนลุกชันขึ้นมาทั้งหัวขนาดขนหัวยังแทบลุก 

“...ปะ...ปล่อยฉันนะ ปล่อยฉันเถอะ ฉันอึดอัด ฉันไม่ชอบ” 

สัมผัสเปียกชื้นของลูเซียโน่ที่สัมผัสไปทั่วซอกคอขาวของเธอ ทั้งจูบดูดเม้มและขบกัดเบาๆ มันทำให้เธอรู้สึกแปลกๆ เธอไม่ชอบสัมผัสแบบนี้เธอรู้สึกขยะแขยง รู้สึกอึดอัดจนเหมือนจะหายใจไม่ออกยังไงก็ไม่รู้แบบเธอไม่ชอบจริงๆ อ่ะ เธอไม่ชอบสัมผัส ไม่ชอบการทาบทับ ไม่ชอบการเสียดสีแบบนี้เลย 

แต่แทนที่ลูเซียโน่จะเห็นอกเห็นใจคำขอร้องของกันย์เขากลับรู้สึกมีความสุขเสียอีกที่ได้ยินเสียงอ้อนวอนของหญิงสาวในขณะที่เขากำลังลุกล้ำไปตามส่วนต่างๆ ของเธอ ยิ่งอีกฝ่ายขัดขืนต่อต้านเขายิ่งรู้สึกดีเพราะมันให้ความรู้สึกที่เร่าร้อนซู่ซ่าเสียไม่มี มันเหมือนยิ่งขัดขืนยิ่งเร้าใจ ขัดขืนเยอะๆ ยิ่งมีอารมณ์ ชายหนุ่มยังคงใช้ริมฝีปากซุกไซร้ไปตามซอกคอขาวในขณะที่หัวเข่าก็ยกขึ้นถูไถลงบนระหว่างขาของหญิงสาวมันทำให้กันย์รีบหุบขาเกร็งลงในทันที 

“...ปะ...ปล่อย ปล่อยฉัน ฉันหายใจไม่ออก” 

ร่างบางที่ในตอนแรกขัดขืนสุดกำลังในตอนนี้แรงของเธอเริ่มอ่อนลงอย่างชัดเจนเมื่ออึดอัดจนหายใจไม่ออกและเกิดอาการหายใจไม่ทันออกซิเจนไม่สามารถไปเลี้ยงร่างกายได้เพียงพอทำให้ร่างกายเริ่มจะชัตดาวน์ตัวเอง หญิงสาวที่ตอนนี้สายตาเริ่มพร่ามัวแต่ยังคงพยายามใช้แรงอันน้อยนิดขัดขืนลูเซียโน่ตลอดในขณะที่ปากก็เริ่มซีดลง หน้าอกเริ่มแน่นเหมือนมีคนมาเหยียบอยู่บนอก จนร่างกายไม่สามารถทนได้อีกต่อไป สติจึงดับวูบลงในทันที 

ลูเซียโน่ที่มัวแต่สนุกกับการสัมผัสลุกล้ำไปตามส่วนต่างๆ ของกันย์เริ่มผิดสังเกตเมื่อหญิงสาวนอนแน่นิ่ง แม้แต่เสียงลมหายใจยังแทบไม่ได้ยินจึงหยุดลงแล้วผละตัวออกมาจากซอกคอขาว พลันดวงตาคู่คมก็เบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อพบว่าหญิงสาวหมดสติไปแล้วด้วยความตกใจมันทำให้ชายหนุ่มยกมือขึ้นตบที่ใบหน้าของหญิงสาวเบาๆ เพื่อพยายามเรียกสติแต่เธอก็ยังคงนอนนิ่งแถมลมหายใจแผ่วเบาจนน่าเป็นห่วง 

“เห้ยๆ อย่าเพิ่งมาตายตอนนี้นะ ฉันยังไม่ได้แต่งงานกับเธอเลย” 

ร่างสูงรีบก้าวลงจากเตียงก่อนจะก้มลงไปอุ้มตัวของหญิงสาวขึ้นมาแล้วรีบวิ่งออกมาจากห้องเพื่อพาเธอไปส่งโรงพยาบาลก่อนที่เขาจะกลายเป็นฆาตกรฆ่าคนตาย แถมคนที่ฆ่าดันเป็นว่าที่เจ้าสาวตัวเองอีก เขาไม่เข้าใจว่ากันย์เป็นอะไรตอนแรกที่เธอบอกว่าเธอไม่เคยมีเซ็กส์กับผู้ชายเขาไม่เชื่อเลยแต่พอมาตอนนี้เขาชักเชื่อแล้วสิว่าเธอไม่เคยมีเซ็กส์จริงๆ และเหมือนเธอจะกลัวการมีเซ็กส์จนขึ้นสมองเสียด้วยซ้ำไปถึงได้หมดสติหมดสภาพขนาดนี้ 

@โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง 

“หมอครับสรุปว่าเธอเป็นอะไร? ” ลูเซียโน่หันมาถามหมอที่เพิ่งตรวจอาการของกันย์เสร็จด้วยความเป็นห่วงถึงแม้ตอนนี้หญิงสาวจะปลอดภัยแล้วก็ตาม 

“น่าจะเกิดจากความเครียดและความเหนื่อยล้าครับเพราะคุณเล่าว่าเธอเพิ่งตกงาน” คุณหมอตอบตามอาการที่สามารถประเมินออกมาได้เพราะไม่มีภาวะอื่นแทรกซ้อน แค่หมดสติไปเฉยๆ 

“แล้วตอนนี้เธอปลอดภัยแล้วใช่ไหมครับ? ” 

“ใช่ครับ ตอนนี้ให้เธอพักผ่อนให้เต็มที่ก่อนนะครับ หมอขอตัวก่อน” ว่าจบหมอก็หันตัวเดินออกไปจากห้อง หลังจากที่หมอออกไปแล้วชายหนุ่มก็เดินมาที่เตียงที่มีร่างบางของกันย์นอนหลับพริ้มอยู่ มือหนาเลื่อนไปลูบหัวของหญิงสาวอย่างหักห้ามใจไม่ได้เหมือนหัวใจของเขามันเรียกร้องหาเธอ 

“เธอเป็นอะไรกันแน่นะ” ชายหนุ่มพูดพร่ำออกมาเบาๆ ก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมาเพื่อส่งข้อความหาลูกน้องสั่งให้ลูกน้องสืบเรื่องราวของกันย์โดยเฉพาะอาการที่เธอเป็นว่ามันคืออาการอะไรเขาจะได้รับมือมันถูกเพราะเขายังอยากได้เจ้าสาวอยากได้เมียและแม่ของลูกอยู่นะ 

สามชั่วโมงผ่านไป 

“อืมมม” 

เสียงครางต่ำดังขึ้นพร้อมกับร่างบางของกันย์ที่เริ่มขยับตัวเมื่อได้สติ หญิงสาวค่อยๆ ลืมตามองท่ามกลางแสงไฟสลัวๆ มันเหมือนภาพเหตุการณ์เดิมฉายซ้ำเลยเพราะเธอเคยตื่นขึ้นมาแบบนี้ในห้องของลูเซียโน่แต่แค่ตอนนี้เธอมั่นใจว่าไม่ใช่ห้องเขาเพราะเพดานห้องมันแปลกไป ไฟมันก็แปลกไปเป็นไฟดวงเล็กๆ 

“ตื่นแล้วเหรอคะ? ” 

“อ๊ะ! ” หญิงสาวตกใจเล็กน้อยเมื่อเสียงใสหวานดังขึ้นก่อนจะหันไปมองยังต้นเสียงก็พบว่าเป็นนางพยาบาลคนหนึ่งเพราะชุดที่เธอใส่และรถเข็นที่เธอเข็นเอาอุปกรณ์วัดความดันเข้ามามันบ่งบอกว่าที่นี่คือโรงพยาบาลอย่างแน่นอน 

“ฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงคะ? ” 

“ก็แฟนของคุณพาตัวคุณมาส่งโรงพยาบาลไงคะ” 

“แฟนเหรอคะ? ” คิ้วบางขมวดเข้าหากัน 

“ก็แฟนคุณไงที่ตัวสูงๆ หล่อๆ นัยน์ตามีเสน่ห์ไง” พยาบาลสาวพูดด้วยรอยยิ้ม 

“อ๋อ เหรอคะ ฉันจำอะไรไม่ค่อยได้เท่าไหร่ ยังมึนๆ อยู่” กันย์พูดไปตามน้ำเพราะเธอรู้แล้วแหละว่าแฟนที่พยาบาลหมายถึงคือลูเซียโน่แน่นอนแต่ตอนนี้เขาไปไหนกันล่ะ “แล้วเขาไปไหนแล้วคะ? ” 

“อ๋อ เขาเพิ่งกลับไปเมื่อกี้เองเห็นบอกว่าจะกลับไปเตรียมของให้คุณ” 

“เหรอคะ ค่ะๆ ” 

กันย์ได้แต่ส่งยิ้มแห้งๆ ให้พยาบาลแล้วเงียบลงไม่ได้ถามอะไรต่อ นอนนิ่งๆ ให้พยาบาลจัดการตรวจเธอตามหน้าที่ เธอไม่คิดเลยนะเนี้ยว่าเขาจะพาเธอมาส่งโรงพยาบาลด้วย แบบน้ำหน้าแบบเขาที่ลักพาตัวเธอมาแบบเย้ยกฎหมายแบบนี้เขาน่าจะฉวยโอกาสตอนเธอหมดสติมากกว่าจะพาเธอมาส่งโรงพยาบาลนะ เอ๊ะ! หรือว่าขาฉวยโอกาสเสร็จไปแล้ว แล้วค่อยพาเธอมาส่งโรงพยาบาลกัน? 

“เออแฟนฉันพาฉันมาส่งโรงพยาบาลตอนไหนเหรอคะ? ” 

“ตอนประมาณ 4 ทุ่มมั้งคะ” พยาบาลตอบในขณะที่เก็บอุปกรณ์ “งั้นเดี๋ยวรอหมอมาตรวจอาการอีกทีนะคะ” 

“ได้ค่ะ ขอบคุณนะคะ” 

พยาบาลหันตัวเดินออกไปพร้อมรถเข็นที่เสียงเอี๊ยดอ๊าดเชียวอย่างกับหนังสยองขวัญแบบบางทีก็ควรใส่น้ำมันที่ล้อบ้างเพราะถ้าได้ยินกลางคืนดึกสงัดคงหลอนไม่น้อยเลย หลังจากที่พยาบาลออกไปแล้วหญิงสาวก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเพราะถ้าลูเซียโน่พาเธอมาส่งโรงพยาบาลตอนสี่ทุ่มมันแปลว่าเขาไม่น่าจะฉวยโอกาสตอนเธอหมดสติหรอกเพราะเธอจำได้ว่าก่อนที่เธอจะหมดสติเธอมองเห็นนาฬิกาที่ติดผนังและมันสามทุ่มสี่สิบห้าแล้ว 

ทางด้านของลูเซียโน่ 

“ผมสืบมาแล้วนะครับ ข้อมูลทางการแพทย์ของเธอ บอกว่าเธอเป็นโรค Aphenphosmphobia ครับ” ลูกน้องของลูเซียโน่รายงานผู้เป็นเจ้านายตามที่ได้ข้อมูลมา 

“ห๊ะ? โรค Aphenphosmphobia คืออะไร? ” ชายหนุ่มที่กำลังดูดบุหรี่อยู่ถึงกลับดับบุหรี่ทิ้งจ้องมองลูกน้องด้วยสีหน้าบึ้งตึงอย่างไม่เข้าใจ 

“มันคือโรคที่กลัวการสัมผัสครับ คนเป็นโรคนี้จะกลัวการถูกสัมผัสจากเพศตรงข้ามหรือแม้กระทั่งเพศเดียวกัน แต่ส่วนมากในผู้หญิงจะเกิดกับเพศตรงข้ามมากกว่า โดยคนเป็นโรคนี้จะไม่ชอบให้คนที่ไม่สนิทและไว้วางใจจริงๆ มาแตะเนื้อต้องตัวครับ” 

“เหรอ อืม งั้นส่งคนไปคอยจับตาดูเธอด้วย” 

“ได้ครับ” ลูกน้องรับคำสั่งก่อนจะหันตัวเดินออกไป 

ว่าแล้วว่าทำไมกันย์ถึงยืนยันว่าตัวเองไม่เคยมีเซ็กส์กับผู้ชายคนไหนเพราะเธอเป็นโรคกลัวการสัมผัสนี่เองเธอเลยไม่ชอบให้ผู้ชายมาแตะเนื้อต้องตัวและมีอาการแบบนั้นออกมา เธอดูหวาดกลัวและหวาดระแวงมากมันทำให้เขาไม่แปลกใจอีกว่าทำไมเธอถึงได้พูดว่าเธอมีแฟนมาหลายคนแล้วนับนิ้วมือนิ้วเท้าก็ไม่พอหรอก คงมีแล้วเลิกคบได้ไม่นานมากกว่าเพราะเซ็กส์เป็นสิ่งสำคัญสำหรับความรักและหลายคู่ก็เลิกกันเพราะเซ็กส์มาเยอะแล้ว การที่เธอไม่ยอมมีเซ็กส์กับผู้ชายและแสดงอาการหวาดกลัวการสัมผัสออกมาทุกครั้งที่โดนสัมผัสตัวมันคงทำให้ผู้ชายเหล่านั้นมองเธอเป็นตัวประหลาดและน่ารำคาญจนสุดท้ายก็เบื่อและเลิกรากันไปอย่างแน่นอน 

พอได้รับรู้แบบนี้ทำไมเขาถึงไม่รู้สึกสงสารกันย์นะแต่ทำไมกลับรู้สึกสนุกขึ้นมาก็ไม่รู้ อยากจะกลั่นแกล้งเธอจังเลย อยากจะจับเธอมามัดหรือขึงแล้วสัมผัสไปตามส่วนต่างๆ ของร่างกายเธอให้เธอร้องขออ้อนวอนให้เขาหยุดจัง มันก็อาจจะจริงก็ได้นะที่เธอด่าเขาว่าไอ้โรคจิตเพราะเขาว่าเขาก็น่าจะโรคจิตเพราะแทนที่จะสงสารเธอกลับรู้สึกอยากสนุกกับร่างกายของเธออยากท้าทายอาการที่เธอเป็นขึ้นมาเสียอย่างงั้น อยากรู้ว่าไอ้โรคประหลาดที่เขาไม่เคยได้ยินชื่อเนี้ยมันเป็นยังไง มันกลัวการสัมผัสขนาดนั้นเลยเหรอไง อยากจะพิสูจน์เหลือเกิน 

. 

. 

To Be Continued... 

--------------------------------- 

น่าสงสารยัยกันย์จริงๆ ถ้าเกิดมากลัวอะไรแบบนี้คงเข้าสังคมยากอ่ะถึงว่ายัยกันต์ไม่ค่อยบ้าผู้ชายเหมือนสองสาว ทัชชา กับ ชมพู ที่เห็นผู้หญิงเป็นล้ม เห็นผู้ชายพุ่งเข้าใส่ดุจความเร็วแสง 555555 แต่หนูลูอ่ะ ควรสงสารยัยกันย์สิไม่ใช่คิดจะแกล้งอีก โรคแบบนี้มันไม่ตลกเลยนะเกิดกลัวจนช็อกตายขึ้นมาทำยังไง แบบเธอกลัวแมลงสาปฉันเลยจับเธอมัดอยู่ในดงแมลงสาปอะไรแบบนั้น 

ความคิดเห็น