winterandwhite

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 9

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย Yuri

คนเข้าชมทั้งหมด : 59

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ก.ย. 2562 10:34 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 9
แบบอักษร

“เบธ แกเป็นอะไร หืม อาทิตย์นี้ทั้งอาทิตย์ ฉันเห็นแกนั่งตาลอยๆ เหมือนเหม่อถึงใครทุกวัน” หมวดนภดลที่นั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะข้างๆ หันไปถาม แต่ดูเหมือนว่า เบธจะไม่ได้ยิน

“ไอ้เบธ! ”

“ฮะ! แกอยากกินบัวลอยเหรอ เดี๋ยวไปบอกป้าผกาให้” เบธลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แต่ตาเหมือนไม่ได้โฟกัสอยู่ที่ใดเลยบนโลกใบนี้

“แกใจเย็นๆ นั่งลงก่อน แล้วเรามาคุยกันให้รู้เรื่อง”

คนนั่งกระตุกชายเสื้อคนยืน คนยืนกะพริบตางงๆ ก่อนจะนั่งลง

“มา แกเป็นอะไร ไหนเล่ามาซิ ไม่ต้องเกรงใจ แล้วฉันจะเก็บไว้เป็นความลับ”

เบธเลื่อนเก้าอี้มาใกล้ๆ หมวดดลคนสวย ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะปริปากพูด ระบายความในใจ

“คือ ถ้าสมมุติแกไปถามคนๆ นึง ว่า คำว่า love หมายความว่ายังไง แล้วเค้าบอกว่า สำหรับเค้า คำๆ นี้มันไม่มีความหมาย แกจะรู้สึกยังไงวะ”

หมวดดลอึ้งกับสิ่งที่เบธเล่านิดหน่อย คนที่ดูไม่คิดอะไรมากอย่างเบธ ทำไมถึงเก็บเอาเรื่องไม่เป็นเรื่องแบบนี้มาคิด แต่พอคิดไปคิดมาอีกที นี่มันไม่ใช่เรื่องธรรมดาแล้ว

“ถ้าเป็นฉันนะ ฉันเฉยๆ จะไม่รู้สึกอะไรเลย ถ้าคนๆ นั้น ไม่ใช่แฟนฉัน”

เบธหลบตาลงต่ำ คิ้วขมวดเหมือนคิดอะไรกับตัวเองสักอย่าง

“อืม แล้วถ้า คิดในฝั่งของเค้า การที่เค้าบอกมาแบบนี้ มันแปลว่า เค้ากำลังจะบอกอะไรกับเราหรือเปล่า”

“ก็เป็นไปได้สองอย่าง คือ ถ้าไม่ปฏิเสธ ก็คือ บอกเล่า”

“ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเท่าไหร่เลยนะเว้ย เค้าจะปฏิเสธล่วงหน้าเลยเหรอ”

“ถ้างั้น เค้าก็คงแค่อยากจะบอกแกว่า เค้าไม่ฝักใฝ่ ไม่ได้ให้ความสำคัญกับความรัก ถ้าแกโอเคที่เค้าเป็นแบบนี้ ก็ไปกันต่อ ถ้าแกไม่โอเค แกจะถอยก็ถอยนะ ทำนองนี้”

“ฉันกำลังรู้สึกอะไรวะ ไอ้ดล”

“ไอ้เบธ ฉันว่า แกกำลังผิดหวังว่ะ”

“เรื่อง”

“ไปถามตัวเองดีๆ แล้วแกจะรู้เอง ว่าเรื่องอะไร”

หมวดดลว่า ก่อนจะหมุนเก้าอี้กลับมานั่งให้เข้าที่เข้าทาง แล้วทั้งท่าจะทำงานต่อ แต่เบธก็มีเรื่องคุยต่ออีกนิด

“ดล ฉันฝากเอาหนังสือไปคืนที่ห้องสมุดให้หน่อยสิ อะ นี่ค่าปรับ”

เบธหยิบหนังสือนิยายที่ป้าผกาเอามาคืนแล้ว ส่งให้หมวดดลพร้อมเงินค่าปรับ อันที่จริงเบธควรจะนำไปคืนด้วยตัวเองตั้งแต่สามวันก่อนแล้ว แต่ความรู้สึกข้างในมันปั่นๆ ป่วนๆ ก็เลยไม่ยอมไปสักที และสุดท้ายก็ต้องขอความช่วยเหลือจากเพื่อน

“อื้ม ก็ดีเหมือนกัน ฉันอยากจะไปเห็นหน้าคนที่ทำให้แกเป็นแบบนี้พอดี”

เบธพยักหน้า แล้วก็เสยผมสองสามที ก่อนจะหลับตาลง พิงกับพนักเก้าอี้

“อะ เร่งแอร์ให้ พอหนาวกาย จะได้ไม่หนาวใจ” หมวดดลกดรีโมทแอร์ แล้วก็ยิ้มขำเพื่อนซี้ นานๆ ทีจะออกอาการให้เห็นบ้าง

 

ณ มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงมากๆ แห่งหนึ่งในประเทศไทย

สาวน้อยเมธนภาหน้าหวานที่อาจจะดูขัดกับเสื้อช้อป กางเกงยีนส์ รองเท้าผ้าใบ แต่พอดูรวมๆ แล้วน่ารักเหลือเกิน กำลังเดินสำรวจพรรณไม้อยู่กับกลุ่มเพื่อนในภาควิชาพฤกษศาสตร์ เธอแหงนมองดอกไม้ สลับกับจดรายละเอียดลงสมุดในมือ ก้มๆ เงยๆ จนกระทั่ง

“อุ้ย! ขอโทษค่ะ นี่ เธอ มาได้ยังไงอะ”

คนที่เมธเดินถอยหลังไปชนก็คือ นายอาชขวัญ ที่มาในชุดหมีสีเขียว

“มาดูงานกับอาจารย์”

“ไหนอะ แล้วอาจารย์ไปไหน”

“อาจารย์อยู่บนตึก ให้เราลงมาเอาของที่รถ เราได้ของแล้ว แต่เราจำตึกไม่ได้ เราเพิ่งเคยมาครั้งแรก”

นายอาชขวัญทำหน้านิ่งๆ เก็บอาการเขินอายที่ตัวเองหลงทางเอาไว้ ทำเอาสาวเมธถึงกับหลุดหัวเราะ

“นานๆ จะเข้ากรุงอะเนาะ เข้าใจๆ นายจะไปตึกคณะเกษตรใช่มั้ย เนี่ย ตรงไปเลี้ยวขวา แล้วก็ซ้ายยาวไปเลยนะ พอสักพักจะเจอยาม ก็ถามยามเอานะ”

“ก็บอกให้ไปถามยามก็จบ”

“แหมๆ หยอกเล่นน่า พอเจอยามก็เลี้ยวซ้ายอีกที ก็ถึงแล้ว”

นายอาชจ้องหน้าเมธเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ

“มองขนาดนี้ ต่อยเลยมั้ยล่ะ”

“ได้เหรอ”

“ก็ให้มันรู้ไป ว่าเธอจะกล้าต่อยคนที่คอยช่วยโปรโมทเพจ ช่วยเธอขายต้นไม้”

“เธอช่วยพี่สาวเรา ไม่ได้ช่วยเรา แล้วก็ไม่รู้ว่า มีอะไรแอบแฝงหรือเปล่า”

“โห ปากจัด ไม่คุยด้วยแล้ว ไปไหนก็ไปเลย สาธุ ไปที่ไหน ก็ขอให้หลงๆ ๆ เพี้ยง”

นายอาชมองอาฆาตอีกครั้ง แล้วก็เดินจากไป เมธมองตามหลังไปอย่างโมโห พอถึงทางแยก นายอาชก็เลี้ยวผิดทาง สาวเมธก็เลยหัวเราะใหญ่โต

“ไอ้เมธ คุยกับผู้ชายที่ไหนตั้งนานสองนาน แล้วมหาลัยเรา มีคณะไหนใส่ชุดหมีสีเขียวด้วยเหรอ”

“คนนิสัยไม่ดีที่เราบังเอิญไปรู้จักน่ะ แล้วก็ไม่ใช่เด็กม.เราหรอก เค้าเรียนวิทยาลัยเกษตร ที่ต่างจังหวัดน่ะ เห็นว่าเป็นวิทยาลัยแบบอยู่ประจำ ปลูกข้าวปลูกผักกินเอง ทำนองนั้นน่ะ”

“หล่ออยู่นะ ถ้าไม่ติดว่า สีผิวเข้มไปนิด”

“ไม่นิดอะ ดำปี๋เลยแหละ”

สาวเมธหัวเราะขำนายอาชกับเพื่อนสาวอย่างสนุก ในขณะที่นายอาชยังคงเดินหลงไปมาอยู่ ในใจก็ยิ่งนึกแค้นเมธนภาเพราะเข้าใจว่าถูกเธอหลอก ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้ว เป็นตัวเองที่เลี้ยวผิดทาง

“อย่าให้เจออีกนะ ผู้หญิงอะไรก็ไม่รู้ นิสัยแย่สุดๆ”

 

ที่โรงอาหาร หน่วยโดรนติดอาวุธ

“ฮัลโหล สวัสดีค่ะ เบธพูดค่ะ”

“เบธ นี่พีร์นะ”

เบธที่กำลังรับประทานอาหารกลางวันอยู่กับเพื่อนๆ ที่หน่วย ทำหน้าตกใจ แล้วเดินลุกไปนอกโรงอาหาร หาที่ปลอดผู้คน

“พีร์ พีร์ใช้มือถือได้ยังไง”

“ก็เบธเล่นไม่มาเยี่ยมพีร์เลย พีร์ก็ต้องหาทางติดต่อเบธให้ได้”

“เราไม่ว่างเลย แต่เราก็ช่วยสืบคดีให้อยู่ พีร์ไม่ต้องห่วงนะ แต่พีร์รีบวางเถอะ เดี๋ยวจะมีปัญหา”

“เบธฟังนะ ตอนนี้พวกมันกำลังกระจายยาบ้าอยู่แถวๆ บ้านเบธ นี่เป็นโอกาสที่ดีของเบธแล้วนะ”

“อืม เรารู้แล้ว เราก็กำลังหาวิธีอยู่”

“เบธใช้โดรนสิ ทำโดรนแบบที่ถ่ายคลิปได้ ทำอันเล็กๆ ไม่ให้คนจับสังเกตได้ แล้วก็บินสอดส่องทั้งกลางวันกลางคืน พีร์ว่าไม่นานหรอก เดี๋ยวก็เจอ”

เบธถอนหายใจยาว คำว่าโดรนอันเล็กๆ ทำให้นึกไปถึงโปรเจ็คมิสเตอร์บี ที่บัดนี้ หมวดคีรียังทำให้โดรนอันเล็กๆ บินได้อย่างมีประสิทธิภาพไม่ได้เลย

“อื้ม เบธจะลองดูนะ”

“แล้วเบธจะมาเยี่ยมเราอีกเมื่อไหร่”

“แค่นี้ก่อนนะพีร์ เราต้องไปแล้ว”

เบธรีบตัดสาย เพราะไม่อยากให้ความหวัง ไม่อยากให้คำสัญญาอะไรกับกัญญพีร์อีก และพยายามบอกกับตัวเองว่า ให้ทำเท่าที่ทำได้ก็พอ

หลังจากวางสาย เบธก็กลับไปนั่งกินข้าวต่อโดยพยายามไม่แสดงอาการอะไรมากนัก แต่พอหลังจากกินข้าวเสร็จ เบธก็ไปที่ลานโดรน แล้วตั้งหน้าตั้งตาช่วยหมวดคีรีประกอบโดรนจิ๋ว เดินเข้าเดินออกระหว่างห้องตัดแต่งอะไหล่ และลานทดลองบิน เดินไปเดินมา จนกระทั่งถึงเวลาเลิกงาน

“เชี่ย!! ไอ้เบธ แม่งสุดยอดไปเลย มิสเตอร์บีบินได้แล้วโว้ย! ” หมวดคีรีตะโกนลั่นลานทดลอง

“ไอ้เบธ คิดยังไงไปช่วยเฮียคีมันทำวะ” หมวดดลถาม ในนึงก็ดีใจแหละแต่ใจนึงก็คิดว่า หมวดคีรีควรจะทำเองเสียบ้าง

“เซ็งๆ ว่ะ”

“นี่ขนาดเซ็ง แกยังใช้เวลาแค่ครึ่งวัน ก็ทำได้ละ ถ้าไม่เซ็งจะขนาดไหนวะ”

“ไอ้ดล เดี๋ยวฉันขับรถพาแกไปที่ห้องสมุดนะ พอแกคืนหนังสือเสร็จ เดี๋ยวเราไปหาอะไรกินกัน”

“โอเค แต่งหน้าแป๊บนะ”

เบธรอหมวดดลแต่งหน้าเสร็จ ก็ขับรถพาหมวดดลออกจากที่ทำงาน แล้วมุ่งตรงไปที่ห้องสมุด

 

ที่ห้องสมุด

เบธจอดรถไว้ข้างหน้า ปล่อยให้หมวดดลลงไปทำหน้าที่ ส่วนตัวเองก็นั่งเงียบๆ อยู่ในรถ หมวดดลเดินสวยๆ ถือหนังสือนิยายและสมุดยืมคืนของเบธ ตรงไปยังเคาน์เตอร์

“เอาหนังสือมาคืนแทนเพื่อนน่ะค่ะ” พูดเสียงดังฟังชัด ขณะที่สายตาก็จับจ้องบรรณารักษ์คนที่สวยกว่าตัวเองนิดหน่อย มองตั้งแต่ใบหน้า สีผม การแต่งตัว และกิริยาท่าทาง

“รบกวนจ่ายค่าปรับด้วยนะคะ”

“อ่อค่ะ นี่ค่ะ”

หมวดดลฉีกยิ้มกว้าง ลิปสีแดงแป๊ดที่ริมฝีปาก สาดเข้าดวงตาคุณบรรณารักษ์เต็มๆ

“นี่ค่ะ เรียบร้อยแล้วค่ะ”

“ขอบคุณค่ะ”

หมวดดลรับสมุดยืมคืนมา แล้วก็ทำท่าจะเดินออกไป แต่ก็ถูกเรียกตัวเอาไว้ก่อน

“เอ่อ คุณคะ รบกวนฝากบอกคุณเบธด้วยนะคะ ว่ายังมีหนังสืออีกเล่มที่ยังไม่ได้คืน”

“อ่อ ค่ะ เดี๋ยวจะบอกให้นะคะ”

สองสาวยิ้มให้กันอย่างเป็นมิตร

ก่อนที่ผู้มาเยือนจะเดินจากมา

 

“สวย คมดีนะ แต่น้อยกว่าฉันนิดนึง” หมวดดลว่า พร้อมยื่นสมุดยืมคืนให้เบธ

“แล้วเค้าว่าอะไรบ้าง” เบธทำหน้าตื่นเต้น

“เค้าก็บอกว่า ฝากบอกคุณเบธด้วยนะคะ ว่ายังไม่ได้คืนหนังสืออีกเล่ม”

“ฮะ! เค้าพูดแบบนั้นจริงๆ เหรอ” เบธตาโต

“อ้าว ทำไมอะ อย่าบอกนะ ว่าแกคืนหนังสือครบแล้ว แต่นางพูดมั่ว”

“ไม่ใช่ ฉันหมายถึง เค้าเรียกชื่อฉันด้วยเหรอ”

“ก็เออสิ แล้วเรียกชื่อ มันแปลกตรงไหนวะ”

“ฉันรู้จักเค้ามาเป็นปี เค้าไม่เคยเรียกชื่อฉันเลย”

“อืม อีกอย่าง ดูจากสายตา เค้าดูคิดถึงแกนะ”

เบธทำหน้าเหมือนจะดีใจ แต่แล้วก็ นั่งเหี่ยวลงไปอีก

“คิดถึงหนังสือที่ยังไม่ได้คืนมากกว่า หรือต่อให้คิดถึงฉันจริงๆ มันก็ เท่านั้นแหละ”

เบธทำหน้าปลงๆ แล้วก็ขับรถออกไป

จากใจกลางกรุง ทะลุออกไปนอกเมือง กว่าจะไปถึงจุดหมาย ก็มืดหน่อยๆ แล้ว

 

ณ ร้านหนูดีมีหนังสือ

กรุ๊งกริ๊งๆ

เมื่อเบธผลักประตู เสียงกรุ๊งกริ๊งก็ดังขึ้น เบธเงยหน้ามองที่มาของเสียง แล้วยิ้มนิดหน่อย เพราะมันยังเป็นอันเดิม ตั้งแต่ตอนที่เบธทำงานเป็นนักร้องอยู่ที่นี่

“จากห้องสมุด มาร้านหนังสือ ไอ้เบธ แกกินหนังสือเป็นอาหารเหรอ”

“เคยทำงานอยู่ที่นี่เว้ย”

เบธเดินคุยกับหมวดดลมาเรื่อยๆ จนกระทั่งพบเจ้าของร้านทั้งสองคน ที่กำลังยืนมุ้งๆมิ้งๆ กันอยู่ ก็เลยอดแซวไม่ได้

“ยืนห่างๆ กันบ้างก็ได้ ลูกค้าเห็นแล้วหมั่นไส้”

“ไอ้เบธ หายหัวไปเป็นปีเลยนะมึง นึกว่าตายไปแล้วซะอีก”

น้ำ เจ้าของร้านหนังสือ ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทอีกคนของเบธที่แม้จะไม่ได้เจอกันนานแค่ไหน ก็ยังคงกวนกันได้เหมือนเดิม

“สบายดีมั้ยเบธ พวกเราคิดถึงเบธกันทุกคนเลยนะ ลูกค้ายังถามถึงเบธกันอยู่เลย บอกว่าอยากได้ยินเสียงเบธอีก”

เอม แฟนของน้ำที่เคยทำงานกับเบธกล่าวทักทาย ใบหน้าเต็มไปด้วยความคิดถึง เพราะไม่ได้เจอกันเลย

"เอมสบายดีนะ"

"เอมสบายดี"

"เพราะมีไอ้น้ำอยู่ข้างๆ"

"เบธก็พูดไป เอมเขินนะ"

ในขณะที่เบธยืนคุยกับคนรู้จัก หมวดดลก็พยายามเสนอหน้าไปให้ทุกคนเห็น

“ไอ้เบธ พาใครมาวะ แฟนเหรอ”

“ไม่ใช่ค่ะ ดิฉันชื่อว่า นภดล เรียกสั้นๆ ว่า ดล ก็ได้ค่ะ เป็นเพื่อนทหารของเบธค่ะ”

เจ้าตัวตอบแล้ว เบธก็เลยไม่ต้องอธิบาย

“ขึ้นไปกินอะไรชั้นบนกันดีกว่าเนอะ เดี๋ยววันนี้เอมเลี้ยงเองนะเบธ”

“คิดอยู่แล้วว่าเอมต้องเลี้ยง เดี๋ยวจะร้องเพลงตอบแทนแล้วกันนะ”

ทั้งสี่คนขึ้นไปด้านบนของร้านหนังสือ ซึ่งเป็นโซนนั่งพักผ่อน มีของกินเยอะแยะเต็มไปหมด เบธนั่งเลือกเมนูอาหารเสร็จ ระหว่างรอ ก็เดินไปปิดเสียงเพลงที่เจ้าของร้านเปิดไว้ แล้วไปหยิบกีตาร์ จัดการต่อสายต่อลำโพงเองทุกอย่าง แล้วก็นั่งอย่างหล่อ ก่อนจะร้องเพลงเศร้าๆ ออกมา

“คุณดลคะ ทำไมเบธดูเศร้าๆ ล่ะคะ เอมจำได้ว่า ตอนนั้น เบธก็ดูเศร้าๆ ตอนนี้ก็ยังดูเศร้าอีก”

“ตอนนั้นน่าจะเศร้าเพราะถูกแฟนคนก่อนทิ้งน่ะค่ะ ส่วนตอนนี้ น่าจะผิดหวังอะไรสักอย่างกับสาวคนใหม่ค่ะ”

หมวดดลตอบเท่าที่ตัวเองรู้มา

“เห็นมันขี้เล่น กวนคนเค้าไปทั่วแบบนี้ แต่พอมันรักใครมันก็รักจริง แล้วพอรักจริง เค้าก็ดันทิ้งมันอีก น้ำล่ะสงสารมัน ภาวนาให้มัน เจอใครสักคนที่รักและเข้าใจมันจริงๆ สักที”

 

...เหมือนฉันเฉยๆ แต่รักเธอที่สุดเลย  แม้ว่าเธอ ไม่เคยใส่ใจกัน  

ไม่มีใครขัดขวาง แต่ทำไมทางรักเรามันสั้น  และคงเป็นฉัน ที่ทรมาน คนเดียว... 

เสียงนุ่มๆ ปนเศร้าของเบธดังอยู่ในร้านหนังสือ ทุกคนที่ได้ฟัง ก็เคลิบเคลิ้มและอินไปกับเพลง แต่ถ้าคนที่เบธอยากให้ฟังมากที่สุดมานั่งอยู่ตรงนี้ ก็คงจะดีกว่านี้

 

ที่ห้องนอนของ ฝนต้นเมษา

เจ้าของห้องนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ ใช้เวลายามค่ำคืนในการสร้างงานวรรณกรรม และบรรยากาศฝนตกปรอยๆ ลมพัดเย็นๆ แบบนี้ ก็เป็นอะไรที่เหมาะกับการใช้จินตนาการที่สุด

นิ้วของเธอกำลังบรรเลงอยู่บนแป้นพิมพ์

‘ฉันไม่รู้เลยว่า คำพูดไม่กี่คำของฉัน จะส่งผลต่อความรู้สึกของคุณขนาดนี้  

ถ้าฉันได้รู้สักนิด ก็คงจะไม่พูดมันออกไปแบบนั้น  

อย่างไรก็ดี ฉันก็คงต้องบอกให้คุณทราบ ทุกๆ เรื่องที่ฉันคิดและรู้สึก  

แต่ถ้าฉันเลือกได้ คงใช้คำพูดที่อ่อนโยนกว่านี้  

ฉันขอโทษนะคะ แต่มาให้ฉันเห็นหน้าหน่อย จะได้มั้ย’  

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น