thiyadah
email-icon facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 6 แผลเป็น

ชื่อตอน : ตอนที่ 6 แผลเป็น

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 118

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ก.ย. 2562 09:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 6 แผลเป็น
แบบอักษร

 

 

“ลิซ่า”

 

“แม่”

 

เสียงเรียกนั้นเป็นเสียงเรียกของแม่ของลิซ่า

 

“ทำไมกลับเอาป่านนี้ แล้วเห็นข่าวรึยัง”

 

“เห็นแล้วค่ะ ลิซขอตัวก่อนนะคะ จะไปอาบน้ำ”

 

“เดี๋ยว! ธุระอะไร”

 

“เรื่องส่วนตัวค่ะ”

 

“แกจะไม่บอกแม่จริงๆใช่มั้ย!”

 

หญิงวัยกลางลุกขึ้นจากโซฟาแล้วเดินเข้าไปหาหญิงสาวที่ยืนอยู่ต่อหน้า

 

เพี๊ยะะ!

 

เสียงฝ่ามือตกกระทบกับใบหน้าของลิซ่าอย่างแรง หญิงสาวที่นั่งอยู่โซฟาด้วยความเบื่อหน่ายถึงกับตกใจ

 

“แม่!”

 

“ไปทำอะไรมา ที่ว่าจะไปคุยให้รู้เรื่อง มันหมายความว่าแบบนี้ใช่มั้ย ถึงกลับมาในตอนเช้าแบบนี้”

 

หญิงวัยกลางพูดด้วยอารมณ์โกรธ หญิงสาวใช้มือของตัวเองลูบไปที่หน้าตัวเองเบาๆ เพื่อบรรเทาความเจ็บ

 

“...”

 

“ใช่มั้ย!”

 

“ถ้าแม่คิดว่ามันเป็นแบบนั้นก็ได้ แล้วถ้ามันเป็นแบบนั้นจริงๆมันก็ไม่ได้เสียหายตรงเลยไหนนี่คะ อีกไม่นานก็จะแต่งงานกันอยู่แล้ว ไปนอนกับเค้าแค่คืนสองคืนก็คงไม่เป็นไรหรอกมั้งค่ะ”

 

ลิซ่าพูดประชดผู้เป็นแม่ของตน

 

“ยัยลิซซ..”

 

เพี๊ยะะ!

 

หญิงวัยกลางร้องเรียกชื่อหญิงสาวดังลั่นบ้านเสียงฝ่ามือตกกระทกกับใบหน้าของหญิงสาวอีกครั้ง จนหน้าสะบัดไปอีกทาง

 

“แม่!”

 

หญิงสาวผู้น้องร้องเรียกชื่อผู้เป็นดังลั่นแล้วรีบเดินเข้าไปห้ามผู้เป็นแม่ หญิงสาวผู้พี่หันกลับมามองหน้าของผู้เป็นแม่ด้วยความเจ็บปวดเสียใจจนตาแดงก่ำ แล้ววิ่งขึ้นบันได

 

“ลิซ! แม่ขอโทษ..ลิซ่าา...”

 

หญิงวัยกลางทรุดตัวลงได้แต่มองตามหลังกล่าวคำขอโทษพร้อมหยดน้ำตาประปนความเสียใจ จนหญิงสาววิ่งไปจนลับสายตาม

 

ลิซ่าวิ่งเข้าไปในห้องแล้วปิดประตูห้องยืนร้องไห้อยู่หน้าประตูโดนไม่ให้มีเสียงเล็ดลอดออกไปได้ แล้วยกแขนขึ้นมาปาดน้ำตาก่อนเดินเข้าไปผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นผ้าขนหนูก่อนเดินเข้าไปในห้องน้ำ

 

ร่างเปลือยเปล่าที่กำลังอาบน้ำอยู่กลับปะปนไปด้วยความเสียใจและน้ำตาที่ไหลออกมาไม่ยอมหยุด หญิงสาวใช้มือทั้ง2ข้างลูบไปถักไปกลับใบหูทั้ง2ข้างแล้วเงยหน้าขึ้นให้น้ำที่ไหลลงมาลดผ่านกระทบใบหน้าของเธอก่อนจะปิดน้ำแล้วเดินไปหยิบผ้าขนหนูมาเช็ดตัว และเดินออกจากห้องน้ำเพื่อไปผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้า

 

 

หน้าคฤหาสน์อีกหลังหนึ่งก็มีเสียงเอะอะโวยวายเสียงดังเหมือนกัน คนที่ยืนลุมล้อมประตูรั้วหน้าคฤหาสน์เปลี่ยนมาสนใจรถสปอร์ตหรูที่วิ่งเข้ามาจอดที่หน้าคฤหาสน์ คนในรถกดรีโมทให้ประตูรั้วหน้าคฤหาสน์เปิดออก เมื่อประตูเปิดชายหนุ่มไม่รอช้ารีบขับรถเข้าไป

 

รถวิ่งเข้ามาเทียบหน้าบ้านแต่ยังไม่ลงจากรถยังคงนั่งเหม่อรอยคิดอะไรบางอย่างอยู่ในใจ แล้วชายคนหนึ่งก็เดินเข้ามาที่รถ

 

“คุณฮันครับ!”

 

“เอาะ อ้ออ!”

 

ชายหนุ่มหลุดจากห้วงความคิด และได้สติกลับคืนจึงลงจากรถ

 

“คุณฮันกลับมาแล้วจ้าป้า”

 

หญิงวัยกลางรีบหันไปที่หน้าบ้านแล้วรีบลุกขึ้นเมื่อเก็นกับร่างสูงโปร่ง

 

“คุณฮันคะ!”

 

“เอาไว้ก่อนนะป้า”

 

ร่างสูงหยุดเดิน หันมากล่าวประโยคนั้นด้วยเสียงน้ำเสียงที่แข็ง

 

“แล้วนักข่าวล่ะคะ”

 

“ถ้าเหนื่อยเดี๋ยวก็กลับไปเอง”

 

เมื่อประโยคนั้นสิ้นลงเขาก็เดินไปยังบันได หญิงวัยกลางจึงได้แต่มองตามหลังจนเดินหายลับสายตาไป

 

“คุณฮันเป็นไรรึเปล่านะ”

 

“จะรู้หรอ! ก็ยืนอยู่ด้วยกันอยู่เนี่ย”

 

“จะ จริง...”

 

“พอได้แล้ว ไปทำงานกันได้แล้ว”

 

“จ้าป้า”

 

เสียงนั้นพูดตัดบทออกคำสั่ง

 

 

“ถ้าไม่ไปร้านนั้น ไม่ไปมองที่ชื่อ ไม่รู้จักกันเราคง...เฮ้ออ!”

 

ชายหนุ่มถอนหายใจเฮือกใหญ่ แล้วทิ้งตัวลงนอนบนเตียงใหญ่ ภาพความทรงจำในอดีตก็ผุดขึ้นมาในหัว เป็นภาพของเด็กหนุ่มนั่งอยู่กับพื้นกำลังทะเลาะกับชายร่างท้วม

 

“เอาเลยดิวะ ต่อให้ตายก็ไม่เสียดายชีวิตกลับดีใจด้วยซ้ำที่ตายไปจากที่นี่ เพราะต่อให้พูดยังไงก็ไม่ฟังอยู่ดี”

 

“มึง!”

 

ตึกก!

 

ฝ่าเท้ายันเข้าไปยังศีรษะ หน้าผากจึงไปกระทบกับเหลี่ยมเสาจนหน้าผากแตก

 

“ทำไมไม่เอาให้ตายล่ะวะ”

 

ใบหน้าที่มีเลือดไหลอาบลุกขึ้นมามองด้วยสายตาที่เย็นชา ชายตรงหน้าตกใจที่มีเลือดอยู่บนใบหน้า ชายหนุ่มเดินออกไปด้วนความเย็นชา เขาขึ้นค่อมมอเตอร์ไซค์

 

“มึงจะไปไหน ถ้ามึงจะไปมึงไปแต่ตัวเอารถกูไว้”

 

“ได้! บอกแล้วไงว่านี่มันรถกูเงินกูซื้อ กูไม่ได้เอาเงินคุณไปซื้อซะหน่อย”

 

“เงินมึง เงินที่มึงเก็บไปซื้อมึงก็ขอจากกูไปทั้งนั้น”

 

“หึ! ขอจากคุณ เท่าที่กูจำได้กูไม่เคยขอเงินคุณมาตั้ง4ปีแล้วมั้ง มีแต่ยัดเยียดให้กูเอง แล้วเงินแค่หยิบมือคงซื้อรถคันนี้ไม่ได้หรอก จริงๆคำว่าคุณสำหรับพวกคุณไม่สมควรจะใช้คำว่าคุณด้วยซ้ำไป ควรจะใช้คำว่ามึงด้วยซ้ำไป เพราะคำว่าคุณมันอยู่สูงเกินไป”

 

ความอดทนอดกลั้นที่ไม่เคยพูดออกมาตลอดหลายปี วันนี้ได้ถูกปลดปล่อยออกมาเกือบทั้งหมด ชายร่างท้วมที่ได้ฟังประโยคนั้นที่เปล่งออกมาด้วยน้ำเสียงและความเย็นชานั้นถึงกับอึ้ง ด้วยไม่คิดว่าจะได้ยินคำนั้นจากปากลูกชายเพียงคนเดียว เด็กหนุ่มคนนั้นขับมอเตอร์ไซค์ออกไปทั้งๆที่ยังมีเลือดไหลอาบบนใบหน้าอยู่ ทิ้งไว้แต่ชายร่างท้วมที่ตอนนี้น้ำตาไหลอาบแก้มพร้อมกับความเสียใจที่เอ่อล้นอยู่ในใจ แต่ไม่พูดออกมาให้ใครได้รับรู้

 

เด็กหนุ่มคนนั้นขับมอเตอร์ไซค์ไปเลื่อยๆ จนประสบอุบัติเหตุเข้า เขานอนราบอยู่กับพื้นมองเห็นแต่ภาพเบลอๆเหมือนมีคนเดินเข้ามาแล้วจะทำอะไรสักอย่างกับเขา แต่ก็สลบไปก่อน

 

“ตั้งแต่วันนั้นชีวิตเราก็ไม่ได้เจอเรื่องแบบนั้นอีก แต่กลับจำเรื่องที่อยากจะจดจำไม่ได้ ส่วนเรื่องที่ไม่อยากจะจำมันกลับจำ”

 

ชายหนุ่มพูดเสียงแข็งในประโยคสุดท้ายก่อนลุกขึ้นจากเตียงนอนเดินไปเข้าห้องน้ำ ถอดเสื้อผ้าและกางเกงออก เตรียมพร้อมจะอาบน้ำ เขาเปิดฝักบัวให้ไหลลดอาบหัว

 

“แผลเป็นในวันนั้น”

 

ชายหนุ่มใช้มือเชยผมตัวเองเพื่อเปิดดูรอยแผลเป็นที่ไม่ได้ใหญ่นักแต่มันเป็นสิ่งที่ทำให้เขาเจ็บปวดมาตลอดชีวิตของเขา

 

“รอยแผลเป็นที่ถูกปิดบังด้วยเส้นผมที่หนามาตลอด11ปี วันนี้มันได้ถูกเปิดออกให้เห็น และจะออกมาให้ทุกสายตาทุกผู้คนได้เห็นในวันพรุ่งนี้”

 

สายตาอันแข็งกร้าวและเย็นชาจ้องมองไปยังกระจกและมีน้ำไหลลงมาจากเส้นผมทำให้สายตานั้นดูร้ายกาจน่ากลัวยิ่งขึ้น ชายหนุ่มปิดน้ำหยิบผ้าขนหนูมาคลุดตัว

 

.

 

ตู๊ดดดด! ตู๊ดดดด!

 

มือใครบางคนรีบหยิบโทรศัพท์ที่สั่นขึ้นมารับสาย

 

“ฮัลโหล! ว่าไงมึง”

 

“มึง! มึงเห็นข่าวยัง”

 

“เอออ! กูเห็นแล้ว กูก็นึกว่าอะไร นี่กูไปไหนไม่ได้เลยเนี่ยย! นักข่าวเต็มบ้านกูเลย จะกลับไปตอนไหนก็ยังไม่รู้”

 

“โหห่! กูว่าจะชวนออกมาข้างนอกซะหน่อย”

 

“แค่นี้นะเว้ยย! พ่อกูมา..”

 

หญิงสาวรีบตัดสาย

 

ไม่นานข่าวเรื่องงานแถลงข่าวก็กระจายไปทั่ว ส่วนนักข่าวที่รู้ข่าวแล้วก็ทยอยกันกลับไป

 

“นักข่าวเริ่มทยอยกันกลับแล้วซินะ”

 

หญิงสาวที่ยืนมองอยู่ในหน้าต่างพูดออกมาเบาๆ ก่อนเดินกลับไปนั่งที่หัวเตียง

 

“11โมง จะไปซื้อของก็ไม่ได้ เพราะเรื่องเมื่อวานแท้ๆเลย เพื่อนที่ไทยก็ไม่ค่อยมี แม่ก็มาชวนทะเลาะ เฮ้ออ!”

 

หญิงสาวถอนหายใจเฮือดใหญ่ แล้วคิดภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อเช้า

 

“ไปทำอะไรมา ที่ว่าจะไปคุยให้รู้เรื่อง มันหมายความว่าแบบนี้ใช่มั้ย ถึงได้กลับมาในตอนเช้าแบบนี้”

 

“...”

 

“ใช่มั้ย!”

 

“ถ้าแม่คิดว่ามันเป็นแบบนั้นก็ได้ แล้วถ้ามันเป็นแบบนั้นจริงๆมันก็ไม่ได้เสียหายตรงไหนนี่คะ อีกไม่นานก็จะแต่งงานกันอยู่แล้ว ไปนอนกับเต้าแค่คืนสองคืนก็คงไม่เป็นไรหรอกมั้งคะ”

 

“ยัยลิซ”

 

เพี๊ยะะ!

 

หญิงสาวคิดถึงภาพและเสียงที่เกิดขึ้นเมื่อวานแล้วใช้มือลูบแก้มข้างที่โดนตบเบาๆโดยไม่ได้คิดอะไรแล้วเพราะรู้ตัวว่าตัวเองก็ผิดด้วยเช่นกันที่พูดแบบนั้นด้วยอารมณ์โกรธ

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น