Mamymind

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

พี่ชายเพื่อน 17 100%

ชื่อตอน : พี่ชายเพื่อน 17 100%

คำค้น : พี่ชายเพื่อน

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 23.5k

ความคิดเห็น : 130

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ต.ค. 2562 21:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
พี่ชายเพื่อน 17 100%
แบบอักษร

 

 

พี่ชายเพื่อน 17 

 

 

 

เขมินท์ในตอนนี้มีความรู้สึกเหมือนความดันจะขึ้นเมื่อกลับมาถึงบ้านและเห็นกองของเล่นที่อยู่ในห้องนั่งเล่นเต็มไปหมด พอหันไปมองสองพ่อลูกเพื่อหาคำตอบทั้งคู่ก็หลบสายตาของเขมินท์เพราะรู้ตัวว่าเขมินท์คงจะบ่นเป็นแน่ 

 

“คุณเตชิตครับ ผมต้องการคำอธิบาย” เขมินท์เอ่ยถามเตชิตด้วยน้ำเสียงนิ่งๆก่อนจะเดินลงไปนั่งบนโซฟาแล้วหยิบยาดมในกระเป๋าขึ้นมาดมเพราะเริ่มมีอาการเวียนหัวขึ้นมาเล็กน้อย ใจอยากจะต่อว่าคนเป็นพ่อของลูกแรงๆสักทีที่ตามใจลูกไม่เข้าเรื่องแบบนี้  

 

“โมเดลครับ ไหนบอกคุณแม่หน่อยสิครับว่าของเล่นที่ลูกซื้อมาเยอะแบบนี้จะเล่นยังไงให้คุ้มครับ” ในเมื่อผู้เป็นพ่อไม่พูดก็ต้องหันไปถามลูกชายซึ่งตอนนี้กำลังทำหน้าตาหงอยๆและส่งสายตาออดอ้อนมาให้อย่างน่าสงสารแต่วันนี้เขมินท์จะไม่ใจอ่อนเพราะสิ่งที่สองพ่อลูกทำในวันนี้เป็นเรื่องที่จะส่งผลถึงการเรียนรู้และเติบโตของโมเดลในอนาคตด้วย เขมินท์ไม่สามารถมองผ่านได้จริงๆ 

 

“คุณแม่ครับ อย่าดุโมเดลนะครับ คุณพ่อเป็นคนซื้อให้โมเดลเอง ใช่มั้ยครับคุณพ่อ” โมเดลกระตุกชายเสื้อคุณพ่อไปด้วยตอนพูดจบ โมเดลไม่ยอมโดนคุณแม่ดุคนเดียวแน่ๆ คุณพ่อจะต้องโดนไปกับโมเดลด้วย! 

 

“ใช่ ฉันเป็นคนซื้อให้ลูกเอง นายอย่าบ่นเลยเขมินท์อีกอย่างก็ซื้อมาแล้วบ่นไปก็ไม่ได้อะไร” 

 

“คุณเตชิต ผมไม่อยากจะสอนคุณเรื่องการเลี้ยงลูกนะครับ คุณก็เป็นผู้ใหญ่แล้วก็น่าจะรู้ว่าอะไรควรไม่ควร คุณรวยก็จริงซื้อของแค่นี้คงไม่สะเทือนกระเป๋าเงินคุณหรอกแต่ผมไม่อยากให้โมเดลเป็นเด็กที่อยากได้อะไรก็ต้องได้ทุกอย่าง เราควรสอนลูกให้รู้จักอดทนและพยายามเก็บออมเพื่อจะซื้อของเล่นซักชิ้นด้วยตัวเค้าเองบ้าง ไม่ใช่ว่าพ่อแม่จะต้องหาทุกอย่างให้ได้ หากเราสองคนเป็นอะไรไปคุณกับผมจะได้ไม่ต้องกังวลว่าลูกจะอดทนต่อโลกใบนี้ไม่ได้เมื่อพ่อกับแม่ไม่อยู่แล้ว คุณเข้าใจใช่มั้ยครับคุณเตชิต” เขมินท์พูดรัวออกมาไม่หยุดพักหายใจ ซึ่งพอพูดจบก็เล่นเอาหอบไม่น้อยและเหมือนจะหมดแรงลงเรื่อยๆ  

 

เขมินท์คิดว่าหลังจากตนเองพูดจบแล้วเตชิตจะเถียงเหมือนทุกครั้งเสียอีกแต่วันนี้กลับยืนเงียบก่อนจะอุ้มโมเดลเข้ามาหาเขมินท์ที่นั่งดมยาดมอยู่ ซึ่งพอเตชิตปล่อยตัวโมเดลลงพื้นโมเดลก็เข้ามากอดเอวของเขมินท์และนอนซบลงที่ตักอย่างอ้อนๆ 

 

“โมเดลขอโทษนะครับ คุณแม่หายโกรธโมเดลนะครับโมเดลจะไม่ดื้อแล้ว” 

 

“เฮ้อ.. .ให้จริงเถอะครับ โมเดลจะดื้อแบบคุณพ่อโมเดลไม่ได้นะครับ คุณแม่ไม่มีแรงบ่นแล้ว” 

 

“นายใจเย็นรึยัง อยากกินน้ำส้มมั้ยฉันจะไปเอามาให้” 

 

“ห๊ะ?” 

 

“ฉันว่านายคงบ่นจนเหนื่อย ฉันไปเอาน้ำส้มมาให้แล้วกัน” เตชิตบอกก่อนจะเดินไปที่ห้องครัว ทิ้งให้เขมินท์นั่งงงอ้าปากค้างกับการกระทำแปลกๆที่วันนี้เขมินท์บ่นไม่หยุดอีกคนก็ไม่เถียงยังไม่พอนะเพราะเมื่อครู่นี้ยังเดินไปเอาน้ำส้มมาให้อีก นี่ยังไม่หายจากอาการผีเข้าอีกเหรอหรือเขมินท์ต้องพาเตชิตไปหาหมอจริงๆเผื่อสมองของเตชิตหลั่งสารที่ผิดปกติจนเกิดอาการแปลกๆแบบนี้จะได้รักษาทัน เห็นเตชิตเอาใจเขมินท์แบบนี้บอกตรงๆว่าไม่ชิน ถึงนิสัยแบบนี้ของเตชิตเขมินท์จะเคยเห็นเมื่อในอดีตที่นานแสนนานแล้วก็เถอะ  

 

ใช่.. นานมากแล้วจริงๆ ที่ถูกเอาใจใส่แบบนี้… 

 

 

 

 

 

ทางด้านเตชิตเองที่เดินมาถึงห้องครัวก็ทำให้แม่ครัวและคนงานแตกตื่นไปทั้งครัว แม่ครัวรีบวิ่งเข้ามาถามทันทีถึงความต้องการของเจ้านายทันที แต่เตชิตก็บอกแค่ว่าต้องการที่คั้นผลไม้และส้มมาคั้นน้ำ แม่ครัวที่ได้ยินดังนั้นจึงรีบวิ่งไปจัดเตรียมให้เพราะเจ้านายบอกว่าจะเป็นคนคั้นด้วยตัวเอง 

 

เตชิตเริ่มคั้นน้ำส้มด้วยท่าทางที่ดูเก้ๆกังๆ ด้วยความที่ไม่เคยทำมันเลยทำให้เตชิตรู้สึกว่าการคั้นน้ำส้มนี่มันช่างลำบากจริงๆ แต่เห็นว่าเขมินท์บ่นว่าเหนื่อยเตชิตเลยจะเป็นคนคั้นให้ดื่มแก้กระหายด้วยตัวเองแทน นี่เตชิตไม่ได้อยากเอาใจคนท้องที่ไม่ยอมบอกหรอกนะ เชื่อสิ! 

 

เขมินท์ที่เห็นว่าเตชิตหายไปเกือบครึ่งชั่วโมงก็เลยลุกขึ้นเดินมาดูที่ห้องครัว ก่อนจะเห็นภาพที่ไม่คาดคิดว่าจะได้เห็น ภาพที่เตชิตกำลังคั้นน้ำส้มให้เขมินท์ด้วยตัวเอง 

 

“คุณเตชิต คุณจะพังครัวเหรอครับ” 

 

“มาทำไม ทำไมไม่นั่งรอเฉยๆ” 

 

“ก็คุณหายไปนาน ผมก็นึกว่าคุณจะมาพังห้องครัวเสียอีก แล้วนี่กำลังทำอะไรครับ ทำไมเปลือกส้มกองเลอะเทอะแบบนี้” 

 

“คั้นน้ำส้มให้นายไง” 

 

“คั้นแบบนี้ก็ขมหมดสิครับ มานี่ครับผมจะสอนวิธีการคั้นให้ดู” เขมินท์เดินไปล้างมือก่อนจะมาสอนเตชิตคั้นน้ำผลไม้ที่จะไม่มีรสขมจากตัวเปลือก เตชิตก็ทำตามที่เขมินท์แนะนำไปเงียบๆเพราะรู้สึกแอบอายที่ถูกจับได้แบบนี้  

 

การกระทำของทั้งคู่ทำให้ตอนนี้ในห้องครัวมีบรรยากาศที่อบอุ่นเกิดขึ้นจนทำเอาแม่ครัวและคนงานในบ้านแอบยิ้มเขินกับสิ่งที่ไม่เคยเห็น ตั้งแต่ที่คุณเขมินท์กับคุณหนูน้อยเข้ามาอยู่ในบ้านก็ทำให้บรรยากาศในบ้านดูอบอุ่นขึ้นแม้คุณเตชิตกับคุณเขมินท์จะชอบเถียงกันบางครั้งแต่ทุกคนในบ้านหลังนี้ก็แอบเชียร์ให้ทั้งคู่รักกันเร็วๆ เพราะทั้งคุณเตชิตและคุณเขมินท์เหมาะสมกันอย่างกับกิ่งทองใบหยก ไม่รู้เมื่อไรจะมีคุณหนูน้อยคนที่สองมาวิ่งเล่นสร้างสีสันเพิ่มอีก พวกเธอและคุณผู้หญิงก็ได้แต่ภาวนาว่าให้มีมาเร็วๆทีเถอะ คุณหญิงกับพวกเธอก็อยากเห็นเด็กๆวิ่งเล่นไปทั่วบ้านหลายๆคนจะแย่! 

 

 

 

.................................................35%.......................................................... 

 

 

หลังจากคั้นน้ำล้มคั้นจนเสร็จแล้วเขมินท์ก็ทำยำวุ้นเส้นเพิ่มขึ้นอีกจานเพราะจู่ๆก็รู้สึกว่าอยากกินส่วนเตชิตเขมินท์ก็ไล่ให้ไปดูแลลูก ซึ่งไม่รู้ว่าจะช่วยดูแลลูกหรือทำให้ลูกซนกว่าเดิมกันแน่ ปล่อยให้อยู่ด้วยกันมากๆทุกวันแบบนี้โมเดลต้องได้นิสัยเสียๆของผู้เป็นพ่อมาหมดแน่ๆ 

 

“คุณพ่อครับ ระหว่างที่คุณแม่ไม่อยู่เรามาแกะของเล่นกันนะครับ” และก็เป็นจริงอย่างที่เขมินท์คาดไว้ไม่มีผิด เมื่อเตชิตเดินออกมาโมเดลก็เข้าไปเกาะขาอ้อนให้แกะของเล่นที่วางอยู่บนพื้นเต็มไปหมด  

 

โมเดลไม่กล้าแกะก่อนเพราะกลัวคุณแม่ดุ แต่ถ้ามีคุณพ่อเป็นแกนนำแบบนี้ โมเดลก็ไม่ต้องกลัวแล้ว เพราะคุณพ่อจะเป็นคนรับหน้าคุณแม่ให้ อิอิ 

 

โมเดลนี่ฉลาดจริงๆเลยนะ สมเป็นลูกคุณแม่! 

 

“เดี๋ยวก็โดนคุณแม่เราดุหรอกครับโมเดล” 

 

“คุณแม่ไม่ดุหรอกครับ นะครับคุณพ่อ คุณพ่อของโมเดลน่ะเก่งที่สุดในโลกเลยคุณแม่ก็สู้ไม่ได้หรอก” 

 

“จริงเหรอครับ พ่อเก่งกว่าคุณแม่ของโมเดลจริงเหรอ” 

 

“จริงสิครับ คุณพ่อเชื่อโมเดลสิครับ” เตชิตมองลูกชายที่ส่งสายตาจริงจังให้หลังพูดจบก็ยกยิ้มขึ้นมาอย่างพึงพอใจและก็เชื่อคำพูดของลูกชายเพราะเตชิตคิดว่าลูกชายของตนเองนั้นยังเด็กอยู่คงไม่พูดโกหกหรอก แต่เตชิตอาจจะมองลูกชายว่าเป็นเด็กใสซื่อเกินไปเพราะยังไงโมเดลตัวน้อยก็มีสายเลือดของตนเองอยู่ภายในตัว พ่อร้ายยังไงลูกก็ไม่น้อยหน้ากันแม้จะเป็นการร้ายแบบตาใสๆซื่อๆก็ตาม  

 

 

โมเดลมองคุณพ่อที่ช่วยแกะของเล่นอย่างมีความสุขและมือน้อยๆของโมเดลก็กำลังแกะอยู่ด้วยเหมือนกัน โมเดลนี่ชอบคุณพ่อมากๆเลย เพราะคุณพ่อตามใจโมเดล โมเดลอยากได้อะไรก็ซื้อให้แม้จะโดนคุณแม่ดุก็ตาม แต่ถ้ามีคนถามโมเดลว่ารักใครมากกว่าโมเดลก็ยังตอบว่ารักคุณแม่ที่สุดเพราะคุณแม่รักโมเดลและคอยดูแลโมเดลมาตลอดถึงคุณแม่จะดุแต่โมเดลก็รัก ส่วนคุณพ่อที่ตามใจโมเดลมากๆนั้นโมเดลรักน้อยกว่าคุณแม่ แต่โมเดลไม่บอกคุณพ่อหรอกเดี๋ยวคุณพ่อน้อยใจจนร้องไห้ 

 

“ทำไมแกะของเล่นกันเยอะขนาดนี้ครับ จะเล่นยังไงให้ครบ!!” เขมินท์ที่เดินออกมาจากครัวก็เห็นสองพ่อลูกกำลังละเลงแกะของเล่นจนเกือบครบทุกกล่องก็แทบจะลมจับอีกรอบ 

 

ทำไมดื้อเหมือนกันขนาดนี้กันนะ! 

 

“คุณแม่อย่าดุสิครับ โมเดลแค่ช่วยคุณพ่อแกะเอง” 

 

“คุณเตชิตครับ พาลูกแกะของเล่นทุกกล่องแบบนี้ได้ยังไง จริงๆเลย รีบเก็บของเลยนะครับจะได้ไปกินข้าว คุณแม่โทรมาบอกว่าจะกินข้าวกับเพื่อนที่นอกบ้านให้เราสามคนกินได้เลย” 

 

“อืม...” เตชิตจะทำอะไรได้นอกจากรับคำและส่งสายตาดุๆให้ลูกชายตัวดีที่โยนความผิดให้ตนเอง  

 

จริงๆเลยนะโมเดลเนี่ย ได้นิสัยเขมินท์มามากเกินไปแล้ว! 

 

 

การกินข้าวเย็นพร้อมหน้าพร้อมตาวันนี้ เตชิตก็ต้องพ่ายแพ้ให้ลูกชายอีกครั้งเมื่อโมเดลพยายามตักของโปรดให้ตนเองอย่างตั้งใจเพราะอยากง้อเรื่องที่โดนเขมินท์ดุ เตชิตที่เห็นแบบนั้นก็ดุไม่ลงยอมใจอ่อนยกโทษให้พร้อมตักผักให้เป็นการตอบแทนลูกชายสุดน่ารัก ซึ่งพอโมเดลเห็นผักมากมายในจานก็แอบทำหน้างอใส่คุณพ่อและยอมตักกินแต่โดยดีเพราะคุณแม่ส่งสายตาบังคับว่าห้ามกินเหลือเด็ดขาด 

 

โมเดลโป้งคุณพ่อแล้ว! 

 

เขมินท์มองการกระทำของสองพ่อลูกก็อดที่จะยิ้มและส่ายหัวขึ้นมาเบาๆไม่ได้ ก็พอๆกันทั้งคู่นั่นแหละ  

 

ดื้อพอกันทั้งคู่! 

 

“เขมินท์ นายกินยำเผ็ดมากไปแล้วนะ เดี๋ยวก็ปวดท้อง” เตชิตที่เห็นว่าเขมินท์ให้แม่บ้านไปตักยำมาเพิ่มอีกจานก็บอกเสียงเข้ม เพราะเตชิตลองชิมไปแล้วถึงได้รู้ว่ามันเผ็ดมาก 

 

“ก็ผมอยากกินนี่ครับ” 

 

“มันจะไม่สบายท้อง” 

 

“คุณนี่จู้จี้จัง ผมรู้หรอกครับว่ากินได้แค่ไหน” 

 

“ฉันไม่อยากเห็นนายนอนปวดท้องด้วยความทรมารหรอกนะ ฉันเป็นห่วง” 

 

“ครับๆ แต่ขอกินอีกสักนิดแล้วกันนะครับ” ถ้าเขมินท์หูไม่ฟาดก็คงฟังไม่ผิดว่าน้ำเสียงของเตชิตนั้นอ่อนโยนยังไงไม่รู้กับการพูดประโยคแปลกๆเมื่อครู่ และเขมินท์ก็เหมือนรู้สึกร้อนหน้าแปลกๆขึ้นมาด้วย  

 

ใช่… ร้อนหน้าแบบนี้คงเป็นเพราะกินเผ็ดแน่ๆ เขมินท์ไม่ได้รู้สึกใจเต้นและเขินหรอก ใครจะไปเขินคนหน้าตายแบบเตชิตเหมือนตอนวัยรุ่นกัน…. 

 

 

.............................................................................60%...................................................................... 

 

 

 

อาหารช่วงเย็นไม่ได้อยู่ท้องเท่าไรสำหรับคนที่กำลังท้องอย่างเขมินท์ ทำให้ตอนดึกๆในค่ำคืนนี้เขมินท์ที่รู้สึกหิวจนทนไม่ไหวต้องค่อยๆลุกจากเตียงเบาๆ ก่อนจะเดินออกจากห้องเพื่อลงมายังห้องครัวเพื่อดูว่ามีอะไรให้แก้หิวบ้าง แต่เหมือนเย็นวันนี้แม่ครัวจะทำการจัดการของเก่าออกจนหมดเลยเหลือแค่ผัดสดไม่กี่อย่าง เขมินท์ก็ไม่ได้อยากทำอาหารเองตอนนี้ด้วยเลยต้องตัดสินใจขึ้นไปบนห้องเพื่อหยิบโทรศัพท์ออกมากดสั่งด้วยแอพต่างๆที่มีร้านอร่อยๆที่ยังเปิดอยู่ถึงแม้ตอนนี้จะยังดึกอยู่ก็ตาม ต้องมีสักร้านที่เขมินทอยากเปิดและยังมีส่งอยู่นั่นแหละ

 

“จริงๆเลยนะ เจ้าตัวเล็กในท้องทำไมกินจุแบบนี้ ตอนแม่ท้องพี่ชายหนู แม่ไม่เคยหิวแบบนี้เลยนะครับ” มือก็เลื่อนหาร้านไปพร้อมกับบ่นเจ้าตัวเล็กในท้องไปด้วย ตอนท้องโมเดลเขมินท์แพ้ท้องหนักมากจนกินอะไรไม่ค่อยได้ แต่ท้องนี้เขมินท์กลับกินได้เยอะ อาการแพ้ท้องก็มีบ้างแต่ก็ไม่หนักเท่าท้องแรก สงสัยจะดื้อยิ่งกว่าโมเดลแน่ๆ

 

ระหว่างที่เขมินท์บ่นอะไรไปเรื่อยเปื่อย คนที่เขมินท์คิดว่าหลับสนิทแล้วก็ลืมตาขึ้นมาเงียบๆพร้อมกับแอบฟังเขมินท์พูด เตชิตเองก็ไม่ได้นอนหลับอย่างที่เขมินท์เข้าใจเพราะรู้สึกว่าเขมินท์ดูกระวนกระวายแปลกๆหลังอาบน้ำเสร็จและเตรียมเข้านอน ใครจะไปคิดว่าอาการแบบนั้นคืออาการของคนกำลังหิวจนต้องมานั่งสั่งอะไรแบบนี้กัน

 

เป็นคนท้องที่เหนือความคาดหมายจริงๆ

 

 

หลังจากที่รออาหารมาส่ง เขมินท์ก็รับสายจากคนส่งพร้อมบอกว่าให้วางของไว้ตรงหน้าประตูแล้วตัดเงินจากบัตรได้เลย ซึ่งพอเงินในบัตรถูกตัดพร้อมวางสายจากคนส่ง เขมินท์ก็เดินลงไปที่หน้าบ้านที่ค่อนข้างไกลไม่น้อยก่อนจะหอบของที่มาส่งเต็มสองมือ

 

คงไม่มีคนท้องที่ไหนสั่งจิ้มจุ่มมากินตอนเที่ยงคืนเหมือนเขมินท์หรอกมั้งนะ….

 

“จริงๆเลยนะเขมินท์ อะไรทำให้นายสั่งของพวกนี้มากินตอนเที่ยงคืนกัน” เตชิตที่เดินลงตามมาดูเห็นเขมินท์หอบของเต็มสองมือก็อดที่จะเดินไปดึงมาถือเองไม่ได้ ก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง เขมินท์เองก็ตกใจไม่น้อยเมื่อเห็นว่าเตชิตแย่งของไปถือเอง

 

“คุณเตชิต คุณยังไม่หลับเหรอครับ”

 

“ยัง นายหิวจนถึงขนาดสั่งของพวกนี้มากินเลยรึไงกัน ของในห้องครัวไม่มีเหรอ”

 

“มีผักแค่สองสามอย่างเอง คุณอย่าบ่นได้มั้ยครับแล้วก็ถือให้ดีๆหน่อย เสียของหมด” เขมินท์บ่นก่อนจะเดินนำเตชิตไปที่ห้องครัวแล้วค้นหาเตาไฟฟ้ามาทำจิ้มจุ่มกินตอนนี้ เตชิตเองก็มองดูเขมินท์นิ่งๆเพราะไม่อยากจะเดินเข้าไปเกะกะให้โดนอีกคนพูดบ่นได้แต่นั่งมองอย่างนั้นจนเขมินท์เตรียมทุกอย่างและน้ำเดือดได้ที่พร้อมกับผักและเนื้อที่ถูกใส่ลงไปในหม้อ

 

ปุ๊ดๆๆ 

 

เสียงน้ำเดือดดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ เตชิตที่ไม่ได้หิวแต่ก็นั่งเงียบๆเป็นเพื่อนและแอบเดินขึ้นไปหยิบไอแพดบนห้องนอนมาเคลียร์งานรอเขมินท์ที่นั่งกินจนแก้มอูมเหมือนหนูแฮมเตอร์ที่โมเดลชอบดูทุกเช้า

 

เห็นเขมินท์กินได้แบบนี้เตชิตก็ชักจะเป็นกังวลกลัวอีกคนจะปวดท้องมากกว่าจะอิ่มซะแล้วสิเพราะนี่มันก็ไม่ใช่เวลากินด้วย

 

“จะกินหมดเลยรึไงเขมินท์ เดี๋ยวก็ปวดท้อง”

 

“ก็มันเสียดายนี่ครับ คุณก็มาช่วยกินหน่อยสิ”

 

“ไม่ล่ะ ใครเค้ากินกันตอนนี้อ้วนลงพุงกันพอดี”

 

“คุณเตชิต คุณว่าผมอ้วนเหรอ”

 

“เปล่า ไม่ได้พูด นายอย่าใส่ร้ายฉัน”

 

“ก็คุณพูดอยู่นี่ไงว่ากินตอนนี้จะอ้วนลงพุง นิสัยไม่ดีจริงๆ”

 

“โอเค ฉันผิดเองนายกินเถอะไม่อ้วนหรอก” เขมินท์เผลอทำหน้างอใส่คนตรงหน้าหลังจากที่เตชิตพูดจบอย่างไม่รู้ตัว

 

คุณพ่อของโมเดลไม่รู้รึไงกันว่าเวลาคุณแม่ลูกสองหิวโหยน่ากลัวแค่ไหน หึ!

 

หลังจากที่เขมินท์จัดการจิ้มจุ่มหม้อใหญ่เสร็จแล้ว เขมินท์ก็กลับขึ้นมาแปรงฟันและนั่งพิงหลังเตียงเพื่อให้ไม่เกิดอาการท้องอืด และพอหนังท้องตึงหนังตาก็เริ่มหย่อนทำให้เผลอนั่งหลับไปทั้งแบบนั้นจนเตชิตที่เห็นว่าเขมินท์นั่งหลับก็จับตัวของเขมินท์ให้นอนลงดีๆ พอหันมองนาฬิกาก็พบว่าเกือบตีสองไม่แปลกที่เขมินท์จะนั่งหลับไปทั้งแบบนี้

 

เตชิตที่เห็นว่าเขมินท์หลับสนิทก็แอบเลิกเสื้อของเขมินท์ขึ้นก่อนจะจ้องมองหน้าท้องที่ตอนนี้ดูป่องเล็กน้อยเพราะกินเยอะก่อนจะยกยิ้มขึ้นมาบางๆ ในอนาคตอันใกล้นี้เตชิตต้องเห็นหมูยักษ์แน่ๆ

 

 

และการนินทาว่าเขมินท์เป็นหมูยักษ์เมื่อคืนในใจ ทำให้เช้าวันนี้เตชิตต้องตื่นขึ้นมาพร้อมอาการหน้ามืดเวียนหัวอยากอาเจียนและต้องเข้ามากอดชักโครกแต่เช้า อาการแปลกๆที่เข้ามาทักทายหลังจากที่ห่างหายไปสักพักแต่วันนี้กลับเป็นหนักกว่าทุกครั้งจนเตชิตแทบไม่มีแรง

 

“คุณพ่อเป็นอะไรครับ ทำไมไม่อาบน้ำมานั่งในห้องน้ำทำไม” โมเดลที่ตื่นแต่เช้าก็อาบน้ำแต่งตัวด้วยตนเองก่อนจะเดินเข้ามาในห้องของคุณแม่และคุณพ่อแต่ก็หาคุณพ่อไม่เจอเห็นแค่คุณแม่ที่นอนอยู่เลยเดินวนหาคุณพ่อไปทั่วห้องก่อนจะเห็นว่าคุณพ่อกำลังนั่งอยู่ในห้องน้ำเหมือนคนหมดแรง

 

ดูแล้วรู้สึกน่าสงสารยังไงไม่รู้!

 

“โมเดลครับ เดินไปหยิบยาดมของคุณแม่ข้างหัวเตียงให้พ่อหน่อย”

 

“ครับคุณพ่อ” โมเดลเดินไปหยิบยาดมตามที่คุณพ่อบอกก่อนจะเดินเอากลับมายื่นให้ คุณพ่อที่พอได้ดมยาดมก็ดูดชื่นขึ้น โมเดลก็ได้แต่ยืนมองด้วยความไม่เข้าใจก่อนจะเดินหนีขึ้นไปปีนเตียงมุดผ้าห่มของคุณแม่ที่ยังไม่ตื่นแทน

 

“คุณแม่ครับ เช้าแล้วนะครับตื่นเร็วๆครับ” โมเดลขยับตัวยุกยิกๆอยู่บนเตียงพร้อมหอมแก้มคุณแม่ซ้ำๆเพื่อปลุกให้คุณแม่ตื่น เขมินท์ที่ได้ยินเสียงลูกชายก็ลืมตาขึ้นมาก่อนจะหอมแก้มลูกชายกลับคืน

 

“ตื่นเช้าจังครับ”

 

“โมเดลเป็นเด็กดีครับ ตื่นเช้าทุกวันเลย”

 

“หืม เด็กดีจริงรึเปล่าครับ”

 

“จริงสิครับ เมื่อกี้โมเดลก็หยิบยาดมของคุณแม่ไปให้คุณพ่อในห้องน้ำด้วย”

 

“ยาดมไปให้คุณพ่อ คุณพ่อเป็นอะไรครับถึงต้องหยิบยาดม”

 

“ไม่รู้ครับ แต่คุณพ่อนั่งอยู่ในห้องน้ำดูแล้วน่าสงสารมากเลยครับ” พอโมเดลพูดจบเขมินท์ก็ลุกจากเตียงเดินไปยังห้องน้ำก่อนจะเห็นสภาพพ่อของลูกที่ดูไม่ค่อยได้เท่าไรและก็คิดว่าคงไม่มีใครเคยเห็นสภาพนี้ของเตชิตนอกจากโมเดลและเขมินท์เป็นแน่

 

“ทำไมเป็นแบบนี้คุณเตชิต คุณไม่สบายเหรอ”

 

“ตื่นแล้วเหรอ ฉันไม่ได้เป็นไร แค่คลื่นไส้ เวียนหัวก็เท่านั้น”

 

“ลุกอาบน้ำไหวมั้ยครับ คุณดูแย่มาก”

 

“ไหว นายออกไปเถอะ ฉันจะอาบน้ำแล้ว” พอเห็นว่าเตชิตยืนยันแบบนั้นเขมินท์ก็เดินออกมาให้เตชิตได้อาบน้ำเพื่อว่าจะดีขึ้น เห็นอาการเตชิตแบบนี้เขมินท์ก็อดคิดไม่ได้ว่าเตชิตคงไม่ได้แพ้ท้องแทนเขมินท์จริงๆหรอกนะ เพราะอย่างที่รู้ตามคำพูดของคนโบราณว่าคนที่แพ้ท้องแทนเป็นคนที่รักเมียมาก แต่เขมินท์กับเตชิตไม่ได้อยู่ในจุดนั้นเสียหน่อย

 

เฮ้อ… เพราะคนที่รักมากคงมีแค่คนเดียว

 

 

..........................................................100%............................................................

คุณเตชิตก็พยายามเป็นสามีที่ดือในแบบของเค้าอยู่ เอาใจช่วยนะคะ ;___;

 

ความคิดเห็น